หน้าหลัก | แผนที่ท่องเที่ยว |คู่มือแมมโบ้ | ภูกระดึง | ภูเรือ |เที่ยววัด |ติดต่อเรา | ผีตาโขน |สื่อรักษ์เมืองเลย | มูลนิธิเลยฯ


25.jpg10.jpg

หน้าหลัก arrow รวมเรื่องเล่า gotoloei arrow มอมแมมทัวร์ arrow ล่องเรือทวนน้ำโขงสู่คกงิ้ว
  หน้าหลัก
 ***จองบ้านพักอุทยานฯ ***
 เที่ยวเชียงคาน
 รวมเรื่องเล่า gotoloei
  เว็บลิงค์
 เกี่ยวกับเรา
 กระดานคนเลย
 วางแผนเที่ยวภูกระดึง
 ภูกระดึงปี 51
 ภูกระดึงปี 50
 ภูกระดึง ปี 49
 หลังบ้าน gotoloei
 มอมแมมทัวร์
 ภูเรือ
 ภูหลวง
 ภูควายเงิน
 ภูคลั่ง
 unseen
 วัดในจังหวัดเลย
 หมู่บ้านไทดำ
 gotoloeinews
 ภูผาล้อม
 club
 แผนที่
 งานดอกไม้เมืองหนาวที่ภูเรือ
 รีสอร์ท
 เส้นทางสู่หลวงพระบาง
 เที่ยวภูเรือ
 ผีตาโขน
 ภูสวนทราย
 กิน เที่ยว มุมสบาย
 กอล์ฟ
 สวนลุงวุฒิ
 ไร่ TSA
 ร้านอาหาร

ความงามทะเลหมอกยามเช้า
05:5112:1618:42
เวลาพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก ตำแหน่ง จังหวัดเลย ละติจูด 16 เหนือ, ลองติจูด 100 ตะวันออก

ลิงค์ต่าง ๆ

Loei Unseen

  ภูกระดึง
   ภูเรือ
  ภูผาล้อม
  ผาหินงาม
  สวนป่ารุกชาติ 100ปี
  เที่ยวท่าดีหมี
  สะพานมิตรภาพ
  ล่องแพห้วยกระทิง
  ถ้ำค้างคาว
  แก่งคุดคู้
  สำรวจถ้ำภูผาล้อม


จำนวนผู้เข้าชมเว็ปไซต์
4096363 ผู้เยี่ยมชม

แผนที่โรงแรม-รีสอร์ท

สมาชิก log on
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อคอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

แผนที่(Map)


ล่องเรือทวนน้ำโขงสู่คกงิ้ว  

"คกงิ้ว" เป็นพื้นที่ทหาร ร.๘ พัน ๑ เป็นเขตพื้นที่ทหาร ติดลำน้ำโขง อำเภอเชียงคาน เราล่องเรือทวนกระแสน้ำ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง มาที่นี่ เพื่อแวะ ศึกษาการเผยแพร่ภูมิปัญญา และศูนย์ฝึกอาชีพของหน่วยงาน ร.๘ พัน ๑ จังหวัดทหารบกเลย

 

ที่นี่มีผลผลิตมากมาย ไว้จำหน่ายสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ผ่านมาที่นี่

ได้รับความดูแลเป็นอย่างดีจาก กองทัพภาพที่ ๒ 

 

เที่ยวชมกลุ่มแม่บ้านทหาร ที่ตัดเย็บผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้ในราชการและเพื่อจำหน่าย

ผ้าทอพื้นเมือง จาก หลาย แหล่ง ถูกรวมจัดไว้ที่ตรงนี้ มาที่เดียวได้ครบทุกอย่างก็ว่าได้ครับ..

ท่าน พ.ท.สุวรรณ  เชิดฉาย เป็นผู้บรรยายถึงความเป็นมา ของโคกงิ้ว และแนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์ เรื่องความจงรักภักดี ท่านเป็นนายทหารที่มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาท้องถิ่น และเยาวชนแท้จริง ครับ.. ทุกครั้งที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน  เรื่องความมั่นคง ท่านได้ให้แง่คิด กับเราไว้มากมาย

คืนนี้เราขอพักที่ โคกงิ้ว  กางเต็นท์นอนที่ริมแม่น้ำโขง เรื่องความปลอดภัยไม่ต้องห่วงครับ.. เขตทหาร ภายใต้การรักษาความปลอดภัยอย่างดี ที่นี่มีพื้นที่กางเตนท์ สองที่ด้วยกันครับ คือริมแม่น้ำโขง และลานหญ้า หน้าพลับพลาทรงงานของพระบรมราชินีนารถฯ  หรือจะเป็นลานเฮลิคอปเตอร์ ก็ได้ครับ.. เรื่องความปลอดภัย ท่าน พ.ท.สุวรรณ เชิดฉาย รับประกัน ไม่ต้องห่วง

ค่าที่พัก คนละ 20 บาท ต่อหนึ่งคืน ครับ..

ความคิดเห็น
อยากทราบรายละเอียด
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2006-12-06 13:30:24
ถ้าใครมีรายละเอียดมากกว่านี้ช่วยบอกด้วย เช่นเรื่องอาหาร ที่พัก ช่วยบอกด้วยครับ totblue@hotmail.com
น่าสนใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-03-24 18:03:04
อยากทราบรายละเอียดและพ.ท.สุวรรณ เชิดฉาย ปัจจุบันยังประกำอยู่ที่นี่หรือปล่าว :grin
อยากไปเที่ยว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-03-27 15:41:33
เห็นรูปรูปแล้วอยากไปเที่ยวจัง กางเต้นท์นอนเป็นอะไร..ที่ชอบมากๆ.... ยิ่งเป็นเขตทหาร..ทำให้อุ่นใจในเรื่องความปลอดภัย
เชิญมาเป็นสมาชิกเดินตามรอยเสธ.ขาว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-06 12:27:23
ขอเชิญชวนมาร่วมกันทำกิจกรรมสร้างสรรคืให้เยาวชนได้ท่องเที่ยงอ ย่างมีความปลอดภัยร่วมกับครอบครัวและมาทำความรุ้จักกันเพื่อร่ว มทำกิจกรรมต่างๆให้เกิดความผ่องใส เช่นทำบุญ ทำโครงการของลูกให้เป็นผู้ประพฤติเป็นแบบอย่างไม่เกี่ยวข้องยาเ สพติด ให้กำลังใจและได้มีส่วนช่วยเหลือหรือสนับสนุนกันทำความดีงามต่า งๆ 
มาพบกันที่โคกงิ้ว นะคะเพือกุศลผลบุญของครอบครัว 
 
 
 
 
ด 
 
 
 
เชิญเป็นสมาชิกทำความดีตามรอยเสธ.ขาว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-06 12:47:01
ขอเชิญผู้ที่ชื่นชมและเห็นในความมุ่งมั่นในหน้าที่ และตั้งใจแน่วแน่ต่อการป้องกันแก้ไขให้เยาวชนหลุดพ้นพิษภัยยาเส พติด และความจงรักภักดีต่อสถาบันของพันเอกสุวรรณ เชิดฉาย ได้สมัครเป็นสมาชิกร่วมทำความดี และแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ พวกเราจะร่วมกันทำความดีตามรอยทางของท่าน 
มะลิสรีสองรัก( แสดงความคิดเห็นมาจะแจ้งรายละเอียดต่อไปค่ะ )
ความคิดเห็นทำความดีตามทางเสธ.ขาว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-06 13:42:29
แดงความคิดเห็นที่ มะลิศรีสองรัก 
 
email kru2009@thaimail.com
สนใจโครงการทำดี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-07 16:03:31
 
ผมคนหนึ่งสนใจโครงการทำความดีตามแนวทางเสธ.ขาว เคยเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมจากท่านเมื่อปี46 
จะชวนลูกพาเพื่อนๆไปเที่ยวหน้าหนาว แล้วจะเจอกันอย่างไรครับ
เป็นตัวอย่างที่ดี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-12 13:13:09
พันเอกสุวรรณ เชิดฉาย มีความจงรักภักดีต่อสถาบันยิ่งชีวิต เราขอยืนยัน....ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี.....
อยากไปเที่ยวเมืองเลย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-13 17:43:08
ผมมาทำงานอยู่ที่ระยอง ผมได้รับการช่วยเหลือจากการเป็นตัวแทนเยาวชนอบรมยาเสพติด ให้พาเพื่อนๆลูกชาวดงมะไฟสุวรรณคูหาเป็นคนดีได้ทำมาหากินส่งเงิ นให้พ่อแม่ ขอบคุณแม่ครูแต๋วพ่อครูอดุลย์และป.จารุบท ที่ทำให้ผมมีวันนี้ ผมทำเพื่อแม่ครูแล้วนะครับ แสดงความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ ว่าเราพลาดเราก็กลับใจได้ 
พวกผมจะพยายามทำผ้าป่ากลับมาบ้านสงกรานต์นี้ถ้าเพื่อนอ่านเจอบอ กอาจารย์ด้วยอย่าลืมวุธดงมะไฟ
ไปเมื่อไหร่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-14 20:52:59
หนูอยากชวนเพื่อนไปเป็นคณะ ตุลาควรไปที่ใดบ้างมีเวลา3วันถึง5วันค่ะ อยากไปพักที่โคกงิ้วและภุกระดึงด้วย 
น่าสนใจและควรสนับสนุนให้เที่ยวในไทย ใครจะไปร่วมแสดงความคิดเห้นมาหน่อย 
ชุมนุมอนุรักษ์ไทยธ.ว.รอเพื่อนคะ 
 
------------------------- 
เที่ยวภูกระดึง จะกินเวลา 3-4 วัน รวมการเดินทาง ไป และกลับ ด้วยครับ บางครั้งอาจจะเหนื่อยถ้าจะไปเที่ยวที่อื่น ๆ ต่ออีก เพราะว่าการเที่ยวภูกระดึง ก็จะใช้เวลาในการพักบ้าง หลังจากลงมาแล้ว เรื่องความแข็งแรงค่อนข้างสำคัญครับ ส่วนคกงิ้วนี้น อยุ่ห่างจากภูกระดึง ประมาณ 120 กิโลเมตร ครับ เดินทางต่อเข้า จังหวัดเลย และ ต่อไปยังเชียงคาน ครับ.
ชื่อ คกงิ้ว หรือโคกงิ้ว คะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-15 14:29:10
ที่เป้นเขตทหาร ทหารจะจัดกิจกรรมอะไรบ้างคะ ผู้ที่จะไปต้องเตรียมอะไรบ้าง ปัจจุบันจะติดต่อโดยตรงกับใครคะ 
เรียกให้ถูกว่าอย่างไร?หัวเรื่องบนน่ะค่ะ
เรียกโคกงิ้วเวิร์กกว่านะผมว่า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-17 10:38:51
เขตทหารให้บริการที่พัก สอบถามที่ ร1 พัน8 ค่ายศรีสองรักดูครับ
พ.ท.สุวรรณ ท่านย้ายแล้ว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-17 11:56:43
ปัจจุบันคือพันเอกสุวรรณ ท่านเป็นนนายทหารประจำอยู่กอ.รมน.ภาคที่4 ส่วนหน้า รับผิดชอบงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
ท่านเป็นบุคคลเดียวกับเสธ.ขาว เป็นตัวอย่างของคนดีที่มืความเมตตาอ่อนโยนเป็นบุคลิคเด่น 
ท่านมักใฝ่บุญมากกว่าใฝ่บู๊ เป้นที่ชื่นชมนับถือของบรรดาศิษย์
ครั้งหนึ่งที่ภูกระดึง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-20 13:10:06
สมัยก่อน...นานมาแล้ว สักยี่สิบปี ครูหนุ่มสาวไปเที่ยวปิดเทอมในเดือนตุลาคม เป็นคณะ ก่อนขึ้นภูกระดึงใครที่กำลังจีบกันอยู่ฝ่ายชายก็ได้โชว์ความเป็ นสุภาพบุรุษ เทคแคร์ดูแลฝ่ายหญิงเป็นอย่างดี ไหนจะแบกสำภาระ ไหนจะคอยดึงคอยจูงหวานใจ ทั้งที่ตัวเองก้เหนื่อยแสนเหนื่อย ...อีตอนขาลงมา.ต่างคนต่างเดิน..เปิดเทอมก็เลิกดุใจกัน..เวลาต่อมา ฝ่ายหญิงก็แต่งงานกับตำรวจ ฝ่ายชายได้แต่งงานกับพยาบาล คนที่ไม่มีคู่อย่างเราก็เลยเป็นคนเดียวที่ไม่มีแฟนเอาใจ อยูไปอยู่มาเลยได้เป้นภรรยาเจ้าหน้าที่อุทยาน. นี่เป้นนิยายอิงประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งที่ภุกระดึง
สาวเชียงคานใจงาม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-21 13:51:17
คุณครูแขกหรืออาจารย์จันทิวา ดีอุดมจันทร์ (สกุลเดิม ) คนสวยรวน้ำใจ จงโปรดรับรู้ว่าเพื่อนคนหนึ่งระลึกถึงความดีของแขกอยู่เสมอ ที่อนุเคราะห์ชุดสวยๆตั้งหลายชุดให้ในวันบรจุทำงาน...เพื่อนอยู่ที่ไหนขอให้สุขกายสุขใจมีแต่ความเจริญทั้ง ลาภ ยศเกียติคุณที่เราได้เผยแพร่ด้วยนี้ 
เป็นที่เคารพรักของลูกศิษย์ตลอดกาลนะจ๊ะ
อาจารย์แขกแห่งอ.พ.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-24 16:18:09
ผมชอบจังหวัเชียงราย กระบี่และจังหวัดเลยมากครับ เพิ่งท่องเว็บ.มาเจอ รู้จักคุณครูจันทร์ทิวาครับผมเคยเป็นศิษย์เก่าอ.พ.ร. ท่านใจดี และสวยครับ 
ถ้าใครบังเอิญผ่านมาฝากบอกอาจารย์นะคร้บ อู๊ดดี้ตัวละครในรรณคดีวันสุนทรภุ่ รุ่น35 คิดถึงมีโอกาสจะไปเชียงคานอีก..แก่งคุดคู้
เมืองเลยสดใสไม่ทำลายบรรยากาศ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-05-29 17:20:28
เมืองเลยนี้แสนน่าอยู่ อากาศดี มีแหล่งธรรมชาติงดงาม มาช่วยกันรักาบรรยากาสสดสวยและแสนงามไว้นานๆ...
เที่ยวไทยดีกว่า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-06-03 18:26:40
มาเมืองเลยหน้าหนาวสวยงามมาก อย่าไปต่างประเทศเลย ช่วยชาติอย่างสดใสได้กำไรชีวิตครับ
เที่ยวอย่างสดใสไม่พกบุหรี่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-06-09 18:47:29
เที่ยวเมืองเลยนะคะ มาหลายๆคนหลายๆวัน ไม่ต้องไปไกลดอก... มาสูดอากาศสดใสปราศจากควันบุหรี่ 
รักคนไม่สูบบุหรี่จ้า
ไม่มีโอกาส
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-06-19 13:53:16
เราจะไปเที่ยวจังหวัดเลยหลายครั้งแล้วแต่ก็หลาดโอกาสทุกที บางครั้งเตรียมอุปกรณ์แล้ว...ก็เป็นอันว่าต้องอด....จะต้องหาโอกาสไปให้ได้
คิดถึงค่ายศรีสองรั
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-11-19 08:22:46
ต้นหนาวนี้ คิดถึงเมืองเลยที่สุด เคยมีความฝังใจที่ค่ายศรีสองรัก มีความประทับใจต่อคนดีคนหนึ่ง ที่ทำให้เรารัก จงรักภักดี ต่อสถาบัน ซึ่งเป็นความรักที่อบอุ่น น่าภูมิใจจนบัดนี้... เวลาผันผ่าน... หน้าที่...ทำให้เราห่างไกล.... ได้แต่ฝากความคิดถึง ห่วงใยเสมอ....... ทุกวันคืนเฝ้าแต่อธิษฐานขอพรคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงได้ปกป้องคุ้มครองเธอให้ปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัย ที่ชายแดนใต้... ขอให้เราได้มีโอกาสกลับมาเยือนเมืองเลย ด้วยความสมหวังเถิดนะ... 
สายใจผูกพัน
สนุกมาก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2009-11-21 11:07:18
ไปเมืองเลยเมื่อตุลาคม แวะซื้อขนมไหว้พระจันทร์ที่วังสะพุง ไปตลาดเมืองเลยใกล้บ.ขส. ของกินเยอะมาก 
ดอกคัตเตอรืถูกมากค่ะแวะซิ้อคู่กับดอกบัวเพื่อเอาไปจัดแจกันไหว ้พระที่ลานพระในค่ายศรีสองรัก....ไปได้เพียงเส้นทางนี้เท่านั้นเองเที่ยวนี้ คราวหน้จะมาใหม่นะคะเมืองเลยที่ฉันประทับใจ
กาลเวลา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-01-31 19:51:48
อดีตไม่หวนมา...จงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพื่อว่า 
เมื่อนึกถึงอดีต ก็จะแสนหวาน 
นึกถึงอนาคต ก็จะมีหวัง เป็นพลังใจ...
ชีวิตชีวา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-02-23 20:34:59
แม้ชีวิต หากจะต้องผิดหวัง...บางสิ่งบางอย่าง..และบางครั้ง. ก็ใช่ว่าจะต้องสิ้นหวังจนสิ้นกำลังใจเสียทั้งหมด... เราจะต้องสร้างความหวังขึ้นใหม่เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตมีค วามหมาย มีความพยายาม และมั่นทำความดี...ให้เป็นพลานุภาพหนุนนำ...
เป็นไงหนอ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-03-02 16:11:47
ไม่ได้ไปเมืองเลยเกือบปีแล้ว...เดือนมีนาอากาศจะร้อนไหมนะ เพราะที่อุดรฯ เพียงต้นเดือนเองยังร้อนแดดแผดเผาเพียงนี้ บรื๋อ! เมษาจาขนาดไหน..... น่ากลัวจริงภาวะโลกร้อน... ที่ใดมีป่าไม้และดินน้ำที่ยังชุ่มชื้นควรรักษาไว้และช่วยกันอนุ รักษ์ทุกวิถีทาง ช่วยกันเที่ยวชื่นชมเมืองไทย บำรุงทรัพยากรของชาติ ที่เมืองเลยมีสถานที่หลายแห่ง... ที่ประทับใจคือภูกระดึง...อันแสนนาน ที่ยังสวยงามในความทรงจำ...และค่ายศรีสองรัก ที่พบคนดี... ลานพระที่ให้ความปิติชุ่มเย็นใจ...คงสักวันลูกจะไปกราบนมัสการพระพุทธรูป 
คนอุดรฯที่มีอดีตฝังใจ
เธญเธกเธ—เธธเธเธ‚เนŒ
เขียนโดย เธœเธนเน‰เน€เธขเธตเนˆเธขเธกเธŠ เปิด 2010-03-02 20:41:27
เธญเธขเธฒเธเน„เธ›เน€เธกเธทเธญเธ‡เน€เธฅเธขเธกเธฒเธเน€เธฅเธข  
 
เนเธ•เนˆเน„เธ›เน„เธกเนˆเธฃเธนเน‰ เน„เธกเนˆเธฃเธนเน‰เธˆเธฐเน€เธ”เธดเธ™เธ—เธฒเธ‡เธขเธฑเธ‡เน„เธ‡  
 
เธญเธขเธฒเธเธซเธฒเนเธŸเธ™ เนเธŸเธ™เธขเน‰เธฒเธขเน„เธ›เธ—เธณเธ‡เธฒเธ™เธ—เธตเนˆเธ„เนˆเธฒ เธขเธจเธฃเธตเธชเธญเธ‡เธฃเธฑเธ 
 
เนเธฅเธฐเธญเธขเธฒเธเธ–เธทเธญเน‚เธญเธเธฒเธชเน„เธ›เน€เธ—เธต เนˆเธขเธงเน€เธฅเธขเธ”เน‰เธงเธข 
 
เนเธ•เนˆเธเธณเธฅเธฑเธ‡เธซเธฒเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธเธฒเธฃเน€ เธ”เธดเธ™เธ—เธฒเธ‡ 
 
เธเธฅเธฑเธงเธ”เน‰เธงเธขเน€เธžเธฃเธฒเธฐเธ•เน‰เธญเธ‡เน„เธ›เธ„ เธ™เน€เธ”เธตเธขเธง 
 
เธ—เธธเธเธ‚เนŒเนƒเธˆเธซเธ™เธฑเธ เธ„เธดเธ”เธ–เธถเธ‡เนเธŸเธ™ 
ดี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-05-14 08:32:08
ดีดี
ดวงจิต
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-05-14 08:42:15
ไม่เพียงท่านให้ความรู้เรื่องยาเสพติด แต่ยังให้ข้อคิด 
ต้องทำดีเพราะดวงจิตไม่แตกดับไปไหน จำได้เสมอ.. 
อยากให้วัยรุ่นชายคนหนึ่งที่เชื่อมั่นในความคิดของตน 
มากเกินไป อยากให้เขามีจิตใจที่อ่อนโยน คิดดี พูดดี 
ทำดี และเติบโตเป็นสุภาพบุรุษที่สมบูรณ์แบบเช่นท่าน 
พ.อ.สุวรรณ เชิดฉาย  
จะทำอย่างไรถึงให้เขาได้มีโอกาสไปเป็นลูกศิษย์ของท่านบ้าง...อยู่ไกลเหลือเกิน..
ยินดีด้วย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-05-24 08:31:45
เห็นมีแสดงความยินดีที่ท่านได้ตำแหน่งใหม่ 
แต่ไม่ทราบเรียกว่าตำแหน่งอะไร (เป็นคำย่อ) 
แต่ก็ยินดีด้วยอย่างยิ่ง เพราะคนทำงานด้วยความทุ่มเท 
แรงกายแรงใจ ...ด้วยดวงจิต...บริสุทธิ์และมุ่งมั่น... 
เช่นท่าน พ.อ.สุวรรณ เชิดฉาย 
ต้องก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นแน่นอน..จอรอดูการเปลี่ยนแปลง 
ขอเอาใจช่วย...
อยากทราบเหมือนกัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-05-30 12:46:22
เราคนหนึ่งล่ะที่ชื่นชมนับถือท่านเสธ.ขาว 
วานบอกหน่อยเถิด..ท่านใดที่ทราบข่าวคราวท่าน 
พันเอกสุวรรณ เชิดฉาย ท่านดำรงตำแหน่งอะไร  
ที่ไหน? ในปัจจุบัน.
กำลังใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-05-31 12:27:57
มีโอกาสได้เป็นลูกศิษย์ท่าน พ.อ.สุวรรณ เชิดฉาย 
เมื่อหลายปีมาแล้ว และไม่ได้ติดตามข่าวท่านเลย 
แต่ก็ชื่นชมและนับถือท่านอยู่เสมอ..ขอเป็นกำลังใจ 
จนมาวันหนึ่งมีสถานการณ์คนเสื้อแดงรู้สึกหดหู่ใจมาก 
ก็เลยนึกถึงท่าน เพราะเป็นนายทหารท่านเดียวที่รู้จัก 
จึงพิมพ์ชื่อค้นหา จึงรู้ว่าท่านยังคนให้ความรู้อยู่ จชต. 
ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญการปลุกจิตสำนึกอย่างแท้จริง 
เราอยากให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี...ไม่อิจฉา...
สายน้ำ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-01 16:39:01
ต้นกล้า...เมื่อไม่ได้รับการบำรุงรักษาที่ดี 
จะเติบโตเป็นไม้ใหญ่ที่สมบูรณ์แข็งแรงได้อย่างไร 
เวลาที่ล่วงเลย...ทำให้น่าเสียดาย 
เหมือนสายน้ำ..ไม่ไหลย้อนกลับ 
แบบอย่างที่ดี...จำเป็นต่อชีวิต
ธรรมชาติ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-03 16:32:44
ฤดูกาลที่สมบูรณ์...ชีวิตเริ่มเบิกบาน... 
แต่ใบไม้...กลับร่วงล่น... 
อีกหนึ่ง...สุขสม ! 
อีกหนึ่ง......หลุดลอย...ดุจใบไม้.. 
หวัง..ต้นกล้า...เติบโต...งดงาม...
ทางสายใหม่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-07 12:38:49
ญาลันนันบารู...ทางสายใหม่ (ชื่อเพราะมาก) 
ขอให้บรรลุวัตถุประสงค์สูงสุด...ดังใจหวัง 
วัยรุ่นชายชาวอีสานคนหนึ่งสนใจเข้าร่วมโครงการ 
และอยากเรียนรู้วิถีชีวิตพี่น้องในพื้นที่ จชต. 
...หวังพบ...ทางสายใหม่...เพื่ออนาคตที่สดใส 
"โปรดดูแลรักษาคนดี"..ให้มีศักดิ์ศรีและยิ่งใหญ่ 
โปรดปกป้องคุ้มครองภัย...เพื่อให้ใคร ๆ อยากทำความดี 
(เป็นบทเพลงที่ไพเราะมาก)  
...เราสนับสนุน และเชิดชูคนทำดี...
สายใยสายโยง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-07 13:43:26
ขอน้ำมือ...ที่อบอุ่น คอยประคอง ดูแลรักษา ให้ต้นกล้าเจริญงอกงาม.. 
ขอน้ำใจ...ที่แสนงาม เป็นปุ๋ยคอยรดเป็นอาหารทำนุบำรุง 
ให้ต้นกล้าเติบโตอย่างสมบูรณ์ จนแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นร่มเงา ใหสรรพสิ่งมีชีวิตได้พึ่ง พักพิง. 
"สายธารใจ" จะรินไหลเป็นสายทิพย์คอยชโลมให้ความชุ่มชื่นเบิกบานต่อพืชสัตว์ ประดับหล้า..ตลอดไป.
ยิ่งใหญ่และล้ำค่า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-08 16:09:00
สายทิพย์...สายธาร... 
จงสืบประสานเป็นสายนทีที่ยิ่งใหญ่และล้ำค่า 
เพื่อสร้างหวังให้ปวงประชา...ร่มเย็นตลอดกาล 
 
..แม่น้ำสายน้อย ๆ ...ขอคารวะครับท่าน 
 
...เอื้ออาทร...ด้วยใจไมตรี...ไม่มีแบ่งชั้น...
เล้กแต่คุณค่าอนันต์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-10 09:19:46
สายน้ำเอย... 
ที่..ไม่มีไหลย้อนกลับ 
ที่..เป็นน้าใสไหลเย็น 
ให้คนได้มองเห็นกรวดทราย..สะอาดขาว..และสิ่งภายใต้ท้องธาร.. 
ดั่งสะท้อนให้จิตใจส่องเห็นธรรม 
จงไหลรื่น ชั่วนาตาปี 
นำความชุ่มชื้นแก่ปฐพี 
อยากได้บทเพลง"โปรดดูแลรักษาคนดี"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-11 08:26:21
ในความเห็นหัวข้อ"ทางสายใหม่" เราสนใจอยากได้เพลงนี้จัง. กรุณาให้เนื้อเต็มด้วยครับ ขอบคุณ
แดนสนธยา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-11 08:32:47
จะเป็นเหมือนสายน้ำ.. 
ไหลรินชั่วนาตาปี...เพื่อปฐพีชุ่มเย็น.. 
....ขอฟ้าโปรดประทาน..ความรัก..ความเข้าใจ..ให้โอกาส 
และการยอมรับ...เพื่อความสงบสุข...ศักดิ์ศรี..ในพื้นที่ 
ที่มีเรื่องราวมากมาย...ชวนให้น่าค้นหา..(ความจริงวันนี้) 
...แดนสนธยา..!!! 
slsf...โปรดให้อภัย หากถ้อยคำที่ส่งไป 
เป็นการไม่สมควร...ขอโทษครับ slsf... 
 
...ตั้งตารอในวันฝนจาง...ฟ้าจะได้เปิด... 
...กำลังใจ คือสายน้ำ คือชีวิต 
ขอให้ทำงานด้วยความสนุกครับ... 
 
กล้าจังครับ...ผมกลัวอยู่นะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-11 12:20:42
เพลง : โปรดช่วยกันดูแลคนดี 
 
กว่าจะมีคนที่ดี ดี ซักคน 
ยอมอุทิศตนเพื่อคนส่วนใหญ่ 
กว่าจะเจอคนที่เราเห็น 
ว่าเป็นคนใช่ 
ต้องรอนานเท่าใดจึงได้มา 
แต่คนดีก็อยู่กับเราไม่นาน 
โดนแรงเสียดทานโถมจนพ่ายล้า 
ใครโง่ไม่เป็นใครเด่นเกินไป 
ต้องโดนคนว่า ทำถูกใจช้า ยังด่าทอ 
ใช้คนดีเปลืองฝืดเคืองคำชม 
โยนเรื่องทับถมถึงทนก็ท้อ 
เมื่อทำดียากใครอยากจะทำดีต่อ 
ก่อนที่คนดีจะท้อจึงร้องขอแรงส่งมา 
* โปรดช่วยรักษาคนดี 
เชิดชูคนที่เสียสละ 
ไม่ถูกใจบ้างบางเวลา 
อย่าด่วนกล่าวหาจนถอดใจ 
โปรดช่วยดูแลคนดี 
ให้มีศักดิ์ศรีและยิ่งใหญ่ 
ปกป้องคนดีให้มีชัย 
เพื่อให้ใครใครอยากทำความดี 
อยากให้มีคนที่ทำดี มากมาย 
ยืนหยัดสู้ไหวแรงใจมากมี 
กว่าจะเจอก็อยากนักหนา 
ควรรักษาให้ดี ใช้เพชรที่เรามี อย่างรู้ค่า 
( ซ้ำ * , * ) 
ไม่กลัวหรอกครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-12 17:00:57
ดีใจมาก..ซาบซึ้งมาก.. 
............................ 
"กว่าจะเจอคนที่เราเห็น 
ว่าเป็นคนใช่ 
ต้องรอนานเท่าใดจึงได้มา.. 
............................. 
อยากให้มีคนที่ทำดีมากมาย 
ยืนหยัดสู้ไหวแรงใจมากมี 
กว่าจะเจอก็ยากนักหนา 
ควรรักษาให้ดี ใช้เพชรที่เรามี อย่างรู้ค่า" 
(ร้องช่วยกันครับ...น้ำตารื้น ซึ้งมาก)
หนึ่งบทเพลง...ล้านคำบรรยาย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-14 13:12:33
.....เพลงรอวันเธอกลับมา... 
 
รอวันเธอกลับมา รอวันเธอกลับมา 
ยังรักและยังศรัทธาคิดถึงเสมอ 
ตั้งแต่วันที่เธอจากไป ฉันเฝ้าตามข่าว 
อยากจะรู้เรื่องราวเหตุการณ์มันเป็นอย่างไร 
ที่ใครเขาพูดกัน ว่าเธอนั้นบ่อนทำลาย 
ฉันก็แปลกใจข้อมูลมันไม่ตรงกัน 
ระหว่างที่เราเจอกันก่อนนั้นฉันว่าเธอว่าดี 
เอื้ออาทรด้วยใจไมตรีไม่มีแบ่งชั้น 
กับข้อกล่าวหามากมาย ปัญหาอีกสารพัน 
ฉันก็รอวันเธอกลับมาพิสูจน์ความจริง 
รอวันเธอกลับมา รอวันเธอกลับมา  
ยังรักและยังศรัทธาคิดถึงเสมอ  
รอวันเธอกลับมา หลายคนเขาอยากเจอ  
แค่ได้ยินน้ำเสียงของเธอน้ำตามันซึม 
ตั้งตารอในวันฝนจางฟ้าจะได้เปิด 
กลับมาเถิดคนดีตรงนี้มีคนคอยเสมอ 
อ้อมกอดแห่งรักที่พักใจ น้ำตาใส ๆ ให้เธอ 
ฉันเชื่อมั่นเสมอว่าเธอนั้นคือคนดี 
รอวันเธอกลับมา รอวันเธอกลับมา  
ยังรักและยังศรัทธาคิดถึงเสมอ 
รอวันเธอกลับมา รอวันเธอกลับมา  
หลายคนเขาอยากเจอ 
แค่ได้ยินน้ำเสียงของเธอน้ำตามันซึม 
รอในวันฝนจาง ฟ้าจะได้เปิด 
กลับมาเถิดคนดี ตรงนี้มีคนคอยเสมอ  
อ้อมกอดแห่งรักที่พักใจ น้ำตาใส ๆ ให้เธอ 
ฉันเชื่อมันเสมอว่าเธอนั้นคือคนดี 
อยากจะเห็นรอยยิ้มของเธอ  
อยากตะโกนว่าคิดถึงเธอทุกลมหายใจ… 
...ความในใจของคนรากหญ้า...(เพลงสุดท้าย..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-14 13:19:16
....เพลงคนเดียวที่คิดถึง.... 
 
คนเดียวที่คิดถึง 
ที่รักเธอเป็นดังดวงใจ 
เธอไม่มาด้วยเหตุใด  
จะไปไหนก็ไม่บอก 
ทิ้งฉันไว้คนเดียว 
คนเดียวที่คิดถึง 
ป่านนี้ใจเธอคิดอะไร 
คิดถึงฉันหรือเปล่า 
ว่านอนหนาวหัวใจ 
เหงาเกินคำบรรยาย 
เลยเวลาเธอไม่มาหา 
รู้บ้างใหมว่าฉันคอย 
กำลังใจเริ่มจะถดถอย 
น้ำน้อย ๆ ไหลออกตา 
คิดถึงเธอแทบใจจะขาด 
อยากให้เธอกลับมาซะที 
คิดถึงเธอทุกวินาที 
อยากจะพบเธอคนเดียว 
คนเดียวที่คิดถึง  
ป่านนี้ใจเธอคิดอะไร 
คิดถึงฉันหรือเปล่า 
ว่านอนหนาวหัวใจ 
เหงาเกินคำบรรยาย 
เลยเวลาเธอไม่มาหา 
รู้บ้างใหมว่าฉันคอย 
กำลังใจเริ่มจะถดถอย 
น้ำน้อย ๆ ไหลออกตา 
คิดถึงเธอแทบจะขาด 
อยากให้เธอกลับมาซะที 
คิดถึงเธอทุกวินาที 
อยากจะพบเธอคนเดียว 
คนเดียวที่คิดถึง 
ที่รักใจเธอคิดอะไร 
คิดถึงฉันหรือเปล่า 
ว่านอนหนาวหัวใจ 
อย่างทิ้งฉันไว้คนเดียว 
สุนทรียภาพ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-14 13:45:00
ในโลกนี้...ที่กำลังสับสนวุ่นวาย 
อาจจะหาความรื่นรมย์ไม่ได้บ่อยนัก 
แต่ก็ไม่ยาก...ถ้าเราจะหา 
เช่น. กำลังใจที่เราให้กันอยู่นี้... 
บทเพลง... 
คือสื่ออภิรมย์อย่างหนึ่ง 
ที่ให้ความไพเราะเบิกบาน 
ให้ความหมาย... 
และ นี่ก็คือไมตรีจิตที่หัวใจงามหยิบยื่นให้กัน.. 
อยากไปร้องตะโกนดังๆบนภูกระดึงจัง..ตรงผาหล่มสัก 
คุณหรั่ง(ร็อกเคสต้า)..ก็คุณหรั่งเถอะ! 
หากมาเจอ คนนี้ร้อง..ก้องยอดภู.. 
รับรอง..ไปกระแทกใจ"ใครคนนั้น"แน่นอน 
คนที่เราคิดถึงเขานั่นล่ะ 
โอมเพี้ยง!...ขอให้ต่างก็คิดถึงกันและกันนะ 
เป็นกำลังใจ และแบบอย่างที่ดี 
มีคุณค่าอย่างยิ่ง
ขอให้มีเพลงอื่นตามมานะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-14 13:54:33
อย่าเพิ่งให้เพลงสุดท้ายเลย 
เปลี่ยนกันหา...ช่วยกันร้อง 
ช่วยกันสร้างสรรค์...เป็นพลังทำความดี 
"สิ่งละอันพันละน้อย"..หากเราค่อยๆช่วยกัน 
ก็สามารถเป็น"สิ่งยิ่งใหญ่ได้"
ขอบคุณครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-14 16:42:50
...มากมาย...เกินคำบรรยายจริง ๆ... 
 
......ขอบคุณครับ... 
 
...วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดในการทำงาน....
แปลกใหม?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-15 09:38:42
ใคร ๆ ต่างก็พูดถึงธรรมชาติที่แสนงาม...สุดประทับใจ 
มีอะไรน่าสนใจกว่านั้นหรือเปล่า.."จังหวัดเลย" 
แปลกใหม? หากจะบอกว่า ... 
" ผมไม่เคยไปชื่นชมธรรมชาติที่นั่น " อืม... 
วันหนึ่ง! ผม! จะไปยืนบนยอดเขาสูงที่สุด! 
 
(มีหรือเปล่าไม่รู้....น่าอายจริง ๆ!)
เป็นห่วง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-15 16:21:38
...หลังจากช่วยร้องเพลง... 
...ยังปลอดภัยดีหรือเปล่าครับ...
แปลกจริง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-15 20:44:09
ธรรมชาติที่จังหวัดเลย..หรือธรรมชาติที่"ภูกระดึง" ? 
ที่ยังไม่เคยไปน่ะ  
ไม่เคยไปชื่นชมธรรมชาติ แล้วเคยไปทำงานหรือเปล่า? 
........... 
จะหาโอกาสไปได้ไหมหนอ "เฮ้อ"!... 
วันนั้น...ขอให้มีเวลาได้ไปยืนบนยอดเขานะ 
(ไม่ต้องสูงที่สุดก็ได้...ให้สบายใจ ละวางภาระสักหน่อย)
สบายดีครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-15 20:56:52
...ร้องเพลงแล้ว..ผ่อนคลายอารมณ์.. 
ยิ่งมีคนเป็นห่วงความปลอดภัย.. 
ก็จะใช้ความระมัดระวังตัว ยิ่งขึ้น 
เพื่อสนองน้ำใจท่าน.. 
...ทำงานก็สนุกดีบางครั้ง 
แต่หลายครั้ง..ก็ยุ่งหนัก..เกิน 
...แต่ใจยังใฝ่ฝัน อยากทำงานยิ่งใหญ่.. 
ที่ตั้งตารออยู่...ไม่รู้จะได้ดังหวังหรือเปล่า?
ความฝัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-16 12:09:10
ไม่เคยไปจังหวัดเลย... 
...เคยแต่ฟังเพลงเกี่ยวกับจังหวัดเลย...ชอบมาก.. 
เป็นดินแดนที่มีมนต์ขลัง... 
....มีความทรงจำมากมายของใครหลายคน.. 
ผม ! ฝันอยากจะไปตั้งนานแล้ว.... 
...แต่ไม่มีโอกาสได้ไปครับ.. 
คนดี!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-16 12:11:40
...สำหรับคนดี !… 
...การงานยุ่งยาก... 
....ลำบากแค่ไหน.. 
....อุปสรรคเพียงใด... 
ก็ต้อง! สำเร็จใน “สิ่งที่ยิ่งใหญ่” ได้ดังหวัง แน่นอน!!! 
 
....จะร้องเพลงให้ทุกวันครับ... 
(โปรดช่วยกันดูแลคนดี) 
อย่าลืม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-16 12:15:57
....รับประทานอาหารด้วยครับ...
"คนนั้น"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-17 12:22:07
อยากให้เป็น ....“ใครคนนั้น” 
“คนที่ยิ่งใหญ่” ที่คนมากมายเคารพนับถือ 
อยากให้ใช้ความยิ่งใหญ่ของท่าน... 
พัฒนาคนในสังคมให้พ้นจากความพิกลพิการ 
....เช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้... 
 
(ถ้าไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่....คงไม่คิดทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่) 
..."มั่น"...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-17 12:23:54
“นะโมวิมุตตานัง นะโมวิมุตติยา” 
มนต์อันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่มั่น 
โปรดคุ้มครองคนดี !!! 
“ที่กำลังคิดทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่” 
ขอให้สำเร็จดังใจหวัง.... 
คอย..ฟ้า..ส่งคนดีมาช่วย “ล้างอาถรรพ์”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-18 12:40:30
......เพลงทางเดินชาวดิน..... 
 
นาแล้งแห้งผาก ความชุ่มตีจากแผ่นดินอีสาน 
ลมร้อนขับไล่ ผลักไหล่ดอกจาน 
ให้จำลาก้านร่วงหล่นลงดิน 
ดังลูกอีสาน พลัดถิ่นฐานที่เคยทำกิน 
เข้ามาปลดเปลื้องหนี้สิน 
หยาดเหงื่อหลั่งรินอยู่ในเมืองฟ้า 
เงินเบางานหนักคือสัญลักษณ์ของคนขายแรง 
เหงื่อเม็ดถูกถูกสร้างสิ่งแพงแพง 
แลกกับข้าวแกงกินตามยถา 
เหลือจ่ายเก็บไว้ส่งคืนไปให้คนอยู่นา 
ในยามที่ฝนลืมฟ้า เปลี่ยนโชคชะตาของคนอีสาน 
จากเด็กเรียนดี แต่วันนี้เป็นกรรมกร 
จากหมอลำชื่อเสียงกระฉ่อน 
ต้องมาขับกลอนลำเดินขอทาน 
นักมวยเงินหมื่น วันนี้ทั้งคืนต้องยืนล้างจาน 
จากเป็นนางงามสงกรานต์ สุดทางฝันเป็นสาวนั่งบาร์ 
เหมือนถูกสาบส่ง ถูกฉ้อโกงเอาความโชคดี 
ลูกอีสานจนถึงวันนี้ ยังย่ำวิถีของคนทิ้งนา 
ทางเดินชาวดิน ยังมีมลทินเป็นคราบน้ำตา 
คอยความเห็นใจจากฟ้า....ส่งคนดีมาช่วย.. 
.....“ล้างอาถรรพ์” 
อย่าซีเรียส..นะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-18 12:52:18
ทุกข้อความเป็นเพียงความรู้สึกนึกคิด 
 
..."ไม่หวังผล"... 
อยากให้เป็นผล
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-18 15:18:23
สาธุ... 
ขอตั้งจิตมั่นน้อมรับมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่มั่น 
ใส่เหนือเศียรเกล้า... 
พร้อมขออนุญาตน้อมส่งให้พี่น้องไทยทุกคนที่กำลัง 
มุ่งคิดดี ทำดี... 
โดยเฉพาะ"ท่านผู้ให้มา"...จงได้สนองนำให้ท่านมี 
ความอิ่มเอมเกษมศานต์ สุขสมหวังที่ตั้งใจ. 
........................................ 
เป็นกำลังใจที่ล้ำค่า...มาปลอบประโลมให้อยากทำสิ่งที่ก่อเกื้อความดี...และ 
ประโยชน์สุขให้แผ่นดิน... 
ด้วยกำลังเพียงเล็กน้อย...จะพากเพียร... 
คงยากลำบากบ้าง แต่ตั้งใจแล้ว! 
.........................................
"คนหนึ่ง"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-18 15:33:49
เขาช่างอยู่ไกลนักหนา... 
แต่...เป็นผู้จุดความสว่างให้เห็นทางเดินสายนี้... 
"ทางแห่งความดีทั้งปวง" 
คนที่เปี่ยมคุณค่า...ให้เราได้เคารพนับถือ 
เป็นที่รัก ชื่นชม...ของผู้คนที่มองเห็นทางดีนั้น 
"คนหนึ่ง กับ คนนั้น" ขอจงมีโอกาสได้ประสานดำรงกิจ 
ให้ผู้คนได้ดำเนินตาม...ให้ลุล่วงฟันฝ่าอุปสรรคร่วมกัน 
สู่ปลายทางที่แสนสุขร่มเย็น.
"ค่าของคน"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-20 12:53:19
ค่าของคน ... 
อยูที่ผลของงาน 
อยู่ที่การกระทำ 
อยู่ที่กรรมของแต่ละคน 
ค่าของใจ... 
อยู่ข้างในของคน 
ชั่วและดีปะปน 
อยู่ที่หัวใจ (ซ้ำ) 
*ค่าของความรัก อยู่ที่ความภักดี 
ค่าของชีวี อยู่ที่ยามยิ้มได้ 
ค่าของฉัน อยู่ที่เธอเข้าใจ 
ไม่หวั่นไหว หากใครเขามากีดกัน 
ค่าของเรา... 
อยู่ที่เรารักกัน 
โลกจะเป็นสวรรค์ 
เมื่อเรารักกัน "สมค่าของคน"
ที่นี่..คือแดนสุขสันต์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-21 10:02:28
ขอให้บอร์ดนี้ เป็นที่รวมของพวกเรา..ที่หวังความเบิกบาน 
ในเรื่องของชีวิตที่ยังต้องสัมผัสกับธรรมชาติ ความสวยงาและไมตรีต่อกัน ความอาทรห่วงใยในพี่น้องคนไทย 
ต่อผู้คนที่ชอบเมืองเลย.. ผู้ที่ชอบสร้างสรรค์ คิดดีๆ 
อยากให้ไมตรีจิต กำลังใจแก่กันและกัน.. 
ขอให้เป็นเรื่องเบาๆ สนุกสนานนะคะ. 
*** เหนื่อยหนักมาจากไหน 
ขอจงมาพักใจที่นี่ *** 
,มาสร้างสรรค์ สิ่งที่ดีงามให้สังคม ... 
เพราะพวกเราคือ"ศิษย์ เสธ.ขาว.
บางเวลา..กลัวจะลืม..จึงฝากมา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-21 10:28:05
****************** 
หากเราต้องจากกัน  
จะเป็นด้วยเหตุใด 
เก็บความคิดที่คล้ายกัน 
กับความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนั้นไว้ 
หากวันไหนที่เธอ 
เกิดเจอะเจอทุกข์ภัย 
หากเธอนั้นเดือดร้อนใจ 
จะเป็นเรื่องใดที่ทำให้เธอท้อแท้ 
*** ขอเพียงแต่เขียนมา 
ขอเพียงส่งเสียงมา................ 
..........................
...ความสุข...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-21 12:49:58
สำหรับคนมากมายที่ “จนและเจ็บ”  
เพียงแค่ “คิด” ก็อาจเป็นสิ่ง “ต้องห้าม” 
และถ้าพอมีโอกาสได้ “พูด” บ้าง 
ก็รู้สึกเป็นเพียงแค่การ “บ่น” กับตัวเอง 
แต่ถ้าจะมีใครได้ยิน...และ “ใส่ใจ” บ้าง 
ก็ถือว่าเป็น”ความสุข” ที่หาได้ยาก!!! 
"หยุด"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-21 12:52:25
จริงสิ! ทุกคนต้องการความสบายใจ 
เราคงซีเรียสมากเกินไป... 
กลัวว่า...จะทำให้คนอื่นไม่สบายใจ.. 
เราคิดว่าควรจะ …“หยุด”…  
เพื่อทบทวนตัวเองดีใหม..? 
มิตรแท้
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-22 15:31:05
ในยามตกทุกข์ได้ยาก...ท้อแท้...เหนื่อยอ่อน.. 
จะมีสิ่งใดเล่า ที่จะมีค่าเท่า"กำลังใจ" 
ชีวิต.มีทั้งสุขและทุกข์คละเคล้ากัน... 
แต่ชีวิต ก็ต้องดำเนินไป... 
ใจเย็นๆ ใจดีๆครับผม!
ขอโทษครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-23 16:12:08
ที่ไม่ทันคิด......จึงทำให้ท่านไม่สบายใจ 
ลืมไปว่าที่นี่ควรจะเป็น.....ที่แสนสุข 
เพราะที่นี่.....เป็นที่พักผ่อนกับธรรมชาติ 
ที่สวยงาม... “จังหวัดเลย” ที่ที่เป็นที่รักของทุกคน 
จึงควรจะมีแต่.....เรื่องที่น่ารื่นรมย์... 
แต่ผม.......พูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ 
แล้วต่อไป....ผมจะพูดเรื่องอะไรดีครับ 
ในเมื่อ....ตลอดชีวิตของผมแทบจะ.. 
ไม่ได้ไปท่องเที่ยวที่ไหนเลย… 
ร้องเพลงดีกว่า..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-23 16:14:01
จิตใจพร้อมจะยินดี....กับรอยยิ้มที่เธอมี… 
อยากเห็นรอยยิ้มที่ชื่นบาน...อยากเห็นจากเธอ.. 
อยากให้เธอได้มี...สิ่งที่ดีเรื่อยไป..... 
ขอบคุณ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-23 16:15:42
สำหรับคำว่า “มิตรแท้” 
...ให้ความรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ...ครับ! 
ขอรอยยิ้มหน่อย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-23 16:21:50
...ท้องฟ้าสดใส.....ขอบคุณครับ!
รางวัลชีวิต
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-23 18:45:23
ยังไม่เคยพบใครเลยนะ ที่เอาใจใส่ในความคิดเห็นและคำพูด...เท่านี้! ถือว่าเป็นรางวัลชีวิตเลยล่ะ 
ในพื้นที่...อันสับสนวุ่นวายของโลกปัจจุบัน 
"เรา"ได้สืบสานคุณค่าของมนุษย์ ด้วยการจรรโลงศิลปะชีวิต 
ต่อกัน. จงมั่นคง และเชื่อมั่นว่าน้ำใจไมตรีอันงดงาม. 
"ยังเหลืออยู่ในปัจุจุบัน" 
เพียงแต่ว่าเราจะเข้มแข็ง ต้านแรงเสียดทานได้เพียงใด 
"ปิยมิตร" ขอให้เราช่วยกันรักษาความชุ่มชื่นเบิกบานไว้ให้ผืนแผ่นดินนี้ไว ้ ให้นานๆนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-23 18:56:37
"ในยามเราหัวเราะ โลกก็จะหัวเราะกับเรา 
แต่ ในยามเราร้องไห้ เราก็ร้องไห้อยู่คนเดียว" 
*** 
ความจริงของชีวิต มักเป็นเช่นนี้... 
เราต้องยิ้มรื่นไว้...ทั้งที่ต้องฝืน 
แต่ กับคำว่าเพื่อนแท้...จะมีแต่พลังใจอันเจิดแจ่ม!
..อย่าอาวรณ์..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-24 11:55:14
......ชีวิตที่ผ่านพบ……มีลบย่อมมีเพิ่ม.... 
.....ขอเพียงให้เหมือนเดิม.....กำลังใจ... 
......อย่าอาวรณ์.............. 
 
******* 
 
เราจะ..........มั่นคงและเชื่อมั่นในน้ำใจไมตรีของท่าน ! 
เราจะ..........เข้มแข็ง ! 
เราจะ..........รักษาความชุ่มชื่นเบิกบาน ! 
เราจะ..........ยิ้มโดยไม่ฝืน ! 
เราจะ..........มีพลังใจมากมาย ! 
เพราะเรา.....มีรางวัลชีวิต “ปิยมิตร” ที่เปี่ยมคุณค่า ! 
เราหวังว่า....ท่านคงจะยิ้มได้ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย!! 
ขอให้เป็น...เช่นตะวัน!!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-24 12:15:13
 
คงไม่นานตะวันสาดแสงแรงกล้า…ส่องให้ฟ้างดงาม… 
 
ทุกเวลา..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-28 11:05:45
ไม่เคยลืมครับ...แต่สื่อสารไม่สะดวก 
...คิดถึงเสมอครับ..
ดูบอลก็สนุกนะครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-28 11:11:15
ปกติผมไม่ดูบอลโลก.... 
วันหนึ่งเห็นลูกชายดูบอลคนเดียวที่บ้าน 
ผมก็เลยนั่งดูกับเขา ก็สนุกดีมีครบทุกความรู้สึก 
...ผิดหวัง....สมหวัง.....พอดูกองเชียร์ก็ขำสุด ๆ... 
ที่ดีกว่านั้นคือได้พูดคุยกับลูก รู้สึกดีมาก ๆ  
ผมก็เลยต้องหาข้อมูลนักฟุตบอลเพื่อมาคุยกับลูก 
เขาก็อธิบายให้ผมรู้ เช่นกันว่า “กองหน้านะต้องแข็งแรง 
ต้องวิ่งเร็ว ยิงคม และแสดงละครเก่ง ถึงไม่เจ็บก็ชักดิ้นชักงอไว้ก่อน” 
อืม...เป็นความรู้ใหม่ที่น่าติดตามครับ  
ผมต้องขอบคุณ....ฟุตบอลโลก....  
ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง...บอกว่า..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-28 11:16:50
ดีดิเอร์ ดร็อกบา ศูนย์หน้าทีมชาติไอวอรี่โคสต์ 
ตอนที่ดร็อกบา นำทีมชาติไอวอรี่โคสต์เข้ารอบสุดท้ายของเวิลด์คัพปี 2006 
สงครามกลางเมืองในบ้านเกิดของเขาที่ยืดเยื้อมานาน 5 ปี ยังไม่มีวี่แววว่าจะสงบ 
ภายในห้องพักนักกีฬา เขาจับไมโครโฟน แล้วคุกเข่ากลางห้อง 
รายล้อมด้วยเพื่อนร่วมทีม ขอร้องให้ทั้งสองฝ่ายที่สู้รบกันวางอาวุธ 
ปรากฏว่าภายในสัปดาห์เดียว ก็สัมฤทธิผล โดยมีการเจรจาสงบศึก 
นำสันติภาพสู่ประเทศได้ 
นับเป็นผู้ทำหน้าที่ “สมานฉันท์” ได้สำเร็จ 
น่าชื่นชมจริง ๆ ...ยิ่งใหญ่มาก ๆ .. 
 
(.....อยากมีแบบนี้บ้าง.....สักคน...) 
ผมชอบ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-28 11:20:43
“กาก้า” นักเตะทีมบราซิล 
เขาดูเท่ และมีภรรยาสวยครับ 
(เกี่ยวการเล่นฟุตบอลตรงไหนนี่) 
ผมเชียร์ทีมบราซิลครับ 
 
ขอเพียง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-28 11:23:54
...ความรู้สึกนึกคิดเล็ก ๆ  
เป็นกำลังใจให้ใครสักคน... 
มีรอยยิ้มในเวลาทำงาน 
...เพียงเท่านี้ครับ....อย่ากังวล...!! 
อยากร้องดังดัง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-29 12:08:32
ไม่รู้ว่าเป็นอะไร คล้ายๆโลกมันเปลี่ยนไป 
มองไปทางไหน สวยงามกว่าเคยทุกครั้ง 
หัวเราะได้จนสุดทาง โลกช่างสดใส..ทั้งวัน 
ฉันเห็นผู้คนมากมาย ไม่รู้ว่าใครต่อใคร 
ทั้งซ้ายทั้งขวา ยิ้มให้กันและกันทั้งนั้น 
รู้ไหมว่ามันถูกใจ รู้ไหมที่เธอบอกกัน 
ฉันอารมณ์ดี โว้ โฮ โฮ... 
* อยากจะร้องดังๆ พูดให้ใครต่อใครได้รู้ทั่วกัน 
............................................ 
** ฉันขอเพียงแค่สักวัน 
ให้ฉันได้ทำอย่างใจ 
ให้ฉันได้ร้องเข้าไป 
ให้มันถึงฟากฟ้า ก็เพราะว่ามันสุขใจ 
ฉันขอร้องมันออกไป ฉันสบายใจ  
โว้ โฮ โฮ...
น่าเป็นห่วง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-29 12:58:32
หายไปหลายวัน...นึกว่าโดนอุ้มไปแล้ว.. 
กลับมาร้องเพลงได้......ก็ดีใจ ! 
แต่อย่างร้องดังมากนะครับ... 
 
***** 
มีคนมองผมด้วยความสงสัย.. 
และถามว่า “อ่านอะไรอยู่ ทำไมยิ้มคนเดียว” 
 
...ผมก็เลยต้องระวังตัวครับ... 
ชื่นใจจริง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-29 15:58:17
ทำงานหนัก...จนไม่มีเวลาครับผม! 
งานแสนหนัก ก็ต้องทน.เพื่อ"ความภูมิใจ" 
*** 
เพราะมีกำลังใจดี เช่นนี้... 
จึงต้องทำตัวให้มีค่ามากๆ... 
*** 
เหนื่อย...พัก. ก็หาย... 
อ่าน.. "น้ำคำ" จากมิตรแล้ว.. มีพลังชดเชย มากมาย...
เสียดาย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-30 09:06:55
ก็ลุ้นญี่ปุ่น..น่ะนะ (เชียร์เอเชีย) เก่งนะตีไข่แตกตั้ง3ใบ 
............................ 
ยังไง? ก็ขอให้ ชม-เชียร์ อย่างมีความสุขทั้งครอบครัว. 
"พ่อลุ้น..ลูกรับ..แม่หลับ..อบอุ่นใจ" 
ไม่ต้องออกไปนอกบ้าน. 
รับประทานอาหารที่มีประโยชน็ 
พักผ่อนให้เพียงพอ.นะครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-01 12:29:24
".....ขอกายเจ้าจงเป็นเช่นต้นไม้ 
ยืนอยู่ได้โดยภพสงบนิ่ง 
เพื่อแผ่ร่มและเป็นหลักให้พักพิง 
แต่งดอกพริ้งผลัดฤดูอยู่ชั่วกาล 
และใจเจ้าจักเป็นเช่นสายน้ำ 
ใสเย็นฉ่ำชื่นแล้วไหลแผ่วผ่าน 
เพื่อเลี้ยงชีพชโลมไล้ให้เบิกบาน 
เพียงพ้องพานผิวแผ่วแล้วผ่านเลย 
....................................."
เผื่อไววันหน้า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-01 12:44:24
ปิยมิตร. 
เรา มีภารกิจที่จะต้องปฏิบัติหลายวัน.. 
ฝากอ่านรอเพลินๆนะ 
แล้วจะกลับมา พบบกันดั่งเคย...
...เงียบเหงา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-02 08:30:24
...”ขอดวงวิญญาณ.... 
....สถิตสถานวิมานเมืองแมนแสนไกล.. 
... เรื่องข้างหลังขอจงอย่าได้ห่วงใย. 
...อย่าอาลัยให้หม่นหมองวิญญา...” 
******** 
เป็นหนึ่งบท...ของเพลงที่เพื่อนแต่ง 
และร้องหน้าไฟ...ให้กับผู้วายชนม์ 
.....ผมอยู่ท่ามกลางคนมากมาย  
.....แต่ผมกลับรู้สึกเงียบเหงา..วังเวง 
.....เช้าเจอหน้าทักทาย.... บ่ายเขาก็จากไป… 
******* 
“ชีวิตไม่แน่นอน” ฟังดูธรรมดา ทุกคนเข้าใจได้ 
แต่เมื่อเป็นคนที่เรารู้จัก 
ดูเหมือนเราจะไม่อยากเข้าใจ และยากจะยอมรับ 
วันที่ 25,30 มิ.ย.53 ผมไปงานสีดำครับ 
...เข้าใจ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-02 08:34:18
ตอนนี้ผมเข้าใจและยอมรับคำว่า.. 
“ความไม่แน่นอน” มากขึ้น 
ต่อไปผมจะ....ไม่คิดถึงอดีตมากนัก 
และผมก็จะ.... ไม่กังวลถึงอนาคตเกินไป 
แต่ผมจะ....ให้ความสำคัญกับ “ปัจจุบัน” ให้มาก 
 
***** 
 
บางวัน....อาจจะมีข้อความมากมายฝากไว้ที่นี่ 
เผื่อว่า.....บางวันไม่มี 
แต่ทุกวัน...คิดถึงเสมอครับ.. 
 
...คุ้มครอง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-02 08:43:50
ขอไห้พลังความดีทั้งหลายที่ท่านได้ทำ 
ความช่วยเหลือที่ท่านมีให้คนมากมาย 
และพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย 
จงคุ้มครองท่านให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง 
ให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว 
ประสบผลสำเร็จในทุกสิ่งที่ปรารถนา 
และขอให้ท่านมีความสุขท่ามกลางผู้คนที่รักท่าน 
และทุกคนที่ท่านรัก.... 
...วันหนึ่ง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-02 08:45:37
ผมดูบอลกับลูก....ทีมเยอรมันพบอังกฤษ 
ลูกเชียร์ทีมอังกฤษ ผมเชียร์ทีมเยอรมัน 
ผลก็คือเยอรมันเหนือกว่าอังกฤษ 
ผมก็เชียร์เต็มที่...หวังสร้างบรรยากาศ 
แต่ลูกกลับเงียบ...และหันมามองผม 
ผมก็เลยบอกว่า...ผมง่วงแล้ว...ไปนอนก่อนดีกว่า 
****** 
หลังจากนั้นผมก็ไม่แสดงอาการว่าเชียร์ใคร 
ดูด้วยกัน.....ก็คุยกันไปได้ 
***** 
ต่อไป...ผมว่าจะเชียร์ทีมเดียวกับลูก 
จะได้ช่วยกันลุ้น 
และแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน 
***** 
แบบนี้เขาเรียกว่ารู้แพ้รู้ชนะหรือเปล่า 
หรือจะเรียกว่า “สมานฉันท์” ดีครับ 
จะว่าไป...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-02 08:51:34
ทีมเยอรมันผมก็ชอบครับ 
ดูแล้วเขาเล่นอย่างมีวินัย 
เหนียวแน่น..มั่นคง..ไม่หวั่นไหว 
 
**** 
 
อยากให้เยอรมันชิงกับบราซิล 
 
**** 
 
แล้วแบบนี้...ผมจะเชียร์ใครดีครับ. 
 
 
 
 
...ขอบคุณ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-02 08:54:56
ขอบคุณ...เจ้าของพื้นที่ตรงนี้ 
ขอบคุณ...ทุกข้อความที่เขียนด้วยใจ 
และขอบคุณ “มิตรแท้” ครับ 
 
**** 
ขอบคุณ...ที่ทำให้ผมยิ้มได้ 
 
*** 
 
 
ยิ้มแฉ่ง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-04 12:38:10
บำรุงรักษาสุขภาพ ไว้ลุ้น"อินทรีเหล็ก" กับ "กระทิงดุ" 
ไว้นะ...จะได้คึกคักกระชุ่มกระชวย..มีกำลังใจดำรงชีวิต 
หลังจากมีการ แพ้ หรือชนะเกิดขึ้น. อยู่ข้างไหนเราก็ร้องเพลงได้สนุกตามประสา คน คน คน ด้วยน้ำใจและไมตรี.
ไปไหนๆ ก็ไม่แจ่มใส เท่า"เมืองเลย"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-04 13:00:56
...รักคุณเท่าฟ้า... (คาราบาว) 
หากฉันบิน บินไปได้ดั่งนก 
ฉันจะบิน บินไปในนภา 
หากฉันลอย ล่องลมเหนือฟากฟ้า 
ฉันจะมองลงมายังพื้นดิน 
โลกมนุษย์ แสนกว้างใหญ่เหลือเกิน 
ยิ่งมองยิ่งเพลิน จำเริญหัวใจ 
พื้นแผ่นดิน แลดูเป็นสีเขียว 
พื้นแผ่นน้ำ แลดูเป็นสีคราม 
อาจจะเคยมีใครตั้งคำถาม 
ความงดงามของโลกอยู่ที่ใด 
โลกมนุย์ แสนกว้างใหญ่เหลือเกืน 
ยิ่งมองยิ่งเพลิน จำเริญหัวใจ 
***ความงามความรัก 
มีมาตามธรรมชาติ 
เติมวาดแต่งแต้มแสงสีตามในใจคน 
มีฟ้ามีน้ำมีดินหินทรายและผู้คน 
ร่วมสุขทุกข์ทนสร้างแผ่นพื้นดินไทย*** 
............................................... 
หากคุณบิน บินไปได้ดั่งนก 
ยามเมื่อคุณ บินไปในนภา 
................................. 
กระแสเสียงเพลงนี้จากฟากฟ้า แสนไกล 
ฝากความในใจให้มวลหมู่ชนทุกคน 
...................................
...และแล้ว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-05 10:23:12
บราซิลก็เจอกับฮอลแลนด์ 
ลูกชายบอก “ผมฮอลแลนด์ครับ” 
ผมก็บอก “ผมบราซิลนะ” 
...ครึ่งแรกผมนั่งเชียร์ ส่วนลูกชายนอน 
พอครึ่งหลังลูกชายลุกขึ้นมานั่งลุ้น 
แต่ผมเป็นฝ่ายนอนดูเงียบ ๆ  
...เห็นเขายิ้มอย่างมีความสุข...สมหวัง.. 
ผมก็ดีใจ....แต่ก็แอบผิดหวัง 
(ที่เชียร์บราซิลเพราะชอบกาก้าครับ) 
******** 
เหลือทีมเยอรมันให้เชียร์ 
ล่าสุดเยอรมันชนะอาเจนติน่า 4 – 0 
ผมเชียร์เยอรมันทั้งทีมเขาเล่นเก่ง 
******* 
…เมืองเลย....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-05 13:04:47
คนเมืองเลย....โชคดีมาก… 
ที่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวยงาม 
มีภูเขา (มีสายน้ำด้วยใหม?) 
 
...หากเป็นนก...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-05 13:10:06
 
ผมจะบินอยู่บนท้องฟ้าสูงที่สุด 
แล้วมองลงมาดู “คนดี”  
“ที่ทำงานแสนหนัก” และ 
“ภาคภูมิใจในตนเอง” 
ท่ามกลางธรรมชาติสวยงาม 
 
.....คงมีความสุขมาก... 
 
“ปิยมิตร”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-07 11:49:26
 
ทำงานแสนหนัก… 
เหนื่อยนักก็พักบ้างครับ 
ผมอยู่ไกลสุดฟากฟ้า... 
ให้กำลังใจท่านได้เพียงเล็กน้อย 
ถึงใจท่านจะเข้มแข็ง... 
แต่ร่างกายก็ต้องพัก ! 
เพื่อคนที่รัก-ภักดี อยู่รอบข้างจะได้ไม่กังวล ! 
 
(...หลับสักตื่นพักฟื้น...เอาเรี่ยวแรง..ต่อสู้ชีวิตใหม่...) 
 
.....น้ำคำ.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-07 11:52:25
 
หาก “น้ำคำ” เป็นกำลังใจ 
ให้..“คนดีที่งานหนักและมีคุณค่า.” มีพลัง ! 
...ก็จะมีให้ไม่ขาดสาย... 
เพื่อ...งานยิ่งใหญ่ 
เพื่อ....คนมากมาย.... 
เพื่อ....ความภูมิใจ.... 
....ครับผม...!!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-07 11:55:29
ใจของผมจักเป็นเช่นสายน้ำ 
เพียงพ้องพานผิวแผ่วแล้ว “ผ่านเลย”  
 
อยากรู้..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-08 13:17:11
 
เจ้าปลาหมึกทอง... 
ทำนายสเปนชนะเยอรมัน 
ยังสบายดีหรือเปล่านะ 
...ไทยร่มเย็น...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-08 13:21:05
 
หากเป็นนกจะผกผิน จะบินไปไกลสุดตา 
จะตามหาสกุณา ที่หลงป่ากลับคืนรัง 
จะเป็นคนเอาเสียงเพลง ร้องบรรเลงเพลงกล่อมขวัญ 
จะเป็นคนคอยประสาน ให้ไทยนั้นรักร่วมใจ 
จะเอาตัวกับหัวใจ เพื่อแดนไทยข้ายอมพลี 
ทุกศาสตร์สอนให้คนดี เอื้ออารีไมตรีกัน 
จะเอาชีวิตเป็นเดิมพัน จะยึดมั่นไม่หวั่นไหว 
จะให้รักให้อภัย ให้กำลังใจ ไทยร่มเย็น 
จะให้รักให้อภัย ให้กำลังใจ ไทยร่มเย็น (ใต้ร่มเย็น) 
...ความหวัง....ความฝัน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-08 13:25:25
 
“....ปัญหายาเสพติด...การศึกษาน้อย....ว่างงาน... 
.....ไม่มีอาชีพ....ยากจน...ไม่เคร่งศาสนา... 
.....ไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต...” 
 
จะต้องใช้เวลานานสักแค่ไหน.?...จึงจะแก้ไขได้ครับ ! 
 
******************** 
 
แม้ในข้างคืน...เดือนดาว...อันมืดมิด 
ยังมีสิทธิ์...คิดฝัน...อันเฉิดฉาย 
ดุจแสงเทียน...นำทาง...สว่างไกล 
ดุจหิ่งห้อย...พร่างพราย...ในค่ำคืน.... 
 
******************** 
 
จิบน้ำทิพย์..น้ำคำ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-08 14:21:46
เพิ่งได้ทานข้วกลางวัน สัปดาห์นี้วุ่นประสาน เตรียมงานใหญ่...สำคัญมาก ต่ออนาคตของชาติ 
ฟังดู..คงจะยิ่งใหญ่ระดับชาติ แต่ธรรมดา น้อยๆ เรื่อยๆครับ 
.......................... 
หายเหนื่อยจาก"กำลังใจ" นี่เอง 
จะรีบ ไปทำต่อละนะ 
เสร็จงานแล้วจะรีบมาคุย ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-08 22:19:24
เมื่อวานนี้.. เราขับรถไปทำงาน ตามปกติ 
แต่ต้องเดินทาง ทวนตะวัน 
เวลาเช้าๆ.. เพียงหกโมงเศษ ไม่น่าจะร้อนเพียงนี้! 
แดดแผดจ้าจนแสบตา ต้องใช้แว่นกันแดด 
รู้สึกกลุ้มใจ..กับสภาวะโลกร้อน 
กลุ้มใจ..กลัวแก่เร้ว ร่างกายเสื่อมโทรม 
ก่อนจะฟุ้งซ่านมากกว่านี้.. 
เปิดวิทยุฟัง...... 
ทันท่อนกลางของเพลงแรก "ตอบหน่อยได้ไหม"ของนันทิดา...เข้ากับบรรยากาศฝนปราย 
เพลงต่อมา..ช่างบังเอิญแท้.."คนเดียวที่คิดถึง" ใครนะให้มา ให้คิดถึงตะหงิดๆทันที 
เพลงที่สาม...สุดแสนเลย.."ใจประสานใจ" 
ทำให้อารมณ์อ่อนไหว ได้ผ่อนคลาย 
ได้ซาบซึ้ง..ต่อไมตรี ต่อความรักความใส่ใจกัน 
ต้องขอบคุณ สถานี คลื่น88เอฟเอ็ม 
ขอบคุณ ท่านผู้ประพันธ์เพลง ท่านผู้ที่สร้างสรรค์ให้เกิดความรักความเข้าใจกันของคนเรา 
................................. 
ขอบคุณตัวเอง ที่ยังรู้จักปรับเปลี่ยน พยายามทำในสิ่ง ที่เห็นว่าดีงาม รู้จักอดทน รู้จักหาวิธี... 
และ ได้รู้จัก"มิตร" ที่ทรงค่า คอยอาทรกัน 
.................................. 
แม้เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า...ตามธรรมดาสังขาร 
ก็ยังทรงกาย คุมใจ ให้มั่นคงได้ ต่อความมุ่งหวัง 
จะทำต่อไป...ในสิ่งทั้งปวง ที่มีโอกาส 
......................................... 
ตาจะปิดแล้วนะ แต่ว่าบอกแล้ว..จะคุยก่อนพัก... 
ได้บอกเล่าแล้วจะสบายใจ 
จะไหว้พระสวดมนต์ก่อน... 
ขอให้กุศลผลบุญที่ได้ทำมาจงส่งแผ่ยังผู้มีพระคุณทุกท่าน 
ให้ได้หลับพักผ่อนอย่างอิ่มเอมใจ 
ให้ฝันถึงดวงหน้าและแววตาอันสดใสของพี่น้องคนไทย 
ให้"พวกเรารักห่วงใย เมตตาต่อกันอย่างมั่นคง" 
**** ขอให้ท่าน จงหลับ ฝันดี เช่นเดียวกัน.
.....ไม่แน่ใจว่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-09 12:55:56
....ฯลฯ.... 
เป็นการ " หวังดี....แต่ประสงค์ร้าย " หรือ 
เป็นการรบกวนเวลาอันมีค่า... 
ของคนดี ! ทำงานแสนหนัก ! หรือเปล่า... 
 
.....ขอโทษครับ...
ไม่อยากทานปลาหมึก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-09 16:13:58
เพื่อนเขาซื้อผัดฉ่าทะเลมาฝาก... 
เห็นปลาหมึก...ไม่อยากทาน.ก็เลยไม่ทาน 
เขาเป็นหมอดูแม่นๆ...ต้องยกเว้นให้ 
............................................... 
ดูบอลไม่ค่อยเก่งหรอก รักหลายทีม 
ไม่อยากเห็นสีหน้าแววตาที่ผิดหวัง... 
แต่ ตอนลุ้นๆกัน...ชีวิตก็มีรสชาติดี 
ทุกคน ทุกชาติ ก็หวังความสำเร็จ..ชัยชนะ! 
...........แปลว่าชีวิตต้องสู้.. ต้องพยายามต่อไป 
อย่าสิ้นหวัง...ใช่ไหมฮะ 
***************************** 
ดีจังเลยนะ ที่ท่านได้รู้จัก หรือได้มีส่วนร่วมปฏิบัติงาน 
ในโครงการญาลันนันบารู.... 
หรือ ปฏิบัติภารกิจใดใด.....จงล้วนแต่ได้พบแต่ความ 
สำเร็จในที่สุด... 
หากลำบากยากเข็ญ..... 
"เรามีเรา" ปิยมิตร ในหนทางแห่งความดี...นะครับ! 
อยากกินปลาหมึก!!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-10 18:08:57
 
ข่าวว่าปลาหมึกขาดตลาด...อยากรู้จัง... 
ถูกกินเพราะความสุขหรือความแค้น 
ปกติผมไม่กินปลาหมึกครับ  
แต่วันนี้อยากกินปลาหมึก 
“ปิยมิตร” ท่านจะว่าอย่างไรครับ 
จะต้ม จะแกง ผัดเผ็ดหรือผัดจืด 
เมนูไหนดีครับ..... 
 
เจ้าปลาหมึกเอ๋ย....เจ้าไม่ต้องกลัวเหงา 
อีกหน่อยก็อาจจะมีเพื่อน ๆ ตามเจ้าไปแล้ว 
เช่นเจ้านกแก้วเอย เจ้าช้างน้อยเอย... 
เจ้ายีราฟก็ด้วยเหมือนกันนะ .... 
 
สัพเพ สัตตา...สัตว์ทั้งหลายเอ๋ย.. 
จงไปสู่ภพภูมิที่ดียิ่งขึ้นเพื่อจะได้สร้างสมความดี 
....บุญบารมีสืบไป...ด้วยเถิด.. 
 
(แค่สนุกนะครับ...ปกติผมไม่ค่อยชอบทานเนื้อสัตว์... 
ผมเกรงใจคนรักสัตว์เหมือนกัน) 
 
ปิยมิตร....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-10 18:19:01
 
ท่านช่างเป็นผู้ที่เหมาะสมกับคำคำนี้...เหลือเกิน 
คงไม่ใช่แต่กับผม...ท่านสมควรเป็นปิยมิตรของคนทั้งโลก 
 
ดูเหมือนผมจะไม่ใช่มิตรผู้น่ารัก 
เพราะมักจะทำให้ท่านไม่สบายใจ 
...แต่ก็พยายามจะเป็น “ปิยมิตร”... 
หากสิ่งใดเห็นเป็นการไม่สมควร 
โปรดอภัยและชี้แนะด้วยครับ...ขอบพระคุณ 
 
หากลำบากยากเข็ญ 
“เรามีเรา” ปิยมิตร ในหนทางแห่งความดี นะครับ 
 
(...ครับผม....แล้วผมยังจะต้องการอะไรอีกครับ... 
...แค่นี้ก็มากเกินแล้วครับ) 
 
 
.....จะป็นกำลังใจ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-10 18:25:20
 
ผมคนเล็ก ๆ ไม่สำคัญอะไร 
ก็เคยทำหน้าที่ตามที่ได้รับการฝึกอบรมมา 
แล้วนำความรู้ไปแนะนำต่อ...ตามนโยบาย 
 
ก็พอเข้าใจว่า....การทำงานป้องกัน/แก้ไขปัญหา/พัฒนา... 
ไม่ใช่เรื่องที่คนเดียวจะทำได้สำเร็จ 
ต้องเห็นชอบ..ต้องได้รับการสนับสนุน 
คนที่ทำงานจริงก็ต้องทุ่มเท เสียสละ ใจรัก  
มีจิตกุศลสาธารณะ รักในผู้คนที่มีดวงหน้า 
และแววตาอันสดใส 
แม้ร่างกายอาจจะมอมแมม...ชาวบ้าน 
 
....เหน็ดเหนื่อย...เมื่อยล้า... 
เป็นผู้ที่น่าเห็นใจที่สุด...(สำหรับคนยิ่งใหญ่) 
(เหนื่อยกายพักก็หาย แต่เหนื่อยใจ... 
....ยากแค้น..แสนเข็ญ) 
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เรื่องยาเสพติด” 
“ขอเพียงคนที่เกี่ยวข้องไม่เป็นต้นเหตุ.... 
“ก็ถือว่าเหนือมนุษย์...สุดยอดแล้วครับ” 
 
ทำได้ก็เพียงปลายเหตุ...จะยั่งยืนแค่ไหน 
ช่วยได้บ้าง...ก็ให้ความรู้ และสร้างภูมิคุ้มกันให้เขา 
 
 
บอกหน่อยได้ใหม?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-10 18:29:19
 
ฟังเพลงนี้แล้ว..ร้าวลึกในทรวง 
คนแต่งก็นะ..... ดูเหมือนจะรู้ใจใครเขาไปหมด 
ช่างเปรียบเปรยได้ดีแท้.... 
....แต่ที่เก่งกว่าก็คือคนสรรหาให้ฟังนี่แหละ 
ผมต้องยอมท่านแล้ว...ขอคารวะครับท่าน... 
 
(....ขอให้ท่านจงหลับ...ฝันดีครับ....) 
 
 
มิตรภาพ...ที่ต้องการ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-11 19:01:46
วันนี้...ไปทำบุญที่วัดมา... 
เป็นวัดป่า ที่หลวงปู๋มั่นเคยมาจำพรรษา 
มีร่องรอย...ที่ทางวัดบำรุงรักษาไว้ให้พุทธศาสนิกชน 
ได้กราบไหว้บูชา รำลึกถึง เป็นอย่างดี 
...เวลาได้กราบนมัสการแม้เพียงภาพของท่าน 
ก็ยังรูสึกอุ่นใจ เพราะเลื่อมใสศรัทธาเชื่อในมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่.. 
การแผ่อุทิศกุศลผลบุญในวันนี้..จึงแผ่ไปถึงท่านที่ได้มอบมนต์ของหลวงปู่มาให้ ด้วย 
................................... 
ท่านเป็นมิตร...ที่มีปิยวาจา 
มีความเอาใจใส่ต่อมิตร 
มีควารอบรู้สารพัด 
มีแนวคิดต้องกันกับเรา 
มาประสาน เป็นเรี่ยวแรงในการดูแลช่วยเหลือให้กำลังใจ 
ในหมู่คนที่ทำตัวให้มีประโยชน์ไม่อยู่นิ่งเฉย... 
ท่านคงเข้าใจ ว่าทำไมเราถึงแสดงความคิดเห็น ที่นี่ 
ทำไมไม่คุยกันทางจดหมายส่วนตัว 
ก็เพราะ..พวกเรา อยากช่วยกันดูแลรักษา เป็นกำลังใจ 
ให้ผู้ที่คิดดี ทำดีได้เห็นว่ายังมีเพื่อน... 
หรือหากมีใครได้แวะเข้ามา... 
ก็จะได้เป็นพยานว่า "พวกเรา" บริสุทธิ์ ด้วยน้ำใสใจจริง 
ด้วยความปรารถนาดีต่อทุกคน 
เป็นการทำเรื่องเล็กๆ...ให้เป็นส่วนเกื้อหนุน"เรื่องใหญ่" 
เพื่อจะได้แบ่งเบา "ให้ปัญหาทั้งปวงในโลก ลดลงได้ด้วยเมตตากรุณา ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน" 
อยากให้ใครๆ เขามาเป็น"ปิยมิตรกับเราทั้งโลก"จังเลย
ไม่กล้ารับการคารวะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-11 19:49:34
ท่านช่างเป็นมิตรที่แสนน่ารัก... 
แม้เรื่องเล็กน้อยก็ยังไม่ละเลย 
ขอบคุณที่จำชื่อเพลงได้ "บอกหน่อยได้ไหม" 
...................................... 
ที่ฟังได้หลายเพลงในวันนั้น...เพราะสถานีไม่มีโฆษณา 
เป็นช่วงเช้าๆ เขาน่ารักมาก เปิดแต่เพลงฟังแล้วดี.. 
******************* 
ชีวิตเรา...ต้องตั้งอยู่กับปัจจุบัน 
เพราะเวลาที่สำคัญที่สุดของคน ก็คือเวลาปัจจุบัน 
และคนที่เราอยู่ด้วยมากที่สุด... 
ก็คือตัวเอง... 
ดังนั้น สิ่งที่น่ากลัวก็คือใจตัวเอง 
ที่มีว้าวุ่น วอกแวก หวาดหวั่น วิตกกังวล 
จึงจำเป็นต้องมีเพื่อน มีมิตรภาพในสังคม 
เมื่อได้รับมิตรภาพอันดีงาม... 
ก็อยากถนอมรักษาให้มั่นคง ยั่งยืน... 
"ท่านนั่นเอง" ที่จักต้องช่วยดูแล ช่วยดำรง นะครับ.
...ไม่เกินจริง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-13 08:16:16
 
ผมมีความระลึกนึกถึง...บุคคลหลายท่าน 
....คนที่ต้องพลัดพราก....สูญเสีย....ระเหเร่ร่อน 
....คนที่ดับดิ้น.....เพราะปกป้อง... 
....คนที่ลำบากยากเข็ญ...เพราะความกล้า... 
....และคนดีคนหนึ่ง.... 
 
เมื่อมีโอกาสได้ทำบุญ... 
ผมก็ได้ส่งความปรารถนาดีไปให้อยู่เสมอ 
อยากให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นหลุดพ้น..... 
 
ท่านทั้งหลายเหล่านั้นไม่รู้จักผม.. 
ผมเองก็ไม่รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว 
“.....และผมก็ไม่อยากจะพบท่านทั้งหลายเหล่านั้น....” 
เพราะผมช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย......แม้สักนิด 
ผมทำได้ก็เพียงส่งกำลังใจ.... 
จากดวงจิตที่ปรารถนาดีดวงนี้เท่านั้น 
และก็จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป…. 
 
มาวันนี้...คนดีคนหนึ่ง น่าจะเป็น “คนนั้น”  
ได้ส่งความปรารถนาดีมาให้ผม 
เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ !!! 
 
“ผู้ปฏิบัติย่อมรู้ได้....ด้วยตนเอง” เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลย.... 
 
....ขอบคุณครับ...
...โลกสดใส...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-14 12:45:05
....ความคลางแคลงหายไป  
....โลกสดใสคืนมาอีกครา 
.....ฟ้า หลังฝนงามตา 
.....ความมืดโรยรา มลายหายพลัน 
.....มีแต่ความเข้าใจ... 
 
.....ผ่านมานั้น...ลืมมัน...ลบไป.... 
 
"สายฝน"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-14 20:04:04
เมื่อลมฝนบนฟ้ามาลิ่ว 
ต้นไม้พริ้วลู่กิ่งใบ 
เหมือนจะเอนรากคลอนถอนไป 
แต่เหล่าไม้ยิ่งกลับงาม 
พระพรหมท่านบันดาลให้ฝนหลั่ง 
เพื่อประทังชีวิตมิทราม 
น้ำทิพย์สาดเป็นสายพรายพริ้วทิวงาม 
ทั่วเขตคามชุ่มธารา... 
................................ 
ทางนี้...ฝนตกเกือบตลอดคืน 
บรรเทาความแห้งแล้ง ที่นานเนิ่นมาหลายเพลา.. 
อากาศที่ร้อนอบอ้าวอย่างที่สุด.. 
ก็พลันชุ่มชื่นขึ้นทันตา 
จึงพาใจให้สดชื่น...แทนพี่น้องเกษตรกร... 
ต้องขออัญเชิญบางตอนในเพลงพระราชนิพนธ์ 
มาร้องให้ฟัง... 
.......................................... 
เวลาฝนตกนี่นะ...เราชอบ 
สมัยเด็กจะวิ่งเล่นอาบน้ำฝนกับพี่น้อง 
สมัยนี้ ได้แต่มองดู..และคิดถึงอะไรต่อมิอะไร... 
หากตกซ่าลงมาอย่างเรียบร้อย.... 
ไม่มีฟ้าร้องฟ้าคะนอง ก็อยากให้ตกนานหน่อย 
ให้พื้นดินได้โอบอุ้มน้ำเอาไว้ใช้หล่อเลี้ยงทุกชีวิต... 
ให้เพียงพอและอุดมสมบูรณ์. 
.............................................. 
พวกเราก็จะได้ร่วมร้องเพลงอย่างเบิกบานด้วยกัน 
.............................................. 
มองแววตาทุกคนเปี่ยมสุขล้นระคนสุขสันต์ 
ยิ้มแย้มเข้าใจกันตาสบประสานไมตรีฉายมา 
ดวงฤทัยทุกดวงถ่วงด้วยรักและแรงศรัทธา 
ปรารถนาในสิ่งเดียวกัน 
.............................................. 
ขอให้ท่านทำหน้าที่ ด้วยกำลังใจที่ชุ่มชื่น. ครับผม! 
....โลกร้อน....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-14 20:29:51
 
ผมกินยามาหลายวันแล้วครับ  
ไม่สบาย...ก็คงมาจากปัจจัยหลายอย่าง 
แต่อย่างหนึ่งผมคิดว่าน่าจะเกิดจากโลกร้อน 
เพราะผมรู้สึกร้อนมาก ๆ ทำให้ไม่สบายกายใจ 
หลายคนที่นี่บอกว่าไม่มีน้ำทำนา... 
 
ผมเองก็เป็นลูกชาวนาครับ.... 
ตอนเด็ก ๆ ก็อยู่ตามท้องไร่ท้องนา 
สนุกสนานไปตามประสา บางครั้งทำต้นกล้าเสียหาย 
ก็ไม่ถูกดุว่าแต่อย่างใด คงเห็นว่าเป็นการเรียนรู้ของเด็ก 
 
จำได้....ผมบอกคุณแม่ว่าผมไม่อยากเรียนหนังสือ 
เพราะอยู่ใกล้ท่านก็อบอุ่นมีความสุข แต่ท่านก็ให้ผมเรียน 
 
สมัยก่อนลำบากมาก หน้าฝนต้องนั่งเรือ  
แล้วต่อด้วยรถประจำทาง 
รอรถนานกว่าจะมา ถนนลูกรังขรุขระมาก  
บางครั้งต้องเดินบนถนนทอดยาว ท่ามกลางต้นไม้สูง 
เพราะสะพานขาดยามหน้าฝน ฝนตกฟ้าร้อง  
กลับถึงบ้านก็มืดค่ำ 
เมารถ เมาเรือ ไปโรงเรียนตอนเช้า บางวันก็อาเจียนบนรถถูกเพื่อนนั่งข้าง ๆ 
กลับมาถึงบ้านตอนเย็นก็ต้องอาเจียนอีกรอบ 
แล้วยังเป็นโรคกระเพาะอีก...วิกฤตชีวิตของผมจริง ๆ 
 
ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่ชอบการเดินทาง ได้กลิ่นรถก็จะอาเจียนแล้ว  
เพราะไม่สบายเวลาเดินทาง ไปเที่ยวก็คงไม่สนุกหรอก 
 
วันนี้ผมมีเงินเดือน...และก็มีหนี้สิน 
พี่น้องไม่ได้เรียน เขาก็ทำนา หาปลากิน เขาไม่มีหนี้สิน 
ผมคิดว่าเขาดีกว่าผม แต่เขาก็คงคิดว่าผมดีกว่าเขา 
ก็ไม่รู้อย่างไรดี…. 
 
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้รู้ด้วยตัวเองก็คือ 
ผมผ่านการเจ็บป่วยมามาก และได้รับอุบัติเหตุด้วย 
ผมจึงรู้ว่า “การมีชีวิตอยู่นั้นเป็นสิ่งประเสริฐ” 
และถ้าไม่มีโรคภัยไข้เจ็บก็ยิ่งประเสริฐที่สุด 
(ทุกวันนี้ผมก็ยังต้องดูแลรักษาตัวเองอยู่เลย) 
 
แล้วชีวิตยังจะต้องการอะไรนักหนา 
ยากจน ร่ำรวย ก็ต้องดำเนินชีวิตไม่ต่างกัน 
กินข้าวได้วันละสามมื้อเท่ากัน 
 
เรายังจะสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาบำรุงตัวเอง 
โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เพื่อประโยชน์น้อยนิด 
ในขณะที่อีกหลายคนเขาอดอยาก  
เราเห็นแก่ตัวไปหรือเปล่าครับ..  
....บอกได้ครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-14 20:45:36
 
ผมจะต้องเดินไป....บนเส้นทางสายหนึ่ง 
เส้นทางที่......ผมเลือกเอง 
เป็นเส้นทางสายเล็ก ๆ 
ที่เห็นว่าเหมาะสมกับตัวเอง.... 
 
ชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์ 
แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินไป 
(....ตามที่ “มิตรแท้” เคยบอกเอาไว้...) 
 
เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็ต้องเดินต่อไป.... 
เพราะเรามีหน้าที่...เพื่อตัวเราเอง...เพื่อคนรอบข้าง 
ถึงจะอยู่บนเส้นทางไหน...ก็จะมีกำลังใจให้เสมอ 
ขอเพียงมีโอกาส....และ...เรี่ยวแรง... 
 
เป็นธรรมดา...แต่อยากรักษาให้ดีดี!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-15 20:49:14
แม้นป่วยไข้ ให้เห็นเป็นไม่เที่ยง 
ขอแต่เพียง ให้ใจสู้รู้รักษา 
คน มีใช่เครื่องจักรตามเวลา 
จะได้หาอะหลั่ยใดมาทดแทน 
เราก็ผ่าน ยาสลบนับไม่น้อย 
ร่างกายพลอย ได้ซ่อมแซมทั้งขาแขน 
แต่ชีวิต มิได้อยู่ เพียงแกนแกน 
จึงหวงแหน อยากสู้อยู่ต่อไป 
ด้วยหน้าที่ ที่ไม่มีคำจบสิ้น 
จนผืนดินกลบหน้า จึงหยุดได้ 
ฝากความดี"ให้หมดใจ" ก่อนจะไป 
"เต็มที่ให้กับชีวิต" อุทิศทำ. 
......................................... 
ด้วยแรงบันดาลใจหลายอย่าง 
ความอาวรณ็...ความกลัว... 
เราได้สูญเสียบุคคลที่รัก ที่บูชาไป จนเคยเคว้งคว้าง... 
แต่ที่สุดต้องพึ่งคำสอน คำปลอบ และพลังใจ 
พลังใจของตนเอง ที่ต้องสร้างภูมิให้ตนเอง 
ให้อยู่ได้..ด้วยความภาคภูมิใจในตัวเอง 
ด้วยการกระทำ ที่คิดว่าได้ประโยชน์ต่อใครๆ... 
ตัวเองก็ได้รับประโยชน์ในด้านพลานุภาพ... 
ด้วย...ความขอบคุณ 
ด้วย...คำอวยพร 
ด้วย...น้ำใจ ที่กลับมาตอบแทน 
สิ่งเหล่านี้ล่ะ"คือโอสถทิพย์" รักษาสุขภาพของเรา นะครับ! 
 
...เพียงลมพัดผ่าน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-16 09:05:38
 
น้ำก็ยังชุ่มเย็น...เป็นสายน้ำ… 
ไม่เคยขาด...ไม่ไหลคืน...คือความจริง 
เราพบกัน...มีเรื่องราว...เล่ากันฟัง 
เป็นเหมือนดั่ง...ภาพเขียน...ที่เสกสรร 
บรรยากาศ...ที่ดี....และจริงใจ… 
 
 
....สิ้นเงา.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-16 09:09:19
 
...กู่เรื่องราว...บอกกล่าว....ถึงความรู้สึก 
เป็นเพียง....สามัญสำนึก....และการห่วงหาอาทร 
ตอนนี้เรา....สิ้นเงาไม้....ไม่เหมือนก่อน… 
ชุ่มชื่นกลับกลาย...เป็นร้อน....เป็นแรงระแหงระเหิด 
ความแห้งแล้ง....ความชุ่มชื้น...อย่างไหนที่เราชอบใจ.... 
 
 
...หนึ่งบทของเพลง..... 
 
ล้านเม็ดเหงื่อ...สู้เพื่อผ่าน....ความยากเข็ญ 
ความอดทน....คือสิ่งจำเป็น...ต่อทุกข์เข็ญ....ที่ใจนี้เจอ 
สูญเสียหลายอย่าง....หากแต่ความหวัง....ยังอยู่เสมอ 
พักเหนื่อย.....มองฟ้านั่งเหม่อ.....จะสู้ให้เจอแสงทองสักวัน 
 
แต่งกลอนเก่งจัง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-16 19:30:17
 
ชอบคำว่า...“ให้หมดใจ” “เต็มที่ให้กับชีวิต” 
“โอสถทิพย์” และ 
................................................... 
อยากรักษาให้ดีดี ! ครับผม !! 
................................................... 
.....เส้นทางสายหนึ่ง....ในวันนี้…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-16 20:22:15
 
....ไปรายงานตัวที่ทำงานใหม่ (อย่างไม่เป็นทางการ) 
....รอคำสั่งมานาน เพิ่งจะสมหวัง 
....เป็นที่ทำงานเล็ก ๆ มีคนทำงานไม่ถึงสิบคน 
....แตกต่างจากที่ทำงานเดิมโดยสิ้นเชิง 
....ด้วยเห็นว่าน่าจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของตัวเอง 
....และเหมาะกับสังขารของเราด้วย 
....เป็นที่ที่ผมเลือกเองครับ !! 
 
ได้รับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อน ๆ 
 
วันนี้....ผมสบายใจจังเลย !! 
 
(....ราตรีสวัสดิ์ครับ...) 
 
เส้นทาง...สู่สมหวัง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-17 21:09:29
"สมหวัง" เป็นคำซื่อตรงความหมายที่สุด 
เมื่อ..ท่านได้เลือกแล้ว 
จงเป็นสุข มั่นใจในกิจที่เป็นภาระหน้าที่ 
จงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงยิ่งขึ้น 
ด้วยกำลังใจ..ด้วยความมุ่งมั่น 
.................................... 
โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารนี่... 
หากเราไม่สามารถรักษาเวลาให้แน่นอนได้ 
เพราะภาระหน้าที่ 
ก็ต้องพบปัญหาแน่... 
ลองดูวิธีทุเลานะครับ... 
ตื่นเช้ามา ... ให้ดื่มน้ำเลย(บ้วนปากก่อนก็ได้) 
น้ำเปล่าไม่เย็นนะ อากาศหนาวคงเป็นน้ำอุ่นได้ 
แรกๆอาจจะรู้สึกขะย่อนคอ ท้องไส้ปั่นป่วน 
ฝึกให้ชินทุกวัน...ระบบลำไส้จะดี 
ห้ามดื่มน้ำอัดลม...สิ่งหมักดอง 
เพราะ..ที่จริงน้ำก็ช่วยชะล้างของเสียน่ะนะ 
อีกอย่าง หากมีน้ำผึ้งนะก็กินเลย 
จิ้มกับกล้วยน้ำว้า ช่วยสมานแผลได้มีวิตามินด้วย 
ดื่มน้ำให้ได้ขวดหนึ่งเลยตอนตื่นนอน 
สักสองอาทิตย์ หรือไม่เกินเดือน... 
ตื่นขึ้นต้องหิวน้ำทันที 
กระเพาะดีขึ้นแน่ ไม่ต้องกินยา 
................................. 
เราได้สูตรจากหลวงตา ลองแล้วได้ผล 
ทุกวันนี้ก็ปฏิบัติอยู่ 
................................ 
อย่าลืมเริ่มพรุ่งนี้เลยนะครับ!
คุณหมอครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-18 19:33:53
 
ผมก็รู้ว่ากล้วยมีวิตามิน 
ซื้อมาทีไรก็ทานไม่เคยหมด ก็เลยไม่ซื้อ 
วันนี้ซื้อกล้วยน้ำว้าตากอบน้ำผึ้งมาใส่ตู้เย็นเอาไว้ 
กะว่าจะรับประทานวันละหนึ่งผล 
แบบนี้พอจะใช้ได้หรือเปล่าครับ 
ดื่มน้ำ...ต้องใช้ความพยายาม... 
 
จะว่าไปตอนนี้สุขภาพของผมก็ดีที่สุดเท่าที่มีชีวิตมา 
จำได้ว่าเคยแต่ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เราปกติเหมือนคนอื่น ๆ 
(ทุกวันนี้จึงไม่ค่อยกล้าขออะไร เพราะกลัวท่านจะโกรธ) 
อะไรที่คิดว่าจะทำให้เราดีขึ้นได้ก็ทำหมด 
เวลาล่วงเลยมานานก็พอช่วยได้เหมือนกันนะ 
ตอนนี้ก็อยู่ได้สบาย เพียงแต่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้น 
 
การเชื่อมั่นศรัทธาบางสิ่งบางอย่างก็ทำให้รู้สึกดีได้เหมือนกัน  
 
(เช่นตอนนี้....ผมเชื่อในคำแนะนำของท่าน) 
 
ขอบพระคุณครับ.... 
 
เวลานี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-18 19:38:23
 
การท่องเที่ยวธรรมชาติจังหวัดเลย 
กำลังเปิดคลินิกรักษาคนไข้โดยแพทย์สมุนไพรไทย 
เรียกว่า “แพทย์ไม่มีทางเลือก” 
เพราะมีวิธีการรักษา....หนึ่งวิธี ! 
 
ขอเชิญท่านผู้สนใจใช้บริการได้แต่บัดนี้ครับผม !! 
 
...หลายวัน...จะกลับมา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-20 09:34:57
ว่างจากภารกิจ... 
ก็เข้ามาฝากข้อความไว้ทุกวันนะครับ 
อยากอ่าน...มากมาย… 
******************** 
เรารู้แล้วว่าท่านคือมิตรที่ “ยิ่งใหญ่” จริง ๆ 
ท่านยังต้องทำประโยชน์ให้ผืนแผ่นดินนี้อีกมาก 
เราจึงต้องปรารถนาดี 
และห่วงใยท่านให้มากด้วยเช่นกัน 
****************** 
เราเชื่อมั่นว่าท่านเป็น “คนดี” 
****************** 
เราขอให้ท่านจง “โชคดี” 
****************** 
 
หมอ...จำเป็น
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-21 16:36:14
เอ่อ...คือว่า กล้วยอบน้ำผึ้งน่ะ หมอไม่ได้แนะนะฮะ 
กลัวจะกลายเป็นคาร์โบไฮเดรทมากกว่า... 
เป็นผลไม้ตามฤดูกาลคงโอเค 
******************** 
ขอโทษด้วย หากทำให้ต้องจำยอม 
เพราะรักษาน้ำใจมิตร ที่เวลารัดตัว 
เรามีข้อบกพร่อง...ทำงานจริงจังได้ทีละอย่าง 
หากมุ่งมั่นกำลังทำอะไรอยู่...อย่างอื่นก็จะทำไม่ได้ 
คือไม่เก่ง ต้องใช้ความตั้งใจ 
ตามหน้าที่น่ะ ก็ไม่ง่ายนะ 
แถมยังต้องอาสาทุกอย่าง...ที่พานพบ 
เพราะ...เทียบกับ"คนดี" ที่ท่านเหล่านั้น เสียสละ ทุ่มเททั้งยังต้องเสี่ยงพยันตรายทุกเสี้ยวนาที ด้วยแล้ว 
"หน้าที่ของเรา" ยังน้อยนิด 
เรามีความหวัง มีพลัง ด้วย "ความรัก ภักดี ในหัวใจตัวเอง" สำหรับใคร อะไร อย่างไร... 
และสิ่งนั้นล่ะ ที่เป็นลมหายใจ ให้ดำรงชีวิตอยู่... 
และจะอยู่ให้มีค่า... แล้วเผื่อแผ่ความอาทรห่วงใยต่อทุกคน 
อาจจะไม่ใช่คนดี และก็ไม่ใช่ไม่ดี. (งง!!) 
แต่จะรักษาคูณภาพที่คนชมว่าดี...ไว้ให้มั่น 
กำลังใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-21 17:18:48
เหม่อมองไปจุดสุดปลายฟ้า อยู่บนทางที่ยังสับสน 
ชีวิตคนเวียนวกวน หนีไม่พ้นต้องสู้ 
แต่ละคนมุ่งสู่จุดหมาย เพื่อจะไปให้ได้ดังหวัง 
บ้างล้มลงตรงข้างทาง พลังแห้งเหือดหายไป 
อยากเป็นเหมือนเปลวเทียน ส่องให้เห็นเป็นทาง 
อยากเป็นเหมือนสะพานข้ามฝั่ง 
ส่งใจเสริมกำลัง ให้เธอนั้นก้าวเดินต่อไป 
เหนื่อยก็พักเอาแรง จะมัวท้อทำไม  
บนหนทางยังมีคนเหมือนเรา 
ในเมื่อยังมีลมหายใจ ก้าวไปให้สุดกำลัง 
ก้าวเดินไปไม่หวั่นขวากหนาม ข้ามลำธารไม่หวั่นภูผา 
มาร่วมเป็นกำลังใจ ทางแสนไกลร่วมฟันฝ่า 
เกิดเป็นคนจงอย่าหยุดยั้ง เพื่อนร่วมทางอย่าอ่อนล้า 
มาร่วมเป็นกำลังใจ จุดหมายคงอยู่ไม่ไกล 
******* กำลังใจ มัม ลาโคนิค*******
กอดเมืองไทย..ให้หายเหมื่อย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-23 12:31:47
"เหมื่อย" เป็นภาษาอีสาน แปลว่าเหนื่อย 
เหมื่อย ใช้แทนคำว่า เมื่อย ได้ 
........................................ 
คือ ดูโฆษณาชุดล่าสุดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในชุดกอดเมืองไทยให้หายเหนื่อย... แล้วก็รู้สึกตามนั้นจริงๆ... จินตนาการเอาด้วย เพราะชีวิตจริง ยังมิได้สุขสบายพอที่จะใช้คำว่าไปเที่ยวได้ แต่ก็ได้ไปมาวนเวียนใกล้ในที่ราบสูงนี้เอง.... 
อยากมีโอกาสไปเยี่ยมเป็นกำลังใจ ผู้ที่เราเคารพรัก...และพี่น้องผองไทยณ ที่ห่างไกลกัน สุดขอบฟ้า 
เรา..และเขา.. ท่าน.. ต่างก็มีกิจอันมากมาย... 
และพวกเราก็ไม่เปล่าเปลี่ยว ไม่เหว่ว้า... 
เพราะ...เรา มีเรา นะครับ!
จะปลีกวิเวกสักสามวัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-24 19:22:11
ขอจงมีสุขภาพกายแข็งแรง 
มีสุขภาพใจผ่องใส 
มีโอกาสทำบุญ..... 
ด้วยความผ่องแผ้ว สวัสดี เทอญ.
...ใจเอย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-24 20:14:45
 
ใจเอ๋ยใจ....ช่างยิ่งใหญ่....สมคุณค่า 
จึงต้องกลับมา....ให้วาจา.....เป็นกำลังใจ 
หากมีหวัง...มีพลัง..สำหรับใคร...อะไร...อย่างไร 
จะอาทร....ห่วงใย...ให้ก้าวไป...ด้วยใจเบิกบาน 
 
************* 
ไม่รู้จะพูดอะไร.....  
“อยากร้องดังดัง” 
************* 
 
 
เหมาะสม !!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-24 20:23:20
....องอาจผงาดฟ้า....ยอดปักษา....พญาอินทรีย์  
บินสูงอยู่เทียมเมฆี... 
 
เป็นเพลงของหน่วยงานหนึ่ง ได้ยินเมื่อนานมา 
จำได้แค่นี้....  
ฝากให้อ่านสักสามวัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-24 20:32:22
ว่าจะไม่...แล้วนะ 
กลัวว่าจะทำให้ “คนดี” กลายเป็น “คนไม่ดี” 
เช่น เราอาจจะ “หวังดี” แต่กลายเป็น “ประสงค์ร้าย” 
(เช่นที่ใคร ๆ เขาชอบพูดกัน) 
หรืออาจจะกลายเป็นผู้ร้าย หรือ ผู้ก่อการร้าย (คงเท่...มากเลย) 
แต่เมื่อเห็น “ใจที่ยิ่งใหญ่” ของท่านแล้วก็ต้องยอม...ครับ 
 
ต่อไป....พูดแต่เรื่องตลก ๆ สนุกสนานเข้าไว้น่าจะดีกว่า 
เผื่อบางที....อาจต้องเปลี่ยนอาชีพไปแสดงตลกก็เป็นได้ 
(ชีวิตไม่แน่นอน....พ่อมักพูดหลังสั่งสอน...เราก็ว่างั้น ๆ แหละ) 
ต่อไปจะพูดอะไร....ก็จะคิดให้มากกว่าเดิม...ครับผม 
 
แต่ก็ขอบอกตรง ๆ ว่าเรา “ไม่ใช่คนดี” นักหรอกนะ 
เพื่อนที่หวังดีเคยบอกว่าเราดื้อรั้น ไม่ค่อยจะยอม เถียงไว้ก่อน 
(อันนี้พ่อไม่เคยสอน.....พ่อดีกว่าเราอยู่แล้ว...ขอโทษพ่อด้วยครับ...) 
และบางครั้งก็เป็นตัวของตัวเองมากจนเกินไปจน....น่าเตะ ! 
 
ที่ผ่านมาหากทำให้ระคายเคือง...ขอจงโปรดอภัย... 
ข้าน้อยบ่อได้เจตนา....ครับผม !! 
ปลีกวิเวก....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-25 08:09:44
สามวัน....นานไปหรือเปล่าครับ 
 
สงสัยจะมีงานบวชเกิดขึ้นแล้วคราวนี้ 
 
ขออนุโมทนา…สาธุ 
 
(....เมืองไทยจะเหงานะครับท่าน....) 
 
(...ผมเอง...ก็กำลังคิดว่าจะปลีกวิเวกสักสามเดือน...) 
 
....จนถึงวันนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-28 08:37:47
ท่านคืออาจารย์ที่แท้จริงของผม 
สิ่งที่ได้จากท่านทำให้ผมได้คิด... 
อยากจะเป็นเช่นท่านเพียงเสี้ยวหนึ่ง 
แต่ก็รู้ว่าคงไม่ง่ายนัก.....เพราะ....ท่านคือ... 
......เทียนส่องทาง 
......สะพานข้ามฝั่ง 
......ลำธารใสไหลเย็น 
......ภูผาสูงเสียดฟ้า 
......กำลังใจให้ฟันฝ่า 
......”มหาปิยมิตร” ที่ทุกคนต้องการ 
 
ส่วนตัวผม.... 
......เป็นเพียงสายลมแสงแดดพอให้รำคาญ....ไร้แก่นสารใด ๆ…. 
(เป็นความรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ ครับ....รู้สึกว่าตัวเองเหมือนมดเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง) 
 
....จำเป็นครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-28 08:41:10
วันนี้ผมต้องเดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร 
ไปดำเนินเรื่องเอกสารบางอย่างเพื่อการทำงานใหม่ 
ผมต้องเตรียมตัวเตรียมใจอย่างมากกับความลำบากยากเข็ญในครั้งนี้  
(จะต้องทำบุญด้วยอะไร....จึงจะมีความสุขในการเดินทาง) 
เพียงแค่เห็นภาพรถบนถนนเมืองฟ้าอมรทางทีวี ผมก็รู้สึกวิงเวียนแล้วครับ 
 
กลับมาถึงบ้านวันศุกร์ ได้พักสองวัน 
หวังว่าวันจันทร์ที่ 2 ส.ค.53 จะไปทำงานได้ 
เพราะเป็นวันเริ่มต้นการทำงานในที่ทำงานแห่งใหม่ 
(ความจริงก็คุ้นเคยมานาน.....จนรู้สึกเหมือนเป็นบ้าน...ครับ) 
.....มิได้ปลีกวิเวกครับ...
นึกถึงสปอร์ทโฆษณากอดเมืองไทยให้หายเหมื่อ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-28 18:37:57
*************** 
มดเอ๋ย มดแดงเล็กเล็ก เรี่ยวแรงแข็งขยัน 
ใครกร้ำกราย ทำร้ายถึงรังมัน 
ก็วิ่งพรูกรูกัน มาทันที 
สู้ได้หรือมิได้ ใจสาหัส 
ปากกัดก้นต่อย ไม่ถอยหนี 
ถ้ารังเรา ใครกล้ามาราวี 
ต้องต่อตี ทรหด เหมือนมดเอย. 
************** 
นึกถึงบทดอกสร้อยโบราณ..บทนี้.. 
ต้องกราบขออภัยที่ไม่ได้อ้างนามผู้แต่ง 
โอกาสต่อไปจะไปค้นมาบอกเผื่อมีคนอ่านมาเจอ 
*************** 
มิตรของเรา. ..คงทราบว่าคุณสมบัติอันยอดยิ่งของ"มด" 
คือสัญชาตญาณอันว่องไวสามัคคีพร้อมเพรียงกัน... 
และ"แสนแสบ" กัดใครแล้วไม่ปล่อยยอมตาย... 
ขยันขันแข็งที่สุด... 
แต่เราไม่อยากให้ท่านเป็นเช่นมดดอกนะ เพราะต้องกิน 
สิ่งที่หวานๆเป็นอาหาร...กลัวจะเป็นเบาหวานแทนโรคกระเพาะ นี่ยิ่งห่วงว่าจะกินกล้วยอบน้ำผึ้งมากรึเปล่า? 
ดื่มน้ำได้กี่วัน ตลอดมาไหม? 
ส่วนเรา..ก็อดอาหารเย็นค่ำมาตั้งแต่วันศุกร์ 
วันเสาร์ อาทิตย์ก็ระโหยทีเดียว ได้ผลไม้ทั้งฝรั่ง มะละกอ สับปะรด กล้วย ตุนท้องไม่ขาด 
ไปวัดทำบุญ สามวันสามวัด...เท่าที่พุทธศาสนิกชนที่มี 
โอกาสจะทำได้ 
ก่อนเข้าพรรษา...กินอาหารธรรมดา เลี่ยงๆเนื้อสัตว็ได้ก็เลี่ยง.. แต่เข้าพรรษานี้จะงด... ก็ชินแล้วล่ะ 
วันนี้. กลับมาสู่ชีวิตที่วุ่นวาย หน้าที่ที่รออยู่... 
ก็ไม่สุขสงบ อย่างที่ปล่อยวาง เมื่อสามสี่วัน...ที่ผ่าน 
******************* 
เอาสิ่งที่ดีดี มาฝากท่านจากวัดนะ 
"หลักธรรม คือ เกราะป้องกันตัว 
สติปัญญา คือ อาวุธที่สำคัญ 
หากเรามั่นคง มีสติอยู่กับตัวทุกอิริยาบท 
ไม่ว่า คิด พูด หรือ ทำ ก็จะมีความปลอดภัย" 
อย่าว่าสอนนะ เราเองก็เพียงพยายามฝึกฝน 
เพราะไม่ค่อยมีสติอยู่กับตัวเท่าไหร่... 
จงเดินทางสบายๆ...ราบรื่น ปลอดภัย.
ขอบคุณจริง ๆ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-28 18:59:40
กำลังจะออกจากบ้านครับ
ใช่แล้วครับ !!!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-30 20:33:34
อย่างอื่นผมก็ไม่แน่ใจสักเท่าไหร่.... 
แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ใจก็คือ…ผมน่ะ..... “แสนแสบ” !  
ก็อย่างที่เคยเรียนให้ท่านทราบว่า “ผมไม่ใช่คนดี” !! 
ออกจะเลื่อนลอย....ไร้แก่นสาร !!! 
ท่าน “มหาปิยมิตร” ครับ ท่านต้องมีสติให้มาก ๆ  
เพราะว่า....ท่านคืออาจารย์ของผมครับ.... 
อย่าให้ผมต้องนำพาท่านไปสู่เส้นทางที่ลำบากยากเข็ญได้นะครับ 
(....เพราะความจริงแล้ว...ผมก็ไม่อยากเดินทางสายนั้น...) 
ท่านต้องเป็นผู้นำผมไปสู่.....เส้นทางสายแห่งความดีนะครับ... 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-30 20:42:49
เมื่อวัยเด็กชอบกินขนมจีนมาก 
แต่นาน ๆ จะได้กินสักครั้ง....เพราะต้องซื้อ 
วันหนึ่ง....ที่บ้านซื้อเส้นมาเยอะมาก…แล้วก็มาทำน้ำยาเอง 
นับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของผมครับ...ผมกินเยอะมาก 
...สมัยนี้บางคนอาจบอกว่าอาหารเป็นพิษ...  
ผมนอนไม่ได้เหมือนอาหารไม่ย่อย 
รู้สึกทรมานมาก จนต้องอาเจียน (โรคกระเพาะหรือเปล่าไม่ทราบ) 
หลังจากนั้นผมก็เบื่อขนมจีนไปเลย 
แต่นั้นมา...ก็เลยคิดว่าอะไรที่อยากกินก็กินให้เต็มที่ 
กินให้เบื่อไปเลย...แล้วจะได้ไม่กลับมายุ่งยากหากินอีก... 
******************* 
ของหวานก็เหมือนกัน เมื่อมีโอกาสได้กินก็จะกินให้เต็มที่ 
(แต่ก็รู้ว่าไม่ดี...ก็เราไม่ได้กินทุกวันนี่นา.... ปลอบใจตัวเอง) 
อย่างอื่นเราเบื่อได้ .....แต่ก็ไม่เคยเบื่อของหวานนะ 
(บรรพบุรุษของเราก็ไม่มีใครเป็นเบาหวาน.... 
...นี่ก็เข้าข้างตัวเองเห็น ๆ ...ครับผม) 
ครับ..คุณหมอ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-30 20:48:11
ผมเป็นคนไข้ที่ค่อนข้างจะเกเร...ขอโทษด้วยครับ 
ก่อนจะเดินทางครั้งนี้...ผมก็ได้เดินทางมาแล้ว 
ช่วงนี้ก็รู้สึกไม่สดชื่นนักเพราะต้องกินยา 
สำหรับผม...เมื่อเดินทางก็คือพักผ่อนไม่เพียงพอ...ก็ไม่สบาย 
แต่ก็พยายามทำตามที่คุณหมอแนะนำครับ 
ยิ่งรู้ว่าท่านเป็นห่วงและติดตามผลต่อไปก็จะปฏิบัติให้เคร่งครั ด 
*************** 
น้ำ...ผมก็ดื่มวันละขวดเล็ก..ขนาดครึ่งลิตร 
ตอนแรกก็หั่นกล้วยเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมน้ำผึ้ง 
ก็เละ ๆ กินแล้วจะอาเจียนครับ 
ต่อมาก็กินกล้วยก่อน แล้วก็กินน้ำผึ้งตามไปสองช้อน 
แล้วก็ดื่มน้ำตามนิดหน่อย 
ส่วนกล้วยอบน้ำผึ้งก็ยังเหลืออยู่ในตู้เย็น 
*************** 
เมื่อไหร่ที่ท้องไส้ดี.... และมีความมั่นใจในสุขภาพ 
ผมก็จะไปผจญภัยบางอย่าง....เป็นเวลานาน….พอสมควร 
......แล้วจะเรียนให้ท่านทราบครับ..... 
 
...ราตรีสวัสดิ์ครับ... 
ที่สุดของชีวิต
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-31 15:41:53
สิ่งที่ร่ำรวยที่สุดของชีวิต...คือสุขภาพที่แข็งแรง 
ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิต...คือการทะนงตัว 
ความสุขมากที่สุดของชีวิต...คือการช่วยเหลือผู้อื่น 
................................................. 
"ปิยมิตร" ระยะนี้ ไม่ทราบเป็นยังไง เพราะบุคคลที่เรา 
รักนับถือ พากันไม่สบายจังเลย... 
อาจจะเป็นด้วยสภาพอากาศ สภาพร่างกายที่หักโหม 
ด้วยคร่ำเคร่งกับงาน หน้าที่...มากเกินไปก็ได้... เราจึงมีแต่ความเป็นห่วงกังวล อยากเป็นหมอวิเศษรักษาให้ทุกท่านหายสิ้นจากอาการไม่สบาย ให้กลับมาแข็งแรงสดชื่นรื่นรมย์... 
ดังที่ว่า "ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ"ยิ่งแท้นัก 
เราเองก็เลยรู้สึกว่าตัวเองนี้ห้ามป่วยห้ามอ่อนแอ(ปลอบใจ) แต่จริงๆแล้วชีวิตจะเป็นว่า... 
บางวันก็เข้มแข็ง บางวันก็อ่อนแอ 
บางวันได้ไปงานสีขาว สีชมพู บางวันก็ไปงานสีดำ 
บางวันแดดจ้า บางวันฝนตก 
บางวันร้อน บางวันหนาว............................. 
นี่ก็คงไม่เท่าไหร่...แต่วันเดียวเจอหลายๆสิ่งนี่สิ! 
ดังเช่น...ที่เราๆท่านๆพบเจอ แต่ละวัน แต่ละวัน 
มีหลายสิ่งหลายอย่างให้เราเผชิญ...ให้เราผูก ให้แก้... 
สุขภาพกายใจของเรา อาจได้รับผลกระทบ 
แม้จะฝึกปรืออย่างดี ก็อาจมีพลั้งได้...ก็เป็นเหตุให้มีอัน 
"ไม่สบายได้" 
......................................... 
และบนหลักความจริง ก็คือเราไม่สามารถทำได้ดังคิด 
ไม่สามารถช่วยเหลือดูแลได้ 
มีแต่กำลังใจ ความอาทรห่วงใยมอบให้ 
ด้วย"มิตรจิตมิตรใจ" ให้ทุกท่าน 
จงได้ระวังรักษาสุขภาพของตนของตนอย่าได้ประมาทหลงลืม. 
สิ่งสำคัญ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-31 15:49:39
********** 
สิ่งสำคัญ ยิ่งใหญ่ ในชีวิต 
คือทำจิต ของตน ให้ผ่องใส 
ไม่โลภโกรธ หลงมัวเมา เอาสิ่งใด 
รักษาใจ ได้สุขสันต์ นิรันดร 
********
ชีวิตเรา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-31 16:01:24
"ชีวิตเรา จะเอาอะไรแน่  
ย่อมผันแปร เปลี่ยนจิตและนิสัย 
ชั่วอาจดี มีอาจจนวนเวียนไป 
ยอมรับได้ อนิจจพาสุขจริง" 
(ธรรมจักษุ)
วิเศษสุด...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-31 19:09:47
โพชฌังคปริตร.....คาถาโบราณ 
เป็นคำตั้งสัจกิริยา... 
เพื่อให้เป็นธรรมโอสถ... 
เกิดพลังพุทธมนต์ในการรักษาโรค... 
*************** 
“ปิยมิตร” ... ปิยวาจาของท่านก็ไม่ต่างกัน 
เพราะจิตใจของท่านนั้นประเสริฐ 
ใครได้ยินได้ฟังได้รับรู้ถึงความห่วงใยอาทร 
ก็บรรเทาอาการ หรือหายป่วยไปได้... 
เราเอง...ก็รู้สึกเช่นนั้น... 
นี่ก็คือ...การช่วยเหลือดูแลที่วิเศษที่สุดแล้ว 
เราภูมิใจที่มี “ปิยมิตร” ที่แสนดีคนหนึ่ง...คนนี้ !! 
...ฝันดีนะครับผม... 
"มหาปิยมิตร"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-05 17:10:39
ฝากเรียนถาม..."คุณหมอ" ของผม ว่า... 
"ท่านสบาดีหรือเปล่าครับ" ? 
เป็นห่วงจังเลยครับ !
หมอมีงานยุ่ง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-07 10:22:07
"ปิยมิตร" ที่จริงก็แวะส่องประตูดูคนไข้เกือบทุกวัน 
ไม่อยากเซ้าซี้มาก เดี๋ยวจะเกิดอาการโรคเบื่อหมอขึ้นมา แล้วจะรักาไม่ได้... 
............................................ 
มีงานหนักจริงๆขอรับ 
แต่ก็คอยฟังข่าวมิตรของเราอยู่ 
เกรงใจ ก็เว้นว่างไปบ้าง 
รอให้ "คนดื้อ" ได้มีเวลาคิดเองในบางสิ่ง 
เพื่อมิตรภาพจะไม่ได้จืดจางเร็ว 
เราต้องเคารพ ให้เกียรติในความเป็นส่วนตัวของมิตร 
แต่ความห่วงใย รำลึกถึงคงมีให้เสมอ... 
.......................................... 
เรามีภารกิจ...ได้ไปอยู่วัดมาสองคืนสามวัน 
ก็ไม่ได้ใช้เครื่องมือสื่อสารกับใคร 
กลับมาบ้านแล้ว ก็รีบติดตามข่าวคราวเพื่อนๆ 
สิ่งแรกก็ ที่นี่. 
แต่อื่นๆที่ทำก็เพื่อประโยชน์ ต่อหมู่ชน ในฐานะพลเมืองดี และคนไทยคนหนึ่งที่รักชาติ เป็นห่วงพี่น้องไทย... 
มิตรคงเข้าใจ คลายเป็นห่วง
อธิษฐาน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-07 12:42:19
ด้วยบุญกุศลที่ได้ตั้งใจบำเพ็ญในครั้งนี้... 
ก็ได้อธิษฐาน เป็นอาทิ 
-บุคคลใดที่เคยเป็นญาติมิตร ได้สร้างบุญร่วมกัน ทั้งในอดีตก็ดี ในปัจจุบันก็ดี ขอให้ได้มาพบกัน  
ได้มีโอกาสชักชวนกันทำบุญทำคุณความดีด้วยกัน 
-ขอให้พบกับความสำเร้จ ไม่ว่าจะทำงานเล็ก หรือ 
งานใหญ่ เพียงใดก็ดี 
-ขอให้บุคคลที่มีพระคุณ บุคคลที่เรารัก เคารพนับถือ 
จงได้รับความสุข มีกำลังใจสามารถเอาชนะอุปสรรคใดๆที่เกิดขึ้นได้ตลอดไป 
-ขอให้ได้พบแต่คำว่า"มี" เมื่อคิดจะทำทาน มากน้อยเพียงใดก็ให้มีได้ตามใจปรารถนา ไม่รู้จักหมดสิ้น 
***** 
"ปิยมิตร"ของเรา โปรดได้เป้นกำลังใจ 
ขอให้คำอธิษฐานของเรา ได้เป้นจริงทุกประการ
ฟังเพลงกันนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-07 16:29:33
เราจะฟังเพลงสากลนะ... 
วงคาร์แพนเตอร์  
ซักหกโมงเย็น ถึงทุ่มครึ่ง 
แล้วค่อย พักสายตา... 
สวดมนต์ เข้านอนประมาณสี่ทุ่ม
ขอโทษครับ…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-07 19:22:54
....ที่ได้รบกวน...ความเป็นส่วนตัวของท่าน... 
....ขอโทษจริง ๆ ครับ... 
อภัยครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-08 15:49:07
เพราะว่า..ทำให้ท่านน้อยใจ(รึเปล่า) 
ที่ บอกว่า ความเป็นส่วนตัว นั้น 
มิใช่ ความเป็นส่วนตัวของเรานะ  
แต่หมายถึงความเป็นส่วนตัวของท่านด้วย 
.............................................. 
เราเคยเสียใจมาก.. เพราะความใส่ใจมาก 
มาจากการที่เราชอบแสดงความห่วงใยอาทร 
ต่อบุคคลที่เราเคารพรัก เราก็เลยล่วงล้ำเข้าไป 
ในเขตส่วนตัวท่านเหล่านั้นอย่างไม่รู้ตัว... 
กระทั่งพบกับปัญหานั่นแหละ จึงรู้สึกว่า"อ้อ!"... 
คือ ความคิดความรู้สึกของเรา... 
เราไม่สามารถจะทำให้คนอื่นเข้าใจเราได้ 
และเราเองก็ไม่สามารถเข้าใจคนอื่นได้ ดีเท่าตัวเอง 
ธรรมชาติของเราคนนี้. ก็มักจะหวังดี จริงใจต่อใครๆด้วย 
อยากทำให้ใครใครสบายใจ มีกำลังใจจากมิตรภาพ 
.........บางครั้งก็เป็นเหตุให้เกิดปัญหา และ 
ไปสร้างความอึดอัด ระวังระแวงแคลงใจต่อกัน 
เราเกือบสูญเสียมิตรภาพอันยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งไป 
หากแต่ว่า เราก็ยึดมั่นต่อความนับถือศรัทธา... 
จึงสามารถกำจัดปัดเป่าความขุ่นข้องหมองใจออกไปได้ 
........แต่ก็ยังต้องจดจำบทเรียนเอาไว้ 
สิ่งใดก็ตาม มากนักก็ไม่ดี น้อยนักก็ไม่ดี ใช่ไหม? 
และเรา ก็อยากให้"ปิยมิตร"ของเราโปรดได้วางเราให้ 
อยู่ในระดับคนธรรมดาคนหนึ่ง มีทั้งเข้ม ทั้งหย่อน 
มีความบกพร่องที่ยังต้องค้นคว้าเรียนรู้ ระมัดระวังยิ่งๆ  
คนเราจะจูนกันได้ก็โดยความเห็นใจเอาใจเขามาใส่ใจเรา 
จึงจะสร้างสันติได้ 
.................................................................... 
เราตกลงกันแล้วมิใช่หรือ? ว่าเราจะเป็นกำลังใจกันทุกคน 
ในการดำเนินชีวิต อย่างเข้มแข็ง...แล้วเราจะได้มีพลัง 
มีสติ มีความมั่นใจในการที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อส่วนรวมได้. 
"คุณค่าในความเป็นมิตร" ที่ยิ่งใหญ่คือการมีน้ำใจให้กัน 
การขอโทษ...การให้อภัย. ก็เป็นเช่นนั้น ครับผม
ทางอีสานทำนาแล้วครับ.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-08 16:11:31
ฝนตกมากเลยนะ...สัปดาห์ที่ผ่านมา 
ก่อนนั้น ก็ร้อน แล้ง 
ทำความไม่สบายใจไม่สบายกายต่อคนมากมาย 
ผู้สูงอายุ ผู้เจ็บป่วย...ก็พ่ายแพ้ต่อธรรมชาติไปหลายชีวิต 
พี่น้อง เกษตรกร ทีเคยกลัดกลุ้มร้อนใจเพราะภัยแล้ง 
ก็กลับมาใจชื้นขึ้นมาหน่อย ได้ทำนา มีแหล่งน้ำใช้สอย 
บ้านเราก็ทำนาด้วยนะ เราก็ดำนาเป็นเกี่ยวข้าวเป็น 
ทำสวนก็เก่งนะขอบอก... 
บรรพบุรุษของเรา. ทำทั้งงานหลวง งานราษฎร์ 
เราเคยผาดโผนได้รับอุบัติเหตู(จากการเป็นสายเลือดที่ดี) 
************************ 
เมื่อฝนตกมา...ก็มีความยินดีปรีดา 
ชอบมากกว่าหน้าร้อน ที่แดดแผดจ้า 
เรารักษาสุขภาพไม่ประมาท... 
ก็จะมีแต่ความสดชื่นแจ่มใส 
มีแก่ใจที่อยากทำให้ใครต่อใครได้เบิกบานใจ จ้า!
"เทียนสามเล่ม"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-08 17:20:57
วันนี้ เราขอมอบเพลงเทียนสามเล่ม  
โดยคุณประภาส ชลศรานนท์ 
ให้ท่านได้ฟังยามคิดถึงกันนะครับ!
ทำไงได้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-08 19:19:42
ก็ผม “คนดื้อ” “คนไม่ดี” ก็ต้องยอมท่าน...”คนดี”!! 
ครับ...คิดดูก็รู้สึกว่าตัวเอง....ไร้สาระขึ้นทุกวัน 
ส่วนท่าน...ก็ยิ่งมีความเป็นผู้ใหญ่กว่าผม...มากขึ้นทุกวัน 
ก็สมกับ “ความยิ่งใหญ่” ของท่านจริง ๆ ครับ 
ลำบากท่าน...ที่ต้องมาสั่งสอนผมไปเรื่อย ๆ แบบนี้ 
และก็ไม่รู้ว่า....จะทำให้ผมดีขึ้น...ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้... 
 
อะไรที่ไม่ควรคิด......ผมก็คิดมากจังเลย 
ส่วนที่ควรคิด….ก็มักจะไม่คิดใส่ใจ....แม้สักนิด ! 
แล้วก็มาเสียใจภายหลัง...มักจะเป็นแบบนี้...ครับท่าน... 
จริงด้วยครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-08 19:28:02
ไม่ได้ฟังเพลงมาหลายวันแล้วนะ 
เพลงวงคาร์แพนเตอร์.....ไม่เคยฟังครับ 
เคยฟังแต่เพลงของวง.....พิ๊งค์แพนเตอร์ 
โดยเฉพาะเพลง....”รักฉันนั้นเพื่อเธอ”  
……เพราะมากครับ....... 
 
ลองฟังดูนะครับ...เผื่อว่าท่านจะชอบ..... 
....หากเป็นไปได้...ก็ช่วยร้องให้ฟังด้วยครับ... 
 
....เพราะจังเลย......ขอบคุณครับ... 
 
“Thank you for the music” 
“Rainy Days And Mondays” 
“For all We Know” 
ฝากเพลงนี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-08 19:34:27
....ให้สาว ๆ ชายแดนใต้ และทหารหาญทุกท่าน 
.....อยากให้ทุกท่านสมหวังดังใจปรารถนา... 
 
เพลง...ทบ.2 ลูกอีสาน (ศิลปิน ไผ่ พงศธร) 
 
.....ต้องจากบ้านนา ถูกเกณฑ์เข้ามากรมทหาร  
หนุ่ม ทบ.2 ลูกอีสาน มาประจำการชายแดนมาเล 
....บ้านเมืองขัดแย้ง สายตาระแวงพาให้ว้าเหว่ 
ชีวิตดั่งเรือลำน้อยลอยเล 
แขนบนเส้นด้าย ปลายกระบอกปืน 
.....บ้านเกิดเมืองนอน ที่จำจากจรตอนนี้  
ลมดึกโชยมาหวิวหวี่ คงหลับฝันดีกันตลอดคืน 
หนุ่มทหารเกณฑ์ออก ลาดตระเวนเสียจนดึกอื่น 
เดือนเหงา ดาวตก เสียงนกกลางคืน  
แว่วซ้อนเสียงปืน จากชายเขาไกล 
.....ในวันดี ๆ ที่ไม่มีสถานการณ์  
สาวเว้ายาวีกับบ่าวอีสาน เคยยิ้มให้กันแบ่งปันน้ำใจ 
ต่างภูมิลำเนา แต่ว่าเฮาก็เป็นคนไทย ปลดประจำการ กลับบ้านเมื่อไร เบอร์ที่น้องให้จะหมั่นโทรมา 
.....เทือกเขาบูโด ภาพทะมึนไกล มากมายความลับ  
กี่ดวงชีวิตที่มอดดับ สังเวยความเชื่อแยกดินแบ่งฟ้า  
อยู่ป้อมน้อย ๆ กอดปืนยืนยามตีสามกว่า ๆ  
เสียงโอละเห่ของแม่แว่วมา  
หัวใจครวญว่าคิดฮอดบ้านเด… 
เทียนสามเล่ม…เทียนคุณธรรม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-08 20:00:56
หนึ่งแสงคือ...สามัคคี 
หนึ่งแสงคือ....ซื่อและสัตย์  
อีกหนึ่งคือ....ความกตัญญู 
 
เรารู้ว่าท่าน....ได้พยายามทำทุกวิถีทาง 
ที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อส่วนรวม… 
เรารู้ว่าท่าน....ต้องเหน็ดเหนื่อยมากเพียงใด... 
 
เราจะจุดเทียนให้ท่านเล่มหนึ่งคือ “กำลังใจ”  
 
“เปลวเทียนละลายแท่ง...เพื่อเปล่งแสงอันอำไพ” 
"เพื่อวันที่ดีของเรา"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-09 20:15:17
*เพื่อวันที่ดีของเรา* 
เดินไปตามฝัน ฝันที่เราอยากเห็น 
มีเพียงใจเป็นเป็น เพียงแค่เพื่อนร่วมทาง 
จะเจ็บจะหนาว เปล่าเปลี่ยงสับสน 
หนทางคงไม่ไกล ชวนให้ไปพิสูจน์คน 
สอนให้เราอดทน จิตใจคงมั่น 
เส้นตรงที่ขอบฟ้า คือจุดหมาย 
ให้เราได้เดินไป ให้เราอดทน 
ลำธารภูเขาท้องฟ้ากว้างใหญ่ 
เส้นทางที่ท้าทาย ชวนให้ไปพิสูจน์คน 
สอนให้เราอดทน จิตใจคงมั่น 
***จะบินไปหา ข้ามฟ้าแสนไกล 
ไม่หวาดไม่หวั่น ไม่พรั่นต่อสิ่งที่มันท้าทาย 
พร้อมจะผจญกับภัย รอเพื่อพบกับวันที่ดี 
ดูดาวที่บนฟ้าระยิบพราว  
ดุจจะกล่าวว่าเธอ ว่าเธอให้เธอให้อดทน 
แล้วพร้อมผจญกับภัย รอเพื่อพบกับวันที่ดี 
คงมีวันนั้น ถ้าว่าเราทำอย่างนี้ 
พยายามจะทำในสิ่งที่เราอยากค้นหา 
เส้นทางแห่งชีวิตมีความหมายล้ำค่า 
เป็นคลังแห่งปัญญา เติมให้เราไม่ขัดสน 
สอนให้เราอดทน จิตใจคงมั่น 
ใจที่มั่นคง พร้อมเป็นเพื่อนเราได้ 
ใจที่มั่นคง พร้อมจะรอเพื่อวันที่ดี 
.......................................... 
แล้วพร้อมจะผจญกับภัยด้วยใจที่ยังมั่นคง 
ด้วยใจที่แสนมั่นคง เพื่อวันที่ดีของเรา. 
 
"ปิยมิตรของเรา" วันนี้ เราได้ทำตัวให้ใจสบายๆ 
เพื่อผ่อนคลาย...ด้วยวงของพิงค์แพนเตอร์ 
นอกจากเพลงเก่งของพี่ต๋อย(รักฉันนั้นเพื่อเธอแล้ว) 
เราก็ประทับใจเพลง"เพื่อวันที่ดีของเรา" ที่เอามาฝากนี่ไง 
ท่านเปิดฟังนะ มอบให้อย่างจริงใจ 
เราชอบฟัง แต่ว่าร้องยากเราร้องไม่ทันหรอก 
แต่เพลงที่เราร้องเพราะ(เพื่อนบอก)คือรอยเท้าบนพื้นทราย 
ชอบฟังคอนเสิร์ทเต็มรูปแบบมาก... 
ไม่ว่า อัสนีวสันต์ ดิอิมพอสสิเบิล พิงค์แพนเตอร์ 
แต่รักพิงค์แพนเตอร์ในความสุภาพนุ่มนวลทั้งวงเลย 
นี่ก็ กว่าสองชั่วโมงแล้วที่ฟ้ง Pink Panther concert 
(อุ่นไอรัก)1/10 มาถึง6/10. 
โอกาสหน้าก็จะหาเวลาฟังต่อ  
ไม่เช่นนั้น เดี๋ยวคืนนี้จะต้องฝันถึงแต่วงพิงค์แพนเตอร์... 
....................................... 
ขอจงได้ชื่นบานกับเพลงนะครับ 
และ...ต้องขออภัยด้วยนะ หากจะขอร้อง 
อย่าบอกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี...นักเลย 
ออกจะน่ารักหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย 
ที่คนอื่น อาจไม่เท่าเลย 
ท่านเป็นคนที่มักถ่อมตัว 
ที่แท้...ก็เป็นคุณสมบัติของคนฉลาด 
เป็นน้ำครึ่งแก้ว... 
ท่านจึงได้เปรียบ ในการใช้ชีวิตที่จะเจริญขึ้นๆ 
หากอวดดี ทนงตัว คนนั้นก็จะหยุดอยู่กับที่ 
เราเอง...ก็ลำบากใจนะ หากจะรักษาคุณลักษณะอันเลิศล้ำ ที่มิตรชม. 
ร้อนตัวนะ...เรามักสอนท่านอย่างนั้นหรือ? 
ใช้คำว่า"มิตรหวังดีต่อมิตร" ดีกว่าไหม! นะครับ 
************************** 
ถึงจะแสนไกล ไกลถึงใต้หล้า 
สุดขอบฟ้าแสนไกล 
ไกลเพียงดวงดาว 
ฉันหรืออาทร... 
................................................ 
คืนนี้...จงเบิกบาน แล้วหลับฝันดี.
เมื่อคืนนี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-10 19:12:24
ก็เบิกบาน...มีความสุข...และหลับฝันดี… 
แต่ความฝันก็คือความฝันครับ....ความจริงก็ยังคงอยู่... 
 
ที่ทำงานใหม่....มีคนทำงานทั้งหมดหกคน 
สำนักงานเป็นเหมือนบ้าน....หลังเล็ก ๆ  
พื้นก็ระดับเดียวกับพื้นดิน 
มีต้นไม้ใหญ่อยู่ใกล้ ๆ ใบไม้ก็ปลิวเข้ามา 
เราก็ต้องช่วยกันกวาดออกไป 
คนเดินเข้าเดินออกก็ทำให้พื้นสกปรก 
บางวันก็มีอึ่งอ่างคางคกเข้ามาทักทาย 
โอ !!...ตัวอวบอ้วน......น่ากินจัง !!! 
เพื่อนที่ทำงานเก่าโผล่หน้าต่าง...ตะโกนแซว ! 
“โอ้โฮ...กวาดบ้านทั้งวันเลยนะ...!.” 
 
ทุกคนมาทำงานแต่เช้า....(หลังจากส่งลูกไปโรงเรียน) 
เราช่วยกันทำความสะอาดที่ทำงานก่อนเป็นเบื้องต้น 
พักกลางวันก็รับประทานอาหารร่วมกัน 
ทุกวันจะมีคนเอาข้าวเหนียวมากระติบใหญ่ 
บางวันเจ้านายก็หิ้วหม้อหุงข้าวมาด้วย 
ออกเงินกันไปซื้อกับข้าว....(ส่วนมากเจ้านายจะจ่าย) 
กับข้าวก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก ของปิ้ง ย่าง แกงหน่อไม้ 
ดูเหมือนทุกคนจะรับประทานพอให้มีชีวิตอยู่รอดเท่านั้นแหละ 
อาหารหลักคือส้มตำ…. คนไปซื้อก็ซื้อมาทุกวัน 
บางวันผมต้องแสบท้องตั้งแต่กลางวันยันเช้าอีกวันหนึ่ง 
 
เป็นนโยบายของหน่วยงานนี้... 
ว่าจะต้องอยู่กันอย่างพี่น้อง...สามัคคีกัน 
เพราะเราต้องช่วยกันทำงาน.... 
รับผิดชอบงานพื้นที่สี่จังหวัด  
จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของมิตรภาพก็คือ... 
การรับประทานอาหาร่วมกันนี่แหละ(...ท่านว่ามาอย่างงั้น) 
ทุกคนก็จะได้คุยกันทุกวัน… 
(...ก็เป็นบรรยากาศที่ถูกใจครับ...งานก็ไม่ซีเรียส... 
แต่คุณหมออาจจะซีเรียสแทนก็เป็นได้... 
เพราะรักษาคนไข้ไม่หายซักที...) 
 
จะถอดใจเสียแต่เวลานี้ก็ไม่ว่ากันครับ! 
ผมก็เห็นใจท่านเหมือนกัน... 
คิดดูแล้วก็ไม่น่าจะคุ้ม... 
....เพื่อวันที่ดีของเรา....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-10 19:20:06
เพราะ !...เป็นเพลงที่ท่านมอบให้อย่างจริงใจ 
จึงต้องฟังซ้ำ.....หลายรอบ !!! 
ยิ่งฟังก็ยิ่งซาบซึ้ง….เป็นพลังใจที่ดี 
คงมีวันนั้น.....ถ้าว่าเราทำอย่างนี้ ! 
เพื่อพบกับวันที่ดี....! 
และเส้นทางชีวิตที่ล้ำค่า...! 
ครับ..!! ผมจะรอวันนั้น...!!! 
 
 
หากมิตรภาพ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-11 20:39:22
 
..เป็นดั่งรอยเท้าบนพื้นทราย.... 
..คงน่าเสียดายมากเลย.... 
 
เพลงนี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-11 20:46:29
สำหรับเจ้าของคำพูด... 
....“เรามีเรา”....นะครับ !! 
 
แต่ก่อนแต่ไร ไม่เคยอุ่นใจ 
โดดเดี่ยวเดียวดาย ข้างกายไม่มีใครสักคน 
ฝ่าทางชีวิต ทุกข์ภัยผจญ 
ฝ่าลมและฝน ก็โดยลำพัง 
....แต่มาวันนี้ คลุกคลีกับเธอ 
....อยู่เคียงกับเธอ แล้วทำให้ใจมีพลัง 
....จะเดินต่อไป ไม่ยอมหยุดยั้ง 
....หากเดินพลาดพลั้ง ฉันยังมีเธอ 
เราสองเคยผ่านชีวิต โดดเดี่ยว 
สองเราเคยเหนื่อยและท้อ เต็มที 
หนทางยังอยู่แสนไกลจากวันนี้ 
เพียงเรามีเรา หากจะเดินไปทางใด ไม่หวั่น 
.....จับมือกันเดินด้วยใจอดทน  
.....หากใครสักคนล้มลงฉุดมือกันขึ้นไป 
.....จะฝ่าประจันทุกข์อันตราย 
.....กอดคอกันไป ไม่กลัวภัยพาล 
เราสองเคยผ่านชีวิต โดดเดี่ยว 
สองเราเคยเหนื่อยและท้อ เต็มที 
หนทางยังอยู่แสนไกลจากวันนี้ 
เพียงเรามีเรา หากจะเดินไปทางใด ไม่หวั่น 
.....จับมือกันเดินด้วยใจอดทน  
.....หากใครสักคนล้มลงฉุดมือกันขึ้นไป 
.....จะฝ่าประจันทุกข์อันตราย 
.....กอดคอกันไป ไม่กลัวภัยพาล 
***จับมือกันไป ไม่กลัวภัยพาล*** 
***กอดคอกันไป ไม่กลัวภัยพาล*** 
 
....วันแม่..เราคงกลับไปหาแม่... 
...ฝากเพลงให้ฟังระหว่างนี้... 
...คงไม่เหงานะครับ..!! 
 
 
 
...”ใส่ใจ” อยู่ครับ...ยังไม่ลืม...!!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-11 21:06:02
 
ขอให้คำอธิษฐานของท่าน 
เป็นจริงทุกประการ...!!! 
ยินดีเป็นกำลังใจให้ท่านครับ..! 
สงสัย ??
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-17 07:19:35
ผม !!...คงจะทำอะไรผิดไปอีกแล้ว 
คุณหมอของผมก็เลย..."งานยุ่ง" 
ขอโทษครับท่านครับ...
ตอบถ้อย!!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-17 21:15:19
งานยุ่งจริงๆ คะรับ... 
แต่พวกเราก็ได้วันหยุดยาว...ให้ได้อยู่พร้อมหน้าบุคคลที่รัก ปิยมิตรของเราก็คงอยู่ท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น 
เราอุตส่าห์ชื่นชมยินดีที่ใครๆเขามีแม่ให้ได้ไปกราบไหว้ 
ให้ได้ไปกอด ให้หายเหนื่อย ให้มีกำลังใจต่อสู้ปัญหา 
ตัวเองต้องคิดถึงแม่คิดถึงพ่ออย่างอ้างว้าง.. อาลัยหาแต่ 
วันเวลาที่ผ่านไป เมื่อครั้งที่ยังมีท่านอยู่... 
ก็ได้แต่เพียงทำในสิ่งที่ให้คลายความเศร้าหมอง.. ใส่บาต 
ไปวัด ไปเยี่ยมเด็กกำพร้า ให้ข้าวของเครื่องใช้คนชรา 
ฝากของกราบเยี่ยมคุณแม่ของเพื่อนๆ และไปมอบหนังสือให้กับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลน ไปเยี่ยมไปคุย 
กับพวกเขา...ไปถวายสังฆทานกับวัดกันดาร นี่ก็ไม่ใช่อวดว่าตัวเองดีหรอกนะ แต่เป็นการหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ 
ให้ตัวเองได้ส่งกุศลผลบุญไปให้พ่อแม่ ให้ผู้มีพระคุณ จะได้สบายใจขึ้นบ้าง ... 
ว่างจากนั้น ก็เล่นfb. ตอบอีเมล์... มีคนรู้จักเขาส่งๆมาต่อกัน ก็เลยได้คุย แลกเปลี่ยนอะไรหลายคน...ต้องศึกษาเรียนรู้ ต้องอ่านอย่างเอาใจใส่...เพราะบางครั้งก็มีหลงลืมนะ เวลาคุยก็คิดว่าคุยกับเขาส่วนตัว...ที่ไหนได้เล่นออนไลน์กันทั่วเลยในกลุ่มเพื่อน แบบไม่ได้ตั้งใจ (เป็นความเชยของเราเอง) 
เลยต้องใช้เวลาไม่น้อยที่จะอ่านความคิดของเพื่อนสมาชิก...ตัวเองก็ค่อนข้างโลเทคฯ อยู่แล้ว...ก็ช้าน่ะนะ 
แต่ว่าไม่เคยเลยสักครั้ง ที่จะไม่เข้ามาอ่านตรงนี้! 
แต่บางที่ก็ขี้เกียจพูด...ยังไม่มีอะไรแปลกใหม่มาคุยให้ฟัง 
........................................................................ 
ระหว่างเราที่มีความเข้าใจเป็นที่ตั้งแล้ว..ก็ค่อยๆมาคุย 
ให้"สบาย สบาย เป็นธรรมดาธรรมชาติ" ไม่ต้องเสแสร้ง 
นี่แหละ...คือความจริงใจของเรา ความเป็นเราคนนี้ 
************************************ 
"กำลังใจที่มีค่ายิ่ง" ของปิยมิตร จะตรึงตราไว้ในดวงจิต 
แม้มีสิ่งผันแปร...จะจดจำไว้เสมอ ค่าน้ำใจที่มาจากน้ำใจ จากคนหนึ่ง..สู่คนคนหนึ่ง ที่ได้รู้จักกันได้ด้วยนิสัยใจคอ ในโลกความคิด ความระลึกถึง..."แปลกแต่จริง" 
ท่าน..และ เรา จะเป็นใครไม่สำคัญ 
ขอเพียงไมตรีอันงดงาม จริงใจ เท่านั้น  
เราจะช่วยกันสร้างโลกให้สดใส...ใช่ไหมครับ! 
น้าน...จะคิดโทษตัวเองอีกแล้วเหรอ? 
ถึงมาขอโทษครับท่าน! 
“มหาปิยมิตร”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-18 17:05:47
ท่านอาจคิดว่า...เราออกจะดูสนุกสนานไปตามเรื่องราว 
แต่ความรู้สึกจริง ๆ ของเรา ก็คือ “เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง” 
ขอท่านจงโปรดอภัยให้เราในทุกสิ่ง... 
นานไปก็ยิ่งรูสึกว่ารบกวนท่านมากขึ้น 
 
ที่ท่านพูดนั้นก็ถูก...แต่ความจริงแล้วก็คือ... 
เราเป็นใคร...ไม่สำคัญอะไรเลย 
แต่ท่านนั้น...สำคัญอย่างยิ่ง !! 
 
บ่อยครั้งที่เราไม่อาจทนแรงเสียดทานบางสิ่ง 
เพราะเราไม่เข้มแข็ง ไม่มั่นคงดุจขุนเขาเช่นท่าน 
และเราก็ไม่อยากให้ท่านต้องกังวล !! 
 
บ่อยครั้งที่เราอยากพูด..... 
 
แต่ท่านก็เป็นเช่นภูผาและสายน้ำ... 
ให้เรามั่นคงและเย็นใจ....มิใช่ว่าเราน้อยใจ...แต่เราเข้าใจ 
ท่านเองก็คงเข้าใจ และรู้สึกได้ดีกว่าเรา 
 
….GOOD LUCK TO YOU……”MAHAPIYAMIT”… 
"MAHAPIYAMIT"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-19 12:25:31
ความเอาใจใส่...ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม 
คือ"หัวใจของการเป็นมิตรแท้" 
ท่านมีความเอาใจใส่เรายิ่งนัก 
ท่านถึงได้มีแต่ความเกรงใจ... 
เกรงใจถึงขนาด หวั่นว่าตัวเองจะทำอะไรไม่ถูก 
เราอยากจะให้ท่านมั่นใจในตัวเองมากขึ้น 
ว่า...ถ้าหากท่านได้เลือกชมบุคคลใดแล้ว... 
ถึงขั้นนับถือยกย่อง... 
เป็นการแสดงว่า ท่านเป็นผู้มีทั้งคุณสมบัติ ทั้งคุณธรรม 
บุคคลใดเลย...สักกี่คน จะรู้จักหันมาพิเคราะห์พิจารณา 
ในเรื่องคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่ได้ปฏิสัมพันธ์ 
ถึงมี...ก็อยู่ในขั้นพื้นฐาน ธรรมดาสามัญโลก 
แต่มนุษย์อย่างท่าน...มิได้เก่งแต่การ ป.จ.ว. เท่านั้น 
ท่านมีมนุษยธรรม มีคุณธรรม ในข้อที่มนูษย์ทั่วไปยังขาด 
เราเอง ก็เคารพนับถือท่าน อย่างแน่นอน. 
ในโลกอันนำสมัย...การถนอมรักษาน้ำใจไมตรีกันนั้น 
นับเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด...และก็ไม่ใช่ง่ายๆ 
"เรามีเรา" ก็ต้องมีต่อไป ตลอดไป 
เราเอง เป็นคนอ่อนไหว และเข้มแข็ง ตามแต่เหตุการณ์ 
และปัจจัย ที่เป็นองค์ประกอบ... 
.............................................................. 
ความขี้เกียจ ที่เรากล่าวออกไปนั้น 
ต้องการจะสื่อว่า เราเป็นคนธรรมดาๆ  
ไม่ได้มีดีมากมาย ให้ท่านคาดหวัง 
ต้องการให้ท่านวางใจและ มีความมั่นใจที่จะสื่อสารต่อกัน 
ด้วยเรื่องอะไรๆได้ ให้มิตรฟัง 
คำพูดต่อกันนั่นล่ะ จะพิสูจน์ว่า มิตรเอาใจใส่ต่อมิตรแค่ไหน? ก็จะสังเกตจนพอจับได้ว่า เพื่อนมีทุกข์หรือสุข 
เหมือนขณะนี้ไง... เราจับได้ว่าท่านกำลังจะตัดสินใจ 
ถอดใจ...ใช่ไหมเอ่ย 
..................................................................... 
จากวันที่หมอ กำหนด ทดลองยาพระบอก 
นับได้.. เข้าสามสิบสี่วันเข้าแล้วนะ 
เป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกว่าระบบขับถ่ายดีขึ้นบ้างไหม 
เพียงแต่ให้ระบบดีขึ้น ถ้าเป็นแผล หรือเคยเรื้อรังมา 
ก็จะช่วยให้ดีขึ้น ค่อยๆดึขึ้นบ้าง... มิใช่เป็นการรักษาให้หายได้เร็วทันใจ นะครับ! 
เรื่องน้ำผึ้งก็เสริมในยามอ่อนล้าก็ช่วยให้ชุ่มชื่นขึ้น 
ไม่จำเป็นต้องกินประจำ แต่การดื่มน้ำสะอาดต้องประจำ 
ไม่ต้องห่วงว่าหมอจะถอดใจหรอก... 
บางเรื่อง ก็จะเป็นคน"กัดไม่ปล่อย" 
บางเรื่องก็จะ "ช่างมัน" ปล่อยวางไป 
แต่เรื่องของเพื่อน ที่มีค่ายิ่ง... 
เราพร้อมจะขอโทษเสมอ ถ้าทำให้เพื่อนไม่พอใจ 
และพร้อมจะอภัยเสมอ ถ้าเพื่อนต้องการ... 
................................................................. 
เย็นวันนี้ หากพอมีเวลาว่าง 
ช่วยส่งเพลง เกี่ยวกับเพื่อนแท้ มาฝากด้วยนะ 
ร้องเพลงแล้ว... ก่อนนอน เราจะนั่งสมาธิส่งจิตมาให้กำลังใจ"ปิยมิตร" ให้ผ่องแผ้ว อบอุ่นในมิตรภาพ!
........................
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-19 21:37:17
พันแววตา ที่เคยพบเจอผ่านมา  
กี่คนที่เคยยิ้ม อาจเคยทักทายกันแล้ว 
แต่มีเพียงไม่กี่คน ที่เมื่อมองเมื่อสบตาก็เข้าใจกันและกันดี 
มีเพียงบางคนเท่านั้น ที่จะมาเมื่อเวลาที่ต้องการ 
และในยามที่หมดความหวัง เป็นแรงใจ 
จะมีกี่คนที่เราเรียกเพื่อนแท้ (พบเพียงหนึ่งก็โชคดีกว่าใคร) 
คนไม่กี่คนที่เราเรียกเพื่อนแท้ (หาลำบากแต่คุ้มค่าให้ตามหา).. 
..........................................................................
กราบขอโทษครับ...ท่านครับ !!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-21 18:00:28
ผมไม่คิดว่าท่านจะใส่ใจ…. 
ท่านไม่ต้องตามหาผมนะครับ 
ศักดิ์ศรีท่านก็มาก... 
 
อีกอย่างพรรคพวกท่านก็เยอะด้วย 
ผมกลัวครับ...ท่านครับ !! 
"สุขา สทฺธา ปติฏฺฐิตา"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-22 09:58:44
"ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว นำสุขมาให้" 
ใครคนหนึ่ง..เคยบอกเอาไว้ว่า.. 
สายทิพย์ สายธาร... 
จงสืบประสานเป็นสายนทีที่ยิ่งใหญ่และล้ำค่า 
เพื่อสร้างหวังให้ปวงประชา..ร่มเย็นตลอดกาล 
เอื้ออาทร..ด้วยใจไมตรี ..ไม่มีแบ่งชั้น 
............................................................ 
สญฺญาย วิปรีเยสา จิตฺตนฺเต ปริฑยฺหติ 
นิมิตฺตํ ปริวชฺเชหิ สุภํ ราคูปสญฺหิตํ 
(อานนฺท) สํ.ส. 15/277
ไม่ค่อยจะลงทุนเลยนะฮ่ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-22 20:48:07
ลอกเค้ามาแบบนี้ 
วกไปวนมาเดี๋ยวก็เจอข้อหายอดฮิต 
 
หากเป็นไปได้.... 
กรุณาลบข้อความทั้งหมดที่ส่งไปจะได้ใหม 
(ข้อความมากเกินไปแล้วครับท่าน) 
ดีจังเลยครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-22 20:50:30
ผมมีมิตรแบบ 3 in 1 
เป็นทั้งคุณหมอ 
เป็นมหาปิยมิตร 
และก็เป็นพระ 
ทำให้ชีวิตของผมเริ่มจะยุ่งยาก 
เพราะไม่ค่อยเข้าใจความหมายสายพระสักเท่าไหร่ 
ด้วยรักและผูกพัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-23 20:26:17
หากเราต้องจากกัน จากกันด้วยเหตุใด  
เก็บความคิดที่คล้ายกัน กับความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนั้นไว้  
หากวันไหนที่เธอ เกิดเจอะเจอทุกข์ภัย  
หากเธอนั้นเดือดร้อนใจ จะเป็นเรื่องใดที่ทำให้เธอท้อแท้  
ขอเพียงแต่เขียนมา ขอเพียงส่งเสียงมา จะไปหา  
จะไปในทันใด จะไปยืนเคียงข้างเธอ  
ไปอยู่ดูแลเป็นเพื่อนเธอ ให้เธอหมดความกังวลใจ  
จะไปในทันใด จะตรงไปจะใกล้ไกล  
หากเป็นเธอจะรีบไป ให้เธอได้ความสบายใจ  
โปรดจงรู้ว่ามี อยู่ตรงนี้อีกคน  
กับชีวิตที่วกวน จะมีผู้คนกี่คนที่เป็นมิตรแท้  
ขอเพียงแต่เขียนมา ขอเพียงส่งเสียงมา จะไปหา  
จะไปในทันใด จะไปยืนเคียงข้างเธอ  
ไปอยู่ดูแลเป็นเพื่อนเธอ ให้เธอหมดความกังวลใจ  
จะไปในทันใด จะตรงไปจะใกล้ไกล  
หากเป็นเธอจะรีบไป ให้เธอได้ความสบายใจ  
จิตใจยังพร้อมจะยินดี กับรอยยิ้มที่เธอมี  
อยากเห็นยิ้มที่ชื่นบาน อยากเห็นจากเธอ  
อยากให้เธอได้มี สิ่งที่ดีเรื่อยไป  
หากวันไหนเกิดทุกข์ภัย โปรดจงมั่นใจ  
จะไปในทันใด จะไปยืนเคียงข้างเธอ  
ไปอยู่ดูแลเป็นเพื่อนเธอ ให้เธอหมดความกังวลใจ  
จะไปในทันใด จะตรงไปจะใกล้ไกล  
หากเป็นเธอจะรีบไป ให้เธอได้ความสบายใจ  
จะไปในทันใด จะไปยืนเคียงข้างเธอ  
ไปอยู่ดูแลเป็นเพื่อนเธอ ให้เธอหมดความกังวลใจ  
จะไปในทันใด จะตรงไปจะใกล้ไกล  
หากเป็นเธอจะรีบไป ให้เธอได้ความสบายใจ  
...เราง้อท่านแล้วนะครับ... 
...เล่าสู่กันฟัง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-24 19:53:10
ฉันยังจำเสมอที่เธอเคยบอกกับฉัน  
คิดแล้วยังตื้นตันเกินอธิบาย 
นึกถึงคำๆ นั้นทุกวันที่ห่างกันไป  
เหมือนมันเป็นโยงใยที่ส่งถึงกัน 
ไม่ว่าเราจะโชคดี หรือบางทีที่ร้องไห้ 
ต่างคนสนใจจะฟัง 
 
เพราะว่าในชีวิตเรื่องจริงมันต่างจากฝัน 
ฝันไม่เคยมีวันที่เจ็บช้ำใจ 
มีผู้คนอยู่รอบกาย เหมือนไม่มีไม่เห็นใคร 
แต่ใจๆ ฉันยังมีเธอ 
 
คืนที่ไร้แสงไฟ วันที่ใจมัวหม่น 
ขอเพียงใครสักคนห่วงใยกัน 
วันที่เสียน้ำตา วันที่ฟ้าเปลี่ยนผัน 
เธอก็ยังมีฉันอยู่ทั้งคน 
 
ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ 
ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว 
ยังนอนดึกอยู่ใช่ไหม เธอผอมไปหรือเปล่า  
อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง 
 
คืนที่ไร้แสงไฟ วันที่ใจมัวหม่น 
ขอเพียงใครสักคนห่วงใยกัน 
วันที่เสียน้ำตา วันที่ฟ้าเปลี่ยนผัน 
เธอก็ยังมีฉันอยู่ทั้งคน 
 
ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ 
ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว 
เธอลำบากอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า 
อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง 
 
(เพราะ) ฝนที่ตก(อยู่)ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ 
ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว 
เธอลำบากอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า 
อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง 
 
เธอยังขาดอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า 
อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง เธอยังมีฉันอยู่ทั้งคน  
จะได้ไม่ลืมกัน 
เรา..งานไม่ยุ่ง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-25 19:59:34
เราก็เลย....รบกวนท่านงานยุ่ง 
เพื่อความสบายใจ...(ของเราเอง) 
 
จะถ่ายรูปแล้ว....ยิ้มหน่อยครับ 
....เท่มากเลยครับ… 
 
ภาพที่ท่านบรรยาย “ใต้ร่มบารมี” 
เวลาท่านยิ้มรู้สึกโลกสดใสมากครับ 
 
...เมื่อก่อน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-25 20:08:18
เรามีโอกาสไปพบปะชาวบ้าน 
เวลาถ่ายรูปชาวบ้านแล้วมีความสุข 
นึกถึงภาพผู้คนอยู่ท่ามกลางทุ่งนาแห้งแล้ง 
คุณยายเก็บมะยมหน้าบ้านมาฝาก 
ชาวบ้านลงสระใหญ่กลางทุ่งนา 
ผู้ชายลงไปจับปลา ผู้หญิงอยู่ขอบสระรอรับปลา 
แซวกันไปมาสนุกสนาน 
อาหารกลางวันของพวกเราก็คือต้มปลาแสนอร่อย 
 
เคยไปนอนบนศาลาวัดไม้เก่ามาก 
เวลาเดินต้องระวัง กลัวจะพัง 
อยู่ไม่ไกลจากภูเขา กลางคืนอากาศเย็น 
เพื่อนร่วมงานคุยกันแต่เรื่องผี ๆ 
 
เดี๋ยวนี้เราไม่ได้ทำอย่างนั้นแล้ว 
แต่ถึงทำ ก็คงไม่สนุกเหมือนก่อน 
เพราะทุกอย่างเปลี่ยนไปตามปัจจัย 
ใช้เวลาน้อย รวดเร็ว กระชับ (ตามสมัย) 
 
ทุกวันนี้เราก็ยังชอบถ่ายรูปคนอื่นอยู่ 
แต่เราไม่ชอบให้ใครมาถ่ายรูปเรานะ 
เพราะเราไม่หล่อ ไม่เท่ครับ 
 
อีกหนึ่งหน้าที่ของเราคือ 
ถ่ายรูปเพื่อนร่วมงาน 
ในงานที่ทำ….ตามที่ได้รับมอบหมาย 
ถึงจะไม่ได้บรรยากาศเหมือนก่อน 
แต่ก็สร้างความคึกคักเล็ก ๆ 
เอ้า ! ฟ้องด้วยภาพอีกแล้วครับ !! 
 
(ราตรีสวัสดิ์...ฝันดีนะครับ "มหาปิยมิตร") 
เราพยายามจะเป็น...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-26 20:15:25
ภูผาและสายน้ำ 
เช่น “มหาปิยมิตร” ของเรา 
มีมิตรดีเพียงหนึ่ง....ก็โชคดีกว่าใคร 
*********************** 
งานยุ่งหรือครับ 
เหนื่อยเกินไปไหม 
 
นอนหลับหรือเปล่า 
ลำบากอะไรไหม 
 
สู้ไหวหรือเปล่า 
ผอมไปหรือเปล่า 
 
สบายดีไหมครับ..!!! 
ใครกันนะ...เคยบอกจะสร้างโลกให้สดใส
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-26 20:28:25
ตอนนี้โลกกำลังหม่น ๆ แล้วครับ 
สร้างคนเดียวไม่สนุกเลย
วันนี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-27 21:00:37
ได้เดินทางโดยไม่มีโอกาสเตรียมตัวเตรียมใจ 
ถ้าถึงที่หมายช้าอีกนิดเราก็คงอาเจียนแล้ว 
ถึงจะพยามยามทำตัวเป็นปกติ แต่เราก็เงียบกว่าใคร 
กว่างานจะเสร็จก็ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี 
เจ้านายก็พาแวะร้านอาหารข้างทาง 
เพื่อนสั่ง “ส้มตำเผ็ด ๆ”...อืม ! ก็อร่อยดีนะ 
(....แต่เวลานี้ผมก็ยังปวดท้องอยู่เลยครับ...) 
 
หลังจากนั้น....เจ้านายก็พาไปวัด 
ขับรถขึ้นเขา...เราก็เลยรู้สึกว่าน่าจะเดินดีกว่า 
(นี่มิใช่พากันหนีเที่ยวนะครับ… 
เป็นนโยบายของหน่วย...ว่าต้องเข้าวัดบ้าง) 
กว่าจะถึงศาลาวัด....ก็ใช้เวลานาน 
 
คราวนี้สมใจแล้วครับ....ได้เดินขึ้นเขาจริง ๆ 
เดินขึ้นไปตามหา.....รอยพระพุทธบาท 
รอบแรกไม่เจอครับ.....เพราะต่างก็ไม่เคยไป 
ต้องขึ้นไปอีกครั้ง...คราวนี้มีคนพื้นที่นำทาง 
ไปได้ครึ่งทางผมก็ลังเล....กลัวจะเป็นภาระเพื่อน 
เพื่อนก็บอก....มาแล้วต้องไปให้ถึง… 
 
ไม่น่าเชื่อเลย.....นี่ยังไม่ถึงยอดเขาสูงที่สุด 
เรายังรู้สึก.....สุขใจมากเพียงนี้ 
หายเหนื่อย.....ลืมทุกข์ยากไปหมดสิ้น 
 
...เราอธิษฐานให้ท่านด้วยนะ.... 
หวังว่าคืนนี้....ท่านคงจะหลับสบายดีนะครับผม..!! 
คุณหมอครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-29 19:26:35
หลังจากดื่มน้ำไปเดือนกว่า 
ระบบขับถ่ายก็ดีขึ้นครับ 
เช้ามาผมต้องนึกถึงท่านทำให้ต้องดื่มน้ำ 
ถ้าไม่ดื่มก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไข้มีปัญหา 
ไม่สบายใจอย่างไรก็ไม่รู้ 
หรือว่าวาจาศักดิ์สิทธิ์ครับ 
 
เวลานี้มีโรคแทรกซ้อนคือโรคอ้วนครับ 
ทานน้ำผึ้งไปจะหมดขวดใหญ่แล้ว 
(บอกแล้วว่าชอบหวาน ๆ ) 
ระยะหลังนี้ทานกล้วยได้วันละหวีครับ 
(ชอบทานกล้วยหอมกับกล้วยไข่ แต่กล้วยน้ำว้าก็ทานบ้าง) 
ประกอบกับสิ่งแวดล้อมเป็นใจ 
เช้าก็ทานแล้ว พอไปที่ทำงานเพื่อนเอากับข้าวมาก็ทานกับเขาอีก 
เที่ยงก็ทานอีกแล้ว แล้วก็ยังมีไอศกรีม ข้าวโพดปิ้งมาขาย 
ขนม น้ำหวาน ก็ขายอยู่ใกล้ที่ทำงานนี่เอง... 
 
สรุปก็คือรับประทานได้ทั้งวัน ตามใจปรารถนา… 
น้ำหนักขึ้นหลายกิโล กลุ้มใจอยู่ครับเวลานี้ 
หากแผ่นดิน ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-29 19:35:29
ไม่ฝังกาย จะสุขจะทุกข์เพียงใด 
น้อมกาย ยิ้มสู้ ฟันฝ่า  
ร้อยรัดดวงใจ มั่นในคำสัญญา 
สร้างสรรค์เพื่อมวลประชา  
นี่คือสัญญาของเรา…… 
 
เพื่อนที่แท้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-30 20:03:07
....ไม่ทิ้งกันก่อน...  
.....ชีวิตขึ้นหรือลง...  
.....ยังคงไม่ห่างไปไหน...  
คนทำทาง....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-08-31 18:15:55
ประวัติศาสตร์....อาจมีในหลายด้าน 
แต่คนทำทาง....ไม่เคยจะเอ่ยออกนาม 
คนที่แบกหาม...ลุยน้ำลุยโคลน 
คนที่สรรสร้าง... 
จากป่าเป็นเมือง....รุ่งเรืองงามเพียงเวียงวัง 
ด้วยเลือดด้วยเนื้อ....ของคนทำทาง 
ถางทางตั้งต้น...ให้คนต่อไป 
 
จากป่าเปลี่ยว...เที่ยวไปในทุกถิ่น 
ดังโบกโบยบิน...พื้นดินเป็นถิ่นอาศัย 
หนาวเหน็บเจ็บกาย...ภัยร้ายเพียงใดไม่เคยไหวหวั่น 
รุดหน้าฝ่าฟันก้าวไป...ให้คนเดินตาม 
ทุกย่างก้าวเขา....เหมือนเงาเลือนราง 
ฝังนามฝังร่าง...อยู่กลางแผ่นดิน 
******************* 
หวังว่าเพลงนี้คงจะ.... 
เป็นเพื่อนที่ดีของคนทำงาน 
คงจะช่วยปลอบประโลมใจ 
ให้มั่นคง มั่นใจ ไม่หวั่น ไม่พรั่นต่อสิ่งใด 
เพราะใจที่เข้าใจ....เข้าใจ.....และเข้าใจ… 
เป็นพลังใจที่ดี...เมื่อยามท้อ.... 
 
ร้อนๆหนาวๆ...ฝนตกแดดออก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-01 18:17:52
ปิยมิตร ของเรา... 
ใจคนเรานั้นวกวนสับสนวุ่นวายจริงๆหนอ? 
เมื่อวานหัวเราะ วันนี้ร้องไห้ 
พรุ่งนี้ จะเป็นอย่างไร? 
............................ 
บอกตรงจากใจ เลยนะ 
เราถอดใจ ว่า จะไม่ติดต่อกันอีก... 
จากข้อความของใครบางคน... 
ชื่อหัวเรื่องว่า"ไม่ค่อยลงทุนเลย นะฮ่ะ" ที่ว่า 
ให้ลบข้อความทั้งหมด...และถ้อยคำที่ดูเหมือนว่าไม่พอใจ... 
เราสับสน มึนตึ๊บ เสียใจ...และอยากตอบทันควันว่า 
"ก็ใช่น่ะสิ เราต้องไปลอกเขามา...เพราะเราไม่ได้เก่ง ไม่ได้ดีเลิศมาจากไหน" 
คำพูดคำสอนที่ดี จากศาสดาของโลก 
จากนักปราชญ์ 
จากผู้รู้จริงทั้งหลาย 
เราจำเป็นต้องอ้างอิงมา โดยเฉพาะ"พุทธภาษิต" เราเป็นพุทธศาสนิกชน ควรน่าจะยึดถือ นำมาปฏิบัติกับชีวิต เราจึงอ้างอิงมาด้วยความศร้ทธาและให้เกียรติโดยบอกที่มาเพื่อเป ็นหลักฐานว่าเราใช้อ้างอิงมิได้คิดเองแต่งเอง. 
คนคิดพาลรีพาลขวางเท่านั้น! ที่จะหงุดหงิดต่อว่า... 
เราจึงไม่พอใจ เงียบสงบสติอารมณ์ไว่ก่อน... 
........................................................ 
แล้ว...มิตรภาพของการเป็น"ปิยมิตร" แท้จริง 
ก็ได้ช่วยสื่อประสานให้เราเบาใจลง 
มิใช่...ที่ได้ดีใจ เพราะ คนมาง้อ 
แต่..เป็นเพราะว่า หากจะคิดการใหญ่ต้องไม่มัวใส่ใจ 
กับเรื่องเล็กน้อย ใช่ไหมครับ 
และ..ขณะเดียวกัน ต้องไม่ลืม"ใส่ใจในรายละเอียดของเรื่องบางเรื่องที่เราคิดว่าเล็ก แต่มันอาจจะยิ่งใหญ่และมีค่ายิ่ง" 
......................................................... 
ขอขอบคุณท่าน ขอบคุณยิ่งนัก ที่ยังไม่ลืมมิตรภาพ. 
ต่อไป..เราจะระวังวาจาขึ้นกว่านี้ 
ไม่ให้ผาดโผน เจ้ากี้เจ้าการมาก ไม่ขอร้องก็ไม่วุ่นวาย 
จะคุย บอกฝากด้วยเรื่องสบายใจให้มากๆ 
เรื่องที่พาให้ทุกข์ใจ จะค่อยแก้ไข 
หากจะรบกวนมิตร...ก็ขอแต่กำลังใจ 
และความห่วงใย อันบริสุทธิ์ ชื่นบานใจ ได้ไหมครับ! 
................................................. 
มิน่าล่ะ มีมิตรอธิษฐานมาเผื่อแผ่ให้เรา 
เราจึงรู้สึกอิ่มอาบใจได้ 
แม้นว่าบางครั้งพบว่าชีวิตทุกวันนี้ต้องประสบแต่ปัญหา 
ประสบแต่บรรยากาศสลัวมัวหม่น 
เหมือนเดินถือเทียนอยู่ท่ามกลางความมืด... 
พอเทียนจวนจะดับ ก็มีมือหนึ่งยื่นเทียนดวงสว่างกว่ามาให้(จริงๆนะ เป็นอยู่อย่างนี้มาตลอด) 
เพราะใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-01 18:28:05
เพราะใจที่เข้าใจ...เข้าใจ...และเข้าใจ 
เป็นพลังใจที่ดี...เมื่อยามท้อ... 
.......................................... 
ถึงท้อแท้...ก็จะไม่ยามท้อถอย 
ถึงยามถอย...ก้จะถอยมาตั้งหลักใหม่ 
ไม่ใช่..ถอยหนี...
มหาปิยมิตร
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-03 20:19:59
เช้าวันที่ 1 ก.ย. 53 เราได้ทำบางสิ่ง 
เพื่อเป็นการขอโทษท่านด้วยความตั้งใจ 
และคิดว่าต่อไปจะไม่รบกวนท่านอีก 
 
ตอนเย็นได้อ่านข้อความของท่าน 
ทำให้เราตกใจและเสียใจมาก 
คิดไม่ถึงว่าข้อความของเรา 
ทำให้ท่านไม่พอใจมากเพียงนี้ 
 
เราเองก็ชอบข้อความที่ท่านส่งมา 
เราคิดเพียงว่าจะแซวท่านเล็ก ๆ 
ในส่วนที่เป็น “ข้อความของเรา” เท่านั้น 
มิใช่..”พุทธพจน์ “ อันศักดิ์สิทธิ์ 
ที่เราเองก็เคารพนับถือเหนือเศียรเกล้าของเรา  
เพียงผู้ใดเอ่ยอ้างถึงเราก็เลื่อมใสศรัทธา 
เช่นที่เรานับถือศรัทธาท่านแต่แรกนี่ไง 
แม้นเวลาผ่านมาหลายปี เราก็ยังจดจำอยู่เสมอ.... 
 
แต่ก็ยอมรับว่าเราเสียใจ ที่ให้ท่านลบข้อความ 
คือวันนั้นเรารู้สึกว่าข้อความเยอะมาก 
บางครั้งเครื่องก็ช้า ต้องใช้เวลากว่าจะเจอที่ให้แสดงความคิดเห็น 
ก็เลยพูดไปอย่างนั้น ยอมรับว่าไม่ได้คิดก่อน 
 
หลังจากนั้นเราก็เสียใจอยู่ว่า 
ถ้าท่านลบข้อความก็น่าเสียดาย 
เพราะเวลาเราอยากผ่อนคลาย 
เราก็จะเข้ามาอ่านข้อความแต่แรกที่ส่งไป 
ทำให้ยิ้มได้อยู่คนเดียวนั่นแหละ 
 
เพราะทุกข้อความที่เป็นความรู้สึกนึกคิด 
หรือพูดถึงตัวเองและสถานการณ์ต่าง ๆ 
ก็ล้วนแต่เป็นจริงทั้งสิ้น 
บางครั้งในงานก็ต้องมาเปิดดูว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นวันไหนนะ 
ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ก็ช่วยทบทวนความจำได้เหมือนกัน.... 
******************** 
เวลานี้เราเองก็ลังเลเหมือนกัน 
ว่าจะถอดใจดีไหม 
เราก็กลัวว่าเราจะทำให้ท่าน 
ต้องเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า 
เพราะเราคิดแต่เรื่องสนุกมากเกินไป 
********************* 
จะให้ขอโทษสักพันครั้งเราก็ยินดี 
ขอเพียงท่านโปรดอภัยให้เรา 
นะครับท่าน “มหาปิยมิตร”  
อธิษฐาน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-03 20:48:22
เป็นเพราะเราไม่ได้อยู่ดูแลใกล้ชิดพ่อแม่ 
นาน ๆ จะได้กลับไปเยี่ยมสักครั้ง 
สิ่งที่พอจะช่วยปลอบประโลมใจของเราได้ 
ในยามคิดถึง...ก็คือคำอธิษฐาน 
หวังให้ท่านแข็งแรง ไม่ทุกข์ทรมานเพราะสังขาร 
พอกลับไปเห็นท่านอยู่ในสภาพที่เราพอใจ 
เราก็ดีใจมากและคิดเข้าข้างตัวเองว่าเพราะแรงอธิษฐาน 
แต่เราก็ไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้ท่านทราบหรอกนะ 
ทำให้เรายิ้มได้ด้วยความปิติก็พอใจแล้ว 
เรารู้สึกได้ด้วยตัวของเราเองก็เพียงพอแล้ว 
 
เมื่อเป็นเช่นนี้....  
เราจึงมักอธิษฐานให้กับคนที่เราคิดถึงอยู่ขณะนั้น 
อย่างน้อยเวลาอธิษฐานจิตใจของเราก็สงบสุข 
และถ้าส่งผลดีให้ผู้นั้นได้จริงก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ดีมิใช่หรือ 
แม้นเราไม่สามารถช่วยเหลือใครได้ในทางกาย 
แต่เราก็ขอส่งจิตไปให้เป็นกำลังใจ 
ถึงใครไม่รู้...แต่เรารู้ก็เพียงพอ..เพราะเราสุขใจ 
(...นี่ก็เข้าข้างตัวเองอีกแล้ว....ใช่เลยครับ...) 
 
เป็นเมื่อก่อน…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-03 21:29:24
ถ้าเราไม่พอใจ ก็คือไม่พอใจ 
จะไม่กลับมาใส่ใจ ไม่สนใจใด ๆ ทั้งสิ้น 
 
แต่พอได้อ่านข้อความของท่าน 
หลายครั้งหลายหน 
ทำให้เราใจเย็นขึ้น 
ยอมรับความจริงมากขึ้น 
กลับมามองดูตัวเองมากขึ้น 
และก็รู้สึกว่าตัวเองนี้น่าเบื่อจริง 
 
ใช่เลยครับ...”คนไม่ดีอย่างเรา”.... 
จึงต้องมี....”คนดีอย่างท่าน”...คอยสั่งสอน 
..........ถูกต้องแล้วครับ....... 
 
ขอใช้วิธีของลูกเสือ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-03 21:50:28
หากเกิดข้อสงสัย ไม่แน่ใจ ให้กลับไปอ่านข้อแรก. 
ต่กแต่นี้ ถ้าหากเราและท่านมีความลังเลใดๆ หรือ(จะถอดใจหรือไม่) ให้เราทั้งสอง้อนกลับไปอ่านถ้อยคำดีๆที่มีให้กัน นะครับ 
************************************* 
ต้องขอใช้สิทธื์ของคำว่า"มิตรแท้" ขอร้องท่านว่า เพื่อนกันน่ะอาจกระทบกระทั่งอารมณ์กันได้ มีทุกรสชาตินี่แหละ 
ถึงจะสามารถเป็นที่ปรับทุกข์สุขกันได้เนาะ...ก็ถ้าเราอดทนและให้อภัยเพื่อนไม่ได้ เราจะไปอดทนอะไรไหวใช่ป่ะ? 
เราจะยึดถือถ้อยคำขอ"ปิยมิตร"ตลอดไป ที่ว่า 
".ให้มั่นคง มั่นใจ ไม่หวั่น ไม่พรั่นต่อสิ่งใด 
เพราะใจที่เข้าใจ...เข้าใจ...และเข้าใจ... 
เป็นพลังใจที่ดี...เมื่อยามท้อ..." 
******************************* 
อย่าทิ้งกันนะ...ทางสายนี้ จะได้ไม่เปลี่วเหงา 
จงมี"เรา"เป็นเพื่อนกันร่วมเดินทาง... 
อยากเห็นรอยยิ้มของท่านทุกครั้งที่เข้ามาอ่าน 
ขอบคุณพื้นที่ตรงนี้เหลือเกิน... 
ที่ช่วยให้มีแรงใจ... และจะพยายาม ทำตัวให้ดีที่สุด... 
ต่อมิตร ต่อทุกคนที่มีเราอยู่ในสายตา 
แล้วก็คงจะเกิดผลดีต่อสังคมและประเทศชาติเนาะ! 
ด้วยสุจริตหวังดียิ่งนัก ครับผม!
"ดีเนาะ"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-04 17:02:02
ตอนเด็กๆ...พ่อเรามักพาเราไปไหนมาไหนด้วย 
แม้แต่ไปวัด...พ่อเป็นศิษย์หลวงปู่หลายรูป ตั้งแต่ท่าน 
เป็นพระธรรมดายังไม่มีชั้นยศสงฆ์ จนได้เลื่อนสมณศักดิ์ 
หลวงปู่รูปหนึ่ง...ท่านมีเมตตาบารมีมาก ไม่เคยเห็นท่าน 
โมโหโทโษใครเลย ไม่ว่าญาติโยมจะถวาย หรือทำอะไร 
ท่านก้มักจะวินิจฉัยอย่างสงบยิ้มแย้มพูดแต่ว่าดีเนาะ ดีเนาะ...พ่อเราตั้งฉายาให้ท่านว่า"หลวงพ่อดีเนาะ" 
เราจึงเรียกท่านว่าหลวงปู่ดีเนาะ... หลวงปู่ท่านให้ข้อคิดว่าเราต้องทำใจให้พลอยยินดีกับผู้อื่นจะได ้ลดโมโหโทโษ................พ่อเราก็คอยย้ำเตือนตลอดว่าถ้าปากพาพูดว่า"ดีเนาะ" ใจเราก็ต้องคิดแต่ดีจึงนำปากให้พูดดี...แล้ 
ก็อาจพาให้ได้สมพรปาก คือได้พบแต่สิ่งดีดี 
.................................................................. 
โอกาศต่อไปจะเล่าเกร็ดของหลวงปู่ขาวให้ฟังนะ
"ฝากเพลงถึงเธอ"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-04 18:22:57
เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน... 
แรกๆ เราเคยได้พบว่าผู้ร่วมงานคนหนึ่งเขาใช้เพลงหนึ่งจีบสาว...เราฟังดูก็ว่าเพราะดีแต่ไม่ได้ชอบ เห็นว่าลูกทุ่ง 
เสียงสูงไป ไม่ชอบแนวลูกทุ่ง เพราะฟังตลอด( ก็พ่อกับบรรดาพี่ทั้งหลายแฟนเพลงของครูสุรพลยังงี้ ทูล ทองใจงี้ เกิดมาเราก็ได้ยินจนร้องได้...โปรดเถิดดวงใจโปรดได้ฟังเพลงนี้ก่อน.../ สิ้นสุดกันทีไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน...คุณลุงคุณพ่อจ่าทั้งหลายร้องกันทั่วเมือง) 
อ้อ!กำลังเล่าอดีตให้ฟังอยู่... ผู้ร่วมงานคนนั้นเป็นรุ่นพี่ที่แอบรักสาวสวยผู้ร่วมงานที่เดียว กัน แม้สาวจะไปมั่นหมายกับชายอื่นที่เท่กว่ามีดาวประดับบ่าอีกต่างห าก 
วันแต่งงานสาวกับชายอื่น ที่บ้านพักคนโสดพี่คนนั้นก็ได้แต่เปิดเทปฟังเพลงนี้ บ้านพักใกล้ไกลพลอยได้ฟังกัน 
หลายวันผ่านไปเป็นเดือน ปี พี่แกก็ยังใช้เพลงนี้เป็นเพลงประจำตัว...แกก็ครองโสดตลอด...เกือบสิบปีที่รอคอย 
สามีของสาวเจ้าเสียชีวิตไป...พี่แกก็เฝ้าเพียรดูแลช่วยเหลือทุกอย่าง...ในที่สุดก็ได้แต่งงานกัน วันแต่งงานเราก็ได้ไปร่วมเป็นสักขีพยานความรักแท้ของพี่ทั้งสอง ...แล้วก็แน่นอนที่สุด...สมัยใหม่พัฒนาเป็นคาราโอเกะ เพลงโปรดนั้นก็ทำดนตรีใหม่ เราว่าไม่เพราะเท่าต้นฉบับ... 
และด้วยเห็นในความรักแท้ของพี่เขา เราเลยมาลองฟังเพลงนี้ดูอย่างจริงจัง ในคอมฯนี่ล่ะ โชคดีที่ยังมีต้นฉบับอยู่ "เพลง ฝากเพลงถึงเธอ" ของสนธิ สมมาตร... 
เราว่าไพเราะเพราะพริ้ง ทั้งดนตรีและคำร้อง.นักร้องก็มีเสียงเอกลักษณ์เสียงสูงแต่หวาน...มีเวลาอยู่ในโลกส่วนตัวเราชอบฟังนะ  
........................................................ 
และก็นึกถึงผู้ที่เป็นที่มาของเพลง... 
จากข้าราชการหนุ่มใหญ่มีท่าทางเชยๆ หน้าบอกความเป็นชายภาคอีสานโดยมิต้องสงสัย สมถะ จีบสาวไม่เป็น 
มีแต่ใจรักมั่น... ไม่เห็นความก้าวหน้าในชีวิตราชการกระมังและยังโชคดีมีบุญที่มีม รดกที่นากว้างใหญ่นับร้อยไร่ของอำเภอไม่ห่างไกลจากจังหวัดใหญ่น ัก จึงแบ่งขาย. แล้วมาเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันและกิจการเสริม ด้วยความมุ่งมั่น 
สร้างฐานะให้"แม่ยอดหฤทัย"ของแกมีความสุขความสบาย ด้วยรักแท้หัวใจดวงเดียว แกเลยได้พบสุขสมกับที่เฝ้ารอเฝ้าง้อด้วยบทเพลง"ฝากเพลงถึงเธอ".... 
.......................................................................... 
เราจะฟัง จะร้องเพลงนี้ เมื่อคิดถึงยอดหฤทัยเรา... ที่แสนไกล...เหมือนว่างเปล่าด้วยซ้ำไป...และอยากให้"ปิยมิตรของเรา" ได้ฟังด้วย ช่วยเป็นกำลังใจให้เราได้มีแต่ความอิ่มเอมในการที่ได้ให้ความรั กความภักดีต่อใครที่มีค่าเกินกว่าคำว่ารัก... 
อยากจะเหมือนพี่คนนั้น. ที่มีแต่ความภักดี ด้วยดวงใจ 
แต่...ไม่คิดว่าจะได้happy ending.อย่างเขาหรอก. 
ชีวิตอยู่อย่างนี้ก็สบายดี... 
มีอิสระ สามารถทำอะไรๆได้มากมาย 
สามารถให้ความรัก ให้ความสดชื่นต่อต้นไม้ใบหญ้า 
รักดนตรีธรรมชาติ และคนทั้งโลกได้ 
และ มาพึ่งและรัก"ธรรมะ" มีเพื่อนที่ดี 
"ปิยมิตร" ให้รัก  
รักอย่างเพื่อน คือรักที่เป็นมิตร ที่ควรชื่นใจ มั่นใจ ที่สุด 
เรา คงจะ สว่าง สะอาด และสบายใจ! 
************************************* 
ยิ้มหน่อยนะฮะ 
บริหารสายตานิดหนึ่ง แล้ว 
มาฟังเพลงกัน 
................คราวหน้าจะเขียนสั้นๆสลับเอา 
 
ฝากเพลงถึงเธอ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-04 20:19:13
เรียบเรียง คำร้อย ฝากเพลงลอย สายลม แผ่ว เบา  
สื่อ รัก พาเอา รักแห่ง สองเรา ที่ร้างที่ลา ลับ ห่าง  
อยู่ แห่งไหน ขวัญใจ เจ้าอย่า ชัง หาก ได้ฟัง  
หวัง ยัง คงเมตตา ตอบ สัญญา รักมา กับลม  
ลม รักเอย จงล่องลอย ลอย รักเอย มาร่วมทาง  
 
ฝากนำ คำร้อง ผ่านลำคลอง ท้องธาร อันกว้างไกล  
อยู่คุ้ง แควใด รู้เถิดหัวใจ พี่ร้อน ดังไฟ เผาร่าง  
เสกมนต์ขลัง ให้ฟังไม่จืดจาง จากอารมณ์ ระทมดังแก้วบาง  
แหลกแล้วนาง ยามรักจาง ห่างไกล  
 
ลม ช่วย กระซิบบอก หฤทัย ใจ ฉันยังมั่นต่อใจ แม้จนชีพมลาย  
ขอตาย แทบตักเธอ  
 
ฝากเพลง ลอยฟ้า ข้ามภูผา ท้องนา ป่าไพร  
ได้รับ ยามใด ดลให้หัวใจ อ่อนไหว ด้วยใจ รักเพ้อ  
อยู่แห่งไหน ให้ใจ เจ้าอยากเจอ อยากมา หาพี่ยา ที่จากเธอ  
ใฝ่ ฝันละเมอ ขอเธอได้โปรดคืนมา  
 
ลม ช่วย กระซิบบอก หฤทัย ใจ ฉันยังมั่นต่อใจ แม้จนชีพมลาย  
ขอตาย แทบตักเธอ  
 
ฝากเพลง ลอยฟ้า ข้ามภูผา ท้องนา ป่าไพร  
ได้รับ ยามใด ดลให้หัวใจ อ่อนไหว ด้วยไฟ รักเพ้อ  
อยู่แห่งไหน ให้ใจ เจ้าอยากเจอ อยากมาหา พี่ยา ที่จากเธอ  
ใฝ่ ฝันละเมอ ขอเธอได้โปรดคืนมา  
ใฝ่ ฝันละเมอ ขอเธอได้โปรดคืนมา 
สบายใจได้เลยครับท่าน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-04 20:29:16
“หลวงปู่ดีเนาะ” 
ท่านผู้มากด้วยเมตตาบารมี 
อวยพรให้ “มหาปิยมิตรของเรา” 
สมหวังดังใจปรารถนา 
ทุกประการแล้วครับท่านครับ 
ใช่แล้วครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-06 07:17:34
แล้วเรา...ยังจะต้องการอะไรอีก? 
ในเมื่อเรามี...เพื่อนที่ดี ! 
มี "มหาปิยมิตร" ให้รัก !! 
รักอย่างเพื่อน !!! 
คือรักที่...สบายใจที่สุด !!!!
ภูกระดึง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-06 15:57:40
วันนี้...เพื่อนอยู่แดนไกลโทรมาชวนๆว่า หมดฝนต้นหนาว 
อยากไปทบทวนความหลังกันที่ภูกระดึง... 
เลยนึกได้ว่า นานมานิ๊ด-นึง แล้ว ที่เราไม่ได้พูดถึงเมืองเลย... 
อีกทั้งเห็นข่าวเกี่ยวกับพี่ป้อมพี่โต๊ะที่ไปคอนเสร์ทที่ใต้ 
เพื่อหารายได้ช่วยเหลือครอบคร้วของผู้กล้าเสียสละ 
อิ่มบุญและดีใจแทนผูกล้าที่ได้รับความเอาใจใส่จากพี่น้องไทยหลา ยสาขาอาชีพ... 
ข่าวของนักร้องคนโปรด...ก็เลยนึกถึงเพลงโปรดฮะ... 
....................................................... 
"เขาภูกระดึงเสน่ห์ตรึงใจจริง 
สัณฐานเหมือนกระดิ่งทับหล้า 
สูงล้ำดังค้ำนภา สูงลิ่วทิวทัศน์ตื่นตา 
สวยกว่าเทวาสรรสร้าง... 
................................ 
ต้องเสียงจากต้นฉบับ คุณมัณทนา โมรากุล 
ประพันธ์คำร้อง-ทำนองโดย คณุแก้ว-ครูเอื้อ บรมครูคู่บุญ 
.... ช่างให้จินตนาการเห็นภาพของภูกระดึงจริงๆ... 
อยากไปอีก...(เคยไปตั้งกว่ายี่สิบปีมาแล้ว...สองครั้ง...เว้นทิ้งช่วงห่างกันหลายปีทีเดียว) 
ภาระหน้าที่...กาลเวลา...ไม่รู้ว่าภูมิทัศน์แลบรรยากาศจะเปลี่ยนแปลงเพียงใด... ก็อาจจะหาเวลาไปกับเพื่อนๆพิสูจน์สมรรถนะร่างกายลองดู...ในวัยจวนเจียนจะครึ่งร้อยปีนี้... 
"ปิยมิตร"เอ๋ย...พวกหนุ่มน้อยสาวน้อยร่วมก๊วนของเรา คงจะทุลักทุเลน่าดู!... แต่ก็มีเวลาวอร์มร่างกายอยู่น่ะ. 
ตอนนี้ ก็ขอร้องเพลงเพลินๆไปก่อนละกัน. 
คิดถึงมิตรครับ.
....เพลงพลังใจ.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-06 21:19:14
ดังสายลม....ที่พัดผ่านลานป่า....พาใบไม้พลัดถิ่น 
ดังสายน้ำที่ไหลริน....พัดพานำดวงใจฉัน....มาใกล้เธอ 
ความหวังดี....ที่เธอให้สังคม....ฉันชื่นชมเธอเสมอ 
เพื่อพี่น้องผู้ที่ยากไร้.....รวมดวงใจของเรา....ฟันฝ่า 
*********************** 
....ตำแหน่งคนดีของใจ..... 
.....ยกให้เพียงเธอคนนี้..... 
 
คิดถึง มหาปิยมิตร ครับ 
เพลงแสงสุดท้าย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-07 21:27:50
รอนแรม...มาเนิ่นนาน...เพียงหนึ่งใจ 
กับทางที่...โรยเอาไว้...ด้วยขวากหนาม 
ถูกแหลมคมทิ่มแทง...จนมันแทบ...จะทนไม่ไหว 
ชีวิตทำไม...ยากเย็น...ขนาดนั้น 
สองมือ...จะมีเรี่ยวแรง...ขนาดไหน 
แต่หัวใจของคน...ยังยืนยัน...จะไม่ถอดใจ 
ลำแสงกล้า...ส่องประกายเชิดฉาย!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-08 09:17:32
สองมือ...จะจับกุมเกี่ยวก้อยกันไปในความคำนึง 
แล้วจะเต็มเปี่ยมด้วยเรี่ยวแรง แห่งพลัง 
เพื่อหน้าที่...เพื่อความภาคภูมิใจ และคุณค่า 
.................................................... 
เมื่อเช้า...ดูข่าว ตำรวจจราจรเสียชีวิตขณะปฏบัติหน้าที่... 
จากความประมาท ไม่เอาไหนของคนไม่เคารพระเบียบกติกา...สลดใจมาก...ใจคอพลอยหดหู่... 
ต้องมาพึ่งพลังความชุ่มชื่น จาก"ทิพยพจน์" จากพื้นที่ ที่นี่. เอาไว้เพิ่มพลัง ดำเนินชีวิตให้สว่างจากความสลัวใจ..... (บอกเล่ากับท่านแล้ว... ค่อยยังชั่วขึ้นฮะ) 
สำหรับ"ปิยมิตรของเรา" จงแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งสิ้น เทอญ"
ปลอดภัยดีครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-09 19:37:10
ขอขอบพระคุณท่านอย่างยิ่ง 
สำหรับความเมตตากรุณาของท่าน 
 
เพิ่งกลับจากการเดินทาง 
เหนื่อยครับ แต่ก็ชื่นใจกับน้ำคำ 
ของมิตรผู้ยิ่งใหญ่ 
*********** 
หลับฝันดีนะครับ 
คิดถึงท่านครับ.. 
........................................
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-10 13:05:23
ขับช้า ๆ ครับ คุณจะปลอดภัย 
อย่าขับไว อย่าเป็นคนใจร้อน 
ด้วยหวังดี จากตำรวจจราจร 
ช้าไว้ก่อน ดูไฟเขียวไฟแดง 
 
เหตุคับขันสัญจร อย่าเร่งรัด 
อย่าเร็วจัด จี้ติด อย่าขับแซง 
อย่าโมโห ใช้อารมณ์ อย่ารุนแรง 
อย่าขับแซง เดี๋ยวจะชน แหลกเป็นจุล 
 
ระวัง คนข้ามถนน 
คนถูกชน อาจเป็นญาติของคุณ 
ความเร็ว ก็คือความตาย 
โปรดจำไว้ เตือนสตินะคุณ 
จะเสียใจ เพราะประมาทขาดดุล 
เพราะบาปบุญ คุณโทษ นั้นมีจริง 
 
ขับช้า ๆ ครับคุณ ดูอย่างผม 
ยืนตากลม ฝนแดด ไม่ไหวติง 
คอยโบกมือ เป่านกหวีด เป็นประวิง 
ให้รถวิ่ง ไปตลอด จนปลอดภัย 
*************** 
เรา..!! มิใช่ตำรวจจราจร 
แต่เคยฟังเพลงนี้เมื่อนานมากแล้ว 
เราเห็นใจตำรวจจราจร 
เพราะตำรวจจราจร 
ต้องทนกับพิษภัยหลายรูปแบบ 
จะไปดวงดาว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-10 19:09:36
อาจจะไกล...เกินไป 
หากเรานั้น...คิดไว้...คนเดียว 
อาจจะเจอ...ทางไกล 
อาจจะดู...คดเคี้ยว 
หากเดินไป...คนเดียว...จะหลงทาง 
 
ถ้าแม้มีเรา...ช่วยกัน...ทุกอย่าง 
ถึงแม้ทางไกล...ก็ไม่กลัว 
แม้บางที...ทางนั้น...จะมืดมัว 
อย่างน้อย...มือเรา...จับกันไว้ 
ปิยวาจา..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-10 19:29:38
ของ....มหาปิยมิตร 
เป็นพลัง...ให้ดวงจิต...เราสดใส 
จะน้อมนำ...ความดี...สู่ดวงใจ 
จะอาทร...ห่วงใย...ให้นิรันดร์ 
น้อย...ซะเมื่อไหร่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-11 20:13:38
เวลา"ปิยมิตร" ท่านอ่อนหวาน ก็น้อยซะเมื่อไหร่ 
แต่งกลอนก็ตรงความหมายดีไม่ต้องถอดความ 
ประทับใจยิ่ง...ครอบคุณครับผม
พลั้งเผลอ.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-11 20:24:14
เห็นไหมครับ..คนเรานี่มักจะหลงๆลืม 
ทำไปแล้วค่อรู้สึกตัว 
......................................... 
ว่าช้าแถมก็ตั้งใจพูดแล้วนา ยังผิดได้ 
"ขอบคุณ" ที่มีความรู้สึกดี๊ ดี ให้กัน 
ขอบคุณที่อาทรกัน...และจะขอบคุณทุกวันๆ 
อย่าเพิ่งเบื่อกันล่ะฮะ
ไปทำบุญ...ฝากมาให้นะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-11 20:49:56
มีคำว่า "สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ให้ออกกำลังกาย" 
และก็ถ้าอยากได้บุญก็ทำเอา... 
แต่เราว่า หากเราตั้งจิตมั่นอธิษฐานในการทำบุญ 
หรือความดีที่ทำ เราอยากแผ่อุทิศให้ใครก้ทำได้ 
เมื่อเราสบายใจมีความอิ่มเอิบ เราก็คิดถึงผู้ที่เราเคารพรักเราก็อยากให้ท่านเหล่านั้นได้รับด ้วย. 
ท่านเหล่านั้น อาจติดภารกิจหรืออาจกำลังทำบุญอยู่ 
เหมือนกัน..บุญก็ยิ่งจะส่งให้กันและกัน 
ท่านรู้สึกอิ่มเอิบขึ้นไหม?ระยะนี้ 
เพราะเราส่งจิตภาวนาให้ท่านเสมอ... 
จงแข็งแรง...มีความปลอดภัยทุกเมื่อ
สิ่งที่เห็น....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-12 07:37:45
อาจไม่เป็น...อย่างที่คิด 
จริง ๆ แล้วเรา...ไม่อ่อนหวาน...ครับ 
เรา...! ฮาร์ดคอร์ !!!  
คงเป็นเพราะ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-12 07:40:06
บุญกุศลที่ท่านส่งมาให้นี่เอง 
ทำให้ใคร ๆ ก็บอกว่าเราดูอิ่มเอิบ 
เราคิดว่า เราอ้วนขึ้น ก็มีส่วนนะ 
แต่ก็ขอบพระคุณท่านในความเมตตา 
ระยะนี้เดินทางบ่อยก็เลยได้เข้าวัดบ่อย 
เพื่อนร่วมงานไปวัดก็เอาพระมาฝาก 
ทุกคนจิตใจดีครับ...เราก็เลยสบายใจ.. 
พลั้งเผลอ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-12 08:05:36
หลายวันก่อน.... 
เราทำกล้องถ่ายรูปที่ทำงานหายไป 
ทุกคนดูปกติ ไม่มีการต่อว่า 
ออกจะขำกันด้วยซ้ำ “ว่าแล้วต้องหาย” 
ชอบวางทิ้งเอาไว้ “เห็น ๆ อยู่” 
เราก็แปลกใจตัวเองว่าทำไมถึงไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรเลย 
อ๋อ !! ...คงเป็นเพราะไม่รู้จักสำนึกนี่เอง.. 
 
อีกไม่กี่วันก็จะต้องไปเมืองฟ้าอมรอีกแล้ว 
ตอนแรกเราก็ปฏิเสธแล้วนะ 
แต่เหตุผลเพื่อน ๆ บอก “ต้องไปถ่ายรูป” 
อือ !.... ถ่ายรูปงานเลี้ยงนี่นะ 
แล้วก็ต้องไปหาซื้อกล้องเก่ายี่ห้อเดิมมาแทนเอาไว้ด้วย 
ปฏิเสธไม่ได้แล้วครับงานนี้... 
เริ่มรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาแล้วครับท่านครับ 
ขออนุญาต..ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-15 07:05:49
ขอถอนคำว่า “ฮาร์ดคอร์” ครับผม 
และขอโทษ....อื่น ๆ ...ด้วยครับ 
********************* 
ดาวดวงหนึ่ง....ส่องสว่าง....กระจ่างใส 
ดาวอยู่ไกล....ไกลแสน....สุดขอบฟ้า 
ดาวเปี่ยมพลัง....สร้างหวัง....ให้ปวงประชา 
ดาวดวงนี้....มีชื่อว่า....”ดาวประดับใจ” 
สบายดีไหม ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-15 17:08:28
คงกล้บมาแล้วสินะ  
เอาใจช่วยไม่ให้มีคนวิงเวียนมากนัก 
ในการเดินทาง 
...................................... 
หลงลืม ปฏิบัติต่อสุขภาพต้วเองหรือเปล่า? 
ขอจงดูแลให้ดี นะครับ 
ส่วนเรา เวลานี้ก็ได้"ธรรมโอสถ" ดูแลตนเอง 
ข่มจิตไม่ให้วุ่นวายต่อใครใครด้วยความหวังดี 
เกินไปนัก 
........................................... 
อยากร้องเพลงเพราะๆให้ฟัง ยามพักผ่อน 
จงอย่าได้รุ่มร้อนใจใดๆเลย... 
คิดถึง"ปิยมิตร" จังเลย
ดาวดวงหนึ่ง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-15 19:27:27
อยู่บนฟ้า...เด่นสง่า...เปล่งราศี 
ดาวดวงนี้...เมตตาดิน...สิ้นสงสัย 
ดาวดวงหนึ่ง...เป็นที่พึ่ง...ของใครใคร 
ดาวใดใด...ไม่เด่นเท่า...”ดาวมหาปิยมิตร” 
***************** 
ไม่ละเลยดูแลสุขภาพหรอกครับ 
คิดถึง “มหาปิยมิตร” จังเลย... 
อยากฟังเพลงเพราะ ๆ ครับผม 
ตลอดเวลา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-15 20:05:09
พักสายตาเถอนะคนดี หลับลงตรงนี้ 
ที่ที่มีแต่เราสองคน 
ผ่านเรื่องราวผ่านงานผ่านคน 
สับสนหลายความ 
บางเวลาต้องการสักคน 
ไว้คอยปลอบใจ เข้าใจพูดคุย 
*** ความรักเอยงดงามอย่างนี้ 
จนชั่วชีวี โหยหาความรักไม่เคยพอ 
อยากให้เธอเคียงข้างอย่างนี้ 
บอกรักอีกที อยู่ใกล้กันตลอดเวลา 
พักกายพักใจ หลับตาฝันดี 
รักเอยรักที่เข้าใจถึงกัน  
พักกายพักใจ หลับตาฝันดี 
รักเอยรักที่เข้าใจถึงกัน
ดีจังเลยครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-16 16:42:18
มี...”มหาปิยมิตร”..คนดี ! 
ร้องเพลงให้ฟังก่อนนอนทุกวัน 
ฟังเพลงแล้ว....มีความสุข 
นอนหลับก็...ฝันดี 
ตื่นเช้ามาก็....สดชื่นแจ่มใส 
***************** 
ขอบพระคุณอย่างยิ่งครับผม... 
***************** 
ความรักเอย...งดงามอย่างนี้ 
อยากให้เธอ...เคียงข้างอย่างนี้ 
บอกรักทุกที....ที่อยู่ใกล้กัน....”ตลอดเวลา” 
กำลังใจ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-16 16:49:55
ในยามที่ท้อแท้....ขอเพียงแค่คนหนึ่ง 
จะคิดถึงและ....คอยห่วงใย 
ในยามที่ชีวิต.... หม่นหมองร้องให้ 
ขอเพียงมีใคร....ปลอบใจสักคน 
 
ในวันที่โลกร้าง..... ความหวังให้วาด 
มันขาดมันหาย....ใครจะช่วยเติม 
เพิ่มพลังใจ.....ให้ฉันได้เริ่ม 
ต่อสู้อีกครั้ง.....บนหนทางไกล... 
ฟังเพลง..ให้ม่วนซื่น..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-16 22:45:05
"กุหลาบปากซัน" 
แดนดินถิ่นไกลเหลือตา อยู่สุดนภายังมีดอกฟ้าสวยงาม 
หากไผได้เห็นสิมัวหลง เฝ้าคิดพะวงหลงติดตาม 
สาวเอยแสนงาม งามเหลือใจ 
งามจริงดั่งคำเขาชม หากได้สุขสมภิรมย์กับน้องสมใจ 
จะขอใฝ่ฝันแต่นางเดียว บ่ขอข้องเกี่ยวหญิงอื่นใด 
เฝ้าแต่หลงใหล ใฝ่ฝันใจปอง 
โอ้..กุหลาบสวรรค์ 
แห่งเมืองปากซัน 
ให้อ้ายใฝ่ฝันหมายปอง 
ใจอ้ายหวังอยากเคียงประคอง 
กุหลาบเป็นสีดั่งทอง 
เมื่อยามแสงส่องจากดวงสุรีย์ 
ยามแลงค่ำลงน้ำซัน หมู่บริภัณฑ์น้ำซันไหลผ่านใสดี 
ข้อยเห็นผู้สาวเจ้าล่งลอย หมู่ปลาใหญ่น้อยลอยล่องนที 
สิ้นแสงสุรีย์ สาดสีแสงจันทร์
อย่านอนดึกนักนะครับ!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-16 23:03:42
แก้วตานิทราเถิดเจ้า... 
............................. 
หากเจ้าร้อนนอนไม่หลับ 
พี่จะรับพัดวีให้เจ้า 
คลอเคล้าเฝ้ามิพรากจากจร 
อบแป้งร่ำพรมน้ำอบให้โลมไล้สมร 
พี่สวดมนต์ขอพรอ้อนวอน "ให้เจ้านอนฝันดี"
ม่วนหลาย...ชื่นใจแท้แท้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-17 19:37:31
“กุหลาบปากซัน” เพลงอมตะเพลงนี้ 
ฟังยามใดก็ม่วน....บ่อเคยล้าสมัยสำหรับเฮา.. 
****************** 
ขอบพระคุณท่านอย่างยิ่งครับ 
ที่ท่านได้เชื่อมโยงใจเราสู่อดีต 
แม่น้ำแม่โขง...สายนทีที่ยิ่งใหญ่และล้ำค่า 
และก็ยังเป็นแม่น้ำแห่ง “สายเลือด” ของเรา 
ให้ชีวิต...ให้มีความทรงจำมากมาย... 
 
นานมากแล้ว....ศึกสงครามที่ฝั่งโน้น 
เรายังเด็กเกินไปที่จะรู้ว่าสงครามนั้นโหดร้ายน่ากลัวเพียงใด 
และทุกคนรอบข้างก็ได้เคยพูด หรือทำอะไรให้เราวิตกกังวล 
ชีวิตยังคงดำเนินไปทุกวันตามปกติ 
จำได้เพียงอย่างเดียวคือ ภายใต้เสียงตะเกียง 
เรานั่งมองพี่สาวพับเสื้อผ้าใส่ถุงผ้าใบใหญ่ 
ไม่มีคำพูดใด ๆ บอกกล่าว เราก็เฝ้ามองอยู่อย่างนั้น 
 
นอกจากนั้น....ก็มีแต่ความสนุกตื่นเต้นกับเด็กเล็กวัยเดียวกัน 
ค่ำคืน...พากันไปยืนริมฝั่งโขง...แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าฝั่งโน้น 
เห็นแสงไฟเป็นสายจากท้องฟ้าสู่เบื้องล่าง 
แสงไฟจากเครื่องบิน ลูกปืน หรือลูกระเบิด 
ตื่นเต้นกับความสวยงามของแสงนั้น 
 
บ่อยครั้ง...ตอนเช้าตามผู้ใหญ่ลงไปรดน้ำผักริมฝั่งโขง 
ก็เจอศพขึ้นอืดลอยมาติดค้างอยู่ริมฝั่ง 
บางครั้งก็ศพเดียว...บางครั้งก็สองศพ...และหลายศพถูกมัดติดกัน 
เป็นศพคนฝั่งโน้น...ที่หนีสงคราม...แน่นอนที่สุดว่า 
เขาต้องหลบหนียามค่ำคืน...ตามป่าเขาลำเนาไพร 
ลำบากยากเข็ญ...กว่าจะถึงฝั่งแม่น้ำ... 
พอถึงแล้ว...ก็ข้ามไม่พ้น..จึงต้องหลุดลอยไป... 
 
เดี๋ยวนี้...เราเป็นห่วงแม่น้ำโขง 
ฤดูฝนก็พอให้สดชื่น...เพราะเป็นเหมือนปกติของแม่น้ำ 
แต่พอฤดูแล้งก็ใจหาย...หรือว่าแม่น้ำสายนี้...จะเป็นเพียงตำนาน 
เหือดแห้งเหลือเกิน.... 
คนดี...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-17 19:45:53
ขอบพระคุณ...น้ำคำ...อันยิ่งใหญ่ 
ขอบพระคุณ...น้ำใจ...อันใหญ่ยิ่ง 
ขอบพระคุณ...ห่วงหา...อาทรจริง 
ขอบพระคุณ...ในทุกสิ่ง...ที่จริงใจ 
******************** 
ไม่นอนดึกหรอกครับ...ปกติก็นอนสองสามทุ่มไม่เกินสี่ทุ่ม 
เพราะเราเป็นคนไม่ปกติ...จึงต้องพักผ่อนมาก ๆ 
บางอย่างก็ไม่อยากพูด...เพราะทำให้คนฟังไม่สบายใจ 
ที่ควรจะเป็นคือ...เราต้องห่วงพ่อแม่พี่น้องจึงจะถูกต้อง 
แต่ในความเป็นจริง...พ่อแม่พี่น้องกลับเป็นฝ่ายห่วงเรา 
เราจึงต้อง...พยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด... 
เพื่อว่าเราจะได้มีโอกาส...ดูแลพวกเขาบ้าง... 
 
ด้วยเหตุนี้....เราจึงไม่อยากคิดฝันอะไรมากนัก 
เพราะเรารู้ตัวเองดีว่าเราทำอะไรได้แค่ไหน 
ใจเราอาจจะเข้มแข็ง....แต่ร่างกายของเราก็อาจไม่เป็นเช่นนั้น 
ขอเพียงเราไม่ต้องนอนซมเซาเราก็พอใจแล้ว 
เพราะฉะนั้น...เราไม่มีอะไรให้ใครคาดหวัง... 
และเราก็ไม่มีความหวังให้กับใคร... 
จะมีก็มีเพียงหัวใจที่ให้ได้เต็มร้อยครับผม.. 
********************* 
พักสายตาเถิดนะคนดี 
หลับลงตรงนี้... 
ที่ที่มีแต่เราสองคน... 
************* 
ขอให้ท่านจงหลับ...ฝันดีครับผม.. 
 
เวลานี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-17 19:55:34
เรารู้สึกอิ่มเอิบ...เบิกบานใจ.... 
ไม่รู้สึกมีความทุกข์ใจใด ๆ เลย 
คงเป็นเพราะบุญกุศล... 
และน้ำใจไมตรีที่ยิ่งใหญ่ที่ท่านมอบให้นี่เอง 
ขอบพระคุณท่านอย่างหาที่สุดมิได้ครับผม.. 
 
ระยะหลังมานี้
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-18 08:12:06
เราเดินทางบ่อย...เรื่องงานก็มีบ้างไม่มากนัก 
แต่เรื่องส่วนตัวนั้นจำเป็น...เพราะเป็นความตั้งใจที่อยากทำมานาน 
เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสได้ทำหรือไม่ 
เมื่อมีโอกาส........เราจึงไม่รีรอที่จะทำ 
เมื่อทำสำเร็จแล้ว....เราจะเรียนให้ท่านทราบครับผม 
 
หากเป็นเรื่องสุขภาพ...ก็คงพอมีโอกาสได้พูดบ้าง 
แต่ถ้าเป็นเรื่องการเดินทาง...ก็อาจไม่มีโอกาสได้กล่าวคำอำลา 
 
วันใดที่เราหายไปจากพื้นที่ตรงนี้....ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ 
เราคงไม่หายไปเฉย ๆ โดยไม่บอกกล่าวท่านอย่างแน่นอน 
นอกเสียจากว่า...ท่านจะเบื่อและไม่อยากคุยกับเราอีกต่อไป 
จะอย่างไร....เราก็ขอร้องท่านว่า บอกให้เราได้รู้บ้าง 
เราจะได้ไม่กังวล สงสัยว่าเราได้ทำอะไรผิดไปอีกแล้ว 
เพราะเราไม่ใช่คนที่คิดอะไรได้ลึกลับซับซ้อนมากนัก 
รู้สึกอะไรก็พูดไปอย่างนั้น ไม่ได้คิดมากมายหลายขั้นหลายตอน 
ซึ่งก็อาจเป็นเหตุ....ที่ทำให้คนฟังไม่สบายใจได้ .... 
 
ท่านเป็นคนเข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกันตัวเองดี 
ท่านเข้าใจในสัจธรรมของชีวิตเป็นอย่างดี 
เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา...เป็นเรื่องธรรมชาติ.... 
 
วันนี้...ได้พูดเรื่องนี้แล้ว....รู้สึกสบายใจ 
และอยากให้ท่านเข้าใจ...สบายใจด้วย 
 
แต่เราเชื่อมั่นในความปรารถนาดีของท่าน 
เราเชื่อมั่นใน “พลังนั้น”  
คงจะทำให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย... 
 
...ไม่มีเหตุผลใด ๆ ... 
ที่จะทำให้เราไม่พอใจท่านอีกต่อไปแล้วครับ 
....คิดถึง “มหาปิยมิตร” ครับผม….. 
จะเดินไปตามฝัน...ฝันที่เราอยากเห็น...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-18 20:58:14
ลำธารภูเขา...ท้องฟ้ากว้างใหญ่ 
เส้นทางที่ท้าทาย...ชวนให้ไปพิสูจน์คน 
สอนให้เราอดทน...จิตใจคงมั่น… 
 
....เส้นตรงที่ขอบฟ้า...คือจุดหมาย… 
เกรงใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-19 14:41:53
ความไม่แน่นอน...คือธรรมชาต และความจริงที่สุด 
ขอโทษด้วยนะ ถ้าเป็นการทำให้มิตรกังวลเวลาหายไป 
บางครั้ง ก็เหน็ดเหนื่อย ไม่มีเวลาได้สมผัสคอมฯ  
เพราะหน้าที่หลักของเราต้องสัมผัสวิสาสะกับตัวจริง 
เสียงจริงของคน คน คน...ว่าไปตามสถาณการณ์สดๆประจำวัน...ยุ่งยากวุ่นวายบ้าง ได้สนุกบ้าง มีหลากหลายรสชาติ... 
ไม่อยาก ทำตัวว่าง...เพราะปลงว่า เราต้องตายแน่นอน....หนีไม่พ้น! การทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ก็ทำให้เพลินไป 
ไม่ต้องอาวรณ์ร้อนใจกับความตาย... 
คนที่เราเคารพรักที่สุด ต่างก็ไปล่วงหน้าเราทั้งนั้น... 
เราไม่เข้าใจในภฟหน้านักหรอก ขอเพียงชาติภพนี้ 
อย่าให้จิตใจอ้างว้างแห้งผาก ก็พอ... เราจะบรรจุความรัก ความอบอุ่นด้วยเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ แม้จะไม่ได้มากมาย ก็ยังกีกว่าไม่มี...เพื่อเป็นอนุสรณ์ฝากไว้ในภพนี้ 
โดยการมีชีวิตอยู่ก็ให้สามารถประสบพบเจอ และรักษาไว้ 
ให้มั่น...คงเป็นผลบุญเท่านั้นที่บันดาลให้มาเป็นเช่นนี้ 
............................................................. 
นึกๆดู ก็แปลกดีเนาะ ที่เราได้มารู้จักกัน 
.............มิตร ไม่ต้องวิตกเรื่องเราจะไม่พอใจ 
จะพยายามไม่ห่างหายเกินสามวัน 
เรามีปัญหาทางสายตาด้วยนะ 
เพราะเวลาว่างก็จะเพ่งใช้เวลาอยู่กับคอมนานจนลืม 
ตาแดงเมื่อไหร่ค่อยรู้สึกค่อยระวังทีนึง...แต่เวลได้นอน 
แต่หัวค่ำก็จะเป็นโรคตื่นขึ้นมาดึกแล้วก็นอนไม่หลับ 
(เฉพาะช่วงหลังๆนี่) ไม่อ่านหนังสือก็ต้องท่องเว็บฯ 
................................................ 
และก็ติดค้างอยู่เรื่องหนึ่ง...คือเกร็ดน่ารักในเมตตาบารมี 
ของหลวงปู่ขาว เดี๋ยวให้มีเวลาจะไปทีวัดถ้ำกลองเพล 
เพื่อไปนมัสการระลึกย้อนถึงวัตรปฏิบัติที่น่าชื่นใจจากหลวงปู่ มาเล่าให้ฟัง 
ขอบคุณ"ปิยมิตรของเรา" มากที่ให้ความสำคัญ 
กับเรามากถึงเพียงนี้ และจงอย่าได้วิตกกังวลใดๆระหว่างมิตรภาพของเรา.....ที่มิได้คาดหวังสิ่งใด ... 
นอกจากความบริสุทธิ์งดงามที่มีแก่กัน... 
"เรา" จะ มั่นคง 
จะ เข้าใจ 
จะ อภัย 
และ.....มากมายส์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 
สำหรับกำลังใจที่มีให้กันและกัน เราสัญญา ครับผม!
ฝากวันละนิด..ละกัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-19 14:58:11
"หากหัวใจของผู้ใดตายแล้ว 
มีเพียงสองวิธีเท่านั้น ที่จะสามารถ 
บันดาลให้มันฟื้นคืนมาได้... 
หนึ่ง คือ ความรัก และอีกหนึ่ง คือ ความแค้น" 
-โกเล้ง-
บางที ก็อยากคุยเรื่องหนัก(บ้าง..นะครับ)
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-19 15:09:33
เนื่องจาก จู่ๆ ก็รู้สึกรำลึกถึง"สืบ นาคะเสถียร" 
เคยได้อ่าน ข้อคิดของท่าน มีตอนหนึ่งว่า............ 
........"ผมเห็นใจคนที่ไม่มีโอกาสในสังคม 
ถูกบีบคั้นถูกเอาเปรียบทุกอย่าง 
ผมอยากเห็นคนที่มีโอกาสสละโอกาส 
ให้กับคนที่ไม่มีโอกาสบ้าง อย่าได้เที่ยวกอบโกย 
มากกว่านี้เลย เพราะมันจะไม่ทำให้อะไรดีขึ้น"
เพลงหลวงไก่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-19 15:28:38
..................................... 
เธอคือสายลมยามฉันร้อนใจ 
เธอคือแสงไฟยามฉันสิ้นทาง 
ถึงแม้ไม่มีเหมือนใคร 
ฉันภูมิใจเธอทุกอย่าง 
มันคงไม่มีทาง ที่สองเราจะเปลี่ยนไป 
.................. นานตราบฟ้าและดินมลาย 
ทางแสนไกลเราจะฝ่าข้ามไป 
ขอสัญญา สิ่งที่เธอให้มา 
จะรักษาด้วยหัวใจ 
จะเก็บเอาไว้ นาน นาน
เมื่อวานนี้….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-20 16:10:02
ออกจากบ้านหกโมงเช้า 
กลับถึงบ้านสี่ทุ่ม.... 
เปิดอ่านข้อความของท่านแล้วสุดประทับใจ 
อยากจะส่งข้อความถึงท่านแต่เมื่อคืน 
แต่ไม่ไหวครับ...เหนื่อยเกินไป...ก็เลยรีบนอน… 
ศรัทธา...ตั้งมั่นแล้วนำสุขมาให้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-20 16:14:56
ขอบพระคุณท่านอย่างยิ่งครับผม... 
ที่ท่านเข้าใจ...อภัย...และอื่น ๆ มากมาย 
เราชอบทุกข้อความที่ท่านส่งมา  
โดยเฉพาะข้อคิดของ “ท่านสืบ นาคะเสถียร” 
.....หรือว่านี่คือ....อยากจะบอกให้รู้ว่า... 
เหน็ดเหนื่อย....และเริ่มท้อแล้ว...หรือเปล่าครับ... 
.....เมื่อใดที่รู้สึกว่า....หมดเรี่ยวแรง... 
 
......โปรดจงเขียนมา....โปรดส่งเสียงมา...... 
 
จะบินไปหา.....ข้ามฟ้าแสนไกล….. 
ไม่หวาดไม่หวั่นไม่พรั่นต่อสิ่งที่....มันท้าทาย 
พร้อมจะผจญกับภัย....เพื่อเป็นกำลังใจ... 
....ให้กับคนที่ดี….คนที่ดี.....  
“มหาปิยมิตร” คนดี...ของเรา.... 
****************
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-20 16:19:20
คนที่ไม่มีโอกาสนั้น...เขาก็เจียมตัวของเขาอยู่แล้ว… 
เขายอมรับได้ว่า “เขาไม่มีโอกาส” แต่ก็ยัง “พอมีความหวังบ้าง” 
และเมื่อเขาได้มุ่งมั่น อดทน พยายาม “เพื่อสร้างโอกาสที่พอจะมีบ้าง” 
เขากลับถูก “ฉวยโอกาสเพียงเล็กน้อย” นั้นไป  
 
คนที่ถูกฉกฉวยโอกาสไป...ก็ไม่ต้องไป “แค้น” คนที่ชอบฉวยโอกาสหรอกนะ 
เพราะจะเป็นการบั่นทอนสุขภาพตัวเองโดยเปล่าประโยชน์ 
ปล่อยให้กาลเวลา....จัดการทุกสิ่งทุกอย่างด้วย...”ตัวของมันเอง” 
เรามาเอาใจช่วยให้ “คนที่ชอบฉวยโอกาส” กอบโกย….. 
ให้พวกเขาได้สุขสมหวังดังใจปรารถนาให้มากที่สุด 
เราจงมาแสดง “ความรัก” ให้มาก ๆ ตามที่ต้องการ 
ไม่แน่ว่าวันหนึ่ง...เขาอาจมีเมตตา...หันมาแบ่งปัน 
“โอกาส” ให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันบ้าง 
 
หากถูกมองด้วยสายตาที่ว่างเปล่า.... 
แล้วยังทนอยู่ได้....”ก็ให้รู้กันไป”..... 
 
.....นี่มิแรงนะครับท่านครับ....เป็นความรู้สึกสบาย ๆ ..... 
.....ที่แน่ ๆ ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-20 16:21:51
.....เราเชื่อว่า...หัวใจที่ตายแล้ว... 
.....ฟื้นคืนมาได้..ก็ด้วย “ความรัก” ..... 
.....เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ครับท่าน.... 
 
.....สิ่งที่เธอให้มา.....จะรักษาด้วยหัวใจ…..จะเก็บเอาไว้นาน ๆ .... 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-20 16:26:18
คืนนี้...เราต้องเดินทาง... 
วันพุธหรือพฤหัสบดี 
จึงจะมีข้อความจากเรานะครับ 
ส่งใจสบาย เป็นเพื่อนเดินทาง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-21 10:59:00
1. จะร้องเพลง"ไม่อ้วนเอาเท่าไร" ให้ฟัง 
2. จะถ่ายรูปกับทุ่งนาที่เขียวขจีเผื่อ 
3. จะสูดดมกลิ่นหอมอ่อนของต้นข้าวบวกกับ 
อากาศอันแสนบริสุทธิ์สดชืน..เผื่อ 
............................................................. 
ด้วยเย็นนี้ เราจะออกไปดูทุ่งนาครับ ไปปลดปล่อย 
ความสับสนวุ่นวายลงในอีกรูปแบบหนึ่งตามประสาหลาน 
ชาวนา...แล้วจะร้องตะโกนผ่านทุ่งนา ผืนดิน ผืนฟ้า... 
มาหา"ปิยมิตรของเรา" ว่าคิดถึงนะ! งานการจะหนักหนา 
เวลาเหนื่อยก็อย่าขยันหม่ำตามใจปากนัก(ฮ่าๆๆๆๆๆๆเอิ๊ก!) 
 
ส่งใจสบาย เป็นเพื่อนเดินทาง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-21 10:59:01
1. จะร้องเพลง"ไม่อ้วนเอาเท่าไร" ให้ฟัง 
2. จะถ่ายรูปกับทุ่งนาที่เขียวขจีเผื่อ 
3. จะสูดดมกลิ่นหอมอ่อนของต้นข้าวบวกกับ 
อากาศอันแสนบริสุทธิ์สดชืน..เผื่อ 
............................................................. 
ด้วยเย็นนี้ เราจะออกไปดูทุ่งนาครับ ไปปลดปล่อย 
ความสับสนวุ่นวายลงในอีกรูปแบบหนึ่งตามประสาหลาน 
ชาวนา...แล้วจะร้องตะโกนผ่านทุ่งนา ผืนดิน ผืนฟ้า... 
มาหา"ปิยมิตรของเรา" ว่าคิดถึงนะ! งานการจะหนักหนา 
เวลาเหนื่อยก็อย่าขยันหม่ำตามใจปากนัก(ฮ่าๆๆๆๆๆๆเอิ๊ก!) 
 
งานของเรานั้น...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-22 16:31:37
ไม่หนักหนาอะไรเลยครับ สบาย ๆ 
เจ้านายก็ใจดี คอยชี้แนะในทางที่ดี 
เพื่อนร่วมงานก็ไว้ใจได้ ทุกคนน่ารัก 
เราอยู่กันอย่างพี่น้องทุกคนเห็นใจและเข้าใจ 
ในความแตกต่างและความจำเป็นของแต่บุคคล 
 
จะหนักใจเราบ้างก็คือการเดินทาง 
แม้ว่าระหว่างเดินทางทุกคนจะหาเรื่องสนุกมาคุยกัน 
ทำให้เราได้หัวเราะ....แต่เราก็เมารถนะ 
ไม่เพียงเรา....เจ้านายเราก็เมารถเหมือนกัน 
ถึงทางคดเคี้ยวท่านก็ขอขับเอง... 
ท่านบอกว่าถ้าขับเองก็จะไม่เมารถ 
แต่คนขับเขาก็ไม่ยอมให้ท่านขับหรอกนะ 
....หรือว่าคนขับก็เมารถเหมือนกัน...ก็ไม่รู้.... 
 
มีความประทับใจในการเดินทางครั้งนี้ 
ตอนกลับเราก็ผ่านเขา เส้นทางคดเคี้ยว 
เป็นบรรยากาศตอนเช้าที่ผ่านฝนตกมาแล้ว 
เจ้านายถามว่าใครมีอะไรจะใส่บาตรใหม 
ที่จะถึงนี่อาจจะมีพระออกมายืนอยู่ริมทางเพื่อรอบิณฑบาต 
เราก็มีขนมอยู่ เจ้านายก็เลยจอดรถให้ลงไปทำบุญใส่บาตร 
ทำบุญกับพระสามองค์ สามสถานที่ บนเส้นทางเดียวกัน 
โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีโอกาสดีเช่นนี้ 
วันนี้ได้รับพรจากพระ ทำให้ทุกคนชื่นใจ 
หลายปีมาแล้ว.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-22 16:57:34
ที่เราไม่ได้ไปสัมผัสใกล้ชิดท้องทุ่งนา 
คนสมัยพ่อแม่เราและก่อนนั้น...น่านับถืออย่างยิ่ง 
นอกจากจะขยันแล้วยังอดทนเป็นเลิศ 
เลี้ยงลูกมาได้ตั้งหลายคน 
แม้จะอยู่อย่างยากจน...ไม่มีข้าวของเงินทอง 
แต่ก็ยังมีที่นาแบ่งปันให้ลูก ๆ ได้ทุกคน 
เราเองก็ได้รับส่วนแบ่งนั้นเหมือนกัน 
แต่เราก็ไม่ได้ทำนา ให้พี่ชายเป็นคนทำ เพราะเขาก็ทำนาอยู่แล้ว 
แต่ก็ไม่เคยคิดเอาหรือได้รับผลตอบแทนแต่อย่างใด 
เพียงรู้ว่าเขาสีข้าวเอาไปให้พ่อแม่เป็นประจำเราก็พอใจแล้ว 
 
วันนี้...ท่านทำให้เรารู้สึกอยากกลับไปที่นาแห่งนั้น 
นึกถึงวัยเด็ก ขณะที่ผู้ใหญ่เกี่ยวข้าว เรากับน้องก็ช่วยกันหาจับตั๊กแตน 
เอามาจี่ไฟแล้วกินกัน ถือว่าเป็นอาหารสุดยอด 
อาหารหายาก....กว่าจะไล่จับได้สักตัวก็ต้องลำบากมาก... 
....ฟังแล้ว....รู้สึกสยองใช่มั๊ยล่ะ.... 
 
สิ่งมีชีวิตในท้องทุ่งแห้งแล้ง  
เราจะเคยกินมาหมดแล้ว 
....ฟังแล้ว....ก็โหดสินะ... 
....ทำไงได้...ก็เราหิว... 
วันนี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-22 17:02:40
เราจะร้องเพลง 
....“อ้วน เอาเท่าไร” ให้ท่านฟังครับ 
คิดถึง “มหาปิยมิตร” ครับผม 
มหาปิยมิตรของเรา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-23 20:38:03
สบายดีหรือเปล่าครับ ท่านคงมีงานยุ่งอยู่แน่ ๆ เลย  
ไม่เป็นไรครับ เราคนงานไม่ยุ่งครับ 
มีเวลาก็เข้ามาฝากข้อความไว้ เผื่อบางวันไม่มี 
เช้าวันเสาร์นี้เราก็ต้องเดินทางอีกแล้วครับ กว่าจะกลับถึงบ้านก็คงเกือบสว่างอีกวัน 
เดินทางไปกลับไม่ได้พักผ่อนแบบนี้ทำให้ทุกคนเหนื่อยล้า  
มีเรื่องตลกในการเดินทางครั้งที่ผ่านมาลืมเล่าให้ฟัง 
คนขับง่วงมากไปไม่ไหว ก็เลยจอดรถนอน 
ส่วนเจ้านายก็หลับไปนานแล้ว พอรู้สึกตัวก็นึกชมในใจว่า 
วันนี้ลูกน้องขับรถดีจัง ไม่กระเทือนเลยสักนิด 
พอลืมตาขึ้นก็ เอ้า...รถจอดอยู่นี่หว่า....ท่านก็พูดให้ทุกคนได้หัวเราะ 
"ปิยมิตรของเรา"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-24 09:33:27
หลังกลับจากการเปลี่ยนบรรยากาศอันสดใส... 
ก็มาสู้งานครับผม ก็ยุ่งอยู่ตลอดเพราะเราทำให้ชีวิต 
การทำงานมันยุ่งเอง มันจะได้สร้างพลังขับเคลื่อนอยู่ 
ตลอดไม่ต้องคิดล่องลอยมาก 
............ขณะที่มีความยุ่งๆ ก็มีความชื่นมื่นในกำลัวใจ 
และไมตรีของพี่น้องผู้ร่วมงาน และคนที่เราเคยช่วยเหลือ 
บ้าง... 
เมื่อวานนี้ทางนี้...มีประเพณีบุญข้าวสากอีสานจร้า! 
ก็เลยได้กินทั้งข้าวตอกแตก ข้าวต้มมัด ขนมหมก... 
ความอิ่มจากของกินก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่อิ่มในน้ำใจนี่สิ 
อิ่มเอมสุดๆ พี่น้องไทยเราไม่แล้งน้ำใจอยู่แล้ว ถึงแม้ว่า 
เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ระดับเราๆก็ยังมีความเอื้อเฟื้อ 
เผื่อแผ่กันอยู่...อีกทั้งยังบำรุงพระศาสนาอย่างดีด้วย 
คิดถึงท่านนะ ที่ชอบของหวานๆน่ะ คงถูกปากเชียวล่ะ 
ฝีมือกระยาสารทของชาวบ้านทำกันแบบถึงกระทิน้ำตาล ใส่ถั่วลิสงขั้วเอง ไม่ต้องใส่แบะแซที่ข้นเหนียว...อร่อยมากส์... 
..................................................................... 
ระยะนี้ท่านเดินทางบ่อยจังนะ...เจ้านายก็ดูจะน่ารัก 
จึงถูกพูดถึงเรื่อย...........เป็นผู้ร่วมงานที่ดูอบอุ่นกันดี 
เห็นว่าคงจะใช้เวลาในรถไม่น้อยถึงได้ตุนเสบียงจนได้ 
ใส่บาตรระหว่างทาง...เป็นภาพที่น่าประทับใจและแสดง 
ให้เห็นว่า"พวกท่านคิดดี ทำดี จริงๆ" ขออนุโมทนาครับ 
เราก็บังเอิญมีนิสัยเหมือนกันคือจะตุนอาหารสำเร็จแห้งๆไว้ในรถพ ร้อมถาดใบหนึ่งเวลาเจอพระระหว่างทางไปทำงานก็จะจอดรถใส่บาตร...มีเวลาหรือวันเทศกาลถึงจะได้ 
บรรจงทำกับข้าวกับปลาไปวัด. 
 
"อยากทานด้วยไหม?"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-24 10:13:21
พรุ่งนี้...จะไปวัด ไปทานข้าววัด 
จะมีเมนู ดังนี้นะ 
-แกงสายบัว-ปลานิลใส่ยอดมะขาม 
-ทอดปลาทับทิม 
-น้ำพริกมะขามอ่อน 
ผักสด มี... ยอดผักบุ้ง มะเขือ ถั่วฝักยาว 
ผักลวก มี...ยอดฟักทอง ข่าอ่อน ดอกข่า ผักปลัง 
ผลไม้นะ แก้วมังกร น้อยหน่า 
วัตถุดิบเกือบร้อยเปอร็เซ้นต์มีที่นาเราฮะ(เจ๋งมะ? ) 
ญาติเราปลูกไว้พอกินไม่มีขายหรอก 
.................................. 
จะทำบุญ ทานข้าวเผื่อด้วย ครับผม!
ฝากความห่วงใยมา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-24 10:25:42
"คณะท่าน"เดินทางบ่อย... 
ฝากกำลังใจมาอวยพรทุกท่าน ขอให้คุณพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้โปรดปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภั ย 
ช่วยกันคุยๆเป็นเพื่อนคนขับ...ปล่อยให้นายหลับซะ 
ดีแล้ว!...ง่วงก็พักผ่อน...ว่าแต่ว่าที่หยุดพักน่ะไม่มีอันตรายนะ..................เป็นห่วง ครับผม!
เพื่อนที่ทำงาน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-24 19:38:13
ทุกคนมีสภาพไม่ต่างกันเท่าไรนัก 
คือไม่ค่อยจะมี ก็ต้องอยู่กันอย่างประหยัด 
แม้แต่เจ้านาย พวกเราก็ยังต้องเห็นใจท่าน 
เราเคยพูดว่า “ไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านกันดีกว่า ไม่ยุ่งยาก” 
ท่านก็บอกว่า “เราจะมาคิดเอาเราเป็นที่ตั้งไม่ได้นะ” 
ต้องคิดถึงคนที่เขาทำงานหนัก ก็ต้องทานอาหารหนัก ๆ 
เช่นข้าวเหนียวนี่แหละ ส่วนกับข้าวนั้นอะไรก็ได้ 
เราก็เลยรู้สึกว่าท่านคิดกว้างไกลกว่าเรา.... 
(บางครั้งเราก็ต้องร่วมงานกับคนอื่น...ที่มาช่วยงาน) 
 
ท่านก็น่ารักครับ...วันนั้นพอท่านรู้ว่ารถจอดอยู่ 
ท่านก็เดินไปเคาะกระจกปลุกคนขับ 
ให้คนขับไปนอนที่ของท่าน แล้วท่านก็ขับรถต่อไป 
(ท่านอาจจะกลัวมีแขกไม่ได้รับเชิญก็เป็นได้ครับ...) 
เมื่อวานนี้
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-24 19:45:28
ตอนกลางวันก็มีเดินทางเหมือนกันแต่อยู่ในพื้นที่ 
ตอนเย็นท่านก็ชวนไปงานบุญที่บ้านภรรยาของท่านอยู่ต่างอำเภอ 
เราก็ตั้งใจจะไปนะ ไปหลังเลิกงานท่านบอกอย่างนั้น 
แต่พอเย็นท่านก็ต้องไปงานศพเพื่อนของท่าน (อุบัติเหตุเสียชีวิต) 
ทำให้ล่าช้าไป เราก็เลยไม่ไปดีกว่า เพราะคิดว่าคงกลับดึก 
แต่ก็มีเพื่อนที่ทำงานไปกับท่านด้วยนะ 
ทำบุญ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-24 20:03:43
โดยปกติก็จะเป็นการทำบุญด้วยความบังเอิญ 
หรือตามความสะดวกสบายของเราเอง 
หากมีเวลา มีเงินบ้าง ก็แวะเข้าวัด 
ระหว่างเดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน 
หรือไปตลาดก็ให้เงินขอทาน ใส่ซองกฐิน ซองผ้าป่า 
หรือหยอดเหรียญตามกล่องต่าง ๆ ที่เราพบเจอ 
เราไม่อาจตั้งใจได้ว่าเราจะไปทำบุญวัดไหน 
ทำบุญกับพระองค์ใดจึงจะดี เพราะเราไม่มีปัจจัยให้ทำเช่นนั้น 
และถ้าเราทำอย่างนั้น เราก็ลำบาก เพราะเราไม่มี... 
 
อย่างท่านนี่ เราเชื่อว่าท่านทำได้แน่นอน 
เพราะท่านมีความจริงจัง ตั้งใจในการทำบุญจริง ๆ  
สวดมนต์ไหว้พระ ท่านก็ปฏิบัติทุกวัน  
(ส่วนเรา เราเหนื่อย...เราก็นอน..ครับท่าน..) 
 
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านทำบุญอะไร 
เราก็คงได้บุญนั้นอยู่แล้ว เพราะท่านเผื่อแผ่มาให้เราด้วย 
เราจะทำใจให้สบาย ๆ รอรับผลบุญจากท่านนะครับ 
 
อาหารที่ท่านพูดถึงก็เป็นอาหารสุดยอดครับ 
หากใครได้ทานก็ต้องสุขภาพดีแน่นอน 
แต่เราไม่ค่อยได้ทานอาหารแบบนี้หรอกนะ 
เราก็อยากรับประทานอาหารที่ท่านพูดถึงเหมือนกัน... 
ท่านทานเผื่อเรา เราก็อิ่มเหมือนกันครับ...อิ่มใจมาก... 
 
ขอบพระคุณในความห่วงใยครับ 
คิดถึง “มหาปิยมิตร” มากมาย ครับผม 
อิ่มบุญ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-25 14:57:50
กลับจากวัดแล้วนะ วันนี้มีเวลาส่วนตัวถึงเย็น เพราะว่าค่ำต้องไปงานสีดำครับ 
หลวงตาให้หนังสือมาด้วยเล่มหนึ่ง ชื่อว่าโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์(ว่าด้วยความสามอย่าง) เราจะยกตัวอย่างให้ฟังสักสองบทนะฮะ 
"สามสิ่งควรรัก" ความกล้า ความสุภาพ ความรักใคร่ 
ควรกล้ากล้ากล่าวถ้อย ทั้งหทัย แท้เฮย 
สุวภาพพจน์ภายใน จิตพร้อม 
ความรักประจักษ์ใจ จริงแน่ นอนฤา 
สามสิ่งควรจักน้อม จิตให้สนิทจริง 
......... 
"สามสิ่งควรกระทำให้ม" 
หนังสืดี เพื่อนดี ใจเย็นดี 
หนังสือสอนสั่งข้อ วิทยา 
เว้นบาปเสาะกัลยาณ์ มิตรไว้ 
หนึ่งขาดปราศโทสา คติห่อ ใจเฮย 
สามสิ่งควรมีให้ มากยั้งยืนเจริญ 
......... 
*พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หั 
ว * 
เราชอบมาก ก็เลยเอามาฝากท่าน นอกจากจะตั้งจิตอธิษฐานให้พวกเรามีสุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพจิตแข็งแกร่ง อุดมด้วยสติปัญญความสามารถสร้างสรรค์ประโยชน์ 
ต่อครอบครัว ต่อสังคมได้เรื่อยไป.. 
ขอให้พวกเราดำรงมิตรภาพตลอดไป อย่าได้มีอุปสรรคใดๆ นะครับ!
แม้นว่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-26 15:48:13
ถ้า.. สุขภาพแข็งแรง ก็ดีใจ 
ถ้า.. งานกำลังยุ่ง ขอส่งกำลังใจอันใหญ่ยิ่งมาให้ 
ถ้า.. ไม่สบายขอให้หายไวๆ นะ 
ถ้า.. และ ถ้า.. ทำอะไร. อยู่ที่ไหน. ทุกเวลา... 
จงปลอดโปร่งสบายใจและกาย สำเร็จผล นะครับผม! 
...................ด้วยห่วงใย"ปิยมิตร"..................
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-26 19:08:19
เรากลับถึงบ้านเช้าวันนี้เวลาห้านาฬิกา 
วันนี้ก็เลยต้องนอนหลับพักผ่อนให้มาก 
การเดินทางแบบนี้....จบลงแล้วครับ 
คงไม่มีอีก ถึงจะมีก็คงอีกนานมาก 
ต่อไปก็คงเล็กน้อยไม่หนักหนาอะไร 
 
ที่พูดถึงการเดินทาง...  
หวังเพียงให้ท่านรู้สึกสนุกเท่านั้น 
แต่กลับทำให้ท่านเป็นห่วง  
กราบขอโทษท่านอย่างยิ่งครับ 
มิตรภาพ…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-26 19:15:09
เราเองก็หวังว่า...มิตรภาพของเราจะดำรงอยู่ตลอดไป 
ขอบพระคุณ...สำหรับกำลังใจอันยิ่งใหญ่ และ 
ขอบพระคุณสำหรับความห่วงใย...ที่ท่านมีให้เราตลอดมา 
 
ท่านทำให้เรานึกถึงสีหน้าและแววตาของพ่อแม่พี่น้องของเรา 
เมื่อเขาเหล่านั้นพูดถึงเรื่องสุขภาพของเรา 
และขณะนี้.....เราก็มีความรู้สึกคิดถึงท่าน 
เรารู้สึกว่าท่านห่วงใยเรา ไม่ต่างกับพ่อแม่พี่น้องของเราเลย 
แปลกจังเลยนะ ทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นหน้ากัน 
เราก็ยังรู้สึกอบอุ่นใจ รู้สึกไว้วางใจท่าน  
และเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ท่านได้รู้มากมาย 
และก็ยังมีเรื่องพอใจ ไม่พอใจกันด้วยนะ 
…..คิด ๆ แล้ว ก็น่าขำจริง ๆ .... 
 
ทั้ง ๆ ที่เพื่อน ๆ ของเรา ก็ยังไม่มีใครสักคนที่ได้รู้ 
และก็คงไม่มีใครคาดคิดเหมือนกันว่า 
คนอย่างเราจะมีข้อความอะไรมากมายขนาดนี้ 
 
ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว…นำสุขมาให้
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-27 19:18:14
เมื่อวัยเด็ก.... 
เราได้ทำลายชีวิตเป็นจำนวนมาก 
ก็คงเป็นเพราะความเป็นอยู่ของเรา 
ผู้ใหญ่ก็เลยปล่อยให้เราได้เรียนรู้ 
เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่รอดต่อไป 
 
ต่อมาเราก็ได้รับอุบัติเหตุ และเจ็บป่วยทุกข์ทรมาน 
ช่วงชีวิตหนึ่งเราได้อยู่กับย่า ท่านชอบไปทำบุญที่วัดประจำ 
(ส่วนพ่อแม่และพี่ ๆ ก็ออกไปอยู่นาในฤดูทำนา 
พอฤดูทำสวนก็ไปอยู่สวน ซึ่งที่นาและสวน ก็อยู่ไกลบ้าน) 
 
เรานอนกับย่า ท่านก็ให้เราสวดมนต์  
ท่องพุทโธก่อนนอน ท่านให้สร้อยประคำ 108 ลูก  
ท่านทำเอง เอาลูกเดือยสีขาวมาร้อยเป็นสร้อยประคำ 
ตอนนั้น เราก็ไม่ชอบหรอกนะ 
และไม่เข้าใจด้วยว่า ทำไมต้องทำเช่นนั้นด้วย  
 
ทุกวันนี้ เรากลับระลึกถึงพระคุณของท่านอยู่เสมอ 
และบ่อยครั้งก็นึกเสียใจ ที่เราเคยทำให้ท่านเสียใจ  
(…เราคนไม่ดี…เราเถียงท่าน…เราดื้อ…) 
 
….ถ้าไม่ได้ท่านอบรมสั่งสอน….  
….เราอาจจะไม่ได้พบกับวันที่ดีเช่นนี้.... 
โตขึ้นมาหน่อย.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-27 19:20:42
ก็ได้เรียนรู้ และเชื่อในกฎแห่งกรรม 
เราก็เลยต้องพยายามสวดมนต์อ้อนวอน 
ให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย 
อโหสิกรรมให้เรา และขอให้เราสุขภาพดี 
 
ผ่านมาหลายสิบปี จนถึงปัจจุบัน 
เวลานี้ถือเป็นช่วงชีวิต...ที่ดีที่สุด 
เราไม่เจ็บป่วยจนต้องนอนซม 
เราสบายใจ...อิ่มเอมใจ...... 
และเรายัง....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-27 19:23:15
มี “มหาปิยมิตร” ที่แสนดี...คนหนึ่ง 
แล้วเรา.....ยังจะต้องการอะไรอีกล่ะ 
ทุกสิ่งที่จะมีต่อไป...ถือเป็นกำไรของชีวิต 
ไม่มีอะไร....ที่จะทำให้เราต้องกังวล.... 
............................................................. 
ขอบพระคุณ “มหาปิยมิตรของเรา”….  
ที่ได้ให้ความเป็น....”มิตรที่แสนวิเศษ”....  
ซึ่งมีความสำคัญ....”เป็นพลังใจที่ดี”... 
ทำให้ชีวิตของเรา....สดใสมาก...ครับผม… 
สามสิ่ง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-27 19:30:04
ความกล้า....ความสุภาพ....ความรัก 
ให้ประจักษ์....ความจริง....สิ่งทั้งหลาย 
เรื่องมากมาย....เล่าได้....ประทับใจ 
สิ่งใด ๆ....ไม่เทียมเท่า....เข้าใจกัน 
 
หลายเดือนผ่าน....นานเนิ่น....เกินกำหนด 
ทิพย์พจน์....ผ่านกรอง.... ปองสุขสันต์ 
มิตรภาพ....มากค่า....ยิ่งชีวัน 
ให้นิรันดร์....ไม่ผันแปร....แท้ด้วยใจ…. 
 
....คิดถึง “มหาปิยมิตร” มากมาย...ครับผม... 
 
เก่งมากครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-28 13:33:58
มีถ้อยคำ...นำใจ...ได้ไพเราะ 
ฟังเสนาะ...ไม่แพ้...กวีเขา 
เป็นพลัง...ปัญหาใด...ให้บรรเทา 
เพราะมีเรา...เป็นเพื่อนกัน...ทุกวันคืน 
ต่างเป็นครู...ของกัน...นั้นจึงถูก 
ต่างมีมุข...คอยหยอกเย้า...หรือมุ่งมั่น 
"มีทุกสิ่ง...ความปรารถานี...มีต่อกัน" 
ก็สุขสันต์...ในชีวิต...คิดอะไร? (อีกเล่า...เนาะ!)
คิดถึง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-28 19:11:18
คนที่เคยร้องเพลงเพราะ ๆ 
ให้ฟังก่อนนอนจังเลยครับ 
วันนี้เราจะมีโอกาส... 
ได้ฟังเพลงก่อนนอนหรือเปล่านะ 
 
ถ้านักร้องเหนื่อยก็ไม่เป็นไรหรอกครับ 
เราจะร้องเพลงกล่อมตัวเองนอนก็ได้ 
....ไม่อยากจะง้อ...ครับผม.... 
 
เวลานี้อยากจะง้อครับ.....ท่านครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-29 20:01:53
“มหาปิยมิตรของเรา”…. 
 
หากเราต้อง....จากกัน 
จะเป็นด้วย....เหตุใด 
เก็บความคิด...ที่คล้ายกัน 
เก็บความสัมพันธ์...ที่ดีต่อกันนั้นไว้ 
 
......ราตรีสวัสดิ์....ครับผม...
ประโยคสำคัญ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-30 19:27:54
" เวลาที่เราคิดถึงใคร ลองมองท้องฟ้าดู... 
เหมือนมันจะกว้าง แต่ก็ฟ้าเดียวกัน 
มองเห็นดาวดวงเดียวกัน 
พระอาทิตย์ พระจันทร์ ก็ดวงเดียวกัน 
โลกที่ว่าใหญ่ คนไกลที่ว่าไกล... 
ก็จะอยู่ใกล้ให้เราเห็น "
ประโยคสำคัญ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-30 20:13:35
เราไม่เข้าใจ... 
เราจะเห็นท่านได้อย่างไร… 
ก็ท่านอยู่ไกล..... 
รอ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-30 20:29:22
ถ้าเธอ...มีหัวใจเหมือนฉันสักหน่อย 
เธอคงไม่ปล่อยให้ฉันต้องคอยอย่างนี้ 
เธอคงมองซึ้งถึงไมตรี 
เธอคงมองซึ้งถึงความหวังดี 
ที่มีเรื่อยมา 
สู้รอ...รอแล้ว รอแล้วรอไม่สิ้น 
รอจนใกล้ดับถมทับแผ่นดินแผ่นฟ้า 
เธอมองไม่ซึ้งถึงสายตา 
เธอมองไม่ซึ้งถึงความบูชา 
ว่าฉันศรัทธาเพียงใด 
***น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน 
แต่หัวใจอ่อนๆของเธอทำด้วยสิ่งใด 
ช่างไม่สะทกสะท้านสะเทือนหัวใจ 
ช่างไม่หวั่นไหว ว่าใครเขารักเขารอ 
สิ้นลม...ลมหัวใจของฉันเมื่อไหร่ 
เธอคงต้องได้รู้ว่าใครเฝ้าง้อ 
ใครกันมีรักมีรักเพียงพอ 
ใครกันรอแล้ว แล้วยังเฝ้ารอ 
เขารอ เขารอ เขารอ เขารอ... 
******** คำร้อง/ทำนอง สุรพล โทณะวนิก
กล่อมนอน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-30 20:56:42
"ปิยมิตรของเรา" 
ดีจังเลยที่เราว่างตรงกัน เราก็ระลึกถึงกัน 
ที่งอแงอยากฟังเพลงกล่อมนอน... 
ยินดีจัดให้ครับผม 
แต่ไม่ให้ท่านฝ่ายเดียวนะครับ 
จะให้"เรา"รับเอาความห่วงใย ความรักที่อ่อนละมุน 
อบอุ่นที่สุดจากคนที่รักเรามากที่สุดในโลก...ด้วยกัน 
....................."นอนนะจ๊ะคนดี"...................... 
ลูกเอ๋ยคนดี คนดีของแม่ เจ้ายังอ้อแอ้งอแงร้องไห้ 
มาเถิดมานอนอู่อ่อนแม่ไกว ไม่มีเภทภัยสิ่งใดแผ้วพาน 
ด้วยเพลงลำนำจดจำกล่าวขาน แต่รุ่นก่อนกาลปู่ย่าตายาย 
ร้องมาแต่หลังแม่ยังจำได้ 
เห่กล่อมดวงใจ "ให้หลับฝันดี "
เพลงเพราะมากครับ...ท่านครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-09-30 21:02:54
แต่เราก็ยังอยากเข้าใจ… 
“ประโยคสำคัญ” อยู่นะครับผม 
“มหาปิยมิตรของเรา”....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-01 19:24:38
วันนี้...ท่านจงรับเอาความห่วงใย... 
.........ความรักที่อ่อนละมุน...อบอุ่นที่สุด 
.........จากคนที่รักเรามากที่สุดในโลก.... 
************************* 
หากสิ่งที่เธอต้องการ...ฉันจะหามาให้เธอ 
หากสิ่งที่เธอพบเจอ...เป็นแค่เพียงความฝัน 
ก็จะทำถึงที่สุด...ให้ฝันนั้นเป็นจริงได้ 
จะหนักหนาซักเท่าไหร่....จะทนก็เพียงให้เธอสมใจ 
 
จะคอยระวังทุกข์ภัย...ไม่ให้เธอต้องพานพบเจอ 
จะอยู่ดูแลเสมอ...ยามที่เธอต้องการ 
ก็จะเฝ้าเอาใจใส่...อยากให้เธอเป็นคนดี 
อยู่แห่งไหนไปทุกที่...ให้มีแต่คนเข้ามา...รักเธอ 
 
เพราะเธอคือคนสำคัญ...เป็นได้ดังดวงชีวัน 
เพราะเธอคือ “ลูก” ของฉัน...จะรักแต่เธอเรื่อยไป 
โปรดจงรู้เอาไว้วันนี้...ฉันมีเพียงเธอคือความหมาย 
เป็นพลังแห่งใจ...เห็นหน้าทีไร...หัวใจก็เป็นสุข 
 
เป็นพลังแห่งใจ...เห็นหน้าทีไร...ก็สุขหัวใจ.... 
***************************** 
คนสำคัญ.....หนู มิเตอร์ 
คืนนี้...ท่านต้องฟังนะครับ...เพลงนี้เพราะมาก ๆ  
คิดถึง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-01 19:44:56
....คนไกล...ที่อาจอยู่ใกล้.... 
....แต่เราไม่เห็น...ครับผม.... 
 
....ราตรีสวัสดิ์ครับ... 
ความหมาย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-01 20:49:51
ประโยคสำคัญ ที่เราหมายถึง... เราจำได้แล้วชอบมาก 
แต่เสียดายไม่ทราบที่มาและไม่ทราบว่าท่านใดเป็นเจ้าของประโยคทั ้งหมด 
และเราก็ว่าใช้ได้ดีทีเดียว กับความรู้สึก... 
ในห้วงเวลาที่เราคะนึงถึงคนอยู่ไกล... 
ที่มีความผูกพัน แม้จะฐานะเพื่อน ฐานะใด หากมีดวงใจผูกพันระลึกถึงกัน... แม้กายจะห่างไกลกันสุดขอบฟ้า 
ก็จะเหมือนอยู่ใกล้...ใกล้ในความรู้สึก คือคอยห่วงใยคิดถึงกันตลอดเวลา...เพราะว่า คนที่แสนไกลนั้น"อยู่ในหัวใจเรา" ไงล่ะครับ!  
..............ประโยคมีนัยสำคัญดังนี้แล.................
สุขใจจริงนะ ในวันพระ ครับกระผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-01 21:02:03
จิตใจแสนผ่องแผ้ว... 
แล้วเรามาไหว้พระสวดมนต์ ตั้งจิตมั่นด้วยกัน 
เราจะยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่ึ่งที่ระลึกทุกลมหายใจ 
เราจะยึดมั่นในความดีเป็นที่ตั้ง 
จะเดินอย่างระมัดระวังในทางแห่งความดีทั้งปวง 
จะอบอุ่นมั่นคงในมิตรภาพที่เอื้ออาทรนี้ ตลอดไป
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-02 12:17:30
“ประโยคสำคัญ”...ของท่าน 
ทำให้เราต้อง...ตกใจเล็ก ๆ 
ก็เราคิดว่า...เราคุยอยู่กับ...”คนแสนไกล” 
แล้วมาบอกว่า...”ก็จะอยู่ใกล้ให้เราเห็น” 
 
เราก็สงสัยว่า...แล้วเราคุยอยู่กับใครกันนี่... 
ที่แท้....ก็ยังคงเป็น...”คนแสนไกล” .... 
ที่อยู่ใกล้.....“อยู่ในหัวใจเรา”...นี่เอง... 
เธอคือคนสำคัญ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-02 12:25:35
เป็นได้ดังดวงชีวัน….. 
เพราะเธออยู่ในใจของฉัน… 
จะรักแต่เธอเรื่อยไป… 
 
โปรดจงรู้เอาไว้.... 
วันนี้ฉันมีเพียงเธอ....คือความหมาย.... 
เป็นพลังแห่งใจ...เห็นภาพทีไร...หัวใจก็เป็นสุข.... 
 
.....จะอบอุ่นมั่นคงในมิตรภาพที่เอื้ออาทรนี้ตลอดไป…. 
...........เพลงก่อนนอนวันนี้.....ด้วยรักและผูกพัน.....ครับท่าน... 
 
ขุ่นข้องใจ...น่ะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-03 18:58:58
"ปิยมิตร" ครับ เรามีเรื่องจะเล่าให้ฟัง... 
เมื่อเช้านี้ ตื่นแต่เช้าเพื่อให้เสร็จกิจวัตรประจำวันไวๆ 
เพราะมีกำหนดว่าจะต้องไปร่วมทอดผ้าป่าตามที่ได้รับเชิญ...ด้วยจิตใจผ่องแผ้วหมายจะอธิษฐานอุทิศผลบุญ 
ส่งให้ผู้มีพระคุณแลคนที่เรารักนับถือ... 
................................................... 
สถานที่จัดตั้งเตรียมประกอบพีธีทอดถวายก็มีการจัดเตรียมดีโดยหน ่วยงานราชการต่างๆมาร่วมงาน ดูเรียบร้อยดี... ก็นั่งรอพระ กรรมการที่รับผิดชอบ 
ส่วนหนึ่งก็รวบรวมยอดเงิน ................................ 
เมื่อพระมาถึง พวกเราก็ลุกจากเก้าอี้ลงนั่งพื้นพนมมือไหว้เคารพพระ เราก็ก้มหน้าพนมมืออยู่ จนท่านผ่านหน้า 
ไปที่ด้านหน้าที่จัดเตรียมไว้โดยยกพื้นไว้สูงพอเหมาะสมควรทุกอย ่างด้านการจัดเตรียม เราเริ่มมองเห็นสิ่งที่ไม่ 
ชอบใจ ตั้งแต่...บางรูปมาถึงแล้วก็สูบบุหรี่วาบๆ นั่งอยู๋เก้าอี้ที่จัดให้ฆราวาสนั่ง บางรูปก็ยืนโทรศัพท์ จีวรที่นุ่งห่มบอกได้เลยว่าสีออกเขียว สวมสายข้อมือเหมือนสร้อยฃองวัยรุ่น ลูกประคำเต็มคอ สวมสร้อยพระหลายๆองค์ 
แบบเฉียงสะพายไง รอบเองก็มีสายคาดเครื่องรางของขลังอีรุงตุงนังไปหมด แต่ละรูบสักลายเห็นเต็มแขน ไหล่ 
เดินแบบไม่สำรวม เราดูว่าท่าทางนักเลงด้วยซ้า...เรากระซิบถามเพื่อนว่า...เฮ้ย เขานิมนต์มาจากสำนักไหนทำไมเป็นแบบนี้ น่ากลัวจัง บอกหัวหน้าด้วยนะว่าฉันกลัว 
จะกลับก่อน..........................เราไม่รอฟังคำตอบ รีบลุกออกมาขณะที่พระท่านยังไม่พร้อมที่จะขึ้นไปยังที่อาสนะ ในใจขุ่นข้องแล้ว...เออ! เจออย่างนี้ยอมบาป 
แต่ก็ตั้งจิตอธิษฐานไว้แล้วว่าการอุทิศถวายครั้งนี้เพื่อพระศาส นา ลูกช้างเพียงแต่ไม่ได้เลื่อมใส"ตัวบุคคล" 
.............................................................. 
ก่อนกลับบ้าน ก็แวะทำบุญกับคนด้อยโอกาส และเด็กๆ 
แต่ก็ไม่สบายใจอยู่ดี หรือจะเป็นบาปกระมังที่รู้สึกไม่ดีต่อพระ แต่เป็นครั้งแรกในชีวิตนะที่เห็นขนาดนี้น่ะมาคิดหนักเลยล่ะ ว่าคนอื่นเขาเพี้ยนกันหรือที่ไม่ได้รู้สึกรู้สมเดือดร้อนอะไร? ... หรือว่าเราเองประสาทรึเปล่า(วะ) 
..................................................................
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-03 19:35:45
พอมีเวลาเราก็เข้ามาหานี่ไง...แล้วเริ่มอ่านๆๆๆ... 
ตั้งแต่การแสดงความคิดเห็นแรกๆ ก็ดูมีหลายท่านนะ 
แต่เป็น "เรา" ตั้งแต่ตอนไหนมาแล้ว.....หลงปล่อยไก่ 
พร่ำเพ้ออะไรบ้างน้อในสายตาคนอื่น(แบบคิดเล่นน่ะ) ................................................................. 
แต่ แบบจริง! คือเราตั้งใจ จะทำแบบนี้ล่ะ 
บางครั้ง... ท่านเองก็สงสัยใช่ไหมล่ะว่ากำลังคุยกับใคร 
เราก็สงสัยเช่นกัน... 
บางครั้งก็คล้ายคนที่รู้จัก ท่านพูดถึงเรื่องที่เราเคยรู้(บ้าง) 
บางครั้งก็เป็นอีกรสนิยมหนึ่ง คล้ายคนละคน...ก็มาสงสัยว่ามีเรากี่คนแน่(แฮ่ะ แฮ่ะ รึเราเริ่มเพี้ยน) 
...............ยกตัวอย่างนะ............... 
เช่น จากท่านนะ เมื่อ2010-09-03 20:19:59 
ท่านว่า..."แม้นเวลาผ่านมาหลายปี เราก็ยังจดจำอยู่เสมอ 
..." .................... 
หรือท่านคิดว่าเรา คือ "คนนั้น" ใครนะ ใครหนอ? 
.................................................................... 
แต่ถ้าไม่มีอะไรสลับซับซ้อนก็ดี 
แต่ถ้าหากมีอะไรซับซ้อน ก็ดีอีกแบบ จะได้ลับสมอง 
มีอะไรให้น่าสนใจนะครับ 
ณ เวลานี้...... จะเป็นอย่างไรก็ตาม หากท่านคือคนที่ง้อเรา คนที่คอยเอาใจใส่ติดตามฟังเราพูด 
คนที่คอยเป็นห่วงเรา 
คอยกังวลสงสัยว่าเรา เป็นอะไรไป หายไปไหน 
และ คนที่คอยกำลังใจจากเรา... 
"ท่านก็คือยอดปิยมิตรคนหนึ่ง ที่อาจมิใช่คนนั้น" 
อยากเป็น"คนหนึ่ง" หรือ"คนนั้น" ล่ะครับ
วันนี้ให้หายข้องใจเลยนะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-03 19:57:38
ขออนุญาตถามในฐานมิตรนะครับ 
คือ...เมื่อ 2010-09-03 20:19:59 
ท่านบอกว่า "เช้าวันที่1ก.ย.53 เราได้ทำบางสิ่งเพื่อเป็น 
การขอโทษท่านด้วยความตั้งใจ..." 
........................................................... 
เราเพิ่งได้พินิจพิเคราะห์วันนี้ครับว่า...เราได้พูดสิ่งใด 
ออกไปที่ทำให้ท่านรูสึกผิดขนาดจะต้องทำอะไรเป็นการ 
ขอโทษเรา แล้วเราจะทราบได้อย่างไร...เพราะถ้าหากทำแล้วท่านก็คงจะหายไปจากที่นี่ใช่ไหมครับ... นี่แหละยิ่งชวนให้ฉงนใจว่าท่านคิดว่าเราเป็นใครคนนั้นหรือเปล่า  
ถ้าไม่สะดวกจะเล่าวันนี้ก็ไม่เป็นไรนะครับ 
คืนนี้เราคงต้องสวดมนต์ยาว ไว้พรุ่งนี้จะรออ่านแล้วกัน 
เฮ้อ! คิดดูก็น่าขำนะ คนที่เราเห็นหน้าใกล้ชิดเรากลับไม่อยากเล่าอะไรให้ฟังขนาดนี้ แต่นี่ท่านเป็นใคนก็ไม่รู้เรากลับวางใจซะขนาดนี้!...แปลกดีเนาะ
เป็นไปด้าย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-03 20:02:49
ใครนะ มักจะยกย่องชมเชยเราว่าดี หนักแน่นมั่นคง 
เวลานี้ เราสับสน ว้าวุ่นนะ 
ให้คาถาเราหน่อยนะ 
ให้ความผ่องแผ้วเราด้วยนะ ครับผม.
คงเป็นการ....”เข้าใจผิด”…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-04 08:15:05
ข้อความ....ที่เราส่งถึงท่าน... 
ตั้งแต่ 2010-05-14 08:32:08 จนถึงวันนี้...เรา... 
 
....เสียใจด้วยนะ....ที่เราไม่ใช่คนที่ท่านรู้จัก  
....หากท่าน.....ไม่รู้จักคนที่เราพูดถึงตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ 
.....ท่าน............ก็คือคนที่เราไม่รู้จัก 
.....และท่าน.......ก็ไม่ใช่คนที่เราอยากคุยด้วย 
.....ขอโทษ....ที่ได้รบกวนท่านมานานหลายเดือน 
......ขอโทษ....ที่จะไม่อธิบายใด ๆ อีก.....เราเหนื่อย... 
......เราไม่ได้อยากเป็น “คนหนึ่ง” “คนนั้น” หรือ “คนไหน” ....”เราเป็นเรา”.... 
 
…..GOOD BYE….”MAHAPIYAMIT”…..slsf…. 
 
"MAHAPIYAMIT"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-07 14:28:15
Excuse me, please. 
 
I'm sorry.
Excuse me, Please.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-08 18:29:20
...
"ไม่เป็นไรหรอกนะ"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-09 12:37:35
คำพูดของคนเรา...ถ้าเราจะตีความหรือคิดใส่ใจทุกคำ ก็อาจจะทำให้เข้าใจ"มากเกินความ" หรือ"เข้าใจไม่หมด" 
เราไม่เคยโกรธมิตรเลย อาจจะตกใจบ้าง...แล้วก็ถอยมาคิด... ถ้อยคำอาจจะยาวมากไปทำให้อ่านแล้วต้องเพลีย ต้องเหนื่อย...เพราะว่าเราแคร์กันมากเกินไปนั่นเอง 
..........................................................................เอาล่ะ! เราควรถอยคนละก้าว มาหาความเป็นตัวของตัวเอง พิจารณาอย่างใจเย็นๆ นึกถึงแต่ส่วนที่เราต้องการให้แต่ความปรารถนาดีและ"กำลังใจให้กัน" 
เวลานี้ "เรา" เจออุปสรรคแล้วล่ะ...อุปสรรคนั้นเราก็สร้างขึ้นเอง มันก่อในจิตใจเพียงเพราะคำพูดที่สื่อออกไปไม่ชัดเจน... ดั่งยิงกระสุนออกไปมันเอาคืนไม่ได้ 
แต่ต้องมีการพิสูจน์ วิเคราะห์ได้................................ 
รอให้วันเวลาผ่านไปก่อน สักระยะหนึ่ง แล้วมาพบกัน 
.......................................................................... 
เราอยากย้ำเตือนว่า เรามีแต่เจตนาจริงใจ 
ในมิตรภาพ พยายามจะปรับตัวให้ถูกใจเพื่อน 
ให้เราสนุก รื่นรมย์ หรือร่วมฟังความทุกข์กันบ้าง 
ก็เพราะไว้วางใจนั่นเอง 
บางครั้งมันอาจจะยัดเยียด กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ซีเรียส! 
...................................................................... 
หากเรายังเป็นมิตรกัน ท่านต้องอภัยในความพลั้งของเรา 
ให้โอกาสต่อกันอีก ไม่จากกันเช่นนี้ 
จากกันสักระยะ ไม่ใช่ตลอดไปนะ 
"ยังคงห่วงใย และเป็นกำลังใจตลอดเวลา" 
ไม่ต้องสนใจว่าเราจะเป็นใคร ท่านจะเป็นใคร เพราะเวลานี้มีแต่เรา "ปิยมิตรของเรา" และ"มหาปิยมิตรของท่าน" 
*****เราขอโอกาสท่านนะ จะกลับมาพบอีกมกราคม นะครับ!
EXCUSE ME , PLEASE.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-09 16:36:03
….”MAHAPIYAMIT”…. 
 
I’ve know many people in this world. 
But I’ve a few to understand and truly love me. 
……..One of them is you…… 
 
The best time in my life is having you beside me. 
Because you’re the only one who understand me. 
 
Thank you for everything. 
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-09 17:02:37
ขอบพระคุณท่าน...ที่ยังคงเป็น “มหาปิยมิตรของเรา” อยู่เสมอ… 
เราคิดว่า.....เราคงจะไม่ได้รับการอภัยจากท่านแล้ว…. 
 
ต่อไป.....เราอาจจะมีข้อความถึงท่านไม่มากนัก 
เพราะเรา.....ไม่อยากเสียใจเพราะคำพูดของตัวเองบ่อย ๆ 
และก็ยัง.....ทำให้ท่านไม่สบายใจไปด้วย 
 
แต่เราก็ยัง......อยากอ่านข้อความของท่านทุกวันนะ…. 
 
คิดถึง....”มหาปิยมิตรของเรา” จังเลย.... 
 
 
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-11 20:35:18
หลายเดือนหลังจากนี้เรามีภารกิจ 
และคงไม่สามารถเข้ามาพื้นที่ตรงนี้ได้ 
แต่ก็ยังคงห่วงใยและเป็นกำลังใจให้ท่านทุกเวลา 
 
ขอบคุณพื้นที่ตรงนี้เหลือเกินที่ทำให้เราได้พบมิตรที่ยิ่งใหญ่ 
เราขอให้ “มหาปิยมิตรของเรา” จงโชคดีตลอดไป... 
เราขอให้ท่านโปรดอวยพรให้เราโชคดีด้วยนะ 
 
.........ขอบพระคุณท่านอย่างยิ่ง......... 
“MAHAPIYAMIT”… ARE YOU TIRED ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-23 21:24:50
I’M TIRED.!!!
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-23 21:28:16
อาทิตย์นี้มีวันหยุดหลายวัน 
พักผ่อนบ้างสักวันก็คงจะดีนะ 
ท่านทำงานหนักไม่ค่อยจะหยุดพัก 
และท่านก็คงกำลังสนุก ! กับงานที่ทำ !!! 
 
ส่วนเราไม่ค่อยจะสนุกนักหรอก 
เพราะเราไม่เข้มแข็ง....เราก็เลยรู้สึกเหนื่อย... 
 
เรารู้แล้วว่ากำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ... 
You gave me the strength to move on, my friend !!! 
เพลงก่อนนอนวันนี้
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-24 21:26:52
Why Worry…อยู่ในอัลบั้ม UP’TIL NOW ของ Art Garfunkel  
บางท่อนของเนื้อเพลง ได้กล่าวถึงข้อความอันเป็นสัจธรรม เช่น 
Why worry, there should be laughter after the pain  
There should be sunshine after rain  
These things have always been the same  
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-24 21:36:23
Notthing to give other than the best wishes 
 
hope you have the strength to walk on 
ห่วงใยและเป็นกำลังใจให้เสมอ….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-25 12:43:53
BECAUSE…YOU ARE MY FRIEND.!!! 
SEE YOU AGAIN ON SUNDAY.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-25 12:46:30
BECAUSE…YOU ARE THE SUNSHINE. 
..........การ์ตูน - วันอาทิตย์.........
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-31 19:40:31
ภาพแรก…...คนแก่จูงลาให้เด็กขี่…เขาว่า…”ทรมานคนแก่” 
ภาพที่สอง…เด็กจูงลาให้คนแก่ขี่…เขาว่า…”ทรมานเด็ก” 
ภาพที่สาม…คนแก่และเด็กขี่ลา…เขาว่า…”รังแกสัตว์” 
ภาพที่สี่……คนแก่และเด็กแบกลาไป…เขาว่า…..”โง่” 
ภาพที่ห้า….คนแก่,เด็ก,ลา ขึ้นรถบรรทุก…เขาก็ว่า “เปลืองน้ำมัน,ทำให้โลกร้อน” 
 
………..KHON - DEE…… 
 
.....ทำทุกสิ่งที่สร้างสรรค์….. 
.....แบ่งปันความทุกข์ร้อน….. 
.....ห่วงใยเอื้ออาทร….. 
.....ไม่จากจรในทุกยาม….. 
 
…สุขทุกข์อยู่เคียงข้าง…ไม่อ้างว้างกำลังใจ…….”มิตรแท้”…. 
โลกใบนี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-31 19:46:29
คงไม่มีใครเลยสักคนที่จะสามารถสร้างความพอใจให้ใคร ๆ ได้ทุกเรื่อง 
แม้แต่ตัวเราเองก็ยังไม่พอใจกับการกระทำของตัวเองได้เหมือนกัน 
จะไปหวังให้ทุกคนพอใจเราในทุกสิ่งทุกอย่างก็คงเป็นไปไม่ได้…. 
 
สำคัญที่สุด…เราต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง 
รู้สึกได้ตามสถานการณ์ที่เกิดขณะนั้น 
แต่ก็อย่าให้ใจเราต้องสุขหรือทุกข์มากเกินไป 
โดยเฉพาะความทุกข์ความไม่พอใจ 
ให้มีอยู่เพียงชั่วครู่ก็เพียงพอ… 
แล้วแปรเปลี่ยนเป็นเรี่ยวแรงแห่งพลัง 
ต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคด้วยใจคงมั่น… 
 
เรารู้ดีว่าท่านเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าเรา 
ที่เราพูด…ก็เพื่อปลอบใจตัวเองว่า..... 
น่าจะมีใครสักคนพูดแบบนี้กับเราบ้าง.....ก็เท่านั้น... 
MY FRIEND.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-31 19:52:35
เพราะท่านคือมหาปิยมิตรของเรา 
เป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าต่อสังคมประเทศชาติ 
เราจึงต้องห่วงใยและเป็นกำลังใจให้ท่านเสมอ 
โปรดจงทำงานของท่านให้สบายใจ 
ไม่ต้องกังวลเรื่องส่งข้อความถึงเรา 
เมื่อมีโอกาสเราก็จะส่งกำลังใจให้ท่านเสมอ… 
 
....มิตรภาพความเป็นเพื่อน....จะยั่งยืนตลอดไป.... 
....เท่าที่เรา...ยังมีแรง..... 
SONG FOR YOU…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-31 20:00:23
……I’LL STAND BY YOU…(CARRIE UNDERWOOD) 
…..HERO………………………(MARIAH CAREY) 
 
MAHAPIYAMIT ….YOU ARE MY BEST FRIEND….HERO !!! 
…I WILL ALWAYS BE WITH YOU….MY FRIEND.!!! 
MY FRIEND.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-10-31 20:11:37
TAKE ME IN INTO YOUR DARKEST HOUR 
AND I’LL NEVER DESERT YOU 
I WON’T LET NOBODY HURT YOU 
I’LL STAND BY YOU !!!! 
 
……MY FRIEND…… 
MY FRIEND.....I'M ALIVE.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-11-13 19:45:01
เมื่อเราเหนื่อย... 
เราก็จะมองไป....ไกลสุดฟ้า.... 
หวังดวงดารา.....มองมาด้วยห่วงใย................ภูมิซรอล 
 
ยังคงห่วงใยและเป็นกำลังใจให้ท่านเสมอครับผม 
“มิตรแท้”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-11-19 19:09:24
ในยามตกทุกข์ได้ยาก...ท้อแท้...เหนื่อยอ่อน…. 
จะมีสิ่งใดเล่า...ที่จะมีค่าเท่า.... “กำลังใจ” 
ชีวิต...มีทั้งสุขและทุกข์คละเคล้ากัน… 
แต่ชีวิต...ก็ต้องดำเนินไป… 
ใจเย็น ๆ ใจดี ๆ ครับผม !! 
 
.........ใครคนหนึ่งเคยพูดไว้....ทำให้เราสบายใจมาแล้ว 
.........มาวันนี้........เราก็อยากพูดแบบนี้บ้าง....... 
“มิตรแท้”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-11-19 19:11:41
แม้นว่า...สถานการณ์จะเป็นอย่างไร... 
เมื่อเราคือเพื่อน....เราก็ต้องทำหน้าที่เพื่อน ! 
 
เปลวเทียนละลายแท่ง....เพื่อเปล่งแสงอันอำไพ…. 
ชีวิตมลายไป...คงเหลือไว้...”ความเป็นเพื่อน”…. 
ความมั่นคง.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-11-19 19:17:25
มั่นใจ...ไม่หวั่น...ไม่พรั่นต่อสิ่งใด 
เพราะใจที่เข้าใจ...เข้าใจ...และเข้าใจ 
เป็นพลังใจที่ดี....เมื่อยามท้อ.... 
คงเพียงพอ...ให้ไฟอุดมการณ์....โชติช่วงต่อไป 
 
............ไฟในใจ....จะต้อง.....ไม่มืดมิด…. 
.............เหนื่อยกาย......ก็พักบ้าง……….. 
ส่องสว่าง....ทางเดินชีวิต...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-11-19 19:19:27
 
แสงเทียน !!! 
 
ที่เคยจุด....ให้คนอื่น ๆ .....มากมาย 
จะกลายเป็น.....แสงดาว.....เต็มท้องฟ้า 
เฝ้ามองมา.....ที่เจ้าของ....แสงเทียน…... 
 
.............ด้วยห่วงใย........นิรันดร์........... 
 
ชีวิต....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-04 21:01:16
 
.....ไม่เคยหยุดพัก....ดังหวัง.....ยังพอทน..... 
....เรื่องราว....ที่สับสน....ต้องทนยิ่งกว่า...... 
 
........................... 
 
......เหม่อมองไปจุด....สุดปลายฟ้า… 
.....อยู่บนเส้นทางที่ยัง...”สับสน”.... 
.....ชีวิตคน.....เวียนวกวน.... 
 
........กำลังใจ.....มัมลาโคนิค…… 
"ปิยมิตร มหามงคลวันพ่อนะ"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-05 13:42:06
ตอนนนี้.. เรากำลังเต็มตื้นไปด้วยความปลาบปลื้มปิติ 
ดวงใจคับพองไปด้วยความรักความภักดี... ที่ได้รำลึกถึง"คุณพ่อของเรา" และ "พ่อแห่งชาติ" 
.................................................... 
เราจึงถือโอกาสแห่งวันมหามงคลอันยิ่งใหญ่นี้ กลับมาหาปิยมิตร มานั่งอยู่ข้างๆวางมือลงประสานถ่ายทอด 
"กำลังใจ ให้กันและกัน" 
........................................................ 
ตลอดเวลาที่หายไป เราไม่เคยหนีไปเที่ยวเล่นนะ...ทุกเวลานาทีมีหน้าที่มีสิ่งดีงามให้อุทิสทำ เพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยแก่ตัว ไม่ให้จิตใจอ่อนแอฟุ้งซ่านไร้สาระ ร่างกายก็เกิดพลังต้านทานโรคภัยไข้เจ็บ.....เวลาเหนื่อยล้า.. 
...เราก็เข้ามาพักใจ ที่นี่..ณ. ที่ปิยมิตร คอยเป็นกำลังใจอยู่.........ทุกการกระทำ ทุกกุศลกรรมเราจะส่งดวงจิตแผ่ความดีงามมาถึงมิตรตลอด...ทั้งยังอธิษฐานให้ท่านอดทน รอ...กัน เพราะหากเพื่อนไม่ดอทน ไม่ให้โอกาสกัน "พวกเราก็คงหมดโอกาส"........เราจึงไม่ต้องรอให้ถึงเดือนมกราคม ตามที่กำหนด....นี่! เราก็ปรับนิสัยตัวเองด้วยนะ เพราะก่อนจะมานับถือกันนั้น แต่ก่อน เราก็เป็นคนไม่ค่อยยอมใคร พูดคำไหนคำนั้น(ไม่ค่อนรอบคอบ)............. เวลาต่อมาก็ได้ฝึกฝน ใช้สติกำกับตัวเองขึ้นครับ... 
....................โอ๊ย!!! มีเรื่องมากมาย ที่เก็บกดไว้ไม่ได้เล่าให้ฟังหลายเพลา.....ได้แต่ฟัง "ปิยมิตร" เล่าความรู้สึกให้ฟัง....ซาบซึ้ง ตรึงใจอย่างที่สุดแล้ว...ได้โปรดรักษาคำพูดไว้ต่อกัน ให้มั่นคง ไม่หวั่นไหว หากมีอุปสรรค ตัวแปรเกิดขึ้น... เราต้องอดทน พูดกันให้เข้าใจ 
................ เราไม่ต้องสัญญา ไม่ต้องกำหนดเงื่อนไขอะไรมากนัก ในมิตรภาพ ไม่มีตายตัวว่าจะต้องคุยกันเวลาไหน เรื่องอะไร.....เราให้ธรรมชาติ ในการเป็นเพื่อนที่มีแต่ความแท้จริงในความรัก ความห่วงใย เอื้ออาทรกัน 
อย่างมิตรแท้...ให้มั่นคง ยืนนาน...เท่าชีวิตของเรา.
ส่งใจเสริมพลัง..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-05 14:10:50
......................................................... 
...............ส่งใจเสริมพลัง ให้เธอนั้นก้าวเดินต่อไป......... 
( มัม ลาโคนิค )
“วันมหามงคล”......
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-06 19:19:04
 
.......เราก็ได้ทำในสิ่งที่เป็นมงคลแก่ตัวเอง.... 
.......และเก็บความปิตินั้นไว้ในใจให้เนิ่นนาน..... 
.......ไม่รับรู้ข้อมูลข่าวสาร.... 
 
.................มาวันนี้จึงรู้ว่า...”มหาปิยมิตรของเรา” ได้กลับมาแล้ว 
.................เราถือว่าวันนี้เป็น......”วันมหามงคล” อีกวันหนึ่งของเรา 
.................เพราะเป็น............”วันที่ดีของเรา”................................... 
 
 
สิ่งที่ผ่านมา....ทำให้เรารู้ว่า......
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-06 19:30:00
 
“คนสำคัญที่สุด” ที่แท้ก็คือ.... 
คนที่.....อยู่ใกล้ชิดเรา 
คนที่......อยู่ในครอบครัวของเรา 
คนที่......ดีกับเราอย่างจริงใจ และ... 
คนที่......เป็นกำลังใจให้เราเสมอ..... 
 
เราจึงต้อง.....เอาใจใส่เขา.....ให้มาก ๆ 
 
อื่น ๆ ที่เราไม่รู้จัก......แล้วทำให้เราไม่สบายใจ…. 
เมื่อเราใส่ใจมาก......เราก็จะเหนื่อยล้าเกินไป......ทำให้หมดแรง....(โดยเปล่าประโยชน์) 
เพราะเราไม่เข้มแข็งมากมาย.....พอที่จะไปใส่ใจได้ทุกเรื่องราว......และ.....ทุกคน....... 
 
ทุกสิ่ง.....เป็นการเรียนรู้.....เป็นครู.....เป็นแสงเทียน 
 
 
..........................ขอโทษ............................... 
“มหาปิยมิตรของเรา”...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-06 19:45:10
 
เมื่อท่านกลับมาแล้ว..... 
ท่านจงเล่าทุกเรื่องราว....ที่ท่านอยากจะเล่า…. 
โปรดจงเล่าให้เราฟังทุกวันเลยนะ 
 
ถึงแม้นว่าจะไม่มีเงื่อนไขกำหนดเวลาในมิตรภาพ.... 
แต่ท่านก็หายไปนาน....ท่านก็ต้องเล่าชดเชยให้มาก ๆ  
 
ถึงเวลา.....ที่เราจะพักผ่อนอย่างสบายใจแล้ว...... 
 
ขอให้ “มหาปิยมิตรของเรา” จงหลับฝันดี… 
คิดถึง...”มหาปิยมิตรของเรา” มากมาย...... 
 
ฟังเพลงนะ..เพื่อพักผ่อนให้สบายใจ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-06 20:52:04
.................ลุ่มเจ้าพระยา..................... 
ลุ่มเจ้าพระยา เห็นสายธาราไหลล่อง 
เพียงแต่มอง หัวใจให้ป่วน 
น้ำไหลไป มักไม่ไหลทวน  
ชีวิตเราไม่มีหวน ไม่กลับทวนเหมือนกัน 
***เราเกิดมา ผูกใจรักกันดีกว่า 
เพราะว่าชีวา แสนสั้น 
เราอย่าได้ กระเทือนหัวใจต่อกัน 
ทิ้งชีวิตอัน สุขใจ*** 
อย่าแตกกันเลย รักไว้ชมเชยชิดมั่น 
จงผูกพัน รักกันด้วยใจ 
ขอจงเป็น เหมือนเช่นนกไพร 
ที่เหินบินคู่กันไป หัวใจคู่กัน
พรุ่งนี้..ให้สดใสในอารมย์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-06 21:00:54
สวดมนต์ก่อนนอน... 
จงหลับฝันดี... คุณพระรักษา 
คุณบิดามารดา ช่วยอภิบาล"ปิยมิตรเรา" เทอญ
พักผ่อนให้สบายใจนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-07 22:07:35
เมื่อครู่ใหญ่ๆนี้เอง อุตส่าห์พิมพ์เล่ากิจวัตรพอสังเขปของแต่ละเดือนที่ผ่านมา ว่าจะอวดความตั้งใจทำหน้าที่ และบำเพ็ญประโยชน์ซะหน่อย พอส่งความเห็นกลับบอกว่ารหัสไม่ถูกต้อง หายจ้อยไปเลยตั้งสองหน้า เน็ตก็ช้ามาก 
ไม่เหมือนในเมือง นี่ออกมาบ้านชานเมือง...เพลีย ง่วงแล้วพิมพ์ใหม่ไม่ไหวแล้ว วันหลังค่อยเล่ต่อ............... 
...........เอ!..เลขรหัสก็ชัดเจนดี แล้วทำไม้ ทำไม ถึงว่าไม่ถูกต้อง มันน่าหงุดหงิดจัง ทีบางบอร์ดเขาก็ปรับปรุงให้ส่งความคิดเห็นง่ายดาย ที่ตรงนี้ชักจะรวนแย้ววววว
เสียดายจัง....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-08 09:35:44
 
เราเองก็เคยเสียข้อความดี ๆ ไปหลายครั้ง 
ต่อมาใช้วิธีพิมพ์ใส่ Microsoft Word ก่อน 
เวลาจะส่งก็ Copy ไปใส่ 
แบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวข้อความหายอีกแล้ว.... 
 
..........ขอบพระคุณในความตั้งใจ............. 
.........เรารู้ว่าท่านต้องทำดีอยู่แล้ว............ 
 
เล่าใหม่ก็ได้..เพื่อชดเชย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-08 15:07:26
...เริ่มเลยนะ เดือนตุลา นอกจากจะย่างเข้าหนาวแล้ว...หลายจังหวัดของบ้านเราก็เกิดอุทกภัยใช่ไหม 
เราก็ติดตามข่าวสถานการณ์ทุกวัน โดยเฉพาะข่าวช่องพระราม9 พาติดตามเกาะติดใกล้ชิด เราก็สงสารเห็นใจพี่น้องที่กำลังเผชิญปัญหา ก็รีบป่าวประกาศชักชวนเพื่อนพ้องญาติมิตร จัดหาข้าวของจำเป็น รวบรวมกันได้ไปกันสามคันรถที่โคราช มีอาจารย์ที่ราชภัฏนำไปมอบผ่านมหาวิทยาลัยนำไปช่วยคนยากจนที่เด ือดร้อนที่สุด 
ต่อมาก็ไปเป็นอาสาสมัครช่วยเพื่อนที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยทำงาน ตั้งแต่ไปขอปัจจัยจากญาติผู้ใหญ่ 
เอาข้าวสารที่บ้านยายไปบริจาค ขออาหารแห้ง น้ำดื่ม ไฟฉาย จากคนนับถือ ที่เขาเคยไหว้วานได้ประโยชน์จากเรา... ทั้งนี้ก็ไปเชิญชวนเขามาร่วมบริจาคด้วยตัวเองให้มาเห็นการระดมแ รงช่วยกันอย่างจะจะ ไม่ได้ไปรับเอาตัวเงินมา เพราะขี้เกียจมีปัญหาตามมา.........จัดแบ่งข้าวของไปลพบุรี และไปมอบที่วิกสามส่วนหนึ่ง... พอท่วมที่หาดใหญ่ก็รวบรวมเงินทุนจากสมาคมท่องเที่ยวในจังหวัดที ่เพื่อนบริษัททัวร์เขาเป็นโต้โผ เราก็ช่วยแรงช่วยคิดมากกว่าใช้ทุนตัวเอง แล้วต้องออกค่าตั๋วกันเองบินไปภูเก็ต ต่อไปหาเพื่อนที่หาดใหญ่ไปให้กำลังใจเพื่อนและมอบน้ำใจช่วยเหลื อกัน …แล้วเราก็ส่งกำลังใจให้พี่น้องทุกวิธีที่สื่อสารได้…เรียกว่า ได้ทั้งอารมณ์สะเทือนใจสงสารคนลำบาก อารมณ์ตื่นเต้นขยันขันแข็ง อารมณ์เบิกบานอิ่มบุญ 
อารมณ์ชื่นมื่นได้เดินทางวิ่งรอก ชื่นมื่นที่ได้เห็นน้ำใจคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกัน… 
แล้วก็ได้ไปร่วมทอดกฐินโน่นนี่กับญาติบ้าง เพื่อนบ้าง และก็ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพใหญ่ทอดกฐินเจาะจงอุทิศกุศลให้พ่อเรา 
สะสมบุญบารมีไว้ .ให้มากๆ เพราะคิดถึงเรื่องอนิจจังแล้ว ความตายหลีกหนีไม่พ้น 
………………………………………………………. 
พฤศจิกายน… ก็สวมบทบาทชาวนาไปช่วยเขาเกี่ยวข้าว… ไปวัดบ้าง… ไปฟังเพลงบ้าง ร้องเพลงบ้าง … สนุกสนานเบิกบานกับมวลมิตร กับบรรดาผู้ที่เขาเชื่อฟัง นับถือเรา เราเคารพนับถือท่าน…ก็มีสัมพันธภาพที่ดีมากๆในช่วงชีวิตอีกช่วง หนึ่ง…เราค่อนข้างจะลงตัวกับการปล่อยวาง…อะไรมันหนักๆ ไม่เกิดประโยชน์ก็จะไม่ใส่ใจมาก…จะดูแลตัวเองมากหน่อยทั้งสุขภา พร่างกายและอารมณ์…พระอาจารย์ที่เราเคารพนับถือท่านก็เมตตาชี้ท างสว่างเสมอ…ให้มุ่งมั่นทำกรรมดี สะสมบารมีไว้มากๆ ตั้งใจว่าโลกหน้าจะไปไหน…. ให้เรารักษาตัวเองให้ดีด้วย…คนที่เราคิดว่าเขาไม่เคยแคร์เราเขา ก็แสดงไมตรีห่วงใยขึ้น…คนที่คิดว่าเขามีแต่เอาประโยชน์ เขาก็มาแสดงน้ำใจในกิจกุศลด้วย ทั้งการบริจาคร่วมในอุทกภัย… ทำบุญทอดกฐิน…………………ช่วงกลางๆเดือนเราก็ทำบุญวันเกิดที่วัด ไม่ได้บอกกล่าวใคร ไม่เคยจัดงานวันเกิดด้วย แต่ปีนี้ …พบแต่เรื่องเซอร์ไพรส์ ให้ปลาบปลื้มใจ เบิกบานยาวมาถึงเทศกาลลอยกระทง ก็ได้ร่วมกิจกรรมทางสร้างสรรค์เพื่อเยาวชน ร่วมกับเทศบาลนคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ได้รณรงค์อย่างต่อเนื่อง กับปัญหายาเสพติด ปัญหาเอดส์ 
……………………………………………………………………………………………………. 
จะกังวลหนักใจเรื่องงานหลัก ไม่ค่อยชอบหลักการ ธรรมเนียม ของระบบบริหารทางราชการ เบื่อและหน่าย… 
แต่ยังหาทางออกไม่ได้…เฝ้าแต่ตั้งความหวังเอาไว้ และต้องเตือนสติ บวกลบคูณหาร ก่อนจะตัดสินใจครั้งสำคัญ ว่าเอาไงดี…  
…………………………………………………………………………………….. 
แต่ถึงจะอยู่ในสภาวะใด เราก็ไม่กลัวหรอก จะทะนงองอาจในความดี ความสุจริต เป็นทที่ตั้ง……………….ยึดถือมั่นใจในที่พึ่งที่ระลึกอันเป้นมงคลชีวิตเท่านั้น….สิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์ ก็จะบอกตัวเองง่ายๆว่า”ช่างหัวมัน” 
ทุกบทเพลง....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-08 19:19:04
 
......สุดซาบซึ้ง....ประทับใจ.... 
......จะมีใคร....ให้ได้....ถึงเพียงนี้…. 
......คุณค่า....ความหมาย....มากมี…. 
......ให้ชีวี.....สดชื่น....รื่นรมย์.... 
 
มีมิตรดี....เพียงหนึ่ง....ถึงจะน้อย.... 
ดีกว่าร้อย....เพื่อนคิด....ริษยา.... 
ความดีงาม....ประทับ....ตรึงตรา.... 
ให้รู้ว่า....”มิตรแท้”....นั้นมีจริง.... 
 
.................ขอบพระคุณ................ 
 
ทางสายนี้.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-08 19:22:10
 
มีทิวทัศน์....สวยงาม.... 
ต้นไม้....ใบหญ้า.....สายลม...แสงแดด...ให้สุขใจ.... 
มีมิตรแท้...ที่ยิ่งใหญ่....มั่นคง....แข็งแรง…. 
นำพาก้าวเดิน....ให้คงมั่น....ไม่หวั่นไหว... 
 
บางเวลา......หนาวเหน็บ......อ่อนไหว....... 
..........เพราะสายฝน.....ลมแรง...... 
 
 
“ ข้อความมากมาย....ของท่าน”.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-09 10:34:19
 
ให้ความรู้สึกชื่นชม....ยินดี....สุดประทับใจ... 
ท่านคงจะเหนื่อยไม่น้อย....แต่ก็ดูท่านมีความสุข... 
ยินดีด้วยที่ท่านมีโอกาสได้ทำความดีมากมายขนาดนี้... 
เราขอให้ท่านจงสุขสันต์วันคล้ายวันเกิด...ย้อนหลังด้วยนะ 
เราขอให้ “มหาปิยมิตรของเรา” จงสมปรารถนาทุกประการ......เทอญ... 
 
เรื่องการงาน.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-09 10:39:56
 
เราคิดว่าหน่วยงานไหนก็มีปัญหาไม่ต่างกัน.... 
แต่ก็เชื่อว่าทุกคนรู้วิธีจัดการกับปัญหานั้นด้วยตัวเอง 
เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัวที่ต้องรู้วิธีที่เหมาะสม 
 
.......การมีสติ....รักษากายใจ....ให้มั่นคงแข็งแรง....และทำงานต่อไปได้ 
.......การพักผ่อน....การปล่อยวาง....หรือการเปลี่ยนแปลง.... 
.......หรือปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปสักพัก....ก็อาจจะทำให้ความรู้สึกดีขึ้นได้ 
 
...........................เป็นห่วงมาก............................ 
 
เราเอง....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-09 10:49:26
 
เป็นคนใจร้อนโดยธรรมชาติ... 
ถ้าไม่ได้ดังใจก็แตกหักในทุกเรื่องราว... 
ทำให้ต้องเสียเวลา....เสียโอกาส...เสียความรู้สึก....ฯลฯ 
 
เราก็ได้มาฝึกใจตัวเองเมื่อตอนที่ท่านหายไปนี่เอง 
เราไม่คิดว่าท่านจะกลับมาหรอกนะ.... 
เพราะเรื่องราวก็.....มากเกิน....จะรับได้ 
แต่ก็พยายามมีสติ....และตั้งใจว่าเราจะทำในสิ่งนี้ 
เพื่อเอาชนะใจตัวเอง...ว่าเราจะทำได้ไหม....และจะทำได้นานแค่ไหน... 
ก็เริ่มสงบนะ...เพราะเราไม่หวัง...ไม่รอคอย... 
 
และแล้ว....ท่านก็กลับมา....เราก็ดีใจมาก...เป็นเบื้องต้น.... 
แต่ก็กังวลเล็ก ๆ ว่า....เราจะทำให้ท่านวุ่นวายใจอีกสักกี่ครั้ง... 
แต่พอรู้ว่าท่าน “ช่างหัวมัน” กับเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจ.... 
...................เราก็เลย.....เลิกกังวลดีกว่า........................... 
 
............................”ช่างหัวมัน”....................................... 
นี่คือ...ปณิธาน.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-09 15:34:57
ธันวาคม... 
เดือนแห่งวันอันเป็นมหามงคล...แห่งความรำรึกสำนึกพระคุณต่อพ่อ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ และได้แสดงความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...เราเห็นถาพความภักดีห่วงใย ความปลื้มปิติของพี่น้องชาวไทยที่มีต่อองค์พระประมุข "พ่อหลวง" ของประชาชน ทุกคนคอยห่วงใย ส่งความรักความภักดีน้อมถวายตลอดเวลา...คราใดที่มีการนำเสนอข่าวเสด็จฯ ทรงพระราชกรณียกิจ ได้เห็นพระพักตร์แจ่มใส เราเต็มตื้นด้วยความปลาบปลื้มปิติ...ไม่รู้จะพูดอย่างไรให้สมกับที่รักเครพ เป็นห่วง เทิดทูนพระองค์ท่าน...เราคิดว่าคนไทยทุกคนก็คงจะรู้สึกไม่ต่างกับเรา.... 
..................ด้วยพระบารมี ด้วยดวงใจแห่งความจงรักภักดีที่มีต่อพระองค์ ก็เป็นแรงบันดาล ให้เราได้คิด ได้กระทำในสิ่งที่ดีๆ ด้วยความสำนึกว่าจะต้องตอบแทนที่ทรงเหนื่อยยากมามาก ทรงชราแล้ว...เราเป็นลูกไทย ก็ต้องตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการทำหน้าที่ ทำความดี ให้ดีที่สุด................. เรายึดถือสิ่งนี้มาน้อมนำปฏิบัติ และจำใส่เศียรเกล้ามาตลอดหลายปีมานี้...หลังจากที่เราได้มีโอกาสได้ร่วมโครงการทำความดีเพื่อแผ่นดิน ฯลฯ และ"แนวทางแห่งความดี" เราประทับใจตรึงตรา กับความหมายในบทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด..และน้อมนำมาปลุกปลอบใจเมื่อเจอปัญหา...  
...นอกจากคุณบิดามารดา พระพุทธคุณ เราก็เทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณ แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... 
.......................................................................... 
เราจึงตั้งใจว่า จิตใจ ที่น้อมนำเอาสิ่งสูงสุด ที่เป็นมิ่งมงคลมายึดเหนี่ยวจิตใจ จึงควรจะตั้งมั่นให้ดีๆ...รักษาใจ 
ถนอมใจด้วย...เราจะหนักแน่น อดทนให้มากๆ ไม่ว่าเรื่องใด...เราจะไม่กลัว! ถ้าหนักหนา..."เราก็ยังมีปิยมิตร" ให้พึ่งให้ระลึกถึงทุกเวลา......... 
ขึ้นอยู่ที่ท่านแล้ว...ว่าจะรับภาระแห่งจิตใจที่เราจะคอยให้กำลังใจต่อกันได้เพียงใด........แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราจะอดทนๆๆๆๆๆๆ มั่นคงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จะไม่งอแง ง้องแง้ 
ง.........ให้มิตรต้องพลอยไม่สบายใจ 
...................เราจะซาบซึ้งในคุณค่า และขอบคุณอยู่เสมอ ใน"มิตรภาพอันยิ่งใหญ๋นี้"............... 
 
*********จะหยุดชดเชยแล้วนะ กลัวท่านจะเสียสายตา.........ต่อไปจะไม่ยืดยาว นะ จะคุย เล่าให้ฟังเรื่อยๆ 
เพราะคิดว่าอีกหน่อยท่านคงมีภารกิจยุ่ง คงไม่มีเวลามาอ่านได้นาน.........ขอบคุณทุกสิ่ง ขอบคุณพื้นที่ตรงนี้ ที่สุด.............แล้วจะพิมพ์ให้อ่านใหม่ นะครับผม
เราขอชื่นชมในความจงรักภักดีอย่างที่สุด..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-10 20:14:17
 
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
 
“คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย 
เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย……” 
 
เป็นหน้าที่ของพสกนิกรทุกคนที่ต้องเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณ 
แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
 
....ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.... 
 
เราก็มีเรื่องเล่าเหมือนกันนะ…..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-10 21:06:04
ระหว่างที่ท่านหายไป...งานการก็ปกติไม่ยุ่งยาก... 
ก็มีเดินทางครั้งหนึ่ง...ไปไกล...เป็นที่ที่เราไม่เคยไป 
เจ้านายใหญ่จากเมืองฟ้าอมรมาเป็นเจ้าภาพทอดกฐิน 
พวกเราก็เลยต้องเดินทางไปร่วมทำบุญกับท่านด้วย.... 
การต้อนรับของชาวบ้านที่นั่นดีมาก...สร้างความประทับใจให้ทุกคน 
นี่ก็มีคนที่นั่นโทรมาหาอยู่นะ.....(ทวงภาพถ่าย...ต้องรีบไปล้างอัดแล้วส่งไปให้).... 
เจ้านายก็ใจดี......ระหว่างทางไปและกลับท่านก็พาแวะเข้าวัดให้ไหว้พระด้วย.... 
บอกว่า “เห็นว่าเราชอบไปเที่ยววัด” แน่ะ!! อ้างเราอีก...รู้อยู่...ทุกคนก็อยากไป..... 
 
************************************** 
 
อีกที่หนึ่งก็ไปวัดอยู่ในพื้นที่จังหวัดเราอยู่นี่เอง 
ที่เคยเล่ามาแล้วครั้งหนึ่งว่า “ไปตามหารอยพระพุทธบาท”  
นี่ก็ได้ไปโดยไม่ได้ตั้งใจเหมือนเดิม อยู่ ๆ ก็บอกขึ้นรถ...ไปวัด 
คือเจ้านายมาจากเมืองฟ้าอมร มาปฏิบัติภารกิจที่นี่ 
พอว่างท่านก็บอกจะไปวัดนี้ ท่านอยู่ไกล แต่ท่านรู้จักที่นี่ดีกว่าเรา 
ท่านเชื่อถือศรัทธา เราเองก็ศรัทธาอยู่หรอก แต่พอนึกถึงการเดินทางแล้ว  
ให้ไปเองเราก็ไม่ไปหรอกจ้า เพราะรู้สึกว่าเวลาอยู่บนรถตับไตไส้พุงเต้นระบำกันจ้าละหวั่น  
คงไม่มีการทำให้ทางขึ้นวัดดีขึ้นกว่านี้ ถ้าทางสะดวกสบาย ความสงบก็คงไม่มี ประมาณนั้น 
ทางขึ้นมีป้ายบอกว่า “ถนนสายนี้มันอยู่ที่ใจ” ก็ถ้าใจไม่ศรัทธาจริง ๆ ก็คงไม่มีใครขึ้นไปลำบาก 
วันนั้นไปกันสองคันรถ พวกเราโชคดีมากที่ได้ฟังเจ้านายสนทนาธรรมกับท่านพระอาจารย์ 
เป็นเวลานาน ดูเหมือนว่าทุกคนมีความสุขและเข้าใจ พอใจในบทสนทนาธรรมในวันนั้น 
และเราก็โชคดีอีกแล้ว เมื่อท่านถามว่าใครยังไม่มี “ตะกรุด” บ้าง ก็มีเรานี่แหละที่ยังไม่มี 
ส่วนคนก็เคยบูชาไปแล้วท่านก็ไม่ได้ให้ ให้แต่คนที่ไม่มี ท่านก็ให้ฟรี ๆ ด้วยมือของท่าน 
คนที่บูชาไปก่อนนั้นก็หลายเงินอยู่ แต่เราก็ร่วมทำบุญสร้างโบสถ์บนภูเขา ตอนนี้กำลังสร้างอยู่ 
ท่านก็บอกตรง ๆ เลยว่า สิ่งเหล่านี้ “เป็นอุบาย” ให้คนมาร่วมสร้างบุญกุศลเท่านั้น 
ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะนะ เจ้านายบอกว่าท่านใช้มาแล้วนะ “ตะกรุด” นะ ใช้ผลแคล้วคลาดปลอดภัย 
วันนั้นท่านก็เลยเอามาให้ท่านพระอาจารย์ชาร์จพลังให้อีก….นี่เราก็เพิ่งจะรู้นะว่ามีวิธีนี้ด้วย... 
 
เราก็เลยนึกถึงท่าน ถ้า “ตะกรุด” อยู่กับท่านก็คงจะดีนะ เพราะท่านปฏิบัติดีกว่าเรา 
ส่วนเราก็อยู่สบาย ๆ อยู่แล้ว อยากจะส่งไปให้นะ..... 
ว่าแต่ !......เรากำลังคุยอยู่กับใครละนี่ !!! 
เวลานี้ก็ยังมึน ๆ อยู่เลย....เป็นเพราะไม่เข้าใจในบางสิ่ง... 
หรือว่ายังเมารถไม่หายหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ...ท่านครับ... 
 
จากนั้น ท่านก็พาเดินขึ้นเขา วันนี้มีพระนำทาง 
เราคิดว่าคงไปถึงรอยพระพุทธบาท เราก็น่าจะไหวเพราะเคยไปมาแล้ว 
ก็ขึ้นไปถึง.....เราก็อธิษฐานให้ท่านสบายดีและพบแต่สิ่งที่ดีเหมือนที่เคยทำ... 
จากนั้นพระกับเจ้านายก็เดินลิ่วนำหน้าไปก่อน 
เราก็ถามท่านว่าจะพาไปไหนอีก ท่านก็บอกว่าจะพากลับเส้นทางใหม่ 
เราก็ดีใจคิดว่ากลับทางลัด แต่ก็สงสัยว่าทำไมเดินขึ้นเนินไปเรื่อย ๆ  
ที่แท้ก็พาไปดูถ้ำใหญ่ ฟังดูมีเรื่องราวให้น่าค้นหา แล้วก็ยังพาเดินอีกต่อไป 
เจ้านายกับพระนำหน้าไปไกลแล้ว เราอยู่กลาง ๆ อีกกลุ่มก็อยู่หลังสุด 
คือมองไม่เห็นกันเลย กลุ่มหลังสุดก็เลยหลงทางไปเลย ต้องโทรศัพท์... 
 
และแล้วพวกเราก็ได้มายืนอยู่บนสะพานหินธรรมชาติสร้าง มีร่มเงา ลมเย็น 
สุดแสนสบายกาย สบายใจมาก ๆ หายเหนื่อยไปเลย พักกันนาน... 
พระท่านบอกว่าตรงนี้คือ “จุดสูงที่สุดของที่นี่” เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม 
ของท่านพระอาจารย์อีกที่หนึ่ง.......เรียกว่าสะพานสวรรค์.......  
 
ว้าว !!!..ไม่อยากจะเชื่อเลย เคยคิดอยากไปยืนบนเขาสูงที่สุด อยู่ ๆ ก็สมหวังโดยไม่ได้ตั้งใจ 
.......................ที่สูง ๆ นี่ทำให้สบายกาย สบายใจจริง ๆ เลยนะ................................... 
 
.....เราเองก็อยากตะโกนให้ก้องภูเขา แต่เราก็ไม่กล้า...เกรงใจผู้ร่วมเดินทาง.... 
.....เล่าซะเหนื่อย....ราตรีสวัสดิ์....คิดถึงมากมาย....ขอให้หลับฝันดีนะครับผม..... 
ภาระแห่งจิตใจ.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-11 20:06:48
 
ฟังดูให้ความรู้สึก....หนักหนา....อย่างไรก็ไม่รู้ 
แต่ก็แฝงไว้ด้วย....ความยิ่งใหญ่....แห่งจิตใจเช่นกัน 
 
เมื่อเราได้สร้าง....มิตรภาพยิ่งใหญ่....นี้ขึ้นมา 
เราก็ต้องรับผิดชอบ....ดูแลรักษา....มิตรภาพอันยิ่งใหญ่นี้ 
 
ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร....เราจะทำ.....ให้ดีที่สุด 
ให้สำเร็จตามประสงค์....นั่นก็คือ....เป็นกำลังใจที่ดีให้ท่านตลอดไป 
 
...................................อย่ากังวล.............................................. 
ว้าว!!! อยากไปยืนตะโกน มั่ง คงสวยงามมาก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-11 21:19:08
ขนาดเล่าก็ยังเหนื่อย...นี่นะยังฟังกำลังเพลินๆอยู่เชียว 
สถานที่ ที่เล่านี้ คงขึ้นลงเขาไม่ใช่ง่าย ถึงได้ยังคงธรรมชาติแสนงามไว้ 
เราน่ะ อยากไปข้ามจัง สะพานสวรรค์ จะมีวาสนาไปปฏิธรรมบ้างไหมน้อ ในชาตินี้ คงมีเฉพาะลูกศิษย์ของท่านพระอาจารย์... 
แต่ว่า..."ปิยมิตรก็ได้อธิษฐานให้เราแล้ว และมีจิตเมตตส่งมาถึงเรา แม้เราไม่ได้ครอบครองตะกรุด เราก็จะครองพระธรรมน้อมนำมาตืดตัวไว้เสมอนะครับ 
.....ผ่องแผ้วไปกับท่านด้วยนะ ที่มีโอกาสได้ติดตามนายที่มีความนับถือศรัทธาในศาสนาด้วยความเพ ียร และใส่ใจนำลูกน้องบำเพ็ญกิจกุศลด้วย ขอบุญกุศลนี้ได้ปกป้องคุ้มครองให้ทุกท่านมีพลานุภาพ ทั้งกำลังใจกำลังกายที่เข้มแข็ง แคล้วคลาดภยันตรายทั้งปวง 
...... เมื่อวาน เราก็ไปมอบเสื้อผ้า และผ้าห่ม ให้มหาวิทยาลัยในจังหวัดเรา อาจารย์ของเราท่านนำคณะนักศึกษาไปมอบให้พี่น้องชาวเซกา จังหวัดหนองคาย 
เพราะทางโน้นหนาวมาก... นับว่าคนจังหวัดเรานี้มีน้ำใจเผื่อแผ่ถึงพี่น้องร่วมชาติแทบตลอ ดทุกภัยเลยจ้า 
...และจากนี้ไปถึงต้นปีหน้า จังหวัดก็มีกิจกรรมมากมาย 
ทั้งเป็นประเพณีวัฒนธรรมที่ต่อเนื่อง ทั้งโครงการด้านวิชาการ ด้านกีฬา และสาธารณกุศล...เราชอบใจมากเลยล่ะที่ทั้งนายกฯเทศมนตรี อบจ. ผู้ว่า แสดงออกซึ่งความจงรักภักดี...หลังจากที่เกิดความขัดแย้งแนวความคิดและขาดความสามัคคี จนได้รับบทเรียนไปแล้ว...ทางหน่วยงาน องค์กรก็ได้แสดงออกโดยโน้มนำให้ทุกฝ่ายสามัคคีกัน เราชอบวิธีการประชาสัมพันธ์ ที่ใช้ป้ายสื่อนำภาพ นำคำหรือใช้ภาษาทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง จากกวีซีไรท็บ้างที่แต่งมอบเพื่อเยียวยาฟื้นฟูจิตใจให้เกิดความ รัก อภัยกัน หันมาพัฒนาดูแลบ้านเกิดเมืองนอนของตน เราก็ได้มีส่วนด้วยนะ ตลอดมาตั้งแต่ ช่วงมิถุนา จะสับเปลี่ยนใหม่อยู่ตลอด ทุกมุมเมือง...เราเป็นคนชอบอ่านชอบสังเกตอยู่แล้ว ก็ชักชวนให้คนนั้นคนนี้ได้ดู ได้บอกต่อ บอกให้เด็กๆ ลูกหลานจด จำไว้ บันทึกไว้... ได้โอกาสก็ช่วยคอยชี้แนะอธิบายให้เห็นความสำคัญของสถาบันทั้งสา มของเรา. 
.................อาจจะเป็นด้วยธุระ ที่เกินหน้าที่เกินไปของเรา ก็ทำให้เกิดความคับข้องใจในตัวเอง บ่อยตรั้งๆๆๆ 
ก็เลยต้องแยกตัวจากสังคมปกติไม่ค่อยสุงสิงเฮฮากับเจ้านายเพื่อน ฝูง สู้มาเร่งทำกิจกุศลมากว่า โดยเฉพาะเวลาทุกข์ใจ เวลาคิดถึงคนสำคัญ การได้ช่วยเหลือคนอื่นทั้งทางตรงทางอ้อมเราก็สบายใจ อธิษฐานแผ่กุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ทำบุญเพื่อพระศาสนา ใส่บาตร ไปวัด 
เราก็รำลึกถึงท่านเสมอ แม้มิได้เห็นหน้ากัน ก็นึกถึงถ้อยคำ กำลังใจให้กัน...ห่วงใยตั้งแต่เช้าที่ตัวเองลุกขึ้นมา เมื่อได้นึกถึงจะไม่กล้าขี้เกียจ โมโหอะไรเมื่อนึกถึงเพื่อนก้จะระงับได้ทันทีเพราะละอายแก่ใจ ว่าท่านอุตส่าห์ชื่นชมนับถือความคิดของเรา..."กลัวจะเป็นว่าเที่ยวบอกแต่คนอื่นตัวเองยังทำไม่ได้ เสียชื่อความเป็นมหาปิยมิตรแน่" 
.......................................................................... 
...ไปๆมาๆ ก็ไม่เป็นดังพูดที่ว่าจะเล่าน้อยๆลง นี่ก็เพราะไม่ได้พูดนานนั่นเอง.............................................. 
มีเพลงกล่อมนอน ฝากนะครับ................................. 
..................เนื้อหาก็ไม่ซึ้งเกี่ยวกับพวกเรานักหรอกแต่ทำนอง เสียงร้อง ฟังแล้ว สะท้านใจมั๊ก..มาก 
ฟังนะฮ้า... คนร้องคือ perry como 
" For the good time"
ราตรีสวัส
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-11 21:34:35
ขอให้คืนนี้..."ปิยมิตร" จงหลับสบาย ตื่นขึ้นรุ่งเช้าสดใส 
เราจะใส่บาตร ส่งดวงจิตน้อมนำกุศลมากปป้องคุ้มครอง
อยากส่งตะกรุดมาให้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-11 22:39:40
แต่ว่า...ไม่รู้ด๊อกกกกก ว่าเราอยู่หนาย?... 
เอาไวตรงกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายนะ แล้วเอามือจับทาบไว้ 
ตรงนั้นล่ะ...ส่งมาให้เราแทน... 
.................................ขอบคุณ อย่างยิ่ง ครับผม! 
วันอาทิตย์...จงเบิกบาน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-12 15:52:41
เมื่อเช้าเตรียมตัวจะไปใส่บาตรเฉยๆ แต่เตรียมอาหารไว้มาก สมาชิกในบ้านก็มีธุระอยู่ไม่ติดบ้านกันหมด เลยไปวัดกับเพื่อน ได้ฟังพระเทศน์ ได้อธิษฐานจิต แผ่กุศลแด่ทุกท่านที่เคารพนับถือ... สรรพสิ่งทั้งหลาย...และ คนที่อยู่แสนไกลๆๆๆๆๆ ที่ไม่มีโอกาสเจอกัน ( แต่อยู่ในใจเราเสมอ) 
ได้กินข้าววัดร่วมกับคนที่มุ่งมาทำบุญเช่นกัน ก็เลยเป็นวันที่ดีอีกวัน ที่ร่างกายและจิตใจเบิกบาน 
เล่นกับต้นไม้ ร้องเพลงให้ต้นไม้ฟัง ให้เวลาว่างกับตัวเอง ไม่ไปไหนตามคำป่วนของเพื่อน...พรุ่งนี้ก้จะต้องทำงานจำเจอยู่แล้ว...อ้อ! ไม่ใช่จำเจ เป็นหน้าที่หลัก เฮ้อ!!! 
ต้องตื่นเช้าๆ ขับรถทวนแสงตะวัน... ไม่ใกล้-ไม่ไกลนัก ..พอเปลืองค่าน้ำมันที่ขึ้นเอ๊า..ขึ้นเอา รายวัน แต่พอเอาเข้าจริงก้ต้องสนุกกับงานเองแหละ...ดีกว่า ว่าง ว่าไม้?ท่าน 
............อากาศบ้านเรา ยังครึ่งๆกลางๆ หนาวๆร้อนๆ หนาวเวลากลางคืน บ้าง กลางวันแดดจ้า ก้ร้อน เดี๋ยวก็ครึ้มๆ อากาศเย็นสบาย สลับอยู่อย่างนี้...ร่างกายก็จะปรับไม่ทัน ก็มีไปออกกำลังกายบ้าง เบาๆ สักสองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ พอไม่ให้ไขมันไม่มาเป็นส่วนเกินนัก 
เย็นนี้จาไปปั่นจั๊ก-กะ-ยาน ค่ำๆ อาจจะเข้ามาร้องเพลงให้ฟัง หรือนำเสนอเพลงให้ฟัง...เราจะได้ช่วยกันใส่ปุ๋ยบำรุงสมอง นะครับ...(ถ้าท่านเพลีย ก็อ่านๆฟังเราไปก่อนนะ... มีเวลาค่อยเล่ามาให้ฟัง.. ไม่ต้องเป็นระเบียบตายตัวนะสำหรับเวลา) 
ในการคุยของพวกเราจ้า )
ขออนุญาตชี้แจงครับ...ท่านครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-12 20:25:32
 
คือที่เราไปน่ะ ธรรมชาติก็ไม่ได้สวยงามมาก 
เรากลัวว่าท่านจะจินตนาการถึงความสวยงามมากเกินไป 
 
พอเวลาท่านได้ไปเห็นจริง ๆ แล้ว ท่านก็จะมาหาว่าเราโม้... 
ธรรมชาติที่นี่ก็ธรรมดา เป็นภูเขาธรรมชาติ ก็มีร้อน แห้งแล้ง 
พระบอกว่าต้นไม้ที่เห็นก็คือต้นไม้ที่พระเอามาปลูกไว้ ก่อนนั้นก็โดนตัดแล้ว 
 
แต่พอเราได้ยืนบนลานหิน มีร่มเงา ลมพัดเย็นสบาย มองดูทิวทัศน์เบื้องล่าง 
เราก็มีความสุข ขณะขึ้นลงก็เหนื่อยสุด ๆ ถึงไม่ได้รอกันไงล่ะ ใครกำลังแค่ไหนก็อยู่กลุ่มนั้น 
ที่น่าทึ่งสุด ๆ คือเจ้านายจากเมืองฟ้าอมรน่ะ ท่านก็ตัวอ้วนนะ ผิวขาวจ๊วะ ก็คนในเมืองน่ะนะ 
ท่านเดินลิ่วไปพร้อมกับพระนำหน้าพวกเราไปไกล พวกเราก็ได้แต่ต้วมเตี้ยมไปตามประสา 
นี่แหละหนาสิ่งที่เห็นไม่เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ใครจะไปคิดว่าท่านจะแข็งแรงขนาดนั้น  
พวกเราระดับกรรมกรแท้ ๆ.....กลับตามท่านไม่ทัน....ดีนะที่ท่านไม่สั่งให้พวกเรากลิ้งลงมา... 
 
ก็ทั้งเหนื่อยทั้งตาลายแหละ....เพราะทั้งน้ำทั้งอาหารกลางวันก็ไม่ได้รับประทานกันเลย.... 
ตอนแรกทุกคนก็เตรียมตัวขึ้นรถจะกลับแล้ว แต่เจ้านายกลับเดินลิ่วขึ้นเขาไปกับพระ 
พวกเราก็เลยต้องรีบตามไปด้วยกำลังที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย นี่เพิ่งนึกถึงคุณค่าการออกกำลังกาย 
 
และเราก็ถ่ายภาพตามหน้าที่ ก็พยายามเก็บภาพให้ได้มากที่สุด ไม่อยากให้พลาดทุกขั้นตอน 
คิดว่าจะคัดเลือกเอาภาพที่ดีที่สุดให้ท่าน ที่ไหนได้ท่านเอากล้องไป Copy ข้อมูลไปหมดเลย 
แล้วเราก็มารู้ทีหลังจากเจ้านายที่นี่ว่าท่านเป็นช่างภาพมือโปร นะ สามารถถ่ายภาพมาต่อกันได้ 
เป็นภาพใหญ่ได้อย่างแนบเนียน โอ !.. พระเจ้า ... ข้าน้อยละอายในฝีมือตัวเองสุด ๆ เลยงานนี้ 
และท่านก็ยังแนะนำ (จะว่าไปก็สั่งสอนนั่นแหละน่ะ) ว่าถ้าถ่ายภาพธรรมดาก็ไม่ต้องใช้ความ 
ละเอียดมากนัก (เอาขนาดนี้นะ... สอนวิธีปรับให้อีก) เพราะทำให้เปลืองเนื้อที่เปล่า ๆ ที่สำคัญ 
ทำให้ท่านเสียเวลารอนาน กว่าจะ Copy ได้หมด......รับทราบครับ...ท่านครับ  
 
 
นานมากแล้ว ถ่ายภาพด้วยฟิมล์ เราก็ถ่ายไปเรื่อย เพราะเรามีความสุขนี่ ชอบถ่ายทีเผลอด้วย 
ตอนนั้นเคยถูกหัวหน้าว่า “ถ่ายน้อย ๆ หน่อย เปลืองเงินล้างอัด เอาแค่ส่งผลงานก็พอ” 
ทำไงได้กล้องอยู่ในมือเรา เราอยากถ่ายอะไรเราก็ถ่าย ใครมีหน้าที่จ่ายเงินก็จ่ายไป 
เราทำงานกันคนละหน้าที่ “เออ...มันพูดน่าเตะ !! “ 
 
.......................เวลานี้เราอยากจะไปเรียนถ่ายภาพ................. 
ตะกรุดก็ออกจะใหญ่....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-12 20:29:49
 
เราไม่กล้าเอาใส่กระเป๋าเสื้อหรอกจ้า 
ไม่ว่าจะเป็นด้านซ้ายหรือด้านขวา 
เรากลัวเพื่อน ๆ จะตกใจ….ว่าเราไปทำอะไรมา..... 
 
...........เราไม่รู้ก็ได้ว่าท่านอยู่ที่ไหน....เราอยากรู้ว่าท่านเป็นใครเท่านั้น…. 
..........เพราะเราเอง....ก็ไม่อยากให้ท่านรู้ว่าเราเป็นใคร....อยู่ที่ไหนเหมือนกัน.... 
 
.....................................เจ๋งป่ะ!!!..................................... 
For the good times . . .
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-12 20:35:01
 
ฟังเพลงนี้แล้วง่วงนอนทันที….เสียงนุ่มบาดใจ...ลึกมาก  
เนื้อหาฟังแล้วใจหายเล็ก ๆ ….แต่ก็มีประโยคที่ชอบ 
 
………..Lay your head upon my pillow…………..  
 
.............แล้ววันนี้มีเพลงอะไรจะนำเสนอครับ...ท่านครับ..... 
 
เป็นห่วงท่านนะ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-12 21:25:59
 
งานหลักก็หนักหนาอยู่แล้ว... 
ยังต้องกิจกุศลสาธารณะอีกเพียบ... 
เราคิดว่าถึงจะเป็นงานบุญก็ต้องมีเรื่องกดดันเหมือนกัน 
เราอยากให้ท่านทำตัวสบาย ๆ ผ่อนคลายให้มาก ๆ 
เราจะได้มีแต่เรื่องสนุก ๆ มาคุยกันอย่างไรล่ะ 
 
.......พูดแบบนี้มีเคืองหรือเปล่าครับ....มีค้อนด้วยมั๊ยเอ่ย..... 
 
.........ขอให้ “มหาปิยมิตรของเรา” จงหลับฝันดีนะครับผม..… 
ไม่ต้องห่วงมากหรอก...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-13 20:29:25
เรา ขอขอบคุณท่านมาก ที่พลอยต้องเป็นห่วง... 
เราเอง ก็เป็นอย่างนี้มานาน เหนื่อย ก็ภูมิใจ มั่นใจว่าใครจะไม่กล้าข่มเหง...แต่ก็เผลอเล่าให้ฟังมากไปหน่อย 
ก็อยากให้เล่าชดเชย มิใช่เหยอ? 
...ต่อไป ก็อาจจะติงต๊องบ้าง อย่าหาว่าเป็นคนไม่คงเส้นคงวานะฮ้า... เปลี่ยนอารมณ์ไม่ให้เครียดจริงจังบ้างในบางครั้ง... 
........................................................................ 
.......เป็นหมอ(จำเป็น) 
.......เป็นครู 
.......เป็นนักร้อง 
.......เป็นคนขี้โม้ 
.......เป็นคนเข้มแข็ง 
.......เป็นคนอ่อนแอ 
.......เป็นตัวยุ่ง 
.......เป็นลูกศิษย์ 
.......นี่แหละ ตัวเรา! ที่ลองสำรวจตัวเอง จากการที่เราคบกัน... ที่ได้แสดงออกต่อท่าน 
.......และในการเป็นหลายๆสิ่งนี้ ที่สุดแล้ว ก็คืออยากเป็น 
เพื่อนที่ดีของท่าน อยากจะ"ทำให้ดีที่สุด ดำรงมิตรภาพให้นาน มั่นคงตลอดไป"
อารม์ดี จาร้องเพลงให้ฟังคร้าบ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-13 20:52:14
.................................. 
เกิดมาก็เป็นคนหนึ่ง เมื่อก่อนก็เคยเป็นหนึ่ง 
ซึ่งไม่เคยสนใจ ใครอยากจะว่าไร ไม่รู้ ไม่ดู ไม่แคร์ 
อย่างเธอก็เป็นคนหนึ่ง ซึ่งมีหัวใจแน่วแน่ 
ตั้งแต่เราคบกันก็เปลี่ยนผันแปร  
มันคล้ายมีความอ่อนแอในใจ 
*อ่อนแอ เพราะรักเธอมากกว่า 
กว่าใครจะเข้าใจ 
หวาดกลัวซักครั้งที่เธอขัดใจ จะมาหนีไป 
**ก็เลยต้องยอมทุกอย่าง 
ก็คงเห็นใจกันบ้าง 
ก็ไม่อยากให้เรา ต้องจืดต้องจาง 
จะพร้อมทำตามด้วยความยินยอม 
.....เพลงไรเอ่ย...พี่ป้อมเค้าเด๊..
อย่ากังวลเลยนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-14 20:49:10
จงสงบ ร่มเย็น ในจิตใจ 
เราจะตั้งจิตไหว้พระสวดมนต์แล้วนะ 
............................................. 
ขอให้"ปิยมิตร" ได้ราบรื่น นำพาความสงบผ่องแผ้ว 
ในดวงจิต อันมีพระรัตนตรัยเป็นที่ยึดเหนี่ยวสักการะ
คุณหมอ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-15 20:29:57
 
ร้องเพลงร๊อคให้ฟังซะขนาดนี้ 
หากคนไข้ไม่ “ยินยอม” หายป่วยก็ดูจะเกินไป 
เราต้องขอโทษท่านที่ได้ห่างหายไปสองวัน 
เพราะซาบซึ้งในบทเพลงก็เลยไม่รู้จะพูดอะไร 
 
..................“อยากร้องดัง ๆ “................ 
 
.............พอรู้ว่าท่านสบายใจ...เราก็ดีใจ.......... 
 
เวลานี้สุขภาพกายของเราดีขึ้นมาก 
แต่สุขภาพจิตใจดีมากกว่า…… 
เพราะได้ฟังเพลงเพราะ ๆ ก่อนนอนเป็นประจำ 
 
........................ขอบพระคุณ.......................... 
 
ความจริงแล้ว....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-15 21:13:16
 
การสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็น... 
เพราะเราต่างก็อยู่แสนไกลกัน 
จึงไม่รู้ว่าอีกคนกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน 
สถานการณ์เป็นเช่นไร...สบายดีหรือเปล่า 
การห่างหาย....ทำให้ต้องเป็นห่วงกังวล  
 
………….…..ฯลฯ……………… 
 
อรุณสวัสดิ์...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-16 08:47:27
 
วันนี้เราขอให้ "มหาปิยมิตรของเรา" ... 
จงมีความสุข...สนุกกับการทำงาน... 
.....ตลอดทั้งวันเลยนะครับผม... 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รับประทานอาหารกลางวันหรือยังครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-16 12:50:49
 
วันนี้เราได้รับประทานอาหารกลางวันที่ทำงาน 
พร้อมเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน 
หลังจากที่ท่านเหล่านั้นได้ออกปฏิบัติงานนอกพื้นที่มาหลายวัน 
ก็สนุกคุยกันถึงอดีตแต่ละคนว่าลำบากเรื่องอาหารการกินอย่างไร 
บางท่านก็ไม่น่าเชื่อว่าจะรับประทานในสิ่งที่ท่านพูดถึงได้ 
ก็เลยรู้สึกเป็นเรื่องตลกขบขันของคนสมัยนี้.... 
เราเองก็ไม่เคยรับประทานหรอกครับ......อยากลองเหมือนกัน..... 
พิมพ์ไว้เมื่อยี่สิบนาที แล้วรีบส่ง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-16 13:02:36
ถ้าเราไม่ได้คุยกัน 1-3 วัน ก็ถือเป็นความปกตินะครับ 
เพราะอาจจะไม่สะดวก หรือมีภาระกิจยุ่ง อาจเหน็ดเหนื่อย อาจตาอักเสบ หรือตาแดง... แต่เกินสามวันแล้ว 
ไม่ว่าจะอย่างไรเราต้องสื่อสารกันให้ได้ แค่เข้ามาทักว่าสวัสดี ก็OK ว่าไม่ได้เป็นอะไร... อย่าปล่อยให้คนใดคนหนึ่งกังวล เนาะ!.................. 
นี่ ก็ไม่ถือว่าเป็นเงื่อนไขแต่ว่าน่าจะเป็นสิ่งที่มิตรพึงให้แก่กั น...... 
ไม่ต้องลิงโลด ดีใจเกินไปในยามเราดี ดี กัน และไม่ต้อง 
พะว้าพะวงห่วงหากันมากในยามปกติ... เราจะพยายาม 
รักษาความปกติ (คือไม่ทำให้อีกคนรู้สึกว่า เสียดาย เสียใจ หรือรู้สึกผิด รู้สึกบกพร่อง ในมิตรภาพ) นะ 
เพราะเราผ่านความรู้สึกนั้นมาแล้ว...มันซาบซึ้งเกินไป 
เดี๋ยวจะไม่ยั่งยืน...
ห่วงวันละนิด คิดถึงมากทุกวัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-16 13:05:41
... สองวันนที่ผ่านมา เราก็สนุกกับงานจริงๆ...มีงานมหกรมของเยาวชน ได้คลุกคลีเติมฝัน พาเขาหมายมุ่งไปสู่ความสนใจ ก็อิ่มสุข..จ้า.. 
และเมื่อวาน ทางบ้านเรา ก็เป็นงานเทศกาลประจำปีทุ่งศรีเมือง เป็นวันสุดท้าย เราก็ไปช่วยที่ร้านกาชาด..วงคาราบาวมาแสดงนะ ก่อนเวลาคุณอ๊อด คาราบาว 
ได้ให้เกียรติมาช่วยจำหน่ายบัตรกาชาดให้พี่น้องที่มาเที่ยวงานไ ด้ทำกุศล และลุ้นรางวัล..เราสนุกนะ เสร็จหน้าที่ ก็เป็นไกด์พาแขกชมงานร่วมกับคณะ..ได้สนุกในบรรยากาศสบาย ดูรถไต่ถัง งานออกร้าน 
เห็นความน่ารักอีกด้านหนึ่งของดารานักร้องมีชื่อเสียง...ได้ทำหน้าที่เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ก็อิ่มสุข..กลับถึงบ้านดึกไปหน่อยก็เลยรีบนอน ... 
เช้ารุ่งวันนี้ ก็มาพบสิ่งดีๆในที่ทำงาน มีเวลาพักก็แวะมาหา"ปิยมิตรทันที" ว่าจะเคาะประตูถามแล้วว่า ไป-หนาย ก็พบคำตอบแล้วววววววววววววว... 
ก็ขอให้ตามสะดวกนะ" ที่นี่ ดินแดนแสนละมัยของเรา" จะเป็นที่พักใจ ชาร์ทแบตเตอรี่ให้พลังชีวิตแก่เรา... 
จะยิ้มละมัยอบอุ่นในใจเสมอ..ไม่หวั่น ไม่พรั่นต่อปัญหาใด เพราะเรามีกำลังใจ.ที่ล้ำค่า..  
 
ขอบพระคุณครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-16 13:10:34
ถ้าเช่นนั้นเราก็จะลองหายไปสัก 3 วันนะ 
เพื่อเป็นการทดสอบครับ...ท่านครับ !
ว่างนิดหนึ่ง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-16 13:54:19
ก็เลยคุย (สดๆ นะนี่มิได้เซฟไว้) กำลังย่อยอาหารจ้า 
ก็ทานที่ทำงาน ข้าวราดแกง มีน้ำซุปร้อนๆเคียงมา เลือกไม่ได้นัก... ช่วงนี้ไม่เนื้อ... ไม่เผ็ด...ไม่เค็ม..ไม่มัน.. 
..........อากาศทางบ้านเรา ก็ค่อนข้างร้อน เมื่อวานร้อนมาก เช้ามีฝนปรอยๆ สายมาถึงขณะนี้กลายเป็นหนาว 
อยากทานข้าวจี่ ข้าวโพดปิ้ง หมกมันเทศ ยังงั้นแหละ!จ้า นี่ร่างกายก็กำลังแปรปรวนไปทางคัดตะหมูก น้ำมูกเกิด เลิกงานกลับไปบ้านต้องไปหนักน้ำอุ่น พักผ่อนแต่หัวค่ำ อาจร้องเพลงเสียงแปร่งๆแหบๆนะ 
..........ขอให้เพื่อน มีความสุข ราบรื่นกับงาน คร้าบกระผม!
เจตนาหาย...เหรอ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-16 17:54:06
...ถ้าเรา ไม่มีภาระยุ่ง สุขภาพOK เราจะไม่เว้นว่างไปเฉยๆ จ้า...ท่านคอยอ่านเฉยๆก็ด้ายยยยยยยยยยยย 
ยินยอม อยู่แล้ว คร้าบบ... 
...แต่ เย็นวันศุกร์นี้เราต้องเดินทางไปต่างภาคเชียวล่ะ. 
ไม่ค่อยปลื้มหรอก.. ไปทำงานร่วมกับองค์กรอื่น นั่งรถไป คงทรมานน่าดู..ถ้าเลือกได้เราจะเลือกบินไป จ่ายแพงก็ไม่ว่า ถนอมสุขภาพ นี่เลือกไม่ได้ต้องไปกับคณะ 
กลับมาถึงบ้านเช้าวันจันทร์ ต้องตาตั้งไปทำงาน... 
โอย..โอ๋ย!!...คิดแล้วกลุ้มน่ะ...แต่จะร้องทุกข์ บ่นให้ท่านฟัง อย่าทิ้งกันไปเสียล่ะ...ไม่คุย ก็จงฟัง นะขอรับ 
.......................................................................... 
*** เพราะห่วงใย เหลือเกิน ไม่อยากเพิ่มภาระ 
เพราะแคร์ มากกว่า ไม่อยากให้กังวล 
เพราะ...อยากให้ "ปิยมิตร" ได้สบายใจที่สุด" ในเรื่องของเรา
ไกลตา..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-16 18:03:52
ฝากใจ มาในเมฆา 
แนบคำมา ปลอบขวัญ ให้เธอ 
หากแม้น มิได้พบเจอ 
จดจำเสมอ ติดตรึงซึ้งทรวง 
.......................... 
ฝากหวัง พลังทั้งปวง 
มาแนบชิดดวง ฤทัยมั่นคง 
น้อมนำ สร้างสรรค์ความดี 
เกื้อหนุนปรานี ให้ดี คุ้มครอง
นำเสนอ เพลงพี่แจ้...กล่อมตัวเองนอน...นะค
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-16 18:10:50
..........ถ้าหัวใจ พี่มมีปีกบิน 
..........จะผกผิน บินไปหาเธอ 
......................................
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-16 19:59:31
 
คืนนี้เราคงนอนไม่หลับ 
เพราะเบิกบานใจมากเกินไป 
 
......ขอให้ท่านเดินทางราบรื่นปลอดภัย..….. 
 
................คิดถึงมากมายครับผม................ 
ราตรีสวัสดิ์...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-16 20:56:46
 
ขอให้ “มหาปิยมิตรของเรา” จงหลับฝันดี 
 
...............เพลงเพราะมาก ๆ ............. 
 
..............ขอบพระคุณครับผม............. 
ฝากเผื่อไว้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-17 09:50:33
ตอนนี้. เราว่างน่ะ โชคดี มีการมาฝึกอบรม โดยวิทยากรอุ่นหนาฝาคั่ง เราไม่ได้แอบหนีงานมา แต่จัดการหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ขอมาโม้ให้ฟังก่อน เผื่อเวลาขึ้นรถ ไม่ได้โม้.. 
.............................................................................วันนี้ อากาศหนาวเย็นมาก มีท่ามาตั้งแต่เมื่อวานแล้วเชียว ฝืนใจลุกมาทำกิจวัตรอย่างอาลัยที่นอนอันอุ่นๆ 
ขับรถมาทำงาน...เห็นพระบิณฑบาตตามข้างทาง รู้สึก 
สงสารเห็นใจท่านที่ไม่ได้ใส่รองเท้า จีวร ต่อให้หลายชั้นก็คงเย็น คงไม่เท่าเสื้อผ้าหนาๆ...คิด(เล่นๆนะ) อยากให้ 
พระสงฆ์สรวมรองเท้าเวลาบิณฑบาตได้นะ เพราะสมัยก็เปลี่ยนมานาน...ครั้งพุทธกาล ถนนหนทาง ที่สัญจร ก็ไม่ก่อให้เกิดพิษภัย นอกจากสาเหตุจากธรรมชาติ... 
แต่ทุกวันนี้ เชื้อโรค ลักษณะของที่สัญจรผ่าน พระท่านคงเจ็บเท้า หน้าฝน มีทั้งชื้นแฉะ สกปรก...หนาวยังงี้ ทั้งเย็น ทั้งที่สาก พื้นไม่ราบเรียบ...ท่านคงทรมาน...น่าจะมีการแก้ไขข้อระเบียบต่างๆ ให้ทันสมัยนะ...ที่บางอย่างควบคุมวินัย และข้อปฏิบัติอันควรไม่ได้ ปล่อยปะละเลย 
............ที่สิ่งที่ไม่ยากเย็น กลับพากันละเลย ไม่คำนึงถึง 
.......................................................................... 
นี่หนาวจริงๆ นา...เห็นมีคำทำนายมาตั้งกะเหตูการณ์น้ำท่วมแล้ว ว่าอากาศปีนี้จะหนาวมาก และนานกว่า ปีที่ผ่าน... ผ่านมาสองเดือนกว่า ไร้ท่าทีจะเหมือนคำพยากรณ์...กระทั่งวันนี้ล่ะ! เห็นว่าท่าจะจริงแฮะ หนาวลึกเลยล่ะ!...,มือจะขยับไม่ออกแย้วววววว 
...ทางนี้...หนาวยังฮะ? (ไม่รู้ว่า อยู๋ทางหนาย...) 
หาเวลาออก กะ ลัง กาย หนา ท่าน... นิดหน่อย ก็ยังดีฮ่ะ 
เวลานอน ก็สวมเสื้อคอปิด ไม่นอนดึกดื่น...ฯลฯ 
......................................................................... 
ช่วงบ่าย เราคงจะต้องเตรียมตัวเดินทางแต่เนิ่นๆ...บอกได้นะ ว่าไประยอง... แต่ไม่หอบเอาโน้ตบุ๊คไปหรอก กระเป๋าคงอัดเอาแต่เสื้อผ้ากันหนาวไป ถ้าที่พักมีเครื่องมือสื่อสารได้ก็จะแวะมาดมาโม้ให้อ่านทุกวัน ......................ความจริงโทรศัพท์ก็เล่นได้ แต่ยังไม่ OK เท่าไหร่ในการใช้ 
.................เย็นนี้ ขึ้นรถ.................. 
..............รื่นเริง ทัศนาจร พักผ่อนวันหยุดงาน.............
ที่แท้ก็หนีไปเที่ยวนี่เอง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-17 20:16:49
 
เดินทางไกลแบบนี้....ต้องรื่นเริงให้มาก ๆ จะได้คุ้มค่า 
เมืองระยอง....ธรรมชาติคงสวยงามมาก 
ปลาหมึกคงเยอะ...รับประทานเผื่อเราด้วยนะ..... 
 
ทางนี้ (ทางไหนเราไม่บอก....เพราะทางนั้นก็ไม่รู้อยู่หนาย...) 
ทางนี้...หนาวหลายวันแล้ว....เราเองก็ไม่ค่อยปกตินัก 
แต่ก็ทำงานได้ตามปกติ....วันนี้ไปต่างจังหวัดกับทีมงาน 
อากาศเย็นมีลมพัดด้วย....และก็มีแสงแดด 
พวกเรา....ทำงานใช้แรงงาน....แบบกรรมกร 
ก็เลยได้อยู่....ท่ามกลางสายลมแสงแดด.... 
กลับถึงบ้านหกโมงเย็นก็มืดแล้ว...ก็หนาว... 
เวลานี้...คงไม่มีที่ไหน...สุขใจเท่าอยู่ในห้องนอน 
ก่อนนอนเราก็ติดตามข่าวจาก “คนไกล” ทุกวัน 
ฟังเพลงก่อน....แล้วก็หลับปุ๋ยไปเลย..... 
 
........ขอให้สนุกมาก ๆ นะครับผม......... 
รายงาน...คร้าบบบบบบบบบบบ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-18 19:55:07
เมื่อวาน อากาศบ้านเรา หนาวเย็นมากๆๆๆ... ทุ่มนึง. มาพร้อมกันขึ้นรถ...พอรถออก... คุยกับเพื่อน ดูหนังฟังเพลงบนรถ...ไม่ถึงสามทุ่ม เราก็บอกเพื่อนว่าขอตัวนอน เพราะกินยาแก้แพ้ ยาวิตามินที่หมอให้มาเพียบ(พบหมอประจำตัวแล้วก่อนเดินทางไกล)..ง่วงอย่างเดียว 
ใครเขาจะสนุกก็ไม่ได้ยินแล้ว...หลับปุ๋ย สนิทเลย 
......................................................................... 
ตื่นๆ เขาลงหมดแล้ว งัวเงีย ดูโทรศัพท์ เป็นเวลาตีห้าสี่สิบ...ใครๆเขาทะยอยลงรถ ลงมาจากรถ ยังมึนงง.. เอ๊ะ!ทำไมไฟสว่างจ้ายังงี้!...คือมาถึงที่เทศบาลบ้านค่าย ระยอง แล้ว...เขาเปิดไฟสว่างทั่วบริเวณ... ท่านนายกเทศมนตรีกรุณาตื่นมาต้อนรับและเลี้ยงอาหารเช้า...บ้านท่านก้อยู่ติดเทสบาลนั่นล่ะ เป้นลานจอดรถของคณะ....ทำภารกิจ อย่างเร่งรีบ แค่ล้างขี้ตา มา กินข้าว..ถูกต้อนให้มาทำการต้อนรับ.. รับ-มอบ ของที่ระลึก................ 
.......เรียบร้อยแล้ว ยังให้รถตำรวจนำหน้ามายังที่พักริมหาดแม่รำพึง...เราก็ไม่ค่อยชอบหรอกที่มีรถนำขบวนน่ะ ดูอภิสิทธิ์ แต่ก็ถือว่าอำนวยความสะดวกต่อคนต่างบ้านมาหากัน...ถ้าหากไปเที่ยวส่วนตัวจะชอบไปเงียบๆ เรื่อยๆเป็นรถขายโอ่ง.. อย่ามีการกำหนดเวลาอะไรแน่นอน...ดีกว่า.... 
เข้าที่พัก... ชะเง้อไปดูชายหาด...ก็ยังสลึมสะลืออยู่เพราะต้องกินยาหลังอาหารต่อเนื่อง ก็ยิ่งง่วงต่อ.. ขออาบน้ำนอนพักดีกว่า...แม้ว่าราวๆเที่ยงคณะจะออกไปดูสวนสมุนไพร... ก็คงไปไม่ไหวเพื่อนกับเด็กฝึกงานที่หัวหน้าคณะขอตัวมาจากวิทยาล ัยอาชีวะมาเป้นเลขาให้เรา อยู่เป็นเพื่อน เราได้ที่พักห้องใหญ่ มีห้องนอนสองห้องเลยสบาย มีหน้าระเบียงอยู่ด้านชายหาด...ลมเย็นสบายหลับอุตุ.. เขาปล่อยให้นอน จนกระทั่งบ่ายสองแก่ เพื่อนปลุกให้ลุกอาบน้ำอีกจะได้สดชื่น ทั้งเทศนาว่ามีเลขาแล้วอย่าอู้งาน เย็นจะได้พบเพื่อนเจ้านาย ต้องมาเป็นบริวารประดับ...ในงานเลี้ยงเป็นพิธีการอีก...  
อาบน้ำแล้วเพื่อนก็ดึงให้ลงไปชายหาด ต้องใส่แจ็คเก็ตนะ ทั้งลมเย็นและอากาศก็ค่อนข้างเย็นน่ะ  
เราก็เดินเล่นชายหาดซะหน่อย ไม่ค่อยสวยหรอก แต่เขาแลกเปลี่ยนกัน ใช้เงินโครงการ เวียนกันไปเยี่ยมเยือนกัน..เสียงบประมาณโดยใช่เหตูด้วยซ้าเราว่า.. 
...................................................................... 
นี่ งานเลี้ยงกำลังดำเนินอยู่...เรากินอะไรนิดหน่อย ก็อาหารทะเล ก้สดนะ กินได้นิดหน่อย กลัวท้องเสีย เพราะบางทีตอนเย็นก็ไม่ชอบกิน เมื่อวานท้องก้ว่างตั้งแต่เย็นแล้ว เลยชิน... ยิ่งในการเดินทางเราระวังมากไม่อยากเข้าห้องน้ำ )...นี่แอบมาใช้เน็ทโรงแรมนะ เพื่อนมาเรียกสองครั้งแล้ว จ้า..."เดี๋ยว ขอส่งจดหมายถึงเพื่อนก่อน คนที่สำคัญ มากกกกกกกกกกกกก." เราบอกเค้า 
แล้วจะ มาโม้อีกนะ... ท่านจงรักษาสุขภาพนะ"ปิยมิตร" 
...................................................................... 
คืนนี้...ฝากเพลง มาให้ฟัง... 
.......มองซิมองทะเล เห็นลมคลื่นเห่จูบหิน 
.......บางครั้งมันบ้าบิ่น กระแทกหินดัง ครืน ครืน 
............................................................... 
......................คิดทึ้ง...คิดถึง................
ฟังดูเป็นพิธีการจังนะ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-18 20:43:02
 
ไปเที่ยวที่หรูหราฟู่ฟ่าอย่างนั้น...ถึงจะไม่ค่อยสนุก... 
ก็ซึมซับเอาบรรยากาศสวยงามไว้ให้มาก ๆ 
ก็คงมีสักที่...ที่ถูกใจนะ...อย่างไรก็ขอให้สนุก....มีความสุขตลอดงาน.... 
 
ฟังเพลงนี้แล้ว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-18 20:46:38
 
รู้สึกหนาวหนัก...เพราะนึกถึงภาพชายทะเล 
ลมแรง...คลื่นปะทะโขดหิน... 
 
....แต่เพลงก็เพราะเช่นเคย.... 
 
..........ขอบพระคุณ............ 
 
ทะเลไม่เคยหลับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-18 21:49:14
 
คืนนี้...เราขอให้ “มหาปิยมิตรของเรา” จงหลับ… 
 
.....จงหลับ...จงหลับ...จงหลับ...จงหลับ...... 
 
..................และฝันดีนะครับผม................... 
 
.......................คิดทึ้ง..คิดถึง....................... 
 
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-19 20:41:40
 
เวลานี้ท่านคงกำลังนอนหลับอยู่บนรถ... 
พอตื่นก็ถึงบ้านพอดี...(หวังว่าคงเป็นเช่นนั้น)... 
เช้าจะได้ไปทำงานด้วยความสดใส.... 
 
......ราตรีสวัสดิ์...คิดถึงมากมาย....... 
อรุณสวัสดิ์...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-20 08:48:53
ขอให้สดใสในงานทั้งวันนะครับผม
หวังว่าท่านคงจะสบายดี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-20 20:15:03
 
วันนี้ขอให้ท่านพักผ่อนมาก ๆ  
หายเหนื่อยแล้วค่อยส่งข่าวมา.... 
ช่วงนี้เราอารมณ์ดี...รอได้อยู่แล้วครับผม... 
"คิดฮอด..อย่างแฮง"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-21 13:17:54
"ปิยมิตร" 
เราขอเล่าต่อจากวันเสาร์ก่อนนะ.......................... 
...เช้า วันอาทิตย์ ตื่นแต่เช้าๆ ชวนเอาน้องร่วมห้องไปเดินเล่นชายหาด ด้วยรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย ชวนกันถอดร้องเท้าวิ่งแข่งกัน ใครแพ้ต้องจดรผู้คนยังไม่ตื่นมาพลุกพล่านเพราะอากาศค่อนข้างเย็ นายงานวันนี้ทั้งหมด...เห็นว่าหาดทรายดูสะอาดดี ก็สนุกได้แหกปากร้องตามใจชอบ ทำตัวเป็นเด็กซะหน่อย(เด็กจริงมาเห็นคงเรียกว่าพวกเฒ่าทารก)...วิ่งได้ไกลพอสมควร ขาวิ่งกลับมาหารองเท้าตรงเส้นสตาร์ท ขณะวิ่งเหยาะๆวอร์มดาวน์แล้วนะก็โดนเศษแก้วทิ่มจังๆที่ฝ่าเท้าซ ้ายเลย แสบจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจ ก้มลงดูเลือดปูดเชียวแหละ ก็รีบบีบเลือดออก เขยกไปล้างทรายออกกะว่าให้น้ำทะเลฆ่าเชื้อ...แล้วจัดการดึงเศษแก้วออกเป็นเศษขวดเบียร์แหงเลย หมดอารมณ์เด็กเลย ต้องรีบพากันไปขอยาล้างแผลกับแม่บ้านโรงแรม มันยังเช้าอยู่ไง สถานีอนามัยคงยังไม่ทำงาน ใส่แอลกอฮอล์ แล้วก็บีบเลือด ไม่ค่อยเจ็บแผลหรอกออกจะคันๆต้องบีบเลือดออกเยอะๆ...กลายเป็นคนป่วยให้คนอื่นมาเป็นห่วง... พากันนั่งพักอยู่ก็มองเห็นชายผ้าเหลืองไหวๆลับไปทางโค้งด้านทิศ เหนือของโรงแรม สอบถามดูว่าพระคุณเจ้ามาบิณบาตผ่านทางนี้ทุกเช้า...เสียดายไม่ทันแล้วไม่ได้เตรียมอะไรด้วย...ก็เลยฝากเงินให้แม่บ้านช่วยเตรียมไว้ให้พรุ่งนี้...( อ้อ! รู้แล้ว ที่เขาเลือกที่นี่พัก เพราะผู้จัดการโรงแรมเข่รู้จักคุ้นเคยกับนาย. หัวหน้าคณะพวกเรา)..... เขาพาไปทำแผล ฉีดป้องกันบาดทะยักที่คลีนิคหมอในตลาด... 
กลับมา ต้องซื้อรองเท้าแตะใส่...วันนี้ไปที่เทศบาลเมืองบ้านฉาง ไปสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 
กลับมาพักที่ดรงแรม. มีงานเลี้ยงโดยผู้จัดการโรงแรมเขาจัดให้ เพื่อโปรโมทเต็มที่ อาหารทะเล ก็ใช้ได้ แต่เราขอไข่เจียวกับผลไม้ ต้องนั่งกับทีมงานอยู่กับเจ้านาย(ของนายอีกที เราเป้นตัวแทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เขาเชิญมา และมาเป็นเพื่อนของเลขานาย เราก็เป็นเลขาของเพื่อนอีกต่อหนึ่ง...งงป่ะ ) วันนี้เลขา ของเลขา ขาก็ กะเผลกอีกต่างหาก...ร้องเพลงก้ไม่ได้...ใส่รองเท้าไม่สุภาพ ก็เลยไม่ออกอาการ...แต่เพื่อนก็ ดี๊..ดี ขอร้องให้นาย ร้องเพลงให้เรา เราชอบฟังเพลงแนวเก่าๆ ลูกกรุงน่ะ 
เขาก้ร้องเพลง รักข้ามขอบฟ้า...เพลงคิดถึง...หนึ่งในร้อย 
ก็มีบรรดานายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล เมืองแถวนั้นล่ะ ที่ประทับใจมากคือท่านรองนายกเทศมนตรีเทสบาลเมืองจันทนิมิต...ร้องเพลงเพราะ บุคลิกดี ชูงานต่อต้านยาเสพติดเป็นโครงการใหญ่ของเทศบาลด้วย เราเลยชอบเป้นพิเศษ........... 
......เดี๋ยวตอนเย็นเล่าต่อนะคร้าบ...ไปทำงานต่อก่อนนะ
อ๊อดดดดดดดดดด ระฆังหยุดพัก มีเวลาว่าง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-21 15:30:06
......ขอเวลานอก....เตรียมการประชุมแล้ววววว... 
เหลือเวลาอีกกว่าหนึ่งชั่วโมง โม้ต่อได้... 
....ปลัดเทสบาลเป็นผู้หญิง สวยเก่ง เป็นคนร้องเพลงหนึ่งในร้อย และเพลงคู่...( เออ! เราเห็นว่า ใครเป็นเจ้านาย หัดร้องเพลงไว้หน่อย ก็ช่วยเชิดหน้าชูตาลูกน้องนะ.. 
แถมยังเป้นการให้ขวัญและกำลังใจต่อกันอย่างง่ายๆด้วยนะ เขาไม่มีแอลกอฮอล์นะ ความจริงมีที่โต๊ะวีไอพี 
แต่โต๊ะเรา ปลัดเขาเหล่มาดู แล้วลูกน้องเขาก็ยกไปที่โต๊ะอื่น...แถมนายกเขาก็แกล้งกล่าวว่าขออนุญาต ดื่มสักเล็กน้อย...เจ้านายก็ดี๊ ดี เกรงใจลูกน้อง พากันดัด-ริต ขอไวน์ 
ตามๆกัน...เขาให้เกียรติพวกเรา พวกเราก็ต้องให้เกียรติเขาโดยการไม่กล้าลุกไปไหน ( และไม่กล้าแอบมาเลนเน็ตส่งข่าว จ้า ) ก็..ทำตามคำแนะนำของปิยมิตร คือ 
ทำใจทำตัวให้มีความสุข สุขจริงเพราะมีบรรยากาศเป็นที่น่าพอใจ โอกาสต่อไปจะค้นหาเนื้อเพลงฝากนะ ที่เจ้าภาพ แลคณะเค้าร้อง ที่ว่าถูกใจเราน่ะ... 
.......................................................................... 
.......เวลา 22 นาฬิกา 48 นาที เราก็อ้างว่าขอไปพักผ่อน 
ฮะ ฮ่า...อ้างว่าปวดแผล ( แผลก็นิดเดียว แต่โดนผ้าพันแผลกันสกปรก เลยดูเหมือนผู้ไม่ปกติ)... ต้องไปนอนก่อน เพราะพรุ่งนี้จาต้องใส่บาตรไง 
......................................................................... 
เช้าตรู่ ลุกขึ้นทำภารกิจแล้วลงไป เอาของใส่บาตร แม่บ้านก็แสนดี ทั้งข้าวสวย ปลาหมึกแห้งทอด ไข่ยัดไส้ 
บัวลอย ส้ม ดอกไม้ เตรียมไว้ให้ คนที่รู้ข่าว ก็ตื่นๆมาเตรียใส่บาตรด้วย วิ่งไปซื้อพวกนม ของแห้งที่มินิมาร์ทโรงแรม ได้ทันใส่บาตร นายกฯ เรากับภรรยา เดินกลับมาจากชายหาดเห็นพวกเรารอพระอยู่ก็เข้ามาร่วม...เราก็เลย 
จัดแบ่งให้คุณนายซะเลย แล้วก็บอกให้ท่านถวายปัจจัย 
ใส้ถุงหิ้ว ที่พระท่านหิ้วของพะรุงพะรัง เพราะวันนี้มีพุทธศาสนิกชนแปลกหน้ามาเพิ่ม ผู้จัดการโรงแรมต้องจัดการหาถุงใหญ่คอยเดินตามท่าน แล้วเอารถไปส่งปัจจัยท่าน 
ตัวพระคุณเจ้าท่านก็ต้องเดินไปรับของบิณฑบาตรจากเจ้าประจำของท่ าน...เรามีความสุข อิ่มใจมากไม่คิดว่าจะได้เกิดภาพสวยงามยังนี้ โดยไม่มีแผนการอะไร ... เรียกว่าบุญน่ะนะ เกิดได้ทุกที่ทุกเวลา ถ้าหากจิตใจใฝ่ซะอย่าง... 
.......................................................................... 
.............เขามาเรียก ไปประชุมก่อนนะ กลับบ้าน ตอนค่ำ จะร้องเพลงให้ฟังนะ
วันจันทร์ ยังศึกษาดูงานอยู่...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-21 20:54:03
เราต้องขอเรียนแก้ไขเรื่องวัน เวลาเดินทางกลับ ลืมไปว่าต้องกลับวันจันทร์ค่ำ อาจถึงบ้านดึก... 
คือ เมื่อวาน พากันใส่บาตรเช้า ก็คิดว่า เผื่อไว้วันอังคาร ที่เป็นวันพระใหญ่ด้วย คงลุกไม่ไหวแล้ว.. 
..........แล้วก็เช็คเอ๊า จากโรงแรมที่ระยอง..เคลื่อนขบวนไปแวะที่หาดบ้านเพให้ซื้อของฝาก และดูร้าน...ที่มีชื่อเสียงในการจำหน่ายของฝากของที่ระลึก... ช็อบซะเพลินเลย ฮิ!.. แล้วก็อำลาเมืองระยอง...และไปดูงานที่เทศบาลเมืองปราจีนบุรี... ด้วยการต้อนรับที่อบอุ่น เปี่ยมด้วยน้ำใจ ด้วยอาหารที่เราชอบมาก ประเภทปลา และผัก ผลไม้ ที่เราชอบ ทั้งภาควิชาการ ภาคบันเทิง จนจวนจะ 15 นาฬิกา จึงได้เดินทางกลับ...ซึ่งวันนี้ เราตั้งใจศึกษาดูงาน 
และบันทึกประสบการณ์ ความรู้ต่างๆ เต็มที่... มีเสียดายที่สุดที่ยังไม่มีเวลาไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภ ัยภูเบศร ที่อยู่ตำบลท่างาม อำเภอเมืองนั่นเอง 
เราเคยดูจากทีวีจึงทราบว่าที่แห่งนี้ผลิต ผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร ที่มีทั้งประโยชน์ และปลอดภัยแก่ร่างกาย ...ระลึกถึงคนแสนไกล เป็นห่วงอยากให้มีโอกาสลองใช้สัก สองสามประเภท...ลดไขมันก็มี เสริมสุขภาพก็มี...ให้มีโอกาสเราจะต้องไปเป็นการส่วนตัวแน่ๆสักวัน... 
...ที่สุดท้าย ตามกำหนด คือเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ที่บริหารท้องถิ่นเยี่ยมเป้นอันดับสองของประเภท...ซึ่งรอต้อนรับคณะพวกเราอย่างมาราธอน เกือบ5ชั่วโมง 
....ได้ชมวีดีทัศน์ และกล่าวแนะนำจากรองนายกเทศมนตรีว่าอำเภอบ้านไผ่มีนโยบาย และโครงการมุ่งต่อต้านแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะเน้นด้านการกีฬาให้เยาวชนได้มีกิจกรรมทางด้านกีฬาอย่าง กว้างขวางและสนับสนุนอย่างยิ่ง...ก็นับว่าสร้างความประทับใจอย่างมากใหเรา ...ไม่เสียแรงที่ตัดสินใจเป็นตัวแทนหน่วยงานร่วมคณะมาครั้งนี้....................... 
.......แม้ว่า ขาไป จะเอาแต่หลับใหล และเดินทางตอนกลางคืน...ขากลับ จึงตั้งใจ จดจำ ทั้งเส้นทาง ชมวิวสองข้างทาง...จากระยอง ผ่านจังหวัดใกล้เคียงก็สังเกต ทั้งเรือกสวนไร่นา บางแห่งข้าวก็กำลังเขียวขจีจากการหว่านปลูก เลยปราจีนฯมา ถึงเป็นร่องรอยเก็บเกี่ยวใหม่อยู่...แต่มืดเร็วไปหน่อย อากาศก็ไม่หนาวเหมือนวันแรก 
.....หลับๆตื่นๆ ถึงบ้าน กว่าจะได้นอนก็ตีสองจ้า...ความเคยชิน ก็ตื่นปกติ ตีห้า ได้แต่ไหว้พระ สาธุลูกเหน็ดเหนื่อยไปใส่บาตรไม่ไหว...ทิ้งหน้าที่หลักหลายวันค้องรีบแต่งตัวไปทำงาน...อาศัยข้าวเหนียวร้อนข้างทางเคี้ยวรองท้องเปล่าๆ หอมดี ข้าวใหม่เราชอบ ไม่เอากับไม่อยากเสียรสชาติข้างแท้ๆ...กันแสบท้อง เพราะเช้าเกินไปก็ไม่อยากทานอะไร (แต่เราก็ไม่เคยลืมดื่มน้ำทุกเช้านะ) 
.....ก็ทำงานได้ปกติ โชคดีไม่ค่อยยุ่ง ไม่ง่วงเท่าไหร่ ได้เข้ามาอ่าน เอากำลังใจจากเพื่อนที่เรารัก มีกำลังใจหายเหนื่อย... เตือนตัวเองว่าได้ไปเที่ยวมาแล้วอย่ามาง่วงเหงาหาวนอนให้ใครหมั ่นไส้เอา... 
...เล่าถอยหน้าถอยหลัง อย่าเวียนหัวนะ...ว่าจะร้องเพลงสักเพลงไม่ไหวแย้วววววววววว หนังตาหนักชิบเป๋งเลย 
ไปอุ่นนมดื่มก่อนนะ... 
......"ปิยมิตร" วันนี้วันพระ เรามาตั้งจิต สวดมนต์ ตั้งสมาธิ แผ่กุศล เมตตาให้เพื่อนร่วมโลก ให้พี่น้อง ประเทศชาติเราได้สงบร่มเย็น ให้ดวงจิตของเราผ่องแผ้ว นะมิตรนะ
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-21 21:14:02
 
ท่านช่างยิ่งใหญ่สมคุณค่าในทุกสิ่ง…. 
และสมคุณค่าในการกลับมาของท่าน… 
 
พอได้รู้ว่าท่านสนุกในงาน... 
และมีความสุขที่ได้ทำบุญ.... 
 
.............เราก็ดีใจมาก……… 
 
.........คิดฮอด อย่างแฮง........ 
 
คืนนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-21 21:20:37
 
เราขอนำเสนอเพลง “คนสำคัญ” 
ให้ท่านฟังหลังสวดมนต์นะครับผม 
 
..............ราตรีสวัสดิ์................... 
“มหาปิยมิตรของเรา”...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-22 20:25:51
 
เวลาห้าทุ่มคืนนี้...เราต้องเดินทาง 
เพื่อให้ถึงที่หมาย...เวลาเช้าพรุ่งนี้ 
ไปกันทั้งหมด...ห้าคน...พอดีหนึ่งคันรถ 
เป็นห่วงคนขับรถกลางวันก็ออกไปทำงานหนัก 
คืนนี้ก็ต้องเดินทางไกลอีก 
เราจะกลับมาถึงบ้านเช้าวันเสาร์  
ไปทำงานครับผม ไม่ได้ไปเที่ยว... 
 
ความจริงก็ไม่อยากให้ท่านทราบ..... 
แต่คิดอีกที.....บอกไว้ก็น่าจะดีกว่า..... 
 
....แล้วคืนนี้เราจะได้ฟังเพลงเพราะ ๆ 
.... จาก “คนไกล” ก่อนเดินทางหรือเปล่าครับ...ท่านครับ.... 
 
สุดขอบฟ้า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-22 21:40:10
ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม อย่าลืมสิ่งจำเป็นติดตัว... 
จะสวดมนต์ไหว้พระ ให้คุ้มครอง"ปิยมิตร พร้อมคณะ"  
ให้การเดินทางราบรื่น ปลอดภัย. 
................................................................... 
อยากฝากเพลง สุดขอบฟ้า ของพิงค์แพนเตอร์...ครับผม 
...อย่าให้คนขับ ผล็อยหลับนะ... 
ไม่ต้องพะวงถึงเราดอกนะ จงทำหน้าที่ให้สบายใจ ท่านมีความสุขกับงาน เราก็จะสนุกกับงานเช่นกัน. 
.................. เข้มแข็งนะครับ......................
ขอบพระคุณครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-22 22:35:20
ราตรีสวัสดิ์ครับ ! 
อรุณสวัสดิ์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-24 06:55:21
วันนี้ เราจะใส่บาตรเผื่อด้วยนะ.................. 
จงปฏิบัติภาระกิจอย่างเต็มที่ ไม่ต้องพะวงส่งข้อความถึงเรา เราจะเป็นฝ่ายเล่าสัพเพเหระให้ฟังเอง...ขอให้สบายใจ "ทำหน้าที่ของท่าน" ให้สมบูรณ์ ด้วยดวงจิตชื่นบาน...
" Hope"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-25 19:17:04
... empowers our heart to move on. 
But sometimes it "captures" our heart if 
it' s the one that never be true.
" พักผ่อน นะ "
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-25 19:55:02
... ไม่ต้องกังวลเรื่องส่งข้อความนะครับ... จงปฏิบัติหน้าที่ของท่านให้ลุล่วง... ส่วนเรา ก็สนุกครับง่วนๆๆๆอยู่ เพราะ 
ทางนี้เป็นเจ้าภาพงานมหกรรมศิลปหัตถกรรมฯ แหงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ... ทำงานๆๆๆ ก็ไม่ต้องพะวงถึงมาก.......... เพียงได้รู้ว่า "ปิยมิตร" ท่านเดินทางปลอดภัย 
สบายดี...เราก็จะสบายใจหายห่วง... ครับผม
ขอบพระคุณอย่างยิ่ง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-25 20:09:04
 
กลับมาแล้ว... 
 
ชื่นใจ.....หายเหนื่อยครับผม... 
"เล่าสู่กันฟัง"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-25 20:13:09
ฉันยังจำเสมอ ที่เธอเคยบอกกับฉัน 
คิดแล้วยังตื้นตันเกินอธิบาย 
นึกถึงคำ คำนั้น ทุกวันที่ห่างกันไป 
เหมือนมันเป็นโยงใย ที่ส่งถึงกัน 
ไม่ว่าเราจะโชคดี หรืบางทีที่ร้องไห้ 
ต่างคนสนใจจะฟัง.... 
............................................. 
ราตรีสวัสดิ์.......หลับปุ๋ยๆๆๆ จริงกะปุย. 
 
 
 
 
 
ฝนที่ตกทางโน้น....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-25 21:25:54
 
หนาวถึงคนทางนี้…. 
ยังอยากได้ยิน...ทุกเรื่องราว 
นอนไม่ดึกใช่ไหม....ผอมไปหรือเปล่า 
ลำบากอะไรไหม....สู้ไหวหรือเปล่า 
อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง.... 
 
..............จะได้ไม่ลืมกัน…………….. 
 
I KNOW THAT…..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-25 21:31:26
 
YOU HAVE MANY PEOPLE  
AND I KNOW WHO I AM,  
I DON'T WANT TO HOPE 
 
เวลานี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-26 10:23:31
 
กำลังพักผ่อนด้วยเพลง “สุดขอบฟ้า” ของ พิงค์แพนเตอร์ 
ขอเชิญท่านผู้แนะนำเพลงนี้...ฟังพร้อมกันไปเลยนะครับผม... 
 
........ขอให้ท่านจงมีความสุขในวันหยุด........... 
มหาปิยมิตรของเรา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-26 20:40:44
 
ท่านคงกำลังยุ่งอยู่กับงานมหกรรมศิลปหัตถกรรมฯ แน่ ๆ เลย 
เราน่ะ...รู้สึกอยากจะเหนื่อยแทนท่านเสียจริง ๆ 
หมดจากงานโน้น...ก็มางานนี้...อีกหน่อยก็งานนั้น...ไปเรื่อย 
 
เราพยายามค้นหา....งานที่ท่านพูดถึงสองงาน 
ถ้าใช่...ตามเราที่เข้าใจ.... 
ท่านก็อยู่ไม่ใกล้...และไม่ไกลสักเท่าไร 
แต่ก็ไม่ยังคลาย “สงสัย” ...... 
 
.................ยังมึน ๆ อยู่ครับผม !!!............... 
ยังไม่คลายสงสัยครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-26 21:00:09
 
เห็นมั๊ยเวลาพูดยังพูดถูก ๆ ผิด ๆ 
นี่แสดงว่ามึนงงจริง ๆ นะ 
ดีใจจริงนะ ที่ท่านได้พักผ่อนบ้าง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-26 21:15:02
... ดีใจจังเลย ที่"ปิยมิตร" ท่านมีเวลาได้พักผ่อนบ้าง เคยเป็นห่วงว่าจะไม่ค่อยมีเวลาได้พักนานๆๆๆ สักที 
...อากาศทางโน้นนนนนนน เป็นอย่างไรบ้าง หนาวยังครับ?... ส่วนทางนี้...อีสานบ้านเรา.. กลางวันก็ร้อน กลางคืนเย็น ยังไม่หนาวจังๆนะช่วงนี้... เวลาสาย เที่ยง บ่าย แดดร้อนมากเหมือนไม่ใช่ฤดูหนาวซะงั้น...พอค่ำลง กลับเย็นลงพรวดพราด ต่อให้ระวังสุขภาพก็เถอะ ยังมีอาการพ่ายแพ้แก่สภาวะอากาศจนได้...ประกอบกับไม่ได้หยุดพักจริงๆ วันนี้ต้องไปติดตามกิจกรรมในหน้าที่ และเป็นวันปิดงานด้วย ตลอดสัปดาห์ทั้งวุ่นทั้งสนุก จะมาหมดแรงเอาตอนท้าย เพราะอากาศโหดร้ายแท้ๆ... หนักใจอยู่นะ ต่อไปนี้ ปีหน้า ผ่านไปๆๆๆ จะถึงสิบปีไหมนี่ ที่โลกจะไม่ประสบสภาวะวิบัติ...โอ๊ย! คิดแล้วกลุ้ม เราคงไม่ทันได้รู้จริงๆแหละว่าเรากับปิยมิตรจะได้มีโอกาสไปเที่ ยววัด ไปกินข้าววัดด้วยกันหรือไม่ (เคยคิดว่า ถ้าเราได้ไปวัดใด ก็อยากให้ท่านไป...ท่านเคยไปวัดไหน เราก็จะไป แต่ต่างเวลา ต่างโอกาสกัน เพราะไม่ต้องเจอกัน.. ใช่มะ? ) 
.......................อย่าซีเรียสนะ....................... 
เราพูดให้หายปวดศีรษะ และไม่อยากกินยาเยอะน่ะ ได้พูดเล่นๆฉะบายใจดี.... "สุดขอบฟ้า"... ฟังเพลงนี้ห้า หก เที่ยวแล้ว ซึ้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เองอยุ่นี่ล่ะ จะหลงรักเสียงอันทุ้มๆของนักร้องออกครามครันอยู่แล้วนี่ 
...................................................................... 
............."ท่านปิยมิตรของเรา" คร้าบบบบ เราเป็นหวัดคัดตะหมูก น้ำมูกไหล หายใจไม่คล่อง... อยากจะพักผ่อนแล้ว จะอ้อนเพื่อนซะหน่อย เพียงกำลังใจนิดๆ ให้ฝันดี จะถนอมสุขภาพเตรียมสวดมนต์ข้ามปีด้วยกันนะ 
คืนนี้ ขอ ราตรีสวัสดิ์...จ้า
มหาปิยมิตรของเรา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-26 21:33:30
 
ท่านหลงเสียงนักร้องนั้นสมควรอยู่แล้วครับผม 
เราไม่ยอมให้ท่านหลงนักร้องนะฮ่ะ...รับมิได้ฮ้า.!! 
 
ขอให้ท่านจงหลับฝันดีจ้า... 
 
สวดมนต์...เราขอยกให้เป็นหน้าที่ของท่าน... 
เพราะท่านสมาธิดีกว่าเรา....คงได้บุญเยอะกว่า 
เราจะทำใจให้สบาย...รอรับผลบุญกุศลนั้นด้วย... 
 
.....แบบนี้เรียกว่าเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ครับท่านครับ.... 
MAHAPIYAMIT
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-26 21:48:55
if you only dare !!! 
 
If you dare to dream, if you just believe 
you can make anything come true  
Anything's possible right now  
 
…..…just a mind made up………  
สนุกได้อีก..ข้ามปีเลยขอรับ.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-27 12:32:13
เราเคยบอกแล้ว...เราน่ะเป็นคนชอบแส่ไปมทุกเรื่องจ้า 
เสร็จากงานโน้นก็มางานนี้ จริงๆด้วย 
พอดีน้องที่ทำงานของเราแกเป้นผู้จัดการกีฬาวอลอลย์บอลทีมจังหวั ด เขากำลังแข่งไทยแลนดืลีค อยู่ แข่งที่จังหวัดเรารอบแรกนี่ ค่อยหมุนเวียนไปจังหวัดต่างๆ ที่ทำงานเราก็เป็นเจ้าภาพดูแลนักกีฬาชุดนี้ พอดีมีทีมชาติชุดไปเอเชียนเกมส์มาเล่นให้สองคน เด็กๆของพวกเราก็กระดี๊กระด๊า...พวกเราผู้ใหญ่ก็พลอยสดชื่นไปกับเขา ที่ทำงานเราก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสถาบันที่ส่งเสริมสนับสนุนกีฬาวอล เลย์บอลระดับนัมเบอร์วันของจังหวัด และก็ชูเป็นโครงการต้านยาเสพติดด้วย เราก็ต้องเกี่ยวข้องอย่างมิต้องลังเล เมื่อวันเสารืนี้พ่ายสวนดุสิตไป... วันนี้ต้องเจอทีมชลบุรีเต็งหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยทหารอากาศล้วน 
เวลา15 น. พบกันที่ม.ราชภัฏ...เราจะต้องไปช่วยเป็นแรงเชียร์ ให้กำลังใจเด็กๆอย่างขาดไม่ได้... 
.........ปีหน้านี้ บ้านเราก็เป็นเจ้าภาพในกีฬาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศเลยล่ะ ผู้คนคงมากมาย 
ขนาดมหกรรมระดับภาคยังจอแจ นี่ยิ่งจะนับไม่ถ้วนนนนน 
...เศรษฐกิจก็กระเตื้องนะครับ เงินสะพัด พ่อค้าแม่ขายหายใจคล่อง...และโดยเฉพาะเจ้าของกิจการรถเหมารถเช่า รับอู้ฟู่เลย...เราอยากเป็นญาติเจ๊เกียวซะจริง! 
...เราถึงได้มีเรื่องโม้ให้ฟังอย่างภูมิใจล่ะ...ด้วยจังหวัดเรานี้ มีแต่กิจกรรมดีมุ่งความสำคัญแก่เยาวชน ให้พัฒนาทุกๆด้าน ลูกหลานไทยมีความสุข ผู้ใหญ่ก็ควรจะส่งเสริมและพลอยมีความสุขด้วย......................."ปิยมิตร" อาจจะเหนื่อนแทนเราได้ แต่ไม่ต้องปวดหมองไปกับเรานะ เรื่องที่สงสัยใคร่รู้ว่าเราอยู่ไหน เป็นใครน่ะ...ตินนี้ก็ต้องพอรู้บ้างว่าจังหวัดไหน ทำงานอะไร แต่น่าจะอุบไว้บ้าง "เรา ท่าน เป็นใคร เราก็ว่าไม่สำคัญหรอกใช่ไหม 
สำคัญอยู่ที่ว่า เราจะดำรงคงมั่นมิตรภาพไว้ให้นานๆๆๆๆๆตราบนานเท่านาน...หวังว่าจะไม่มีอุปสรรคกำแพงขวางกั้นนะครับ...................บางครั้งเราก็พูดมาก บางครั้งอาจจะพูดน้อย ตามประสาคนปกติธรรมดา เพื่อนก็จงรับฟังเพื่อน ยอมรับกัน และติติงกันบ้าง เพื่อจะได้รักษาความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไว้ตลอดไป... เราน่ะ ออกจะเกรงใจและหนักใจกับคำว่า"มหาปิยมิตร" นัก ฟังดูช่างยิ่งใหญ่เกินไป...กลัวว่าจะทำตัวลำบาก เพราะเหมือนกับว่าจะเลิศเลอกว่าเพื่อนธรรมดา เราอยากเป็นเพื่อนแท้ 
มีความคิด มีแนวการปฏิบัติให้ดีงามเยี่ยงคนธรรมดา เทียมเท่ากันกับระหว่างเพื่อน มันจะได้ไม่ห่างเหิน ห่างไกลกันสุดขอบฟ้า จนเกินจะได้เห็น ไม่ใช้แค่นามธรรม... 
อยากเห็นเป็นรูปธรรม................................................... 
....งานของท่าน คงจะสำคัญมาก ความเสี่ยง ความสนุกก็คงจะมากกว่า...แต่ไม่จำเป็นจะต้องเล่าละเอียดเหมือนเรา 
เพราะคงจะต้องระวังกว่า...นะครับ เราจะพยายามเข้าใจมิตร และบางสิ่งบางอย่างคนเราต้องการเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัวไม่ต้อ งการให้ใครๆรู้ทุกเรื่อง... เพราะมันไม่ได้คุณให้โทษอะไร... จริงไหมครับ?
เพิ่งทานข้าวอิ่ม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-27 12:57:43
 
อิ่มท้องแล้ว... 
ได้มาอิ่มใจ...กับข้อความมากมายของท่าน... 
 
...........ขอบพระคุณ...มิตรแท้ .............
มหาปิยมิตรของเรา....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-27 14:01:14
 
ท่านพูดมาก ๆ ก็ดีแล้ว….. 
ก็บอกแล้วไงว่า....ได้เวลาที่เราจะพักผ่อนให้สบายใจ... 
ท่านต้องเล่าชดเชยให้มาก ๆ นี่ยังถือว่าชดเชยอยู่นะ 
เราจะได้สนุกสนานเบิกบานใจ 
ส่วนเราจะไม่เล่าอะไรมากมายแล้วล่ะ...เพราะเราเชื่อท่าน 
 
..............ต่อไปเราก็จะมีแต่.....ความลับ................... 
 
เสียดาย....ไม่ได้เป็นญาติเจ๊เกียว....เหรอ ??? 
ไปสมัครเป็นกระเป๋ารถให้เจ๊เกียวก็ได้ฮ่ะ…… 
รายได้ก็คงจะดีเหมือนกัน... 
 
.......เราสนับสนุนท่านอยู่แล้ว.......... 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-27 14:13:18
คนแก่ ทางบ้านเราจะผิงไฟ ทำข้าวจี่ให้ลูกหลาน... 
หมกมัน (เผามันเทศ โดยเกลี่ยขี้เถ้าใส่ให้ทั่วหัวมัน) รสชาติจะหอมหวาน เราก็ชอบ โดยเฉพาะตายายของเราชอบกินข้าวนึ่งร้อนๆกับมะขามหวาน กับปิ้งปลาแดดเดียว ตรงส่วนท้องของปลาอร่อยมาก เราชอบ... แม้ว่าบ้านเมืองเจริญขึ้น พวกเราก็หาเวลาออกไปบ้านชานเมืองยังได้บรรยากาศเก่าแก่อยู่บ้าง ............จะว่าไปชีวิตก้มีรสชาติ เดี๋ยวไปอยู่ห้องแอร์ เดียวอยู่ท่ามกลางผู้คนหมุ่มาก เดี๋ยวก็กลับมาเป็นกรรมกรทำงานจิปาถะเอง...ได้เปลี่ยนบทบาทหน้าที่อยู่เรื่อยๆ...ก็ทำให้รัก ให้ซาบซึ้งในคุณค่าของตัวเองม้าก.. มาก 
... แต่สิ่งที่เราพึงพอใจที่สุด คือเวลาที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ได้ทำอะไรอย่างอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ใจเป็นที่ตั้งที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดตามมาตรฐานธรรมชาติวาง ไว้ 
ได้อยู่กับธรรมชาติ ใช้ชีวิตเกษรกร ปลูกผัก ทำสวน เลี้ยงปลา นี่ล่ะเป้าหมายสุดยอดที่ปรารถนา...และขอให้มีกินมีใช้ มีแรงทำมาเลี้ยงชีพ ทำบุญ ช่วยเหลือสังคมได้ตามกำลัง เราก็คิดว่าชีวิตนี้พอเพียงแล้ว...แต่ล้ำค่านัก ก็คือการได้รู้จักผูกพันในมิตรภาพ กับใครก็ไม่รู้ล่ะ! ที่ยินดีมาเชื่อมใยมิตรภาพต่อเรา ที่มาเป็น"ปิยมิตร"ในชีวิตเรา ฉะนั้นต้องเรียกว่า "เป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด"ก็ว่าได้.....จึงอยากให้ช่วงเวลานี้ยืนยาวที่สุด ไปตลอดเลย ถ้าเลือกได้ 
......ฉะนั้น! จงอย่าคาดหวังสูงนัก ต่อเรา 
.......เพราะเรา ก็เป็นเพียงคนธรรมดา มีทุกข์ มีสุข เคยผิดหวัง เคยพลาดพลั้งในชีวิตมาเหมือนกัน...ไม่ได้มีความสุขสมบูรณ์อะไร...เพียงแต่ใจเท่านั้น ที่พอรู้จักคิก รู้จักพิจารณา รู้จักอดทน รู้จักเลือก บางสิ่งบางอย่าง และอยากทำอะไรที่เผื่อว่า จะตายวัน ตายพรุ่ง แล้ว...ให้หลับตาลงอย่างอิ่มเอมว่าได้ทำหน้าที่ของคนอย่างเต้มที่แล้ว จะไม่พะวงอะไร...คนอยู่เบื้องหลังเขาจะได้คิดถึงในสิ่งที่ดีงาม ให้เขาได้จดจำเอาอย่างสักหน่อยในบางเรื่องที่เราทำ เราเป้น... อย่างน้อยคนใกล้ชิด คนที่เคารพนับถือกัน(นี่จะเรียกว่ายังตัดกิเลสไม่ได้ก็ใช่ล่ะ)... 
แต่ก่อน ไม่ได้คิดเรื่องความตายนะ มีแต่คิดอยากก่อร่างสร้างตัว อยากเจริญก้าวหน้า ต้องต่อสู้ดิ้นรน แต่เราเป็นคนไม่ชอบแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นนะ ทำเท่าที่ตนทำได้ จนบางครั้งเหมือนกับไม่คงเส้นคงวา ก็แล้วแต่บริบท เหตุผล... ไม่ได้กลัวได้เกรงใคร คิดว่าถูกต้อง ดี ก็ทำ 
ต่อให้ทำแล้วได้รับความชอบ แต่มันฝืนความรู้สึกเราก็ไม่ทำ ก็เลยถูกมองว่า"หัวแข็ง"บ้าง... แท้ที่จริงอ่อนไหวจะตาย แต่ไม่เคยอ่อนแอ ทุกข์ใจ ก็ไม่นาน สุขก็ไม่เคยยั่งยืน... เราจึงเตรียมใจไว้เสมอ หากเพื่อนจะไม่อดทน และเกิดเปลี่ยนใจ ไม่อยากมีมิตรภาพต่อไป... เราไม่อยากทำความไม่สบายใจให้ใครอีกแล้ว... เพราะเราเคยรับรู้รสชาติที่คนเขาเคยมาทำกับเรา และเราก็เคยทำกับคนอื่น... มันขมขื่นเจ็บปวดมาก ไม่อยากให้เกิดชึ้นอีกแล้วล่ะ 
.............. ใกล้ๆจะปีใหม่แล้วนะ เราอยากให้ท่านได้พบแต่สิ่งที่ดีงาม ให้เกิดความสุข ผ่องแผ้ว... .ให้สบายใจที่จะดำรงมิตรภาพ อะไรล่วงเกิน ขาดตกบกพร่อง หรือชี้แนะท่านมากไปก็โปรดได้เมตตาเอ็นดู อย่าแอบหมั่นไส้ว่าอวดรู้ โปรดมองที่ความปรารถนาดี จริงใจ นะขอรับ 
....................จะชี้แนะ บอกกล่าวอะไรเราก็เต็มที่ อย่าห่วงว่าเราจะรู้ดีกว่า..."มิใช่เลย" ภาษาอังกฤษ เราก็ยังต้องพึ่งคำแปล ยังต้องอ่าน ต้องศึกษาความรู้อีกมากๆๆๆ 
......... วานชี้แนะด้วย.......... 
มีความสบายในวันจันทร์ จ้า!!!
มหาปิยมิตรของเรา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-27 19:32:53
ดูเหมือนท่าน...ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองมาก ๆ เลยนะ 
เราเองก็คล้าย ๆ จะอย่างนั้น..(แล้วแบบนี้เราจะคบกันต่อไปไหวหรือเปล่านี่) 
กลัวจะทะเลาะกันวันละหลายเวลา....แต่ว่าเราก็ได้ปรับนิสัยตัวเองเยอะแล้วนะ 
 
.....เราเอง...ไม่ชอบสุงสิง....นินทา...เฮฮา...ปาตี้กับใคร... 
....เรามีความสงบสุขได้ด้วยตนเอง....แบบไม่เคยง้อใครมาก่อน 
 
แต่เมื่อเราได้รู้จัก “มหาปิยมิตร” ทำให้เราเบิกบานใจ 
....และทำให้เราง้อคนเป็นด้วยนะ.... 
 
.........................ทำได้ไงนี่............................. 
เป้าหมายสุดยอดที่ปรารถนา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-27 19:41:27
ได้อยู่กับธรรมชาติ...ใช้ชีวิตเกษตรกร...ปลูกผัก...ทำสวน...เลี้ยงปลา...ฯลฯ. 
เราเองก็ชอบชีวิตแบบนั้น.....แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเมื่อไหร่ 
เราคงต้องเหนื่อยไปอีกนาน....แต่เราก็ไม่ทุกข์อะไรหรอกนะ 
ก็บอกแล้วไงว่า “เป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด” เท่าที่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ 
แม้นจะเกิดอะไรก็ไม่หวั่น...ไม่พรั่นต่อสิ่งใด... 
เพราะเรามี “มหาปิยมิตร” คนดี...คนหนึ่ง...คนนี้...อย่างไรล่ะ.... 
 
.................”มิตรที่แสนวิเศษ”....”เป็นพลังใจที่ดี”..................... 
YOU KNOW….???
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-27 19:45:23
I feel sad…when you’re sad 
I feel glad…when you’re glad 
I can’t smile…without you 
 
You came along just like a song 
And brighten my day 
เวลา 15.00 น.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-27 20:03:27
เราได้ส่งใจไปเชียร์นักกีฬาของท่านด้วยนะครับ 
ท่านเชียร์ทีมไหนเราก็เชียร์ทีมนั้น.... 
ท่านคงจะเหนื่อยมาก....หรือว่าหลับไปแล้ว 
บอกว่าไม่สบายก็ยังไปตากแดดตากลมอีก 
พักผ่อนให้มาก ๆ นอนหลับก็ให้ฝันดีนะครับผม 
 
...............ราตรีสวัสดิ์จ้า.................. 
ปวดศีรษะนิดหน่อยคะร๊าบ!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-28 21:50:34
เพราะว่าอากาศเปลี่ยนฮวบฮาบ เมื่อคืนวาน...ไม่เรียกว่าเย็นแล้ว แต่เป็นหนาวเลย ลดถึงสิบสององศา ตอนหัวค่ำ ตอนดึกไม่ทราบเพราะหลับปุ๋ย... ตอนเช้าก็หนาววววววววว แถมยังต้องตื่นแต่เช้าอีก ที่ทำงานทำบุญเลี้ยงพระ มอบของขวัญให้เยาวชนในโอกาสปีใหม่ เพราะหลังจากนี้ก็จะรวมตัวยาก ต่างคนก็ติดภารกิจส่วนตัวและครอบครัวทั้งนั้น........ 
เราไม่ได้เหนื่อยเพราะเชีนร์กีฬาหรอก อยู่ในโรงยิมตลอด 
ไม่ได้ถูกแดด ผลเจ้าบ้านแพ้ฮ่ะ ชลบุรีฟอร์มเหนือกว่าอยู่แล้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดต้องการพัฒนานักกีฬาของจังหวัดจึง ให้ลงเล่นเป็นตัวหลัก ทีมชาติที่เอามาเสริมก็เป็นเสมือนพี่เลี้ยงและกองหนุน... เราชอบนโยบายถึงต้องไปช่วนเป็นแรงใจนักกีฬาน่ะ เขาก็ช่วยรณรงค์ต้านยาเสพติดที่เราทำด้วยจิตอาสาด้วย ก็ต้องช่วยดูแลกันทั้งที่ไม่มีหน้าที่อะไรหรอก... แล้งเขาก็จะเวียนไปแข่งขันที่สนามอื่นในจังหวัดที่ร่วมการแข่งข ัน หมุนสลับกันไปประมาณแปดจังหวัดนี่ล่ะ 
...................วันนี้ก็ยังพอมีแรง ทำหน้าที่ ราบรื่นสนุกเบิกบานใจด้วยจ้า ถึงเสียงจะแหบร้องเพลงไม่ค่อยออก 
เดี๋ยวเผื่อถึงวันปีใหม่ "ปิยมิตร" ก็จงได้มีโอกาสทำบุญกับครอบครัวท่าน ให้สำราญใจ...ก็ไม่ต้องกังวลมาคุยกับเราดอกนะ เว้นว่างไปก็ได้ ถ้าเรามีเวลาเราจะโม้ให้ฟังนะ เอาแต่เรื่องสนุกๆ และดีๆ แล้วถ้าสภาพคล่องเราจะไปเมืองเลยแน่นอน อาจไม่ถึงกับไปเคาน์ดาว ไปทำบุญ และไปเยี่ยมสถานที่ที่เราผูกพัน............ และจะบันทึกภาพส่งไปฝากดวงดาวไว้ให้ท่านมองดูนะ................. 
....................................................................... 
แล้วท่านล่ะ เคยเล่าว่าอยากจะเรียนถ่ายภาพ ก็ถ่ายภาพวัด ภาพวิวไว้เยอะๆนาท่าน จะใช้เทคนิกใจและสุนทรียในอารมณ์ หรือหลักการทฤษฎีก็ลองเลยนะครับ ถ้าทำให้เพลิดเพลินสราญใจ มะต้องเสียดายกะตางค์นะครับ 
...............โฮ้ย! เฮ้อ! ................ง่วงแล้ว หลายๆเด๊อ 
.........................ราตรีสวัสดิ์ ครับผม................ 
“MAHAPIYAMIT”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-29 16:07:37
Wishing you good times, 
good health,  
good cheer,  
and a very Happy New Year !  
ราตรีสวัสดิ์...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-29 21:45:24
ขอให้หลับฝันดีครับผม... 
มหาปิยมิตรของเรา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-31 10:17:03
เราขอให้ท่านสนุกมาก ๆ กับวันส่งท้ายปีเก่านะครับผม
ปิยมิตรของเรา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-31 23:39:06
เมื่อวานเราได้รื่นเริงปีใหม่กับหน่วยงานของเราแล้วจ้า 
วันนี้ก็ตระเวณมอบของกราบของไหว้ผู้ใหญ่...และมาอยู่ที่บ้าน ตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว เพื่อจะตื่นแต่เช้าไปวัด...นี่ก็เตรียมข้าวของเสร็จ ก็รีบมาเปิดทีวี และเข้ามาที่นี่ 
(ความจริง เด็กๆ ลูกหลาน เค้ากำลังสนุกสนานอยู่สนามหน้าบ้าน เราก็หลบขึ้นมาโลกส่วนตัว ปล่อยให้พ่อแม่เขาสนุกกับลูกกัน กะว่าจะเค้าท์ดาวด้วย เพราะอยู่นอกเมืองบรรยากาศดี ) 
............................................................................เวลา 22.37 ทีวีถ่ายทอด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพรปีใหม่แก่ปวงชนชาวไทย ซึ่งเราน้อมนำรับใส่เศียรเกล้าฯ และอัญเชิญมามาถ่ายทอดให้ฟังบางส่วนนะ 
"... พระองค์ ทรงปรารถนาให้ทุกคน ได้รับความสุขปีใหม่ ด้วยการให้ 
......... ให้ความรักความเมตตากัน 
......... ให้น้ำใจไมตรีกัน 
......... ให้อภัยกัน 
......... ให้การสงเคราะห์ อนุเคราะห์กัน 
โดยต่างก็มุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน ด้วยความบริสุทธิ์จริงใจ 
............. ทุกฝ่าย มาร่วมมือกัน สร้างความสุขความเจริญให้กับตน และประเทศชาติ... นี่แล้วคือความสุขปีใหม่.... 
.......... เราถือว่าเป็นพรมงคลที่ประเสริฐที่สุดแล้ว เราจะยึดมั่นปฏิบัติดังพระราชดำรัสนี้เป็นพรชีวิตเนื่องในวันปี ใหม่นี้... และเราก็หวังว่าว่าสมควรที่เราคนไทยจะน้อมนำมายึดปฏิบัติมอบให้ ตนเอง ต่อกันทุกคน ทุกฝ่าย.. พวกเราก็จะได้รับความสุขความเจริญทั้งประเทศ
พรมิ่งมงคล
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-31 23:59:09
น้อมอัญเชิญพระราชดำรัส 
ธ ทรงตรัส เป็นพร วันปีใหม่ 
"ให้ความรัก เมตตากัน ปันทั่วไทย 
ให้อภัย ต่อกัน มั่นเกื้อกูล" 
...เรา จะน้อมยึดถือ ปฏบัติ 
...ให้มั่นชัด ต่อกัน หมั่นเกื้อหนุน 
...ความจริงใจ มั่นคง จงค้ำจุน 
...เป็นไออุ่น บุญล้น นะคนดี
สวัสดีปีใหม่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-01 00:26:14
สวัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์ 
ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี 
................... 
ตลอดปีจงมีสุขใจ ตลอดไปนับแต่บัดนี้ 
ให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์ สวัสดีวันปีใหม่เทอญ
ขอบพระคุณท่านอย่างยิ่ง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-01 08:23:13
ท่านสมกับเป็น “มหาปิยมิตรของเรา” จริง ๆ  
เรานี่พูดดี ๆ ให้ความรู้สึกขลังไม่ค่อยจะเป็นหรอกนะ 
 
เราขอให้ท่านมีความสุขตลอดปีและตลอดไป 
เป็น “มหาปิยมิตรของเรา” ตราบนานเท่านาน 
"คนดี"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-01 18:54:18
หนึ่งมกราคมสองห้าห้าสี่ 
ขอ “คนดี” จงสนุกสุขสันต์ 
รื่นเริงเบิกบานทุกคืนวัน 
ตราบนิรันดร์จงสุขสนุก...เทอญ.... 
 
 
ไปเที่ยวเมืองเลยมาหรือยังครับ 
อยากจะฟังเรื่องเล่ามากมาย.... 
ยังไม่ได้ไปเมืองเลย..เลยจ้า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-02 09:07:56
อรุณสวัสดิ์...ปีใหม่จ้า! 
เป็นอย่างไร หนาวไหม... 
ที่บ้านเรานะ น้าว หนาว ตอนเช้าก็มีหมอกแล้ว ตอนนี้แดดออกละ 
...เมื่อวานนี้ เราก็ตื่นได้แต่เช้านะ ถึงจะนอนดึกบ้าง แล้วก็ไปทำบุญปีใหม่ที่วัด ไม่ได้ไปใส่บาตรร่วมกับทางจังหวัดในเมืองหรอก เราเลือกไปวัดป่าไม่ไกลจากบ้านนัก วันนี้ก็มีพีน้องชาวพุธมาทำบุญเยอะ เราก็ได้กินข้าววัดด้วย เจริญอาหารมาก นึกถึง"ปิยมิตรมากล่ะ" ก็เลยหม่ำเผื่อเอาๆๆ ( เวลาพระท่านให้ศิลให้พรก็แผ่ภาวนามาให้ท่านด้วยว่าขอให้มีสุขภา พร่างกายแข็งแรงหายจากโรคภัย) 
...กลับจากวัด เพื่อนก็มาหา จึงเสวนากันอยู่บ้าน จนเย็นก็ไปสังสรรค์ที่บ้านเจ้านาย ด้วยความขี้เกียจแต่ต้องทำตามธรรมเนียม...กลับถึงบ้านเกือบสี่ทุ่ม ก็พิมพ์หาปิยมิตรอยู่ แต่เน็ตช้ามาก สัปหงกเป็นช่วงๆ ก็เลยสลบเลย ส่งมาไม่ถึง...แต่ว่าสุขภาพเราก็OKนะครับ กินยา ควบวิตะมินตามเวลา พอท้องอิ่มหนังตาก็จะปิดอยากนอนชนิดขืนไม่ไหว คือเราก็เป็นโรคหอบหืดน่ะ (จุ๊! จุ๊! ไม่อยากเผยเลย อย่าตกใจนะ โรคนี้รักษาไม่หาย แรกๆก็เป็นภุมฺแพ้ แล้วก็พัฒนามาเป็นหอบ มาเป็นหอบหืด แต่เราก็ระมัดระวังสุขภาพมากจ้า) 
...................ที่ยังไม่ได้ไปเมืองเลย เพราะเพื่อนสนิทยังไม่ว่าง จึงต้องรอ อาจจะไม่ทันช่วงปีใหม่ คงจะเลทไปซักระยะ.. แต่เราไปเมืองเลยเมื่อใดก็มีความเบิกบานใจทุกเมื่อแหละจ้า ยังมีไออุ่นของมิตรภาพและความหลังที่ฝังแน่นไม่มีวันคลาย เคยคิดเล่นๆอยากไปมีที่สักแปลงไว้เป็นที่พักผ่อน ให้มีภูมิทัศน์สงบร่มรื่นน้ำท่าอุดม เราจะขุดสระปลูกผัก ปลูกดอกไม้ให้เต็ม ทำเป็นบ้านรับรองด้วยให้ญาติมิตรคนชอบพอได้มาเที่ยวแวะเวียน แต่ตัวเองอยากอยู่แบบสบายสงบๆในเวลาส่วนใหญ่... แต่กำลังลำพังคงไม่ไหว ได้แต่นึกเล่นๆฝันไปให้ใจกระชุ่มกระชวย เอาเป็นว่าไปเที่ยวไปสัมผัสเอาตามโอกาศเหมาะ แล้วไปเมื่อใด จะเล่าให้ฟังอย่างลาเอียดเด๊อ... 
.........วันนี้ไม่มีโปรแกรมนะฮ้า! ก็ทำตัวเรื่อนเฉื่อย ก็อกๆแก็กๆอยู่บ้าน พอดีช่างมาซ่อมแซมบ้าน แต่มีภรรยาเขามาดูแลกับข้าวกับปลาให้ เป็นญาติๆกันเราไม่ต้องห่วง คือถ้าเพื่อนมาชวนไปไหนก็ไปได้...เพราะเวลาเราชวนเขาไปวัดเขาก็ไม่เคยปฏิเสธ พออีกซักครู่ใหญ่เราจะลงไปดูเขานะ
The best time.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-02 09:15:19
The best time in my life is having you beside me.
Because….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-02 10:07:32
 
You’re the only one who understand me. 
 
 
............Thank you for everything............ 
ช่วงปีใหม่...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-02 10:10:59
เราก็คิดว่าจะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่พี่น้อง....แต่ว่า...ก่อนปีใหม่... 
พ่อเราอายุ 86 ปี ล้ม พี่ชายพามาหาหมอในจังหวัดเรา 
นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราได้ดูแลพ่อหลายวันเช่นนี้ 
เพราะปกติท่านมาเยี่ยมเราก็แค่วันสองวันเท่านั้น 
เวลานี้ท่านเดินไม่ค่อยจะได้ยังบอกอยากกลับบ้าน 
เราต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการขอร้องให้ท่านอยู่ให้นานหน่ อย 
เสียดายที่แม่เราอายุ 85 ปี ไม่ได้มาด้วย (ไม่สะดวกเดินทาง)  
ท่านทั้งสองอายุขนาดนี้แล้ว แต่ก็ยังมีงอน ๆ กันอยู่นะ 
แต่ความรักความคิดถึงกันก็คงมีอยู่ตลอดเวลา... 
 
 
ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีของเราที่ได้ดูแลพ่อ.... 
และเป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่มีความสุข.....ที่หาได้ยากของเรา... 
มีดีอีกอย่างก็คือมีพระ (หลานชายเรา...บวชมาแต่ยังเด็ก) มาเยี่ยมพ่อเรา 
พวกเราก็เลยได้ถวายสังฆทานที่บ้าน แล้วเราก็ไปส่งท่านอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง 
แล้วท่านก็พาเราไปเที่ยววัดอีกวัดหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดที่ท่าน อยู่ 
พอดีวัดนั้นกำลังเฉลิมฉลองพระธาตุอยู่พอดี .....เรา ก็ได้ทำบุญ 
และมีพิธีสรงน้ำพระด้วยนะ ..... เราก็ได้ร่วมในพิธีนั้นด้วย 
หลังจากสรงน้ำพระแล้วท่านก็ให้พรญาติโยมทั้งหลาย...... 
เราก็ระลึกถึงท่านเช่นเคย....เราขอให้ท่านสุขสบายดี...ได้พบแต่สิ่งที่ดี... 
 
พระบอกว่าพิธีนี้มีเพื่อว่าพระองค์ใดที่ได้รับการสรงน้ำแล้ว...ปีนี้ห้ามสึก ! 
 
เรื่องที่เหลือคาด เกิดขึ้นเสมอ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-02 23:35:42
"ปิยมิตร" เวลานี้ เราอยู่ในห้องพักหมายเลข...ของชั้นสาม โรงแรมเลยพาเลส....................................... 
เรื่องก็มีว่า สักสิบเอ็ดโมงหลานๆเรามาแวะเยี่ยม(ปกติจะมาไหว้สวัสดีปีใหม่คุณ ปู่ คือคุณพ่อของเรา แต่สองปีใหม่มาแล้วไม่มีคุณปู่ให้ไหว้แต่เขาก็ยังมาแวะเยี่ยมเร าอยู่เสมอ) เขาทำงานอยู่ชลบุรีแล้วมาปีใหม่ที่บ้านหนองคาย เขาอยากไปเที่ยวเมืองเลยที่ภูเรือกันก็เลยมาชวน...เข้าทางเราเป๊ะ ไม่ปฏิเสธ...พากันพร้อมออกเดินทาง สักประมาณ14 นาฬิกา เราขับรถเองนะ ค่อยๆมา... 
ผ่านอำเภอนาวังก็แวะซื้อกล้วยหอมทองที่ขึ้นชื่อติดรถไว้ 
มาถึงวังสะพุงก็แวะหาเพื่อนหลาน เขานัดหมายกันจะไปค้างคืนที่ภูเรือ...เรากับหลานอีกสองคนจะขอเที่ยวอยู่พื้นราบนี่ล่ะ แยกเที่ยวกับกลุ่มวัยรุ่น...จึงมาพักที่โรงแรม กะว่าพรุ่งนี้จึงจะตระเวณตามที่จะนึกออก ก็ไม่ได้เตรียมตัวไว้และก็ไม่คิดว่าจะมาในช่วงนี้ แต่ตั้งใจว่าจะต้องออกไปใส่บาตรเช้าแล้วจะเข้าตลาดสด หาซ้อดอกไม้ไปจัดแจกันใหญ่ไหว้พระพุทธรูปที่ลานพระในค่ายศรีสอง รัก 
ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้หาโอกาสมาทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี2548 เป็นต้นมา และจะต้องซื้อขนมไปฝากหลานที่เป็นลูกทหารในค่าย เพราะรู้จักแม่เขา และฝากให้เขาช่วยดูแลเรื่องดอกไม้ธูปเทียนบูชา ไม่ให้เศร้าหมอง ถ้ารู้ว่าเรามาหรือโทรบอก ถ้าเขาอยู่ที่บ้านพักก็จะพากันหิ้วถังน้ำ ผ้าขี้ริ้ว และเสื่อมาเตรียมรอเรา และก็ช่วยกันล้างแจกัน จัดดอกไม้ใส่ ช่วยกันปัดกวาดเช็ดถู ซึ่งปกติก็จะมีพลทหารมาคอยทำความสะอาดอยู่แล้วล่ะ... แต่เพราะว่าคนที่เราเคารพนับถือท่านเป็นผู้ริเริ่มสร้างให้ทหาร ได้สักการะยึดเหนี่ยวในพระศาสนา ลุงเราก็เคยมาอยู่ค่ายนี้พ่อเราเคยมาหาเพื่อนอยู่บ่อยไป...เราก็เลยมีความผูกพันอยู่บ้าง... 
และก็เคยขอพรพระพุทธรูป ก็ทำให้ชุ่มชื่นเบิกบานใจยามมากราบไหว้ เมื่อมาเมืองเลยทีไรก็ต้องแวะเข้าไปสักการะกราบไหว้ ก็จะคลายความระลึกถึงบุคคลที่เคารพรัก ทั้งคุณลุง คุณพ่อ และ"ครูใหญ่"ของเรา ที่เคยพาพวกเรามาไหว้และพาชมภายในค่าย.......................... 
...แม้จะหลายปีผ่านมา คนที่เคยรู้จัก เคยเป็นผู้ที่ทำหน้าที่อยู่ ณ แห่งนี้ ลับโลก หรือลับหน้าที่ไปแล้ว...เราก็ยังได้อุ่นใจ ยังได้สัมผัสร่องรอย..ระลึกถึงพวกท่านเหล่านั้น.. ก็เป็นความสุขที่หาได้เองโดยไม่ยากเย็นนะ.......... 
......................................................................... 
พรุ่งนี้เราจะได้ตื่นเช้า ไปรอใส่บาตร...แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อ แล้วหลังจากนั้น เราจะต้องใช้การบันทึกลงไดอารีบ้างแล้ว ท่านปิยมิตรจะได้ไม่เบื่อ เพราะเราบรรยายมามากเหลือเกิน
"มงคลชีวิต"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-02 23:58:57
ปิยมิตร...เราอยากซักอยากถามละเอียดถึงบางเรื่อง แต่ว่าก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อน และเราเคยบอกว่าให้ท่านขยักเอาไว้ไม่ต้องเปิดเผยทุกสิ่ง... เพื่อความเหมาะสม ความยั่งยืนในมิตรภาพ................... เราจึงขอเพียงแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจให้ท่านได้ดูแลปรนนิบ ัติต่อ"พระอรหันต์"ของท่าน อย่างเต็มที่นะครับ ท่านอายุมาก...จงนึกถึงเราตอนเป็นเด็ก เราไม่รู้เรื่อง..เราซน..เราทำให้ท่านลำบากยิ่งนักกว่าเรา.. เพียงทำให้ท่านเท่านี้เปรียบพระคุณไม่ได้ จงอาบอิ่มใจ ดูแลท่านดีๆนะ ทำเผื่อเราด้วย.. ปิยมิตรอาจเหนื่อยบ้าง เพราะสุขภาพตัวเองก็เคยไม่ค่อยแข็งแรงดี จงได้รับยาวิเศษที่ขับออกมาจากผลบุญให้อิ่มใจให้มีพลังพิเศษเพื ่อดูแล"คุณพ่อ"ในเวลานี้.. จะเป็น"มงคลชีวิต" เป็นพรอันวิเศษ รับปีใหม่ด้วยจ้า 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-03 08:32:58
อรุณสวัสดิ์ ท่านปิยมิตรของเรา 
เมื่อคืนนอนสบายจ้า...ตีห้า เราก็รีบปลุกหลานๆ มีการกลั่นแกล้งดึงผ้าห่ม เปิดม่าน อื้อฮือ!หมอกจัดเลย ยังไม่สว่างด้วย ต้องรีบลากกันไม่ให้พิรี้พิไรกับที่นอนอันอบอุ่น รีบล้างหน้าขึ้นรถ ขับไปย่านตลาด ซื้อของใส่บาตร และก็ไม่ลืมกล้วยในรถด้วย มีพระคุณเจ้าผ่านมาเป็นถิวแถวแปดรูป... แล้วยังมีมาอีกไม่ขาด สอง สามรูป 
และมีฉายเดี่ยวมารูปเดียวด้วย... ก็ได้ทำบุญสมความตั้งใจ... ยังเหลือเวลาแวะสวนสุขภาพที่อยู่ติดโรงแรม ถ่ายรูปตรงสะพานแขวนกันใหญ่ เราก็ได้ดื่มด่ำกับสายน้ำด้วย ใสมาก มองตรงใกล้สะพาน เห็นปลาเล็กๆด้วย ริมฝั่งน้ำใกล้เชิงสะพานมีต้นสนสามใบเหมือนภูกระดึงอยู่ต้นหนึ่ งที่โต ให้ถ่ายรูปออกมา ไปอวดไดยังกะว่าไปภูเขามา 
และก็มีคณะทัวร์มาออกกำลังกาย ได้คุยกันทราบว่ามาเที่ยวกันกลับจากเชียงคานไม่มีที่นอน ต้องกลับมาพักโรงแรมนี้ แล้วค่อยจะไปเที่ยวกันต่อ........................ 
อ้อ! และที่ตลาดเช้า ข้าวของก็ไม่ค่อยเยอะ เราหาซื้อดอกไม้ยากอยู่ ไม่มีดอกบัวเลย... แต่ถ้าเป็นตลาดเย็นอีกแห่ง จะมีของกิน หรืออาหารเยอะแยะ ดอกไม้ก็ให้เลือกมากมาย...ก็คงจะรอไม่ได้ ต้องซื้อเอาดอกกุหลาบกับดอกคัตเตอร์ เราก็ซื้อติดรถไว้จะเอาไปจัดใส่แจกันเอง เวลาไปลานพระ ที่ค่าย 
นี่หลานก็พากันกินข้าว และคงถ่ายรูปกัน เราก็มาแวบส่งบันทึกหาท่านอยู่นี่คร้าบบบ มองผ่านระเบียงห้องหมอกยังไม่จางเลยนะ มีแดดอ่อนๆ แสนจะโรมานท์...ไม่เสียแรงที่มาเยือน กะว่าสักเก้าโมงครึ่งจะออกจากโรงแรม 
แล้วตอนเย็นถึงจะเล่าให้ฟังต่อนะครับ...................... 
.............เล่นกับคุณพ่อนะ...อย่าให่ท่านเหงาคิดถึงบ้าน
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-03 20:43:16
ขอบพระคุณท่านอย่างยิ่ง 
ที่ได้กรุณาป็นแรงใจที่แสนวิเศษ 
เราเองก็ไม่เคยสงบสุขและอิ่มเอมใจมากเท่านี้มาก่อน 
นับเป็นช่วงปีใหม่ที่มีคุณค่ามากที่สุดของเรา… 
 
เมื่อวานตอนเย็นเราพาท่านไปวัดใกล้บ้าน 
ที่วัดมีสนามหญ้าให้ท่านเดินทดสอบอาการบาดเจ็บ(หัวเข่า) 
เราก็เข้าไปใกล้หวังช่วยพยุง...ท่านก็บอกว่าเดินเองได้ 
แล้วก็ทำเป็นแข็งแรง...แสดงให้เห็นว่าอยากกลับบ้านมาก 
 
วันนี้เราก็ไปส่งท่าน...เป็นครั้งแรกที่เราเห็นพ่อกับแม่หอมแก้มกัน 
เพราะพวกเราลูก ๆ ลุ้นกันสนุกสนาน....อืม !!..เลิกงอนกันแล้ว... 
 
กลับมาถึงบ้านตอนเย็น...ก็รู้สึกเหมือนได้ไปท่องเที่ยวเมืองเลยกับท่านด้วย 
เราชอบคำว่า “หมอก” จังเลย...เพราะเราไม่ค่อยได้เจอ “หมอก” 
เราก็อยากดู “หมอก” ท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามบ้าง... 
 
“มหาปิยมิตรของเรา” เราเองก็ไม่รู้ว่าจะเล่าอะไรได้แค่ไหน... 
จึงจะเรียกว่า “เพื่อความเหมาะสม...ความยั่งยืนในมิตรภาพ” 
เวลานี้เราก็สงสัยว่าที่เราเล่ามานี้เหมาะสมหรือเปล่านะ 
แล้วถ้า.....ท่านเห็นว่าเราเล่าไม่เหมาะสม... 
ท่านก็คงจะไม่เป็นเพื่อนกับเราอีกต่อไปใช่มั๊ย 
 
..........แล้วท่านจะให้เราเล่าเรื่องอะไรได้บ้างครับท่านคร๊าบ.!!!....... 
ฟังเพลงลุ่มเจ้าพระยาดีกว่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-03 21:16:18
ราตรีสวัสดิ์ครับท่านครับ 
 
อย่าลืมฝันดีด้วยนะครับ 
 
คืนนี้เราคิดว่า...เราจะฝันไปเที่ยวเมืองเลยดีกว่า...
ท่านคงกำลังท่องเที่ยวอยู่แน่ ๆ เลย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-03 21:21:55
ไม่ต้องห่วงสุขภาพนะครับ...เที่ยวให้คุ้มค่าไปเลย... 
 
เราจะนอนเผื่อท่านเอง.... 
เราเป็นคนนอนเยอะอยู่แล้ว...
กลับมาถึงบ้าน โดยสวัสดิภาพแล้วครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-03 23:24:50
ปิยมิตร" เรากลับมาถึงบ้านก่อนทุ่มนึงแล้วครับ...ก็จัดการบ้านช่องนิดหน่อย มีข้าวของซื้อมาเยอะแยะด่วยจัดแบ่งให้พี่น้องหลานๆ....................... 
เรามาพิมพ์เล่าให้ท่านฟังตั้งมากมาย อ่านทวนดูแล้ว ยังกะบันทึกเป็นไดอารี ยาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเกินไป...........ก็เลยเซฟไว้ก่อน..........จะสรุปให้ฟังก่อนนะ 
.............วันนี้ได้ทำตามความตั้งใจ อย่างราบรื่นผ่องใส 
มีความปิติมาก......................แต่สารภาพนะครับ(ท่านอย่ารับไม่ด้ายยยยยย นา) คือมีความเศร้าใจที่คนที่เรารำลึกถึง โหยหาอาลัยนั้น อยู่ไกลแสน..ไกล.. บ้างก็ลับไปทั้งกายแลวิญญาณ บ้างก็ลับเพียงตาที่ไม่ได้พบพานมานานหลายปี............. ทำให้ดวงใจน้อยๆของเราต้องนึกเหงา หนาวเหน็บอยู่ในความคำนึงถึง(เวอร์น้อ) 
..........ให้ท่านฟังเพลงดีกว่าคืนนี้ดึกแล้ว....... 
เราน่ะเกิดวันจันทร์นะ ดอกไม้สิริมงคลคือมะลิกับกุหลาบขาว.. เราก็ทั้งรักทั้งชอบเป็นชีวิตจิตใจ ขอฝากมาให้ปิยมิตรนะ เจอที่ไหนก็ฝากมาให้เรานะ ถ้าชอบก็เอาไปไว้ใกล้หมอนเวลานอน...จะได้ฝันถึงเรา 5 5 5 5 5............ 
ราตรีสวัสดิ์.. ด้วยเพลง "ไกลตา ใกล้ใจ" ครับ พ้ม!!"
อรุณสวัสดิ์ครับผม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-04 08:56:10
เราขอให้ท่านมีความสุข.... 
สนุกกับงานตลอดปี 2554 นี้ 
เป็น "มหาปิยมิตรของเรา" ตลอดไป.
" ไกลตา ใกล้ใจ "
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-04 21:16:13
ขอให้ฝันดี... 
คิดถึงมากครับผม... 
นอนหลับปุ๋ยๆ...ฝันดีนะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-04 23:07:21
ตี่นเช้าขึ้นมา จงรับรู้ว่าเรามาฝากข้อความไว้ ว่า... 
... ที่เราบอกว่าปิยมิตรไม่จำเป็นต้องเล่าอะไรให้เราฟังทุกเรื่อง ก็พราะเป็นห่วงสถานะภาพของท่าน...แต่ถ้าไม่มีปัญหา ไม่มีใครมาเดือดร้อนใจในมิตรภาพของ"เรา" ก็สุดแต่ความประสงค์ของท่านว่าจะสามารถเล่าอะไรให้เราฟัง 
เราไม่มีปัญหา ที่ต้องระวังก็คือด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้เกิดความเดือดร้อนใจ หากท่านปิยมิตร "มีใคร" ที่เป็นคนสำคัญหรือคนในครอบครัว ก็"เกรงใจ" เราไม่อยากทำให้ใครต้องไม่สบายใจเพราะเรา...แต่ถ้าปิยมิตรมั่นใจ และมั่นคง ไม่มีปัญหาใด... เราก็ขอขอบคุณยิ่งนัก 
ขอบคุณในน้ำใจไมตรีและความห่วงใยที่มอบให้...จะจดจำสิ่งดีๆ มิตรภาพงดงามนี้ทุกวันคืน และอยากมีปิยมิตรไว้ตลอดไป จะดูแลห่วงใย"ความรู้สึกของท่าน อย่างสุดๆ จะมีแต่ความมั่นคง จริงใจให้ ครับผม!
PIYAMITH
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-05 09:23:15
You're in my thought. 
You're in my days and in my heart always.
"ปิยมิตร" สบายดีไหมครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-05 20:02:31
 
วันนี เราจะไม่นอนดึกครับ ต้องตื่นแต่เช้าไปดูแลงานช่วยกันกับคณะ............ก็เลยรีบมาเล่าเรื่องเมืองเลยให้ฟังอีก 
..........เราไปเที่ยวนี้ ก็ประทับใจกับความตื่นตัวของพี่น้องคนไทย ที่หันมาชื่นชมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และมุ่งหน้าเข้าหาวัดวา ได้ทำบุญบำรุงสืบสานพระศาสนา เห็นได้จากที่เราแวะตามวัดวารายทางก็เห็นชาวพุทธเราไม่ขาดสาย ไม่ได้ละเลย อย่างน้อยก็ได้บริจาคช่วยทางวัด  
ได้ถวายปัจจัยแด่พระสงฆ์องค์เจ้า............ 
..............อีกเรื่องที่ประทับใจคืออาหาร... เรางดเนื้อสัตย์อยู่ช่วงนี้ ก็ได้อร่อยกับเมนูเห็ด ทั้งผัดรวมเห็ดสามสี่ชนิด ทั้งราดหน้าชีทในโรงแรมน่ะ โปรโมทของจังหวัดเชียวล่ะ  
(แต่เราเคยชอบรสชาติหมกเห็ด ที่ร้านตรงถนนหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวร เจ้านี้ก็อร่อยมาก)... เราก็นึกได้ ที่ปิยมิตรเคยเล่าว่าท่านน่ะออกจะอ้วนเอาๆเพราะชอบของหวาน เราก็อยากให้ท่านได้ลองอร่อยกับเห็ดๆ กับผักๆบ้าง ไม่รู้ว่าจะว่ายังไง ก็ไม่เป็นไรนะ ถ้าอ้วนแล้วแคล่วคล่อง ไม่เหนื่อยง่าย และไม่อยากเป็นคุณตูมตาม ก็อ้วนโลดฮ้า!!! (หยอกหน่อยนะ อย่าโกรธนะครับ)................ 
.........แต่ถ้าท่านไม่ค่อยชอบ เราก็ทานเผื่อทุกอย่างแล้วล่ะ เราคนผอมอ้วนยากอยู่แล้ววว ไม่กลัวอ้วนด๊อกกก
ถ้าเหน็ดเหนื่อย..ก็พักผ่อนนะ ไม่ต้องกังว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-05 20:40:07
....................................................................... 
You gave me the strength to move on, my friend!
เวลานี้เราไม่สบายครับผม....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-05 20:53:51
วันนี้เจ้านายใจดีพาไปเลี้ยงอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร 
ไปกันหมดทุกคน ถือเป็นการเลี้ยงฉลองปีใหม่ ท่านว่าอย่างนั้น 
อาหารก็เผ็ด ๆ ครับ เราก็รับประทานหลายอย่าง...เวลานี้ก็เลยท้องเสีย 
เทียวเข้าห้องน้ำอยู่...เหนื่อยเพลียมากเลยครับ... 
 
ถ้าเราไม่ได้รับประทานของหวานเราจะไม่ค่อยมีความสุข 
เช้ามาก็มีน้ำผึ้ง กล้วย ขนม นม และน้ำผลไม้ซึ่งก็หวาน 
(แต่เราก็ไม่เคยลืมดื่มน้ำเปล่านะครับ...เราอยากเป็นคนไข้ที่ดี) 
 
เมื่อเราอ้วน.....เราก็เลยชอบคนอ้วนครับท่านครับ... 
ความห่วงใยของท่านนั้น...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-05 21:32:19
เราขอขอบพระคุณท่านยิ่งนัก 
เราเองก็ห่วงใยท่านมากเช่นกัน 
(คงไม่น้อยไปกว่าท่านห่วงใยเราหรอกนะครับ) 
 
ทุกข้อความของเรา....ก็คือชีวิตของเรา... 
เราคงไม่อธิบายอะไรอีก...เพราะละเอียดมากแล้ว 
 
เราไม่ชอบสุงสิงนินทาเฮฮาปาตี้กับใคร... 
พอ ๆ กับที่เราไม่ชอบความไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน 
 
ไม่มีใครไม่สบายใจเพราะมิตรภาพของเราหรอกนะครับ 
เพราะเราเองก็ไม่ชอบทำให้ใครไม่สบายใจ...ไม่ไว้วางใจ 
 
หากเรามีปัญหา อุปสรรคใด ๆ ในมิตรภาพ 
เราก็คงพูดไม่ได้ว่า.... “เป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของเรา”..... 
 
..........................อย่ากังวลไปเลยนะครับ........................ 
 
.....”จะดูแลห่วงใยความรู้สึกของท่านอย่างสุด ๆ จะมีแต่ความมั่นคงจริงใจให้ครับผม”....... 
 
.....................คืนนี้เรามาฟังเพลง “อ้วนเอาเท่าไร” ดีกว่าไหม..นะครับ............................... 
รับประทานอาหารกลางวันหรือยังครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-06 13:36:29
วันนี้มีรายการอาหารอะไรบ้างเอ๋ย... 
ท่านคงกำลังอยู่แน่ ๆ เลย....แต่ก็คงสนุกด้วย... 
 
เย็นนี้เราว่าจะไปหาซื้อข้าวโพดปิ้ง , หมกมันเทศ ,  
ข้าวจี่ , ปิ้งปลาแดดเดียว แล้วก็หมกเห็ด 
มารับประทานที่บ้านให้หายอยาก...จะทานเผื่อท่านด้วยนะครับ... 
เตรียมอ้วนได้เลยครับท่านครับ 
มีเหรอ?.. เมนูนี้ น่ะ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-06 22:07:55
..วันนี้เรากินข้าวไม่ค่อยอา-หร่อย...เป็นข้าวกล่อง เขาแจกน่ะ มีงานกีฬาต้านยาเสพติด ชื่อว่า"HAK GAME" 
รวม 8 หน่วยงาน มาร่วมกิจกรรมกัน เรานี่แหละอยากให้เขาพ่วงต้านยาเสพติดเข้าไว้ เพราะจะได้รณรงค์เรื่องยาเสพติดช่วยอาจารย์ของเราด้วย...ท่านอยู่ไกล๊..ไกล เรา 
นี่ก็ใกล้วันครู เราจึงอยากแสดงกตัญญูกตเวทีต่อท่านน่ะครับ ก็จึงมุ่งมั่นต่อเรื่องนี้ พยายามทุกวิถีทางตามกำลังน้อยนิดนี่แหละ เรื่อยๆมา... 
......หน้าที่วันนี้ เราขอบคุณเขา(ผู้มีส่วนร่วมคิด ทำกิจกรรม) ก็เลยต้องขยันหน่อย ทำทุกอย่างที่ขวางหน้าที่มีพื้นที่ให้ทำ...แม้ไม่เคยมาก่อน.. เช่น เป็นกรรมการหญ่ายตัดสินกีฬาเปตอง(แฮ่ะ แฮ่ะ) ... เสร็จแล้วก็วิ่งรอกไปตรงโน้นตรงนี้......พรุ่งนี้ก็จะมีพิธีเปิด-ปิด ตามฟอร์ม 
.............................ซึ่งวันนี้เมนู ก็ข้าวราดหมูผัดกะเพราไข่ดาว เราก็เขี่ยกินแต่ไข่... หาซื้อลูกชิ้นปิ้ง ซาละเปากินเสริมท้อง ก็ไม่ถูกลิ้นซัก-กะ-อย่าง..........วิตามินก็ลืมกินมาสองวันแล้ว หาซองยาไม่เจอ หมอเพิ่งให้มาไม่ถึงสองอาทิตย์เลย มันคงอยู่ที่ทำงาน...แต่วันนี้และพรุ่งนี้ก็ต้องอยู่สนามกีฬากลาง. ตั้งแต่เช้ายันเย็น... 
ก็ไม่มีเวลาไปสรรหาของชอบได้.. ก็อด นี่เดี๋ยวจะไปค้นของกินในตู้เย็น ขี้เกียจเข้าไปในเมือง......................... 
.......ยิ่ง"ปิยมิตร" ว่าจะไปหาซื้ออาหารดังว่า ก็ยิ่งแสบท้อง.........................ทานเผื่อสักอย่างก็พอนะครับ..ในมื้อเดียว อย่าทานทุกอย่างเลย มันจะ"โพด..โพ้ด" (มันจะมากเกินไป) 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"ฝากรักเอาไว้ในเพลง" โดย นันทิดา แก้ว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-06 22:17:59
......เราจะฟังเบาๆ ก่อนนอน.. หากนอนหลับแล้ว ค่อยฟังวันหลัง นี่เรากำลังฟัง จบสองเพลง จะไปหาอะไรหม่ำยามวิกาลซะแล้ว จะได้ น้ำหนักเพิ่มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 
......................................................................... 
 
l แล้วก็จะร้องเพลง "ในฝัน" ให้ตัวเอง กั๊บบบบบบบบบ 
..........หลับ ปุ๋ย ปุ๋ย ฝันดี คร้าบ!
อรุณสวัสดิ์จ้า…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-07 11:04:48
เราน่ะ...สอง-สามทุ่ม..เราก็ง่วงนอนแล้ว... 
ท่านส่งข้อความสี่-ห้าทุ่ม... 
เราไม่ได้อ่านหรอกจ้า...ดึก...โพด...โพ้ด... 
 
เวลานี้ท่านก็คงไปเชียร์กีฬาอยู่ละซิ....คนดื้อก็อย่างนี้แหละ... 
ไม่ค่อยจะหยุดพัก....แล้วก็ไม่ต้องมาบ่นนะฮะ...ไม่รับฟังหรอกฮ้า... 
ขอโทษครับท่านครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-07 14:10:36
ที่ข้าน้อยบอกว่าท่านเป็นคนดื้อ... 
ก็เพราะเราชินกับคำนี้มานาน... 
ก็เลยเผลอไปว่าคนอื่น.... 
ความจริงท่านเป็นคนขยันม้ากมากตะหาก.... 
 
.................ขอโทษอย่างแฮง................. 
เราคนเดินดิน.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-07 20:38:16
คืนนี้...ก็เลยฟังเพลง...”วิมานดิน”....ก่อนนอน 
ขอเชิญท่านรับฟังด้วยนะครับ...ราตรีสวัสดิ์....ขอให้หลับฝันดี.... 
แล้วแต่ช่วงเวลา...น่ะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-07 21:13:28
ช่วงนี้...เรามีงาน ได้ทำแต่เช้า ไปถึงค่ำ บางวันก็มีกินข้าวเย็นแบบฉลองกัน อย่างวันนี้ก็ฉลองการทำงานเหน็ดเหนื่อย เขามีร้องคาราโอเกะต่อ เราก็รีบขอตัวกลับมาบ้านอ้างว่าไม่ค่อยสบาย คือทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจใครรีบกลับมาพัก เดี๋ยวก็จะนอนแล้ว... 
แต่บางคืนที่ดึกเราก็คงนอนไม่หลับหากไม่ได้คุยด้วย แล้วก็ต้องฟังเพลง รอให้ง่วงเอง ก็จะหลับผล็อยตลอดคืน 
........................แต่เคยมีช่วงหนึ่ง ที่ชินกับการนอนแต่หัวค่ำ บางทีก่อนสองทุ่ม มาตื่นตีสี่.. สมาชิกในบ้านเขาไม่ได้เสวนาด้วย เหมือนเราปลีกอยู่โลกส่วนตัวเกินไป ทีนี้พอเราขาดร่มโพธิ์ร่มไทรไป พี่น้องเขาก็ห่วง ให้ลูกหลานมาอยู่ด้วย ก็ต้องปรับเวลาให้ทันวัยรุ่น ต้องคอยดูแลเขาด้วย มีเวลาให้เค้าตอนค่ำ เพราะตอนเช้าต่างคนต่างออกไปทำหน้าที่ของตัว คนละที่ละทาง...เราก็เลยใช้เวลากลางคืนคุยครับ... และถ้ามีเวลาปลอดโปร่ง ในที่ทำงาน หรือได้พัก เราก็รีบเข้ามาคุยกับปิยมิตร.................. 
เพราะว่าเดี๋ยวนี้จะเป็นกิจวัตรประจำของชีวิตแล้วล่ะ 
และ"ก็เป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด"ของเราด้วย  
เราก็ไม่ได้หวังอะไรมากมาย ได้มีมิตรแท้ที่ห่วงใยอาทรกันอย่างนี้ เราก็มีความอบอุ่น มีกำลังใจมากมาย........... 
และทำตัวตามสบาย ไม่ต้องเป็นกังวลกับเรา เราก็จะปล่อยวางให้เป็นธรรมชาติ ถ้ายังทำอะไรได้ เราก็ยอมเหนื่อย แต่สุขใจ ดีกว่าเกียจคร้านแล้วกลุ้มใจ นะฮ้า! 
............ก็อยากเป็นคนดีมีค่า ของ"ปิยมิตร" ตลอดไปนี่ครับ
มาแย่งเพลงกัน.. บังเอิญอย่างเหลือเชื่อ!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-07 21:32:17
เรานึกอยากมอบเพลงนี้ให้ท่านตั้งหลายครั้งแล้ว...กลัวท่านจะหาว่าเราแต๋วแหววโพ-โพ้ด พอเห็นมาชวนฟัง 
สุดซาบซึ้งเลย!...................................................... 
เราร้องได้อย่างไพเราะซะด้วย ฟังนะ พอร้องจบแล้ว จะขอตัวตัวสวดมนต์ ขอพรคุณพระมาคุ้มครองปิยมิตรของเรา.....................ราตรีสวัสดิ์ ครับผม 
วันนี้ ปิยมีตร ทำอะไรอยู่น้อ! ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-08 09:44:34
วันนี้ได้ตื่นสาย... ตั้งเจ็ดโมง อต่คนในบ้านยังไม่ตื่นสักคน เราก็รีบบหาอะไรรองท้องแล้วเดินไปรดน้ำต้นไม้ร้องเพลงให้เค้าฟั งซะหน่อย มีเจ้าหมาประจำบ้านคอยวิ่งซุกซนช่วยเป็นเพื่อน บรรยากาศแสนจะสุขสงบ.................ช่างเป็นวันหยุดที่ปลอดโปร่งไม่ต้องเร่งรีบอะไร ผ้าไม่ต้องซักยกเว้นส่วนที่ควรจะซักเองก็ซักเอง... นอกนั้นจ้างซักจ้า เพราะระบบประปาบ้านเรากำลังซ่อมบำรุง อีกนานกว่าจะแล้วเสร็จ เราต้องใช้น้ำโดยซื้อเป็นรถ ใส่ถังเก็บน้ำที่ทำไว้รองน้ำฝนที่พ่อเราให้ขุดลงใต้ดินทำเป็นอ่ างซีเมนต์ใช้ระบบป้มน้ำเอาใช้ไฟฟ้า หากจะซักผ้า สมาชิกก็สามสี่คน 
จึงจ้างซักดีกว่า หวงน้ำไว้อาบ และรถต้นไม้ก็ต้องใช้เยอะอยู่................ (เอ เล่าเรื่องส่วนตัวเกินไปไหมนี่) 
.......................................................................... 
เอาเรื่องสาระนะ!... เมื่อวานนี้ กิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดแปดสถาบันก็เสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่น สนุกสนานกับการเชียร์ กองเชียร์ลีดเดอร์เราชนะเลิศด้วย เพราะให้ผู้ฝึกสอนที่เคยเป็นลีดของม.รังสิต มาฝึกให้น้องๆ ก็เลยยอด! พวกเรากองหนุน ก็พลอยสนุก บางครั้งก็ต้องเต้นไปกับเขาอยู่ตรงส่วนของผู้ใหญ่(มะด้ายไปตรงท ี่เด็กเขาแสดงหรอก..อย่ามามองค้อนเราดิ).......................เวลาสนุก เราเป็นคนดื้อจริงๆนะ บางทีก็ทำตลกบ้าๆบอๆให้เพื่อนสนุกได้ยิ้มหัวเราะ อันนี้เราชอบแถมยังมักย่องด้วยล่ะ คือเห็นเขาชอบก็ยิ่งทำ ชอบแสดงออกง่ะ.. บางครั้ง หลังสนุกแล้วตัวเองก็เหนื่อย... แต่ก็รีบโด๊ปบำรุงตัวเองเพราะรู้วัยและสังขารของตัวดีคร้าบบบบบ บ เราจึงไม่ใช่ประเภทนอนอู้ และวไม่เคยนอนกลางวัน นอกจากเจ็บป่วยจริงๆ 
.......................... กำหนดการที่เราจะได้เกี่ยวข้องอีกคือ 18 มกรา นี้ ก็จะเป็นวันสนาปนาครบรอบ118 ปีของจังหวัด มีพิธีบวงสรวงสักการะ ที่ใหญ่โตเป็นประเพณี 
21-30 ก็เป็นกีฬา เวสสุวัณเกมส์ ซึ่งเป็นกีฬานักเรียน อปท. แห่งประเทศไทยครั้งที่ 28 รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ เราตังจุ้นอยู่แล้ว ก็จะอวนอัวให้เขา รณรงค์ต้านยาเสพติดด้วยแน่นอน......... 
.. 2-4 กุมภา ก็เป็นเทศกาลตรุษจีน เป็นถนนอาหารและทำทาน ชื่องาน"Happiness Chinese Newyear U D 
..5 กุมภา ก็"คอนเสิร์ตคนหัวใจสิงห์" เฮียป้อม-โต๊ะ ของเราไง้!!! มา ที่สนามกีฬากลาง 
..13-15 เมษา ก็ประเพณี และเทศกาล"ถนนสงกรานต์ จ้า!! นี่ล่ะงานหนักของเราที่จะต้องใช้วิธีการต่างๆช่วยรณรงค์ต่อต้าน ไม่ให้มีการดื่มแอลกอฮอล์มาก แต่การจำหน่ายนั้น... เราคงไปขอร้องหรือไม่มีกำลังไปบอกผู้ใหญ่ที่เขาดูแลได้ดอก ทั้งที่สังเกตมาแล้วหลายปี ที่เขาจัดมา... ขัดใจเรามาก ที่มีการจำหน่ายเบียร์อย่างโจ๋งครึ่ม รายใหญ่ ก็แข่งขันการตลาดกัน มาทำซุ้มต่างๆ 
ช่วยกิจกรรมแต่ก็หวังการจำหน่ายนั่นเอง ไม่ได้สนใจปัญหา... เราว่ามันไม่เหมาะสม ไม่สมควรที่จะให้มีเลยในประเพณีอันสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของชาต เช่นนี้...ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรกันอยู่............เราก็จะพยายามทำในส่วนที่เราจะทำได้ เท่านั้นล่ะ ดีกว่ามัวแต่โมโหคนที่เขาไม่คิดไม่ทำ ว่าไม้?........................................................... 
อ้าว! ตอนนี้เพื่อนมาบีบแตร หน้าบ้านแล้ว คงมาชวนไปไหนแน่ๆ...........ค่อยฟังเรา ตอนเย็นนะครับ
นี่เราก็เพิ่งจะซักผ้าเสร็จ…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-08 12:06:29
ไม่มีเงินจ้างซักหรอกฮ่ะ...แล้วก็ไม่เคยจ้างซักผ้านะฮะ... 
เสื้อผ้าเราก็ไม่มียี่ห้อด้วยฮ้า.....เกรงใจคนซักเหมือนกัน 
หลังจากนี้คิดว่าจะไปหาอะไรมารับประทานที่บ้าน 
ก่อนจะไปก็เปิดคอมฯ ดู....เผื่อว่ามีใครคิดถึงเรา 
และก็ไม่ผิดหวังเลยจ้า.... 
 
รู้แบบนี้แล้ว....เราก็จะไปเที่ยวงานที่ท่านว่ามานี้บ้าง 
เผื่อจะเจอคนที่ทำท่าทางตลก ๆ ให้คนอื่นดู 
จะได้เห็นซะทีว่าท่านหล่อขั้นเทพหรือเปล่าน้อ 
 
บางสิ่งบางอย่าง....ถ้าพูดไปแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ 
เราก็อย่าไปเหนื่อยพูดเลยเน้อ......เพราะอาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบตามมา... 
มิเป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างยิ่งครับท่านครับ.....เราเป็นห่วงท่านมากมายเลยครับ.... 
 
ดีจังเลยนะที่ท่านมีเพื่อนมารับไปเที่ยว... 
เราเองก็ตั้งใจว่าเสาร์อาทิตย์นี้จะไปเยี่ยมญาติพี่น้อง 
แต่ก็รู้สึกเหนื่อย ๆ ก็เลยไม่ไป พักผ่อนดีกว่า... 
ท่านไปเที่ยว...เราก็เหมือนได้ไปเที่ยวอยู่แล้วครับ...ขอให้สนุกมาก ๆ นะครับ. 
สุขสันต์วันเด็กกกกก.. คริ..คริ !
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-08 18:14:10
คำว่า คริ คริ เห็นว่าเด็กๆเค้าใช้กันมากในปัจจุบัน ถึงแม้จะเป็นคำแสลง ก็ไปห้ามเขาไม่ได้...โลกล้ำสมัยของเขาแล้วยุคนี้........เราก็ขอนำมาใช้กับปิยมิตรมั่ง จะได้ฟัง แบบ จ๊าบๆ คลายเครียดกัน 
เพื่อนเราเขาไม่ได้มารับไปเที่ยวร้อก! เขามาแวะเล่นกับเรา เพราะแฟนเขามาเล่นเจ๊ตสกี ให้เด็กๆได้ชมและนั่งซ้อนท้าย ที่หนองน้ำสาธารณะของจังหวัด เนื่องในวันเด็ก พวกเราก็ออกไปหาของอร่อยๆกินกัน ซื้อขนมไปฝากหลานๆ แล้วที่สุดก็พาหลานมาเที่ยวสวนสาธารณะมาปั่นจักรยานกัน ได้เหงื่อก็เลยแวะมาร้านเน็ต ที่อยู่ใกล้นี่ แวะมาโม้ซะหน่อย เพราะคืนนี้ จะตั้งใจทำงาน ค้นคว้าอะไรสักหน่อย(แต่คงมากอยู่น่ะ) จะไม่ได้มาพบท่าน เพราะต้องคอยกำชับหลานให้ช่วยพิมพ์ เราก็ต้องตรวจอ่านงานให้เพื่อนด้วย เราเป็นคนค่อนข้างละเอียด ใจเย็น ในการอ่าน เพื่อนก็เลยไว้ใจให้ช่วยงานแบบนี้ จึงจะมีเวลาวุ่นๆอยู่เป็นช่วง ซึ่งบางครั้งก็เป็นหน้าที่โดยตรง 
บางครั้งก็เป็นงานอาสา เขาขอมา ก็ช่วยกันไป 
................... ดังนั้น เราก็เลย.ทิวาหวาน.. สดชื่นกับเด็กวัยรุ่น ทั้งหลาย เล่นปั่นจักรยานกัน...เดี๋ยวจะไหปั่นอีกสามรอบ รอบสวนสาธารณะ นะครับ!
ราตรีนี้... คงไม่ค่อยสนุก ต้องขลุกกับงาน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-08 18:24:11
..ถ้า ปิยมิตร ไม่มีภาระ ก็ร้องเพลงให้ฟังบ้างนะ แล้วอย่าลืมดูแลสุขภาพ เล็บยาวไหม? ลองวัดรอบเอวดูซิ กี่นิ้วแล้วครับโดยรอบน่ะ... อากาศหนาวไหม รึฝนตก...ใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นด้วยนะ................................................. 
เราไม่รู้หรอกว่าท่านอยู่ส่วนไหนของประเทศ...แต่ท่านคงพอรู้แล้วว่าเราอยู่ส่วนไหน...ว้า! เสียเปรียบแย่ๆๆๆๆๆ 
แถมจะมาแอบดูเราอีก กลัวผิดหวังเด๊! อย่ามาดูเลย ไหนว่าไม่อยากรู้จักเราไง! 
............ ป๊ะ ไปปั่นจักรยานกันดีฝ่า....
ขอส่งใจไปช่วยท่านนะครับ.....คริ..คริ….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-08 20:50:57
ก่อนนี้ท่านก็บอกว่าไปปั่นจักรยานออกกำลังกาย 
เราก็เริ่มประหยัดเงินไว้เพื่อจะไปซื้อจักรยานมาปั่นบ้าง 
จะได้ทันสมัยเหมือนท่านไง...บางทีอาจต้องปั่นไปทำงาน 
รณรงค์ลดโลกร้อนซะเลยดีมั๊ย...ชิมิ...ชิมิ...(แปลว่าอะไรหว่า...) 
ก่อนนอนคืนนี้….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-08 21:03:09
ฟังเพลงเก่า ๆ กันดีกว่าไหม.... 
เวลานี้เราก็ฟังเพลง “เพื่อวันที่ดีของเรา” 
ด้วยระลึกถึงความรู้สึกครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ 
รู้สึกดีจริง ๆ เลยเน้อ.....ใครหนอแนะนำให้ฟัง... 
 
ดีจังเลยน้อ....ที่ท่านได้อยู่ท่ามกลางลูกหลาน 
แบบนี้ชีวิตของท่านก็คงอบอุ่นมาก...ไม่มีเหงาแล้ว 
มิน่าล่ะ...หลัง ๆ มานี้คำพูดคำจาท่านก็เปลี่ยนไป 
ทันสมัยวัยรุ่นแล้วก็ยังจ๊าบ ๆ อีกต่างหาก 
แสดงให้เห็นว่าท่านนั้นอารมณ์ดี.... 
ท่านมีความสุขสนุกแบบนี้....เราก็ดีใจสุด ๆ เลยฮ้า.... 
 
อย่าทำงานดึกมากนะครับ...เห็นใจหลานวัยรุ่นหน่อย…เขากำลังกินกำลังนอน... 
เราเองก็เป็นห่วงท่านเหมือนกันนะ...กลัวว่าตาจะอักเสบ...ตาแดง... 
เดี๋ยวจะแพร่เชื้อมาถึงเราด้วย...โอ้ย !...น่ากลัวจริง ๆ !! 
 
ก่อนนอนก็ดื่มนมอุ่น ๆ จะได้หลับสบาย....คืนนี้ขอให้หลับฝันดี... 
..............................ราตรีสวัสดิ์ครับผม.............................. 
 
"ปิยมิตร"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-09 09:19:25
เรากำลังรับประทานข้าวเกรียบปากหม้อ เจ้าประจำ เข้าไปซื้อในตลาดเทศบาลมา... เมื่อคืนนอนดึกมากอยู่.. 
แต่ให้หลานนอนก่อน ตัวเองก็อ่านงานเอกสาร ตรวจทานด้วย ง่วงก็ไปชงน้ำขิงดื่ม เราไม่ดื่มกาแฟ อากาศก็หนาวปกติ แต่ใส่เสื้อกันหนาว ถุงเท้าเรียบร้อยครับ และต้องอมบ๊วยด้วยนา แก้ง่วง สักตีสอง ไม่ไหวก็หลับครับ 
พอถึงเวลาตื่นก็รู้สึกตัวปกติ เพราะเราต้องเข้าห้องน้ำตามเวลา(ดี๊-ดี ไม่เคยท้องผูกครับ) 
............ หม่ำๆ...อุ๊ย! ข้าวเกรียบติดคอ ดืมนมอุ่นๆก่อนนะ เมื่อคืนไม่ได้ดื่ม.........อา-หย่อยจริงๆ มาทานด้วยกันนะ เอ้า!...อ้ำ!... 
ที่ในตลาด ไปได้ผัก มะรุมน่ะ ทั้งยอดและใบแก่ เราจะเอาไปให้น้าเราทำเป็นอาหารแปลรูป เป็นทั้งยาสมุนไพรและอาหารเสริมในรูปแคปซูล ซึ่งมีประโยชน์มาก เราอยากให้ท่านได้ลองรับประทานดูบ้างจังเลย...( เฮ้อ! เวลาเป็นห่วงก็อยากทำตัวเหมือนสายลับ เอาของที่จะฝากให้ไปฝากไว้เซเว่นฯ ดีไหม หรือตามจุดต่างๆ...คริ คริ.. ) 
............................................................................วันนี้ สงสัยว่า ต้องมีการงีบตอนกลางวันซะแล้ว เพี้ยง!ขออย่าเพิ่งมีใครมาหาในวันนี้เลย กะจะอยู่ทำงานและงีบสลับไปด้วย.................. เราอิ่มละ ไปแปรงฟันอาบน้ำนอนสักงีบก่อนนะคร้าบบบบบบบบบบบบบ
ช่วงเวลา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-09 09:30:13
ก็ปิยมิตร เป็นห่วงเรา เราจึงไม่อยากเคร่งเครียด เป็นการเป็นงานเกินไป... เบื้องหน้าเราก็ต้องวางบุคลิคให้เหมาะกับกาลเทศะ บทบาทหน้าที่....................... เวลาเรามีหน้าที่(และหัวใจ) ในความเป็นมิตร เราก็อยากตามสบาย 
ยืดหยุ่นให้เราเถอะนะ บอกแล้ว "อย่าว่าไม่อยู่กะร่องกะรอย"... เดี๋ยวก็จะยกสุภาษิตมาเทศน์ให้ฟังซะหรอก คริ คริ! บ๊าย!... ขอตัวก่อนนะ ครับพ้ม!
ตื่นนอนตอนกลางวันหรือยังครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-09 14:08:02
เราเองก็กำลังจะนอนอยู่พอดี... 
(นี่เราต่างก็คล้าย ๆ ลูกปูเดินตามแม่ปูหรือเปล่า..) 
เมื่อคืนเรานอนไม่ค่อยหลับเพราะหมาหลายตัวเห่าเสียงดัง 
เราน่ะอยากมีบ้านไม้หลังเล็ก ๆ มีสนามหญ้ากว้าง ๆ 
มีต้นไม้ล้อมรอบบริเวณ...เวลานอนคงจะหลับสบายมากเลย.... 
 
เราจะอยู่ส่วนไหนของประเทศก็ช่างเราเถอะนะครับ... 
เพราะแม้แต่ท่านเองเราก็ “ไม่แน่ใจ” ว่าจริงๆ แล้ว ท่านอยู่ที่ไหน 
เราก็ยังคงงุนงงสงสัยอยู่เช่นเดิม... 
(หากท่านไม่ใช่คนที่เรารู้จัก...แล้ว...เรา-ท่าน...จะทำให้คนที่เรารู้จักเดือดร้อนหรือเปล่าครับ) 
แล้ว “มหาปิยมิตรของเรา” นี้มีกี่คนกันแน่นะ 
เป็นใครบ้างล่ะ....เรายังไม่กระจ่างใจเลยครับ.......................................”แก้วที่มันร้าว”... 
อรุณสวัสดิ์......
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-10 09:42:09
ข้อความเมื่อวาน....ตอนพิมพ์เราก็รู้สึกสนุกนะ.... 
หลังจากนั้นอ่านดูอีกทีเรากลับไม่สนุกเลย.. 
เกรงว่าคนอ่านไม่สนุกด้วยเหมือนกัน...คงจะเครียดอีกต่างหาก... 
 
ก็จริงนะบางสิ่งบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผย… 
แต่สิ่งที่อยู่ในใจเราก็คือ กลัวว่าจะ “ ทำให้บุคคลที่เราเคารพนับถือเดือดร้อน “ เท่านั้น 
หากท่านเห็นว่า.... เรา-ท่าน... “ ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ”....เรา....” ขอโทษครับ ”....... 
ราตรีสวัสดิ์ครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-10 20:49:50
...“ขอโทษ”.....บี้ The star….. 
"ปิยมิตร"ของเราคร้าบ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-10 21:38:12
เราเปลี่ยนแปลงจนทำให้ท่านหวั่นไหวไม่มั่นใจหรือครับ 
..............................................................................แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่ย่อท้อง่ายๆ เพราะเราได้รับบทเรียนที่แสนจะมีค่า ให้จดจำ ว่าจะพูดจะทำอะไรต้องใจเย็น ต้องอดทน ในยามที่เกิดปัญหา หรือเกิดปมอะไรในใจ ถ้าเราอยู่ใกล้ หรืออยู่ในสภาพปกติ(เปิดเผยได้) เราจะต้องหันหน้าพูดคุยกัน ไถ่ถามให้รู้เรื่อง เราเป็นลูกทหาร พ่อสอนให้กล้า นิสัยเราเนื้อแท้ก็ใจนักเลงนะในข้อที่ชอบพูดจริงทำจริง... นี่ ที่เราต้องใช้วิธีสื่อสารอย่างที่เราปฏิบัติอยู่นี้ "ใช่ว่าเราจะไม่ขมขื่น" แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี ไม่ได้อยากเลิก ไม่อยากให้เราจบสิ้น "ถึงจะใช่หรือไม่ใช่คนที่เรารู้จักก็ตาม" ในความประสงค์ของเรา "ปิยมิตร" ก็คือ"มิตรแท้ยามนี้" เราไว้ใจ และซาบซึ้งในความห่วงใยเอื้ออาทร และรู้สึกขอบคุณ รู้สึกมีกำลังใจอยู่ทุกวันๆๆๆ...........................นับแต่วันที่เรากลับมา เราก็ตั้งใจไว้แล้วว่า "ท่านจะเป็นใครก็ช่าง ไม่อยากเปิดเผยอะไรก็ไม่สำคัญ" เพียงแต่ความเป็นห่วง ความเอาใจใส่ เราก็เห็นว่าเป็นสิ่งมีค่ามหาศาล คนที่อยู่แวดล้อม คนที่เรารู้จัก ทั้งมิตรสนิท ญาติพี่น้อง บางครั้งเรายังไม่เคยคุยไม่เคยเล่าอะไรเช่นนี้................................................ 
........................ท่านลองคิดดูนะ ความรู้สึกแบบที่ท่านกำลังเป็นอยู่ ณ เวลานี้... อาจจะคล้ายกัยตอนที่เราคิดสับสน ไม่แน่ใจ สงสัยว่ามีใครกี่คนแน่ที่มาคุยกับเรา (อย่างที่เราเคยบอก เมื่อ 2010-10-03 19:35:45 และ2010-10-03 19:57:38 )................. ท่านก็ไม่ชอบและบอกว่าจะไม่อธิบายใดๆ 
.............................................................................แต่เราอธิบายได้ แต่ท่านต้องสัญญว่าจะเปิดใจกว้างยอมรับฟังโดยสงบ ตรึกตรอง อภัย เห็นใจ เข้าใจ เรานะ 
....คือ.. แรกเริ่ม ที่เราเข้ามาเนื้อที่ตรงนี้เราก็ค้นหาความรู้เกี่ยวกับเมืองเลย ตามที่อยากรู้อยากเห็นธรรมดา แต่เรามาเจอภาพ เจอเรื่องที่ทำให้คิดถึงใครคนหนึ่งที่เรารู้จัก และศรัทธานิยมชมชอบ เราก็ติดตามข่าวคราวที่เกี่ยวข้องมาเสมอ แล้วเราก็มาสดุดใจกับข้อความที่2010-06-07 12:38:49 ที่มีข้อความเหมือนที่เราคุ้นๆ กับคนที่เรารู้จัก 
และช่วงนั้น เราทั้งสองคนก็สื่อสารกันไม่สะดวก(ตัวเราน่ะสะดวก แต่เขาไม่สะดวก) เราก็อยู่ไกลกันมากแล้วก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันนะ เป็นลักษณะว่าเราแอบปลื้มเขามากมาย แอบศรัทธาชื่นชอบน่ะ มากที่สุดด้วยล่ะ...ก็เลยคิดจินตนาการเข้าข้างตัวเองอยากให้เป็นเขา เพียงแต่คิดเล่นๆให้ใจมันมีสุขน่ะ แบบองุ่นเปรี้ยวมะนาวหวานไงล่ะ 
........... แต่ไปๆมาๆ ก็รู้ว่าไม่ใช่ เพราะการบอกเล่ามา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คิกว่า"ไม่ใช่" ......................... 
ทำให้เราสับสน มึนงง มากมาย แต่เราก็ไม่กระจ่าง จนบัดนี้!... ปิยมิตรเป็นฝ่ายกลับมาบอกเรา...................... 
เราก็ขอถามท่านล่ะนะ ตั้งแต่เมื่อ 2010-05-14 08:32:08 
เป็นต้นมา... ก็ยังเป็นท่านตลอดมาใช่ไหม ที่คุยกับเรา มีตรงไหนบ้าง วันไหน ที่ไม่ใช่"ปิยมิตรของเรา" มีไหมล่ะ 
ถ้าหากว่าเป็น "ปิยมิตร"ตลอดมา... ก็จงอย่าหวั่นไหว จงมั่นใจว่า"เรามีเรา...... ดังนั้น เราจงมาต่อเทียนให้กัน เวลาคนใดคนหนึ่งจะแผ่วลง.....เราอย่าเป็นว่าคอยจุดให้คนอื่นมากมาย แต่ตัวเรา เราต้องดูแลหัวใจเราด้วย 
................ ท่านว่างหรือ ช่วงนี้ ถึงได้มีเวลานอนกลางวัน แต่เราก็ดีใจนะ ที่ท่านได้พักผ่อน แต่อย่าได้คิดกังวลจนพลอยไม่สบายใจหรือกังวล...เดี๋ยวเราจะพลอยน้อยใจนะ ว่าที่ผ่านมา ที่ท่านเคยห่วงเคยอาทรเรานั้น เป็นเพราะว่าเราเป็นคนที่ท่านเคยรู้จักหรือ?................. เราขอถามคืนบ้างนะครับ เพราะอะไรท่านจึงได้เข้ามาพื้นที่ตรงนี้ และคิดว่าเราเป็นใคร เป็นหญิงหรือชายฮะ! 
............... ทำใจลำบากไหมเล่า! ถ้าเราบอกตรงว่าเราไม่ใช่ป้อชาย.......... "เรา คือ เรา" เสมอมา.....ตรับผม!
น่ากลัวจังคำว่า"แก้วที่มันร้าว"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-10 21:52:26
เราเปิดเผยที่สุดแล้ว เพื่อแสดงความจริงใจ บริสุทธิ์ใจให้ท่านตัดสินใจ จะคบต่อไป จะรับความจริงได้ไหม ถ้าเราไม่ใช่คนที่ท่านหวัง ถ้าหากฝืนใจแล้วละก็อย่าทนเลยนะ 
เพราะจะทรมานความรู้สึกเปล่าๆ......................แต่เราขอยยืนยันอีกครั้งว่า"ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร...มาถึงตอนนี้แล้ว เรามีความพอใจ มีความสุขที่ได้มี"ใครคนหนึ่ง" มาเอาใจใส่เรา มาทำให้ช่วงชีวิตของเรามีค่า มีความอบอุ่ย 
มีความหวัง รู้สึกผูกพันแล้วว่าแต่ละวันๆ ชีวิตมีความหมาย ให้ใครคนหนึ่งคอยส่งความอาทร ส่งความปรารถนาดีมาให้ตลอด...เราก็เช่นกัน มีความอาทรปราถนาดีต่อท่านอย่างจริงใจ ไม่แพ้กันเลย..........เท่านี้พอไหม? มั่นใจ มั่นคง...จะหวั่นไหวอีกไหม? ครับผม!
ใครหนอ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-10 21:58:32
ใครหนอ.. รักเราเท่าชีวี 
ใครหนอ..ปรานีไม่มีเสื่อมคลาย 
........................................ 
ใครหนอ? เคยมอบคาถาอันศักดิ์สิทธิ์หลวงปู่มั่น 
ใครหนอ? เคยบอกว่าชอบเพลงที่เรานำเสนอ... 
...........เป็นห่วงจริง กลัวจริง ว่าเขาจะทิ้งกันไป.........
อรุณสวัสดิ์ครับผม....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-11 09:55:29
เราขอโทษ....ที่ได้ทำให้ท่านไม่สบายใจ... 
 
เราจะไม่กังวลใจ...เกี่ยวกับเรื่องของเรา...อีกแล้ว 
“ เรามีเรา “ ก็เพียงพอแล้ว เน๊าะ ! 
 
ความจริงเราก็ผู้ชายนะยะ......เราก็เลยชอบผู้ฉิง..ฮ้า ! 
“ มหาปิยมิตรของเรา “
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-11 19:15:32
ท่านทำงานให้เพื่อนของท่านเสร็จหรือยังครับ 
เราขอโทษท่านด้วยนะ....ที่เราทำให้ท่านเสียเวลา 
 
ท่านคงต้องใช้เวลาไม่น้อย.... 
ที่ต้องมาทำให้เราเข้าใจมากขึ้น 
ถึงแม้นจะไม่กระจ่างใจนัก.... 
เราก็จะไม่ดื้อดึงเอาคำตอบอะไรอีกแล้ว 
 
ขอเพียงเรา “ ดูแลห่วงใยความรู้สึกของกันและกัน ” ให้ดี 
ก็ถือว่าเป็นรางวัลชีวิตที่ “ วิเศษที่สุด ” แล้วนะครับ 
 
.........................ขอบพระคุณ........................ 
“คนดี”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-11 19:24:03
“โปรดช่วยกันดูแลคนดี”.... 
 
เป็นเพลงแรกที่เราเสนอให้ท่านฟัง 
จากนั้นท่านก็ได้ขอเนื้อร้องมา…. 
 
....ใช่แล้ว...เราอยากดูแลคนดี.... 
อยู่ที่.. จะเลือกเอา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-11 19:37:23
"สุขหรือทุกข์ อยู่ที่ใจ มิใช่หรือ 
ถ้าเราถือ ก็เป็นทุกข์ ไม่สุขสันต์ 
หากปล่อยวาง ก็ว่างทุกข์ สุขนิรันคร์ 
เพราะฉะนั้น จงเลือกทาง ว่างทุกข์เอย"
"เล่าสู่กันฟัง"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-11 19:45:04
............................................................................เธอลำบากอะไรไหม  
เธกผอมไปหรือเปล่า.......... 
วันนี้ เราอยากฟังเพลงนี้อีก! อยากฟังอย่างยิ่ง ฮ้า!
เวลานี้….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-11 21:13:36
เรามีความสุข..... 
ลืมความทุกข์ไปหมดแล้วจ้า... 
 
เรามาฟัง “เล่าสู่กันฟัง” พร้อมกันนะครับ 
 
ใช่แล้วครับ...เราลำบาก....เพราะเรากำลังลดหุ่นอยู่... 
.......(เรากำลังคิดถึงบัวลอยหลากสีที่เราชอบ).....
มิตรแท้ครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-11 21:29:23
บ้านเราอากาศหนาวเย็นทั้งวัน… 
ไม่มีแดดเลย....เรากำลังจะนอนแล้ว... 
เพื่อนแท้ก็จงให้ความอบอุ่นร่างกาย... 
ถนอมสายตา...พักผ่อนให้มากด้วยนะครับ 
 
....ราตรีสวัสดิ์....คิดถึงมากมาย....ขอให้หลับฝันดี.... 
อรุณสวัสดิ์ครับผม....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-12 09:37:35
เช้าวันนี้อากาศหนาวเย็นเช่นเดิม... 
เมื่อคืนนี้ท่านหลับสบายดีใหมครับ... 
วันนี้เราขอให้ท่านสนุกกับงานตลอดทั้งวันนะครับ… 
“เล่าสู่กันฟัง”…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-12 16:02:43
เราเองก็ไม่อยากเล่าซ้ำอีก...เพราะถ้าท่านเป็นคนที่เรารู้จัก... 
และอ่านข้อความแต่แรกอีกสักรอบ....ท่านก็คงจะพอเข้าใจ... 
แต่เมื่อท่านอยากให้เราเล่า.....เราเล่าอีกครั้งก็ได้ครับ.... 
 
ช่วงนั้น...เกิดเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบ...จิตใจของเราก็พลอยไม่สงบไปด้วย... 
ความรู้สึกมากมายหลายอย่าง....ห่วงกังวลในผู้คนมากมาย....ใจหดหู่...... 
คนรอบข้างก็ดูเหมือนจะคล้าย ๆ กับเรา....แต่พวกเราก็ไม่มีคำพูดใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้.... 
ใช่.! เราไม่อยู่ในฐานะที่จะพูด....แต่ว่าเราก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากคนโดยทั่วไป… 
 
วันหนึ่ง....เราก็อยากรู้ว่า “ใครคนหนึ่ง” ที่เรานับถือศรัทธา... 
ท่านกำลังทำอะไร...อยู่ที่ไหน...ในสถานการณ์เช่นนั้น... 
ทั้ง ๆ ที่...เราก็ได้รู้จักท่านเพียงระยะเวลาอันสั้นมาก.....ตามหน้าที่.... 
พวกเราได้รับการแนะนำให้เรียกท่านว่าอาจารย์....(ผ่านมาแล้วหลายปี...) 
ลูกศิษย์มากมายจำท่านได้....แต่ท่านคงไม่สามารถจดจำได้ทุกคนรวมถึงเราด้วย 
เราก็เลยพิมพ์ชื่อค้นหา....แล้วก็ทราบว่าท่านทำงานอยู่ จชต. 
เราเห็นมีที่ให้แสดงความคิดเห็นด้วย...เราก็ทดสอบดูก่อนว่าจะส่งได้ไหม... 
เพราะเราเองก็ไม่เคยส่งข้อความอะไรแบบนี้หรอก....ข้อความแรกก็เลยสั้น 
หลังจากนั้นเราก็ส่งข้อความต่อ ๆ มา....พอเห็นมีคนสนใจตอบกลับมาบ้าง 
ตอนนั้นเราก็ตื่นเต้น....ออกจะเห่อมาก ๆ ....ก็เลยต้องเปิดดูบ่อยครั้ง... 
นานพอสมควร...เราก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นท่าน...เราก็เป็นห่วงท่าน 
เราก็อยากจะหยุดหลายครั้งหลายหน....แต่เมื่อท่านมั่นคงสุขุม 
ดูเหมือนท่านจะไม่กลัว...แล้วเราจะกลัวอะไร.... 
เมื่อรู้สึกว่าท่านเป็นคนที่เรารู้จัก....เราก็รู้สึกไว้วางใจ... 
บางครั้งก็เลยมีอาการงอแงง้องแง้งให้ท่านต้องรำคาญ.... 
เผลอทำตัว...เสมือนท่านเป็นญาติผู้ใหญ่ของเราคนหนึ่ง... 
.............เราขออภัยท่านอย่างยิ่ง...ณ...ที่นี้........... 
 
บางครั้งรู้สึกว่าท่านคือคนที่เรารู้จัก....แต่บางครั้งก็ดูเหมือนจะไม่ใช่.....เป็นอยู่เช่นนี้…. 
แต่ถึงท่านจะเป็นใคร...จะใช่คนที่เราเคารพนับถือ...หรือเป็นคนที่เราไม่รู้จักมาก่อนก็ตาม 
เราก็ขอขอบพระคุณท่านอย่างยิ่ง.....ที่ทำให้เรามีช่วงชีวิตที่ดีที่สุด.... 
มีที่ยึดเหนี่ยวทางใจ....และหลายสิ่งหลายอย่าง....ทำให้ชีวิตของเราเหมือนมีครู 
ที่คอยดูแลเอาใจใส่..ประคับประคองให้ก้าวเดินไป...ด้วยจิตใจที่ดีกว่าเดิมมาก ๆ 
 
.........เราจะทำใจให้ว่างเปล่า...ในเรื่องว่าเราเป็นใคร...และท่านเป็นใคร.... 
.........จะเก็บเกี่ยวความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้แก่กันก็เพียงพอ....เพราะ........ 
 
............................พวกเราคือ...มิตรแท้ !!!........................... 
 
............ไม่ต้องกลัวว่าจะทิ้งกันไปไหนหรอกนะครับ.......... 
ราตรีสวัสดิ์ครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-12 20:26:21
ขอให้ท่านจงหลับฝันดี... 
....” หนึ่งในร้อย ”....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-13 20:24:09
...พราว แพรว อันดวงแก้วแวว-วาว 
สด สี งาม หลายหลากมากนาม นิยม 
นิล-กาฬ มุกดา บุษรา คัมคม  
น่า ชม ว่างาม เหมาะสม ดี 
 
เพชร..น้ำหนึ่ง งามซึ้ง จึงเป็น ยอดมณี 
ผ่อง แผ้วสดสี..เพชรดี มีหนึ่งในร้อยดวง 
ความ ดี คนเรานี่ ดีใด  
ดี น้ำ ใจที่ให้แก่คน ทั้งปวง 
 
อภัย รู้แต่ให้ไปไม่หวง 
เจ็บ ทรวง หน่วงใจให้รู้ ทัน 
รู้ กลืน กล้ำ เลิศล้ำ ความเป็น ยอดคน 
ชื่น ชอบตอบ ผล ร้อยคน มีหนึ่งเท่านั้นเอย 
 
รู้ กลืนกล้ำ เลิศล้ำ ความเป็น ยอดคน 
ชื่น ชอบตอบผล ร้อยคน มีหนึ่ง เท่านั้นเอง 
“ ล้านคน มีหนึ่ง เท่านั้นเอง ”….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-13 21:17:07
”มหาปิยมิตรของเรา” ท่านสบายดีหรือเปล่าครับ 
หรือว่าท่านได้...” ถอดใจไปแล้ว ”…………. 
 
ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเราหรอกนะครับ… 
ก็บอกแล้วไงว่า....เราทำใจให้ว่างเปล่าเอาไว้แล้ว 
 
เรายอมรับการตัดสินใจของท่านได้ทุกอย่าง 
ใช่ว่า...เราจะลืมข้อความทั้งหลายที่เกิดจาก “ความจริงใจ” ของพวกเรา 
แต่เป็นเพราะเรา “ เข้าใจเป็นอย่างดี ” และรู้ซึ้งถึงความ ...“ขมขื่น” ….. 
 
ทางสายนี้...แม้จะสวยงามสักเพียงใด.... 
แต่ก็... ” สายฝน...ลมแรง” ...เหลือเกิน... 
แล้วเราจะทนกับความ “ หนาวเหน็บ “ ไปได้แค่ไหน 
 
ปล่อยให้ “ ธรรมชาติโหด “ โหมกระหน่ำให้พอใจ 
 
พวกเราควร... “ หลบเข้าร่มเงา “.... เพื่อพักผ่อน... 
...................จะดีกว่าไหม...นะครับ.................... 
 
.........ด้วยความปรารถนาดีและห่วงใยสุด ๆ ฮ้า (อารมณ์ดีอยู่นะฮ่ะ)....... 
 
.................” คนดีของเรา” ราตรีสวัสดิ์ครับผม................... 
ไชโย! งานเสร็จแล้ว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-13 21:29:12
" ปิยมิตร" คร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบ 
เราปลีกตัวรีบทำงานให้เสร็จมะได้จับโน้ตบุ๊ค หรือเฉียดใกล้คอมฯเลย...จนอ่านแก้ไขงานเสร็จ แล้วก็รีบมาที่นัดพบของเรา(ก้อ...เพื่อนแท้รออยู่ทั้งคน ครายจะชิ่งไปด้าย 
......แล้วก็มาได้ยินเพลงหนึ่งในร้อย โห! เพลงรอสายที่เราเอาเข้าโทรศัพย์ของเรานะเนี่ย ช่างบังเอิญจริง เราใช้มาหลายปีแล้วคู่กับเพลงเมืองดาหลา เพราะเรารำลึกถึงเตือนใจสำหรับอาจารย์ของเรา ท่านร้องได้ไหมครับ... ถ้าร้องได้เราขอคำนับคารวะศิษย์พี่ฮะ 
..............คิดทึ้ง...คิดถึง!!! อย่าคิดมาก นะครับ
เราจะเลิกพูดมากแล้วล่ะ!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-13 21:36:12
..........."เราไม่หวั่น ไม่เปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว! แต่ถ้าจะลดความขี้โม้ลง ก็จะลดสักระยะ ...........ใครยัง"มั่นคง"ก็อย่าหายไปเกินสามวัน OK นะฮะ. 
หลับฝันดี...คุณพระคุ้มครองเทอญ
เราไปจำมา..ซึ้ง..ซึ้ง ฮ่ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-13 22:03:48
"คนที่ศรัทธาในความรัก 
จะสุขใจและภาคภูมิใจที่ได้ให้ความรัก 
และไม่สงสัยหรือตะขิดตะขวงใจ 
กับสิ่งใดก็ตามที่ได้รับกลับมา" 
..................ปิยมิตร ซึ้งปะ?
นอนยัง?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-13 22:05:15
เราจะนอนแล้วนะครับ
อรุณสวัสดิ์ครับผม....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-14 10:31:49
เมื่อคืนพอส่งข้อความแล้วเราก็นอนทันที 
ไม่อยากจะรอคนนอนดึกหรอกจ้า 
 
คนอะไรก็ไม่รู้....ดื้อรั้นซะ....นี่ตั้งใจว่าเลยนะครับ 
แล้วทีนี้....ต่อไปเราจะเป็นอย่างไรล่ะ.... 
พอมีความเครียด...เราก็คงเผลอส่งข้อความไม่น่าอ่านอีก 
แล้วก็มาขอโทษกันอยู่อย่างนี้...เหมือนเด็ก ๆ จริง ๆ เลยน้อ... 
 
แต่ก็ช่างเถอะ...ชีวิตจะได้มีรสชาติไปอีกแบบ... 
เป็นการฝึกวิทยายุทธให้จิตใจแข็งแกร่ง... 
ยอมรับสิ่งต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น... 
 
ทำไงได้... ก็ท่านเป็น “มหาปิยมิตร” ท่านว่าอย่างไร.... 
“ปิยมิตร” เล็ก ๆ อย่างเราก็คงต้องตามท่านไป... 
 
.............นี่เราควรจะสงสารตัวเอง....หรือว่าจะเห็นใจท่านดีครับ...ท่านครับ........... 
 
....ข้าน้อยต้องขออนุญาตรับประทานบัวลอยหลากสี....เพิ่มความสุขให้ตัวเองก่อนนะครับ...... 
จ๊ะเอ๋! พักเที่ยง ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-14 12:31:01
เราไม่เอานิมิทเวลาแน่นอนหรอกนะ คิดถึงปิยมิตรเมื่อไหร่ 
เวลาสะดวกเราก็จะมาคุยด้วย นะครับ 
ก็เราคนดื้อนี่นา 
แล้วเราก็สัญญาเลยนะ กลับมาคราวนี้! เรามีความหนักแน่นขึ้นมาก "อะไรที่ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่" สิ่งที่แน่นอน คือเรามี"ปิยมิตร"... ดังนั้น!ในความเป็นเพื่อนแท้ ต้องจริงใจ 
ห่วงใยและก็ให้อภัยกันเสมอ... 
.....................รับประทานได้ตามปกติ ของหวานน่ะ แต่ก็อย่าไปทานตอนเย็นใกล้จะเข้านอน...แล้วต้องหมั่นออกกำลังกาย...อย่าขี้เกียจ เพราะสุขภาพของเรา แม้คนที่รักเรากว่าชีวิตของเขาเอง เขาก็จะมาแบ่งปันความเจ็บป่วยของเราไม่ได้ ดังนั้นเราต้องช่วยและดูแลตัวเอง........... 
...โดยเฉพาะ ถ้าเรารู้ว่ามีคนห่วงใย และใส่ใจเราด้วยความปรารถนาดี อย่างไม่มีเงื่อนไข...เราก็น่าจะเห็นแก่น้ำใจเขาด้วย...ว่ามั้ย?
ขอบพระคุณครับท่านครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-14 20:58:01
ข้าน้อย...กำลังซาบซึ้งในน้ำใจไมตรีอันยิ่งใหญ่…. 
ใครกันหนอ....ให้ได้ถึงเพียงนี้... 
ตื้นตันใจ...คิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี.... 
 
....เราจะร้องเพลงให้ท่านฟังดีกว่านะครับ... 
...ขอเชิญท่าน “ผู้มีเกียรติ”...รับฟังได้ ณ บัดนี้... 
 
หนึ่งนั้นคือผู้สร้าง หนึ่งนั้นผู้ทำลาย  
ความหมายที่คงอยู่ ต้องประจัญ  
สร้างสรรค์สังคมใหม่ ให้เมืองศิวิไลซ์  
บทเรียนในอดีต เพื่อปัจจุบัน  
 
ปัญหาที่เนิ่นนาน ผ่านผันกาลเวลา  
ปราบสิ้นยาเสพติด ต้องทำลายให้มลายลงไป  
 
กว่าจะเป็นประเทศชาติ บรรพบุรุษลำบากเหลือหลาย  
เลือดเนื้อเสียมากมาย ดุจสายน้ำหล่อแผ่นดิน  
ต่อนี้เราจะทำแต่ความดี เพื่อปฐพี ท้องถิ่น ที่เราเกิด  
 
หนุ่มสาวเยาวชน คือพลพลังแผ่นดิน  
อดทนและรอคอย ด้วยความหวัง  
ความรักอันงดงาม แม้ยามที่ทุกข์ประดัง  
ยังหวานและอบอุ่น เพื่ออุดมการณ์ ของเรา ... ให้เป็นจริง 
ขอบคุณมากที่สุด...ครับพ้ม!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-15 13:46:54
นี่คือ หนึ่งมิตร คิดห่วง 
ไม่หลอกลวง แสนซึ้งในคุณค่า 
จะมีเราเป็นเพื่อนเตือนอุรา 
ไปจนกว่า ชีวา จะสิ้นไป. 
...................................................................... 
............ขอให้สุขสดชื่นในวันหยุดนะครับ... ส่วนเราทานข้าวเที่ยงเรียบร้อย ก็ทำความสะอาดบ้าน ซักหน่อยจะออกไปเลาะหาต้นไม้ดอก กะพันธุ์ผักมาปลูกเล่นๆ....... 
ปิยมิตรไปหาซื้อจักรยานรึยังครับ...เย็นนี้มาปั่นแข่งกันนะว่าได้กี่รอบๆละกี่กิโล แล้วบันทึกสถิติไว้ ให้ได้สูงขึ้นๆ ตอนแรกก็อย่าหักโหม มีวอร์มอัพวอร์มดาวน์นะ
ยังไม่ได้ซื้อเลยคร้าบ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-15 15:00:31
ไปดู ๆ อยู่ ราคาก็แพงนะ แบบที่เห็นเขาปั่นกันเท่ ๆ น่ะ 
นี่เราก็เพิ่งไปรู้ข้อมูลมาจากคนที่ไปปั่นออกกำลังกายประจำ 
ทราบว่านักปั่นเขาจะถามราคาจักรยานกันด้วยนะ 
ก็คงมีกลุ่มราคาจักรยานแพง...ปานกลาง...และราคาถูก 
เราก็เลยไม่แน่ใจว่าเราจะมีเพื่อนปั่นจักรยานหรือเปล่านี่ 
ขนาดเขาบอกราคาถูก ๆ เราก็ยังว่าแพงอยู่ดี..... 
 
เราอยากได้จักรยานเก่า ราคา 950 บาท....พอจะมีขายบ้างไหมครับท่านครับ...... 
 
ดอกไม้ของท่าน....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-15 20:19:05
คงมีดอกมะลิ , ดอกบัวขาว…ด้วยใช่ไหม 
ดีจังเลยนะ.....ที่บ้านท่านมีพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้ 
 
บ้านเราไม่มีที่ให้ปลูก...เราก็ไปซื้ออิฐมาก่อเอง 
ขนดินมาใส่...ปลูกพลูไว้ให้คุณแม่เราเคี้ยวหมาก...เวลาท่านมาเยี่ยมเรา 
และก็มีสมุนไพรสำหรับตัวเองหนึ่งต้น...สรรพคุณรักษาได้ทุกโรค..(เขาว่านะ...เขาว่า...) 
มีต้นมะยมหนึ่งต้นเพิ่งให้ผลปีนี้…รับประทานแล้วครับ.....ชื่นใจมาก......แบบว่าฝีมือล้วน ๆ ไงครับ... 
เวลานี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-15 21:15:29
“ปิยมิตร” ง่วงนอนแล้วครับ 
 
ขอราตรีสวัสดิ์ท่าน “มหาปิยมิตร” นะครับ 
“หอบฝัน”.....พี่แจ้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-16 19:58:19
เก็บเกี่ยวความฝัน....และความหวังดี...ไมตรีมาให้ 
ฝากเป็นกำลังใจ…เป็นลมหายใจ...เติมไฟที่ว่าหมด 
ผ่านจากวันวาน...ก็ยังหวาน...ได้เริ่มต้นวันใหม่ 
ไปได้ไกลเท่าไหน…ก็อยู่ที่ใจ...ตัวใครกำหนด 
 
แต่คนเรา…อยู่กันได้ก็ด้วยฝัน…ทุกชนทุกชั้น 
ต่างก็เป็นทั้งนั้น...ใครจะเติมพลังให้ฝัน…ได้มากกว่านั้น 
อยากให้คุณ..ได้สมดังที่ฝัน…ฝันอะไร...ให้ใครก็ตาม 
อยากให้คุณ...ได้สมดังที่หวัง…ตั้งใจ...ไว้ทุกประการ…. 
 
..........ขอให้ท่านจงหลับฝันดี....ราตรีสวัสดิ์ครับผม........ 
"วันแสดงกตัญญูต่อครู"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-16 21:12:27
ปิยมิตรครับ วันนี้เป็นวันครู จ้า! เราก็เลยมีงานไปดำเนินการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อคณาจารย์ของ เรา เรามีคุณครูและอาจารย์ที่เราเคารพบูชาอยู่หลายท่าน... ที่ไปหาท่านได้โดยตรง เราก็ไปไหว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ และวันนี้ด้วยครับ วันนี้หน่วยงานเราก็มีการจัดพิธีเป็นทางการ... เราเสร็จธุระเมื่อ15 นาฬิกาครับ แล้วก็มากินเลี้ยงกัน เลี้ยงวันเกิดอาจารย์ ที่ท่านเกิดตรงกับวันครูด้วย 
แล้วก็เกิดความปลื้มปิติ ท่านชมว่าลูกศิษย์คนนี้มีความกตัญญูเสมอต้นเสมอปลาย(เราก็อวดหน ่อย เพราะจริงครับ) ก็เลยเอาความอิ่มเอมปิตินี้ แบ่งปันมาให้ท่านด้วยนะ 
"ฝันหวาน"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-16 21:30:04
ได้แต่ฝันหวาน 
ได้แต่เพ้อไป 
ว่าหัวใจแอบรักใครคนหนึ่ง 
เขาดูคมเข้ม 
บาดใจรักตรึง 
ฝันรำพึงฝากรอยซึ้งใจ 
หลับก็ฝันหวาน 
ตื่นยังเพ้อครวญ 
..................... 
เพลงนี้ เราร้องให้อาจารย์แม่เราด้วยนะ(ท่านชอบ อาจารย์แม่เราคือรศ.จินตนา...) ได้รางวัลด้วยล่ะแต่ยังไม่พอค่าจักรยานคันละ950 หรอกนะ นี่เพิ่งได้ทิพมา500 เอง สงสัยท่านคงจะได้เพิ่มอีกสัก6พันอัพล่ะนะ ถึงจะได้ 
สเปคกลางๆขี่ล่ะ...เอาน่า! เพื่อสุขภาพน่าท่าน ดีกว่าไปเสียเงินรักษา อาจจะมากกว่านี้นะ...เราจะเอาใจช่วยท่านทำไก้อยู่แล้ว!!! 
........... คืนนี้ก็ นอนซะ ราตรีสวัสดิ์ จ้า
ยินดีด้วยครับผม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-17 09:17:26
ที่ท่านได้รับคำชมเชย...ท่านก็สมควรได้รับอยู่แล้ว 
เพราะแม้แต่เราเองก็ชื่นชมศรัทธาท่านด้วยจริงใจ 
 
เรื่องจักรยานนั้นก็ช่างเถอะนะครับ... 
พอได้มาแล้วก็ไม่รู้จะไปขี่ได้สักกี่วัน...ยิ่งไม่มีเพื่อนด้วย 
ความจริงเราออกกำลังกายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์แพง ๆ ก็ได้ 
เราอยู่บ้านเปิดเพลงฟัง...แล้วก็ร่ายรำวิทยายุทธ...(พูดยังกะหนังจีนแน่ะ) 
 
ท่านไม่ต้องห่วงเรามากหรอก....เราก็มีวิธีดูแลตัวเองอยู่...คือพักผ่อนมาก ๆ ไงล่ะ 
พูดแบบนี้ท่านก็คงว่าเราขี้เกียจ....ความจริงก็คือความจริง...คริ..คริ... 
 
............ขอขอบพระคุณท่านอย่างยิ่ง...ที่ท่านห่วงใยเรามากถึงเพียงนี้............ 
……………...ท่านเป็นเหมือนครูของเราจริง ๆ เลยนะครับ.......................... 
...............................ศิษย์ขอคารวะท่านอาจารย์ครับผม.................................. 
ปิยมิตรศิษย์ครับ.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-17 15:06:51
เราไม่ได้ห่วงใยท่านมากมายนักหรอก...แค่ห่วงใยอยู่เสมอ 
และเราก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ การจะออกกำลังวิธีใดน่ะ เพราะเราก็โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว มีภาระ มีตัวแปรหลายอย่างทำให้ไม่มีเวลาแน่นอน ตัวเราเองก็ใช้เวลาที่ว่างไม่แน่นอนแต่ว่าเราทำอะไรยุ่งแค่ไหนก ็ออกกำลังกายตามวิธีต่างๆ ถ้าเหนื่อยมากเราก็แค่ลดอาหารไม่หม่ำหนักมื้อเย็น ก่อนตื่นนอนก็ยกแข้งยกขา ถีบจักรยานอากาศ กายบริหารเอาเมื่อนึกออก อย่างที่ท่านมีวิธีของท่านเองก็ใช่ 
..............เฮ้อ!เรากลุ้มใจนะ ที่หลงทำตัวเป็นครูอยู่เรื่อย ต้องโทษความชอบเอาใจใส่ และ "ห่วงใย"นะ ทำให้ช่างยุ่งไปหน่อย...
ดีใจจังเลยครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-17 16:03:49
ที่ท่านยอมรับเราเป็นลูกศิษย์แล้ว... 
 
แสงเทียน...แสงธรรม...นำชีวิต 
ดวงใจศิษย์...ซาบซึ้ง....ถึงคุณค่า 
นานเท่าใด...ยังคงให้...ความศรัทธา 
ชั่วชีวา...เทิดไว้....ในฤทัย...คือ...”ครู”  
พรุ่งนี้ท่านก็จะมีงานใหญ่แล้ว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-17 20:19:43
วันนี้ก็คงจะนอนแต่หัวค่ำ... 
พรุ่งนี้จะได้มีแรงสนุกสนานเบิกบานใจสุด ๆ 
เราจะแอบไปดูท่านด้วยนะ....ขอบอก... 
เราจะใส่หมวกสีแดง...เสื้อสีขาว...กางเกงสีเขียว...รองเท้าสีชมพูลายจุดสีขาว 
สังเกตง่าย ๆ .....เพราะคงมีคนเดียวในงาน.....นั่นแหละคือเราครับ... 
 
.................แล้วพรุ่งนี้ท่านจะแต่งชุดอะไรครับท่านครับ................... 
 
............( นี่จะแอบ...ก็ยังบอก...ถือว่าจริงใจสุด ๆ นะฮ่ะ ) .............. 
 
ถ้าหากเราไม่ได้เจอกัน...พอเสร็จงานแล้ว...ท่านกรุณาเล่าให้เราฟังเยอะๆ หน่อยนะครับ....ไม่ได้โม้... 
อรุณสวัสดิ์....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-18 08:41:11
ขอโทษครับผม.... 
โปรดอภัย...ที่เราสนุกมากไปหน่อย 
ทั้ง ๆ ที่เป็นงานสำคัญมาก... 
 
เราขอส่งใจไปช่วยท่าน....ให้งานในวันนี้สำเร็จราบรื่นด้วยดีนะครับ 
ท่านคงกำลังสนุกอยู่แน่ ๆ เลย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-18 20:56:37
คืนนี้เราจะนอนเผื่อท่านด้วยนะ...ราตรีสวัสดิ์ครับผม... 
ขอบคุณมากครับ ที่เป็นแรงใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-18 21:51:44
งานวันนี้ ลุล่วงอย่างดีเลยจ้า...ได้รับความร่วมมือดีมากจากภาครัฐและประชาชน น่าภูมิใจในความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด เราเองก็มีส่วนเล็กๆต่อเนื่องมาสามปีนี้เอง ซึ่งแต่ก่อนก็จะเป็นผู้เฝ้าดูอยู่ห่างๆ 
อะไรก็ราบรื่นไปตามแผนการที่เตรียมไว้ล่ะครับ แต่ที่โหดหน่อยคืออากาศหนาว เพราะต้องตื่นแต่เช้าไปช่วยกันฝ่าความหนาว เฉพาะผู้รำบวงสรวงสักการะก็3,339 อนงค์นางฮ่ะ นึกดูว่าจะมากมายขนาดไหน ต้องให้รายรอบอนุสาวรีย์ ตอนแรกเราก็จะร่วมรำด้วยแต่มีหน้าที่อย่างอื่นที่จะเป็นประโยชน ์ต่อส่วนรวมมากกว่าก็เลยไม่ได้แต่งชุดรำที่เป็นเสื้อสีแสด ผ้านุ่งมัดหมี่ ห่มสไบทัดดอกทองกวาว(มีความเชื่อกันว่าการตั้งใจรำบวงสรวงสักกา ระจะทำให้หายเจ็บป่วยสุขภาพแข็งแรง เราก็เคยรำมาสองครั้ง) วันนี้ก็ได้แต่งกายด้วยกางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดตัวทับด้วยเสื้อไหมพรม ซ้อนด้วยเสื้อโค้ทใหญ่อีกตัวแถมด้วยบุ๊ทหุ้มข้อ ถุงมือถุงเท้าขาดไม่ได้ เล่นเอาอึดอัดแทบแย่ วิ่งวุ่นไปมาจนหายหนาว...เสร็จพิธีสำคัญต้องกลับไปทำหน้าที่หลักของตัวเอง ตอนบ่ายก็เตรียมการเลือกตั้งตัวแทนขององค์กรวิชาชีพ จะมีการเลือกตั้งวันพรุ่งนี้เราเป็นกรรมการไปรับบัตรเลือกตั้งท ี่ส่วนกลางมายังหน่วยงาน และต้องนำส่งด้วย(กับคณะ ไม่ใช่มีหน้าที่คนเดียว) 
เมื่อเวลา 15 น. ก็มีการประชุมตามวาระด่วน เลิกเอาเมื่อ 17 น. กลับมาบ้านก็ว่าจะกระโจนเข้าที่นอน แต่ต้องทำหน้าที่หาข้าวปลาให้คุณสุนัขเฝ้าบ้าน เห็นดอกกล้วยไม้ออกดอกสวยก็เลยรดน้ำให้เขาหน่อย แล้วก็เลยวิ่งเล่นกับคุณสุนัข กายบริหารนิดหน่อย ทานข้าว อาบน้ำ แล้วมาหา"ปิยมิตร"แต่คงนอนหลับปุ๋ยๆรึยังไม่ทราบ...เราน่ะพออาบน้ำแล้วสดชื่นขึ้น หลานๆเขาเล่นอะไรไม่รู้เจี๊ยวจ๊าวกันอยู่...สักชั่วโมงเราถึงจะนอน กะจะตื่นหกโมงไม่อาบน้ำตอนเช้า(5 5 5 5 5 เจ๋งปะ)............ 
...ขอให้นอนหลับฝันดี นะคะร้าบ...
“ 3,339 อนงค์นาง ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-19 09:16:39
ฟังดูอลังการงานสร้างมาก ๆ.... เราไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย… 
เคยดูแต่รำเป็นขบวนในงานทอดกฐิน....ก็ยังมีความสุข...บรรยากาศดังว่าอยู่บนสรวงสวรรค์ 
 
แต่ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าก็คือ... 
ท่านแต่งเสื้อสีแสด...ผ้านุ่งมัดหมี่...ห่มสไบ...ทัดดอกทองกวาว.....ว้าว !..คงจะอะเมซิ่งไทยแลนด์สุด ๆ  
 
ท่านแต่งตัววันนี้ก็นับว่าดูดีเช่นกัน......รู้สึกว่าอากาศที่นั่นคงจะหนาวมาก ๆ.... 
ที่นี่ก็หนาวครับ....เราก็เลยนอนก่อนได้อ่านข้อความของท่าน…. 
อ่านตอนเช้าก็ทำให้สดชื่น...มีกำลังใจดีเช่นเดียวกันครับ..... 
 
อยากรู้อีกหน่อย 3,339 อนงค์นาง...มีความหมายว่าอย่างไรครับ...คงมีที่มา.... 
วันนี้...ท่านอาบน้ำหรือยังคร้าบ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-19 20:05:53
ไม่อาบน้ำก็ไม่เป็นไรหรอก.....อากาศหนาว ๆ อย่างนี้ 
โดยเฉพาะท่านคนผอมอยู่แล้ว....เราก็ยิ่งเห็นใจท่าน 
 
เราอาบน้ำตอนเช้าทุกวัน...แต่พอเพื่อน ๆ ไอจามทีไรหันมามองแล้วถามว่าอาบน้ำหรือเปล่า 
คนถามก็ไม่ค่อยจะรู้ตัวเลยหรือไรว่า ตัวเองน่ะ อ่อนแอ ภูมิแพ้ หอบหืด……. 
มาถามคนแข็งแรง...อ้วน ๆ อย่างเรา...แบบนี้ได้ไง....ว่ามั๊ย... 
พรุ่งนี้.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-19 20:33:21
เราต้องเดินทางแต่เช้าพร้อมทุกคน 
กลับมาวันศุกร์...เวลาไม่แน่นอน... 
ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนหรอกครับ...เป็นหน้าที่ 
ไม่รู้ว่าที่นั่นหนาวขนาดไหน...แต่ก็เตรียมชุดเอสกิโมเอาไว้แล้ว 
ถึงหิมะจะตกก็อบอุ่นแน่นอน...ไม่ต้องห่วงนะครับ.... 
 
ท่านคงจะดีใจที่ได้พัก.....ไม่ต้องเข้ามาฝากข้อความถึงเรา... 
เมื่อเรากลับมาเราก็หวังว่า...จะได้อ่านข้อความให้หายเหนื่อย 
นี่มิได้รบกวนนะครับ.....แต่เป็นสิ่งที่มิตรแท้......พึงให้แก่ปิยมิตร.... 
"การรำบวงสรวง"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-20 16:25:53
ในวันที่ 18 มกราคม เป็นวันคล้ายวันสถาปนาจังหวัดของเราครบ118ปีจ้า...นอกจากมีพิธีทำบุญตักบาตรตามศาสนาพุทธของเราแล้ว ก็มีพิธีพื้นบ้านคือบายศรีสู่ขวัญให้เป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง ซึ่งพีธีนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์จึงมีการรำบวงสรวงถวายแด่องค์อนุ สาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม พระผู้ทรงมาสร้างบ้านแปงเมือง................ผู้มารำบวงสรวงก็เป็นสุภาพสตรีจากทุกสาขาอาชีพที่สมัครใจเอง จะมีการซักซ้อมจริงจังสักสองสามวัน เพราะส่วนใหญ่ก็มีพื้นฐานกันอยู่แล้ว ในเพลงเชิญขวัญและเพลงประจำจังหวัดทำนองท้องถิ่น ส่วนใหญ่ก็เคยรำกันมาสองสามครั้ง นิยมให้ได้ครบสามครั้ง 
ส่วนเราได้แค่สองครั้ง ปีหน้าถ้าสุขภาพแข็งแรงก็จะรำ ตอนซ้อมเรียกว่าปิดถนนหน้าศาลากลางจังหวัดด้านที่ต่อจากทุ่งศรี เมือง...ตอนรำจริงก็รายล้อมอนุสาวรีย์ที่มีห้าแยก ตั้งแถวเรียงสายไปตามถนนทั้งห้าสาย ยาวเหยียดน่าดู ใครอยากอยู่ข้างหน้าก็ต้องมาแต่ตีห้า เหมือนเราต้องไปให้ถึงสถานที่ก่อนหกโมงเช้าช่วยทำโน่นนี่จนร่าง กายอบอุ่นไปถึงร้อนนั่นเชียว..............ตอนเราสักการะ เราก็อธิษฐานให้คนที่มีพระคุณ คนที่เรารักทุกคนได้รับแรงบุญแรงอธิษฐานให้มีสุขภาพแข็งแรงมีจิ ตใจสว่าง สงบร่มเย็น ด้วยนะ ท่านคงได้รับแล้วนะ
เราน่ะ เป็นห่วง มะได้ดีใจหรอก.........
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-20 16:32:31
ขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ประสบความราบรื่นสำเร็จผลในภาระหน้าที่นะครับ...................... 
เราก็มีงานเยอะ... เพพื่อนพี่น้องจากทั่วสารทิศกำลังทะยอยเข้ามาที่นี่ราวสองสามวั นแล้ว ที่เราเคยบอกว่ามีการแข่งขันกีฬาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ บ้านเมืองเราจึงคึกคัก เราก็มีงานที่ไปยุ่งกับเขาให้คลายเหงาเวลาอยู่ไกลจากปิยมิตรอย่ างไรเล่า!........................................................................ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ครับผม!!!
วันพรุ่งนี้เราก็มีงานง่วนทั้งวันครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-21 02:22:28
เกือบลืมไขข้อข้องใจ ที่ว่า 3339 อนงค์นาง ก็คือจำนวนสุภาพสตรีที่พร้อมใจกันมารำบวงสรวงสักการะในปีนี้น่ะ ครับ ทุกคนแต่งกายอย่างเดียวกัน คือสวมเสื้อแขนยาวคอกลมหรือคอปิดอย่างไทยเรือนต้น ใส่ผ้าถุงหมี่ขิดนิยมสีดำดอกขาว สไบเฉียงก็เป็นหมี่ขิด เป็นผ้าฝ้ายพื้นเมือง 
ดอกไม้ประดับผมก็นิมใช้ดอกจานหรือทองกวาวสดสีแสดเข้ากับสีเสื้อ ซึ่งเป็นสีประจำจังหวัดจ้า มองดูก็พร้อมพรึบเป็นสีแสดสดใสกระจ่างตา ยิ่งจำนวนมากก็ยิ่งตระการตามาก เราก็ปลาบปลื้มที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงของพี่น้องในจังหวัดขอ งเรามาก ปีนี้อากาศหนาวยิ่งกว่าทุกปีผู้คนก็มากขึ้น นางรำ(อาสา) ปีกลายยังมีสองพันกว่า...จะรอดูปีหน้าจะเพิ่มขึ้นอีกไหม...ดังนั้น คงยากส์สสสสสสสสสส 
ที่จะเห็นเราได้ง่ายๆ จ้างก็ม่ายเห็นร้อก 5 5 5 5 5
พักผ่อนนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-21 21:09:17
วันนี้มีพีธีเปิดการแข่งขันกีฬาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่บ้า นเราแล้ว การจราจรค่อนข้างติดขัด จอแจด้วยกองทัพนักกีฬา ... เราจะหลบความวุ่นวายไปเที่ยวพักผ่อนบ้างเพราะเหน็ดเหนื่อยมาอย่ างต่อเนื่องไม่ได้หยุดพักสักเท่าไหร่ พอดีเพื่อนชวนไปไหว้พระตามวัดต่างๆที่นครพนม กะจะไปพักที่นั่นคืนหนึ่ง โดยรถตู้จ้างเหมา ไม่ได้ขับรถไปดอกครับ ไม่เอาโน๊ตบุ้คไปนะ ถ้าไม่มีคอมที่โรงแรมก็คงจะได้เล่าให้ฟังทีหลังนะครับ..................... 
ท่านปิยมิตรล่ะ เดินทางเที่ยวนี้ลำบากต่อสุขภาพไหม? 
มีการวิงเวียนไหมครับ วันนี้ถ้ากลับมาถึงก็พักผ่อนนะ ไม่ต้องห่วงส่งข้อความถึงเราดอก เอาไว้หายเหนื่อยและมีเวลาว่างค่อยเล่าเรื่องการเดินทงไปประกอบ ภารกิจของท่านให้เราฟัง... เดี๋ยวเราก็จะได้แพ็กกระเป๋าเตรียมไว้แล้วพรุ่งน้คงออกเดินทางก ่อนแปดโมง............................ 
ราตรีสวัสดิ์ครับผม
การเดินทางครั้งนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-22 21:09:47
ก่อนเดินทาง....เราก็กังวลมาก....ความรู้สึกของเราก็คือเป็นงานใหญ่ 
เป็นการมาพบปะกันของผู้รับผิดชอบงานในพื้นที่อีสานตอนบน 
รายงานผล....ปัญหาอุปสรรค...การแก้ไข...และแนวทางการพัฒนา…. 
 
ตอนเย็นก็มีงานเลี้ยง... 
แต่ละหน่วยก็ได้นำอาหารที่ขึ้นชื่อของจังหวัดตนมาจัดซุ้มบริการ  
เป็นงานเลี้ยงแบบช่วยกันบริการครับ...ย่างเนื้อ...ย่างปลา ก็ทำกันตรงนั้น 
จังหวัดเราก็มีเนื้อโคย่างที่ขึ้นชื่อ และก็มีไวน์ มีน้ำผลไม้ท้องถิ่น 
 
เราได้รับคำสั่งจากท่านประธานให้เป็นพิธีกร 
ตอนแรกเราก็เคือง ๆ ว่าทำไมเอาคนเงียบเชียบเช่นเราไปเป็นพิธีกร...แกล้งรึเปล่า 
เราก็เลยจำเป็นต้องใช้วิธีไหว้วอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์...เจ้าที่เจ้าทาง....คุณบิดามารดา….. 
และที่ไม่เคยลืมนึกถึงเสมอ..ก็คือขอบุญบารมีของ”มหาปิยมิตร”มาช่วยเราด้วย... 
ที่เราเตรียมตัวมีอย่างเดียวจริง ๆ ก็คือ ทำใจให้ว่าง ๆ ไม่กังวล ไม่ให้ตื่นเต้น 
พอทำหน้าที่จริง ๆ ก็สนุก คำพูดดี ๆ ก็คิดได้ตอนนั้น... แต่เราไม่พูดมากอยู่แล้ว 
เราขอบคุณและชื่นชมผู้ร่วมงานทุกท่าน...ว่าสนุกสนานได้เรียบร้อยน่ารักมาก ๆ  
ก็คล้าย ๆ เป็นการวิงวอนให้ทุกท่านเห็นใจเรา...ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี 
ท่านประธานก็แสดงความพอใจ...ที่ท่านเห็นทุกคนมีความสุขสนุกสนานตลอดงาน 
ทุกอย่างราบรื่นมาก ๆ และเราก็ต้องมาระลึกถึงขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพลังแห่งความด ีทั้งหลาย 
ที่ช่วยให้เราทำหน้าที่ได้อย่างน่าพอใจ........คืนนั้นทำให้เรานอนหลับด้วยความสุข.... 
 
เช้ามาก็ไปพบปะกันที่เดิม...รับประทานข้าวต้ม...ถ่ายรูปร่วมกัน… 
แล้วก็ยกขบวนไปทำบุญที่วัดสำคัญและมีชื่อเสียงของจังหวัดนั้น 
จากนั้นก็ไปรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่ร้านอาหาร...ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน 
สิ่งที่เห็นทำให้เราเชื่อว่าทุกคนมีความสุข...ความประทับใจ...ในการพบปะกันในครั้งนี้มาก ๆ 
ลืมไป....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-22 21:12:25
ระหว่างการเดินทาง...เราก็ยังคงทรมานเช่นทุกครั้ง 
รักษาไม่หายหรอกครับ...คงไม่ต่างอะไรกับโรคหอบหืด... 
 
เราเองก็เกือบจะอาเจียนแล้วล่ะ....แต่มีคนชิงตัดหน้าอาเจียนไปก่อน 
ดูแล้วเขาจะอาการหนักกว่าเรามาก ๆ เราก็เลยต้องกล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้ 
ขืนเราอาเจียนอีกคน...ทุกคนอาจจะไม่ใช่แค่วิงเวียน...แต่คงจะป่วยหนักไปเลย.... 
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-22 21:15:05
ขอบอกความจริงไปเลยดีกว่า.... 
เราชอบฟังเพลง...แต่เราไม่ชอบร้องเพลงนะ 
โดยเฉพาะไปร้องโชว์ให้คนอื่นฟังนั้น...มิได้เป็นเลยขอรับ 
 
เราหนักใจมาก...เวลาไปร้านอาหารแล้วเพื่อน ๆ จะแกล้งเรา 
จะให้เราร้องเพลงให้ได้...แต่เราไม่เคยร้อง...เราก็ไม่ฝืนตัวเอง 
เพื่อน ๆ ทุกคน...รวมทั้งเจ้านายเราด้วย...ชอบร้องเพลงกันมาก 
บอกว่าอาหารไม่ต้อง...”เสริฟไมค์ใส่จานมาก็พอ”...และก็แย่งกันร้องด้วยนะ 
ส่วนเราก็รับประทานอาหารมากมายสบายใจ...ไม่มีใครแย่ง...กลับถึงบ้านก็ท้องเสีย... 
 
..........ราตรีสวัสดิ์......คิดถึงมากมาย.......ขอให้หลับฝันดีนะครับผม.............. 
รู้สึกว่าท่านจะอารมย์ดีจังเลยนะครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-22 21:17:34
เรื่องที่ท่านจะไม่ยอมให้เราพบเจอท่านน่ะ 
ตอนนี้เราให้โอกาสท่านหัวเราะ 5 5 5 ดัง ๆ ไปก่อน 
 
เดินทางคราวนี้...เราขอพรพระธาตุศักดิ์สิทธิ์...ให้ท่านมาตามหาเราให้พบ 
คราวนี้แหละ.....ถึงทีท่านคงจะต้องลำบากเดินทางซะแล้ว.....ไม่ง่ายใช่มั๊ยล่ะ..... 
แล้วเราก็จะหัวเราะเบา ๆ ทีหลัง... อิ...อิ...อิ...ตามด้วย...คริ คริ....เพิ่มอีกหน่อยนะ.. ชิมิ..ชิมิ 
 
................................โอมเพี้ยง ขอให้ ฮิตาชิ..................................... 
เที่ยวทั้งวัน....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-22 21:28:09
เหนื่อยมากมั๊ย.....สนุกหรือเปล่าครับ...... 
ปิยมิตรกำลังรอรายงานผลการท่องเที่ยวอยู่นะครับ 
ViewKong Hotel
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-23 08:06:48
ปิยมิตร คร้าบบบบบบบ 
เราเจี๊ยะอาหารเช้าเรียบร้อย ก็เลยหลบเพื่อนมาฝากข้อความ เมื่อวานไหว้พระได้สี่วัด ตามพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำวันเกิด แต่ยังไม่ถึงพระธาตุที่เราเกิด คือจะไปวันนี้ล่ะ ที่พักเราจ๊าบมาก มีระเบียงอยู่ริมแม่โขงห่างไม่ถึงร้อยเมตร เมื่อคืนก็นั่งดูพระจันทร์มีเงาทอดอยู่ในน้ำสวยงามมาก ส่งความคิดถึงหาคนบางคนอยู่ เมื่อเช้าก็ตื่นถ่ายรูปไว้แต่เช้า เพราะนอนเปิดม่านไว้ เพื่อนร่วมห้องเขาอยู่ฟังเพลงดึกเราก็เลยสบายใจอยู่คนเดียวครับ  
เดี๋ยวรถจะออกแล้ว เย็นนี้กลับถึงบ้านจะเล่าให้ฟังใหม่นะครับ.................พักผ่อนและอย่าลืมรักาสุขภาพนะครับ วันนี้ได้พักผ่อนเพียงพอไม้?
วันนี้เจ้าของทัวร์จะพาไปห้าวัด
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-23 08:11:00
จะอธิษฐานทำบุญเผื่อเยอะๆ นะ ให้สุขภาพดีขึ้น ดีขึ้น ทุกวันๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 
อย่าลืมทานอาหารมีประโยชน์ ดื่มน้ำเปล่ามากๆนะ
กลับถึงบ้านแล้วครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-23 21:16:32
"ปิยมิตร" สบายดีไหมครับ พักผ่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยอ่านนะ 
เรากลับถึงบ้านตั้งแต้หกโมง อิ่มบุญและอิ่มท้องมาก เราบริจาคช่วยซื้อที่ดินถวายวัด และอีกวัดหนึ่งก็บริจาคค่าน้ำไป ตรงที่ให้เขียนในสมุดบริจาคเราเขียนชื่อบุคคลที่เราเคารพ รัก เราก็เขียนคำว่า คุณปิยะ นามสกุลมิตรแท้ 
ใส่ชื่อไปด้วย ก็อธิษฐานให้ทุกท่านมีความสุข ให้ปัจจัยได้เอื้อประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ให้ทุกท่านจงมีพลัง มีอานุภาพทำความดีและทำประโยชน์แก่สังคมได้อย่างราบรื่นชนะอุปส รรคภัยพาลทุกประการ ขอให้ท่านจงอิ่มบุญกับเราด้วย เวลาท่านมีโอกาสท่านก็คงนึกถึงเรา เราก็ไม่ต้องติดค้างในสิ่งที่นึกถึงหรือเผื่อแผ่ให้กัน แต่จงเป็น"พลานุภาพที่แกล้วกล้า"ด้วยพลังยิ่งๆขึ้นไป เป็นแรงหนุนนำบุญ นะครับ................................................. 
......... เราก็จะพักผ่อนแล้วนะ รักษาสุขภาพนะ 
ราตรีสวัสดิ์จ้า...
มหาปิยมิตรของเรา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-23 21:31:52
ท่านกลับมาถึงบ้านหรือยังครับ 
หรือว่าเหนื่อยมาก...นอนหลับไปแล้ว 
หลังจากเดินทาง....ก็ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ 
เราเองก็โชคดีที่ได้พักสองวัน... 
 
หายเหนื่อยแล้วค่อยส่งข้อความก็ได้ครับ 
เพราะพวกเรามีสิทธิ์ห่างหายได้ถึง 3 วัน 
โดยที่ไม่ต้องโดนข้อหาความไม่ “มั่นคง”  
 
ถึงเราอยากจะอ่านข้อความมาก... 
แต่เราก็เป็นห่วงสุขภาพของท่านมากเหมือนกันนะครับ 
 
.....เราจะนอนแล้วนะ....ขอให้มหาปิยมิตรของเราจงหลับฝันดี..... 
ขอบพระคุณท่านอย่างยิ่ง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-23 21:49:30
ที่ท่านได้กรุณาทำบุญเผื่อแผ่มาให้เราด้วย 
วันนี้เราก็รู้สึกเบิกบานใจทั้งวันครับ 
คงเป็นเพราะท่านทำบุญให้เรานี่เอง......ขอบพระคุณมากครับผม... 
ขอโทษครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-24 15:13:22
เมื่อคืน.....เปิดคอมฯ มาเรายังไม่เห็นมีข้อความจากท่าน 
เราก็เลยไปพิมพ์ข้อความ...ก๊อปปี้มาใส่แล้วส่งไปเลย 
พอส่งไปแล้วถึงเห็นว่าท่านส่งข้อความมาก่อนแล้ว 
โปรดอภัยด้วยนะครับ...ที่เราไม่ดูให้ดีเสียก่อน... 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-24 16:10:04
“2010-07-30 20:48:11” 
เราเคยบอกว่า...เมื่อมั่นใจในสุขภาพแล้วเราก็จะไป.... 
ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาแล้วครับ...อีกไม่กี่วันข้างหน้า… 
 
เมื่อใดที่เรามาพบท่านได้ในวันหยุด.....ก็คือเราไม่ได้อยู่บ้านแล้วนะครับ 
วันหยุดบางครั้งก็คงจะกลับบ้านไม่ได้.....อาจเป็นเพราะหน้าที่หรือความไม่สะดวกบางอย่าง 
 
.............อยู่ไกลบ้าน....นานพอสมควร...ลำบากแน่นอน.................... 
 
............................เราคงคิดถึงที่นี่มาก..ๆ........................................ 
สวัสดีครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-24 21:43:05
เราชื่อ ปิยะ นามสกุล มิตรแท้ 
คืนนี้เราจะได้อ่านข้อความจาก “มหาปิยมิตรของเรา” หรือเปล่าน้อ 
สงสัยว่าท่านคงจะยังไม่หายเหนื่อยจากการท่องเที่ยวแน่ ๆ เลย 
 
ไม่เป็นไรหรอกนะครับ...พรุ่งนี้เราก็จะมารออ่านอยู่ที่เดิมนี่แหละ 
 
ไม่รู้เป็นอย่างไร...ช่วงนี้อยากอ่านข้อความมาก ๆ ...........ราตรีสวัสดิ์ครับ... 
อย่ากังวล นะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-25 11:02:11
"ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ตราบที่เรายังมีลมหายใจ" 
...หน้าที่ ที่เราต้องทำให้ดีที่สุด คือสิ่งที่สำคัญที่สุด 
เวลาเราเหงา เราคิดถึงใครๆ เราก็จะคิดถึงสิ่งที่เราได้มอบให้เขา สิ่งที่เรากระทำ เมื่อเราได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว"เราจะไม่เศร้าไม่ว้าเหว่ เมื่อเราคิดถึงเขา เราก็จะคิดถึงอย่างปิติสุข เชื่อมั่นว่าเขาก็คิดถึงเรา คือคิดถึง"ในส่วนดีที่เรามีให้กัน" เราว่าคนทั่วไปนั่นแหละ ถึงจะไม่แสดงออกด้วยคำพูด ด้วยการเอาอกเอาใจใกล้ชิด แต่จิตใจ ก็ย่อมรับรู้สัมผัสได้"ในค่าของของน้ำใจ"................................ 
ฉะนั้น เราจึงเชื่อว่า การกระทำของเรา ความรู้สึกดีๆของเรา ที่เราได้ให้ ได้มอบแด่คนที่เรารัก เคารพนับถือ ศรัทธา 
เราจึงมั่นคง ไม่เคยแยแสว่าจะได้รับสิ่งตอบแทน เพียงเราคิดว่า"การที่เราให้ไป ก็ถือว่าเราได้รับกลับทันที" นั่นก็คือความปิติ อิ่มเอิบ ที่เราได้เป็นผู้ให้ เหมือนเราเป็นนางฟ้า เทวดา ที่มีตัวตนน่ะ............................................ 
............หากเราจะพลัดพรากจากกัน เราก็ไม่หวั่นหรอก เพราะเราชาชินกับกายหรือภาพสมมุติ ที่มีให้เรา เราพอใจกับ"มโนภาพหรือจินตภาพเสียแล้ว...ที่จะไม่ให้เราทุกข์ต่อการโหยหา ต่อการอยากได้ ใกล้ชิด จะถือว่าเป็นสิ่งไม่จีรังยั่งยืน และ"มิใช่ของเรา" แม้แต่ตัวเราก็ยังมิใช่ของเรา ถูกไหม? เพราะสุดท้ายปลายทางชีวิตเราก็รักษาไว้ไม่ได้...................................................................... 
...ในมิตรภาพของเรา เราจะรักษาความงดงามให้ยั่งยืน... 
แต่ จงจำไว้ว่า... ไม่ต้องพะวง เสียเวลาเพราะเรานะ จงดำเนินภารกิจ กิจวัตร ของท่านให้เป็นไปอย่างปกติ ยิ่งที่เป็นภาระหน้าที่ด้วยแล้ว เราต้องให้เต็มกำลังความสามารถ...จะดีที่สุดคือ เวลาเราระลึกถึงกัน เราต้องทุ่มเทให้มากที่สุด เพราะเรามีแรงใจ มีพลานุภาพที่เพิ่มพูนให้กัน เราจึงต้องทำให้ได้ดีมากขึ้นๆๆๆ ใช่ไหมครับ...จึงจะเป็นสิ่งที่มีค่า เป็นมงคลแก่ชีวิตรเราที่ได้มารู้จัก นับถือกัน! 
.......................................................................... 
ด้วยภาระหน้าที่...ต่อไป ท่านก็ไม่ต้องพะวงส่งข้อความถึงเราบ่อยนะ อาทิตย์ละครั้งก็ได้ หรือแล้วแต่โอกาสอำนวย เราต้องยืดหยุ่นเวลา ไม่ใช่สามวันแล้วนะ 
"ความมั่นคง" ขอให้อยู่ในหัวใจของพวกเรา และกาลเวลา เท่านั้นละจะเป็นสิ่งพิสุจน์ได้เอง... 
อย่ากังวล นะครับ
เราเชื่อมั่น
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-25 11:10:00
ว่า... 
เมื่อเราตั้งใจจะส่งมอบความรัก และทำสิ่งดีๆ ให้โลก 
สิ่งดีๆทั้งหลาย ในโลกและจักรวาล 
ก็จะย้อนวนโคจรกลับมาในชีวิตของเราเอง 
โดยที่เราไม่ต้องเรียกร้องขอจากใคร 
ไม่ต้องมีใครหยิบยื่นให้เรา 
แต่เราจะเป็นผู้ได้รับทันทีหลังจากที่เราได้ให้ไป
ขอบพระคุณครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-25 11:25:06
ท้องฟ้า...และขุนเขา...ลำเนาไพร 
ป่า...ต้นไม้...สายธาร 
คนสัตว์...ไม่ว่าเล็ก...หรือว่าใหญ่ 
อยู่กันมา...เนิ่นนาน 
วันผ่านวัน...โลกหมุน...และเวียนไป 
อาจต่างจาก...เมื่อวาน 
เราอยาก...ขอสัญญา 
ไม่ยอมให้...เปลี่ยนไป...จากวันนั้น 
 
จากนี้...ต่อจากนี้...จะทำเพื่อเธอ...เรื่อยไป 
จากนี้...ต่อจากนี้...จะเป็นหนึ่งเดียวกัน...ตลอดไป 
 
.................................“หนึ่งเดียวกัน”....บอย...
มิตรแท้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-25 21:01:57
เจ้าคือแสง...แห่งฝัน...ในวันนี้ 
เจ้าคนดี...ฉายส่องศรี...มิ่งขวัญหล้า 
เจ้าวับวาม...งามน้ำใจ...ให้ประชา 
เจ้าชื่อว่า...”มหาปิยมิตร” !!! 
ยังอยู่อีกหลายวัน....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-25 21:22:34
กว่าเราจะเดินทาง...แต่ไม่ถึงสิบวันหรอกนะครับ 
ช่วงนี้ก็จะส่งข้อความทุกวัน...และก็อยากอ่านข้อความทุกวันด้วยครับ 
.........................ขอให้เจ้าจงหลับฝันดี.......................... 
ดวงจิต
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-26 09:56:52
ดวงเอ๋ยดวงจิต มั่นสนิทกิจการงานทั้งหลาย 
ยอมละทางห่างสนุกสุขสบาย อย่าเสียดายเวลาที่สำราญ 
ละถิ่นที่เราเคยได้เผยตอบ ด้วยจิตมอบเพื่อหน้าที่จงฮึกหาญ 
หมดวิตกกังวลจงชื่นบาน ณ สถานที่นี้มีเราเอย.
ไปต่างประเทศหรือ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-26 10:03:17
บอกหน่อย ได้ไหม 
บอกหน่อยได้ไหม 
......................... 
หากเป็นความลับก็ ไม่เป็นไรนะครับ 
เราจะอยู่ที่นี่ 
จะทำความดี ทุกวัน ทุกเวลา............ 
จะเขืมแข็ง จะมั่นคงเสมอ ครับผม!
ฟังแล้ว ไพเราะนุ่มนวลมากครับ "หนึ่งเดีย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-26 11:22:48
เราฟังอยู่หลายเที่ยวแล้วนะ ไม่เบื่อเลย 
คิดฮอดคนเสนอมาให้ฟัง...หลายเด้อ!
ปิยมิตรช่วยต่อให้เราด้วยนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-26 11:28:30
... วกัน" 
อากาศ หนาวมาก แอบอู้งานมาคุยครับ ไปตั้งใจทำงานก่อนเด้อ...เย็นนี้จะมาหาฮะ
ใครหนอ ? เคยพูดว่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-26 21:14:36
ในพื้นที่...อันสับสนวุ่นวายของโลกปัจจุบัน 
“เรา” ได้สืบสานคุณค่าของมนุษย์ ด้วยการจรรโลงศิลปะชีวิตต่อกัน 
จงมั่นคง และเชื่อมั่นว่าน้ำใจไมตรีอันงดงาม “ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน” 
เพียงแต่ว่าเราจะเข้มแข็ง “ต้านแรงเสียดทาน” ได้เพียงใด 
“ปิยมิตร” ขอให้เราช่วยกันรักษาความชุ่มชื่นเบิกบานไว้ให้ผืนแผ่นดินนี้ไว ้ให้นาน ๆ นะ... 
เราต้อง....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-26 21:21:46
เดินต่อไป ตราบใด ยังมีชีวิต 
พรหมลิขิต ใครลิขิต หรืออย่างไร 
ต้องเหน็ดเหนื่อย เหมื่อยล้า ไปถึงไหน 
จะก้าวไป ทางไหน ถึงจะดี 
 
บางที บางครั้ง ยังสับสน 
เราก็คน ท่านก็คน มีศักดิ์ศรี 
สิ่งที่พูด ไม่ได้ ก็มากมี 
ทำไงดี เมื่อชีวิต ต้องเดินต่อไป.... 
ใครหนอ ? เคยพูดว่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-26 21:25:19
ในยามเราหัวเราะ.....โลกก็จะหัวเราะกับเรา 
แต่ในยามเราร้องไห้....เราก็ร้องไห้อยู่คนเดียว 
ความจริงของชีวิต....มักเป็นเช่นนี้.... 
 
.............เป็นเช่นนี้จริง ๆ ครับ................ 
ปล.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-26 22:17:24
อ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจหรือเปล่าครับ....อย่ากังวลไปเลยนะฮ่ะ 
ความจริงแล้วเวลานี้เราเบิกบานใจสุด ๆ เลยฮ้า... 
 
คืนนี้เรามาฝันดีแข่งกันดีกว่า.....ว่าใครจะฝันดีกว่าใคร......พรุ่งนี้เช้ามาเฉลยกันนะ......ราตรีสวัสดิ์ครับ 
สิ่งจรรโลงใจ และโลก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-27 00:05:13
ปิยมิตรครับ ป่านนี้ท่านคงหลับแล้ว เราน่ะมีสิ่งที่ต้องสะสางกับเด็กในบ้าน แล้วตัวเองต้องพลอยผิดเวลากินเวลานอน (ก็อย่างนี้ล่ะชีวิต แต่ละวันยังหาความแน่นอนไม่ได้ นับประสา...มากมาย) เราจำคำพูดได้อยู่ว่าเย็นนี้จะมาหา เราก็ต้องมา อาจช้าหน่อย...เพื่อท่านจะได้ค่อยๆชินกับความไม่แน่นอน ตัวเราเองก็จะได้ตื่นตัวทุกเวลาในความผันแปรไม่เที่ยง..................................... 
.......ท่ายยกเอาคำพูดของเราในอดีตมา ทำให้นึกสะกิดใจว่า"ในใจของปิยมิตร"นั้น จะต้องมีบางสิ่งที่อยากพูด แต่คงไม่สะดวก...ก็เลยยกเอาประโยคเดิมของเรามาปลอบใจ หรือกลบเกลื่อนความหวั่นไหว(รึเปล่าครับ?) 
............เรื่องอารมณ์ เป็นสิ่งละเอียดอ่อนนะครับ ในการที่เราใส่ใจใครสักคน ในฐานะใดก็ตาม หากมีความนับถือศรัทธากันเป็นที่ตั้งแล้ว เราย่อมห่วง ย่อมแคร์ความรู้สึกของกัน ใช่ไหมครับ............................................. 
.................. เราเป็นห่วงท่านจริงๆ แถมยังหวั่นๆยังไงไม่รู้ แม้จะสัญญากับตัวเองว่าต้องเป็นคนหนักแน่นมั่นคงไม่อ่อนไหว แต่ก็คงจะพลั้งในบางครั้ง... เช่นยามนี้ 
เกรงว่าจะมีอุปสรรคยิ่งใหญ่มารออยู่...  
...เราจะทำได้ก็เพียง ย้ำบอกกันว่าให้เตรียมใจไว้ และต้องยอมรับความจริงและเหตุผล เราต้องไม่เอาอารมณ์ของตนเองเป็นใหญ่ ทั้งความเศร้าโศก ความห่วงใยคิดถึง ความถวิลหาผูกพัน เราต้องรักษไว้ครึ่งหนึ่ง(ถ้าไม่มีเสียเลยจิตใจคงแห้งเหี่ยว โลกว่างเปล่าเงียบเหงา) เราต้องสามารถควบคุมมันได้"ด้วยดวงจิตสำนึกที่บริสุทธิ์ ปรารถนาดีต่อกัน อย่างเมตตา" เพื่อเป็นสิ่งจรรโลงโลกใบนี้ให้งดงามสดใสยังไงล่ะ! 
... หวังว่าพรุ่งนี้ คงได้เข้ามาอ่าน ซ้ามากมาย สมดังอยากจะอ่านเยอะๆ แล้วนะ
If.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-27 00:24:19
If you only dare 
If you dare to drem, if you just belive 
you can make anything com true 
Anything's possible right now 
-just a mind made up-
อรุณสวัสดิ์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-27 07:08:37
ถึงนอนดึก เราก็ตื่นเช้าอยู่นะ เตรียมใส่บาตรด้วยล่ะ 
เช้านี้ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ เรามีข้าวเหนียวนิลนึ่งด้วย 
เดี๋ยวจะใส่บาตร และทานเผื่อนะครับ
อิ่มข้าวเหนียวนิลแต่เช้า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-27 13:48:11
จนป่านนี้ยังไม่รู้สึกหิวเลยครับ...ขอบพระคุณมากครับ 
 
ว่าแต่...ข้าวเหนียวนิลนี่เป็นอย่างไรครับ... 
ที่นี่...เราไม่เคยได้ยินใครพูดถึงข้าวเหนียวนิลเลยครับ... 
just a mind made up
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-27 14:01:46
Thank you for everything.
ข้าวกล้องงอก รู้จักไหมครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-27 19:03:15
ข้าวเหนียวนิล ทางอีสานเรียก"ข้าวก่ำ" ครับ 
เวลาเขาทำข้าวกล้องงอกก็ใช้ข้าวก่ำนี่ล่ะครับ. 
......ปิยมิตรครับ เรามาหาแต่เย็นย่ำวันนี้ และกะว่าก่อนนอนจะสวดมนต์ตั้งสมาธิใช้เวลานานสักหน่อย เพราะมีความวุ่นวายสับสนในภาระหน้าที่เกินไปก่อนหน้านี้ และช่วงนี้ เมื่อเช้าใส่บาตรไม่ทันพระคุณเจ้าที่ออกมาบิณฑบาตเช้าๆ เลยทันแต่วัดใกล้บ้าน... และวันนี้ต้องทำธุระนิติกรรมบางอย่างจึงลาหยุดงานเป็นครั้งแรกใ นรอบปี 
รู้สึกยิ่งไม่สบายใจ ก็จะขอตัวนะ ท่านจงระวังสุขภาพให้ดี 
และวันนี้วันพระ อย่าลืมสวดมนต์นะครับ
มหาปิยมิตรของเรา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-27 21:48:56
ท่านทำงานมาก...ก็ย่อมวุ่นวายสับสนมาก... 
เราเชื่อมั่นว่าท่านคงจะผ่านความวุ่นวายสับสนไปได้ด้วยดี 
เราเป็นห่วงท่านมากนะครับ 
เราเองก็ลาหยุดเหมือนกัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-27 22:10:55
เพื่อจัดการธุระส่วนตัวต่าง ๆ ไว้ให้เรียบร้อย 
และเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับการเดินทาง 
นี่ก็ยังได้ไม่ครบเลยครับ แต่ก็ยังพอมีเวลาอยู่ 
 
บางครั้งเราวุ่นวายมาก เราเหนื่อย ทำให้หลงลืม 
หรือไม่ก็ทำให้เราได้รับบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะขาดความระมัดระวัง 
เราจึงต้องใช้วิธีอยู่นิ่ง ๆ ไม่ทำอะไรเลย และพยายามตัดความกังวลใจให้หมด 
 
การสวดมนต์ก็เป็นวิธีการรักษาจิตใจเราได้เป็นอย่างดี 
เราสวดมนต์ได้ทุกที่ทุกเวลา เท่าก็จะนึกขึ้นได้ (สวดในใจเท่านั้นนะครับ) 
เช่นวันนี้เราไปทำธุระ กว่าจะถึงคิวของเราก็ตั้งนาน 
เราก็ใช้เวลาที่รอ สวดมนต์ในใจได้ตั้งเยอะ เราไม่ได้คิดถึงสถานที่และวันเวลามากนักหรอกนะครับ 
 
......เราขอขอบพระคุณท่านที่เตือน...เดี๋ยวเราจะไปจุดธูปเทียนบูชาพระก่อนนะ......ราตรีสวัสดิ์ครับผม... 
เราต้อง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-28 12:44:59
"ปิยมิตร" 
ในโลกแห่งความเป็นจริง 
ย่อมมีหลายสิ่งมากมาย... 
เป็นตัวกำหนด เป็นสิ่งที่ ทั้งเลือกได้และเลือกไม่ได้ 
................................... 
ธรรมดา เราย่อมต้องการไขว่คว้าแต่ความสุข อยากสมหวังดังใจทุกอย่าง... แล้วก็ สับสน วุ่นวายในดวงจิต 
อยาก... 
........... ทำเพื่อเธอ เรื่อยไป 
จากนี้ ต่อจากนี้ จะเป็นหนึ่งเดียวกัน ตลอดไป... 
แต่ต้อง! เลือกทำ... 
ในสิ่งที่ควรทำ คือ... ก้าวต่อไป ในหน้าที่ ความรับผิดชอบ 
เพราะเป็นหนทางที่สง่างาม ทางถูกทางดี เป็นการ"ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จึงจะสมคุณค่าที่เกิดมาเป็นมนุษย์" 
แม้จะว้าวุ่น.. ครุ่นคิดดวงจิตสับสนบ้าง 
ขอจงได้รับกำลังใจจาก"เพื่อนคนนี้" จะคอยเป็นกำลังใจเสมอ...จะอยู่ในห้วงมดนคิดของมิตรตลดเวลา จงมั่นใจมั่นคง นะ
ความจริง….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-28 13:43:31
เราเอง... ก็ไม่ได้ต้องการไขว่คว้าหาความสุขในสิ่งที่นอกเหนือจากที่เรามี ในปัจจุบันนี้นักหรอก 
ขอเพียงเรามีสุขภาพที่ดี...ทำงานได้... ดูแลคนในครอบครัวให้มีความสุข.... ไม่มีปัญหาใด ๆ 
(อดีต...เนื่องจากสุขภาพไม่ดี...เราจึงต้องสูญเสีย...เสียเวลา...เสียโอกาส...สูญเสียความสมบูรณ์...ไป) 
และก็อยากดูแลช่วยเหลือญาติพี่น้องบ้าง....อย่างหลังนี่ทำได้ไม่มาก....แต่ก็อยู่ในความคิดที่อยากจะทำอยู่เสมอ.... 
 
ทุกวันนี้เราก็พอใจมากแล้ว.... 
ยิ่งมี “เพื่อนแท้” อย่าง “มหาปิยมิตร”.... 
ยิ่งไม่มีอะไรจะต้องเศร้าเลย...พูดจริงจริ้ง...ไม่ได้โม้ครับผม.... 
มหาปิยมิตรของเรา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-28 21:17:40
ท่านสบายดีหรือเปล่าครับ... 
หวังอย่างยิ่งว่าท่านคงจะสบายใจขึ้นแล้วนะ 
 
ทำไงดี.....เราอยากให้ท่านติ๊งต๊องเหมือนที่เคยเป็น 
ท่านไม่ต้องพูดให้เราเศร้าซึ้งประทับใจมากนักนะครับ 
เพราะเราไม่อยากจะร้องไห้....เราอยากฟังเรื่องสนุก ๆ ... 
 
....เรารู้สึกได้ว่าท่านไม่ค่อยสบายใจ....เราจะช่วยท่านได้อย่างไรดีครับ... 
เราจะร้องเพลงที่ท่านชอบดีกว่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-28 21:29:50
บอกหน่อยได้ไหม บอกหน่อยได้ไหม บอกหน่อยทำไม 
ฟ้าจึงมืดไป เหมือนใจมืดมน บอกหน่อยได้ไหม เหตุใดเมฆฝน 
จึงครวญครางดั่งคน ช้ำใจเรื่อยไปทุกครา  
 
บอกหน่อยได้ไหม บอกหน่อยได้ไหม บอกหน่อยทำไม 
ฝนจึงหลั่งไหล คล้ายดังน้ำตา เจ็บปวดสิ่งใด บอกหน่อยเถิดหนา 
ลมพัดพาน้ำตา ฟ้ามาจากไหน  
 
หรือแสงตะวัน ได้พลันจากลา ฟ้าจึงมืดไป เหมือนรักจากไกล 
แล้วไม่กลับคืน ฉันยืนเดียวดาย ยามฝนพรำครั้งใด มองคล้ายดังน้ำตา 
เตือนว่าเธอร้างลาฉันไป หัวใจร้าวราน  
 
บอกหน่อยได้ไหม บอกหน่อยได้ไหม บอกหน่อยทำไม 
ฉันทำอะไรให้เธอเลิกรา บอกหน่อยได้ไหม บอกหน่อยเถิดหนา 
คืนรักคืนเวลาฉันมาได้ไหม 
 
บอกหน่อยได้ไหม.....สบายใจหรือยังครับ.... 
เป็นไข้นิดหน่อยครับ (แฮ่ะ แฮ่ะ)
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-28 22:00:46
วันนี้ ก็อดไม่ได้ ต้องไปยุ่งกับงานพิเศษนิดหน่อย ไปดูเขาเตรียมการพิธีปิดกีฬาในวันพรุ่งนี้........................ 
แล้วอากาศก็แห้งๆ มีแดดแต่ก็ลมแรงเป็นช่วงๆ ต่อให้คนแข็งแรงเป็นนักกีฬาก็ไม่ทนแล้ว เราอ่อนล้าด้วย จิตใจก็ห่อเหี่ยวยังไงชอบกล เมื่อตอนบ่ายไปหาหมอ.... 
ทราบอาการหลวงตา...ฟ้าหญิงพระองค์เล็กเสด็จมาเยี่ยมหลวงตาด้วย...เรากับพี่น้องในจังหวัดก็ใจคอไม่ดี เป็นห่วงอาการของหลวงตามาก(ท่านเป็นผู้ริเริ่มผ้าป่าช่วยชาติ) เราห่อเหี่ยวใจที่บ้านเมืองมีแต่เหตูการณ์สูญเสีย 
สิ่งมีค่า ที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ...ก็เลยกลัว... 
พอเราได้มารับทราบว่า"ปิยมิตร"เป็นห่วงเรา เราก็คิดได้ว่าเราเองคอยบอกให้คนอื่นเข้มแข็งๆ แต่ตัวเองกลับมาล้าซะงั้น เราจะรีบทานยาให้หายไวๆ มาติงต๊องให้ดู  
และวันนี้ ต้องร้องเพลงให้เราฟังนะถ้าไม่ง่วงซะก่อน 
และ ราตรีสวัสดิ์จ้า...
ราตรีสวัสดิ์ครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-28 22:09:28
มหาปิยมิตรของเรา โปรดจงหลับ...จงหลับ...จงหลับ...ๆๆๆๆๆๆๆๆ 
นี่คือ......การสะกดจิตผ่านคอมฯ ครับท่านครับ 
ท่านก็จงช่วยนอนหลับหน่อยนะครับ....เราอยากให้ท่านพักผ่อนเยอะ ๆ 
ตื่นเช้ามาจะได้อารมณ์ดี....เช่นเราที่อารมณ์ดีรบกวนท่านอยู่เวลานี้ !!! 
ก็อก ก็อก ก็อก...มีคนอยู่ไม้?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-29 10:13:09
มาเคาะประตูเรียกนะ ปิยมิตร ทำรายอยู่ฮะ 
เราตื่นแปดโมงแน่ะ มะรู้สึกตัวเลยเมื่อคืนโด๊ปยาไปมาก 
แถมยังมาถูกสะกดจิตให้หลับ โห! หลับเป็นตายมิรับรู้อะไรแม้แต่ฝันก็ไม่ฝัน... 
มารับแดดเช้า อ้าว เห็นมีรอยฝนตก เด็กๆบอกว่ามีฝนตกราวสักตีหนึ่ง(หลานๆเขาดูหนังกันดึกในคอมฯ น่ะ)...มิน่าล่ะ อากาศสามฤดูต่อวัน คนถึงสุขภาพไม่สู้ทน 
....................................................................... 
เมนูเช้าเรานะ ก็เอาข้าวสวยมาคลุกกับน้ำร้อนเจี๊ยะกับปลากรอบ ปลาทูทอด ตอนนี้ก็เล่นคอมฯ และเจี๊ยะมะละกอเหิ่มๆ ยังไม่สุกจนเละเราชอบ...ได้ยินเสียงเราเคี้ยวบ๊อออออออ จั๊บ จั๊บ กรุบ กรับ ๆ ๆ โอ๊! กระเด็นลอดมาถูกโน้ตบุ้ค เดี๋ยเช็ดก่อน...  
ว่าแต่ตัวเองล่ะว่างม้า? เค้าว่างทั้งวัน นอกเสียจากเพื่อนเขาจะหาเรื่องมาซุมแซวทำมาเป็นเยี่ยมไข้ ที่แท้จะมาทำน้ำปลาหวานกินมะม่วงบ้านเรามีต้นนึงกะลังดกสวยเชีย ว พ่อเราปลูกไว้เราก็ดูแลอย่างดี พันธ์ฟ้าลั่นไง กรอบเปรียะเลย .................................................................... 
หาเพลงฟังก่อนนะ แล้วจะมาร้องให้ฟัง......................
พักนิดนึง....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-29 12:17:17
ก็มาเปิดคอมฯ ดูหน่อย เผื่อจะมีใครมารออยู่ 
มีจริง ๆ ด้วย ที่แท้ก็เป็นคนว่างงานวันหยุดนี่เอง 
เราน่ะไม่ค่อยจะว่างนักช่วงนี้ มีเรื่องจุกจิกต้องจัดการให้เรียบร้อย 
 
พักสักหน่อยแล้วค่อยจัดการต่อ พอรู้ว่าท่านกำลังอิ่มหนำสำราญ 
เราก็หายเหนื่อยแล้ว และเราก็ยังรู้สึกอิ่มไปด้วย 
เราอยากทานมะม่วงน้ำปลาหวานมาก ๆ...ช่วยทานเผื่อเราด้วยนะ... 
และก็อยากฟังเพลงสนุก ๆ ประเภทร๊อคเท่านั้นครับท่านครับ... 
จัดไป...พี่หรั่ง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-29 12:46:07
*สาบานว่าไม่เสียใจ เสียใครไม่เท่าเสียเธอ 
จะยอมให้ใครมาทำร้ายเธอเป็นไปได้ไง 
แม้นตาย ก็ต้องยอม 
เป็นตัวเป็นตน รวมเป็นคนขึ้นมาได้ 
จะโตจะตายไม่แน่นอน 
จะตึงจะตังขึงขัง หรือโอนอ่อน 
แล้วแต่ทำเพื่อใคร 
**จะดีจะเลว เธอก็ยืนเคียงข้าง 
จดจำไม่จางยังซึ้งใจ 
จะเป็นจะตายดีร้ายสักเพียงใด 
ฉันทำได้เพื่อเธอ 
(ซ้ำ*,**,*) 
ของใครใครก็หวง หวงเธอดังดวงใจ 
ขอเธอไม่ต้องหวั่นไหว 
หลับเถิดหลับให้สบาย......................................... 
.........ฟังเลย แล้วเปิดฟังพี่ป้อม ไมโคร ซะให้เข็ด 
เอ้าเราเปิดดังๆไว้ก่อน.......................................... 
ยังไม่มีใครมากวน เด็กๆเรียกคนไข้(ป่วงการเมือง) ไปหม่ำๆแล้ว ป๊ะ มากินกลางวันนำกัน สงสัยปลาทูทอดมีอีกแหง! เฮ้อ! ก็ขี้เกียจจังวันนี้ สุดแต่จะมีอะไร หม่ำได้ทั้งนั้นนนนนนนนนนนนนนนน
สุดซาบซึ้งประทับใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-29 14:15:18
เห็นทีเราคงต้องรักพี่หรั่งมาก ๆ ซะแล้ว 
 
ตอนเย็นถึงจะเข้ามาเยี่ยมคนไข้นะครับ 
เดี๋ยวเราจะออกไปหาซื้อมะม่วงฟ้าลั่นก่อน...มีหรือเปล่าไม่รู้...  
 
ยานี่..ทำให้สมองเบลอน้อ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-29 17:51:39
วันนี้หน้าแตกยับเยิน...ชวนเพื่อนเขาให้พาออกไปดูสนามกีใกลาง...ถึงรู้ว่าตัวเองสมองเลอะเลือน แล้ว ความจริงพรุ่งนี้ถึงจะเป็นพิธีปิดการแข่งขันกีฬาฯ ต้องไปให้กำลังใจเด็กๆ ชมขั้นตอนพิธีการสักหน่อย...คงไหวอยู่หรอก 
............ พวกเรากินมะม่วงน้ำปลาหวานอร่อยมาก แต่มะม่วงไม่ค่อยเปรี้ยว ถ้าเป็นมะม่วงแก้วจะอร่อยกว่านี้ เรากินหอมไม่ค่อยได้ แต่เขาทำน้ำจิ้มอร่อยมากสมเป็นน้ำปลาหวาน เพื่อนเขาทำมาด้วย เขาเคี่ยวน้ำตาลข้นมากใส่หอมแห้งซอยเยอะใส่กะปิด้วยนะ ทั้งเผ็ด เค็ม หวาน แล้วก็นึกถึงปลาดุกย่างสะเดาลวก ตุ้ยเอา ตุ้ยเอา...คิดถึงคนไกลๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มะรู้ได้กินกับใคร ในค่าย หรือที่ไหนบ่อฮู้.................. ชายแดนเขมรมั้ง! นี่เราเข้ามาในเมืองนะตามเพื่อนออกมา ร้านทำผมติดร้านเกมส์ เราดอดมาโม้นานี่ มะได้ทำผมแต่เดี๋ยวจะให้ช่างสระน้ำอุ่นให้สักหน่อย.... 
ท่านล่ะ ปิยมิตร ระวังท้องไส้นะ เรากินไม่มากกลัวเจ็บคอ ล่อเอาแต่น้ำจิ้มเยอะๆ มะม่วงเลือกเอาแต่ชิ้นบางๆ 
กินซักสิบกว่าชิ้นดดยประมาน ถ้ามากจะต้องฟาดเป็นจานคนเดียว (หุ หุ..) เจอกัน เย็น เย็ลลลลลลลลลล
คุณหมอครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-29 20:26:49
คุณหมอรับประทานของเปรี้ยว ๆ ได้ ก็น่าจะหายป่วยแล้วนะ 
หรือว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยา...ก็เลยออกไปเที่ยวนอกบ้าน...ให้เราเป็นห่วงซะงั้น 
 
คุณหมอสระผมด้วยน้ำอุ่นก็ดีแล้วครับ 
คุณหมอต้องใส่เสื้อกันหนาว มีผ้าพันคอ หมวกไหมพรม 
ถุงมือ ถุงเท้า ผ้าห่มนวมสามผืน ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด 
ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ พักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ (อ้อ..ต้องสวมใส่กางเกงขายาวผ้านุ่ม ๆ อบอุ่นด้วยนะครับ) 
 
เวลานี้คนไข้กำลังพัฒนาตัวเองมาเป็นคุณหมอแล้วครับ....ทำไงได้ก็คุณหมออยากมาเป็นคนไข้นี่นา 
เราไม่ชอบในเมืองนักหรอก....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-29 20:39:11
เพราะรถเยอะ ควันจากท่อไอเสียก็เยอะ หายใจไม่สะดวก 
เราอยากจะไปอยู่บนภูเขาอากาศดี ๆ และไม่ต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารให้วุ่นวายใจ 
(แต่ข่าวจาก “มิตรแท้” นี่เราอยากรู้มาก ๆ เพราะทำให้เรามีกำลังใจ สบายใจ) 
เมื่อเราได้ไปจริง ๆ แล้ว เราก็คงไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันด้วยวิธีนี้ได้นะครับ 
อ๋อ..อ๋อ...!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-29 21:18:33
ทราบแล้ว.. ไม่เปลี่ยน 
บอกใบ้ให้แล้วใช่มะ? ที่ที่ท่านจะต้องไปน่ะ 
ทายเอาไว้ว่าต้องเป็นดินแดนไกลโข................ 
ไม่ญี่ปุ่นก็เกาหลี สวิต่ซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย 
เทือกเขาแอลป์ เขาหิมาลัย รัสเซีย อิตาลี.................. 
...เอ๊ะ! หรือว่าเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ....ว้ายทายไม่ถูกสัก-ก-ที่..........( ติ๊งต๊องเอามาก )........... 
ท่านไม่บอกก็ไม่อยากรู้ก็ด้ายยยยย เค้าจะไม่คิดถึงเลย!
ง่วงแล้ว ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-29 21:38:08
ที่บ้าน เน็ตช้า ไม่เหมือนร้านเน็ตเลยไว 
เราโม้แบบว่า ต๊องๆ เยอะแล้วนะ 
นอนละนะ.........ขอบคุณในความอาทร 
ปิยมิตร ท่านก็ระวังสุขภาพดีดีนะครับเพื่อภารกิจข้างหน้า 
เราจะไม่พูดให้ท่านระเคืองระคายเลยล่ะ 
............พักผ่อนนะ ราตรีสวัสดิ์จ้า
ทำไมทำตัวดื้อแบบนี้นะ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-29 22:03:18
ท่านอย่าได้เดาส่งไป...จ้างก็ทายไม่ถูกหรอกจ้า... 
ไปมาแล้วค่อยเฉลย...อุ๊ย ! ไม่ได้สิ...ก็ท่านบอกเราเองมิใช่หรือว่าไม่เปิดเผยก็ได้ 
 
ท่านเป็นห่วงเรา...ลืมไปแล้วหรือครับ... 
(Salesman อย่างเรา...จะไปขายของบนดอยมะได้รึไงครับท่านครับ) 
เวลานี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-29 22:16:47
เราก็คิด ๆ อยู่ว่าควรจะเปลี่ยน หรือไม่เปลี่ยน “มหาปิยมิตร”ดีนะ 
ท่านรีบนอนนั้นสมควรอย่างยิ่งแล้วครับ จะได้ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็น Salesman 
ท่านไม่คิดถึงเราก็ไม่เป็นไรหรอก...เราคิดถึงท่านคนเดียวก็พอ... 
อรุณสวัสดิ์ครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-30 07:50:33
เช้านี้ได้ใส่บาตรหรือเปล่าครับ...มีอาหารเหลือมาแบ่งเราบ้างไหม...เราอยากทานข้าวก่ำ... 
เราต้อง...กราบขอโทษท่านมาก ๆ นะครับ...ที่เราทำให้ท่านต้องมาติงต๊อง 
เราน่ะสนุกสนาน...แต่ท่านคงต้องเหนื่อยมาก... 
ที่ท่านป่วย...อาจมีสาเหตุมาจากถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำหรือเปล่าน้อ 
เราก็รู้ว่า...ที่ผ่านมาท่านได้พยายามทำให้เราพอใจ....แต่เวลานี้เราก็ไม่ค่อยจะพอใจตัวเองแล้วล่ะ... 
 
วันนี้...เราอยากฟังคำแนะนำสั่งสอนแบบซึ้ง ๆ จากท่านมาก ๆ ครับ 
ความจริงต้องเป็นพรุ่งนี้....แต่กลัวท่านจะไม่ค่อยว่างเพราะต้องทำงานแล้ว 
ก็เลยขอเป็นวันนี้...วันนี้นะครับ....คือเราอยากฟังเยอะ ๆ เลยนะ... 
มีอะไรที่ท่านอยากให้เราจดจำ...สำนึก...ก็พูดมาให้หมดเลย....ขอบพระคุณครับผม... 
ส่งข่าวเศร้าก่อน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-30 08:17:46
เมื่อคืนนี้ ราวตีสามเศษ 
ท่านหลวงตามหาบัว ได้ละสังขารไปจากโลกนี้แล้ว 
เราตื่นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ดังปลุกเป๋นระยะ ระยะ เพราะเพื่อนๆเราก็เป็นลูกศิษย์ และเคารพนับถือท่านมากมาย ทั่วทั้งจังหวัดล่ะ ไม่ว่าใกล้ไกล เมื่อปีที่แล้วยังได้นมัสการท่านใกล้ชิดกับคณะ 
................สิ้นแล้ว ผู้ที่เคยหาทองคำเข้าคลังหลวงพยุงเศรษฐกิจฟองสบู่แตก..................................... 
จิตใจเราห่อเหี่ยวนะครับ 
แม้จะทำเป็นติ๊องต๊องอย่างไร(ก็เป็นตามธรรมชาติอยู่นะ) 
แต่เราก็มีความเศร้าอยู่ลึกๆ 
เศร้ากับความไม่จีรังแน่นอน...ของทุกสิ่งในโลก ในชีวิต 
เศร้ากับที่"ปิยมิตรจะจากจร ไปที่แห่งใดก็ไม่รู้ 
................................................................... 
แต่จงเข้มแข็งในดวงจิต หากเป็นหน้าที่ 
อย่าวิตกห่วงใยอะไรมาก "จงก้าวไปอย่างแน่วแน่" 
เราก็ยังอยู่เป็นกำลังใจเสมอ ไม่ได้หายไปไหน 
ห่วงแต่ท่าน จะลำบาก ใกล้หมอรึเปล่าไม่ทราบ 
ขอให้เตรียมความพร้อมให้ดีล่ะ หมออู้คนนี้ช่วยเหลือไม่ได้นะ ถ้ากระเพาะกำเริบ ต้องเข้มงวดกวดขันตัวเอง 
................คงถึงเวลาจะไปแล้วสินะ หรือจวนๆใกล้เข้ามาแล้ว.... อย่าหวาดหวั่นนะฮะ 
นึกถึงคุณพ่อคุณแม่ ญาติพี่น้อง ทำให้ท่านสบายใจด้วยนะครับ จะเป็นอานิสงน์ผลบุญพาให้เราประสบความราบรื่น 
ปลอดภัย จิตใจก็จักกล้าแกร่ง...นะครับผม 
สำหรับเรา คงไม่ต้องพะวง เพราะเราเข้าใจ เข้าใจ และเข้าใจ!
เอากาพย์ยานีนี้ ไปฟังด้วย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-30 08:31:57
"ดวงเทียนในดวงจิต ไม่มืดมิดแต่สุกใส 
เปลวเทียนในดวงใจ ส่องอำไพให้ปวงชน 
ลมแรงแสงริบหรี่ ก็ยังมีไม่อับจน 
ไม้ขีดไฟในกมล จะจ่อวนดลแสงพราว" 
=มหาปิยมิตรของปิยมิตร=
ดอกไม้ให้คุณ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-30 19:10:53
ขอมอบดอกไม้ในสวน นี้เพื่อมวลประชา 
จะอยู่แห่งไหน จะใกล้จะไกลจนสุดขอบฟ้า 
ขอมอบความหวัง ดั่งดอกไม้ผลิสดไสวอาณา 
เป็นกำลังให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ เป็นสิ่งเสนอให้มา 
*ดวงตะวันทอแสง มิถอยแรงอัปรา 
เป็นเปลวไฟที่ไหม้นาน 
เป็นสายธารที่ชุ่มป่า 
เป็นแผ่นฟ้าทานทน 
ขอมอบดอกไม้ในสวน ให้หอมอบอวลสู่ชน 
จงสบสิ่งหวังให้สมตั้งใจ ให้คลายหมองหม่น 
ก้าวต่อไปตราบชีวิตสุด ดุจกระแสชล 
เป็นกำลังใจให้คุณ 
เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้คุณ
ท่านหลวงตามหาบัว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-30 21:36:13
ครั้งหนึ่ง....เราได้ไปทำหน้าที่ ณ วัดแห่งหนึ่ง 
วันนั้นมีผู้คนมากมายมารวมกันเพื่อทำในสิ่งที่ดี 
 
วันนั้นท่านหลวงตามหาบัวท่านได้แวะเข้ามาที่วัด 
ด้วยระลึกถึงท่านพระอาจารย์ของท่าน ผู้ละสังขารไปนานมากแล้ว 
 
เราได้เห็นท่านหลวงตามหาบัว มีผิวพรรณผุดผ่อง นั่งเก้าอี้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ภายในบริเวณวัด 
มีประชาชนนั่งห้อมล้อมท่านอยู่มากมาย เราจึงได้นมัสการท่านในระยะที่ไกลพอสมควร 
เมื่อได้ระลึกถึงท่านในวันนั้น ทำให้มีความปิติจนทุกวันนี้ ครั้งเดียวในชีวิตของเราที่ได้พบท่าน 
และก็คงอยู่ในใจให้เราเคารพนับถือท่านตลอดไป เช่นที่เราเคารพนับถือท่านพระอาจารย์ของท่าน.... 
 
ท่านหลวงตามหาบัว คงไม่ต้องการให้ลูกศิษย์ของท่านเป็นทุกข์ใจในการละสังขารของท่า นหรอกนะ 
แต่พวกเราก็คงเสียใจเพราะได้สูญเสียผู้ที่นำพาคนมากมายให้ทำควา มดี และเสียสละเพื่อส่วนรวม 
เราก็ได้แต่สวดมนต์ และน้อมจิตใจระลึกถึงพระคุณความดีของท่าน  
เพื่อส่งเสริมให้ท่านได้สมดังหวัง ตามที่ได้ตั้งใจแน่วแน่สูงส่ง..ที่สุด.... 
มหาปิยมิตรของปิยมิตรครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-30 21:52:55
ถ้าท่านจะเป็นกำลังใจให้เรา ท่านก็จงโปรดอย่าได้เศร้าใจไปเลยนะครับ 
เราก็แค่ไปทดสอบร่างกายท่ามกลางสายลมแสงแดด และแสงดาวในเวลากลางคืน 
บรรยากาศดีเลิศ สนุกสนาน อบอวนไปด้วยกลิ่นไอธรรมชาติล้วน ๆ  
เราก็หวั่น ๆ อยู่ว่าไปแล้วจะไม่อยากกลับ และก็ลืมท่านมหาปิยมิตรของเราไปเลย...ทำไงดีครับท่านครับ 
กลัวจะนอนไม่หลับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-30 22:24:07
เมื่อเข้าใจ เข้าใจ และเข้าใจ 
เหตุไฉน ต้องกังวล จนเศร้าหมอง 
เพื่อนคนดี ที่หนึ่ง ไม่เป็นรอง 
เราก็ต้อง คิดถึง ไม่เสื่อมคลาย........ราตรีสวัสดิ์ครับผม 
อรุณสวัสดิ์ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-31 09:43:46
เมื่อคืนนี้ท่านนอนหลับสบายดีไหมครับ 
วันนี้เราก็ยังอยู่ทั้งวันยันเที่ยงคืน 
 
มีข่าวล่ามาไวบอกว่าต้องนอนกลางดินกินกลางทรายแต่วันแรก 
(สงสัยว่าเขาจะให้เราไปจับกบขายหรือเปล่านี่) 
เดี๋ยวเราจะไปหาซื้อยากันยุงก่อนนะ....เย็น ๆ จะเข้ามาเยี่ยม....  
 
ขออภัยมาช้าไปหน่อย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-31 21:09:20
เพิ่งจะเตรียมของเสร็จเรียบร้อย... 
ก็มารอคำอวยพรจาก “มหาปิยมิตรของเรา” อยู่ครับ 
คุณหมอครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-31 21:50:43
คนไข้จะไม่อยู่แล้ว....คุณหมอต้องดูแลสุขภาพกายใจของท่านให้ดี ๆ นะครับ 
ช่วงนี้ท่านไม่ค่อยสบายบ่อย ....คงเป็นเพราะท่านได้ให้เวลากับคนไข้มากไปหน่อย 
 
ตอนนี้คนไข้สบายดีแล้วและกำลังจะไปเที่ยว....ขอให้คุณหมอสบายใจ พักผ่อนมาก ๆ  
เมื่อเรากลับมา...เราคงจะได้เห็นท่านร่าเริงแจ่มใส ทำให้เราสนุกรื่นรมย์ได้ดังเดิมนะครับ 
 
....................ราตรีสวัสดิ์...คิดถึงมากมาย...ขอให้หลับฝันดีครับผม...................... 
สวัสดีครับ"ปิยมิตร"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-31 21:54:11
จะต้องไปแล้วจริงๆหรือนี่..ว้า! ไม่อยากใจหายเลย... 
เราคงต้องขออ้างเอาคุณพระรัตนตรัย.. สิ่งที่ท่านเคารพนับถือเป็นที่ตั้ง จงปกป้องคุ้มครองท่าน ขอพลานุภาพความห่วงใยที่คุณพ่อคุณแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนพ้อง และ "เพื่อนคนนี้" จงได้ติดตามคุ้มกันคุ้มภัยให้ท่าน"เข้มแข็ง แข็งแรง ประสบความสำเร็จ" ด้วยเทอญ
ขอบพระคุณอย่างยิ่งครับผม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-31 22:10:16
ดีใจจังเลยครับ ที่ท่านมา เราคิดว่าท่านคงจะไม่มาแล้ว 
 
คืนนี้เราขออนุญาต...จัดเพลงให้ท่านฟังหนึ่งเพลงนะครับ 
 
.........................กำลังใจ……………….. 
 
โบกมือลา…เสียงเพลงครวญมา ต้องลาแล้วเพื่อน 
กี่ปีจะลับเลือน ฝากเพลงคอยย้ำเตือน หวนไห้ 
จากกันไกล แม้เพียงร่างกาย แต่ใจชิดใกล้ 
เมื่อใจเราซึ้งใจ ร่วมทางไม่ร้างไกล หมายมั่น 
 
ขุนเขาไม่อาจขวางสายธารเที่ยงธรรมได้ 
ความหวังยังพริ้งพราย เก่าตายมีใหม่เสริม 
ชีวิตที่ผ่านพบ มีลบย่อมมีเพิ่ม 
ขอเพียงให้เหมือนเดิม กำลังใจ 
 
อย่าอาวรณ์… 
รักเราไม่คลอนคลางแคลงแหนงหน่าย 
ให้รักเราละลาย กระจายในผองคน 
ผู้ทุกข์ทนตลอดกาล…………………. 
"เพื่อวันที่ดีของเรา"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-31 22:15:43
เดินไปตามฝัน ฝันที่เราอยากเห็น 
มีเพียงใจเป็นเป็น เพียงแค่เพื่อนร่วมทาง 
จะเจ็บจะหนาว เปล่าเปลี่ยวสับสน 
หนทางคงไม่ไกล ชวนให้ไปพิสูจน์คน................. 
.........เราจะร้องกล่อมให้นอนฝันดี ตื่นขึ้นให้สดชื่นมุ่งมั่นไป....แล้วกลับมาบอกเราถึงความสำเร็จราบรื่น นะครับผม!
เราจะนอนแล้วนะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-31 22:22:34
เพื่อจะได้ฝันดีมาก ๆ ท่านก็ต้องพักผ่อนด้วยนะครับ 
 
..............ราตรีสวัสดิ์ครับผม...............
พักผ่อนนะครับ.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-01-31 22:28:28
สวดมนต์ไหว้พระพร้อมกันนะ ........................ 
แล้วจงหลับปุ๋ย ปุ๋ย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ผ่านไปแล้วหนึ่งวัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-02 14:27:56
วันนี้วันที่สองแล้ว... 
ขอให้เพื่อนเรา จงแข็งแรงด้วยพลังกาย 
จงเข้มแข็งด้วยพลังใจ.
วันที่สาม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-03 14:55:09
วันนี้ วันตรุษจีน 
เป็นวันที่พี่น้องไทยเชื้อสายจีนได้ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ทั้งแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุษ ต่อผู้มีพระคุณ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีงามยั่งยืนมาตลอด จึงไม่ต้องสงสัยที่ชาวจีนอยู่ไหนก็มีความเจริญเพราะความบากบั่น มุมานะ ซื่อสัตย์กตัญญู คนไทยเราก็นับถือ"ความกตัญญูกตเวที"นี้เป็นคุณธรรมสูงสุดของคนดี คนดี้นั้นจะต้องเป็นคนมีความกตัญญู... 
............................................................................"ปิยมิตรของเรา" เป็นคนดี จึงต้องไปทำหน้าที่ทดแทนคุณของแผ่นดิน........เราระลึกถึงนะ
วันที่สี่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-04 19:12:41
กราบวิงวอนคุณพระช่วยปกป้อง 
เฝ้าคุ้มครองปิยมิตรอย่าหวั่นไหว 
ช่วยอภิบาลปกป้องทุกผองภัย 
ให้ปลอดภัยแช่มชื่นทุกคืนวัน
”มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-05 20:45:13
ท่านสบายดีหรือเปล่าครับ 
วันนี้ยังไม่มีข้อความจากท่านเลยนะครับ 
 
เวลานี้เราอยู่ที่บ้าน พรุ่งนี้เช้าเราก็จะกลับไป 
เหนื่อยมาก ๆ แต่ก็ต้องกลับมาจัดหาของใช้บางอย่างที่เราคาดไม่ถึงว่าจะต้องใช ้ 
 
พอได้อ่านข้อความของท่านแล้วก็หายเหนื่อยครับ 
ขอบพระคุณที่ท่านนับวันให้เรา ท่านคงต้องนับอีกนานพอสมควร 
ที่โน่นก็มีเพื่อน ๆ นับวันและประกาศว่าเหลือเวลาอีก....วันนะ แค่นี้ก็เรียกเสียงหัวเราะได้แล้ว 
ทุกอย่าง...มากเกินกว่าที่เราคิดไว้....จะสำเร็จได้ก็ด้วยความอดทนอย่างมากเท่านั้น (สำหรับเรา) 
 
เราก็พยายามจะใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ลดน้ำหนัก 
เป้าหมายคือพยายามให้น้ำหนักลดลงเท่ากับเมื่อยี่สิบปีก่อน...ท่านว่าเราจะทำไหมครับ 
แต่ก็รู้สึกว่ายิ่งเหนื่อยก็ยิ่งทาน ยิ่งเห็นของหวานด้วยแล้วยิ่งไม่อยากทานข้าวเลย...เวลานี้ก็หิวอีกแล้ว 
 
........วันนี้เราจะได้ฟังเพลงเพราะ ๆ ก่อนนอนจาก “มหาปิยมิตรของปิยมิตร” หรือเปล่าครับ…. 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-05 20:57:05
ลำธารภูเขาท้องฟ้ากว้างใหญ่  
เส้นทางที่ท้าทาย ชวนให้ไปพิสูจน์คน  
สอนให้เราอดทน จิตใจคงมั่น…  
อรุณสวัสดิ์ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-06 07:16:03
แดด ส่องฟ้า เป็นสัญญา วันใหม่ 
พวกเรา แจ่มใส เหมือนนกที่ออก จากรัง 
ต่างคน รักป่า ป่าคือ ความหวัง 
เลี้ยงชีพ เรายัง ฝังวิญญาณ นานไป 
 
โลก จะหมอง ครองน้ำตา ยามเศร้า 
แบ่งกัน ว่าเขา และเราเศร้าจริง ใจฉัน 
ป่ามี น้ำใจ ใสแจ่ม ทุกวัน 
รักป่า ไหมนั่น เมื่อป่าลั่น ความจริง 
 
..............คิดถึงมากมาย............ 
วันที่เจ็ดแล้วครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-07 15:41:18
เดือนนี้นะ จำง่ายไล่ตามวันที่เลย 
เราว่าท่านไม่อยู่ เราเข้ามาแล้วมันเศร้า เลยมีซึมพิมพ์อะไรไม่ออก แต่ถ้าได้ใส่บาตรทันก็อุ่นใจไม่ค่อยเศร้า 
เพราะเราได้อธิษฐานขอพรพระให้พวกเรามีสุขภาพแข็งแรง เข้มแข็ง เราอยากเก่งอยากทนทานต่ออากาศร้อนหนาว... 
สองวันมาแล้วอากาศเปลี่ยนแปลง มีร้อนปิ๊ดขึ้นมา จากหนาวซะนี่ ภูมิแพ้เล่นงานแย่ ต้องพ่นยาและกินยาแก้แพ้พอค่ำลงก็ง่วงเอา ง่วงเอา หลับแต่หัววันเชียวครับ 
ส่วนกลางวันงานก็กำลังเร่ง กำลังมีภาระหนักอยู่...แต่ว่าน้ำหนักเราเพิ่มนะ เพิ่มเอาๆ แต่ไม่อยากอ้วนนะยิ่งเตี้ยอยู่อ้วนแล้วดูไม่จืด คริ คริ
ดีใจนะ ที่ปิยมิตรของเราสบายดี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-07 15:46:44
เราล่ะโล่งใจไปเปราะหนึ่ง ที่ท่านไม่เจ็บป่วย แถมยังตั้งใจว่าจะลดน้ำหนักให้ได้...เป็นกำลังใจ แล้วเราก็จะเพิ่มน้ำหนักด้วย ถือว่าแชร์ แชร์กันนะ 
มันอยู่ที่"กำลังใจ"นะ ทุกเรื่องเลยล่ะ 
คิดถึงเพื่อนก็เอาแรงใจจากเพื่อนนะ...สู้ สู้ คร้าบบบบบ
วันที่เก้า แล้วเน้อ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-09 22:39:55
สบายดีหรือเปล่า...ข่าวคราวไม่เคยรู้ 
คิดถึงเธออยู่...ต้องอดทนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะครับ
วันที่สิบครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-10 20:29:37
เหตุการณืในประเทศไม่สงบเลย ทั้งภัยที่ใต้ ชายแดนไทยเขมรอีก ห่วงใยพี่น้องที่มีผลกระทบ ไม่ได้อยู่สุขสบายใจ.......................................................... 
......โลกเราเริ่มถึงคราวจะนับถอยหลัง เคาท์ดาวอวสานเสียล่ะมังคราวนี้... ก็มนุษย์เรากระทำเอง เจริญทางวัตถุสูงสุดแล้ว สุดโต่งแล้วก็คงจะสารวันเตี้ยลงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 
เฮ้อ! คิดถึง"ปิยมิตร" ม้าก..มาก ครับ
สาละวัน เตี้ยลง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-10 20:49:50
หลายๆประเทศทั่วโลกประสบภ้ยพิบัติ ทางธรรมชาติ 
พิบัติภัยจากความขัดแย้งรุนแรง...การเมือง การบ้าน 
ถ้าลองความวุ่นวาย ความต้องการ ความไม่พอเพียง 
ไม่"เมตตา"กัน ไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ คุณค่าแห่งชีวิตก็จะไม่ต่างกันเลย...หนักหน่วงที่ในใจนะ .........เครียด! 
เราต้องระงับสติ ข่มความวิตกว้าวุ่นสักเพียงใดนะ ถึงจะไม่ห่วงใยทุกข์ร้อนแทนเพื่อนร่วมชีวิตกันในพื้นโลกจนไม่เป ็นสุข
สิบเอ็ดน่ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-11 17:19:04
หนาวมากไหมครับปิยมิตร คงไม่มีปัญหาต่อสุขภาพมากนะกะคนที่ว่าจะรีดน้ำหนัก ลงกี่กิโลแล้วเอ่ย... 
คงไม่ได้ทานบัวลอยหลายวันแล้วนะ มีผลไม้หวานให้แทนบัวลอยไม้ล่ะ...ยังไงไม่ได้ทานก้อย่าเป็นทุกข์นะ เพราะเราทานเผื่อบ่อยมากคือกล้วยบวชชีกะมะละกอสุก พุงจะออกแล้วยิ่งขี้เกียจปั่นจักรยาน มันไม่ค่อยสนุกลูกหลานไม่ว่างเขาติวหนัก ไม่ค่อยเป็นเพื่อนเล่นด้วย ปล่อยให้คนแก่โดเดี่ยว ทีเรารำคาญเขากลับมาอี๋อ๋อเคลียคลอ ทีเราเหงาๆ เขากลับไม่สน...เฮ้อ หาฟังเพลงดีกว่าไว้ทุกข์แด่หลวงตามาหลายวัน วันนี้ก่อนเข้านอนจะสวดมนบ์ยาว...ส่งพลังบุญมาถึงปิยมิตรคนดีของเรานะ
สิบสอง...จะไม่หมองเศร้า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-12 09:13:35
จะร่าเริง ร้องเพลงเพื่อชาติ เพื่อหัวใจได้มีแรงสู้ๆๆๆๆ 
...................................................................... 
.................."แผ่นดินของเรา".............................. 
แผ่นดิน ของเรา ย่อมเป็นของเราชาติไทย 
ใกล้ไกล ย่อมเป็นของเราชาติไทย 
เลือดไทยไหลโลมลงดิน 
ใครหมิ่นศักดิ์ศรีคนไทย 
ย่อมมีวัน สักวันให้ไทยล้างใจอับปรีย์ 
แผ่นดิน ของเรา ย่อมเป็นของเราอยู่ดี 
ที่ใด ย่อมเป็นของเราอยู๋ดี 
หากเชือดเฉือนไปคราใด ย่อมแสนหวั่นไหวชีวี 
ปฐพี แหลมทอง ช่วยกันคุ้มครองป้องกัน 
**สักวันต้องคืนกลับมา มั่นใจเถิดหนา 
ขอพลีชีวารักษาชาติไทย 
ชาติไทยคู่ฟ้า เลือดทาแผ่นดิน
เป็นห่วง"ปิยมิตร"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-12 09:19:52
เป็นห่วงพี่น้องชายแดน...ทหาร เจ้าหน้าที่ที่กำลังเสี่ยงภัย ที่กำลังปกป้องรักษาดินแดนบ้านเมือง 
.......................................................................ขอภาวนาให้ทุกทานปลอดภยันตรายทั้งปวง 
ทำบุญ ทำดี ให้ทุกวันๆ จงแผ่คุ้มครองรักษาพี่น้อง และชาติของเราให้สงบสุขคืนกลับมาเร็ววัน
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-12 15:21:32
ท่านจงอย่าได้เศร้าไปเลยนะครับ 
ความจริงแล้วเราต่างหากที่จะต้องเศร้า 
แต่เพราะไม่มีเวลาให้เศร้าก็เลยเศร้าไม่ได้ครับ 
 
เมื่อคืนเรากลับมาถึงบ้านประมาณตีสอง... 
เมื่อมีโอกาสกลับบ้าน เราก็ต้องกลับมาพักผ่อน 
ให้คลายเจ็บปวดร่างกายไปบ้าง...ที่สำคัญได้นอนเต็มที่ 
ถนอมร่างกายเอาไว้....เพราะเราจะต้องเหนื่อยมากขึ้นทุกวัน…. 
ตั้งแต่ไปวันแรก...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-12 15:30:27
อากาศที่โน่นกับที่นี่ต่างกันมาก 
อยู่บ้านเรายังพอมีอากาศหนาว.... 
แต่ที่โน่นจะร้อนมาก...และเราก็ต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานานทุกวัน 
กลางวันร้อนมาก ๆ แต่ก็มีลมพัดเพราะอยู่ที่สูง....ดึก ๆ อากาศจะเย็น 
บ้านเราต้นไม้มีใบ....แต่ที่โน่นต้นไม้ไม่ค่อยจะมีใบ...บางต้นไม่มีใบเลย 
นี่ถ้าต้นไม้บ่นได้เหมือนเรา...ก็ไม่รู้จะเอาหูที่ไหนไปฟังความทุกข์ทรมานของเขานะ… 
เราโชคดี...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-12 15:34:37
ที่ระบบภายในร่างกายเราดี...ไม่เป็นไข้ 
แต่ภายนอกนี่ไม่ต้องพูดถึงเจ็บปวดระบมไปทั้งตัว 
ฟกช้ำดำเขียวเป็นเรื่องปกติ...เมื่อวานนี้ก็ได้เลือดจิ๊บ ๆ เพราะการเรียนรู้อุปกรณ์บางอย่าง 
กลัวมากคือการปวดท้อง เป็นไข้....ไม่อยากเป็นภาระให้เพื่อน ๆ เพราะทุกคนก็เหนื่อยมาก 
ไม่มีบัวลอย....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-12 15:39:47
แต่ก็มีกล้วยบวชชีมาให้ทานสองสามครั้ง...เวลาทานก็ชื่นใจมาก...ความสุขเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ 
ปกติไม่มีผลไม้ให้ทานหรอกครับ ได้ทานแตงโมสองครั้งคนละไม่กี่ชิ้น แต่ก็ชื่นใจเหมือนกัน 
อยู่ที่โน่น....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-12 15:46:44
ไม่มีข้อมูลข่าวสารใด ๆ ให้รับรู้....เพราะไม่มีสื่อให้รู้ 
สำหรับเราก็ว่าดีนะ....บางช่วงเวลาถูกปิดหูปิดตาบ้างก็ดี 
 
แต่สำหรับที่นี่.....เรายังคงคิดถึงอยู่เสมอ 
เพราะคงไม่มีที่ไหน หรือใครที่จะให้กำลังใจได้ดีเท่านี้ 
 
ทุกวันเราจะขอ.......ให้เราผ่านพ้นวันนั้นไปได้โดยราบรื่น 
ซึ่งแน่นอน...เราก็แอบขอให้บุญบารมีของท่านช่วยคุ้มครองเราด้วย 
 
ยังมาได้ไม่ถึงครึ่งทางเลยครับ...รู้ว่านับวันก็ยิ่งจะต้องลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ 
อุปสรรคของเราก็คือร่างกายไม่แข็งแรงมากนัก...จึงต้องใช้ความอดทนและพยายามมาก 
 
เมื่อเรากลับมาเราคิดว่าจะซื้อจักรยานมาขี่ออกกำลังกายแล้วล่ะ...แต่ก็ยังอยากได้คันละ 950 อยู่นะครับ 
เป้าหมายการลดน้ำหนัก 5 กิโลกรัม แต่คงไม่ไหว นี่ได้แค่หนึ่งกิโลกรัมก็จะอาเจียนแล้วครับ..เหนื่อยมาก 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-12 21:00:15
ดวงดาวที่พราวพร่าง 
ส่องสว่างกระจ่างใส 
เหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจ 
เพื่อผู้ใดกันเล่าเอย 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-12 21:32:36
ท่านสบายดีหรือเปล่าครับ 
เราเคยเห็นคนเป็นภูมิแพ้ เป็นไมเกรน เห็นเขาทรมานมากเลย 
เมื่อก่อนเขาเป็นคนมีความกดดันมาก ทำให้เกิดความเครียดสะสมมานาน 
 
เราเป็นห่วงท่านมากนะครับ…และเราก็ไม่อยากให้ท่านซีเรียส 
กับการเปลี่ยนแปลงของโลกของคน และเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต...จนเกินไป 
ทำในสิ่งที่เราทำได้...ที่เหลือก็ปล่อยให้กาลเวลาจัดการทุกสิ่ง...คนดีจงอย่ากังวลนักเลย 
 
พรุ่งนี้เราก็จะกลับไปแล้วนะครับ 
ปกติแล้วอาทิตย์หน้าเราจะต้องอยู่ที่โน่น 
แต่ถ้าโชคดีก็คงได้กลับบ้าน…มาเยี่ยม “มหาปิยมิตรของเรา”  
 
ราตรีสวัสดิ์....คิดถึงมากมาย...ขอให้หลับฝันดีครับผม... 
วันที่สิบสาม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-13 06:47:18
อรุณสวัสดิ์ครับ 
.................................... 
บอกแล้ว อย่าห่วงกังวลเรามาก เราได้ทำในสิ่งที่เราพอใจก็ไม่เครียด แล้วเราก็ไม่เคยเป็นไมเกรน ปวดหัวจากการคิดมากมะมีเลย มีแต่จากอากาศ 
เจ้าหอบหืด ก็มีผลได้มรดกมาจากคุณแม่ของเราซึ่งท่านเสียชีวิตจากเราไปตั้งก ะอยู่ม.ปลายฮ่ะ... เป็นโรคที่ถ้าดูแลสุขภาพร่างกายดีๆ หลีกเลี่ยงฝุ่น ความเครียดหนักๆได้ก็อยู่สุขสบาย เราก็เป็นคนมีอารมณ์ขัน(ได้มาจากคุณพ่อที่ตามคุณแม่ไปสวรรค์แล้ วเมื่อปี52 ) เราก็เลยเป็นคน 
ปรับตัวได้เก่งจ้า 
.............................................................. 
วันนี้หลานๆเขากวนแต่เช้า เสียงจ้อกแจ้ก มากันมาค้างด้วยกับเพื่อนๆ กะลังแต่งตัวเค้าจะไปเต้นประกวดโคครงการทูบีนัมเบอร์วัน สักแปดโมงเราจะได้ไปส่งที่ในเมืองที่ห่างบ้านเราไปสักหกกม.ครับ เช้าเลยว่างมีเวลาเล่น
เมื่อวานไปทำบุญต่างอำเภอครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-13 07:07:18
"ปิยมิตร" ช่วงนี้เราสุขภาพดี กินเก่งนะ มีกำลังขับรถได้ฉิว ก็ชวนหลานไปวัดต่างอำเภอที่ห่างเมือง24 กม. เรียกว่าไปนมัสการทำบุญแบบเลือกเจาะจง อาจจะได้บุญไม่มากแต่ได้กุศลจิตเยอะ ได้สนทนาธรรม ได้สักการะสถานที่ ได้ดื่มด่ำทิวทัศน์ ถือเป็นการผ่อนคลายไปด้วย จะได้คลายคิดถึงคนไกลด้วยไง... 
เรารู้ว่าท่านไม่เป็นไรก็ยิ่งเบาใจ แถมยังได้ทานกล้วยบวชชีที่เราชอบอีกต่างหาก... 
คงไปเพิ่มประสบการณ์ให้ชำนาญเข้มข้นขึ้นสินะ สู้ สู้ เรามั่นใจว่าท่าน"ทำได้ดีมาก" แน่ และอย่าซีเรียสการลดน้ำหนักมากนัก ปล่อยให้เป็นไปตามสเตป ฝึกหนักออกปานนั้นไม่ลดลงก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วชิมิ? 
.......ส่วนเรา สัปดาห์นี้ได้ปั่นจักรยานสามวันแล้ว เราว่าพอดีเลย เราปั่นเพิ่มรอบขึ้นทุกวัน งานก็เบาลง ได้ดูแลตัวเองมากขึ้น ได้อ่านหนังสือที่ชอบมากขึ้น เย็นนี้ก็ชวนเพื่อนว่าจะไปร่วมพิธีสวดมนต์เย็นที่วัดป่าบ้านตาด ครับ เราจะอธิษฐานทำบุญเผื่อท่านด้วยนะ(ซึ่งก็ทำปกติทุกครั้งล่ะ) 
ท่านมะต้องห่วงเรานะ จงทำหน้าที่ให้ดีที่สุด มีเวลาก็ทำความดีต่อคุณพ่อคุณแม่ให้มากๆ เผื่อเราที่ได้ทำให้พ่อแม่ในเวลานิดเดียวยังเสียดายอยู่ตลอดที่ คิดถึงท่าน...ดังนั้น"มิตรแท้ของเรา" ต้องทำให้สมบูรณ์ จะได้สบายใจสุขใจไปตลอด นะครับ
รักษาสุขภาพ และจงปลอดภัย ราบรื่นในภารกิจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-13 07:11:46
...................................... 
"เพราะชีวิตคนแสนสั้น เรามาทำวันนี้ให้ดีที่สุด" 
คิดถึงที่สุด.
อรุณสวัสดิ์ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-13 08:15:32
คิดถึงมาก ๆ ครับผม
คงกลับไปแล้ว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-13 21:34:17
ปิยมิตร ครับ 
คงจะกลับไปถึงที่หมายแล้ว(หรือยัง?) 
อากาศยิ่งเปลี่ยนๆอยู่ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว 
ดื่มน้ำเปล่ามากๆหน่อยนะ ถ้าน้ำเย็นให้รีบๆอาบ 
ตอนอาบก็เต้นยึกยักกล้ามเนื้อไปด้วยร้องเพลงดังๆได้ป่ะ 
จะได้หายหนาวไง เวลานอนก็ใส่ถุงเท้า ห่มผ้า มีหมวกเวลานอนรึเปล่าล่ะ ถ้าเย็นมากก็เอาผ้าขนหนูโพกหัวไว้ก็ได้นะเวลานอนถ้าเย็นหรือหนา วจัดนะ
พรุ่งนี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-13 21:41:44
เราจะไปทำงานแต่เช้า เตรียมพวกนม อาหารแห้งไว้ในรถว่าจะใส่บาตรระหว่างทาง ทำบุญในวันวาเลนไทน์ 
ให้ได้บุญที่ได้รักศรัทธาในพระศาสนา และก็จะส่งความรักความเมตตาให้สรรพสิ่งในโลกทั้งหมดทั้งปวง 
ส่งความปรารถนาดีบวกห่วงใยมาให้ปิยมิตรมาให้เพียบเลยนะฮะ... 
จงหลับปุ๋ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆฝันดีคร้าบบบบบบบบบบบบบ
เราจะไม่ได้มาทุกวันนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-15 13:30:02
ก็จะฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง มุ่งมั่นทำหน้าที่ 
บางเวลาก็จะมาเยี่ยมเยือน 
........"ปิยมิตร" for get me not.
สิบเจ็ดวันเอง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-17 22:34:57
"ปิยมิตร" พรุ่งนี้เป็นวันมาฆบูชาครับ 
เราจะทำใจให้ผ่องใส ตักบาตร แล้วไปทำบุญที่วัดด้วย 
ถ้าท่านไม่มีเวลาทำบุญ เพื่อนคนนี้จะทำบุญเผื่อนะครับ 
ให้ท่านจงมีพลานามัยแข็งแรง สามารถฟันฝ่าความยากลำบากได้ทุกประการนะครับ เราเอาใจช่วยอยู่แล้ว
"ปิยมิตรครับ"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-19 22:46:46
วันนี้เราตื่นแต่เช้าใส่บาตรและไปวัดใกล้บ้านทำบุญ 
และพอสิบดมงเช้าเรากับเพื่อนๆ และกลุ่มแม่บ้านตชด.1 24 ได้นำอาหารคือ ข้าวขาหมู ราดหน้า ผลไม้ น้ำหวาน จำนวนมากไปเลี้ยงเจ้าหน้าที่ที่กำลังสร้างเมรุในการพระราชทานเพ ลิงสรีระสังขารหลวงตามหาบัว ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงปรับดินเป็นลักษณะลดหลั่น และลงไม้ประดับปูหญ้าบ้างแล้ว โดยใช้กำลังทหารจากกองบิน23... เราน่ะโชคดีเพราะมีโอกาสได้ทำบุญตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาเมื่อปี 2523 อาจารย์ได้พาไปวัดถวายภัตตาหารหลวงตา และไปพัฒนาวัดบ่อย สมัยนั้นยังเป็นป่าจริงๆ ผู้คน ศิษยานุศิษย์ยังไม่มากมาย หลวงตามีกิจวัตรอย่างสันโดดสมถะ วัดก็เงียบสงบ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยก็มีไม่กี่ท่านที่เป็นพุทธศาสนิกชนที่ให้ค วามเคารพเลื่อมใสหลวงตา พวกเราก็เลยได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงตาด้วย เราก็เลยมีโอกาสได้สักการะเยี่ยมท่านตั้งแต่ขณะท่านอาพาธ และได้มีโอกาสตอบแทนคุณความดีของหลวงตาด้วยการเอาตัวไปจุ้นตั้ง แต่ช่วยเป็นกำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ คอยเช็คตำแหน่งต่างๆที่จะลงอาหารบริการเจ้าหน้าที่ เพราะมีเพื่อนอยู่หลายสาขา ทั้งตำรวจทหารที่มาบริการทั่วไปและมาเป็นเรี่ยวแรงก่อสร้างเมรุ ที่จุดนี้โรงทายอื่นๆจะลืมคิดถึงเรานี่แหละได้ช่วยจัดหา ชักชวนให้เพื่อนๆไปผัดเปลี่ยนหมุนเวียนนำอาหารไปสมทบแต่ละวัน เรียกว่าทำงานกันตลอดวันตลอดคืนอาหารก้มีให้ตลอด เรียกว่า"กินทาน"กันอย่างเต็มที่ นี่ก็เป็นบุญญาบารมีของหลวงตาท่าน...ช่วงนี้เราก็แข็งแรงขึงขังกระฉับกระเฉง หน้าตาก็อิ่มบุญ ใครๆก็ทัก เราว่าป็นเพราะเราทำดีคิดดี... 
นอกจากนี้เราก็ได้จุ้นถ่ายภาพเพื่อเก็บขั้นตอนการก่อสร้าง เก็บภาพทั่วๆไป เราไม่มีฝีมือหรอกถ่ายไว้มากๆแต่คิดวางแผนเป็นเสต็ปๆงานได้เร้ว บางทีก็เผลอไปสั่งการลูกๆพลทหาร ที่เขามาทานข้าว เห็นกันเนืองๆ พวกเราได้อภิสิทธิ์อยู่ใกล้ที่ก่อสร้างมากโดยยึดต้นไทรต้นพุ่มห นาเป็นสถานที่รับประทานอาหาร ที่ขนมาจากผู้มีกุศลจิตนำมาสมทบไม่มีขาด ทุกชนิดหลากหลายน่าจะให้คนทำงานมีกำลังใจ...เรานะทานอะไรไม่ค่อยลงเอิบอิ่มน่ะ แสนภูมิใจว่าตัวเองเป็นแค่มนุษย์เล็กๆ กระจอกๆในยศฐาบรรดาศักดิ์ แต่ทำไมมีโอกาสงามๆ เท่ๆอย่างนี้ ทั้งได้มีโอกาสสนทนากับพระคุณเจ้าที่เป็นองค์แม่งาน ทั้งผู้ควบคุมแปลนก่อสร้างได้พูดคุยกับเขาไปทั่ว ก็เพราะการได้เป็นคนชอบจุ้น(อย่างมีกาลเทศะ)ของเรา และใช้ความนอบน้อมเต็มใจบริการทุกผู้คนของเราน่ะ ช่วยได้เยอะ เราน่ะนิสัยดีที่มักเอาใจใส่คน และเก็บรายละเอียดเก่ง จึงสามารถเป็นประโยชน์ได้หลายเรื่อง... 
เรารู้สึกว่าตัวเองมีค่านะ แต่บางครั้งเพราะความเอาใจใส่นี่เองก็เป็นที่มาของปํญหาการคบคน ด้วยนะ เป็นข้อเสียของเราในบางครั้ง 
คนบางคนเขาไม่เข้าใจ 
บางคนเขาคงไม่รู้ว่าค่าของไมตรีนั้นมันมีค่ามากมายแค่ไหน บางคนเขาก็ไม่รู้ค่าไม่สนใจ ไม่ละเอียดอ่อน...และอาจไม่มีบุญได้สัมผัสถึง.. 
.............................................................................ช่วงนี้ บางวันเราก็ไม่ได้แวะมาหานะ แล้ววันหยุดครานี้ ท่านก็เงียบไป สงสัยคงจะฝึกหนักไม่เป็นไรนะ ถ้าไม่มีเวลามาส่งข่าวจงทำใจให้เข้มแข็งไม่ต้องอ่อนไหวกับเรา ตั้งใจทำหน้าที่ อย่ามาเสียการ ห่วงคุยกัยเรานัก เอาไว้เสร็จสิ้นภาระกิจแล้ว ค่อยนำความสำเร็จมาบอกเรา ตอนนั้นค่อยมาอ่าน เรามีเวลาก็จะมาฝากข้อความไว้...เพราะเรามีพลัง มีอานิสงน์ที่จะดำเนินชีวิต เราก็ไม่ต้องให้ใครห่วงเราหรอก ให้เราน่ะเที่ยวแผ่พลังไปห่วงคนอื่นๆเถอะนะ ท่านจะได้ภาคภูมิใจที่มีมิตรผู้เข้มแข็งไม่อ่อนแอ 
เห็นไหมคืนนี้เราก็ยังไม่ง่วงเลยขนาดวิ่งวุ่นทั้งวัน ทานน้อยๆแต่เราก็เลือกแต่สิ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายนะฮ้า! 
...............ไม่ต้องกังวลนะ คิดถึงเราก้ต้องเข้มแข้งๆๆๆๆๆ
อรุณสวัสดิ์จ้า!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-20 07:00:01
ปิยมิตรครับ วันนี้เราก็ยังตื่นเช้าได้ตามปกติ จนรดต้นไม้เสร็จ แล้วแวะมาคุยฝากไว้ วันนี้ก็จะเตรียมเอกสารในหน้าที่สักหน่อย แวะไปคุยทักทายเพื่อนในเมล์ และตามสบายๆอยู่บ้านนี่ล่ะ อีกสักสองวันถึงจะเข้าไปที่วัดบำเพ็ญประโยชน์....................................................................เราขอส่งความเป็นห่วงมาถึงนะ แม้ลำบากก็ขอให้ฟันฝ่าด้วยดวงจิตเข้มแข็ง ๆ ๆ ๆ นะคนดี
สวัสดีครับผม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-26 22:26:07
กราบขออภัย...ที่เราเข้ามาทักทายท่านช้าไปหน่อย 
เมื่อคืนเรากลับมาถึงบ้านตีสองกว่านิด ๆ 
 
วันนี้ทั้งวันก็ยุ่งอยู่ก็เลยคิดว่าเอาไว้ก่อนนอนค่อยเข้ามาเยี ่ยมเยียน 
กลัวว่าพอเข้ามาแล้วจะไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่น (นั่งเฝ้าหน้าจออยู่นั่นแหละ) 
 
อาทิตย์ที่แล้วเราไม่ได้กลับมาบ้านนะครับ และอาทิตย์ต่อไปก็คาดว่าคงจะไม่ได้กลับมา 
เราน่ะอยากจะกลับบ้านทุกอาทิตย์ ถึงจะเหนื่อยเดินทาง แต่ก็สบายใจ 
 
อยู่ที่โน่นก็ไม่ใช่ไม่สบายใจ แต่เป็นหน้าที่ และสถานการณ์กดดัน 
ใครจะมาบ่นมากก็ไม่ได้ เพราะทุกคนสมัครใจไปเอง จะมีใครบังคับก็หาไม่ 
อย่างมากก็แค่ “โอ้.!..ทำไมไม่มีใครบอกเลยว่า...มาแล้วมันจะเป็นแบบนี้” ฟังแค่นี้พวกเราก็ขำกันได้แล้วครับ 
 
บางคนก็มีเรื่องเล่าสู่กันฟังว่า คนที่บ้านตัวเองร่วมใจกันบอกว่า “ไปไหนด้วยได้ แต่ให้อยู่แต่ในรถนะ” 
คือเขาอายคนไงครับ ไม่อยากเดินกับคนหน้าตาผิวพรรณดำคล้ำ ผมสั้นไม่เป็นทรง กระเซอะกระเซิง 
ใครเห็นก็ทักด้วยความประหลาดใจว่า “ไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้” ทำนองว่ารับไม่ได้ไงครับ 
แต่จะไปว่าเขาก็ไม่ได้นะ เพราะตัวเองก็ทำใจลำบากกับสภาพของตัวเองเหมือนกัน 
สุดแสนซาบซึ้งยิ่งนัก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-26 23:00:58
ขอบพระคุณในความห่วงใย 
เราเองก็อยากจะปฏิบัติตามคำแนะนำของท่านมาก ๆ แต่ทำไม่ได้ครับท่านครับ  
ที่นอนที่ดีสุดยอดของเราคือไม้กระดาน หมอน ผ้าห่มผ้าขนหนู มุ้งพอดีตัว 
ที่ดีกว่านั้นก็นอนในป่าครับ ยุงเยอะมาก ๆ ยากันยุงยี่ห้อไหนก็เอาไม่อยู่  
อาบน้ำบางวันก็อาบหนึ่งครั้ง บางวันก็ไม่ได้อาบครับ  
และต่อไปจะไม่ได้อาบหลายวันติดต่อกันด้วยนะ 
แล้วที่ว่าต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ นี่ ช่วงนี้คงต้องขออนุญาตทำเป็นลืม ๆ ไปก่อนนะครับผม 
ท่านสุขภาพดี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-26 23:14:09
แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจเช่นนี้ 
เราสุดแสนจะดีใจ ที่ท่านมีกำลังกายกำลังใจ 
หมั่นทำบุญกุศลและยังเผื่อแผ่มาให้เราด้วย  
 
เราเองก็มีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็ง 
ก็คงเป็นเพราะบุญบารมีของท่านคุ้มครองเราด้วย 
 
.........ขอขอบพระคุณท่านยิ่งนัก...... 
เรื่องลดน้ำหนัก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-26 23:34:57
เราก็ทำเป็นลืม ๆ ไปแล้วเหมือนกันครับ 
เพราะเราต้องใช้กำลังมาก จึงต้องรับประทานให้เพียงพอ 
ถ้าหากน้ำหนักลดลง ก็คงลดลงแบบไม่ได้ตั้งใจนะครับ 
 
แต่เมื่อเจอของหวานทีไร ไม่เคยเหลือให้ดูเป็นผู้ดีเลย...ทำไงดีครับท่านครับ. 
กราบขออภัยครับท่าน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-26 23:50:13
ความจริงท่านเป็นผู้ห่วงใยเรานั้นถูกต้องแล้วครับ 
เพราะท่านดูแลตัวเองดีมาก ๆ 
และยังมีดีกว่าเราในทุกเรื่อง ทุกสิ่ง ทุกอย่าง 
 
ข้าน้อยกราบขออภัยหมื่น ๆ ครั้ง..........ราตรีสวัสดิ์ครับผม 
ดีใจจัง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-27 15:42:51
...เพราะเราห่วงปิยมิตรน่ะ... 
รู้ว่าไม่มีเจ็บไข้ กระเพาะกำเริบก็โอ-เซ คร้าบบบบบบบ 
ในวันพักผ่อนของเพื่อน เราขอมอบคำพูดให้กำลังทั้งมวลไว้ที่เพลง "เธอ..ผู้ไม่แพ้" ของนันทิดา แก้วบัวสาย นะฮ้า... ฟังด้วยกัน
ฟังของหนุ่ย อำพลนะ.. เวอรืชั่นของนันทิด
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-27 16:13:23
... เพราะเรามีคำพูดมากมายเกินที่จะพูดได้ทั้งหมจึงขอมอบคำพูดในเนื ้อเพลงนี้ให้...ใช่เลยล่ะ ที่เราอยากมอบให้"ปิยมิตร"ของเรา 
......................................................................... 
...และในวันนี้ เธอนั้นจงหยัดยืน 
และลุกขึ้นอีกครั้ง ด้วยพลังในหัวใจ 
อย่าไปยอมแพ้ ให้กับปัญหาใดใด 
จงพร้อมจะอดทน ก้าวไปสู่หนทางที่ฝันใฝ่ด้วยตัวเอง..... 
....................................................................... 
ก่อนกลับไปฝึก...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-27 16:55:39
ท่านพอจะหาตัวอย่างคาถาโบราณหรือโพชฌังคปริตร 
ให้เราหน่อยได้ไหม...จะเอาไว้ท่องให้เกิดพลัง 
...........................................................  
เราจะท่องๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ให้คลายทุกขื คลายหม่น และส่งให้ท่านตลอดไง
ลองบอกหน่อย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-02-27 16:59:32
บอกซิ ว่าอีกนานไหม จะจบสิ้นภารกิจฝึกนี้! 
บอกหน่อยได้ไหม ๆ ๆ ๆ...
สวัสดีครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-05 15:08:56
“มหาปิยมิตรของเรา” คิดถึงจังเลยครับ… 
 
เราก็แค่ไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างที่สุด 
จะไปไหนก็ต้องวิ่ง...ต้องเดินไป...ไกลแค่ไหนก็ต้องเดินท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนแรง 
อยู่ง่ายกินง่ายใช้สอยประหยัด...นอนได้ทุกที่...ทุกเวลา (ที่มีโอกาส) 
 
ไม่อยากตอบคำถาม “นานแค่ไหน” ที่เราจะได้มาคุยกับ “มหาปิยมิตรของเรา” ได้ทุกวัน 
เพระสถานการณ์สอนให้เรารู้ว่าไม่มีอะไรที่แน่นอน เปลี่ยนแปลงได้เสมอ 
เช่นอาทิตย์ที่แล้วเราบอกว่าอาทิตย์นี้เราจะไม่ได้กลับบ้านนะ ...แต่แล้วเราก็กลับมาได้ 
ไม่ใช่เพราะเรานะ...แต่เพราะความกดดันอาจจะมากจนเกินไป...ก็เลยจำเป็นต้องผ่อนคลาย 
 
เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี...ปัญหามีไว้ให้แก้ไข...ความเข้าใจกันและการยอมรับความเป็นจริงของกันและกัน 
เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมาก...เราสบายใจและทุกคนก็สบายใจ....(ในช่วงนี้...) 
 
เมื่อเรากลับมาแล้ว....เราอาจจะได้คุยกับ “มหาปิยมิตรของเรา” ได้ทุกวัน หรือไม่ได้คุยเลยก็ได้ 
เช่นทุกวันนี้ก็ไม่มีใครอยากจะถามใครว่า “พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น” เพราะทุกคนรู้คำตอบอยู่แล้ว 
นั่นก็คือ “เอาให้ผ่านวันนี้ไปได้ก่อนเถอะ” ...”พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่” นี่คือความจริง !!! 
 
ความเหนื่อย...ความหิว...ความผิดหวัง..... 
สอนให้เรารู้ว่าอย่าไปหวังอะไรมากมายนัก (แต่ไม่ใช่สิ้นหวังนะครับ) 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-05 15:46:34
ท่านคือ...บุคคลที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง 
 
ท่านดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี แล้วยังทำประโยชน์ให้คนอื่นมากมาย 
การคิดดี พูดดี ทำดี และเสียสละเวลาที่มีคุณค่าของตัวเองเพื่อมวลมนุษย์ 
 
บุคคลเช่นนี้ก็มีอยู่มากมาย แต่ที่มีจิตกุศลสาธารณะแท้จริงจะมีสักกี่คน 
เราภูมิใจที่ “มหาปิยมิตรของเรา” เป็นคนดีจริง 
 
เราเข้าใจดีว่า บางคนเขาก็มักจะคิดแต่ว่า ทำดีกับเขาเพื่อหวังสิ่งใด 
เราก็หวังจริง คือหวัง “ความสบายใจ” ของเราเอง 
แต่เขาก็ไม่ได้คิดเหมือนเรา...ก็เลยกลายเป็นว่าสิ่งที่เขาได้รับจากการให้...ของเรา 
ทำให้เขาคิดมาก วิตกกังวล เป็นทุกข์ใจ ....เราเองก็เคยมีปัญหาในเรื่องนี้ 
และเราก็เลือกที่จะหยุดทำอะไรเพื่อคนเช่นนี้เหมือนกัน ...เพราะนอกจากจะทำให้เราเสียเวลา 
เสียความรู้สึก เสียหาย และเสียอื่น ๆ มากมายแล้ว....ก็ไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไร 
 
....เป็นเรื่องยากที่เราจะไปเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิด ความฝังใจ ของคนอื่นได้.... 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-05 16:34:53
ท่านได้สวดมนต์มากมายเป็นเวลานานทุกวัน 
ท่านก็ยังอยากจะได้บทสวดมนต์อีก 
 
ข้าน้อย ๆ คนนี้ ...ขอคาราวะท่านจริง ๆ ครับ 
เราเองก็ไม่ได้สวดมนต์บทนี้หรอกครับ...ก็เคยอ่านผ่าน ๆ  
 
แต่เมื่อท่านตั้งใจ...เราก็ดีใจมากนะครับ 
ดีใจที่ท่านจะได้สวดมนต์ให้เรา...ได้แข็งแรงยิ่ง ๆ ขึ้น 
 
..................ขอบพระคุณครับผม........................ 
โพชฌังคปริตร
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-05 16:36:42
โพชฌงค์ เป็นหลักธรรมหมวดหนึ่ง ที่อยู่ในบทสวดมนต์โพชฌังคปริตร 
ถือเป็นพุทธมนต์ ที่ช่วยให้คนป่วยที่ได้สดับตรับฟังธรรมบทนี้ แล้วสามารถ 
หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ ที่เชื่ออย่างนี้เพราะมีเรื่องในพระไตรปิฎกเล่าว่า 
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จไปเยี่ยมพระมหากัสสปะที่อาพาธ 
พระองค์ทรงแสดงสัมโพชฌงค์แก่พระมหากัสสปะ พบว่าพระมหากัสสปะ 
สามารถหายจากโรคได้ อีกครั้งหนึ่งพระองค์ได้ทรงแสดงธรรมบทนี้ 
แก่พระโมคคัลลานะซึ่งอาพาธ หลังจากนั้น พบว่า พระโมคคัลลานะก็หายจากอาพาธได้ 
 
ในที่สุด เมื่อพระพุทธองค์เองทรงอาพาธ จึงตรัสให้พระจุนทะเถระแสดงโพชฌงค์ถวาย 
ซึ่งพบว่าพระพุทธเจ้าก็หายประชวร 
 
พุทธศาสนิกชนจึงพากันเชื่อว่า โพชฌงค์นั้น สวดแล้วช่วยให้หายโรค 
ซึ่งในพระไตรปิฎกกล่าวว่า ธรรมที่พระองค์ทรงแสดง เป็นธรรมเกี่ยวกับปัญญา 
เป็นธรรมชั้นสูง ซึ่งเป็นความจริงในเรื่องการทำใจให้สว่าง สะอาดผ่องใส 
ซึ่งสามารถช่วยรักษาใจ เพราะจิตใจมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับร่างกาย 
เนื่องจากกายกับใจเป็นสิ่งที่อาศัยกันและกัน 
 
หลักของโพชฌงค์เป็นหลักปฏิบัติทั่วไปซึ่งไม่จำกัดเฉพาะผู้ป่วยเ ท่านั้น 
เพราะโพชฌงค์แปลว่าองค์แห่งโพธิหรือองค์แห่งโพธิญาณ 
เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ซึ่งเป็นเรื่องของปัญญา 
โพชฌังคปริตร
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-05 17:14:31
(สวดต่ออายุผู้ป่วย) 
 
โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา 
(โพชฌงค์ 7 ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์) 
 
วิริยัมปีติ ปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร 
(วิริยะสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์) 
 
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา 
(สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์) 
 
สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา 
(7ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้ชอบแล้ว) 
 
ภาวิตา พะหุลีกะตา 
(อันบุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว) 
 
สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา 
(ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน) 
 
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ  
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้) 
 
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา 
(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ) 
 
เอกัสมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา 
(ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ  
และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก) 
 
โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ 
(จึงทรงแสดงโพชฌงค์ 7 ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง) 
 
เต จะ ตัง อะภินันทิตวา 
(ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม) 
 
โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ  
(โรคก็หายได้ในบัดดล) 
 
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ 
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้) 
 
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา 
(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ) 
 
เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต 
(ในครั้งหนึ่ง องค์พระธรรมราชาเอง (พระพุทธเจ้า) ทรงประชวรเป็นไข้หนัก) 
 
จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง 
(รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพ) 
 
สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส 
(ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน) 
 
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ  
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้) 
 
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา 
(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ) 
 
ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง 
(ก็อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง 3 องค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก) 
 
มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง 
(ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา) 
 
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ 
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้) 
 
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา 
(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ เทอญ.) 
เราคิดว่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-05 22:06:02
เวลานี้ท่านคงจะไปอยู่ที่วัดไหนสักแห่งแน่นอน 
เป็นที่น่าชื่นชมและยินดีด้วยที่ท่านมีโอกาสได้ทำเช่นนั้น 
ส่วนเราก็ได้แต่พักผ่อนอยู่ที่บ้าน พรุ่งนี้ก็จะกลับไปอีกแล้ว 
 
กลัวว่าเช้าพรุ่งนี้จะไม่มีเวลาเข้ามาอรุณสวัสดิ์ท่าน 
วันนี้ก็เลยขออนุญาตส่งข้อความถึงท่านเยอะหน่อยนะครับ  
 
(เป็นการหวังดี ประสงค์ร้ายหรือเปล่าก็ไม่รู้... 
....ท่านตาอักเสบขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไรละนี่) 
บอกหน่อยดีกว่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-05 22:50:33
อีกไม่นานเราก็จะได้กลับบ้าน 
ไปได้ครึ่งทางแล้วครับ…ยังเหลืออีกครึ่งทาง 
 
เพื่อน ๆ เริ่มนับถอยหลังกันแล้ว... 
แต่มิตรภาพก็กำลังงดงาม...เพราะเรามีเพื่อนที่ดี 
ถึงเวลากลับบ้านจริง ๆ ก็คงไม่อยากจากเพื่อน ๆ  
เพราะโอกาสที่จะได้เจอกันอีกก็แทบจะไม่มีเลย 
 
แต่เราก็โชคดีที่มี “มหาปิยมิตรของเรา” อยู่เสมอ 
อย่างไรเราก็ไม่มีวันเงียบเหงาแน่นอน... 
 
แต่เราก็รู้สึกได้ว่าท่านจะเหงาเงียบไปนะครับ 
ทำให้เราหวั่นเกรงเหมือนกันว่าท่านจะหายไป 
 
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ...เราต้องเคารพในสิทธิและเสรีภาพของท่าน 
 
......ราตรีสวัสดิ์....คิดถึงมากมายครับผม...... 
อรุณสวัสดิ์ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-06 07:56:48
เราหวังอย่างยิ่งว่าท่านคงจะมีความสุขสบายดีนะครับ 
คิดถึงมากครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-06 08:05:06
สวัสดีครับ 
เข้าวัดจริงจังครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-06 17:27:20
ตั้งแต่หลวงตามหาบัวท่านละสังขาร... 
เราก็ไม่เคยมีเวลาว่าง โดยเฉพาะวันหยุด มีกิจกุศลให้ทำอยู่มิมีได้เหงาเลย... 
เราได้ทำในสิ่งที่ดีๆ ที่พิเศษมากมายเกินที่ใครทั่วไปจะได้ทำเสียอีก เป็นบุญ เป็นบารมีจากท่านหลวงตามาก..คงเป็นอานิสงน์ ที่เราได้มีบุญปฏบัติต่อวัดมานาน...ตั้งแต่ครั้งเป็นนักศึกษา ที่อาจารย์พาไปพัฒนาวัดป่าบ้านตาดตลอด ไปทำบุญกับอาจารย์ที่สอนวิชาปรัชญาและศาสนา 
แล้วเราก็ปฏิบัติอยู่สม่ำเสมอเป็นเวลาหลายปี...เมื่อบารมีหลวงตาปรากฏระบือยิ่งขึ้นๆ... เราก็ไม่เคยมากหรือหย่อน 
การไปทำบุญตามอัตภาพ... 
............................... 
ในการเตรียมการ พิธีพระราชทานเพลิงสรีระองค์หลวงตา 
เราได้มีโอกาสได้ทำหลายอย่าง...ล้วนแต่พาให้จิตใจผ่องแผ้วอิ่มเอิบ ด้วยความศรัทธากตัญญู ที่หลวงตาได้ฝากความเมตตาช่วยเหลือสังคม ชาติบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง...เราเป็นมนุษย์เล็กๆคนหนึ่ง ได้มีวาสนาได้ถวายการกุศลมากมายตอบแทนท่าน เราก็เลยรู้สึกอิ่มบุญ 
อารมณ์จิตใจและร่างกายจึงไม่ได้สัมผัสกับทุกข์หรือปัญหาวุ่นวาย ของชีวิต...เวลาพักผ่อนก็ไม่มากแต่ก็ไม่ได้ทรมานสังขารตัวเอง...เราก็เลยไม่ได้เข้ามาฝากข้อความทุกวัน...แต่เราได้บันทึกทั้งภาพและความจดจำไว้ตลอดขั้นตอน ตั้งแต่วันที่ท่านละสังขาร กระทั่งวันพระราชทานเพลิงสรีระของท่านเมื่อวานนี้(5 มีนาคม 2554) 
ทุกเวลาทุกขณะ เราจะส่งกระแสบุญหา"ปิยมิตร "และคนที่เรารักเคารพตลอด
คำมั่น...ไม่สัญญา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-06 17:32:57
ขอขอบคุณมากนัก ที่มอบความเอาใจใส่ให้เรา 
แม้บางคราว ใจจะสับสน คอยจะท้อ...ต่อบางสิ่งบางอย่าง... 
แต่พอนึกได้ว่า"เรามีปิยมตรที่ล้ำค่า" แล้วเราจะพะวงอะไรอีก ใช่ไหมครับ!... 
เราจึงจะถือคำมั่นว่า จะมีกำลังใจ จะมีพลังทำความดี ดี ดี 
เรื่อยไป ครับผม
มาเยี่ยม ด้วยห่วงใยคิดถึง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-13 10:06:33
เราเข้ามาถามข่าว... 
ที่ท่าน ทำหน้าที่ของท่านเลยครึ่งทางกว่าๆแล้วสินะ 
ขอฝากพลังใจมาทวีคูณให้ภารกิจสำเร็จราบรื่น แล้วได้พักผ่อน... 
..........................................................................เวลาของโลกพลิกผันเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก 
อย่างเมื่อวันที่8 ที่ผ่านมา เราประหลาดใจที่จู่ๆจากร้อนอบอ้าวมาหลายวัน วันที่8 เช้ามาอากาศก็ครื้มสลัวและหนาวมากทั้งวัน เราก็มีอาการเตือนแล้วว่าชักจะไม่ดี แต่ต้องออกเดินทางไปศึกษาดูงานกับหน่วยงาน เดินทางตอนกลางคืน(เบื่อมากใจไม่มีสุข) ไปเลย เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย มาเจออากาศหน้ามือเป็นหลังมือ ตั้งแต่วันที่9 ร้อนเปรี้ยง เราได้แค่ซื้อยาแก้ไข้ทาน พอลดได้ ดีที่ได้กลับถึงบ้านในวันที่10 ตอนเย็น กว่าจะพารถขับมาถึงบ้านก็หนาวสะท้านมาตลอด(ลงจากรถโดยสารแล้วแย กย้ายกับคณะที่จอดรถส่วนตัวไว้ที่ทำงาน ต่างคนต่างเหนื่อย เราก็ไม่เอ่ยปากรบกวนเพื่อน) โด๊ปยาพาราทุกสี่ชั่วโมงกระทั่งรุ่งเช้าหลานถึงพาไปโรงพยาบาล ไข้ขึ้นสูงปรี๊ด ตรวจเลือดตรวจปัสสาวะ ปรากฏว่าติดเชื้อแบคทีเรีย 
อยู่โรงพยาบาลสองวันน่าเบื่อมาก ปวดหัวร่างกายเหมือนถูกทับ นึกได้อย่างเดียวคือสวดมนต์...ยังโชคดีมากที่เชื้อไม่ขึ้นสมอง หมอบอกว่าเดี๋ยวนี้มีโรคใหม่ๆมาให้หมอวินิจฉัยเยอะ ผู้ป่วยมีอาการไข้นี่เสียชีวิตหลายรายเพราะมีเชื้อต่างๆเข้าในก ระแสเลือด ขึ้นสมอง...เรายังเสียวสันหลังวาบอยู่เลย เพิ่งฝึกทานอะไรได้บ้าง เพราะเจ็บคอ 
มีอาการไอ จนปวดกล้ามเนื้อท้อง แต่เป็นขาลงของอาการแล้ว ตอนขาขึ้นลำบากทรมานมากเพราะคนเป็นหอบหืดจะตายง่ายถ้าเป็นไข้หน ัก... 
เราว่าต้องพักผ่อนร่างกายบ้างแล้วล่ะและไม่ควรเก็บอะไรไว้ในใจเ กินไป ใจที่ว่าอดทน แข็งแกร่ง บทจะตกม้าตายก็แทบไม่ทันจะได้ตั้งตัว...ต่อไปจะต้องระมัดระวังสุขภาพกว่านี้มากๆ.............. 
เวลานี้พอเดินก้องแก้งได้ ใจยังสั่น ทานยาแล้วต้องพักผ่อน ดีที่บรรยากาศบ้านสงบอากาศดี กำลังงฟื้นตัวไม่ปวดหัวแล้ว... 
...ที่เล่าให้ฟังนี้ ผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาได้แล้วนะ และคงไม่ใช่แต่ความบกพร่องของชีวิตอย่างเดียว บางครั้งต้องเกี่ยวกับสภาวะของโลกด้วย ดูแต่มหันตภัยที่เกิดขึ้นทั่วโลกสิ...นับวันยิ่งร้ายแรง เราคงมีเวลาสงบสุขได้ไม่ถึงห้าสิบปีหรอกเราว่า...เราระลึกถึง"ปิยมิตรของเรา" และต้องขอบคุณท่านที่ได้มอบ"โพชฌังคปริตร"ไว้ให้ เรายังต้องอ่านจากต้นร่างอยู่ ช่วงที่ยำแย่ก็เอามาท่อง เหมือนได้ยึดความรู้สึกไม่ให้กระเจิดกระเจิงยามธาตุกายเราวิกฤต น่ะ สองวันเราผ่านอันตรายมาได้ หมอยังชมว่าคนไข้รายนี้เก่งฟื้นตัวเร็ว...นี่เป้นครั้งแรกในชีวิตที่เจ็บป่วยหนักหนาขนาดนี้ นี่แหละหนาเขาว่าไข้แตก...เราก็ยังคงท่องคาถาอยู่แต่สมองยังไม่โล่งจึงยังจำไม่ได้จ้า... 
เราไม่อยากให้ใครๆมาเจ็บป่วยเช่นนี้นะ...ท่านเองจงระวังให้จงหนักอย่าให้ร่างกายพ่ายแพ้ต่อโรคภัย...และอย่ามากังวลกับเรา พูดมาได้มากมายขนาดนี้ก็สบายตัวขึ้นมากแล้ว ใครๆก็มาดูแลดี ลูกหลานก็ล้อมหน้าล้อมหลังจนจวนๆจารำคาญแล้วเนี่ย! 
.................. ไม่ต้องห่วงนะท่านนะ อยากให้เราดีวันดีคืนท่านก็จงดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ รักษาใจให้เข้มแข็งมั่นคงอยู่เสมอ คุณพระคุ้มครองนะครับผม
" โลกส่งสัญญาณ"...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-16 19:38:12
ปิยมิตรเพิ่งจะประกอบกิจผ่านไปครึ่งทาง หน่อยๆ 
เกิดเหตุการณ์นานาสารพัด ทางธรรมชาติ 
วิกฤตตภัยเกิด ที่นั่น ที่โน่น... 
ความรุนแรง สร้างความพินาศย่อยยับ ทวีขึ้นๆ... 
เกินที่มนุษย์จะป้องกัน ต้านทานได้ 
......................................................... 
เรากลัวว่า จะต้องเริ่มเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วล่ะ 
คงไม่ถึงห้าสิบปีหรอกนะ 
ต้องทำใจอย่างเดียว 
แต่น่าชื่นชมคนญี่ปุ่นมาก ที่ไม่แสดงความความอ่อนแอขาดสติ กลับสงบ มีระเบียบวินัยมีความอดทนเหมือนยอมรับในชะตากรรม ไม่เกิดความวุ่นวายแก่งแย่งอะไรเลย น่าเคารพนับถือน้ำใจและยิ่งอยากช่วยเหลือเกื้อกูลมาก... 
ผลที่กระทบนะ จากอากาศร้อนๆ เมื่อวานนี้มีฝนเริ่มตก อากาศหนาว วันนี้ก็มืดครื้ม หนาวเย็นตลอดวัน หลายคนเขาก็ตกใจกับฝน และภาวะอากาศ กลัวว่าจะได้ผลกระทบอันเนื่องมาจากสารกัมมันตภาพรังสี จากญี่ปุ่น... พวกเราก็คงทำอะไรไม่ได้มาก...นอกจาก"กำลังใจ เกื้อกูลกัน" เนาะ 
................................................................. 
ปิยมิตรของเราจะเป็นไงบ้างหนอ? อากาศปรวนแปรอย่างนี้ หนาว จะได้จิบน้ำร้อนไหม ผ้าห่มอุ่นพอหรือเปล่า นอนรวมกันกับเพื่อนอุณหภูมิจะได้แผ่ให้กัน 
ให้ผ่านพ้นคืนวันไปอย่างราบรื่น เราจะสวดมนต์ภาวนาเอาใจช่วยทุกวันนะ...ขอให้คุณพระค้มครองเทอญ
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-19 14:05:45
เมื่อคืนนี้เรากลับมาถึงบ้านในเวลาปกติคือประมาณตีสอง 
อากาศที่นี่ยังหนาวเย็นอยู่ แต่ก็ยังน้อยกว่าวันก่อน 
 
พอเราได้ทราบว่าท่านไม่สบาย ทำให้เราเป็นห่วงท่านยิ่งนัก 
ความจริงเราต่างหากที่ควรจะป่วยเป็นไข้ไม่สบาย 
เราเตรียมยาไปเยอะมาก แต่ก็ไม่ได้ใช้ ก็ได้แต่ให้เพื่อน ๆ ไป 
 
เราก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม่เราไม่เป็นอะไรเลย 
ทำให้เรานึกถึงท่านนะ แล้วเราก็รู้สึกอิ่มเอมใจทุกครั้งที่นึกถึง 
คงเป็นเพราะท่านสวดมนต์ให้เรานี่เอง... 
 
.............ขอบพระคุณอย่างยิ่งครับผม....... 
อากาศแปรปรวน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-19 14:42:03
ในช่วงที่เหนื่อยที่สุดและร้อนที่สุด 
แปรปรวนมาเป็นฝน ลมแรง เย็นที่สุดในช่วงนี้ 
อยู่บนที่สูงก็เย็นมากอยู่แล้ว กลางคืนก็นอนไม่หลับตัวงอเป็นกุ้งแห้งเลยครับ 
ไม่ได้จิบน้ำร้อนน้ำชาครับ ผ้าห่มก็บาง ๆ เหมือนผ้าเช็ดตัวนั่นแหละ 
นอนใกล้กันแต่ต่างคนต่างนอนครับ ขืนนอนชิดกันหวังเอาไออุ่นก็คงเหม็นกันเองครับเพราะไม่ได้อาบน้ ำ 
แต่ตอนนี้ก็คลายความหนาวเย็นไปบ้างแล้ว 
 
กังวลอยู่ก็แต่จะเข้าโค้งสุดท้ายที่ต้องไปนอนนอกสถานที่ห่างไกล  
ถ้าเจอลมฝนแล้วอากาศหนาวเย็นแบบนี้ก็น่ากลัวเหมือนกัน เพราะเราต้องนอนบนพื้นดิน 
ไม่มีหมอน ไม่มีผ้าห่มหรอกครับ ทำได้ก็แค่ใส่เสื้อซ้อนกันหลายตัว 
 
ถึงจะลำบาก เหนื่อย หิว แค่ไหนเราทนได้นะ 
แต่ที่ทนไม่ค่อยได้ก็คือนอนไม่หลับนี่เองครับผม.... 
พรุ่งนี้เช้า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-19 15:20:31
เราก็จะกลับไป อาทิตย์หน้าเราจะไม่ได้กลับมานะครับ 
ใช่ว่าเราไม่อยากกลับบ้านนะครับ แต่เพราะทุกคนต้องอยู่ 
เพราะต่อจากนี้ไปพวกเราต้องลำบากมากขึ้น (เขาว่านะครับ....) 
 
แต่ดูเหมือนว่าน่าสนุกมากกว่า (เพราะเราก็เหนื่อยมามากแล้ว) 
หวังจะได้เจอภูเขาที่มีน้ำตก สดชื่นไปด้วยต้นไม้ใบหญ้านานาพันธุ์ 
(ก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองแบบนี้ครับผม) 
 
“มหาปิยมิตรของเรา”ครับ ท่านไม่รู้สึกอยากไปเที่ยวแบบนี้บ้างหรือครับ 
เราคิดว่านะ...ถ้าท่านได้ไปเที่ยวแบบนี้....ท่านต้องหายจากอาการไม่สบายแน่นอนเลย 
 
...............ข้าน้อยขอยืนยันครับผม.............. 
เวลานี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-19 22:24:43
“มหาปิยมิตรของเรา” คงกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่แน่ ๆ เลย 
พรุ่งนี้เช้าก็คงจะหายป่วยกลับมาแข็งแรงดังเดิมแล้วนะครับ 
 
เราก็อยากไปเยี่ยมท่านนะครับ แต่คิดอีกทีเราว่าไม่ไปดีกว่า 
เพราะหากท่านเห็นเรา ท่านคงจะป่วยหนักกว่าเดิม (เป็นห่วงมากครับ) 
 
เราก็พูดไป....ยังกะรู้ว่าท่านเป็นใครอยู่ที่ไหนอย่างนั้นเลยเน๊าะ... 
เราไม่รู้หรอกครับว่าท่านเป็นใคร...เมื่อก่อนนั้นเราอยากจะรู้จริง ๆ... 
เดี๋ยวนี้ก็อยากรู้ครับ....แต่บางสิ่งบางอย่างทำให้เราต้องคิดทบทวน.... 
 
เวลาเราเจ็บคอ ไม่มียารับประทาน 
เราก็เอาเกลือละลายน้ำอุ่นให้รสเค็มเข้มข้นหน่อย 
อมไว้ให้หายอุ่น....กลั้วคอ...แล้วก็บ้วนทิ้ง...ทำไปจนน้ำหมดแก้ว 
สักพักก็ทำเหมือนเดิมอีก...ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เราก็หายเจ็บคอ 
นี่เป็นวิธีของคนไข้อนาถาครับ ท่านน่าจะลองดูบ้างนะครับ 
เผื่อจะได้รสชาติของชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งไม่เคยได้สัมผัสมาก ่อน 
ที่แน่ ๆ ในขั้นต้นนี้ท่านก็จะได้รสเค็มจัดแน่นอนครับท่านครับ 
ราตรีสวัสดิ์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-19 22:30:40
พรุ่งนี้เช้ามีเวลาก็จะเข้ามาเยี่ยมนะครับผม 
อรุณสวัสดิ์ครับท่าน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-20 08:22:28
"มหาปิยมิตรของเรา" หายป่วยแล้วหรือยังน้อ ? 
 
คิดถึงมากนะครับ........สวัสดีครับผม...
"มหาปิยมิตรของเรา" ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-20 08:34:15
ขอขอบพระคุณท่านมากนัก ที่มอบความเอาใจใส่ให้เรา  
แม้บางคราว ใจจะสับสน คอยจะท้อ...ต่อบางสิ่งบางอย่าง...  
แต่พอนึกได้ว่า"เรามีมหาปิยมิตรที่ล้ำค่า" แล้วเราจะพะวงอะไรอีก ใช่ไหมครับ!...  
เราจึงจะถือคำมั่นว่า จะมีกำลังใจ จะมีพลังที่ยิ่งใหญ่..... 
 
.....ขอขอบพระคุณครับผม..........
เป็นอะไรไหม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-20 12:55:25
วันที่ 16 17 18 หนาวมาก มีฝนตกด้วย มืดครื้มตลอด ต้องใส่เสื้อผ้ากันหนาวตลอด นึกเป็นห่วงคนที่อยู่ไกลบ้านต้องลำบาก...รวมทั้งคนที่ผจญวิบัติภัย 
........................................................... 
พอ 19 ก็อุ่นขึ้น ได้เห็นแสงแดด กลางคืนก็เห็นพระจันทร์เต็มดวง...เหมือนโลกยังคงสวยงามไม่มีภยันตรายเคยเกิดขึ้น........... ดูแต่"ปิยมิตรของเรา" ไปสู่ภารกิจไม่ช้านานเลยโลกยังเปลี่ยนแปลงอย่ายิ่งใหญ่ เราเองก็สารภาพว่า ผ่านความเจ็บปวดอดทน ทั้งท้อแท้ ทั้งต้องเข้มแข็งอดทนต่อหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่มีความเรียบราบในชีวิตเลย ได้แต่อาศัยทำบุญตามอัตภาพให้มากที่สุด หวังอาศัยกรรมดีเป็นที่พึ่งพิง...................... 
เราถึงอย่าประมาท อย่าลืมเลยเอาใจใส่"ในค่าของน้ำใจกัน พยายามดูแลรักษาเอาไว้ คงไม่เป็นภาระหนักหน่วงใช่ไหม"....พรุ่งนี้!...ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราคนใดคนหนึ่งจบชีวิตลงก็คงจะเงียบงันไป ที่แห่งนี้คงขาดอะไรไป...............แต่ตราบใดที่เรายังอยู่ เราก็คงจะวนเวียนสอดส่องดูแลให้กำลังใจกันตลอด...แม้เราจะเจ็บช้ำผิดหวังจากที่ใด เรื่องใดมา "ขอให้ที่นี่"เป็นศาลาเย็นสงบ เป็นที่ระงับทุกข์ ให้พลังใจ ให้ความชุ่มเย็นนะครับ 
หากไม่ว่างก็ไม่ต้องทุรนทุรายเดือดร้อนใจ เพราะที่นี่ เราจะมีแต่ความเข้าใจ เห็นใจกันนะครับ! 
************************************* 
...ใจที่มั่นคง พร้อมเป็นเพื่อนเราได้ 
ใจที่มั่นคง พร้อมจะรอเพื่อวันที่ดี 
คงมีวันนั้น ถ้าว่าเราทำอย่างนี้ 
คงมีวันที่เราได้ผ่านพ้น 
ถ้าเรามีความอดทน จิตใจคงมั่น....... 
..........................................................
ปรับทุกข์ครับ(แล้วจะเข้มแข็งครับผม)
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-22 20:16:01
.......................................................................... 
ก็เป็นเพียงคน คนหนึ่ง 
ทำไมถึงต้องแบกภาระแบกปัญหา 
แลกกับคำว่า"คนดี" ชื่นอุรา 
หนักหนากับการที่ต้องทน 
จะรักชอบตอบแทนสักแสนเท่า 
ใครที่เขาดีมอบตอบแทนล้น 
แต่กับเราเขาแล้งแห้งเหือดจน 
บางครั้งหม่นจนท้อรอน้ำใจ 
เกรงใจเขาเราเจ็บเหน็บหนาวนัก 
ไร้ที่จักได้คำปลอบตอบขานไข 
เขาก็วุ่นจะจุนเจือได้อย่างไร 
ชีวิตใครก็ขวนขวายในสิ่งปอง 
อยากได้ใคร่ดีมีความสุข 
ใครจะทุกข์ช่างใครไม่สนอง 
ลืมห่วงใยไร้ใจจะยึดครอง 
มีแต่จ้องแก่งแย่งแข่งก่อกรรม 
....................................... 
เราคงแปลกสิหนอ ที่ท้อทุกข์ 
ไม่รู้จักประยุกต์ ทำอย่างเขา 
เขาเมืองตาหลิ่วไม่หลิ่วตามไม่ถามเรา 
ก็เป็นเขา เป็นเธอ เซ่อสิ้นดี 
........................................ 
เพียงเพราะเป็นคน คนหนึ่ง 
จึงคนึงถึงความอันถ้วนถี่ 
เราหรือโลกถูกกระทำคอยย่ำยี 
ชีวิตที่มีค่า น่าขำจัง!
อากาศแปรปรวน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-03-29 07:44:49
"ปิยมิตร" ครับ 
............................. 
ฝนตก น้ำท่วม เดือนสี่ 
บ้านเรา ทางเหนือแผ่นดินไหว 
อีสาน แล้ง ใต้ฝนเยือน 
และวันนี้... 
อีสาน หนาว มีฝนปรายบ้าง 
ใต้ ฝนหนัก ดินโคลน ดินถล่ม 
................................. 
ญิ่ปุ่น เกิดภัยพิบัติสาหัส ตั้งแต่วันที่11 จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ปลอดภัย และมีผลกระทบติดตามมาอีก... 
ใกล้เข้ามา... 
พม่าก็เจอแผ่นดินไหว 
...................................... 
ประเทศอีกหลายประเภท ก็เกิดทุกข์ภัย สงคราม 
แก่งแยกอำนาจ เข่นฆ่าชีวิต 
....................................... 
ปีนี้... 
ไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน ที่ ท่านไปทำภารกิจ 
............. ดูสิ! ยังเกิดความเปลี่ยนแปลง ปรวนแปรเพียงนี้ 
............................................ 
ทั้งธรรมชาติ มนุษย์ ปรวนแปร... 
"เรา" ต้องเข้มแข็ง มั่นคง มีกำลังใมากๆ สร้างให้เป็นเกราะแกร่งหุ้มกายใจเรา เพื่อที่จะพร้อมแผ่ และเผื่อออกมาให้กัน...ให้พี่น้อง สังคม ประเทศ และโลกได้ ต่อๆไป นะ 
.................................................. 
แม้บางครั้ง เราท้อ ล้มลุกคลุกคลาน 
เราก็ต้องมองไปรอบตัว ไม่มัวเศร้า ในเรื่องของตัวนานๆ 
เราก็จะ มีพลัง อยากต่อสู้ ทำสิ่งดีๆ อยากหายใจต่อไปนะ 
 
 
 
 
 
 
 
 
ระลึกถึง..เป็นห่วง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-02 23:46:13
เป็นห่วง ระลึกถึงมากนะกั๊บ
ขอขอบพระคุณในความห่วงใย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-03 13:49:56
ขอโทษครับผม…. 
ความจริงแล้ว...เราควรต้องส่งข้อความถึงท่านเร็วกว่านี้สักหน่อย 
เราคิดถึงท่านมากครับ แต่ก็ยุ่งยากอยู่ เหนื่อยด้วย กลับมาก็แทบไม่ได้พักเลย 
 
ที่สำคัญ...ข้อความของท่านทำให้เรารู้สึกได้ว่าท่านไม่ค่อยสบายใจนัก 
เราก็เลยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีจึงจะทำให้ท่านคลายเครียดไปได้บ้า ง 
และก็ยังกังวลว่าเรามีส่วนทำให้ท่านไม่สบายใจด้วยหรือเปล่า 
 
..............เรากำลังคิดว่า...เราจะทำอย่างไรดี........ 
ตอบข้อความของท่านดีกว่านะครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-03 13:58:34
อากาศหนาวเย็นช่วงสุดท้ายเราอยู่ในป่าครับ 
เป็นการทดสอบร่างกายและจิตใจที่เกินกว่าเราคาดคิด 
เพราะแม้แต่ธรรมชาติก็ยังเป็นใจร่วมด้วยช่วยกันจริง ๆ 
ความยากลำบากผ่านพ้นไปแล้วครับ... 
 
ความสำเร็จ.........เกินคาดคิด 
สิ่งที่ได้ก็คือ... 
........สุขภาพที่ดี 
.................มิตรภาพที่ยอดเยี่ยม 
..........................ได้ภาพถ่ายที่ประทับใจ 
...................................อื่น ๆ ก็เป็นหลักการ...ที่เราจะต้องนำไปประยุกต์ใช้.... 
เราต้อง.....ขอบคุณ....”ความยากลำบาก”...ครั้งนี้ 
 
.......ขอขอบพระคุณ “มหาปิยมิตรของเรา” ที่เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่..... 
หากเรา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-03 16:14:44
ต้องการได้สิทธิบางอย่างที่ควรจะได้จากการไปครั้งนี้ 
เราก็ต้องย้ายไปทำงานหน่วยอื่น...แต่ตอนนี้เรายังไม่อยากย้ายนะครับ 
 
หากเราคิดว่าเราพอใจกับสิ่งที่มีอยู่...เราก็รู้สึกว่าเพียงพอ 
แต่เมื่อคิดถึงคนที่อยู่รอบข้างก็ทำให้ห่วงกังวลถึงอนาคต 
อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง...ก็คงได้อย่างเสียอย่างนะครับ 
จะให้ได้หมดทุกอย่าง เสียหมดทุกอย่างก็คงเป็นไปไม่ได้ 
 
ดังเช่นที่ท่านมีท่านเป็นอยู่ทุกวันนี้….หลายคนอยากเป็นอยากมีเหมือนท่าน 
แต่ในความจริงท่านก็มีความทุกข์ใจอยู่ไม่น้อย...ก็เพราะสิ่งที่ท่านมีท่านเป็นหรือเปล่า... 
 
จริงอยู่...เราเลือกทางที่จะเดินได้....แต่บางครั้งเราก็จำเป็นต้องเดินตามทางที่ไม่อยากเดิน... 
...............................จะทำอย่างไรดีครับ........................... 
ดีใจจริง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-04 19:10:45
"เพื่อนแท้" 
คำคำนี้มีความหมายนัก นะครับ"ปิยมิตร" 
คือคนที่เราวางใจ คนที่เราจะคิดถึงเขา อยากถ่ายทอดความทุกข์ความสุข ปรึกษาหารือ เล่าเรื่องทุกเรื่องให้กันฟัง 
หัวเราะด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน............. 
........................................................................... 
แต่ในชีวิตจริงปัจจุบัน เราต้องรักษาและปฏิบัติบทบาทหน้าที่ 
ไม่มีโอกาสที่จะทำอะไรได้ตามใจ ตามความประสงค์ 
เราเองก็เป็นประเภทมีโลกส่วนตัวสูง ไม่อยากวุ่นวาย จะเกี่ยวข้องสังสรรค์กับครอบครัว คนสนิท...หากเป็นไปตามบทบาทหน้าที่ ที่ต้องเป็น ก็อึดอัดเป็นทุกข์บ้าง 
............. ช่วงที่ผ่านมา โลกเราแปรปรวนมาก มหันตภัยก็ใกล้ตัวพวกเราเข้ามา...ทำให้เครียดนะ งานก็หนัก เราคอยเข้ามาดูว่ามิตรจะส่งข่าวมายัง ไม่เห็นเลย เราก็เหงาอะดิ....แต่รุ่นปูนนี้แล้ว ก็หาเหตุผลมาบอกตัวเองนะว่าเพื่อนต้องตั้งใจจดจ่อกับการทำภารกิ จในโค้งสุดท้าย........ แล้วก็จริงดังคาด..".ท่านทำได้แล้ว"
"ขอชื่นชมยินดี คร้าบผม"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-04 19:30:41
ท่านประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมนะ กับสุขภาพที่เราเคยวิตกห่วงใย.. กับสภาพอากาศ และต่างๆที่ต้องเผชิญ 
..................................................................... 
เรามาถึงที่นัดหมาย..ได้รับข่าวดีในวันนี้ 
ก็สบาย โล่งใจ ภาคภูมิใจกับท่านจริงๆ 
นับจากนี้...ปัญหาใดก็จะคลาย จะไม่หวั่น(มาก) 
เพราะเรา จะได้มีเพื่อนแท้คอยให้เราระบายทุกข์สุข 
มีคนน่ารักมาคอยฟังเราโม้.. มาคอยดูเราบ๊อง.. เราได้กลับเป็นเด็ก เพื่อระบายเครียด! เพราะ 
"เราไว้วางใจปิยมิตรคนนี้ที่สุด" 
************************** 
ว่าแต่ว่าหายเหนื่อยรึยัง? 
พักผ่อนนะ อย่าลืมส่งข่าวคุณพ่อคณแม่ คนที่คอยเป็นห่วงท่าน.............พอดีล่ะสงกรานต์ จะได้ทำบุญ ได้แสดงกตัญญุ ต่อท่าน ผู้มีพระคุณของเรา 
.....เฮ้อ! วันนี้ เราจะได้ฟังเพลงเพราะๆ ฝากกล่อมให้มิตรนอนให้สบาย 
..............ค่อยๆปรับร่างกายนะ ให้มีวอร์มดาวน์นะ อย่าพรวดพราดขี้เกียจเป็นการชดเชยที่เหน็ดเหนื่อยมาล่ะ.. นอนให้พอดี ดูแลฟื้นฟูร่างกาย ค่อยๆขัดขี้ไคล เล็บ ผม ฯลฯ
เราจะฝึกปล่อยวาง มากๆ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-04 19:43:10
ความจริงจัง ละเมียดนัก... 
มากนัก ก็เหนื่อยนะ แล้วก็มาท้อแท้.. 
........... เราก็เลยปล่อยวาง............ เห็นมะ! ช่วงแรกๆที่ท่านไป เราจดจ่อคอยนับวันทุกวัน.. มันเป็นภาระไง เป็นสิ่งผูกมัดตัวเอง...ต้องละ ทำลืมๆไป...แล้วที่สุด ก็ปลอดโปร่งโล่งใจ 
ก็เพราะ"ความใส่ใจของท่าน" 
ถ้าหากเราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ของพลังใจ เราก็ปิติปลาบปลื้มนักล่ะ...ต้องขอขอบคุณปิยมิตร ที่มอบสิ่งนี้ให้เรา ขอบคุณจริงๆจ้า!
ถ้ามา รอก่อนเด้อ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-04 19:57:17
เราจะไปอาบน้ำ วันนี้อุตุ ทำนายว่าจะมีพายุเข้า ร้อนมาสามสี่วันแล้ว ตอนนี้มีลมกรรโชกเป็นระยะ แต่ฝนยังไม่ตก จึงอบอ้าวเป็นระยะ 
... ถ้ามาแล้ว รอเราเด๊อ จะมาอีกสักสามทุ่ม ถ้าง่วงก็ไม่ต้องรอ ค่อยคุยกันพรุ่งนี้นะกั๊บ
“เพื่อนแท้”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-04 21:01:58
ดีใจจังเลยครับ...ที่ท่านมาวันนี้ 
ท่านอารมณ์ดีแบบนี้...เราก็สบายใจสุด ๆ 
หวังว่าเราคงจะได้ฟังเพลงเพราะ ๆ ด้วยกันนะครับ... 
..........เรากำลังรอฟังอยู่ครับผม...... 
 
เวลานี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-04 21:48:51
“ปิยมิตร” ง่วงนอนแล้วครับ 
ข้าน้อย ๆ คนนี้ ขออนุญาตหลับก่อนนะครับ... 
 
ถึงแม้ว่า...ท่านจะอาบน้ำนานขนาดนี้ 
ท่านก็ยังคงเป็น “กำลังใจที่ยิ่งใหญ่ของเราเสมอ”  
...............ราตรีสวัสดิ์ครับผม........... 
เอ๊า...มีเหตุเกิด ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-05 11:10:30
เมื่อคืนสามทุ่มยี่สิบ เรามาพบนะ พิมพ์ๆ อยู่กำลังเซฟไว้ 
ไฟดับ ลมด้วย เก็บของวุ่นวาย...ตั้งเป็นชั่วโมงๆ 
เราก็คิดว่าปิยมิตรต้องนอนแล้ว ก็เลยนอน ขนาดพิมพ์บอกราตรีสวัสดิ์ท่านด้วยล่ะ เสียดาย แต่อารมณ์ดีไม่เครียดนะ นะ ตอนนี้กำลังประชุมทำหลักสุตรที่โรงแรม เขาเบรค เราก็เลยชิ่งมา อ่ะๆ ดีใจจริงมิตรอุตส่าห์รอ ขอโทษนะครับ ภาคค่ำจะจัดเพลงให้ไถ่โทษเด๊อ.... 
อย่าลืมดูแลตัวเอง เอาขี้ไคลออกหมดยัง?  
ค่อยพบกันนะกั๊บ
"ดอกไม้ ให้คุณ"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-05 18:54:34
*********** 
*********** 
ขอมอบดอกไม้ในสวน นี้เพื่อมวลประชา 
จะอยู่แห่งไหน จะใกล้จะไกลจนสุดขอบฟ้า 
ขอมอบความหวังดังดอกไม้ผลิ สดไสวอาณา 
เป็นกำลังใจให้คุณ  
เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้มา 
....................... 
ก้าวต่อไปตราบชีวิตสุด ดุจกระแสชล 
เป็นกำลังใจให้คุณ 
เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้คุณ 
ก้าวต่อไปตราบชีวิตสุด ดุจกระแสชล
ทรายกับทะเล
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-05 19:07:10
***จะเหนื่อยเพียงไหน จะทุกข์เพียงใดโปรดรู้ 
ตรงนี้ยังมีฉันอยู่ พร้อมจะดูแลหัวใจ 
หากมรสุม จะทำเธอเหน็บหนาวใจ 
พายุจะแรงแค่ไหน จะคอยอยู่ข้างเคียงเธอ 
***หากมีวันไหน ที่เธอไปไกลจากฉัน 
ในหัวใจไม่เคยหวั่น และจะคอยเธอย้อนมา 
ก็ใจมันรู้ คลื่นลมจะคอยพัดพา 
คอยซัดทะเลเข้าหา หาดทรายแห่งนี้ดังเดิม 
*คือพื้นทรายที่โอบทะเลไว้  
จะวันใดมั่นคงเหมือนดังที่เป็น 
อยู่เคียงข้างเธอใจไม่ไหวเอน 
และยังคงชัดเจนอย่างนั้น 
***หาดทรายยังสวย รายล้อมทะเลด้วยรัก 
คงไว้ด้วยใจแน่นหนัก ไม่หวั่นยามพายุผ่าน 
จะมีเพียงฉัน และเธอตราบนานเท่านาน 
มีรักในใจผสาน ดั่งทรายอยู่คู่ทะเล
โอ้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-05 21:24:02
แต่ละเพลงดูเหมือนจะรู้ว่าเราจะไปไกลอีกแล้ว 
เพิ่งเสร็จจากการเตรียมของเดินทางครับ... 
พรุ่งนี้เช้าเราต้องไปส่งคุณแม่เรากลับบ้าน 
(พอกลับมาเราก็ไปรับท่านมาหวังจะได้ดูแลท่านนาน ๆ หน่อย...แต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้) 
พรุ่งนี้ตอนเย็นเราก็ต้องเดินทางไปเมืองฟ้าอมรกับเพื่อนร่วมงาน ...กลับมาวันศุกร์ครับ... 
 
เราน่ะอยากจะเป็น Superman ซะจริง ๆ  
จะได้มีพลังเยอะ ๆ ทำอะไรได้หลายอย่าง โดยไม่ต้องเหนื่อยมาก... 
ขอขอบพระคุณมากครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-05 22:06:32
สำหรับเพลงเพราะ ๆ มีความหมายมากมาย... 
 
เราอยากฟังเพลง “พรศักดิ์ ส่องแสง” บ้างครับ 
เผื่อว่าจะมี “แสงส่องสว่างทางเดินชีวิต” ให้เราบ้าง 
บางครั้งเราก็รู้สึกสับสน...ไม่รู้จะเดินไปทางไหนดี... 
 
บางทีเราก็อยากจะหายไปจากที่นี่...เพราะรู้สึกว่าเราได้ทำให้ท่านไม่สบายใจ... 
ราตรีสวัสดิ์ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-05 22:09:46
.........................
อย่าห่วง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-06 00:01:41
เราต้องยอมรับความจริง ที่เราฝืนไม่ได้ 
ความร่วงโรยของสังขาร 
ความสับสนของจิตใจ 
ความเหน็ดเหนื่อย...ไม่ว่าร่างกาย หรือจิตใจ 
แล้วแต่ภาวะ สิ่งกระทบ 
...อย่างเราวันนี้ มีงานต้องเตรียมในวันพรุ่งนี้ 
ก็เลยเวลานอนปกติ 
มาเห็นท่าน ที่กำลังสับสน ก็เห็นใจ เข้าใจ 
........................................... 
ในเมื่อเราต่างก็มีวุฒิภาวะ มีภาระหน้าที่ 
ก็สมควรอยู่แล้ว ที่ไม่ควรเสียเวลาซ้ำซาก กับบางเรื่อง 
อย่างการพูดคุยของเรา 
...ทั้งหมดที่ผ่านมา คือสิ่งสวยงามเป็นประสบการณ์มีค่า 
แต่ บางครั้ง มันก็มากจริงๆ 
บางครั้งก็เป็นเงื่อนไข เป็นสิ่งที่ต้องรักษาภาระ 
ทำให้จดจ่อ รอคอย 
มันผูกมัด ให้ต้องมาพบ มาบอกกล่าว  
ที่ผิดธรรมดา ก็คนไม่รู้หน้ารู้ตา รู้จริง เพียงข้อความ 
มันก็ย่อมเลือนลาง ห่างไกลจากชีวิตประจำวัน 
................................................................. 
พอดี เราก็คิดว่า ช่วงนี้ควรจะได้เจริญสติ หาความสงบสุข 
เราก็จะได้ห่างหายออกมา 
ส่วน"ปิยมิตร" ต้องการจะหายไป ก็อย่าอาวรอาลัย 
เป็นสิ่งที่ควรทำก็ทำ...อะไรเพื่อนสบายใจ เพื่อนแท้จะต้องส่งเสริม เราหวังดีต่อกันจริง"ก็ควรมิอิสระต่อกัน" 
รักเป็นห่วง ก็ต้องมีขอบเขต มีใจกว้างยอมรับสิ่งที่เหมาะสม...... 
........เพื่อท่านจะได้ไม่ต้องเป็นฝ่ายหายไปจากที่นี่ เราจงมายืนบอกลากันอย่างเข้าใจนะ ลาที...คงมิใช่ลาก่อน นะครับ"ปิยมิตรของเรา"
สบายใจแล้วครับผม....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-06 08:06:29
วันนี้เราตื่นเช้าหวังจะไปส่งคุณแม่เรากลับบ้าน 
แต่ท่านเปลี่ยนใจไม่กลับเพราะท่านเห็นใจว่าเราต้องเหนื่อย 
ในการเดินทางไปแล้วกลับมาให้ทันเวลาเดินทางต่ออีก… 
 
พอดีพี่สาวเราก็จะกลับมาบ้านวันนี้... 
เย็น ๆ ก่อนเดินทางเราค่อยไปส่งท่านที่บ้านพี่สาว...อยู่ไม่ไกลกัน 
 
ช่วงนี้ก็เลยมีเวลาว่าง...เข้ามาดู “มหาปิยมิตรของเรา”  
เราทำให้ท่านไม่สบายใจอีกแล้ว...ข้าน้อยกราบขออภัยอย่างยิ่งครับผม... 
 
ในเมื่อท่านอยากหาความสงบ...ก็แสดงว่าท่านรู้สึกสับสนวุ่นวายใจอยู่ 
ในเมื่อเราเองก็ยังไม่สงบ...เราก็ไม่ยอมให้ท่านสงบเงียบไปหรอกจ้า…! 
เราก็จะรบกวนท่านอยู่อย่างนี้ล่ะ...ก็ใครบอกล่ะว่าเราจะสุขจะทุกข์ด้วยกัน... 
.......................................................................... 
"เพื่อนแท้"  
คำคำนี้มีความหมายนัก นะครับ "ปิยมิตร"  
คือคนที่เราวางใจ คนที่เราจะคิดถึงเขา อยากถ่ายทอดความทุกข์ความสุข 
ปรึกษาหารือ เล่าเรื่องทุกเรื่องให้กันฟัง… 
 
......หัวเราะด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน....... 
ผู้สูงอายุนี่...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-06 11:46:34
ชอบใจน้อยนะ...เอาใจลำบาก... 
(เราหมายถึงคุณพ่อคุณแม่ของเราน่ะ) แต่เราก็ยินดีตามใจท่านนะครับ 
 
ความจริงเราก็สูงอายุเหมือนกัน...แต่ในพื้นที่นี้เรากลับชอบทำตัวเหมือนเด็ก ๆ 
เพราะได้ผ่อนคลายทุกข์สุข...ยิ่งมีเพื่อนคอยรับฟังด้วยแล้ว...เราก็ยิ่งสบายใจ... 
 
ไม่ได้เห็นหน้ากัน....ก็ยิ่งดีมิใช่หรือครับ 
เราจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลากับร่างกายเรามากนัก... 
ไม่ต้องกลัวว่าสิ่งที่เห็นจะทำให้อีกฝ่ายหายไปเลยจริง ๆ 
หากเป็นเช่นนี้ก็ให้เสียดายในมิตรภาพ...ความรู้สึกที่ดีต่อกันอย่างยิ่ง... 
 
ถึงแม้ว่า...เราจะอยากรู้...แต่เราก็กลัวมากครับ... 
เราไม่ได้กลัว “ความจริง”...เรากลัว “ความไม่จริง” ต่างหาก 
.......ก็เพราะเรา....ยังไม่เข้มแข็งพอ...ครับผม....... 
ไอศกรีม....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-06 12:02:49
รับประทานแล้วทำให้อารมณ์ดีนะครับ....เราพิสูจน์แล้ว 
กรุณาเพิ่มเข้าไปในรายการอาหารมื้อเที่ยงด้วยครับ 
แล้วก็รับประทานเยอะ ๆ เผื่อเราด้วย... 
เราอยากให้ท่านอารมณ์ดีจริง ๆ ครับผม..... 
สงสัยว่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-06 18:30:34
ท่านคงจะปลีกวิเวกไปแล้วจริง ๆ….. 
อย่างไรก็บอกเพื่อนคนนี้บ้างนะครับ 
เราจะได้อนุโมทนาด้วย...อยากได้บุญเหมือนกันครับ 
 
ระหว่างนี้เราก็รอเพื่อน ๆ มารับอยู่ครับ ไปกันทุกคน 
ไปหลายที่หลายงานเวลาจำกัด...ไม่มีเวลาท่องเที่ยวหรอกครับ 
 
......กลับมาแล้วก็จะเข้ามารบกวนท่านเหมือนเดิมครับ.....จนกว่าเราจะกระจ่างใจ....... 
เราคิดว่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-09 21:42:20
เราควรจะสนับสนุนให้ท่านเจริญสติจะเป็นการดีกว่า…. 
เราไม่อยากจะรู้อะไรอีกแล้วครับ...ขอโทษที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ 
.........................สวัสดีครับ................................. 
วางไว้...นะโยม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-10 11:35:52
"คูนอร่าม สดใส ในวันนี้ 
ดวงฤดี ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์ 
มีมิตรดี ให้คิดถึง อยู่ทุกวัน 
ผูกสัมพันธ์ มั่นหมาย กำลังใจ 
........................................ 
แดดจะร้อน หรือจะหนาว ราวถั่งโถม 
ยังประโลม น้ำทิพย์ อันสดใส 
ให้เย็นชื่น หรืออบอุ่น ละมุนละมัย 
ด้วยเยื่อใย มิตรภาพ ตราบนิรันดร์" 
************
อ้อ..!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-10 14:16:45
คงเป็นเพราะท่านไปเจริญสติอยู่หลายวันนี่เอง 
กลับมาถึงได้แต่งกลอนไพเราะเพราะพริ้งซะขนาดนี้ 
 
ข้าน้อย..ขออนุญาต วางคอมฯ ไว้สักครู่... 
จะไปหายาแก้โรคประสาทมารับประทานครับผม... 
ดึกแล้วล่ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-10 22:21:31
ก็กินไอศครีมไง! หน้ามะม่วงซะด้วย หวานหอมเย็นชื่นใจ 
เลยคลายเครียด...แต่ไหงปิยมิตรจาปราสาทรับประทานอ่ะ? โถ!ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไหนว่าอยากเป็นเด็กตรงนี้ ก็ลืมแล้วหรือ อย่ายึดมั่นว่าเราจะดี จะเรียบร้อย..เดี๋ยวก็ตามอารมณ์เพื่อนไม่ทันร๊อกกกกกก 
คืนนี้ ดึกแล้ว...ขอให้หลับปุ๋ยๆ..คะร้าบบบบ
ดึกแล้วล่ะ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-11 22:15:08
ดูเหมือนท่านไม่ค่อยจะยอมให้เราเลยนะ.... 
เราไม่ส่งข้อความท่านก็ไม่ยอมส่ง.....ต้องให้เราง้อ.... 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-11 22:35:02
วันนี้คอมใช้งานเราเสีย...ในนั้นมีรูปเยอะ 
นายช่างใหญ่ (เจ้านายเราเอง) บอกว่าเครื่องเก่ามาก 
เรากลัวว่าจะซ่อมไม่ได้...เราเสียดาย... 
 
เราหวังจะเข้ามาอ่านข้อความของเพื่อนให้สบายใจ...ก็ไม่เห็นมี 
 
คล้าย ๆ จะบอกว่าตัวเองไม่ดี ไม่เรียบร้อยงั้นซิ...ชัดเจนเกินไปหรือเปล่าครับท่านครับ 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-11 23:01:56
เดินทางคราวที่แล้ว... 
เราเห็นแม่ค้าขายน้ำอ้อยอยู่ข้างทาง... 
เราบอกเพื่อนว่าขากลับแวะซื้อด้วยนะ 
เพื่อนก็ถามว่า “จะเอาไปฝากผู้เฒ่าผู้แก่ที่บ้านหรือ” 
เราก็ได้แต่ยิ้ม ๆ ....ใช่สิ...ก็เรานี่แหละ... 
ซื้อมาหลายกะทอ (คล้าย ๆ ชะลอม) ใส่ตู้เย็นเอาไว้ 
แล้วเราก็รับประทานทีละกะทอ...หวานถูกใจมากครับ 
เราอยากให้ท่านได้รับประทานบ้าง (มีขายแถว ๆ อุดรธานี)...เผื่อท่านจะได้อ้วน ๆ  
 
...........ราตรีสวัสดิ์ครับผม........ 
ตลกบริดโภค เนาะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-12 13:22:05
ที่อุดรธานี ตรงถนนจะไปขอนแก่นน่ะ เขามีอะเมดซิ่งข้าวหลามคร้าบบบบบบ สไตล์การเรียกลูกค้าน่ะ..เคยเห็นป่ะ? 
โบกมือผสมท่าร่อนอ่อนช้อยน่าเอ็นดู แถมโบกได้ทั้งวัน 
...........น้ำอ้อยเอย...ไอติมเอย..ของหวานต่างๆ ทานมากๆเข้าไป...อ้วนลงพุงพลุ้ยเมื่อไหร่บอกมา...เลิกคบแระ!...เพราะคนอ้วนจะขี้หงุดหงิดเอา มักเอาแต่ใจ...ขี้เกียจง้อ.... 
................................................................................***พรุ่งนี้ก็จะถึงวันสงกรานต์แล้วนะ 
เราขอให้"ปิยมิตร" จงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพจิตสดชื่น ชุ่มฉ่ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เย็นกายเย็นใจ 
เราก็จะไปทำบุญใส่บาตร สรงน้ำพระ (เพื่อนนัดเอาไว้แล้วคงไปตามวัดวาตามประสาผู้สูงวัย) คงไม่ได้เที่ยวให้ใครมาปะแป้งสาดน้ำร้อกกกกกกกกกก วัยรุ่นเขาคงกลัวคนแก่ได้รับอันตราย 5 5 5 5 5****
โห!...ไปถึงอุดรธานี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-12 13:49:44
ทำไมไม่แวะซื้อแหนมเนืองมาฝากหน่อย อิ อิ 
น้ำอ้อยเราไม่ชอบนะ เราชอบน้าตาลก้อนจากตาลโตนดน่ะ 
หวานกลมกล่อมกว่า(เพราะว่าอยู่สูง) คนแก่ชอบกินกับข้าวเหนียวด้วยล่ะ 
............ฮะ โฮะ โฮะ...ผ่านไปถึงอุดร กับใครน้อออออออออ
เตรียมตัว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-12 18:38:31
คืนนี้จะไม่นอนดึก 
จะได้ตื่นแต่เช้าต้อนรับปีใหม่ของไทย 
จะไปทำบุญ คะรับ............ 
ใครจะมาหาตอนดึกๆ ข้าพเจ้าหลับแล้วนะขอรับ 
................................................ 
ขอให้ปิยมิตรจงสดชื่นผ่องใสรับวันสงกรานต์
เป็นงั้นไป..!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-12 20:28:55
ท่านพูดให้เราสับสน หรือเป็นเพราะเราเมารถกันแน่นี่ 
มีน้ำอ้อยขายจริง ๆ นะ แต่ไม่ใช่ถนนสายหลักหรอกครับ 
ได้ยินเพื่อนคุยกันว่าลองไปทางสายอื่นดูบ้าง..เอ๊ะ ! หรือว่าจะเป็นขอนแก่น 
เอาเป็นว่าแถว ๆ อุดร – ขอนแก่นนี่แหละน่ะ (เรื่องเส้นทางเราไม่ค่อยได้จำ 
เพราะทุกคนจะเข้าใจเรา...บอกหลับตาไปเลย...นอนได้ยิ่งดี…. 
เราก็เลยยึดเบาะหลังคนเดียว...ส่วนข้างหน้าก็มีคนขับตัวจริง กับตัวสำรอง) 
 
มีน้ำอ้อย น้ำตาล เป็นขวด ๆ ขายด้วย… 
เนื่องจากเราดื่มน้ำอ้อยมาเยอะแล้ว เพราะที่บ้านเราก็มี 
วันนั้นเราก็เลยซื้อน้ำตาลดื่ม...แต่รู้สึกจะได้กลิ่นควันไฟมากไปหน่อย 
แม่ค้าบอกว่า “ต้องเอากระบอกไม้ไผ่รมควันก่อนถึงจะเอาขึ้นไปใส่น้ำตาลบนต้นตา ล” 
 
ส่วนข้าวหลามนั้น...เพื่อนเราซื้อไปฝากตอนเราไปลำบากด้วยกัน 
เราชอบนะ เรานึกขึ้นได้ว่าท่านพูดถึงข้าวก่ำ เราก็เลยบอกเพื่อนว่าอยากทานข้าวหลามข้าวก่ำบ้าง 
เพื่อนก็แสนดีบอกว่า “นี่เราสั่งพิเศษให้เลยนะ” แล้วก็เอาไปฝากตั้งหลายกระบอก 
หลังจากนั้นของฝากเพื่อน ๆ ก็คือข้าวหลามนี่แหละ...สะดวกดี ทางผ่านอยู่แล้ว... 
สบายใจจริง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-12 20:43:09
แสดงว่าตอนนี้เรายังไม่อ้วน 
เพราะเรายังไม่หงุดหงิด...ไม่เอาแต่ใจตัวเอง... 
และท่านก็ยังไม่ได้ง้อเรา...ยังทานได้อีกเยอะ !!! 
ปีใหม่ไทย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-12 20:56:03
เราขอให้ “มหาปิยมิตรของเรา” สุขภาพแข็งแรง สดชื่น แจ่มใส 
และ “เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ของเราตลอดไป” นะครับ 
สุขสันต์วันสงกรานต์จ้า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-14 14:12:36
ปิยมิตรครับ 
เมื่อวานนี้เราก็ได้ทำกิจกรรมตามความมุ่งหมายทุกอย่าง 
เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้าไปใส่บาตรที่ทางจังหวัดเขาจัดสถานที่ไว้ 
เราเตรียมของแห้ง พวกนม อาหารกระป๋องล้วนๆ.ใส่บาตรร่วมกับพี่น้องชาวจังหวัดของเรา แล้วก็ได้ทำพิธีไถ่ชีวิตโคกระบือร่วมกับผู้ที่ร่วมบริจาคร่วมกั นหลายร้อยคน ชีวิตวัวควายก็หกตัวที่ได้ช่วยกันบริจาค... ทางจังหวัดได้จัดให้มีพิธีรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ ผู้สูงวัยที่ได้คัดเลือกผู้สูงอายุมาให้ลูกหลานได้สรงน้ำ...เราคิดถึงพ่อแม่เรามาก ถ้าท่านทั้งสองยังอยู่ครอบครังเราก็คงจะได้ให้ท่านมาร่วมเพราะท ุกท่านได้พบเจอพูดคุยทักทายกันน่าอบอุ่นมาก...แม่เราอายุสั้นจากไปตั้งแต่เราเรียนระดับม.ปลาย 
พ่อเราก็มาจากไปอีกเมื่อไม่สองปีนี่เอง...ก็เลยใจหายเมื่อเห็นเพื่อนๆเขาได้ดูแลให้ความสุขพ่อแม่เขาอยู่... 
ก็รดน้ำขอพรท่านผู้ใหญ่ไปกับเขา 
สรงน้ำพระใกล้ๆก่อน วันนี้ก็แวะไปกราบผู้ใหญ่ในละแวกใกล้ๆไม่เกิน15 กิโล (มีอีกที่สนิทแต่อยู่ไกลออกไป ที่ยังไม่ไปกราบไหว้ขอพร)...แล้วกลับมาอยู่บ้าน 
ทักทายเพื่อนทางอีเมล์ พักสักหน่อยจะเข้าไปเหล่ๆดูความครึกครื้นที่ถนนสงกรานต์สักหน่อ ยเพื่อไม่ให้ตกข่าว เมื่อวานนี้นอกจากน้ำมนต์พระ และจากผู้ใหญ่แล้วก็ไม่ได้เปียกเลย ไม่ได้ไปเล่นสาดน้ำเลย 
....เห็นเด็กๆเล่นแล้วนึกสนุกตามนะแต่ไม่อยากเล่น อยากดูพวกเขาอยู่ห่างๆ เพลินตาม 
ปีนี้...สถานการณ์การเล่นสงกรานตืทางบ้านเรา เห็นแล้วก็ดีใจ ที่การแต่งตัวและการสาดน้ำกัน ดูสบายใจขึ้น ไม่หวือหวารุนแรง แล้วก็มีการควบคุมไม่ให้มีสุราจำหน่าย อย่างเสรีโจ่งแจ้ง แต่ก็มีแอบๆดื่มกินกันอยู่...ชอบใจนะ ที่ทางการกวดขันและประชาสัมพันธ์รณรงค์อย่างกว้างขวาง ทั้งเรื่องการไม่ดื่ม และการไม่ประมาทในการขับขี่ยวดยาน........................................................... 
..........พี่น้องคนไทนเรา ก็ยังเป็นสยามเมืองยิ้มอยู่ ทุกภาค ก็ยังสนุกสนานหัวเราะออก ถึงแม้บางพื้นที่ยังประสบภัยน้ำท่วมอยู่ก็ยังมีกะจิตกะใจเล่นสง กรานต์ได้ นับถือน้ำใจจริงๆ ที่ยังเข้มแข็ง สามารถวางทุกข์ได้ 
ฉะนั้น ก็เลยเป็นแง่คิดแก่เรา...ไม่ได้โชคร้ายดั่งนั้น ก้ต้องสู้ต่อไป ทำใจให้สบายเข้าไว้ แม้จะมีทุกข์มีปัญหาก็เป็นเรื่องธรรมดาน้อ.. 
...........ท่านล่ะ คงสุขสบายดีและได้ทำบุญเช่นกันนะครับ
สุขสันต์วันสงกรานต์ ๒๕๕๔ ครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-14 20:09:09
วันนี้เราก็ได้ไปรดน้ำขอพรคุณพ่อคุณแม่และผู้สูงอายุที่เราเคาร พนับถือ 
ไปกับครอบครัวพี่สาว ไปช้าหนึ่งวันเพราะต้องรอหลาน ๆ มาให้ครบก่อน 
เมื่อเป็นเช่นนี้ ไปวันนี้ พวกเราก็ต้องกลับมาวันนี้  
เพราะหลาน ๆ ต้องกลับไปทำงานของเขาที่อยู่ห่างไกล 
ส่วนเราก็ต้องไปที่ทำงานเช้าพรุ่งนี้เหมือนกัน 
 
สำหรับเราแล้ว ไม่ว่าเทศกาลไหน วันใด เราก็มีความรู้สึกไม่ต่างกันนัก 
เพราะถึงแม้เราจะได้หยุดพักบ้าง แต่ก็ต้องมีให้กังวลอยู่ .... เป็นเรื่องปกติ 
 
เราเองก็ไม่ได้เล่นน้ำสรงกรานต์หรอกครับ  
แต่ระหว่างเดินทางก็สนุก ที่ได้เห็นคนเล่นเขามีความสุข 
โดยเฉพาะหนุ่มสวย สาวหล่อ สร้างสีสันให้โลกจริง ๆ เลย 
คนเล่นเขาก็เล่นกันได้น่ารัก เขาจะเล่นกับคนบนรถยนต์กระบะ 
และเห็นว่ามีคนมีเจตนาเล่นน้ำสงกรานต์เท่านั้น...เราก็เลยรู้สึกดีจริง ๆ ครับ... 
เฮ้อ!..เหนื่อย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-16 11:12:24
เมื่อวานนี้เราไปทำบุญบ้านพี่ชายต่างอำเภอ 
พวกเราทำสังฆทานสรงน้ำธาตุญาติผู้ใหญ่ 
ทานข้าวซุมแซวกัน และเล่นน้ำสงกรานต์ปะแป้งซะหน้าตาขาววอก ก่อนกลับก็ได้รดน้ำขอพรญาติผูใหญ่ คือคุณลุงพี่ชายของพ่อที่มีอายุแปดสิบห้าปี และผู้สูงอายุญาติๆกัน 
ได้อยู่ท่ามกลางญาติพี่น้องทางไกลที่นานทีพบกันก็ซาบซึ้งรักใคร ่ห่วงใยกันดี...............เราก็มีความสุขเผื่อมาให้ปิยมิตรอยู่นี่ไง........... ถ้าทำงานอยู่ขอให้ราบรื่นตามที่พอใจ หายเหนื่อยอ่อนนะครับ
เจริญอาหาร
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-16 11:23:35
เมื่อวานนี้ อิ่มใจและก็อิ่มท้องจนพุงกาง 
ด้วยเมนูเด็ดๆ ที่ช่วยกันทำ(เราช่วยชิม) 
-แกงยอดมะพร้าวใส่น้ำย่านาง 
-ปลานึ่งแป๊ะซะ 
-แจ่วบอง ส้้มผักเสี้ยน 
ตบท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วง...ดีที่อิ่มแล้วไม่ได้นั่งนอนไม่งั้นคงอึดอัดแย่........... อยากทานไหมล่ะ ข้าวเหนียวมูลกะทิข้นๆกับมะม่วงหวานๆ อา-ร๊อย..อา-หร่อย...ทานเผื่อตั้งเยอะนะกั๊บ 
.................................คิดทึ้ง..คิดถึง........................
ขอโทษครับผม...!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-18 20:59:24
หายไปสามวัน...โดยไม่ได้บอกกล่าวให้ท่านทราบล่วงหน้า 
ช่วงนี้เราไม่ค่อยสดชื่นนักครับ เราเหนื่อย…อาทิตย์หน้าคงจะผ่อนคลาย 
 
เราเข้ามาดูทุกวันครับ...แต่ไม่ได้ส่งข้อความ...ไม่รู้จะพูดอะไรดี... 
กลัวจะทำให้ท่านเสียอารมณ์...เพราะอยู่ในบรรยากาศแห่งความสุขอยู่ 
 
เราก็อ่านข้อความเดิม ๆ ฟังเพลงเดิม ๆ ที่ท่านจัดหามาให้ฟัง 
และก็โดนใจมาก.....นี่เลย..... 
 
............................................................... 
 
.........และในวันนี้ เธอนั้นจงหยัดยืน  
........และลุกขึ้นอีกครั้ง ด้วยพลังในหัวใจ  
.......อย่าไปยอมแพ้ ให้กับปัญหาใดใด  
......จงพร้อมจะอดทน ก้าวไปสู่หนทางที่ฝันใฝ่ด้วยตัวเอง...!!! 
 
................คิดถึงมากมายครับผม........................ 
เข้าใจว่า.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-18 21:29:17
ท่านคงจะอยากง้อคนอ้วน ๆ แล้วใช่มั๊ยล่ะ 
ถึงได้เอาข้าวเหนียวมะม่วงมาล่อซะขนาดนี้ 
 
วันนั้นพออ่านข้อความเราก็รู้สึกอยากทานมาก ๆ 
ก็เลยต้องไปซื้อครับ ปรากฏว่าขึ้นราคาเป็นกล่องละสี่สิบบาทแล้วครับ 
ก่อนนี้ไม่นานก็กล่องละ 30 บาท ขึ้นมา 35 บาท แล้วก็มา 40 บาทครับ 
แบบนี้จะเรียกว่าข้าวยากหมากแพงได้หรือเปล่าครับท่านครับ 
พรุ่งนี้ว่าจะไปซื้อน้ำตาลปิ๊บมารับประทานสักหนึ่งกิโลกรัม... 
 
......ไหน ๆ โลกก็จะแตกแล้วเน๊าะ....จะมาห่วงกังวลอะไรมากมาย...... 
 
.....................ป๊ะ ! ไปทานบัวลอยก่อนนอนกันดีกว่า………… 
เฮ้อ! โล่งอกหน่อย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-18 21:33:43
งานเหนื่อย ก็ตั้งใจทำงานนะครับไม่ต้องพูดอะไร ฟังเราไปก่อน เพราะช่วงนี้เราว่างงาน... 
เราเองก็เข้ามาดูทุกวัน แต่พูดมากก็เหนื่อย จึงไม่ได้ส่งข้อความทุกวันเหมือนกัน...แบบว่าไม่ต้องพูดเราก็เข้าใจกันน่ะ 
ไม่ต้องจำเจ หรือไม่ต้องทู่ซี้พิรี้พิไร...ใครไม่อยู่ในภาวะทีพร้อมจะโม้เราก็เงียบๆ แต่ก็ไม่ใช่ลืมกัน... 
ฝากแต่กำลังใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-18 21:46:16
ปิยมิตรครับ 
วันก่อนเราเราได้ไปสักการะสรงน้ำรูปหล่อของหลวงปู่ขาว 
เราอธิษฐานถึงท่าน และคนที่เราเคารพรักทุกคน ตอนที่ท่องคาถาของหลวงปู่ ซึ่งมีการทำป้ายติดเอาไว้ เราอ่านท่องไปขนลุกด้วยเพราะความปิติและอิ่มอาบที่ได้แผ่จิตไปย ังทุกคนที่เรานึกถึงและเป็นห่วงให้เมตตาบารมีของหลวงปู่ได้ปกป้ องคุ้มครอง...จะท่องให้ฟังนะ 
"พุทธะเมตตัง จิตตังมะมะ 
พุทธะพุทธา นุภาเวนะ 
ธัมมะเมตตัง จิตตังมะมะ 
ธัมมะธัมมา นุภาเวนะ 
สังฆะเมตตัง จิตตังมะมะ 
สังฆะสังฆา นุภาเวนะ" 
....................3จบ......................
พักผ่อนซะนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-18 21:52:14
ให้ร่างกายได้หายเมื่อยล้า 
ให้ใจผ่องใส มีปัญหาใดใด ใช้สติ อดทน 
หลับให้อิ่ม สบาย 
พรุ่งนี้จะได้สดชื่น มีพลังสู้ 
...เราน่ะส่งกำลังใจมาทุกนาทีแหละ ฮะๆๆๆไม่อยากโม้! 
 
............................ราตรีสวัสดิ์ ครับผม...................
ขอบพระคุณที่โม้ครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-18 22:00:15
กำลังจะนอนพอดี...ราตรีสวัสดิ์ครับผม... 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-19 21:07:58
ท่านมาท่องคาถาหลวงปู่ขาวให้เราฟังแบบนี้ 
คล้าย ๆ ท่านอยากจะบอกเราว่า “ปิยมิตร” ต้องท่องนะครับ 
ครับผม ! เราจะท่องคาถานี้นะครับ...เราจะได้นึกถึงท่านทุกครั้งที่ท่อง 
เพราะท่านทำให้เรานึกถึงคุณพ่อของเรามากเลยครับ….. 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-19 21:11:12
หลายสิบปีมาแล้ว... 
คุณพ่อของเราบอกให้เราท่อง... 
ท่านก็ไม่ได้อธิบายให้รู้...เพียงแต่บอกว่าให้เราท่องนะ 
เราก็...อืม ! คุณพ่อนะนี่....เราก็ท่องไปอย่างงั้น ๆ แหละ 
เวลาท่องทีไรก็จะนึกเห็นภาพท่านตอนที่ท่านบอกให้เราท่อง 
ผ่านมาหลายสิบปี...เราก็ยังจำภาพขณะนั้นได้ไม่ลืมเลือน... 
ทุกครั้งที่ท่องก็จะนึกถึงภาพท่านตลอด... 
 
วันหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้...เราได้อ่านเจอว่า...ที่ท่านให้เราท่องนั้นคืออะไร 
ทำให้เราซาบซึ้ง...และรักคุณพ่อมากขึ้นทันที...ท่านหวังดีกับเราครับ !! 
 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ ท่านสนใจจะท่องบ้างใหมครับ 
ไม่ยาวมากหรอก...ท่านท่องได้อยู่แล้ว...ถือเป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งดี ๆ นะครับ 
 
..............อิติปิโส วิเสเสอิ 
.............อิเสเส พุทธนาเมอิ  
.............อิเมนา พุทธตังโสอิ 
.............อิโสตัง พุทธปิติอิ 
 
..........ขอสิริมงคลจงมีแด่ “มหาปิยมิตรของเรา” ตลอดไป....ครับผม... 
แต่คืนนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-19 21:22:20
เราจะฟังเพลงร๊อคของพี่หรั่งให้สบายใจก่อน… 
แล้วค่อยท่องคาถาของหลวงปู่ขาวนะครับ…ราตรีสวัสดิ์ครับผม.... 
อย่าแปลกใจถ้าเราหายไปชั่วระยะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-20 11:25:59
พรุ่งนี้...เราจะได้ขึ้นเขียงผ่าตัด ในกรุงเทพฯ 
มาถึงเช้านี่เอง นี่ก็พักผ่อน กลาคืนต้องงดดื่น้ำกินอาหาร 
งดอาหารเราไม่กลัวหรอกแต่งดน้ำคงทรมานน่าดู เพราะเราดื่มน้ำบ่อย แต่ต้องทำตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด... 
ไม่กลัวหรอกเราผ่าตัดบ่อยครั้งจนไม่กลัวแล้ว แต่ตื่นเต้นทุกครั้ง บางครั้งต้องส่งข้อความไปเอากำลังใจจากคนที่รักนับถือกัน...คราวนึ้เราก็ตื่นเต้นมาก แต่จะท่องคาถาสารพัดให้จิตใจมั่นคงแน่วแน่ ว่าต้องฟื้นๆ และหายได้เช่นเคย 
...... เราไม่อยากบอกหรอก แต่ถ้าเผื่อเห็นหายไปหลายวันก็แสดงว่าพักฟื้น เล่นคอมได้ก็จะรีบเข้ามาคุยทันที ไม่ต้องกังวลกับเรา เราน่ะแกร่งและตั้งใจอยากให้ร่างกายหายดีเป็นปกติ ครั้งนี้ต้องแก้ไขกระดูกโหนกแก้ม เชิงศัลยกรรมตกแต่ง เพราะกระดูกแตกตอนได้รับอุบัติเหตุรถยนต์( ตอนนั้นซี่โครง และไหปลาร้าัหัก ต้องเข้าเฝือกแรมเดือน จึงปล่อยให้แก้มเบี้ยวไปก่อนทำผมปิดเอา) จะผ่าตัดครั้งนี้ที่จริงหมอก็นัดมาล่วงหน้าให้เตรียมตัวนาน 
แล้วล่ะ แต่เพิ่งจะตัดสินใจกล้าๆกลัวๆ 
.............................................................................ช่วงนี้กำลังใจดี ประกอบกุศลผลบุญมากไว้ปลุกปลอบใจตัวเอง..ว่า"เพื่อความหล่อๆๆๆๆๆๆๆๆ 5 5 5 5 5..." ตลกได้อยู่ 
.......... ที่จริงน่ะแค่มองเห็นเข็มฉีดยาก็หวาดเสียวแล้ว... แต่คุณหมอรู้ใจ จะให้พยาบาลมาคอยจับมือเราบีบไว้จนกว่ายาสลบออกฤทธิ์ ฉีดวัคซีนตอนเด็กพ่อเราว่าเราแหกปากร้องดังไปถึงไหนๆ พอเอาฮอล์ล่อก็หยุดร้องทันที ไม่รู้ทำไมชอบฮอล์มาก 
............ที่บอกกล่าวนี้ ก็ให้ตัวเองคลายตื่นเต้นนะ ถือว่ามาอ้อนขอกำลังใจ "เพียงกำลังใจเท่านั้น" อย่ามาเป็นกังวลห่วงใยมากมาย... มันไม่ได้เสี่ยงภัยเหมือนทหารตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัต ิหน้าที่ปกป้องรักษาพี่น้องและประเทศชาติ...............และกำลังใจเราก็มากมายจากญาติพี่น้อง มวลมิตร หมอก็รักษากันมาหลายปี เราอบอุ่นดีครับ... ฮือ ฮือ....ปอดๆๆๆๆ แต่ไม่กลัว!
เย็นนี้จะมาร้องเพลง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-20 11:34:16
จะหาเพลงเพราะๆมาชวนฟัง ฟังด้วยกัน 
......... ว่าแต่ปิยมิตรจะงานยุ่งมาก มีเวลาไหมน้า... 
จะเหนื่อยมากไม้น้อ... 
แต่ก็ต้องเข้มแข็ง รอบคอบๆ สติๆ ปัญญาๆ........... 
เรามาลุ้นอยู่ข้างๆนะ มากับพลังแห่งมิตรไมตรีอันยิ่งใหญ่
"มหาปิยมิตรของเรา" ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-20 20:35:31
เรากำลังรอฟังเพลงเพราะ ๆ อยู่นะครับ
พรุ่งนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-20 20:52:29
ท่านก็ต้องได้รับการผ่าตัดแล้ว... 
คืนนี้เราอยากให้ท่านพักผ่อนมาก ๆ 
 
และเราก็จะได้ทำสิ่งที่ดี...เพื่อขอให้ท่านปลอดภัย... 
กลับมาโม้ ! ให้เราฟังได้ในเร็ววัน...คิดถึงมากครับ...ราตรีสวัสดิ์… 
ร้องไม่ออก ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-20 21:15:20
เราฟังเพลงเก่าๆเกี่ยวกับกำลังใจ แล้วก็สวดมนต์ 
จะเข้านอนแล้ว เซฟกำลัง เริ่มงดน้ำอาหารแล้ว 
............................................................................ 
เราอบอุ่นใจนะ ที่มีมิตรคอยอาทร 
ทุกคนก็เป็นกำลังใจ...แต่เราหายขลาดก็เพราะระลึกว่ามี"ปิยมิตรคนนี้"จะต้องสวดมนต์เผื่อความดีมาคุ้มครองเรา 
ขอบคุณครับผม 
.......................... ราตรีสวัสดิ์.............................
อรุณสวัสดิ์ครับผม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-21 07:02:04
โปรดมองไป....ไกลสุดฟ้า 
แล้วก็ยิ้ม........หลับตา.... 
หายใจเข้าลึก ๆ....แล้วค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจออกมา 
 
นั่นแหละ....ไม่มีอะไรจะต้องกลัวอีกแล้วครับ.... 
 
เมื่อลืมตาขึ้น....ท่านก็จะเห็นกำลังใจจากเรา... 
และรู้ว่าเราได้ส่งกำลังใจให้ท่านเสมอ.... 
เวลานี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-21 19:59:45
“มหาปิยมิตรของเรา” คงกำลังนอนอยู่บนเตียง 
แล้วก็มีผ้าพันรอบศีรษะ...ดูคล้ายลูกฟุตบอล 
 
คงรับประทานอะไรไม่ได้หลายวัน...ผอมแน่แล้วคราวนี้...ทำไงดี ? 
อ้อ ! คิดออกแล้ว...เราจะอมฮอลแทนท่านเอง... 
เพื่อจิตใจจะได้สงบ...ไม่งอแง...ง้องแง้ง... 
 
ปฏิบัติตามคำสั่งคุณหมออย่างเคร่งครัดจะได้หายไว ๆ  
เพราะมีคนคิดถึงจะแย่อยู่แล้วครับ....คืนนี้จะนอนหลับหรือเปล่าก็ไม่รู้.... 
คืนนี้ดีเจ...ลาป่วย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-21 20:27:32
เราจึงต้องหาเพลงฟังเอง...ก็ได้เพลงเก่า ๆ ที่ท่านเคยนำเสนอ 
ขอเชิญท่านดีเจในดวงใจ.....รับฟังพร้อมกับเราไปเลยนะครับ...... 
 
...................................................................... 
 
......สาบานว่าไม่เสียใจ.... เสียใครไม่เท่าเสียเธอ  
......จะยอมให้ใครมาทำร้ายเธอเป็นไปได้ไง  
.......แม้นตาย ก็ต้องยอม  
.......เป็นตัวเป็นตน รวมเป็นคนขึ้นมาได้  
.......จะโตจะตายไม่แน่นอน  
.......จะตึงจะตังขึงขัง หรือโอนอ่อน  
.......แล้วแต่ทำเพื่อใคร  
 
……จะดีจะเลว เธอก็ยืนเคียงข้าง  
......จดจำไม่จางยังซึ้งใจ  
......จะเป็นจะตายดีร้ายสักเพียงใด  
.......ฉันทำได้เพื่อเธอ  
 
……ของใครใครก็หวง หวงเธอดังดวงใจ  
......ขอเธอไม่ต้องหวั่นไหว  
......หลับเถิดหลับให้สบาย.... 
 
......ราตรีสวัสดิ์ครับผม...พรุ่งนี้คงจะลืมตาได้แล้วนะครับ.... 
 
ถ้ายังยิ้มไม่ได้......ก็ทำหน้าบึ้งไปก่อน....เราไม่ว่าหรอก....เพราะเราไม่เห็น..! 
สวัสดีครับผม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-22 19:56:15
วันนี้ “มหาปิยมิตรของเรา” ยิ้มได้หรือยังครับ ? 
เวลานี้เราอยากจะเห็นจริง ๆ เลย ว่าท่านจะเป็นอย่างไร 
แต่เราก็ไม่ห่วง....เพราะรู้ว่าท่านอบอุ่นไปด้วยญาติมิตร... 
 
เราก็อยากจะไปเฝ้าไข้ท่านครับ.... 
ขนม นม เนย ผลไม้ ของฝากคงจะเยอะ... 
เราต้องอิ่มท้องแน่ ๆ..........................นิสัย !!! 
กวีประยุกต์...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-22 20:16:23
คูนอร่าม....สดใส....ในวันนี้  
ให้ชีวี....สดชื่น....รื่นสดใส 
มิตรภาพ....มากค่า....เหนือสิ่งใด 
ด้วยเยื่อใย....มิตรภาพ....ตราบนิรันดร์  
สวัสดีครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-23 21:45:03
ขอให้หลับฝันดี....ราตรีสวัสดิ์ครับ
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-24 20:00:42
วันนี้เรามีภารกิจไปต่างอำเภอ....ตอนกลับบังเอิญเจอร้านขายจักรยานเก่า… 
ก็เลยขอร้องให้เพื่อนจอดรถดูหน่อย…เขาก็ใจดีจอดให้เลือกอยู่นาน เราก็ลองขี่คันนั้นคันนี้ 
ก็ได้มาหนึ่งคัน...เงินในประเป๋าแทบจะไม่พอ...เพราะเราไม่ได้เตรียมเงินเตรียมใจเพื่อจะไปซื้อ 
ต้องต่อราคา.... เขาก็ใจดีลดราคาให้ครับ...และเราก็คิดว่าถ้าไม่ซื้อวันนี้ก็ยากที่จะได้.... ก็เลยตัดสินใจซื้อ 
 
เมื่อตอนเย็นเราก็ไปขี่มาแล้ว..... ถนนในโรงเรียนใกล้บ้าน 
มีเราขี่อยู่คนเดียว ขี่ไปดูทิวทัศน์สองข้างทางไป รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจดี 
ก็ได้เหงื่อซึม ๆ ระหว่างนั้นก็รู้สึกขำมาก ๆ นึกไปถึงเมื่อวาน... 
 
เจ้านายพาไปทำบุญที่วัดป่า...เราก็แอบขอว่าอยากได้รถยนต์คันใหม่ 
เวลากลับไปบ้าน....ญาติพี่น้องเขาจะได้ไม่ต้องห่วงเรามากว่ารถจะเสียกลางทาง 
เราก็มีเก่า ๆ อยู่คันหนึ่ง แต่ไม่ชอบขับหรอก...(ก็เราไม่ชอบรถยนต์...เราเมารถ) 
ชอบขี่มอเตอร์ไซค์มากกว่า….แต่ก็ต้องมีไว้เพื่อกลับไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่เราบ้าง 
 
ไม่น่าเชื่อ...เมื่อวานเราขอให้ได้รถยนต์คันใหม่...พอมาวันนี้ได้จักรยานเก่า ๆ มาหนึ่งคันโดยไม่คาดคิด 
นี่เป็นการให้จากเล็กไปหาใหญ่หรือเปล่าหนอ....หรือว่าวาสนาเรามีเพียงเท่านี้กันแน่.... 
แต่เราก็พอใจนะ...มีความสุขดี....เวลานี้เราสบายใจมากเลย...คงเป็นเพราะได้ไปขี่จักรยานนี่เอง.... 
 
ขอบคูรยิ่งนัก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-24 22:14:15
จริงๆด้วยล่ะ ผ้าโพกหัวกลมดิกเลย แถมด้วยผ้าพันเยลประคบเย็นลดบวมด้วย นอนอยู่ท่าเดียว ทรมานมาก ถ้ารู้ว่าจะเจ็บปวดทรมานขนาดนี้ยอมเป็นคนหน้าบากดีกว่า ร้าวระบมไปหมด....นี่ก็เข้าวันที่ห้า เอาสายระโยงระยางออกแล้ว ค่อยเป็นอิสระหน่อย แต่จะต้องอยู่กรุงเทพฯอีกสามอาทิตย์ ให้หมอถอดลวดและพลาสติกยึดกระดูกออก คือกระดุกเราเปราะมันเลยไม่ได้ง่ายดังที่หมออธิบายแต่แรก .....แต่ก็ผ่านพ้นมาได้แล้วล่ะ ก็จะต้องออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านญาติ 
........................................................................... 
คิดถึงบ้านมาก วันนี้ก็ได้มาอ่านข้อความปิยมิตร รู้สึกอบอุ่นใจและดีใจมากที่ท่านอุตส่าห์มาส่งกำลังใจอยู่ตลอด แบบนี้เราต้องสู้สู้แล้ว ขอบคุณที่สุดในความห่วงใย..... เราหายดีแล้วเราก็จะจดจำไว้เสมอว่ากำลังใจนี้มีค่ามากนัก และคงจะต้องทำอะไรอย่างรอบคอบระมัดระวังตัวมากๆ ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุอีก.....นี่ใช้เวลารักษาสืบเนื่องมาหลายปีแล้ว ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายทีเถอะอย่าให้ทรมานเจ็บปวดอีกเลย.................................... 
วันนี้แค่นี้ก่อนนะเริ่มรู้สึกปวดหน้าแล้วครับ 
............ดีใจนะ ที่ท่านได้เริ่มขี่จักรยาน จงปั่นเผื่อเราด้วยทุกวันๆ หรือให้ต่อเนื่องนะ ท่านจะได้แข็งแรงๆ เป็นกำลังใจที่มีค่าแก่เราต่อไป 
......................................หลับฝันดี คุณพระคุ้มครอง...
ไชโย...ดีใจจัง !
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-25 17:43:45
ในที่สุดท่านก็ปลอดภัยแล้ว… 
เราคิดว่า...กว่าท่านจะมาคุยกับเราได้ก็น่าจะประมาณหนึ่งอาทิตย์ 
แต่ท่านก็มาเร็วกว่าที่เราคาดคิด ... ดีใจมากครับ....คิดถึงที่สุด…. 
 
คราวนี้....เราจะได้มีเพื่อนปั่นจักรยานแข่งกันแล้วนะ... 
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีการโกงกันหรือเปล่า...เพราะเราปั่นกันคนละที่ 
บางทีขี้เกียจนอนฟังเพลงอยู่...แล้วก็บอกว่าไปปั่นมาแล้วสิบกิโลเมตร...แบบนี้ 
 
ไม่เป็นไรหรอกนะครับ...ก็ต้องมีขยัน มีขี้เกียจบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา 
..........ทุกสิ่งที่ทำก็เพื่อ “เป็นกำลังใจที่ดี” เพียงเท่านั้น !!! 
คิดถึงบ้านมากหรือครับ….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-25 20:58:13
ในยามเหน็ดเหนื่อย......เมื่อตอนที่เราไปไกลบ้าน 
เวลาเพื่อน ๆ ร้องเพลงนี้....เราชอบฟังมาก ๆ ครับ 
รู้สึกเหงาเศร้าซึ้งประทับใจ......ให้คิดถึง......มากมาย 
 
.......... “แม่”…. เสก โลโซ............ 
 
ป่านนี้ จะเป็นอย่างไร จากมาไกล แสนนาน 
คิดถึง คิดถึงบ้าน จากมาตั้งนาน เมื่อไรจะได้กลับ 
แม่จ๋า แม่รู้บ้างไหม ว่าดวงใจ ดวงนี้เป็นห่วง 
จากลูกน้อย ที่แม่ห่วงหวง อยู่เมืองหลวง ศิวิไลซ์ ไกลบ้านเรา 
 
* คิดถึงแม่ขึ้นมา น้ำตามันก็ไหล อยากกลับไป ซบลงที่ตรงตักแม่ 
ในอ้อมกอด รักจริง ที่เที่ยงแท้ ในอกแม่ สุขเกินใคร 
อีกไม่นาน ลูกจะกลับไป หอบดวงใจ เจ็บช้ำเกินทน 
เก็บเรื่องราว วุ่นวายสับสน ใจที่วกวน ของคนในเมืองกรุง 
 
( ซ้ำ * ) 
 
อีกไม่นาน ลูกจะกลับไป หอบดวงใจ เจ็บช้ำเกินทน 
เก็บเรื่องราว วุ่นวายสับสน กับบางคน ที่ใจไม่แน่นอน 
ลืมเรื่องบางคน ไปซบลงที่ตรงตักแม่ 
อรุณสวัสดิ์ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-26 07:19:51
ขอให้สดชื่นรับวันใหม่...ให้สดใสในดวงจิต 
 
.................คิดถึงเสมอครับ...................
อยากไปปั่นจักรยาน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-26 11:31:57
ตอนนี้อยู่บ้านพี่สาว... 
พี่เขยทำดีต่อญาติของภรรยามาก บริการลูกหลานเพื่อให้หลานๆเขามาดูแลเรา ตามประสาวัยรุ่นเขาน่ะแหละ เราก็พยายามไม่ให้เป็นภาระ มือเท้ายังแข็งแรงก็เดินเหินทำอะไรได้เองก็ทำ... 
เพียงแต่รำคาญที่พูดไม่ถนัด หน้าจากกลมเป็นลูกฟุตบอล ก็ลดลงมาเป็นหน้าอึ่งเพ้า...เขาซื้อตำไทยตำลาวมากิน ทำกับข้าวอร่อยๆกินกัน โอ้โห สุดทรมาน...อยากกินมากๆๆๆๆๆๆๆ....แต่เวลาปกติก็ไม่เห็นหิวเก่งอย่างนี้มั่ง 
ไม่ชอบใช้ชีวิตกินๆนอนๆแบบนี้เลย เบื๊อเบื่อ ขอรับ 
เทียวส่องแต่กระจกดูใบหน้าว่าลดลงแค่ไหนแล้ว... เห็นแล้วก็ขำ เหมือนอึ่งจริงๆ 
.............อันนี้ ก็มีแต่บ่นเนาะ....ขอโทษทีครับ.............
คิดถึงแม่...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-26 13:05:41
ตอนเราเด็กๆ เวลาป่วย แม่จะเอายาหม่องมาคลึงขมับให้เรา จะรู้สึกผ่อนสบายมาก เป็นไข้ปู่ก็เป่าหัวให้ เย็นซู่เลยหายทุกที ตอนนั้นไปเยี่ยมปู่ ก็พักชัั่วคราวที่บ้านปู่ พ่อเราน่ะเป็นทหารต้องไปอยู่ในค่าย ห้องแถวแออัดแม่เราไม่ชอบเลยพาลูกออกมาอยู่บ้านปู่บ้างบ้านยายบ ้าง ทหารชั้นผู้น้อยสมัยนั้นยังไม่สามารถสร้างบ้านในเมืองได้ แต่แม่เราขยันทั้งใจดีเป็นแม่น้ำทำอะไรญาติและผู้ใหญ่ก็รักท่าน พอค้าขายก็เลยรุ่งเรือง  
แต่เราบุญน้อย มีโอกาสอยู่กับแม่เพียงสิบเจ็ดปี ท่านก็ด่วนจากไปเพราะโรคมะเร็ง...ทิ้งลูกไว้ให้พ่อเลี้ยงดูต่างหน้าหลายชีวิต... ลำพังเงินเดือนทหารท่านคงเกรงว่าจะเลี้ยงลูกไม่ได้ดีท่านก็ต้อง อำลาชีวิตทหารมาเป็นพ่อค้าและชาวไร่ควบกัน หลายปีเราสงสารพ่อเราเลยจัดการหาแม่เลี้ยงให้ตัวเองซะเลย สมณาคุณที่ท่านรักเราห่วงเรามากที่สุดในบรรดาลูก เพราะเราเป็นคนสุขภาพไม่ดี นิสัยเหมือนแม่ พ่อคงรักแม่เรามากก็เลยต้องรักเราตามใจเรา 
.................. ก่อนที่จะได้รับอุบัติเหตุ เราก็ใช้ชีวิตวัยรุ่นตามประสา สนุกสนานไปตามธรรมดา ไม่เคยทราบซึ้งดื่มด่ำธรรมะ ทำบุญธรรมดากับพระกับศาสนา แต่กับคนที่ลำบากกว่า ตระกูลเราสืบทอดมาเห็นทั้งทางปู่ย่า ตายายว่าท่านโอบอ้อมอารีเป็นที่รักของคนทั้งตำบล ทั้งอำเภอ ยิ่งพ่อเรายิ่งพาลูกช่วยงานกุศล ให้คนน้นคนนี้ไป ท่านโดนโกงไปก็มาก ค้าขายก็ไม่รุ่งเหมือนแม่ แม่ยังฉลาดทันคน ช่วยส่วนช่วย ธุรกิจเป็นธุรกิจ........ดังนั้นพอท่านมีหนี้สินกำลังใจเสีย เมื่อมาเจ็บป่วยท่านเลยต้องจากไปเร็วในขณะที่อายุย่างแปดสิบ เราอยากให้ท่านอยู่ถึงเก้าสิบหรือร้อย จะได้ดูแลท่านให้สมกับความรักความห่วงใยที่ท่านมีให้เราตลอดชีว ิต.....เวลาเราเจ็บปวดมากๆ หรือยามหลับ คิดว่าถ้าหากจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก ก็ขอให้ได้ไปพบพ่อแม่ คนที่รักเราคนที่เรารัก จะได้ไปทำในสิ่งที่อยากจะทำให้ท่านแต่ว่ายังไม่ได้ทำเต็มที่เลย ................ไม่รู้สินะ เราไม่ได้พูดคุยกับใคร เราอาจเหงา ตอนนี้พี่เขยพี่สาวไปทำงาน หลานๆเขาก็ออกไปซื้ออาหารให้คนป่วยเลยเงียบ.... 
เขากลับมาพอดี จะโม้ใหม่นะครับ
เมื่อมีโอกาส....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-26 19:38:35
เราก็ต้องเชิดชูคนที่เรารัก....คนที่รักเรา.....คนที่เขาเป็นคนดี 
ยิ่งคุณพ่อคุณแม่ด้วยแล้วก็นับว่าสูงส่ง...สมควรยกย่องเทิดทูนอย่างมาก 
“มหาปิยมิตรของเรา” ได้ทำหน้าที่ของท่านในฐานะลูกที่ดี.....ได้ดีที่สุดแล้วครับ..... 
เป็นเพราะท่านได้ทำจริง.....ท่านจึงรู้สึกว่าอยากจะมีโอกาสทำให้ดีกว่านี้....มากกว่านี้ 
 
เมื่อทุกสิ่งผ่านพ้นไปแล้ว....ก็จงอย่าได้ห่วงหาอาลัย...หรือกังวลใจมากไปเลยนะครับ.... 
เพราะปัจจุบันก็มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย...ที่แวดล้อมให้เราไม่สบายทั้งกายและใจ... 
 
แต่เราก็ยังรู้สึกดีอยู่มิใช่หรือครับ...ที่เรามีเพื่อนคอยรับฟังทุกข์สุขอยู่เสมอ... 
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพื่อนติงต๊อง...หรือเป็นเพื่อนดื้อรั้น....ในบางครั้ง 
แต่เราก็ยังคงเป็น....“กำลังใจที่ดี”....ให้แก่กันได้.....มิใช่หรือครับ... 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-26 20:22:09
พระที่เรานับถือและเป็นญาติของเรา..... 
ท่านเคยบอกกับเราว่า....”บางครั้ง”..เราก็ไม่ต้องไปสวดไปท่องอะไรมาก.... 
 
เพียงนอนหงาย....ในท่าที่เราสบายที่สุด......แล้วหลับตา..... 
เอาใจไปจดจ่อที่ท้องของเราที่ ยุบ - พอง...ตามลมหายใจของเราเอง... 
ไม่ต้องกังวลใจไปท่อง...ไปสวด....ไปกำหนดว่าต้องเป็นคำนั้นคำนี้.....ทำใจให้สบาย ๆ .... 
 
แต่เวลานี้...เราขออนุญาตหาเพลงฟังก่อนนะครับ...เพราะเรายังไม่อยากสบาย... 
เรายังอยากจะมีความสุขกับเสียงเพลงก่อนนอนอยู่.........นี่ก็นิสัย ! อีกแล้วครับท่านครับ !!! 
 
.........ราตรีสวัสดิ์...... คิดถึงมากมาย........ขอให้หลับฝันดีครับผม....... 
สวัสดีครับผม.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-27 19:49:07
เวลานี้ท่านคงจะหายเหงาแล้วนะครับ.... 
เพราะมีคนล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมด…. 
หรือว่ากำลังรับประทานอาหารกันอยู่.... 
นึกเห็นภาพแล้วคงจะครึกครื้น....ยิ่งมีเด็ก ๆ ด้วยแล้ว....ไม่เหงาแน่นอน.... 
 
ตอนนี้เราเหงาครับ....แต่เราก็ไม่ได้อยากครึกครื้นเพราะเป็นคนป่วยหรอกนะครับ 
เราอยากสนุกสนานเพราะมีเพื่อนแข่งปั่นจักรยานมากกว่า....หายไว ๆ นะครับ... 
อย่าให้เพื่อนแท้รอนาน....เดี๋ยวจะเปลี่ยนใจเป็นเดินไกลสามสิบกิโลเมตร... 
พร้อมกับแบกสัมภาระอีกสิบกิโลกรัม .....แบบนี้จะเดินไหวหรือเปล่าครับท่านครับ 
 
...............................เป็นห่วงจริง ๆ เลย.................................... 
คนป่วยน่าจะเหงากว่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-27 20:24:33
เพิ่งได้พร้อมหน้ากันวันนี้เองกับครอบครัวพี่ วันนี้หลานๆเขามาเปลี่ยนกันทำกับข้าวเหลวๆให้คนป่วย... ทั้งที่พ่อเขาน่ะทำต้มยำโป๊ะแตก ทอดปลา นึ่งหอยแมงภู่ใส่โหระพากับน้ำจิ้มรสเด็ด...ตัวเองต้องรีบหนีขึ้นมาชั้นบน มาซดได้แต่น้ำซุบ วันนี้เป็นซุบเห็ดหอม ที่เขามีสำเร็จรูปทั้งนั้นล่ะ ให้เขาซื้อมาให้หลายชนิด ก็วันละสามมื้อ มันก็ซ้าแล้ว...หายเจ็บปวดขึ้นหน่อยก็เริ่มหิวเก่ง............. พี่เขาเห็นว่าหลานมาจากอีสานก็ทำอาหารทะเลให้กินบ่อย พี่เขยเขาทำงานอยู่เรือ เขาก็สั่งแต่ของสด เราว่าหายป่วยจะต้องกลับมาเที่ยวใหม่แล้ว บอกเขาแล้วต้องทำให้กินเพื่อชดเชย.........เขากำลังไปซุมแซวหน้าบ้าน เราอาบน้ำสบายกายแ้ล้วด้วย.... 
คิดถึงบ้าน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-27 21:01:59
"ปิยมิตร" ครับผม 
เมื่อเรามีเวลาอยู่ห่างออกมาจากสิ่งที่เคยคุ้น เคยชิน...เมื่อหวนคิดถึง ก็รู้สึกว่าโหยหา และมองเห็นคุณค่านั้น อย่างมากมาย 
................ อยู่เมืองหลวงไม่มีโอกาสเห็นดวงดาว ดวงจันทร์ ถึงแม้จะมีลานกว้างอยู้หน้าบ้าน แต่มันก็มีแต่แสงไฟฟ้า และเราก็ไม่กล้าลงไปยืนมองท้องในสภาพนี้ได้...ให้มีชีวิตอย่างนี้ไม่ได้หรอกเราน่ะ 
อยู่บ้านต่างจังหวัด ยังได้ชื่นชมธรรมชาติทุกวัน ความเจริญก็มีให้เลือก ความสงบก็รายรอบตัว เราเลือกใช้ชีวิตในเมือง และอยู่อย่างชนบทสลับกันได้ไม่มีเบื่อ... 
...คิดถึงผักปลาในสระในสวน...โอ๊ย! หิวข้าวที่สุดเลย 
.............................................................................แล้วเราก็ไม่ได้ปั่นจักรยานเลย กว่าสองสัปดาห็แล้ว 
คิดถึงสวนสาธารณะบ้านเราที่กว้างใหญ่สวยงามที่สุดในภาคอีสานตอน บน คิดถึงดอกคูนที่บ้านนั่นน่ะกำลังออกช่อกำลังตูมป่านนี้คงบานสะพ รั่งแล้วมั้งลืมถามหลานที่เฝ้าบ้าน คุยกันแต่เรื่องอื่น...ส่วนดอกไม้ประจำจังหวัดน่ะ ดอกทองกวาว ไม่ค่อยมากมายเท่าดอกคูนเลย....ตามถนนหนทางและรอบสวนสาธารณะตอนสงกรานต์ก็กำลังงาม หลังสงกรานต์ก็ยังมีที่กำลังผลิบานเต็มเลย....เราตั้งข้อสังเกตนะ เมื่อปีที่แล้วป่านนี้ก็ร่วงหล่น วายดอกไปแล้ว แต่ปีนี้ช่วงมีนามาติดอากาศหนาวไง ดอกคูนเลยชะงักออกดอกช่วงนั้น มาสวยสพรั่งนานจนจะปลายๆเมษาแล้ว...เรามองทีไรก็สดชื่นสบายใจ ชอบดอกมะลิที่สุดแล้ว ปีนี้กล้บหลงใหลเป็นปลื้มกับดอกคูน เพราะสวยจริงๆ............... เห็นไม้ ใจคน ชอบ รักได้หลายอย่าง 
เราเองมาถูกจำกัดชีวิตน่ะเบื่อหนักหนา... 
...................พรุ่งนี้ไปตามหมอนัดต้ดไหมที่แผลข้างนอก ส่วนแผลข้างในใช้ไหมละลาย แต่เขาจัดกระดูกโดยใช้ลวดและพลาสติกยึดฟันติดกันนี่สิ ทรมานมากโมโหหมอมากเลยตอนนี้................................................. 
***** แต่ยังไงเราก็ยังมี"มิตรแท้"อยู่ทั้งคน เราก็ได้ระบายความอึดอัดให้ฟังแล้วนะ ต้องขอโทษที่ช่วงนี้ ไม่ได้พูดจาสร้างสรรค์อะไร มีแต่พูดเรื่อยเปื่อยน่ารำคาญรึยังครับ! อดทนฟังคำร้องทุกข์ไปพลางๆก่อนนะครับผม***
เรารินยาหนักมือไปหน่อย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-27 21:13:28
ยาแก้อักเสบชนิดน้ำ เราขี้ลืม กลืนเข้าไปเกินตั้งห้าซีซี จำผิดกับยาขยายหลอดลมที่ต้องกินสิบซีซี...เราเลยชักมีอาการไม่ง่วงใจออกจะสั่นหน่อยๆ แต่จะดื่มน้ำเปล่าขับออกเยอะนะคงช่วยได้....นึกขำตัวเองที่เคยคอยเป็นคุณหมอให้คนอื่นดีนัก พอตัวเองเป็นคนป่วยกลับดูแลตัวเองแบบหลงลืมจนได้ ไม่น่าเลยนะ นี่ล่ะเกิดจากใจที่ไม่สงบแหงเลย 
.......... แล้ว...จะมีใครเป็นเพื่อนไหมนี่............... 
ระลึกถึงมากมาย อยากให้ใครสักคนเอามะเหงกมาลงห้วเบาะๆ ซักที ให้หายเบลอ...
ไม่น่าเป็นห่วง....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-27 21:25:12
อีกหน่อยท่านก็คงสั่งอาหารทะเลสด ๆ มา... 
แล้วก็รับประทานกันสด ๆ ละซิ....คงได้วิตามินเพียบ..... 
ลาบปลาฉลาม...ก้อยปลิงทะเล....เมนูนี้ก็น่าลอง...... 
 
เป็นนักท่องเที่ยวก็ดีเหมือนกันนะ......มีอาหารแปลกใหม่ให้รับประทานเยอะ !!! 
 
......สบายกายแล้ว...ก็ต้องสบายใจด้วยนะครับ..... 
 
.................ราตรีสวัสดิ์ครับผม................. 
อรุณสวัสดิ์ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-28 08:39:20
ขออภัยสนุุกล้ำเส้นไปหน่อย... 
ความจริงท่านเหมาะทานผักผลไม้มากกว่า 
 
......เช้านี้...ดื่มน้ำผลไม้หรือยังครับ.......
พูดด้าย...ถือว่าหยอกล้อกัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-28 20:53:30
วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศไม่โม้..ไม่บ่นแล้ว 
........................................................................... 
ร้องเพลงค่อยๆ ทำปากขมุบขมิบดีกว่า 
************************************** 
.......................เพื่อนคือสายน้ำ............................... 
คงจะมีบางที เราคุยกันอาจมีไม่เข้าใจ 
แต่เราไม่ห่างเหิน วันที่ใครเดียวดาย เราจะไป 
จะทำให้หายร้อนรน ให้ใจได้คลายเหงา 
เพียงเธอจำไว้ว่ายังมีกัน 
เธอยังมีฉันที่ห่วงใย 
***เพื่อนคือสายน้ำ ไม่มีวันที่จะขาด 
จะตัดยังไง ก็ยังมีรักให้กัน 
จะผูกพันกันไปยาวนาน 
เธอและฉันเป็นยิ่งกว่ารัก 
(ก็เพราะเราคือเพื่อนกัน) 
เราจะดูแลกัน เป็นแรงใจ 
ที่เย็นและชื่นหัวใจ 
พากันสู่จุดหมาย... 
...................................................................
ถามข่าวคนไม่ป่วยบ้าง!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-28 20:59:01
"ปิยมิตร" 
วันนี้ปั่นจักรยานไหมครับ 
ได้กี่รอบ...เคยคุ้นรึยัง 
รู้สึกว่าสุขภาพร่างกายคล่องแคล่วขึ้นไหม 
ปั่นต่อไป... 
จงปั่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพื่อสุขภาพ 
...............แล้วก็หลับฝันดี นะครับผม..................
ไม่น่าเชื่อ......
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-28 21:11:16
ร้องเพลงเชียร์ก็ได้ด้วย...ล้ำยุคจริง ๆ เลย… 
 
................ซาบซึ้ง ๆ ฮ่ะ................ 
วันนี้ปิยมิตรขี้เกียจครับท่าน.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-28 21:21:53
 
เพราะไม่มีเพื่อนไปปั่นด้วย.... 
 
ความจริงก็คือไม่อยากได้ยินใครบางคนพูดว่า “ต่อให้...ปั่นไปก่อน...ยังไงก็แพ้เรา” 
แต่ความจริงที่สุดก็คือ บรรยากาศไม่ค่อยดี พอจะออกจากบ้านก็มีฝนปรอย ๆ นิดหน่อย 
เราก็เลยอยู่บ้านดีกว่า....อ้อ ! จักรยานเราถึงจะเก่าก็มีเกียร์ด้วยนะ... 
แล้วเราก็ชอบใช้เกียร์ที่ต้องใช้แรงปั่นน้อย ๆ..... กลัวจะผอมเร็วเกินไป. !!!  
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-28 21:28:16
วันนี้เราตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะรออ่านข้อความของท่าน....ส่วนเราจะไม่ส่งข้อความมาก...... 
อยากให้คนเงียบเหงาได้ระบายเยอะ ๆ...จะได้สบายใจ..................ลุยเลยครับท่าน.... 
หงุดหงิดบ้าง ก็ทำใจ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-29 12:49:40
หงุดหงิด ที่ต้องกินข้าวเหมือนทารก คือข้าวบด 
หงุดหงิด ที่แหกปากร้องเพลงไม่ได้ 
หงุดหงิด ที่ต้องจำกัดพื้นที่ 
หงุดหงิด ไม่ได้ท้าปั่นจักรยาน...โอ๊ยยยยยยยยยยยยย 
...ต่อให้ๆๆๆๆๆๆ.................................................... 
เรานะ อยู่เฉยๆ ลดลงสามโลแล้วล่ะ 
ตอนนี้ได้กินข้าวต้มปลากระพงบดมั่ง ข้าวต้มผักๆมั่ง แต่ยังเคี้ยวไม่ได้คร้าบ อิ๋ง อิ๋ง......
ตั้งรางวัลอะไรดีน้อ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-29 12:59:25
ถ้าดินฟ้าอำนวย...ปิยมิตรได้ปั่นจักรยานซำ-เหมอๆ 
พุงลด เอวลด...สิ่งแรกที่ได้ก็คือ ฟิตแอนด์เฟิร์ม ต่อหุ่น 
...ส่วนรางวัลจากเรา ก็คือความชื่นชมยินดี ความภูมิใจ 
และท่านก็จะสมาร์ทขึ้น...โรคภัยไม่เบียดเบียน เนาะ เนาะ!
ดีจังเลยนะครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-29 21:40:46
นั่งอยู่ นอนอยู่ สบาย ๆ น้ำหนักก็ลดไปได้ตั้งสามกิโลกรัม 
เราอยากจะเอาอย่างบ้าง....แต่ก็ไม่กล้าหรอก....ฟังแล้วน่ากลัวมาก ๆ 
ขนาดท่านเองยังโมโหหมอ....ถ้าเป็นเราคงเผลอไปทำร้ายคุณหมอเลยแหละ... 
แล้วอาหารมื้อเย็นได้ทานอะไรบ้างครับ....เคี้ยวคล่องขึ้นหรือยัง... 
แต่เราว่าอมฮอลนี่ไม่น่าจะเป็นอุปสรรค...แต่ก็...ฟันผุ. ! 
เมื่อตอนเย็น….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-29 21:44:39
เราก็ไปปั่นจักรยานนะ...วนเวียนอยู่ใกล้ ๆ บ้านนี่แหละ 
บางช่วงก็ได้ไอดินกลิ่นหญ้า...เพราะข้างทางเป็นทุ่งนาและที่ว่าง 
ส่วนที่มีบ้านคนอยู่สองข้างทางนั้น.....มีอุปสรรคให้หวาดเสียว 
สุนัขเยอะครับ......ที่ถูกขังอยู่ในบริเวณบ้านก็จะเห่าเรา...... 
ส่วนที่อยู่ตามถนนหนทางบางตัวก็เห่า บางตัวก็ไล่จะงับเรา 
 
ออกกำลังโดยวิธีนี้ก็ทำให้ตื่นเต้นดีครับ...แต่ก็ไม่รู้ว่าจะคุ้มหรือเปล่า 
กับการได้หุ่นสมาร์ทมา.....แล้วก็ต้องไปให้คุณหมอฉีดยา.... 
 
เราเองก็....ไม่ได้ต้องการอะไรจากท่านหรอกครับ...ขอจงอย่าได้กังวลไปเลย…. 
การที่เราจะมี “เพื่อนแท้” สักคนก็ยากยิ่งแล้ว...แต่การรักษาไว้คงจะยากยิ่งกว่า 
บางครั้ง...บางสิ่ง...บางอย่าง....ก็ทำให้เรารู้สึกว่า....”ความจริงใจ”...เป็นสิ่งที่สูงค่าเหนือสิ่งใด..... 
เมื่อตอนเย็น….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-04-29 21:44:39
เราก็ไปปั่นจักรยานนะ...วนเวียนอยู่ใกล้ ๆ บ้านนี่แหละ 
บางช่วงก็ได้ไอดินกลิ่นหญ้า...เพราะข้างทางเป็นทุ่งนาและที่ว่าง 
ส่วนที่มีบ้านคนอยู่สองข้างทางนั้น.....มีอุปสรรคให้หวาดเสียว 
สุนัขเยอะครับ......ที่ถูกขังอยู่ในบริเวณบ้านก็จะเห่าเรา...... 
ส่วนที่อยู่ตามถนนหนทางบางตัวก็เห่า บางตัวก็ไล่จะงับเรา 
 
ออกกำลังโดยวิธีนี้ก็ทำให้ตื่นเต้นดีครับ...แต่ก็ไม่รู้ว่าจะคุ้มหรือเปล่า 
กับการได้หุ่นสมาร์ทมา.....แล้วก็ต้องไปให้คุณหมอฉีดยา.... 
 
เราเองก็....ไม่ได้ต้องการอะไรจากท่านหรอกครับ...ขอจงอย่าได้กังวลไปเลย…. 
การที่เราจะมี “เพื่อนแท้” สักคนก็ยากยิ่งแล้ว...แต่การรักษาไว้คงจะยากยิ่งกว่า 
บางครั้ง...บางสิ่ง...บางอย่าง....ก็ทำให้เรารู้สึกว่า....”ความจริงใจ”...เป็นสิ่งที่สูงค่าเหนือสิ่งใด..... 
เมื่อคืนนี้
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-01 09:33:06
เน็ตก็ปกติอยู่นะ ที่กรุงเทพฯเร็วกว่าบ้านเรามาก 
แต่หน้านี้มีปัญหาขัดข้อง บอกว่าไม่สามารถใช้ได้ เราก็พยายามจะส่งข้อความเป็นเวลนานมาก กลับไปกลับมาจนเกือบสี่ทุ่มก็ง่วงมากครับ 
........................................................................... 
เมื่อวานนี้ พากันตื่นเต้นมากในครอบครัวพี่เขย คือหลานชายเราต้องเข้ารายงานตัว( คือวันนี้) เป็นทหารเกณฑ์ เป็นเวลาหนึ่งปี 
..................................................................... 
วันนี้ก็ตื่นแต่เช้ากัน...เราก็ส่งหลานแค่หน้าบ้าน พ่อแม่เขาก็ไปส่ง... เราเลยต้องอยู่กับหลานสองคน เขาก็ง่วนๆทำงานบ้าน เราก็เลยว่าง ฝนก็กำลังตกปรอยๆ ยิ่งคิดถึงบ้าน ว่าจะอดทนรอให้ถึงวันที่12 ที่หมอนัดดูแผลอีกที ...แต่อาการเจ็บไม่มีแล้ว มีแต่รำคาญที่ฟันถูกตรึงยึดกับลวดและพลาสติก ตอนนี้ก็ค่อยหาทางขยับเขยื้อนไม่ให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าตึง ขัดคำสั่งหมอที่บอกให้พยายามนิ่งๆ...ใครจะไปทนได้ 
ทางบ้านปิยมิตรของเรา เป็นไงบ้าง? ฝนตกไหมครับ สุขภาพโอเคนะครับ จงรักษาความเสมอภาพนะครับ อย่าขาดๆหยุดๆในการออกกำลังกาย หากฝนตก ก็กายบริหารหลายๆวิธีมั่วไปโลด จะได้ครื้มๆใจ ในการทำอะไรแบบไม่ต้องเครียดจำเจ...เราว่ากลับไปบ้าน คงหยุดปั่นจักรยานสักระยะ คงจะเล่นฮุลาฮุกกับเด็กๆแทนจนกว่าร่างกายจะปกติ............
สวัสดีครับผม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-01 16:19:34
เราก็เห็นว่า...ระยะหลัง ๆ มานี้....อินเตอร์เน็ตมีปัญหา 
บางครั้งก็เข้าไม่ได้.....บางครั้งเข้าได้แต่ส่งข้อความไม่ได้ 
เครื่องจะบอกว่าใส่รหัสผิดทุกครั้ง.....จนเราต้องย้ายเครื่องส่ง 
ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเครื่องเราไม่ดี......หรือว่าระบบล้มเหลว 
หรือว่าข้อความอาจจะมากเกินไป....เครื่องคอมฯ ก็เลยเบลอ ! 
 
พอเข้ามาได้ก็ต้องรีบส่งข้อความ....เพราะกลัวคนไข้จะเหงา... 
แล้วก็หนีคุณหมอกลับมาบ้าน....เราไม่อยากให้ท่านเจ็บตัวบ่อย ๆ เราเป็นห่วงครับ...หวานซ้า..!!! 
 
 
เราก็เพิ่งจะรู้ซึ้งนี่เองว่า “ความดื้อรั้น” ของคนเรานี่... 
เป็นสิ่งที่ทำให้คนอื่นเขาหมั่นไส้เอามาก ๆ ........ 
ถึงเราจะดื้อ....แต่เราก็ไม่ชอบให้ใครมาดื้อกับเรา.... 
แบบนี้....เราเห็นแก่ตัวใช่มั๊ยครับ....ทำไงได้ก็เรานิสัยไม่ดี..!!! 
 
เล่นฮุลาฮุก....เราเล่นไม่เป็นหรอกครับ... 
พี่สาวเราเขาก็ซื้อมาเล่นส่ายเอวที่บ้านเขา 
เราก็ลองเล่นบ้าง...แต่ไม่เวิร์ก...ไม่ชอบ….เป็นอะไรที่ไม่ใช่เลย... 
แหม ! ก็แมน ๆ อย่างเราไปเล่นฮุลาฮุก......เขินครับ ! 
ยินดีด้วยครับผม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-01 17:00:52
ที่หลานชายได้เป็นทหาร..... 
สายเลือดทหาร....เป็นทหารก็สมควรภาคภูมิใจครับ... 
 
เราเองก็คิดว่า...ลูกผู้ชายทุกคนสมควรจะได้เป็นทหารเกณฑ์ 
เพราะสิ่งที่ได้แน่ ๆ ก็คือได้ร่างกายที่แข็งแรง....ความมีระเบียบวินัย 
ความอดทน......มีการเรียนรู้การดำเนินชีวิต...และหลาย ๆ สิ่ง 
อันจะเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตที่ดีต่อไป… 
 
..........น่าชื่นชมจริง ๆ ..ข้าน้อยขอคาราวะ......... 
ร้องเพลง ดีฝ่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-01 17:08:00
*********รักหนึ่งในหัวใ 
..".ทุกคนมีสิทธิ์เลือกความรัก 
ต่างก็ได้รู้จัก ความรักเป็นของชื่นใจ 
รักดีกว่าชัง ความรักจึงยังจรรโลงโลกไว้ 
ทุกคนเกิดมานั่นไซร้ ย่อมซึ้งในความรักที่มี 
...ครั้นเมื่อเริ่มแรกวัยดรุณ 
เริ่มชีวิตหอมกรุ่น อุ่นเหลืออ้อมรักปรานี 
รักในบิดาอีกทั้งมารดาบุพการี 
รักมั่นผูกพันชีวี รักเพื่อนน้องพี่นี่คือสายใย 
*ครั้นวัยเริ่มเปลี่ยนเป็นสาวหนุ่ม ความพิศวาสก็สุมรุมรักที่ในหทัย 
รักปรารถนาเป็นคู่ชีวาอยู่ชิดเคียงใกล้ 
แม้รักไม่ได้ดังใจ ก็หมดอาลัยหมองไหม้วิญญา 
...รักที่ได้กล่าวเล่ามาถึง 
แต่ยังมีรักหนึ่งซาบซึ้งประทับชีวา 
รักมั่นและคง จงรักซื่อตรง หวงแหนหนักหนา 
นั้นคือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย" 
............................................................... 
(คำร้อง-พรพิรุณ ทำนอง-เอื้อ สุนทรสนาน)
เวลานี้.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-01 17:18:41
คล้าย ๆ ฝนฟ้าจะเป็นใจให้ปิยมิตรขี้เกียจอีกแล้วครับ 
มีเสียงฟ้าคะนอง มีลม มีเม็ดฝนลงหลังคาป๊อกแป๊ก 
ทำท่าว่าจะตกบ้าง ไม่ตกบ้าง ไม่รู้จะเอาอย่างไร 
เราก็เลยลังเลอยู่ว่าจะไปปั่นจักรยานดีหรือไม่ดี.... 
 
ตอนนี้เราก็หิวแล้ว....ไปหาของหวาน ๆ รับประทานก่อนดีกว่า.... 
ดึก ๆ จะเข้ามาเยี่ยมครับ....มาดูคนไข้ว่าผอมขนาดไหนแล้ว...เผื่อจะต้องส่งวิตามินไปให้... 
สมัครใจด้วยนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-01 17:23:23
เรามีลูกมีหลาน ก็อยากให้เป็นทหารหมดแหละ 
บังเอิญหลานๆเขาก็เชื่อฟังพ่อแม่ด้วย 
แต่บางคนเขาก็ได้เรียนร.ด. แล้ว 
ใครรักอา รักน้า...ก็ให้สมัครใจเลย 
...วันนี้ พ่อแม่เขากลับมา เราก็ถามถึงบรรยากาศการส่งลูก 
ลูกไม่ได้มีท่าทางอาลัยอาวรณ์แต่พ่อแม่ใจหายน้ำตาคลอ 
เป็นธรรมดาที่ห่วงใย... 
ดีใจแทนเค้า หลานก็จะได้ไปฝึกอย่างลูกผู้ชาย 
ที่บ้านเราน่ะ หลานห่างๆหลายคนก็เคยโดนเกณฑ์ให้ไป 
ชายแดนใต้ ก็ปลอดภัยกลับมาทั้งสองคน คนละวาระ 
ปัจจุบันก็มีความรับผิดชอบในการงาน และมีร่างกายกำยำ 
มีสง่ากว่าก่อนหน้านั้นเยอะเลย จากผอมก้องแก้งนะ 
...แต่ว่าหลานชายคนนี้จบป.ตรีทำงานบริษัทแล้ว สายตาสั้นด้วย พ่อเขาห่วงมากยิ่งกว่าแม่ซะอีก ลูกชายคนเดียวของเขา 
..................................................................... 
เราน่ะ ก็ดูๆครอบครัวเขา คิดเรื่องของเขาเพลินๆ ไม่ได้คิดมากเรื่องของตัวเอง ที่อีกนานวัน จึงจะปกติ...เฮ็อ!
อรุณสวัสดิ์ครับผม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-02 06:51:30
ขออภัยครับ... 
เมื่อคืนเราก็พยามยามแล้ว....แต่เข้ามาเยี่ยมท่านไม่ได้ครับ.. 
ตอนเช้ามาเปิดคอมฯ ดู........ ปรากฏว่าเข้าได้สบายมาก 
 
ก็เลยต้องรีบแก้ตัว โอ่..ไม่ใช่สิ... ต้องรีบส่งข่าว กลัวคนไข้จะน้อยใจ 
อยู่กรุงเทพก็ดีแล้วจะได้ใกล้หมอ วันที่ 12 ก็อีกไม่นาน เหลือแค่สิบวัน 
เราจะส่งข้อความหาทุกวัน.....ไม่ให้ท่านเหงาหรอก สู้ สู้ นะครับ...!!! 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-02 07:12:10
จะเหนื่อยเพียงไหน จะทุกข์เพียงใดโปรดรู้….  
ตรงนี้ยังมีฉันอยู่ พร้อมจะดูแลหัวใจ …. 
หากมรสุม จะทำเธอเหน็บหนาวใจ….  
พายุจะแรงแค่ไหน จะคอยอยู่ข้างเคียงเธอ ! 
 
........................................................ทรายกับทะเล 
เราชอบเพลงนี้จังเลย.......
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-02 16:18:42
คงจะมีบางที......เราคุยกันอาจมีไม่เข้าใจ  
แต่เราไม่ห่างเหิน......วันที่ใครเดียวดาย.....เราจะไป  
จะทำให้หายร้อนรน........ให้ใจได้คลายเหงา  
เพียงเธอจำไว้ว่ายังมีกัน…..เธอยังมีฉันที่ห่วงใย  
 
เพื่อนคือสายน้ำ.....ไม่มีวันที่จะขาด  
จะตัดยังไง.....ก็ยังมีรักให้กัน  
จะผูกพันกัน....ไปยาวนาน..........  
 
........................................................เชียร์ ! 
วันนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-02 20:52:45
สงสัย....คนไข้จะเกิดอาการงอนอีกแล้ว... 
เอ๊ะ ! หรือว่าทนไม่ไหว.... ก็เลยจากกรุงเทพฯ มาแล้ว 
ตอนนี้กำลังเดินทางอยู่......หรือว่ากลับถึงบ้านแล้วนะ 
เหนื่อยหรือเปล่าก็ไม่รู้....ทานอาหารเย็นหรือยัง.....ลืมยาหรือเปล่า 
 
เห็นหรือยังครับว่า.....เวลาไม่ได้ข่าวคราว...เราก็จะกังวลสงสัยอยู่แบบนี้แหละ 
เพราะเราไม่รู้ว่าท่านจะเป็นอย่างไร.....สบายดีหรือเปล่า....เราเป็นห่วงครับพ้ม...!!! 
ขอโทษ..ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 09:00:41
ช่างหยั่งรู้จิตใจเราจริง 
เราไม่อยากเครียดมากให้พี่เขยพาไปหาหมอเลยเมื่อวานนี้น่ะว่าอยา กกลับบ้านต่างจ.ว.จะได้ไหม หมอว่าถ้าทางเครื่องบินพอไหวแผลจะได้ไม่กระเทือน...เราให้เขาโทรจองตั๋วทันทีจึงได้กลับเย็นวานเลย...ถึงบ้านหกโมงกว่า อิ อิ 
ทางบ้านฝนตกเพิ่งสร่าง ต้นไม้เขียวขจีเชียว แต่หญ่ากำลังรกแล้วก็ค่ำก่อนจะได้ดูให้ทั่ว...หลับอย่างสบาย อากาศโล่งบริสุทธิ์ 
..........................................................................รู้สึกตัว เช้าตรู่ เสียงนกร้องทั่วบ้าน ออกไปมองนอกระเบียง เห็นดอกคูณระย้า ยังมีช่อเต็มต้น ถึงแม้จะร่วงหล่นลงพื้นมาก เด็กบอกว่ามีลมแรงพร้อมฝนสองสามวันติดต่อกัน แต่วันนี้อากาศสลัวฝนไม่ตก เราได้เดินชมต้นไม้ในบ้านอย่างชุ่มฉ่ำ โอ้!...ธรรมชาติที่โหยหามาหลายวัน...อยากไปวัดแต่ไม่อยากให้หลวงพ่อซัก กลัวพูดกับพระไม่สะดวก ก็จัดการให้หลานไป ตัวเองก็กรวดน้ำเอาที่บ้าน วันนี้ก็คงท่องเน็ตอยู่บ้านล่ะครับ
ปิยมิตร ช่วยเล่าเรื่องงานท่านให้ฟังบ้าง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 09:14:36
เราน่ะ กำลังว่างงาน ไปอีกตั้งอาทิตย์แหละ 
ระลึกถึงท่านอย่างขอบพระคุณ ที่เป็นห่วงเรา 
เราก็อยากทราบ ว่ากิจวัตรเพื่อนเป็นไง ราบรื่น หรือมีปัญหาอะไรมั่ง...เล่าสู่กันฟังหน่อยนะ 
เพราะเราน่ะ คงนั่งดูข่าวทีวี เล่นคอม วนเวียนอยู่ นี่ก็ไม่บอกใครว่ากลับมากลัวเพื่อนมากวน ไม่ได้พักเงียบๆ ก็เลยมีอิสระ 
อ้อลองไปสตาร์ทรถดูแล้วว่าจะรู้สึกกระเทือนมากไหมถ้าขับเอง โอ! ก็น่าจะไหวนะ เด๋ว อากาสอำนวยจะขับไปสวนสาธารณะตอนเย็น พรุ่งนี้ มะรืนนี้ล่ะ ไปเดินเล่นสักหน่อย ดูเขาปั่นจักรยาน เขาออกกำลังกายตามจังหวะเพลง...น่าจะครึกครื้นน้อ..จะโม้ให้ฟังใหม่นะครับ(ไม่รู้ว่าเบื่อหรือยัง แต่เราเริ่มจะเบื่อเล่าแล้วนะ ท่านต้องเล่าเรื่องท่านให้เราฟังมั่ง นะครับผม)
เราดีใจที่ท่านได้กลับบ้าน.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 10:13:09
ต่อไปท่านก็คงไม่เครียดไม่หงุดหงิดแล้วนะครับ 
ทีนี้เราก็จะได้คุยกันแต่เรื่องสนุก ๆ.....แต่ถึงไม่คุยเราก็รู้สึกสนุกได้ทุกวันครับ 
เพราะเราเป็นคนไม่ค่อยซีเรียส.....เนื่องจากเราต้องทำอะไรด้วยตัวคนเดียว 
จึงต้องมีพลังกาย พลังใจที่ดี ในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วง...ไม่ให้เกิดปัญหาใด ๆ 
และเราก็ไม่อยากทำให้คนรอบข้างซีเรียสเพราะเราเลยครับ......... 
 
.......แต่ถ้าบางครั้งเราทำให้ท่านไม่สบายใจ....เราก็ขอโทษครับผม..! 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 10:24:33
ขอใช้วิธีของลูกเสือ 
หากเกิดข้อสงสัย....ไม่แน่ใจ....ให้กลับไปอ่านข้อแรก.  
ต่อแต่นี้.....ถ้าหากเราและท่านมีความลังเลใดๆ....หรือ (จะถอดใจหรือไม่)  
ให้เราทั้งสองย้อนกลับไปอ่านถ้อยคำดีๆ ที่มีให้กันนะครับ  
 
ต้องขอใช้สิทธิ์ของคำว่า..."มิตรแท้"... ขอร้องท่านว่า 
เพื่อนกันน่ะ....อาจกระทบกระทั่งอารมณ์กันได้...มีทุกรสชาตินี่แหละ  
ถึงจะสามารถเป็นที่ปรับทุกข์สุขกันได้เนาะ..... 
ก็ถ้าเราอดทนและให้อภัยเพื่อนไม่ได้.... เราจะไปอดทนอะไรไหวใช่ป่ะ?  
 
เราจะยึดถือถ้อยคำของ "ปิยมิตร" ตลอดไป ที่ว่า  
".ให้มั่นคง มั่นใจ ไม่หวั่น ไม่พรั่นต่อสิ่งใด  
เพราะใจที่เข้าใจ...เข้าใจ...และเข้าใจ... ..เป็นพลังใจที่ดี.....เมื่อยามท้อ..."  
 
.........................เราชอบจริง ๆ เลย……………………….. 
ขอเชิญท่านพักผ่อนตามสบาย..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 10:36:56
เย็น ๆ เราจะเข้ามาใช้สิทธิ์ของคำว่า "มิตรแท้" 
รบกวน "มหาปิยมิตรของเรา" นะครับผม !!!
สวัสดีครับผม.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 19:11:17
รับประทานอาหารหรือยังครับ....ทานข้าวอร่อยมั๊ย.....หรือว่าได้แต่จิบน้ำซุปสำเร็จรูปอยู่..... 
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะครับ....เราน่ะทานข้าวเหนียวกับไข่เจียวเผื่อท่านเรียบร้อยแล้วครับ ! 
 
อย่างไรท่านก็อย่าลืมอมฮอลเผื่อเราด้วยนะ......เราน่ะถึงจะชอบของหวานแต่ก็ไม่อยากอมฮอลนักหรอก 
เพราะขนาดไม่อมฮอล......เพื่อน ๆ ยังเรียกเราว่า “ไอ้แก้มป่อง” !!! โอ..แสดงว่าเราอ้วนสุด ๆ หรือเปล่านี่….. 
มาก่อนแ้ล้ว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 19:26:10
เราไปท่องตลาด เพิ่งมา ไปชี้นิ้วเอาผักพื้นบ้าน เอาไว้มาต้ม 
(หลานเขาไปซื้อปลากะพงสำเร็จรูปจากห้างมาไว้ในตู็เย็น) ก็จะเวียนผักปรุงให้เปื่อยแล้วก็ปั่นเอา สลับผักเยอะ 
อาการบวมก็มีแต่หน้าข้างซ้าย ดูแล้วก็เหมือนคนปวดฟันหรือไปถอนฟันมา เลยไม่อาย เข้าตลาดเย็นเลย...ค่อยรีบอาบน้ำก่อนมานั่งเข้าเน็ต รอกินข้าวต้ม... แต่ว่าคงยังไม่กล้าไปสวนสาธารณะหรอกครับ...อ้อเวลาเกิดหิวเราก็ดื่มเครื่องดื่มบำรุงสารพัด ทั้งนมจืด ทั้งน้ำหวานเฮลบลูบอย หมอสั่งให้ดื่ม แต่ความหิวก็คุกคามทุกหนึ่งชั่วโมง อยากทำโน่นทำนี่กิน...ทั้งๆที่เวลาปกติเมื่อทำงานก็ได้กินแบบพอให้พ้นๆแต่ละมื้อ ทั้งอาหารจานเดียว ทั้งข้าวกล่อง ตอนเย็นพอมีเวลาก็เหนื่อย อยากพักไม่ได้ทำกับข้าวเองทั้งบ้าน นอกจากวันหยุด และจะต้องไปวัด ถึงสามัคคีกันทำ...แต่เวลานี้ก็ปล่อยให้เด็กๆทำ ตัวเองก็ได้เอ้อระเหยเล่น.................................. คนเรานี่เห็นคุณค่าของอาหารยิ่งนัก ก็เวลาที่รับประทานไม่ได้ คือร่างกายเราไม่ได้ป่วยใช่ไหมล่ะ มีแต่ผลสืบเนื่องจากการผ่าตัด ก็เลหิวโหย ท้องร้องอีกแล้ว ครับท่าน
ไม่ต้องทานยาบางชนิดแล้ว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 19:44:00
ยาแก้อักเสบ พอหมดแล้วก็ไม่ต้องรับประทานอีก(ยาแก้ปวดเราก็ใช้ตามที่หมอกำหน ดให้สองวันแรก) ยอมทนปวดลองดูว่าจะเกินทนไหม? ก็ปวดมากเราทนเอาคิดในใจว่า เคยทำให้สัตย์เดือดร้อนเจ็บปวดก็ขอชดใช้กรรมและขออโหสิเค้าไปให ้สบายใจ จะรีบทำกุศลอุทิศส่งไปให้มากๆตลอดไป... 
.......................................................................... 
เราอ้าปากพ่นยาไม่ได้ หมอก็สั่งยาน้ำขยายหลอดลมให้ หลังอาหารสามเวลา แต่เราก็ดื่มเฉพาะหลังมื้อเช้า กับเย็น ขัดคำสั่งหมออีก เพราะจะมีอาการใจสั่นไง อีกอย่างพอเราไม่เครียดไ้พักผ่อนเต็มที่ก็ไม่มีอาการอะไร เราไม่ถึงหับหอบกระเส่าหรอก พอรู้ตัวว่าหายใจไม่อิ่ม นั่นล่ะอาการเตือน รีบพ่นยาก็ปกติ...พออ้าปากไม่ได้เป็นดื่มยาก็ไม่ชอบนัก เพราะมีรสหวานเหมือนยาเด็กเกินไป...นี่แหละหนอที่เขาว่า"ผู้ป่วยไ ทำอะไรไม่ได้อย่างคนปกติ...(ตายแล้ว เราก็ขี้บ่นเหมือนเดิม...ถือว่าอ้อนเพื่อนนะครับ) เพื่อนคงจะไม่รำคาญ... ทั้งๆที่"ปิยมิตรอาจเหนื่อย เพลียจากการงาน...ก็ไม่ต้องอ่านทั้งหมด...รีบพักผ่อน ทำใจให้สบาย........ส่งแต่พลังเมตตาแผ่มา หัวใจท่านก้จะผ่องใส เราก็จะได้ปิติ มีพลังใจให้แข็งแรงขึ้นทุกวันๆๆ ไปสรรค์สร้างอะไรๆดีๆ นะครับ
เรื่องของเรา.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 20:01:06
เราก็ทำเป็นลืม ๆ ไปแล้วนะ....เราเป็นคนประเภทที่...... 
อะไรก็ตามที่ทำให้เราไม่สบายใจ.....เราก็จะไม่ไปคิดถึงเรื่องนั้น ๆ  
หากเรารู้แล้วว่า....เราคิดได้....แต่เราทำไม่ได้ในระยะนี้ 
 
งานของเราก็ไม่มีปัญหาอะไร......สงบสุข....ราบรื่นเรื่อย ๆ... 
ก็ถ้าเราไม่คิดว่าเป็นปัญหา....มันก็ไม่ใช่ปัญหาใช่มั๊ยครับ... 
ที่กังวลใจบ้างก็คือการเดินทาง.......คือเวลาเดินทางเราไม่สนุก......เราเหนื่อย.... 
ช่วงปลายสัปดาห์หน้า.....พวกเราก็ต้องเดินทางไปเมืองฟ้าอมรกันอีกแล้วครับ.... 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 20:01:46
บางครั้งไปทำงาน....ได้เห็นสถานที่ร่มรื่นน่าอยู่...ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม.... 
เราก็รู้สึกอิจฉาคนที่ทำงานที่นั่น......ถึงแม้เขาจะทำงานสวน......งานเกษตร…. 
แต่เขาก็ได้อยู่กับอากาศบริสุทธิ์....ไม่วุ่นวายสับสน....ก็อาจจะเหนื่อย.... 
แต่ก็เป็นการออกกำลังกาย….กลางคืนก็คงนอนหลับสบายท่ามกลางแมกไม้สายธารขุนเขา.... 
 
เราก็คิด ๆ อยากเป็นอย่างนั้นบ้างจัง.....แต่ก็รู้ว่าทำไม่ได้หรอก.. 
เพราะเราก็มีภาระ...หน้าที่ของเรา….เราไม่อยู่ในฐานะที่จะทำอะไรได้ตามใจปรารถนา..... 
ก่อนที่ท่านจะส่งข้อความ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 20:06:12
เราก็ส่ง....เครื่องบอกว่ารหัสผิด...ก็พอดีข้อความของท่านโผล่ขึ้นมา 
สงสัยว่าข้อความของพวกเราคงปะทะกันกลางอากาศ... 
ข้อความของท่านเข้มแข็งกว่าก็เลยได้เข้ามาก่อน... 
บ่น ๆ มาเถอะครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 20:32:24
เราไม่ถือว่าท่านอ้อนหรอก....ก็แค่อยากได้กำลังใจเยอะ ๆ เท่านั้นเอง 
วันนี้เราก็ไปปั่นจักรยานนะ.....ก็ได้แวะเข้าไปวัดเก่าแก่ใกล้บ้าน 
เราก็ขอให้ท่านสุขสบายดี....เป็นเพื่อนที่ดีของเราตลอดไป.... 
กลับมาบ้านเห็นว่าท่านดูแลตัวเองขนาดนี้....อารมณ์ดีด้วย.....เราก็สบายใจสุด ๆ 
“โอสถทิพย์”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 20:42:42
พลังใจของตนเอง…..ที่ต้องสร้างภูมิให้ตนเอง  
ให้อยู่ได้......ด้วยความภาคภูมิใจในตัวเอง  
ด้วยการกระทำ..... ที่คิดว่าได้ประโยชน์ต่อใครๆ...!!! 
ตัวเองก็ได้รับประโยชน์.....ในด้านพลานุภาพ...  
ด้วย...ความขอบคุณ  
ด้วย...คำอวยพร  
ด้วย...น้ำใจ ที่กลับมาตอบแทน  
 
สิ่งเหล่านี้ล่ะ "คือโอสถทิพย์" รักษาสุขภาพของเรา นะครับ!  
เกรงใจ...ขอบคุณมาก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 20:55:39
เรารู้แล้ว ที่ท่านอยู่ วันนี้ฝนไม่ตก ปั่นจักรยานได้ 
มิหนำซ้ำได้แวะกราบพระ...ยังนึกถึงเราอีก... 
ไม่รู้จะหาที่ไหนได้อีกแล้ว นอกจาก"ปิยมิตรคนนี้" 
เราจะประทับไว้ในดวงจิตตลอดไป 
จะรักษามิตรภาพให้ยืนนาน ด้วยความมั่นใจ มั่นคง เข้าใจ 
อภัยกัน...ไม่โกรธโดยไม่มีเหตุผลสมควร... 
........................................................................... 
ขอให้ปิยมิตรของเรา ได้พักผ่อนนะครับ จิตใจจะได้สดใส สุขภาพแข็งแรง เราจะสวดมนต์ภาวนาให้พบแต่สิ่งดีงามได้พบคนดี มิตรดี แล้วขอให้ยั่งยืนนาน...ราตรีสวัสดิ์ครับผม
ว่าจะเปิดเพลงให้ฟัง.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 20:59:20
แต่ก็คิดว่า...ท่านคงจะเมายา....นอนหลับไปแล้ว... 
เราขอให้ท่านจงหลับฝันดีนะครับ “มหาปิยมิตรของเรา”  
 
...............................................................ราตรีสวัสดิ์ครับผม... 
ชนกัน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 21:01:33
เราน้อมรับ"โอสถทิพย์" ด้วยความปิติอิ่มอาบ...สาธุ 
คืนนีี้จะหลับอย่างเปี่ยมสุข...ท่านด้วยนะครับปิยมิตร 
.......................................................................
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-03 21:02:51
ข้อความสวนทางกันอีกแล้วนะครับผม...สนุกจริง ๆ เลย
อรุณสวัสดิ์ครับผม.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 09:48:14
"พลังใจที่ยิ่งใหญ่ของเรา" .... 
วันนี้ท่านคงจะสดชื่นดีนะครับ... 
 
คนว่างงาน.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 14:50:34
ถ้าไม่ไปสนทนาธรรมที่วัดไหนสักแห่ง... 
ก็คงไปปั่นจักรยานแล้วมั้ง....
ไปเดินห้างคับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 19:01:19
บ้านเรานะ อยู่ชานเมืองก็จริง แต่มีห้างสรรพสินค้าชื่อดังอยู่ติดๆกันถึงสองห้าง ห้างขายปลีกเก่าแก่ชื่อดังของจังหวัดอีกรวมสามแห่ง มีร้านสำเพ็งอีก...สะดวกดี แต่ปกติก็ไม่ไปบ่อยหรอก... 
วันนี้ ตอนสายเราก็ไปร้านหนังสือSE-ED อยู่ห้างหนึ่งได้หนังสือสี่เล่ม...แล้วก็ไปร้านนายอินทร์อีก ห้างถัดไป...ก็ใชัเวลาอยู่ร้านหนังสือนาน ร้านนี้ เราให้เขาค้นหนังสือของอาจารย์วศิน อินทสระ ที่เรายังไม่มีได้สามเล่ม เขาจดชื่อไว้สั่งจองอีกเล่มหนึ่ง...เราติดใจสำนวนถ้อยภาษาของท่านอาจารย์...ซึ่งแรกเริ่มก็มีอาจารย์วิทยากรของเราท่านพูดให้ฟัง และมอบหนังสือแก่เรามา จากนั้นเราก็คอยติดตามอ่านมา...และหนังสืออื่นเราก็อ่านๆนะ ทั้งธรรมะ ทั้งจิปาถะ แล้วเราก็เป็นคนอ่านหนังสือเร็ว...ให้ได้นอนเปลใต้ต้นไม้เถอะ นอนอ่านได้ยาวจนลืมกินข้าว (อดีตครับ)...เวลานี้จะให้ดีต้องใช้เปลชนิดแขวนในบ้าน... ต้นไม้นะแมลงเยอะ โดยเฉพาะแมลงหวี่...ต่างจากเมื่อห้าหกปีที่แล้วที่ยังนอนใต้ต้นมะม่วงได้ นอนดูพระจันทร็ได้...ปัจจุบัน อด!... 
เราหอบหนังสือมาเยอะ อ่านเสร็จก็บริจาคไป เล่มไหนรักชอบก็ซื้อเก็บไว้ ให้คนที่ชอบที่รักไปหนึ่งเราเอาไว้หนึ่ง...จะรู้สึกอุ่นใจว่าได้รับการถ่ายทอดด้วยกัน เขาจะได้รู้ว่าเราคิดเราชอบยังไง มีทัศนะอย่างไร...(คิดเองนะ ไม่รู้เขาคิดเหมือนตัวเองหรือไม่ป 
.........................................................................."ปิยมิตร" ครับผม เรานะเป็นคนเก็บหนังสือดี๊ดี โดยเฉพาะที่คนพิเศษให้มา เช่นอาจารย์ที่เราเคารพ เพื่อนรัก ผู้ใหญ่ ที่ได้ให้มา...เราถือว่าเป้นการให้ที่ล้ำค่า คนบางคนเขาให้เล่มที่ถูกใจมาก เราเก็บไว้เป็นสิบปีก้มี แต่ที่เรามอบให้คนอื่น และบริจาคนะ เราว่าเป็นพันเล่มแล้วล่ะ  
แต่ว่าก็ไม่ใช่เก่งหรืออยากอวดตัวหรอก ก็ยังโง่ ยังเขลาอยู่หลายเรื่อง...แต่อ่านแล้วเพลิน มีความสุข นอกจากว่าจะไม่ค่อยมีเวลาอ่าน...เพราะชีวิตวุ่นวาย กับหน้าที่ กับกิจวัตรที่ไม่ค่อยว่าง ๆ...
คงว่างอีกสักสัปดาห์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 19:17:20
เมื่อไปทำงานแล้ว เราอาจจะไม่ได้มาคุยด้วยมาก อาจจะลดความยาวลง หรือเหนื่อยมากๆ ก็มาบอกให้ฟังว่าเหนื่อย...ให้กำลังใจกัน...ส่วนปิยมิตร ก็ไม่ต้องลำบากนะ วันใดเบื่อๆบ้างก็เว้นเข้ามาส่งข้อความก็ได้...เรากลัวว่าจะเป็นเงื่อนไข เราต้องยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงได้ และเราจะชี้แจงต่อกันตลอด นะครับ 
.......................................................................... 
สุขภาพเราก็ดีขึ้นนะ ยกเว้นอ้าปาก แยกฟันไม่ได้ แต่เราก็ขยับให้แปรงฟันได้ ใช้แปรงเล็กสุดของเด็ก ทำความสะอาดลวด พลาสติดที่ยึด ขยับเขยื้อนไปมาบ่อยๆ วันที่12 นี้ต้องเปลี่ยน จะใส่ใหม่อีก ไม่รู้อีกนานไหม จะเจ็บแค่ไหน หมอบอกว่าจะฉีดยาชา...โอ๊ย!!!ขยาดเข็มแล้วนะ
ปั่นๆๆๆๆ...สองขาปั่น...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 19:31:30
เรานะ ก่อนอาบน้ำ เราก็กายบริหารเบาๆ แถมวันนี้ก็ปั่นจักรยานอากาศได้ซักหกสิบครั้ง พรุ่งนี้เช้าจะทำให้ได้ร้อย ทุกวันๆ...ไป 
.................................................................. 
ท่านทานข้าวเย็นกับไรน่ะ อยากทานด้วยจัง... 
เรานะข้าวต้มปลาใส่ใบตำลึงปั่น ถ้าข้นจะกลืนไม่ได้ต้องเอาน้ำอุ่นมาผสมให้เหลวถึงจะดูดกินได้...ด้วยเหตุนี้เราจึงหิวบ่อย 
อยากกินข้าวกินกับ กินผัก กินน้ำพริก กินส้มตำ กินมะม่วงน้ำปลาหวาน กินแตงโม... ท่านรับประทานเผื่อเราด้วยเด้อ...
เวลานี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 19:42:16
อากาศอบอ้าว...ครึ้มฟ้าครึ้มฝน มีเสียงฟ้าร้องเป็นระยะๆ 
แต่ก็ยังไม่ตกซะที...วันก่อนก็แค่พอปรอยๆ.....ทีตอนอยู่กรุงเทพฯ หลานรายงานว่าตกหนักเอาเรื่อง เราอยากให้ตกเวลากลางคืน พอสว่างให้สร่างเลย เหลือแต่ความชุ่มชึ่นให้ผืนดิน อาบความรุ่มร้อนให้โลก..ว่าไม้? ครับ 
............................................................. 
ทางนี้ หวังว่าคงไม่ลำบากอะไรนะครับ... 
ขอให้ปิยมิตรหายเหน็ดเหนื่อย...แล้วพักผ่อนอย่างสบาย...
สงสัย....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 19:52:56
“มหาปิยมิตรของเรา” ท่านคงเข้าป่าปลีกวิเวกไปแล้ว 
หรือไม่ก็กำลังเจริญสติอยู่ที่บ้าน...... 
 
ท่านไม่คิดอยากจะไปเที่ยวเทคบ้างหรือครับ ? เราน่ะอยากไป... 
เราเคยไปนะครับ....แต่ไปทำงานก็เลยไม่สนุก (งานประเภททำความสะอาดครับ) 
เราอยากปลอมตัวใส่วิกผมฟู ๆ แว่นดำ แต่งตัวเซอร์ ๆ (มอซอ มกซก ซกมก) 
แล้วก็นั่งอยู่ในมุมมืดดูผู้คนที่มาเที่ยว...หลากหลายรูปแบบ..... 
....................ป๊ะ !... ไปเที่ยวกัน.......น่าตื่นเต้นนะครับ..!! 
ข้อความชนกันอีกแล้วครับท่าน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 19:55:04
แบบนี้สมควรตกลงเวลาส่งข้อความกันดีไหมครับ
วันนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 20:05:17
ปิยมิตรกลับบ้านช้า.....แล้วก็ยังไปเอารถยนต์ที่อู่ (ส่งซ่อมแต่วันก่อน) 
เพราะเราไม่ค่อยได้ขับเป็นเวลานาน....ก็เลยสตาร์ทไม่ค่อยติด...และก็อื่น ๆ อีก  
(เราเคยจอดรถไว้จนต้องเปลี่ยนหม้อแบตฯ ท่านเคยทำอะไรเท่ ๆ แบบนี้บ้างไหมครับ) 
 
วันนี้พอเราจ่ายเงินให้ช่างไปแล้ว เราก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาทันทีครับ 
แต่ก็ไปปั่นจักรยานเพื่อให้ลืม ๆ เรื่องจ่ายเงินไปซะ..... 
ปั่นไม่นานครับ....กลัวเป็นลมกลางถนน.... แล้วไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วย !!!.. 
ฝนตกแล้ว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 20:10:12
ชุ่มฉำ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 
ทานยาก่อนนะ ปิดหนาต่างสักหน่อย แล้วจะนอนนะครับ 
ราตรีสวัสดิ์...
ไปเดินห้างได้แล้ว.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 20:24:59
ก็แสดงว่าท่านหายป่วยแล้วล่ะ......ทีนี้คงหล่อมากเลยเนาะ... 
เอ๊ะ! หรือว่าสวย...(เห็นบอกว่าไม่ใช่ป้อชายมิใช่เหรอ) 
 
ชีวิตเรา...นอกจากหนังสือเรียนแล้ว...อย่างอื่นก็แทบจะไม่ได้อ่านเลยนะ(อดีต) 
เดี๋ยวนี้ก็อ่านบ้างที่เราไม่ต้องซื้อ...และเราก็รู้สึกว่าหนังสือดี ๆ ก็มีราคาแพง (สำหรับเรา) 
ถ้าอยากรู้เรื่องอะไร เราก็ค้นหาได้ทางคอมพิวเตอร์....แต่หนังสือก็มีค่า มีราคา ... 
บางครั้งก็มีความทรงจำที่ล้ำค่า.....หากได้มาด้วยมิตรไมตรีที่ยิ่งใหญ่.....  
ส่งข้อความพร้อมกันอีกแล้วนะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-04 20:35:48
เวลานี้เราร้อนอบอ้าวมากเลยครับ... 
อยากให้ฝนตกที่บ้านเราจังเลย...จะได้ชุ่มฉ่ำบ้าง 
 
.....ขอให้ท่านหลับฝันดี.....ราตรีสวัสดิ์ครับผม... 
อรุณสวัสดิ์ครับผม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-05 09:34:09
เมื่อคืนนี้ที่โน่นอากาศดี......ท่านก็คงจะนอนหลับสบายดีนะครับ.... 
 
วันนี้.......ข้าน้อยขอสารภาพครับ….. 
ในขณะที่เราส่งข้อความถึง “มหาปิยมิตรของเรา” นั้น เราก็สนุกจริง ๆ .... 
แต่พอผ่านไปสักพัก แล้วมาอ่านอีกที เรากลับไม่รู้สึกสนุก... 
บางครั้งก็เครียดไปเลย......รู้สึกแต่ว่า....”ไม่เหมาะสมมาก ๆ ”..... 
เราเป็นคนส่งเรายังไม่สบายใจ...แล้วท่านจะสบายใจหรือเปล่านะ...หรือว่าเราคิดมากไปเองครับ... 
อ๋อ! คงเกี่ยวกับการที่พูดชวนไปเที่ยวเทคใ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-05 20:38:56
เฮ้อ!...หลายปีแล้ว เทคไม่ได้แอ้มเงาเราหรอก ไม่ชอบ 
แม้สมัยวัยรุ่นก็ไปหมดแหละ แบบลงขันไปเที่ยวกับเพื่อน 
บาร์ก็ไปกัน โดยเฉพาะช่วงทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนสองสามปีแรก ก็เที่ยวกันตลอด...แล้วก็เบื่อไปเอง เกลียดควันบุหรี่ 
เกลียดทุกคนที่สูบบุหรี่...หันมาชอบอ่านหนังสือ ชอบเดินทางท่องเที่ยว พอดีญาติห่างๆเป็นเจ้าของทัวร์ ท่านชอบเอาเราไปเป็นฝ่ายนันทนาการให้ลูกทัวร์...ก็ได้รายได้เสริมพอทำบุญได้ไม่เดือดร้อน ว่างป้าชอบไปวัด ไปสถานเด็กกำพร้า... 
พี่ชายเรานะ ก็มักเหน็บเอาน้องไปจีบสาวด้วย เลยได้เที่ยวฟรีหมดแหละไนท์คลับ เทคดังๆอีสานสมัยนั้นจะมีที่ไหนดังเกินจังหวัดเรา... 
เครื่องดื่มพี่ชายก็ให้ลองนะ ว่าต่อหน้าพี่ให้รู้รส รับประสบการณ์ เมาก็หัวเราะ นับกิ๊ฟติดผมแฟนพี่... หัวเราะร่วน ยังกะคนมีอารมณ์ขันเต็มประดา...จนอ้วก! แล้วพี่ก็เอาใบฝรั่งมาให้เคี้ยวๆๆ...ไม่ให้พ่อรู้ ไม่งั้นพี่เราโดน! 
...แล้วเราก็เข็ดหลาบ ใครจะบังคับเชิญชวน จ้างก็ไม่แตะสักนิด...ไปเที่ยวได้ฟังเพลง ดูดนตรี ร้องคาราโอเกะ แต่ก็วันพิเศษ...เราก็มีความสุขนะ...เรียกว่าทางโลกก็ไม่ทิ้ง 
แต่เวลาเกิดเหตุการณ์ เกิดสิ่งกระทบกระเทือนใจเราก็จะเบื่อปลง จะมีลิมิตให้ตัวเองว่างดนานแค่ไหน...ถือศีลกินเจ บวชชีพราหมณ์ ใครก็อย่ามายุ่ง ไม่ชอบให้ใครมาหามาเยี่ยมนอกจากจะมาบวชด้วยกัน...พอบวชออกมาเพื่อนชวนไปเที่ยวก็ปาย...เราก็เลยเป็นคนเข้มๆหย่อนๆ ยืดหยุ่นตัวเอง ไม่บรรลุธรรมอันสูงสุดหรอกครับ...นอกจากจะหมดภาระทางโลก อยู่เฉยๆมีรายได้ มีปัจจัยทำบุญให้ทานอย่างพอเพียงโน่นแหละ ถึงจะสงบ สันโดษได้...เฮ้อ! แต่คงเป็นไปไม่ได้ ยังมีคนรอบข้าง บริวารให้ดูแลรับผิดชอบอยู่... เราก็จะ"ตั้งใจทำความดีบำเพ็ญกุศลตามกำลัง" แต่ก็จะมุ่งมั่น ไม่ละเลย 
................................................................... 
เห็นไหมเล่า! เราก็ไดัพบ"มิตรดี สิงดีงาม" มามากมายกว่าสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา ณ เวลานี้ ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดตั้งแต่ผ่านมา...
เราอยากไปบวชเป็นพระครับ.ท่านครับ!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-05 22:15:54
ก่อนจะไป...เราต้องไปเที่ยวเทคก่อน...ราตรีสวัสดิ์ครับผม...
ขอปิดวาจาสักระยะ..นะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-06 18:07:30
เรารู้สึกว่าคำพูดตัวเองมากมายเกินไป 
ชักน่าเบื่อแล้ว... 
จะขอสงวนวาจาสักหน่อยแล้วนะ... 
แต่จะเป็นผู้ฟังที่ดี รออ่าน วันละหน่อย 
ขอลากิจสักอาทิตย์นะครับ 
.................ห่วงใย ระลึกถึงเสมอ..................
รู้สึกไม่ปลอดภัย....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-07 10:30:37
เราเป็นห่วงท่านมากเหมือนกันครับ...ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง... 
ไมรู้ข่าว.....ก็กังวล....ห่วงใย.... ระลึกถึงเสมอ... 
 
ทุกข้อความของท่านมีคุณค่า.... เป็นพลังใจที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งในชีวิตของเรา... 
สิ่งที่เราได้จากที่นี่.... คงจะหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว.... เราอ่านครั้งแล้วครั้งเล่าไม่เคยเบื่อ 
 
แม้ว่าบางครั้งเราจะรู้สึกว่า เอ๊ะ! เรามี “มหาปิยมิตรของเรา” กี่คนกันแน่ 
แต่ก็พยายามคิดว่า....มีหลายคนก็ดีเหมือนกันนะ... สนุกดี....จริงมั๊ยครับ ? 
เราไม่สามารถ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-07 10:32:32
ไปห้ามความรู้สึกนึกคิด และการกระทำของคนอื่นได้ก็จริงอยู่... 
 
เราเองไม่ชอบไปก้าวก่ายคนอื่น....หรือชอบทำให้ใครไม่สบายใจ 
และเราก็หวังอย่างยิ่งว่า “ใคร ?” ก็จงอย่าได้มาก้าวก่ายเราเช่นกัน  
หากคิดจะสร้างความสำคัญให้ตัวเอง....ก็จงอย่าได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน....เพราะเราไม่รู้จักกันเลย..!!!. 
พักบ้างก็ดีครับ......
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-07 10:34:34
“มหาปิยมิตรของเรา” ขอท่านจงอย่าได้กังวลใด ๆ เลยนะครับ ..... 
ไม่ต้องห่วงใยเรามากนัก.....ความเป็น “มิตรแท้” ของเรา 
จะยังคงเป็น “พลังใจที่สำคัญยิ่งใหญ่” ให้แก่กันตลอดไป... 
ชีวิตคนเราก็แสนสั้น....เราจะทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพื่อ “มิตรแท้” ...เพื่อคนที่เรารัก และเพื่อคนที่รักเรา...... 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-12 21:42:37
ท่านได้พูดไว้แต่แรกว่า.... 
ในพื้นที่......อันสับสนวุ่นวายของโลกปัจจุบัน....  
"เรา" ได้สืบสานคุณค่าของมนุษย์....ด้วยการจรรโลงศิลปะชีวิตต่อกัน. 
จงมั่นคง และเชื่อมั่นว่าน้ำใจไมตรีอันงดงาม..."ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน" 
เพียงแต่ว่าเราจะ..”เข้มแข็ง” ...ต้าน....”แรงเสียดทาน”.....ได้เพียงใด  
"ปิยมิตร" ขอให้เราช่วยกันรักษาความชุ่มชื่นเบิกบานไว้ให้ผืนแผ่นดินนี้ไว ้ให้นานๆ นะ 
 
 
เราเข้าใจแล้วครับว่า... 
“แรงเสียดทาน” ที่ท่านว่านั้น..... “ร้ายแรงเพียงใด”... 
 
แม้ว่าเราจะได้ฝึกใจอยู่บ้าง.... 
แต่ก็ดูเหมือนว่ายังห่างชั้นกับ “มหาปิยมิตรของเรา” อยู่มาก 
 
เพราะเราเหม่อมองสิ่งอื่นมากเกินไป....ไม่ได้ดูหนทางที่เรากำลังก้าวเดิน 
เราจึงต้อง “ตกหลุมพราง” ทำให้เรา “มอมแมม” !!! 
 
เราคงต้อง “ฝึกใจ” ให้มากกว่านี้..................... 
................................................... “นะโมวิมุตตานัง นะโมวิมุตติยา” 
หากเราจะจากเพื่อนไป....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-12 21:46:07
เราก็คงเป็นคนเห็นแก่ตัวมากเลยนะครับ 
เพราะสิ่งดี ๆ ที่สำคัญต่อชีวิตเรา....ที่เราได้จากเพื่อนก็มากมายจริง ๆ 
เราเองก็มีข้อเสียมากมาย...แต่เพื่อนก็ยังยืนหยัดเป็นเพื่อนเรามาได้นานขนาดนี้ 
หากเพื่อนเลือกที่จะเดินบนเส้นทางสายนี้ต่อไป....เราก็จะเดินตามท่านครับ..... 
 
...........เพราะเราเข้าใจในเจตนาดีและความบริสุทธิ์ใจของท่าน................ 
ที่เราไม่ได้เข้ามาเยี่ยมท่านหลายวัน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-12 21:48:09
เราก็ได้ไปเที่ยวเทคมาครับ....แต่งตัวมอซอนั่งอยู่ในความมืด... 
ดูผู้คนที่มาเที่ยว....หลากหลายรูปแบบ....ก็เพลิดเพลินดี.... 
ถ้าจะให้สนุกจริง ๆ ก็ต้อง “ทำใจให้เข้าใจและยอมรับความแตกต่างของแต่ละบุคคลให้ได้”  
 
.............จริงมั๊ยครับ......คนดีของจักรวาล !!!............ 
เราได้เห็นแล้วว่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-12 22:05:11
ท่านทั้งหลายได้แสดงเจตนาดีให้เห็นกันได้โดยทั่วไป....และได้พยายามทำทุกอย่าง... 
เพื่อที่จะให้ทุกคนในสังคมนี้ได้คิดดี พูดดี ทำดี ... เพื่อให้ชีวิตมีความสงบสุข 
 
อันตัวข้าน้อยนี้.... 
ก็เป็นมนุษย์เดินดินธรรมดาคนหนึ่งในสังคมนี้.... ซึ่งไม่เลิศเลอ..... ชีวิตไม่ได้สมบูรณ์แบบ 
มีความพอใจกับความสุขเพียงเล็กน้อย....แต่ก็ไม่อยากมีความทุกข์ โดยไม่จำเป็นครับท่านครับ..!!! 
ชื่นใจจัง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-13 11:19:25
เราได้พักผ่อน... 
คือพักใจ พักกายจริงๆ 
ได้อ่านหนังสือ 
ได้สงบวาจา 
ได้ทบทวนสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมา 
ได้คิดถึง"ปิยมิตร" ของเราทุกวัน 
............................................... 
และเมื่อวานก็ได้พบหมอตามนัด 
หมอขำคนไข้ขี้ดื้อ 
เปลี่ยนพลาสติกยึดฟันกับขากรรไกรล่างต่อไป... 
โน่น 2 มิถุนา ถึงจะได้เอาเหล็กออก... 
หมอให้อยู่ในอาการสงบ ไม่ให้ดื้อมากอีกสามสัปดาห์ 
ออกใบรับรองแพทย์ให้ลางาน...ไม่งั้นเราก็ต้องขับรถ 
ไปพูดมาก มันจะทำให้ยืดเยื้อเวลาในการรักษาต่อไปอีกยาว... 
เราก็ได้พบสัจะรรมชีวิตว่า พอถึงเวลาช่วงหนึ่ง ชีวิตต้องหยุดดิ้นรนขวนขวาย หยุดภาระหน้าที่ไว้ก่อน"เพื่อซ่อมแซมบำรุงสุขภาพ" เหมือนเครื่องจักรนะถึงจะแข็งแกร่งสักเพียงใด ก็ต้องได้รับการดูแลซ่อมบำรุง 
........ ต่อไปนี้...เราก็จะว่าง ว่าง ว่าง......... 
ได้ยินคำพูดของปิยมิตรแล้ว ก็ชื่นใจจัง!  
ที่ท่านยังไม่ได้ถอดใจเสียก่อน ขอบคุณที่ยังมีกันอยู่
ปิยมิตร
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-13 18:24:21
เราเพิ่งดูการถ่ายทอดพิธีเจริญพระพุทธมนต์นานาชาติ เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา ที่สถานีโทรทัศน็แห่งประเทศไทยได้ถ่ายทอดสด...เราเลยถือโอกาสได้ไหว้พระร่วมไปด้วย ใจเลยผ่องใสขึ้นมาบ้าง...แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ร่วมพิธีจริงในอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก็รู้สึกเป็นมงคลแก่จิตใจแล้ว 
...ก่อนจะถึงวันวิสาขบูชาจริงๆ ก็ได้ทำตนเป็นพุทธมามกะในวันนี้ด้วย  
สำหรับปิยมิตรของเรา คงสบายดีนะ ขอจงได้รับความอิ่มเอมจากเราไปด้วยนะ
วันพืชมงคลและวันเกษตรกร
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-13 19:02:10
เมื่อเช้านี้... 
เราก็ดูการถ่ายทอดพระราชพิธีจรดมงคลแรกนาขวัญ 
แต่ไม่ต้องเล่ารายละเอียดหรอกนะ 
เพียงแต่อยากบอกให้รู้ว่าเราอินไปกับชาวนาและเกษตรกรของเรา...ทั้งวันก็ เปิดดูทีวีช่อโน้นช่องนี้ เห็นมีการนำเสนอเรื่องของการทำงานของเกษตรกรตัวอย่าง ที่ได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริพอเพียงมาใช้ ในการทำการเกษตรอย่างพอเพียง... เราประทับใจมาก... 
รู้แล้วว่าชีวิตตัวเองต้องการมีชีวิตแบบนั้น ได้ปลูกผักพืชผล เลี้ยงปลาเลี้ยงเป็ดไก่ ตามอัตภาพ...อยากกินอาหารกับข้าวกับปลาแบบพื้นบ้านที่สะอาด สดๆ แซบๆ(เพราะตอนนี้ก็ยังกินข้าวอย่างปกติไม่ได้) 
............................................................. 
เราก็อยากมอบบรรยากาสท้องทุ่ง ให้"ปิยมิตร"ได้ดื่มด่ำธรรมชาติกับเรานะ จากบทกวีของอาจารย์ของเรา 
********************** 
"ทุ่งข้าว" อังคาร กัลยานพงศ์ 
ทุ่งข้าวเขียวขจี 
สีสดชื่นระรื่นลมไหว 
ปูปลามาเล็มไคล 
ในน้ำใสใต้สันตะวา 
สาหร่ายชูดอกกระจิดริด แมลงน้อยนิดไร้เดียงสา 
เกาะดอกหญ้าบนคันนา แมงมุมตั้งท่าตะครุบกิน 
ควายเคี้ยวเอื้องนอนหนอง แววตาหม่นหมองไม่สิ้น 
เหลือบริ้นวนเวียนบิน เกาะกินเลือดล้นพุงกลวง 
กบเขียดร้องเสียงใส เสมือนน้ำบนใบบัวหลวง 
งูอะไรสีเงินยวง เลื้อยไปล้วงรูปูนา 
ยางขาวถลาบิน จิกปลากินเกาะกิ่งหว้า 
เงาเมฆสีหม่นลอยมา แสงแดดกล้ากึ่งกลางวัน 
ถอนกล้ามาเหนื่อยเมื่อยล้า เข้าร่มไม้ชายคาประหนึ่งสวรรค์ 
แก้ห่อข้าวออกวางพลัน ชวนกันนั่งล้อมวงกิน 
น้ำพริกเจือแมงดา 
แกล้มยอดหว้าหวั่นใจถวิล 
ว่าสวรรค์ในแคว้นแดนดิน 
คือถิ่นทุ่งทองของไทย 
.................................................................... 
เป็นอย่างไรบ้าง อ่านแล้ว อยากไปท้องทุ่งนาไหม?  
 
ชื่นใจจริง....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-13 20:15:50
“มิตรแท้”....เราน่ะถอดใจไปตั้งนานแล้วจ้า… 
แต่ที่ไป ๆ มา ๆ นี่ ก็เพราะเป็นห่วงเพื่อนคนดื้อมากเท่านั้น 
คงเป็นกงกำกงเกวียนเน๊าะ....ไม่น่าเป็นคนดื้อมาก่อนเลยเรา..... 
 
จะอย่างไรเราก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนท่านไปจนถึงที่สุดนั่นแหละ 
ก็พูดไปตั้งนานแล้วว่า...I’LL STAND BY YOU !…MY FRIEND……  
เราสบายดี....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-13 21:03:33
วันนี้เราก็ได้ไปปั่นจักรยาน......รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจมากครับ... 
ที่ดีอีกอย่างก็คือมีการเปลี่ยนแปลง...ยกเลิกการเดินทาง(ที่เคยพูดว่าต้องไปช่วงนี้) 
และที่ดีที่สุดก็คือพี่สาวกับพี่เขยเรา (เกษียณแล้ว) ไปอยู่ดูแลคุณพ่อคุณแม่เรา 
เราก็เลยคลายกังวล...แต่ก็คิดถึงท่านมากอยู่...ช่วงนี้ก็อาจจะไปเยี่ยมท่านบ้าง.... 
 
เมื่อเป็นเช่นนี้...ท่านก็จงอย่าได้ปล่อยให้เราเหงาเป็นอันขาด....จงส่งข้อความมาเยอะ ๆ 
เมื่อว่างงานแบบนี้แล้ว...ก็ต้องทำประโยชน์ให้เพื่อน...ดูแลจิตใจเพื่อนให้ดี...อย่าได้บกพร่อง 
ไม่อย่างงั้นเราก็จะงอน ๆ ๆ ...จน “เพื่อนแท้” ง้อไม่ไหว.....แล้วก็ถอดใจไปเอง.....เจ๋งป่ะ ! 
"ทุ่งข้าว"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-13 21:32:36
ท่านอาจารย์อังคาร กัลยานพงศ์  
 
การที่เราได้เชิดชูผู้ที่เราเคารพรักและศรัทธา 
ผู้ที่สร้างความดี ผู้ที่เสียสละ ผู้ที่ทำประโยชน์แก่สังคม 
ก็ทำให้เรามีความสุขได้...เมื่อเราทำด้วยใจบริสุทธิ์ 
เช่นที่ท่านได้เชิดชูท่านอาจารย์ที่เคารพรักของท่านเวลานี้.... 
 
บทกวีของท่านอาจารย์อังคารฯ สื่อให้เห็นภาพจริงที่งดงาม  
ที่ทุกคนก็ต้องการอยากที่จะเห็นอย่างแท้จริง..... 
 
นับเป็นความสามารถโดยแท้...ตรึงใจทุกข้อความ 
แต่ที่ชอบที่สุดก็ช่วงท้ายนี่แหละจ้า...... 
 
......แก้ห่อข้าวออกวางพลัน ชวนกันนั่งล้อมวงกิน  
.....น้ำพริกเจือแมงดา  
.....แกล้มยอดหว้าหวั่นใจถวิล  
.....ว่าสวรรค์ในแคว้นแดนดิน  
......คือถิ่นทุ่งทองของไทย  
 
อ่านแล้วไม่เพียงอยากไปท้องทุ่งนาเท่านั้นนะคร้าบ... 
แต่เรารู้สึกหิวขึ้นมาทันที....โอ้ ! น้ำพริกเจือแมงดา... 
ที่สุดของชีวิต....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-13 21:45:42
เราคิดว่า.....ทุกคนก็หนีไม่พ้นธรรมชาติไปได้…. 
ไม่ว่าเราจะทำอาชีพอะไร...เมื่อถึงเวลาหนึ่ง....ที่เราเหนื่อยล้า… 
เราก็ต้องหันหน้าเข้าหาการเกษตร...เพราะไม่เพียงให้เราดำรงชีพอยู่ได้ 
แต่ยังให้ความรื่นรมย์แก่ทุกชีวิตในโลกนี้อย่างแท้จริง........ 
เจ๋ง!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-13 22:03:57
เราไม่ตามใจ"ปิยมิตรหรอก"...ที่จะให้พูดเยอะๆน่ะ 
เดี๋ยวเราจะเกิดนึกเบื่อขึ้นมาอีก 
เอาแต่ให้สบาย พอดีๆ ตามแต่สถานการณ์เนาะ 
คือ...บางทีก็พูดมาก บางทีก็พูดน้อย 
.....บางครั้งคิดถึงเพื่อนมากๆ ก็อาจจะซึมเศร้าจนพูดไม่ออก 
บางครั้ง ยุ่งเหยิง มีแรงกระทบเสียดทานมาก ให้อยากพูด อยากได้กำลังใจ... 
ก็ขอให้ไม่ต้องกำหนดดีกว่านะครับผม 
.................................................... 
รู้แต่ว่า"เรามีเรา" เป็นพลังใจให้ต่อกันเสมอ 
อีกอย่าง...เรารู็ดี ว่าท่านคงไม่ปล่อยให้ตัวเองเหงาหง่าวด๊อก มีอะไรให้ทำเยอะแยะ ท่านเป็นคนฉลาดรู้วิธีนำพาตัวเองให้สู่เป้าหมายอย่างมุ่งมั่น 
สิ่งใดทุกข์ ไม่พึงประสงค์ ท่านกับเราไม่ต้องเสียเวลาจ่อจม...เราจะได้ปรับทุกข์กัน...ให้กำลังใจกัน เราก็คงจะมีทุกข์ลดน้อยลงนะ 
............ ถ้าวันใดเบื่อ! ก็บอกกัน อย่า"ไม่มีเหตุผล"ให้คนใดคนหนึ่งต้องพะวง 
"เราจะง้อเพื่อนเสมอ ถ้าสมควรให้ง้อ หรือเราผิด 
แต่ถ้าดื้อ...เกเรเอง...เรายิ่ง"จะงอนกว่า!...5 5 5 5 5
ฮะ..ฮ่า!...ข้อความชนกัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-13 22:07:11
เราตอบมา..ท่านส่งสวนมา โฮะๆๆๆสนุกจัง!
เรานอนดีกว่า นะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-13 22:09:41
หลับก็ฝันหวาน.. 
ตื่นมาก็สดชื่น คะร้าบบบ
เจ๋ง !
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-13 22:52:33
เพื่อนคนดื้อ....เมื่อท่านอารมณ์ดีแบบนี้ 
เราก็ไม่ต้องห่วงอีกแล้ว...นอนดีกว่า....ราตรีสวัสดิ์ครับผม.... 
อรุณสวัสดิ์ครับผม....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-14 09:52:59
วันนี้เราจะไปเที่ยวนอกบ้าน…. 
ตามประสาเด็กแนว (นอนมาก) 
เย็น ๆ ถึงจะเข้ามาในฐานะเด็กแว้นท์... 
เพื่อรบกวนคนสวดมนต์ไหว้พระยามค่ำคืน 
 
เราเกรงว่าเพื่อนจะส่งข้อความมาระหว่างนี้ 
แล้วจะน้อยใจว่าทำไมเราไม่รับมุข... 
เห็นม่ะ ! ห่วงขนาดนี้จะหาได้ที่ไหน ? 
 
แล้วจะซื้อน้ำพริกเจือแมงดามาฝากนะครับผม 
น้ำพริกอร่อยจริง ๆ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-14 19:38:58
มีใครอยากทานด้วยไหมครับ ? 
ที่บ้านเรา....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-14 20:37:48
เวลานี้อากาศกำลังดี (หลังฝนตก) 
เรารู้สึกง่วงแล้ว....ขออนุญาตนอนก่อนนะครับ 
ท่านเองก็จงได้พักผ่อน...วันนี้ไม่ต้องส่งข้อความนะครับ 
 
..........................ราตรีสวัสดิ์ครับผม......................... 
“ชีวิตนี้น้อยนัก”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-15 16:58:09
“ชีวิตนี้น้อยนัก......แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก 
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ......เป็นทางแยก  
จะไปสูง....ไปต่ำ....จะไปดี....ไปร้าย....เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น 
พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี....แล้วจงเลือกเถิด....เลือกให้ดีเถิด” 
 
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 
“เรามีชีวิตอยู่นี้....”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-15 17:00:48
“เรามีชีวิตอยู่นี้....เราทำด้วยความเมตตาสงสารต่อโลก 
เราจะทำความดีให้โลกทั้งหลาย....ได้เห็นเป็นตัวอย่าง 
เพราะหลังจากนี้แล้ว....เราตายแล้วเราจะไม่มาเกิดในโลกนี้อีกต่อไปเป็นตลอดอนันตกาล” 
 
...............................................องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน 
...............................................วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี 
“ผู้ฝึกดีแล้ว...”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-15 17:28:54
“คนชั่วทำชั่วได้ง่าย......และติดใจไม่ยอมลดละแก้ไขให้ดี 
คนดีทำดีได้ง่าย.....และติดใจกลายเป็นคนรักธรรมตลอดไป” 
 
................................หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดป่าสุทธาวาส  
................................ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 
"มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-15 20:07:04
ช่วงนี้ “ปิยมิตร” มีเวลาว่างมากครับ.... 
ก็เลยได้โอกาสหยิบหนังสือใกล้ตัวมาอ่าน... 
พออ่านแล้วก็รู้สึกว่ามีประโยชน์แก่จิตใจ... 
 
ให้รู้สึกอยากจะเชิดชูคำสอนที่ล้ำค่าทุกเวลานี้ 
เพื่อเป็นกุศลจิตแก่ตัวเองให้แคล้วคลาดปลอดภัย 
และได้พบเจอแต่สิ่งที่ดีเป็นมิ่งมงคลแก่ชีวิต...... 
"ปิยมิตร"...เราได้มหากุศลอีกแล้ว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-15 21:11:16
ขอบคุณมากมาย ถูกใจยิ่งนัก ที่ท่านได้ให้ธรรมะ 
ตอนนี้เราก็กำลังสุขเย็นใจในการใฝ่บุญพอดี 
............................................ 
เมื่อวานเพื่อนมารับเราไปทำบุญ 
ก็เลยซาบซึ้งสงบ ไม่อยากทำสิ่งอื่น 
เพื่อนเขาเป็นคณะกรรมการที่ได้จัดทำหนังสือที่ระลึกหลวงตาแต่ก็ ยังไม่ทราบชื่อหรอกว่าจะตั้งชื่อหัวหนังสือว่าอะไร 
แต่กำลังเร่งรวบรวมเรียบเรียงก่อนจะส่งสำนักพิมพ์ ให้เสร็จสมบูรณ์ทันวันที่12 สิงหาคม ที่จะถึงนี้...เขาเลยมาวานเราให้ช่วยอ่านทานในส่วนที่เขาได้รับผิดชอบ ก็เลยเป็นโฮกาสมงคลอีกครั้ง ทีมนุษย์เล็กๆคนนี้จะได้ทำในสิ่งกุศลเพื่อถวายหลวงตาอีกครั้ง นับว่าเป็นบุญของเราที่จะได้ตอบแทนคุณความดีแด่บบบบบุคคลที่มีค ุณูปการต่อ 
ชาติอย่างหลวงตา...เราก็จะได้ใช้ช่วงเวลาว่างนี้ตั้งใจทำหน้าที่อย่างดีเลยล่ะ เราก็จะระลึกถึงปิยมิตรทุกขณะให้ได้อิ่มเอิบบุญไปกับเราด้วยนะ
สุดซาบซึ้งอย่างยิ่ง....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-15 21:21:03
ข้าน้อยอิ่มเอมใจมากที่สุดครับผม 
ประทับใจมาก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-15 21:42:18
ปิยมิตรไม่เพียงแต่จะเป็นมิตรที่คอยห่วงใยกันเท่านั้น 
ท่านยังเป็นพลังใจ พลังบวกให้เราได้ใสเย็นใจในธรรมะ 
ในยามท่าน"เป็นผู้ให้ธรรม" ท่านก็ดูน่าเลื่อมใสยิ่งใหญ่ดั่งรู้แจ้งรู้จริงมากกว่าเรายิ่งน ักในพระธรรมคำสอนศาสนา...สิ่งนี้ เราภูมิใจมาก ต้องคารวะท่านแล้วจริงๆ ครับผม 
.......................................................................... 
นึกแล้วก็ขำตังเองนะ ที่เคยพูดไร้สาระ เล่นหัว (เพราะคิดว่าจะปรับตัวทุกจังหวะ ไม่ให้ท่านเครียดกับเรา ว่าจะเป็นผู้ทรงภูมิ อยากให้เห็นว่าเราก็คนธรรมดาๆ ที่ออกจะติงต๊องด้วยซ้ำ) 
"ปิยมิตร"ซะอีก ที่เหมือนจะเรื่อยๆไป...แต่กลับมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นแก่นสารเป็นสาระมากมาย 
..... ถูกแล้ว เวลานี้ เราชักแผ่วความเชื่อมั่น ว่าตัวเองไม่ได้มีความรู้แน่นหนักอะไร เพียงแต่ตั้งใจ และแน่แน่วที่จะทำในสิ่งที่ดี ที่เป็นกุศลหนทางสุขใจเท่านั้น 
เมื่อได้อ่านได้ฟังสิ่งดีๆจาก"ปิยมิตร"ของเรา ก็ทำให้สว่างสดใสที่ใจ เพราะดูเหมือนรู้ใจเราจริงๆ...ขอบคุณมาก 
ทำให้เราอยากจะไปกราบสักการะมหาสงฆ์ดังกล่าวเหลือเกิน เราจะน้อมนำธรรมะของท่านมาใส่เหนือหัวไว้ด้วยความเคารพเลื่อมใส พร้อมด้วยปิยมิตรของเรานะ
โอเค...ครับนาย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-15 22:40:49
ได้เลยครับท่าน.... 
 
แต่ก่อนจะไป...เรามาฟังเพลงของร๊อคสะเดิดก่อนดีกว่า... 
 
เราขอให้ท่านจงหลับฝันดี...ชีวีสงบสุข...ทุกข์หายไปเกลี้ยงเลย... 
 
ราตรีสวัสดิ์ครับ..."มิตรแท้ที่โลกต้องจารึก" คิดฮอดอย่างแฮง.
ข้าน้อยมิกล้ารับการคารวะ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-16 10:34:32
เมื่อคืนนี้...ดูเหมือนว่าท่านได้ยกย่องชมเชยเรามากเกินไป... 
เราเองไม่ค่อยได้คุ้นเคยกับคำยกย่องชมเชยนักหรอกนะครับ 
เพราะเราไม่ได้มาคาดหวังกับสิ่งเหล่านี้...เราจึงไม่มีความกดดันตัวเอง 
ว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งเหล่านี้... 
 
ท่านพูดนั้นถูกต้องแล้วครับ...... 
”เรามีเพียงความตั้งใจและแน่วแน่ที่จะทำในสิ่งที่ดี 
ที่เป็นกุศลหนทางสุขใจเท่านั้น”  
 
.....ฉะนั้น...เรา-ท่าน จึงไม่ได้คาดหวัง..”ให้ผู้ใด”...มาทำให้เรา... 
.....เพราะความสุขใจของเรา...เราต้องสร้างด้วยตัวของเราเอง !!! 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-16 14:30:46
“ควรมีเมตตาสงสารในสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งมีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย 
เช่นเดียวกับเรา ไม่มีอะไรยิ่งหย่อนกว่ากัน 
 
ความยิ่งหย่อนแห่งวาสนาบารมีนั้น มีได้ทั้งคนและสัตว์ 
สัตว์บางตัวมีวาสนาบารมีดีกว่ามนุษย์บางคน แต่เขาตกอยู่ในภาวะความเป็นสัตว์ 
ก็ต้องทนรับเสวยไป สัตว์เดรัจฉานก็ยังมีและเสวยกรรมไปตามวิบากของมัน 
 
มิให้ประมาทเขาว่าเป็นสัตว์ที่เกิดในกำเนิดต่ำทราม  
ความจริงเขาเพียงเสวยกรรมตามวาระที่เวียนมาถึงเท่านั้น 
 
เช่นเดียวกับมนุษย์ ขณะที่ตกอยู่ในความทุกข์จนข้นแค้น ก็จำต้องทนเอาจนกว่าจะสิ้นกรรม 
เมื่อมนุษย์เราเกิดเสวยชาติเป็นคน มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามวาระของกรรมที่อำนวย 
มนุษย์ก็มีกรรมชนิดหนึ่งที่พาให้มาเป็นเช่นนี้ ซึ่งล้วนผ่านกำเนิดต่าง ๆ มาจนนับไม่ถ้วน 
ให้ตระหนักในกรรมของสัตว์ว่ามีต่าง ๆ กัน ........ 
 
เพราะฉะนั้น.....  
ไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามในชาติกำเนิดความเป็นอยู่ของกันและกัน 
และสอนให้รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมดี กรรมชั่วเป็นของ ๆ ตน” 
 
 
ขอนอบน้อมอภิวาทถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา 
และอาจริยบูชา แด่...............................ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทต.ตเถร 
.............................................................พระบูรพาจารย์ผู้ให้เมตตาธรรมโดยแท้ 
.............................................................ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-16 14:45:57
ดีใดไม่มีโทษ........... ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ 
ได้สมบัติทั้งปวง........ไม่ประเสริฐเท่าได้ตน 
เพราะตัวตน..............เป็นบ่อเกิดแห่งสมบัติทั้งปวง 
 
........คนฉลาดปกครองตนให้มีความสุขและปลอดภัย  
.......ไม่จำต้องเที่ยวแสวงหาทรัพย์มากมาย หรือเที่ยวกอบโกยเงินเป็นล้าน ๆ 
......มาเป็นเครื่องบำรุงจึงมีความสุข ผู้มีสมบัติพอประมาณในทางที่ชอบ 
......มีความสุขมากกว่าผู้ได้มาในทางมิชอบเสียอีก.... 
 
ขอนอบน้อมอภิวาทถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา  
และอาจริยบูชา แด่....................................ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทต.ตเถร  
.............................................................พระบูรพาจารย์ผู้ให้เมตตาธรรมโดยแท้  
.............................................................ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน  
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-16 14:48:35
การทำบาปหยาบคายมีมาประจำแทบทุกตัวคน ทั้งให้ผลเป็นทุกข์ 
ตนยังไม่อาจรู้ได้และตำหนิมันบ้าง พอมีทางคิดแก้ไข 
แต่กลับตำหนิคำสั่งสอนหยาบคาย ก็นับเป็นโรคที่หมดหวัง 
 
.................เมื่อมีผู้เตือนสติ ควรยึดมาเป็นธรรมคำสอน 
.................จะเป็นคนมีขอบเขตมีเหตุผล ไม่ทำตามความอยาก 
 
ขอนอบน้อมอภิวาทถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา  
และอาจริยบูชา แด่....................................ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทต.ตเถร  
.............................................................พระบูรพาจารย์ผู้ให้เมตตาธรรมโดยแท้  
.............................................................ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน  
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-16 14:52:40
ใจคือนักต่อสู้ ดีก็สู้ ชั่วก็สู้ สู้จนไม่รู้จักหยุดยั้งไตร่ตรอง สู้จนไม่รู้จักตาย 
หากปล่อยไปโดยไม่มีธรรมเป็นเครื่องยับยั้ง คงไม่ได้รับความสุข แม้จะมีสมบัติก่ายกอง 
 
ขอนอบน้อมอภิวาทถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา  
และอาจริยบูชา แด่....................................ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทต.ตเถร  
.............................................................พระบูรพาจารย์ผู้ให้เมตตาธรรมโดยแท้  
.............................................................ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน  
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-16 15:10:16
ไม่รู้ว่าอะไร.... 
มาทำให้หมูอ้วน ๆ อย่างเรา......กลายเป็นเสือไปได้ 
จะเป็นเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยหรืออย่างไรกัน 
 
ที่แน่ ๆ ช่วงนี้มีเวลาว่างมาก ก็เลยรู้สึกว่าตัวเองบ่นมาก 
พอบ่นมาก ๆ ก็เหนื่อยมาก....แล้วก็หิวมากเช่นกัน.... 
 
วันนี้เราว่าจะไปเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำพญานาค 
ณ วัดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่เลื่องลือและเชิดหน้าชูตาของบ้านเรา 
และเราก็ได้นำน้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้มาบูชาพระที่บ้านอยู่เป็นประจ ำ 
วันนี้ตั้งใจว่าจะดื่มให้ชื่นใจ....เพราะน้ำก็ใสบริสุทธิ์จริง ๆ 
(และจะได้ล้างอาถรรพ์ให้เสืออย่างเรา....กลายเป็นหมูเหมือนเดิม) 
 
คงเป็นเพราะเราได้เติบโตมาด้วยน้ำจากบ่อน้ำ 
เราจำได้ถึงความยากลำบากในการหาน้ำดื่มน้ำใช้ในอดีต 
กว่าที่เราจะดึงถังน้ำขึ้นมาพ้นขอบบ่อได้ ก็ต้องออกแรงมาก เพราะลึกเหลือเกิน 
กว่าจะได้เต็มถังใหญ่ใส่รถเข็นกลับบ้าน บนหนทางไกลที่ขรุขระ กว่าจะถึงบ้านก็เหนื่อยจริง ๆ 
แต่ทุกคนก็มีความสุขใจ ในยามที่เรามีน้ำดื่มน้ำใช้ที่บ้าน 
 
เพราะเหตุนี้เวลาเราเห็นบ่อน้ำเราจึงมีความสุขใจมาก 
ทำให้คิดถึงภาพเก่า ๆ น้ำขุ่นข้นขนาดนั้น ไม่รู้ว่าเราดื่มได้อย่างไร 
ตอนนั้นเรารู้สึกว่าน้ำขุ่นข้นนั้นมีรสชาติอร่อยกว่าน้ำใส ๆ ...... 
 
......วันนี้เราจะมีความสุขโดยการไปดูบ่อน้ำ....ความสุขของเราหาได้ไม่ยากครับ... 
“มิตรแท้”....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-16 20:00:26
ท่านคงยุ่งอยู่กับการงานของท่าน.... 
ขอท่านจงอย่าได้กังวลเรื่องส่งข้อความถึงเราเลยนะครับ… 
เพราะการที่เราจะพูดอะไรก็ต้องใช้เวลาไตร่ตรองอยู่มาก 
แม้จะรู้สึกทีหลังว่าพอใจบ้าง ไม่พอใจบ้างกับข้อความที่ส่ง 
แต่ก็เป็นความจริงแท้จากใจขณะนั้น..... 
เราจึงสามารถอ่านซ้ำได้...ครั้งแล้วครั้งเล่า...โดยไม่เบื่อ 
 
ขอท่านจงอย่าได้เป็นห่วงเราเลยนะครับ 
ความรู้สึกทุกสิ่งสำหรับเรานั้น....ผ่านพ้นไปแล้ว 
” เราเข้าใจดีแล้ว ”......เราเป็นห่วงมากก็แต่ท่านเท่านั้น... 
เมื่อท่านทำงานมาก...ท่านก็คงได้รู้เห็นสิ่งต่าง ๆ มาก 
ทั้งที่ทำให้ดีใจและทำให้เสียใจ....ไม่สามารถหลีกเลี่ยงไปได้ 
 
ไม่ว่าร่างกายและจิตใจของเราจะแข็งแกร่งเพียงใด 
แต่ก็มีวันเหนื่อยล้า...เพราะการทำร้ายกันด้วยวาจาหรือตัวอักษร 
ร้ายแรงยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งสิ้น....เราจึงต้องเป็นห่วงท่านมากที่สุด 
เราขอส่งจิตใจไปช่วยท่าน.....ทำบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ 
เพื่อถวาย....”องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน”  
เผยแผ่พระธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา...อันเป็นมิ่งมงคลสูงส่ง 
ขอจงสำเร็จได้ด้วยใจปรารถนา............................ราตรีสวัสดิ์ครับผม 
สาธุ...แสนผ่องใส สุขใจจริง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-16 22:16:12
แม้จะตาลาย เพราะจ้องอ่านหนังสือตลอดวัน 
เราก้ต้องเข้ามาดูมาส่งข่าว"ปิยมิตรของเรา" 
ก็อิ่มเอมในการน้อมรับพระธรรมด้วยความปิติจริง 
ขอบพระคุณมาก 
ปิยมิตรของเราก็คงอิ่มอาบใจที่ได้น้อมนำมาขยายด้วยความศรัทธา และเมตตาต่อมิตร เป็นกุศลล้นเหลือ 
ให้อะไร ก็ไม่ยิ่งใหญ๋เท่ากับให้พระธรรมคำสอน อันดีแล้ว 
ประเสริฐแล้ว... 
เราก็แสนปิติ ที่ชีวิตช่วงนี้ สุขใจในสิ่งมงคลที่ได้รับ 
หวังให้ปิยมิตรของเราจงได้รับสิ่งกุศลให้ผ่องใสสุขใจเช่นกัน
จะเป็นหมูหรือเสือ..ก็ให้น่ารัก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-16 22:29:34
กังวลอยู่นะ 
ว่าทำไม เป็นเสือ ไปดุใครหรือครับ 
ที่ยังเป็นหมูอยู่ ก็เข้าใจว่ากินเก่ง 
แต่จักรยานไม่แบ่งน้ำหนักไปหรือไร?คะรับ 
......................................................... 
หิวข้าวจังเลยไม่ง่วง 
เฮ้อ หาน้ำๆ อะไรในตู้เย็นเจือท้องก่อนนอนดีกว่า 
แล้วจะไหว้พระ 
อ้อ!...พรุ่งนี้วันวิสาขบูชา 
เราวางแผนไว้แล้ว ไปตลาดแต่เช้า ซื้ออาหารสำเร็จเจ้าอร่อยสักสามอย่าง ผลไม้ด้วย ส่วนวันนี้เราก็เตรียมดอกไม้ พวกนมกล่อง ของแห้งไว้แล้ว 
จะตื่นแต่เช้าไปวัดนะจ๊ะ 
........ ราตรีสวัสดิ์ จ้า!
คนอย่างเรา....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-17 15:54:10
ดุใครไม่เป็นหรอกครับ.... 
เคยตั้งใจดุ “คนสำคัญ” ที่บ้าน 
เราดุเขาด้วยความตั้งใจเป็นที่สุด... 
แต่เขามองเราแล้วยิ้ม...และหัวเราะแบบสุดขำ 
ทำให้เรารู้สึกเสียฟอร์มเป็นอย่างมาก.....เรารู้แล้วว่าไม่ได้ผล 
 
(ก็คงจะจริง....ที่เพื่อนบอกว่าหน้าตาท่าทางอย่างเราไม่เข้ม...ไม่น่ากลัว 
เพื่อนถามเราว่าเคยดุใครหรือเปล่า...เราก็สงสัยว่า “ทำไมต้องถาม” ?) 
จักรยานนี่แหละตัวดี....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-17 15:55:42
ยิ่งพาให้เราไปเจอของกินเยอะแยะ….น้ำหนักก็เพิ่ม..... 
แต่ก็ถือว่าเขาทำให้เรามีความสุขใจได้อีกทางหนึ่ง..... 
วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-17 20:27:40
เป็นวันสำคัญของโลก.... 
 
วันนี้เรามีความสุขกายสุขใจเป็นที่สุด... 
และเชื่อมั่นว่า “มิตรแท้ของเรา” ก็มีความสงบสุขเช่นกัน 
เรามีความปิติยินดีที่อยากจะมอบพระธรรมคำสอน 
ที่ทรงคุณค่าและเป็นจริงที่สุดแด่ “มิตรแท้ของเรา”  
ด้วยเพียงหวังให้กำลังใจ...ก้าวไปด้วยความมั่นคงเข้มแข็ง
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-17 20:31:39
สิ่งที่ล่วงไปแล้วไม่ควรไปทำความผูกพัน.... 
เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง 
แม้จะทำความผูกพันและมั่นใจให้สิ่งนั้น 
กลับมาเป็นปัจจุบันก็เป็นไปไม่ได้ 
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว 
โดยความไม่สมหวังตลอดไป 
 
อนาคตที่ยังมาไม่ถึง... 
ก็เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน 
อดีต...................ควรปล่อยไว้ตามอดีต 
อนาคต...............ก็ควรปล่อยไว้ตามกาลของมัน 
ปัจจุบันเท่านั้น......จะสำเร็จประโยชน์ได้ 
.........................เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ไม่สุดวิสัย 
 
ขอนอบน้อมอภิวาทถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา  
และอาจริยบูชา แด่....................................ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทต.ตเถร  
.............................................................พระบูรพาจารย์ผู้ให้เมตตาธรรมโดยแท้  
.............................................................ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน  
เหนื่อย...ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-19 18:46:00
"ปิยมิตร" เราคิดถึงมาก  
เราเอาสิ่งมงคล ที่ได้จากการอ่าน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ................ 
มาฝากท่าน ด้วยความระลึกถึงและขอบคุณ ที่คอยเป็นกำลังใจ 
..........." มิตร เมื่อระลึกถึงธรรมแล้ว 
ไม่ทอดทิ้งมิตร ในยามมีทุกข์ภัยถึงชีวิต 
ข้อนี้เป็นธรรมของสัตบุรุษโดยแท้ " 
...................................................................
คาถา...จากคุณพ่อของปิยมิตร
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-19 19:02:36
...อิติปิโส วิเสเสอิ 
อิเสเส พุทธนาเมอิ 
อิเมนา พุทธตังโสอิ 
อิโสตัง พุทธปิติอิ 
...ขอสิริมงคลจงมีแด่"ปิยมิตร" ของเราเทอญ
“มิตรแท้ผู้ยิ่งใหญ่” ในใจเรา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-19 19:37:57
วันนี้เราไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี.... 
เพราะรู้สึกว่าตัวเองได้พูดมากเหลือเกินในระยะนี้ 
แต่เมื่อพูดมากแล้วก็ทำให้รู้สึกโล่งใจเป็นที่สุด 
ต่อไปตั้งใจว่าจะไม่พูดเรื่องที่จะทำให้ท่านต้องกังวลอีก 
 
ในเรื่องธรรมะนั้น...ท่านก็ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเรามากนัก 
เราเองไม่รู้ลึกซึ้ง...เพียงแต่เมื่อยามไม่สบายใจ...ก็จะหยิบหนังสือธรรมะมาอ่าน 
แล้วก็ทำให้ใจเราสงบเย็นลง...ยิ่งได้อ่านพระธรรมคำสอนที่ตรงใจเราขณะนั้น 
ก็ทำให้เรารู้สึกปราบปลื้มใจยิ่งนัก...ปราบปลื้มในมหาเมตตาอันยิ่งใหญ่ 
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า......ช่างยิ่งใหญ่แผ่ไพศาล 
ให้ความชุ่มชื่นเย็นใจแก่สัตว์โลกทั้งหลายได้มากมายไม่มีที่สิ้ นสุด…. 
"สายทิพย์"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-19 19:40:03
เราอยากจะแต่งกลอนให้ท่านได้อ่านเพื่อผ่อนคลายบ้าง 
แต่เราก็แต่งไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ได้ใช้ความพยายามอย่างมากแล้ว 
 
เราเคยได้อ่านบทกลอนที่ไพเราะที่มีผู้แต่งเอาไว้ 
เราประทับใจมากและจดจำได้ไม่เคยลืมเลือน 
และเราก็อยากจะให้ท่านได้อ่านเพื่อจะได้สุขใจเช่นกัน. 
 
เรา....ขออนุญาต “สายทิพย์” เจ้าของบทกลอน 
นำกลอนที่สุดไพเราะของท่านมาไว้ ณ พื้นที่แห่งนี้ 
เพื่อให้เราสุขใจทุกครั้งที่ได้อ่านและในยามคิดถึง 
หวังอย่างยิ่งว่า “มหาปิยมิตรของเรา” ก็คงจะชอบกลอนนี้เช่นกัน 
 
สายทิพย์โปรย....โรยกรุ่น....ละมุนมอบ 
สายธารตอบ....ชอบชื่น....รื่นสดใส 
สายธารรวม....เป็นสายทิพย์....สนิทใจ 
จะรวมไหล....เป็นสายใย....สามัคคี 
 
สองสายใย....มุ่งมั่น....จะฟันฝ่า 
ไม่เหว่ว้า....ช่วยรักษา....ค่าศักดิ์ศรี 
มอบสายใจ....สายสัมพันธ์....มั่นชีวี 
ตามทางดี....พลีฝากไว้....ให้แผ่นดิน 
 
ขอขอบพระคุณ.... “สายทิพย์”... เจ้าของบทกลอน 
เป็นอย่างไรบ้างครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-19 19:42:50
การทำหน้าที่เพื่อนของเราในวันนี้...พอจะใช้ได้บ้างไหม ??? 
 
ถ้าหากพอใจก็... ขอเสียงหน่อยคร้าบบบบบ.......ว๊าวววว....... 
 
จัดไป !!!....เพลงเด็ด !! สุดมันส์ !!! คุณต้อย หมวกแดง !!!  
 
..............”อย่าขอหมอลำ”................. 
 
(หญิง) อ้ายๆ ขอหมอลำแหนค่า 
(ชาย) อ่า คือแบบว่าพี่อ่ะ ร๊อคนะน้อง ร๊อค เอาเป็นร๊อค 
(หญิง) เอาลำเต้ยเด้อค่าเด้อ 
 
บอกว่าอย่าขอหมอลำ บอกว่าอย่าขอหมอลำ 
ไม่รู้หมอหมอลำเค้าลำแบบไหน 
ผมเองยังไม่เข้าใจ ผมเองยังไม่เข้าใจ 
เค้าลำแบบไหนไม่รู้เรื่องเลย เกิดมาไม่เคยได้ร้องหมอลำ 
 
เคยร้องแต่ร๊อคแอนด์โรล์ (ว๊าวว) ก็เล่นแต่ร๊อคแอนด์โรล์ 
เทคนง เทคโน เอ้าโยกมันแท้หนอ  
หรือเอาแบบหัวฮาร์ดคอร์ หรือเอาแบบหัวฮาร์ดคอร์  
หัดร๊อคนั่นหนอ ถนัดเหลือเกิน ฟังแล้วเพลิดเพลินกระตุ้นอารมณ์ 
 
ฮิพฮอพ พ๊อพ อาร์แอนด์บี (โย่วๆ)  
ฮิพฮอพ พ๊อพ อาร์แอนด์บี (โย่วๆ) ก็ฟังดูดีทำไมไม่ขอ 
น้องนางก็งามละออ น้องนางก็งามละออ 
ทำไมกันหนอมาขอฟังลำ แล้วผมจะทำยังไงกันดี 
 
* ก่ะจังมาพ๊อซำนี้เน๊าะ ซำนี้พอไว้ซาก่อน 
ลำบ่เป็นมันซิเดือดร้อน เดือนร้อน ซิ เดือดร้อนๆ 
ย่านน้องฮากทั่งออกมา วอนแม่กานดาอย่าขอหมอลำ 
พ่อคมขำขอจงอภัย โปรดได้เข้าใจขาร๊อคบ้าง.. ขาร๊อคบ้าง 
 
**ไว้วันหน้า หากมาอีกครั้ง รับรองได้ฟัง กลอนลำเสนาะหู 
ผมจะไปฝึกหัดร้องกับคุณครู จะมาเต้นมาฟ้อนให้ได้ดู 
แต่ตอนนี้ไม่รู้ ไม่รู้เลย หมอลำ.. 
 
(*) 
 
(แรพ) 
เป็นหยังจั่งมาขอหมอล๊ำ (โย่วๆ)  
หมอล๊าหน๊ะเค้าล๊ำจั่งได๋ (โย่วๆ)  
เคยฟั่งข้อยก่ะยั้งบ่เข้าใจ (แม่นแล้ว)  
แล้วข้อยสิลำได้บ่ฮิเนี๊ยะ (ลำบ่ได้ๆ) (โย่วๆ)  
ฮิพฮอพเพลงป๊อปก็ดี (โย่วๆ)  
เพลงร๊อค เพลงแรพ ก๊ามี๊ (โย่วๆ)  
จั่งซี้เป็นหยังบ่ขอ (แม่นหยังละเนี๊ยะๆ)  
หน้าตาก็ผู้งามละออ (แม่นหยังละเนี๊ยะ) 
แม่นหยังมาขอหมอลำกันด้วย .. วู๊!! (โอ๊ะโอ)  
 
(**) 
 
ก่ะจังมาพอซำนี้เน๊าะ ซำนี้พอไว้ซาก่อน 
ลำบ่เป็นมันซิเดือดร้อน เดือนร้อน ซิ เดือดร้อนๆ 
ย่านน้องฮากทั่งออกมา วอนแม่กานดาอย่าขอหมอลำ 
พ่อคมขำขอจงอภัย ขืนร้องออกไปซิตายแนบแล้ว  
จึงขอลาแจวไปก่อนเด้อ ขอลาจรไปก่อนเด้อออ... 
กำลังใจจากเรา.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-19 20:31:52
จะมีให้เพื่อนเสมอ....ถือเป็นหน้าที่ของเราแล้ว.... 
เมื่อเราเป็นผู้สร้าง “มิตรภาพนี้” ขึ้นมา...เราก็ต้องรักษา.. 
 
จะดูแลห่วงใย...ให้กำลังใจเพื่อนตลอดไป.... 
ไม่มีอะไรที่จะต้องไปใส่ใจกังวลอีกแล้ว 
 
นาทีต่อไป...ชั่วโมงต่อไป....วันพรุ่งนี้....ก็คืออนาคต 
ควรปล่อยไปตามกาลของมันเถอะนะครับ...คนดี !!!.... 
 
...........................อย่ากังวล................................ 
เพราะเรารู้สึกได้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-19 21:31:10
ถึงจิตใจที่งดงาม...ไม่คิดทำร้ายใคร....และยังเป็นผู้ให้ !!!.. 
นี่ต่างหาก “คือความยิ่งใหญ่ของท่าน” ในใจของเรา... 
อย่ากังวลว่าเราจะรู้เห็นสิ่งใด...แล้วจะทำให้เราหวั่นไหว...ไม่หวั่น !!! 
………………I’LL STAND BY YOU !…MY FRIEND…………. 
แทนคำขอบคุณ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-20 19:35:40
"ปิยมิตร" 
...ท่านพาเราเป็น นะ 
บอกไม่ให้ขอหมอลำ เราไม่ขอก็ด้าย... 
จะลำให้ฟังเด้อ... 
.................................................................... 
...................... อีสานลำเพลิน........................... 
( เวออร์ชัน อังคณา คุณไชย ดั้งเดิมเลยล่ะ) 
* โอ...โอ๊ย...โอย...ละน้อ......(ลูกคอสิบเอ็ดชั้น) 
ล่ะฟ้าเอ๋ย...ฟ้าสีแหล่แหล่... 
หอมดอกแค ยามค่ำๆ...(เอื้อน สามชั้น) 
ฟ้าอำพำ.. ตะเว็นตกต่ำค้อย ลงลอยเล่น แม่วังเวิน...เอ่อ ๆๆๆ เอื้อนลูกคอเก้าชั้น...ลงลอยเล่น..แม่วังเวิน........... 
** ฝั่งโขง เมื่อยามค่ำแลง 
ฟ้าเปลี่ยนสีแดงค่ำลงลา 
เสียงแคนผู้ใดเว้ามา 
อ้อนคำฮักเหมือนอ้ายเรียกเอิ้น 
ตีกลองน้ำเพลิดเพลิน ตุ้มเติดเติน ละวังเวินแว่วมา 
ขอฝากสำเนียงเจ้าลอยล่อง 
ล่องลอยไปทั่วธารา 
สะกดเป็นมนต์ให้พี่ยา 
ลอยล่องมาหาน้อง เวิ่น เวิน 
* * ตี กลองน้ำ ดังมาตุ้มเติ้น 
ตุ้ม เติด เติ้น วังเวิน เติดเติน...(ซ้ำ) 
ตีบาดยาวๆ ตีคาวเยิ่นๆ ตีเอิ้นผู้ใส่แฟน 
คิ้วแล่นแค่น คั่นบ่อแม่นแฟนไผ 
ให้พี่ซายมาหา อวยตามาทั้งพี่ ทั่งพี่ ผู้ทั่งพี่...ๆ ๆ 
* มีคู้ซ้อนนอนเคียงแล้วไป  
หรือบ่อคิดอยากได้ ใจเจ้าบ่อห่วงนาง 
พั้วดอกซ้าง เจ้าผู้ซางงามขำ 
มวยผมดก เจ้าผู้กกผมดำงามขำมาลำฟ้อน 
ลำฟอน ผู้ลำฟ้อน...ๆ ๆ 
** ลำ ลำ ก่อน งามงอนมาฟ้อนก่อนหนา(ซ้ำ) 
ลีลาเหมือนดั่งหงส์เหิน 
อีสานลำเพลิน อรชรอ้อนแอ้น (ซ้ำ) 
........................................................... 
เพลงนี้เราจำได้ ลำ-ร้อง-ฟ้อนได้ 
เพราะตอนเป็นนักศึกษา ได้แสดงเอาคะแนน...เพื่อนฝึกให้จนรอดตัว หลังจากอาจารย์สอนนาฏศิลป็พื้นฐานเคี่ยวซะจนเข็ด............... 
....... แต่ก็ดีนะ เพราะได้มาด้วยความยาก เพื่อนๆในกลุ่มก็บังคับ เราเลยจำได้ขึ้นใจจนบัดนี้ แม้บางประโยคอาจจะเพี้ยนไป แต่ก็จำมาอย่างนี้...ยิ่งเวลาไปแถวฝั่งโขงเราก็นึกถึงเพลงนี้ตลอด...แถมยังเป็นเอกลักษณ์ของอีสานจริงๆ.... 
..........เราจึงตั้งใจ ร้องให้ปิยมิตรฟังอย่างสุดฝีมือ... เพราะไม้?...ปรบมือหน่อยคร้าบบบบบ...ขอบคุณ 
...วันนี้ ร้อง-ลำ อย่างเดียว! ไม่โม้ต่อแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้จะฝากกลอนเพราะๆ มาแข่งกับ"สายทิพย์" ให้ฟัง นะครับ 
...ขอให้มีความสุขมากๆ..... 
 
อีสานลำเพลิน....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-20 20:02:35
ถ้าวันไหนเราเปิดเพลงฟัง.....เราก็จะฟังเพลงนี้ด้วย 
แต่เป็นคุณต่ายอรทัย ร้อง...เพลงเพราะมาก ๆ ...เราชอบดูฟ้อนรำสวย ๆ 
(แต่เราฟ้อนรำไม่เป็นนะครับ) ท่านลองเปิดฟังนะ...รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน.... 
แต่เราก็จะหาฟัง “อีสานลำเพลิน” ของคุณอังคณา คุณไชย ร้องด้วยครับ 
ฟัง ๆ ไป....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-20 20:17:12
รู้สึกว่า...ท่านจะร้องได้เพราะกว่าคุณต่าย อรทัย นะครับ 
เราคิดว่า...ท่านไปร้องอัดแผ่นขายน่าจะเป็นการดี... 
เราจะทำหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้ท่านเอง....ดีมั๊ยครับแบบนี้... 
 
เวลาเรามีความสุข... 
เราก็พูดไม่ค่อยออกเหมือนกัน 
แต่พอมีทุกข์ละก็บ่นเหลือเกิน 
เราจะรออ่านกลอนเพราะ ๆ จากท่านพรุ่งนี้ดีกว่า 
.....................ราตรีสวัสดิ์ครับผม.................... 
โอ้ย !! …. หลับไม่ลงครับ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-20 21:25:54
มิได้เจ็บปวดครับ....แต่มันจี๊ดที่ใจ....โดนใจสุด ๆ 
 
ฟังแล้วครับ “อีสานลำเพลิน” เวอร์ชั่น คุณอังคณางค์ คุณไชย 
 
ให้ความรู้สึกดั้งเดิมจริง ๆ ....เราฟังไปแล้วห้ารอบ 
 
หลับตาฟังด้วยแล้ว......ยิ่งให้ความรู้สึกสุดยอดมาก.... 
 
เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจจริง ๆ ....ขอขอบพระคุณเจดีย์ อุ๊ย ! ท่านดีเจ.... มากครับ ! 
วัยรุ่นจริง-จริ๊ง!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-21 14:36:29
เชื่อแล้ว ว่าปิยมิตรของเรานี่เป็นคนมุ่งมั่นจริงๆ 
ติดใจอะไรท่านก็จัดการอย่างไม่ให้ค้างคาเลย 
...อูย!...ชักกลัวใจแล้วสิ... 
เป็นไงครับ เวอร์ชั่นดั้งเดิม เพราะใช่ไหมครับ? 
เน็ตบ้านเราช้าครับ ช้า..ไม่ทันใจเหมือนบ้านหลานที่กทม. 
...เราอยู่นอกเมืองไม่อยากแย่งด็กๆเล่น ตัวเองก็ใช้โน้ตบุ็ค ก็เลยฟังเพลงไม่ค่อยทันใจ ไม่มีความรู้เท่าไหร่ว่าจะใช้เทคโนโลยียังไงบ้างอายถามหลานๆ ถามเขาหลายเรื่องแล้วกลัวเขารำคาญ ก็เลยอยู่อย่างโง่ๆเล่นอยู่ตามประสานี่ล่ะ...
ตามสัญญา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-21 14:59:56
* สวัสดี วันเสาร์ เราไปวัด 
วางจานจัด อาหาร ทั้งคาวหวาน 
ผลไม้ มากมีตาม ฤดูกาล 
จิตเบิกบาน ผ่องใส ด้วยยินดี 
น้อมรำลึก บูชา คุณพระศาสน์ 
บรรจงวาด วางธรรม นำสุขศรี 
แผ่เมตตา สะสมบุญ บารมี 
ทุกชีวี เกิดมา ร่วมโลกกัน 
ให้เป็นสุข เป็นสุข และสว่าง 
ในหนทาง แห่งพระธรรม นำสุขสันต์ 
ผ่อนเบียดเบียน แก่งแย่ง ชิงดีกัน 
เลิกไหวหวั่น ต่อกิเลส ทุกเภทภัย *
"ผสานทอ ต่อฤดี"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-21 16:38:48
** ปิยมิตร คนดี ที่มีค่า 
จะนำพา กันไป ในทางสรรค์ 
ด้วยน้ำใจ ไมตรี มีให้กัน 
เติมความฝัน อันงดงาม ตามทางดี 
*** ดังสายธาร เอื่อยไหล ให้ความฉ่ำ 
พร้อมกับนำ ความชุ่มชื้น ผืนดินนี้ 
ดุจสายทิพย์ ผสานทอ ต่อฤดี 
ถักทอที่ สายธรรม นำชีวา 
** จะรวมเป็น สายใจ ใสหมดจด 
พร้อมรินรด เพื่อโลก มีคุณค่า 
ขอจรรโลง โยงสุข ด้วยเมตตา 
เพื่อชีวิต ชีวา ค่าอนันต์ **
“น้ำทิพย์ชโลมใจ”....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-21 19:51:59
ขอบพระคุณท่านมากครับ....สำหรับบทกลอน....ที่ทรงคุณค่าที่สุด 
เหมือนท่านได้หยั่งรู้.....ในเป้าหมาย....แห่งจิตใจของเรา… 
 
เราได้พูดไปเมื่อ 2010-06-08….16.09.00  
วันนี้....เรารู้สึกว่า....เราอยากจะพูดประโยคนี้.....อีกสักครั้ง.... 
แม้ว่า...อาจจะดูยิ่งใหญ่เกินไป....สำหรับเรา... 
ขอเพียงเรา....ได้มีโอกาสทำเพียงเล็กน้อย...เราก็พอใจแล้ว.... 
 
“สายทิพย์...สายธาร...จงสืบประสานเป็นสายนทีที่ยิ่งใหญ่และล้ำค่า  
เพื่อสร้างหวังให้ปวงประชา...ร่มเย็นตลอดกาล”…………………………. 
อาจารย์ของเราสอนว่า.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-21 19:57:00
เราจะรู้ได้ว่าใครเป็นอย่างไรนั้น..... 
ก็ต่อเมื่อเขาได้รับความกดดันต่าง ๆ 
เช่น ความเหนื่อย....ความหิว.....ความผิดหวัง....ความโกรธ... 
 
แม้ว่าเราจะได้รับการทดสอบในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มาบ้างแล้ว 
แต่เราก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้สงบเย็นลงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ 
 
.....เราจำเป็นจะต้องเรียนรู้ที่จะประนีประนอมให้มาก….. 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-21 20:24:58
วันนี้พวกเรา...มีภารกิจไปต่างอำเภอ... 
 
เป็นธรรมดาที่เขารู้กันว่าเราต้องการกินของเปรี้ยว ๆ เวลาเมารถ 
ระหว่างเดินทางเราก็นั่งหลับตา......ฟังเพื่อนร่วมงานคุยกัน 
ก่อนขึ้นเขาคดเคี้ยว...เขาก็จอดรถ...และบอกให้เราลงไปซื้อผลไม้ 
เราก็ลงไปครับ...เห็นมีแต่ถั่วต้ม ข้าวต้ม ขนม และก็นึ่งมันเทศครับ 
เขาบอก โอ้ ! ...เห็นเป็นสีเหลือง ๆ นึกว่าเป็นมะเฟือง...มะไฟ… 
เราก็เลยรู้สึกว่าคนขับก็เมารถหรือเปล่านี่....แล้ววันนี้จะกลับถึงบ้านมั๊ยน้า... 
 
............... เราอยากจะกินหน่อไม้ดิบ ๆ ประชดชะจริง ๆ เลย………… 
 
พรุ่งนี้พวกเราก็ต้องไปต่างอำเภอเหมือนเดิมครับ 
กลางวันคงจะไม่ได้ส่งข้อความถึงท่าน.... 
แต่ก็ยังหวังว่า....เมื่อเรากลับมาถึงบ้าน...เราคงจะได้อ่านข้อความจากท่านนะครับ... 
ยังห่วงเรื่องเพลงอยู่ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-22 17:22:35
ปิยมิตร.. 
วันนี้ ช่วงบ่ายเราเข้ามาในเมืองพาหลานๆมาสวนสาธารณะ 
ตัวเองก็รออยู่ร้านเน็ต ก็เลยค้นหาเพลงต้นฉบับ ก็เลยได้ฟังสมใจ เพลงของอังคณางค์ คุณไชย แถมด้วยเทพพร เพชอุบล ต้นแบับจริงๆ( ที่ปิยมิตรฟังน่ะ"อีสานลำเพลิน ท่อนดนตรีนำหลังจากลำเอื้อนบทแรกเป็นเสียงแคนหรือเปล่า เพราะมึชุดหลังของอังคณางค์นั่นแหละ แต่จะเร็ว ไม่มีเสียงแคน)................... เรานะ อยากให้ท่านได้ฟังทำนองดั้งเดิมจริงๆ อรรถรสเสียงดนตรีและนักร้องจะเป็นอืสานแท้ ไม่มีการมิกส์หรือแต่งเติมเสียง 
.........เราเจอที่ www.Arunsawat.com ตรงกระทู้ล่างสุดของหน้า ชื่อหัวข้อย่อยว่า 3เพลงข้างบนฟังไม่ได้ลองฟังทางนี้อีกทางหนึ่ง...ปล้วเพลงก็จะอยู่ล่างสุด สามเพลงเลย คือ.... อีสานบ้านเฮา เทพพร เพชอุบล 
......................สาวอุบลรอรัก อังคณางค์ คุณไชย 
.......................อีสานลำเพลิน .............. 
(ไม่รู้ว่าเราเอามะพร้าวมาขายสวนรึเปล่า คืออยากให้ฟังด้วยกันน่ะ) เพลินดีชวนให้นึกถึงบรรยากาศอีสานๆๆๆ เด้อ
กลับมาถึงยังน้อ?...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-22 17:41:50
เหนื่อยมากไหมล่ะ 
พักผ่อนนะ เราก็กำลังเพลิดเพลิน ผ่อนคลายด้วยการหาเพลงฟัง......................... 
เห็นว่าพี่น้องชาวบ้านกำลังลงไถหว่านกล้า ก็มีความรู้สึกครึ้มๆใจ อินกับบรรยากาศอิสานบ้านเรา ถ้าเราแข็งแรงก็อยากดำนาช่วยเขาอยู่หรอก สนุกภูมิใจ กินข้าวก็อร่อย ปีนี้คงช่วยเป็นกำลังใจพี่น้อง...หน้าเกี่ยวข้าวโน่นแหละเราจะไม่พลาด 
เพราะที่บ้านเรา แม้ใครจะมีหน้าที่อื่นๆก็ต้องทำนากัน หรือให้ญาติๆทำให้ เพราะไม่มีใครร่ำรวยสักคน เราก็พอใจภาคภูมิใจมากที่สุดล่ะ พ่อแม่ปลูกฝังให้รู้รสชาติชีวิตทั้งลำบากทั้งสบาย จนรู้จักอดทนต่างได้ เราถึงว่าตัวเองอยู่นิ่งไม่เป็นหรอก หรือหากจะมีชีวิตนั่งๆนอนๆ อยู่ในที่แออัด คงอึดอัดตาย อายุสั้นแน่...นึกๆก็อยากเป็นเกษตรกรซะจริงซะจัง...น่าจะแข็งแรงกำยำบึกบึน 
............ เฮ้อ! ฝันเฟื่องให้ฟัง จะได้กินข้าวอร่อยๆ นอนหลับสบายๆ ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงก็โอเคแล้วน้อ.
น่าขำจริง ๆ เลยนะครับ.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-22 20:08:26
ท่านติดใจเรื่องเพลง....ส่วนเราก็ติดใจเรื่องคอมฯ อยู่... 
เราเองก็ไม่เก่งเรื่องคอมพิวเตอร์.....เป็นแต่พอใช้งานประจำวันได้เท่านั้น 
 
พื้นที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก.....ที่เราได้ส่งข้อความ 
และโชคดีที่ได้พบ “มิตรแท้ที่ยิ่งใหญ่” ในใจของเรา 
 
เราเองก็สมัคร face book ครับ 
เป็นแต่เพียงเปิดดูคนอื่นเขาคุยกันเล็กน้อยพอให้รู้....แต่เราไม่เคยคุยกับใคร 
เราก็ไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไรดี.....เพราะเราไม่รู้จักท่านทั้งหลายเหล่านั้น 
และก็ยังกังวลว่า เมื่อได้รู้จักกันแล้ว เราจะไม่สามารถรักษามิตรภาพได้ 
เพราะเรามีเวลาว่างไม่มากนัก.. 
 
ขนาดว่าเราคุยกับ “มหาปิยมิตรของเรา” เพียงคนเดียว  
ข้อความที่จะส่งก็ได้ทบทวนแล้ว.....แต่เมื่อเราได้ส่งไป… 
บางครั้งก็ยังทำให้ “มิตรแท้ที่ยิ่งใหญ่ของเรา” แปลเจตนาไปเป็นอย่างอื่น 
ทำให้ท่านไม่พอใจ.....บางครั้งถึงขั้นโกรธ.....และหายไปหายวัน 
โดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเราพูดอะไรผิดพลาดไป... 
 
แล้วถ้าเรา...ไม่ได้คิดไตร่ตรอง...แล้วส่งข้อความไปเหมือนใน face book 
เราก็เกรงว่าจะทำให้ผู้รับข้อความไม่สบายใจก็เป็นได้ 
เพราะแปลความหมายผิดไปจากเจตนาที่แท้จริงของเรา 
เราไม่รู้จิตใจกัน.....ก็เพราะเราไม่เคยรู้จักใกล้ชิดกันมาก่อนนั่นเอง... 
เราขอขอบพระคุณทุกท่าน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-22 20:10:58
ที่ต้องการจะเป็นเพื่อนกับเราใน FACE BOOK.... 
แม้ว่าท่านจะรู้หรือไม่รู้ว่าเราเป็นใครก็ตาม 
เราขอขอบพระคุณในทุกน้ำใจไมตรีที่มีให้ 
เราเองก็อยากจะเป็นมิตรกับทุกท่าน 
 
แต่เราก็มีเหตุผลจำเป็นและข้อจำกัดในด้านความสามารถ 
เราจึงขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับผม.... 
ข้อความที่เราส่ง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-22 20:13:15
 
มีเพียงในพื้นที่แห่งนี้.... 
 
จึงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะส่งข้อความไปถึงใคร...ให้ผู้รับไม่สบายใจทาง...FACE BOOK..... 
 
....................และเรา....ไม่มีความสามารถที่จะทำเช่นนั้น.................... 
งง!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-22 21:50:25
ทำไมถึงเป็นเรื่องFACEBOOK ล่ะ 
เราทำอะไรลงไปให้ปิยมิตรไม่พอใจรึเปล่า? 
พวกเราทั้งสองไปเกี่ยวอะไรด้วยกะทุกท่าน 
โอ๊ย!...เรารู้สึกมึนๆนะ 
ปิยมิตรก็คงเหนื่อย...เหนื่อยมากไม้ครับ
ช่างปะไร!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-22 22:07:41
ปิยมิตร... 
เราพอใจที่จะใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นสถานที่มอบกำลังใจและสิ่งที่ 
ดีๆให้"มิตร" มิใช่หรือ เราก็ควรให้ความสำคัญและยึดถือตรงนี้ 
เป็นที่ของเรา... 
....เราเคยบอกกันแล้วว่า เราจะไม่ติดใจ ไม่ก้าวก่ายเข้าไปยุ่ง 
ในเรื่องที่เป็นส่วนตัวของเพื่อน เราจะให้เกียรติให้ความเคารพในสิทธิของกัน "เพราะเราไม่รู้จักกัน" และเราก็จะรักษาความ 
เป็นมิตรไว้ในกรอบของเรา...เพราะเราไม่ได้สำคัญ หรือจะไปกำหนดความคิด กำหนดชีวิตกันได้ 
เราอยู่ในส่วน"คนที่ต้องอัธยาสัย ประทับใจในน้ำจิตน้ำใจ 
กัน" ที่คิดว่าบริสุทธิ์งดงาม แล้วเราก็สานไมตรี สานพลังใจ พลังความอาทรต่อเพื่อนต่อสังคม ช่วยกัน คิดตรงกันในอันที่จะสรรสร้างพลังบวกต่อโลก ต่อชีวิต 
.......................................................................... 
สิ่งอื่น....ก็เป็นส่วนประกอบ"รู้เขา รู้เรา" ได้ก็เป็นกำไรชีวิต 
เป็นประสบการณ์...แต่สิ่งที่ไม่ควรรู้ ก็อย่าไปรู้ไปเห็น มันอาจจะไม่ได้ดังหวัง...สู้ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติไม่รู้ไม่เห็นอาจจะดีกว่า...นะ
เราก็คือเรา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-22 22:30:32
เอ...ดีนะ มี"หลายท่าน" เหรอ ที่ต้องการเป็นเพื่อนกับปิยมิตรของเรา น่าจะดีใจนะ รับไว้เป็นเพื่อนก็ไม่เสียหาย เราก็มีสิทธิเลือกนี่นา เราคลิกดูข้อมูลเค้าสักหน่อย ไม่เปิดเผยก็ลองอ่านกระดานข้อความของเขา เขาพูดอย่างไร เขาตอบโต้หรืออยู่ในประเภทใดก็ไม่ยากที่เราจะวิเคราะห์ เราไม่ชอบเราก็ไม่ต้องรับเป็นเพื่อน บางคนน่ารัก มีความคิด คำพูดอย่างมีมารยาทมีความสร้างสรรค์ขอเป็นมิตรเราเราก็รับ ว่างๆก็ได้ฟังได้อ่านความคิดอันหลากหลายของคน คนดี คนไม่รู้จักกาลเทศะ คำพูดคำจาจะบ่งบอกยี่ห้อเองแหละ...เราก็เล่นนะFb. นี่ ตอนแรกหลานสมัครให้เป็นเพื่อนกับกลุ่มเขา แล้วมันก็แตกแขนงเอง ส่วนใหญ่เราจะเจอแต่คำร้องขอเป็นเพื่อน เราก็ใช้วิธีพิจารณาตามที่บอก ก็ได้ใช้หลักของความเมตตาปรารถนาดีคุยๆกันไปกับคนที่อยากคุย ไม่อยากคุยก็แค่อ่านผ่านๆ แถมได้ข้อคิด...ได้เตือนตัวเอง ว่าอย่างนี้เราจะไม่ทำ จะไม่พูด..แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะซีเรียสมาก สมควรหยอกเอินก็หยอก แต่ก็ระมัดระวังมากเหมือนกัน 
....... แต่"พื้นที่ตรงนี้" เราก็ลืมคิดนะ วางใจเกินไป ที่จริงเราก็พูดกันอยู่สองคน ยังกับอีเมล์ ไม่รู้ว่าใครจะมาอ่านบ้าง บางทีก็อยากลบออกบางส่วน (ถ้าปิยมิตรเห็นสมควรก็ลบได้เลยนะ เราจะไว้วางใจเพื่อน เห็นอย่างไรเราก็จะเห็นด้วย เราน่ะลบไม่เป็นครับ)
“มหาปิยมิตร” เช่นท่าน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-22 23:34:24
 
ยังลบข้อความไม่เป็น….. 
 
แล้ว “ปิยมิตร” อย่างเราจะลบเป็นได้อย่างไรล่ะครับท่านคร้าบ..! 
 
แล้วทีนี้....เราจะไปขอร้องให้ใครช่วยดีล่ะครับแบบนี้... 
จะว่าไปแล้ว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-22 23:36:47
 
ทุกข้อความของท่านเราก็พอใจมากอยู่แล้ว... 
อ่านแล้วอ่านอีกไม่เคยเบื่อ...และยิ้มได้ทุกเมื่อที่อ่าน 
 
แต่ข้อความของท่านในวันนี้.... 
ช่างโดนใจเด็กโจ๋…อย่างเราสุด ๆ  
เดี๋ยวจะออกไปซิ่งเป็นเด็กแว้น ! ซะหน่อย ให้มันส์สะใจ 
 
...................ไปด้วยกันมั๊ยล่ะ.................... 
อย่ากังวลไปเลยนะครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-22 23:44:08
 
เราจะนอนแล้ว...วันนี้นอนดึก...พรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานอีก... 
 
ท่านก็จงได้พักผ่อน...นอนหลับฝันดี...คิดถึงมากมายเหมือนเดิมครับผม ! 
 
.................................ราตรีสวัสดิ์............................... 
www.arunsawat.com
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-23 18:50:04
เราได้เข้าไปดูแล้วครับ แต่หาไม่เจอรายการที่ท่านว่า 
คงเป็นเพราะเรากำลังตาลายอยู่ก็เป็นได้... 
 
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะครับ 
เพียงเราได้รู้ว่า “มิตรแท้ของเรา” ใส่ใจเรามากขนาดนี้ 
เราก็สุขใจยิ่งกว่าได้ฟังเพลงแล้วล่ะ... 
 
แต่เราก็ได้พบข้อความที่ถูกใจครับ... 
“สิ่งธรรมดา คือ สิ่งพิเศษ” 
“ปาฎิหาริย์ ไม่ใช่การเดินบนน้ำ หรือบินอยู่บนอากาศ 
แต่ปาฎิหาริย์คือ การเดินอยู่บนผืนดิน และมีความสุขในทุกย่างก้าว” 
 
ถูกใจเราจริง ๆ เลย....ขอขอบพระคุณเจ้าของข้อความนี้มากครับผม 
เป็นครั้งแรกที่เราได้เข้ามาดูเว๊ปนี้...มีเวลาก็จะเข้ามาดูอีก...น่าจะมีสิ่งดี ๆ มากมาย... 
 
.......................ขอขอบพระคุณ “มิตรแท้ของเรา” มากครับผม.......................... 
เสียดาย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-23 18:59:06
ช่วงเช้าเราไปต่างจังหวัด ฟังดูเหมือนไกล 
แต่ไม่ไกลนัก เป็นอำเภอเล็ก ๆ ที่ติดกับจังหวัดเรา 
เป็นดินแดนที่ให้กำเนิดวีรบุรุษ และประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้ 
ไปกันทั้งหมดห้าคนครับ ตลอดไป-กลับเราก็ร้อนจังเลย 
เราก็เลยถามเพื่อนว่ารถคันนี้ชองหลวงหรือของส่วนตัว 
เพื่อนก็บอกว่ารถหลวงสิ...เราก็ว่า อ๋อ ! มิน่าล่ะ แอร์ถึงได้อุ่น ๆ  
(...เพราะเป็นรถเจ้านายจากทางไกลมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่นี้...) 
เจ้าของรถท่านได้ยินก็ว่า เอ้า ! ไม่ได้เปิดแอร์หรอกเหรอข้างหลังน่ะ 
เพื่อนก็เลยว่า “ผมจะเปิดทำไมล่ะครับ...ก็ผมหนาว” 
ท่านก็เลยว่า “ดูสิ...ทำให้เสียชื่อหมดเลย... ปล่อยให้(เรา)ร้อนได้ไง” 
ก็เป็นการเดินทางที่สบาย ๆ ครับ เพราะเจ้านายก็คุยกันแต่เรื่องผ่อนคลาย 
.............................เราก็เลยสบายใจ.................................... 
ตอนแรกท่านบอกว่าเสร็จภารกิจท่านจะพาไปไหว้พระที่อยู่อีกอำเภอห นึ่ง 
แต่ก็ต้องเปลี่ยน....เพราะท่านต้องรีบเดินทางต่อให้ทันเหตุการณ์…ในอีกจังหวัดหนึ่ง 
......เป็นเจ้านายนี่ก็ลำบากเหมือนกันนะ....บางครั้งก็ต้องเดินทางไกล ๆ .... 
.......เราก็เลยรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจัง.......ที่ไม่ได้เป็นเจ้านาย......... 
 
...........แต่เรารู้เสียดายที่ไม่ได้ไปวัด....ใจเราน่ะไปถึงวัดแล้วล่ะ................. 
......นี่ก็คิดถึงแต่ความสุขส่วนตัว....ไม่ค่อยจะนึกถึงส่วนรวมเลยนะเรา.............นิสัย !! อีกแล้วครับท่านครับ. 
เป็นอย่างไรบ้างครับ.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-23 19:06:02
พอจะสบายใจขึ้นบ้างไหม.... 
เราต้องกราบขออภัยที่ทำให้ท่านกังวลอีกแล้ว 
 
เราเป็นห่วงท่านมากนะครับ... 
โรคประจำตัวของท่านก็มี.....แล้วยังมีโรคต้องเจ็บตัวอีก... 
และเราก็หวังเหลือเกินว่าท่านคงจะไม่มีโรคเจ็บใจตามมานะครับผม... 
 
....ท่านต้องดูแลตัวเองให้ดี ๆ นะครับ.......เราเป็นห่วงท่านมากที่สุด.... 
MY FRIEND.....I'M ALIVE.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-24 21:42:17
“MAHAPIYAMIT”… ARE YOU TIRED ? 
 
I'M TIRED.!!!
ปิยมิตร..คนดี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-25 05:35:16
ฝนตก ร้อนชื้น สุขภาพมักเหนื่อย พ่นยาบ่อย 
...แต่วันนี้เช้าก็สดชื่นดี 
พร้อมจะไปใส่บาตรแล้วครับ ป๊ะ..ไปทำบุญวันพระด้วยกัน 
เดี๋ยวเราอธิษฐานขอให้ปิยมิตรของเราจงสดชื่นแข็งแรง ครับผม
“วันพระ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-25 07:12:29
ชีวิตนี้จักสวัสดี และชีวิตข้างหน้าก็จักสวัสดีได้ 
ถ้ามือแห่งกรรมร้ายไม่เอื้อมมาถึงเสียก่อน 
 
มือแห่งกรรมร้ายใด ๆ ก็จะเอื้อมมาถึงไม่ได้ 
ถ้าชีวิตนี้วิ่งหนีได้เร็วกว่า 
 
และการจะวิ่งหนีให้เร็วกว่ามือแห่งกรรมนั้น 
จะต้องอาศัยกำลังบุญกุศลคุณงามความดีเป็นอันมาก และสม่ำเสมอ 
 
กำลังความสามารถในการวิ่งหนีมือแห่งกรรมชั่ว กรรมร้าย 
 
......คือ การทำดีพร้อมทั้งกายวาจาใจ ทุกเวลา.... 
 
....สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก….  
“ผู้มีสติ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-25 07:24:18
ระวังไม่ทำความไม่ดีทั้งกายวาจาใจได้ยิ่งกว่าผู้อื่น 
คือ ผู้มีกตัญญูกตเวทีอันเป็นธรรมสำคัญ 
 
ธรรมที่จะทำคนให้เป็นคนดี มีความห่วงใยปรารถนาจะ…. 
 
.... “ระวังรักษาผู้มีพระคุณไม่ให้ต้องเสียทั้งชื่อเสียงและไม่ต้องเ สียทั้งน้ำใจ”.... 
 
....สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก….  
“ผู้มีกตัญญูกตเวที”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-25 07:29:14
จึงเป็นผู้มีธรรมเครื่องคุ้มครองให้สวัสดี 
 
เครื่องคุ้มครองให้สวัสดีก็คือ คุ้มครองไม่ให้ทำความไม่ดี 
 
คุ้มครองให้ทำแต่ความดี ทั้งกายวาจาใจ ทุกเวลา 
 
....สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก…. 
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-25 07:31:41
 
อาตมารู้สึกหิวแล้ว....อยากทานข้าวก่ำ ! 
วันนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-25 20:18:04
เราสบาย ๆ ผ่อนคลายเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้เดินทางไกล 
ตอนเย็นอากาศดี เราก็ไปปั่นจักรยาน เป็นวันแรกที่เริ่มปั่น 
หลังจากฝนฟ้าไม่อำนวย และก็เหนื่อยเพลียมาหลายวัน  
 
เมื่อวานนี้ก็เดินทางทั้งวันครับ เป้าหมายสี่อำเภอในจังหวัดอื่น 
ไปกันสามคน เราก็เลยได้โอกาสยึดที่นั่งข้างหลังคนเดียว 
นอนยาวเลยครับ แต่ก็ยังได้ยินสองคนข้างหน้าคุยกันอย่างขบขันว่า 
“ดูสิ !..พามาดู มารู้ มาจำ แล้วก็มานอนไปนอนมาแบบนี้ จะรู้เรื่องอะไรไหมนี่” 
ช่างเถอะ! เรามาถ่ายรูปอย่างเดียว...ข้าน้อยขอนอน !! 
แล้วเจ้านายก็มีน้ำใจพาเราเลยไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่เราด้วยนะ...ปลื้มสิครับแบบนี้ 
กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบหกโมงเย็น....ก็เลยเหนื่อย...... 
 
พอมาวันนี้เราสดชื่นแล้วครับ ก็เพราะได้พักผ่อน 
และที่สำคัญ “มหาปิยมิตรของเรา” ได้ทำบุญใส่บาตร 
แล้วอธิษฐานให้เราสดชื่นแข็งแรง....สำเร็จผลเรียบร้อยแล้วครับผม.... 
 
.....ข้าน้อยขอขอบพระคุณท่านอย่างที่สุด...... 
เป็นอย่างไรบ้างครับ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-25 21:12:11
หนังสือที่ระลึก องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน 
ท่านได้ตรวจทานเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยังครับ  
ปิยมิตรก็อยากร่วมทำบุญด้วยเหมือนกัน... 
แต่ไม่ทราบว่าจะเอาเงินไปฝากไว้ที่เซเว่นสาขาไหนดี 
 
ช่วงนี้ขอท่านจงอย่าได้กังวลเรื่องส่งข้อความถึงเรา 
เรารู้ว่าท่านคงจะมีงานยุ่งยากมากมาย 
เราจะส่งข้อความมารบกวนท่านเองครับ 
 
ท่านก็จงได้พักผ่อน....หลับฝันดี.....ราตรีสวัสดิ์ครับผม..... 
ช่วยเป็นบางตอน..ไม่ใช่ทั้งเล่มครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-26 05:56:35
*พฤหัสฯ วันครู เชิดชูเพื่อน 
เปรียบเสมือน เป็นครู รู้ทุกสิ่ง 
ให้พระธรรม นำสุขสันต์ มั่นความจริง 
เพื่อนเป็นมิ่ง ปิยมิตร จิตอาทร 
*อบอุ่นใจ ดั่งใกล้ แม้ไกลพ้น 
มีกมล ห่วงใย ในทุกข์ร้อน 
ชีวิตนี้ มีคุณค่า ไม่อาวรณ์ 
แม้พักผ่อน ปิดตา นิทราเปรม 
*ปิติสุข เบิกบาน สราญรื่น 
มีวันคืน แสนงาม สุขเกษม 
นี่ล่ะคือ โอสถทิพย์ ให้อิ่มเอม 
ใจดุจเหม เอมอุ่น ละมุนทรวง*
เยี่ยมที่สุด !
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-26 12:28:15
เพราะท่านคือครูของเรา..... 
ท่านถึงแต่งกลอนได้ไพเราะมีคุณค่า มีความหมาย เช่นนี้ 
ดูสิ..! ถึงท่านจะทุกข์กายทุกข์ใจถึงเพียงนี้ ท่านก็ยังแต่งกลอนได้ไพเราะ 
แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่มั่นคง แข็งแกร่ง ไม่หวั่นไหว ของท่านได้เป็นอย่างดี 
 
หลายวันมานี้ เราพยายามแต่งกลอน หวังให้ท่านได้ผ่อนคลาย 
แต่ก็ไม่สามารถแต่งกลอนได้เลย ทั้ง ๆ ที่เราก็คิดว่าตัวเองปกติดีอยู่ 
แต่ความจริงแล้วจิตใจไม่เป็นปกตินั่นเอง.... 
 
เมื่อก่อน...เราไม่สนใจรับรู้ความรู้สึกของใคร... 
คิดเพียงว่า ดำเนินชีวิตของเราไป ไม่ให้ใครเดือดร้อนก็พอ 
ใครมาทำให้เราไม่พอใจ....เราก็จะไม่ใส่ใจอีกเลย...เสียเวลา... 
 
จะเห็นได้ว่าแรก ๆ เราก็จะมีอาการงอแง ง้องแง้ง ใจไม่สู้หรอก 
แต่พอท่านแสดงให้เราเห็นถึง “ความใจเย็นของท่าน” 
ทำให้เรารู้สึกว่าท่านช่างมั่นคง ไม่หวั่นไหว แข็งแกร่งดั่งภูผา 
 
ทำให้เราอยากจะเป็นอย่างท่านบ้าง.....จึงคิดว่าเราต้องฝึกใจแล้ว... 
แรก ๆ ยอมรับว่าฝืนตัวเองมากกับการที่ต้องมารอ มาง้อท่าน.. 
แต่เดี๋ยวนี้เราก็พอใจตัวเองพอสมควร...ถึงจะไม่แข็งแกร่งเท่าท่าน 
แต่เราก็พอใจแล้ว ทุกวันนี้มีแต่รู้สึกอยากทำให้เพื่อน ให้ทุกคนสบายใจ 
“อยากปกป้อง อยากดูแลรักษา”......ฟังดูแล้วก็คงน่าขำ......มดตัวเล็ก ๆ อย่างเรา 
จะไปคุ้มครองดูแลช้างตัวใหญ่ ๆ ได้อย่างไร .......จริงมั๊ยครับ ?  
 
ไม่เป็นไร.....เรามีกำลังแค่ไหนเราก็ทำเท่านั้น 
เราจะทำเพื่อ..”มิตรแท้ของเรา”....และเพื่อพิสูจน์ใจของตัวเอง...ว่าจะซักแค่ไหน ? 
 
..วันนี้....เราขอคารวะท่าน...ผู้เป็นอาจารย์ของเรา...เป็นผู้นำแสงสว่างมาให้เราได้เห็นคุณค่าของชีวิต.... 
บางครั้ง.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-26 12:31:55
คำพูดเพียงประโยคเดียว.... 
สามารถเปลี่ยนแปลงคน......ให้มีชีวิตที่ดีได้...... 
 
เรา...ไม่ใช่คนดีเลิศ...เป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป....จึงไม่กล้าที่จะไปแนะนำใครได้... 
แต่ถ้าเราสามารถ....ให้สิ่งที่ดีแก่คนอื่นได้...และเขาเห็นคุณค่า... 
นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง....เราก็พอใจที่สุดแล้ว.... 
 
……………………………………… 
 
“มหาปิยมิตรของเรา”.... 
ท่านเป็นผู้มีคนเคารพรัก...เชื่อถือศรัทธา....มีความดีสมบูรณ์อยู่แล้ว 
จึงไม่ยาก........ที่จะเป็นผู้นำทางสว่างสดใสให้แก่ชีวิตใคร ๆ ได้ 
 
............เราเป็นเพียง....”กำลังใจเล็กน้อย”...เท่านั้นครับ.......... 
บางตอน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-26 19:46:17
ปิยมิตร ชมกันมากจัง จะวางตัวลำบากนะ 
.....หน้าที่ตรวจทานของเราไปได้95เปอร์เซ็นต์ ครับ บางทีก็ต้องแก้สำนวนแก้ประโยค สบายหน่อยเพราะไม่เยอะ... เราก็มีความสุขนะเพราะได้เอิบอิ่มเป็นมงคลที่ได้จดจ่ออยู่กับเก ร็ดความรู้เกี่ยวกับองค์หลวงตา... 
... เราขอยกตัวอย่างให้ฟังเป็นบางช่วง บางตอนนะครับ 
เกี่ยวกับชาติกำเนิด เราตั้งหัวข้อว่า  
กำเนิดพระสุคโต 
.....ครั้งหนึ่งหลวงตาเคยเทศน์สอนไว้ว่า "เราเกิดมาแบบโลกเขาเกิดกัน แต่เราจะปฏิบัติธรรมและตายแบบธรรมครองใจ".................................................................. 
........ตอน สู้ไม่ถอย 
แม้ว่าหลวงตาจะบวชอย่างไม่เต็มใจ ทว่าหลังจากท่านได้อ่านพุทธประวัติ ประวัติของพุทธสาวก และได้ทราบว่าทุกๆองค์ต้อผ่านความยากลำบากนานาประการกว่าจะบรรล ุธรรม หลวงตาก็เกิดความศรัทธาและปรารถนาที่จะไปให้ถึงซึ่งนิพพานให้จง ได้ 
เมื่อสอบได้นักธรรมเอกหรือเปรียญธรรม3ประโยคแล้ว ท่านจึงได้มาจำพรรษากับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เพื่อภาวนาอย่างเต็มตัว ตั้งแต่ฝากตัวเป็นศิษย์ หลวงตาก็ปฏิบัติตามคำสอนของหลวงปู่มั่นอย่างเคร่งครัด........... 
.....ในปีที่สองของการปฏิบัติกับหลวงปู่มั่น เพื่อให้จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ หลวงตาจึงตั้งใจนั่งสมาธิตลอดคืนโดยไม่ขยับตัวเลย ถึงจะปวดหนักปวดเบาอย่างไร หรือปวดเมื่อยแค่ไหน ก็ขอยอมตาย แต่ไม่ยอมขยับ ซึ่งปรากฏว่าท่านไม่ได้ปวดหนักปวดเบาแต่อย่างใด แต่กลับเหงื่อออกทั้งตัวจนจีวรเปียกชุ่ม ซึ่งคนอีสานเรียกอาการนี้ว่า"ยางตาย" การนั่งสมาธินานๆทำให้ก้นของท่านแตก น้ำเหลืองไหลเลอะสบง แต่ท่านก็สามารถนำความทุกข์ที่ประสบมาพิจารณาจนได้สมาธิอย่างที ่หวัง.......................... 
......เป็นที่ทราบกันดีว่า หลวงตาเคารพบูชาหลวงปู่มั่นอย่างสุดหัวใจและเรียกท่านว่า "พ่อแม่ครูอาจารยืมั่น"ทุกคำ หลวงตามีโอกาสแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อ"พ่อแม่ครูอาจารย์"ของท่านด้วยการอุปัฏฐากหลวงปู่มั่นในยามอาพาธครั้งสุดท้าย เช่น เวลาอากาศเย็น หลวงตาจะใช้สำลีกว้านเสลดออกให้ คืนไหนที่หลวงปู่ไม่นอน ท่านก็ไม่ยอมนอน หรือตอนขับถ่าย ท่านก็ให้หลวงปู่ถ่ายใส่มือเพื่อให้สะดวกแก่ผู่ป่วยมากที่สุด 
....................................................................... 
หลวงตากับสไตล์การเทศน์เฉพาะตัว 
ผู้คนมักเปรียบเทียบว่ายามหลวงตาแสดงธรรมเหมือนกับพญาราชสีห์กำ ลังบันลือสีหนาท เพราะหลวงตามีสไตล์การเทศน์ที่องอาจ แหลมคม และมักจะมีถ้อยคำเผ็ดร้อนทำให้ผู้ฟังขนลุกจนต้องหันกลับมาดูตัว เองโดยด่วน...... 
........................................................................ 
ช่วงนี้เราก็เลยอิ่มกับบุญ ซาบซึ้งดื่มด่ำกับเรื่องของหลวงตา และต้องใช้สมาธิตั้งใจทำหน้าที่ให้เรียบร้อยที่สุด เราจึงไม่ได้พูดอะไรนัก ติดสมาธิในการอ่าน สุขสงบต่อการได้อ่าน... ซึ่ง"ปิยมิตร"ของเราก็แสนดี ปฏิบัติต่อเราถูกกับกาลเวลาพอดี เป็นการส่งเสริมสนับสนุนเราดีแท้...แม้หากว่าเราจะได้รับผลบุญในการนี้ เราต้องขอแบ่งปันมาเผื่อท่านด้วย ที่ได้ช่วยส่งเสริมกัน
ความประทับใจ ต่อองค์หลวงตา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-26 19:58:57
เราประทับใจในความองอาจกล้าหาญเสียสละของท่าน 
หลวงตาเป็นคนยิ่งใหญ่มาก มีทั้งความสามารถ สติปัญญามีบุญบารมีมากเหลือเกิน 
สำหรับคนที่ไม่เคยรู้ประวัติของหลวงตาจะคิดว่าท่านเป็นพระที่ศั กดิ์สิทธิ์ก็ได้ เพราะท่านมหาการุณิโก นาโถ จริงๆ ท่านคิดเพื่อประเทศชาติ เพื่อสังคม เพื่อส่วนรวมมาตลอด ด้วยเหตุนี้ใครที่น้อมจิตถึงท่าน ความศักดิ์สิทธิ์และความขลังอาจเกิดขึ้นได้ แต่ถ้ารู้ประวัติ รู้ถึงคุณธรรมของหลวงตา ก็จะได้เห็นความกล้าหาญและความเสียสละของท่าน
เราคงต้องเตรียมตัว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-26 20:02:40
 
เพื่อไปงานบวช “มหาปิยมิตรของเรา” แล้วล่ะ 
 
จะได้เป็นการส่งเสริมสนับสนุนท่านให้ถึงที่สุด..... 
 
................ข้าน้อยขออนุโมทนา.................. 
เดือนหน้า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-26 20:08:25
เราคงได้กลับมาสู่อาการปกติธรรมดา  
อาจร้องเพลง เล่นหัว ติงต๊องเปลี่ยนบรรยากาศ นะครับ 
เวลานี้อาจเคร่งสักนิดนึง...รับทราบนะครับ!
"ความองอาจกล้าหาญ"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-26 20:26:44
 
หากผู้ใดเชื่อมั่นว่าตัวเองได้ทำความดีต่อตนดีแล้ว 
 
และได้ทำความดีให้แก่สังคมด้วยความเสียสละ.. 
 
เพื่อให้ผู้อื่นได้รับสิ่งที่ดี.....ด้วยความบริสุทธิ์ใจ 
 
ผู้นั้นก็จะไม่มีความเกรงกลัวต่อสิ่งใด....... 
 
ใช่เลย.... “มหาปิยมิตรของเรา”....นี่แหละ !!! 
 
 
.....อาตมาปิยมิตร...ขอบอกครับท่านครับ.... 
“ปิยมิตร” รับทราบ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-26 20:44:54
มิเป็นไรมิได้ขอรับท่าน.....ปะเดี๋ยวปิยมิตรจะติงต๊องเอง 
 
เรื่องความไม่คงเส้นคงวานี่....ท่านต้องเชื่อใจเรานะ 
 
บางครั้งเราพูดเรื่องธรรมะอยู่ดี ๆ อยู่ ๆ เราก็ร้องรำทำเพลงขึ้นมาได้ 
 
เรื่องนี้ท่านโปรดวางใจ....รับรองว่าเราไม่ให้ท่านเหงาแน่นอน.... 
 
ที่ทำได้ทุกอย่างนี่มิได้หวังสิ่งใดเลย.....แค่อยากได้บุญเท่านั้นเองครับท่านครับ.... 
วันศุกร์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-27 12:31:00
.................*****................. 
...อันคนเราทุกคน ต่างเกิดมาควรพาพึ่งกัน 
มีไมตรีสัมพันธ์โลกนั้นสดใส 
จงมารวมกันเดินก้าวไป 
มุ่งสู่จุดหมายอนาคตเรา 
............... เวลานี้อยากให้ทุกคนได้ร้องเพลงนี้จัง 
"ใจประสานใจ" บ้านเมืองคงสันติสุขเนาะ
อารมณ์ดีจัง...เราก็มีเพลง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-27 12:48:41
เพลง..”ฟ้าโปรดชี้ทางสร้างโลกสู่ธรรม” 
 
โลกนี้มีเกิดดับสูญอย่างไร....ดินฟ้าจะสูงเท่าใด...น้อมใจสงบเท่าทัน 
เกิดเวียนหลงอยู่แสนนาน....ตื่นกลางความฝัน....สดับกลางจิตทันควัน  
ใจหวั่นแปรเปลี่ยนมั่นคง…..  
 
อุทิศจริงใจเพื่อเขาเวไนย....อดทนสู้หน้าเดินไป....น้ำตาบ้างยังไหลริน  
ใจหวังถางถาก....เคี่ยวกรำยอมล้างมลทิน....มุ่งมั่นบำเพ็ญทุกข์สิ้น  
สุขนี้ได้จากทุ่มเท …… 
 
ทุกครั้งอาบน้ำตาภายในจิต....ทำชีวิตด้วยจิตที่เข้มแข็งพอ... ศิษย์..อาจารย์ 
จะเดินหนทางยังรอ....มุ่งหวังโปรดเวไนยต่อ....โลกรอส่องแสงธรรมมา  
 
เรียกร้องจากตนเพื่อผองเวไนย....ฝ่าฟันให้คุณต่อไป.....ขอใจธรรมคู่กายา  
สำคัญจิตหนึ่ง....รู้ถึงคุณค่าเกิดมา...ชีพนี้หมายคืนที่มา...ปรารถนาบำเพ็ญเพียร  
 
โลกนี้วิกฤต....ใจผู้คนร้อน.....บำเพ็ญจิตนี้ดีก่อน....ถึงพายแล่นธรรมนาวา  
อาจารย์ยังอยู่....ดูศิษย์....บำเพ็ญก้าวหน้า.....ร่วมเสริมสร้างคุณแห่งฟ้า  
ขอกายาดั่งเสาคานธรรม……..  
 
ทุกครั้งตื่นตัว....ช่วยงานฟ้าเถิด...กลางถ้ำจิตเปิด....เลิศล้ำไล่ผองมารหนา  
หันมาบำเพ็ญ....ใจธรรมของตนเจิดจ้า.....ขอฟ้าโปรดชี้ช่วยหา  
ช่วยบอกทางสร้างโลกสู่ธรรม……………………………………….... 
 
................................................ประทานโดย พระอาจารย์จี้กง 
................................................ทำนอง เพลงแม่สาย ( คาราบาว ) 
เรากำลังหลับอย่างเป็นสุข...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-27 13:08:10
อยู่ ๆ ก็มีผู้สาดแสงไฟร้อนแรงมาที่เรา 
เราต้องตื่นขึ้นมา...พร้อมกับความเหนื่อยล้า 
และสงสัยว่า...เขาทำเพื่อสิ่งใด...ทำไมถึงทำเช่นนี้ ? 
 
ฟ้าดินโปรดเมตตา...โปรยปรายสายฝน... 
ดับแสงไฟเจิดจ้า...ที่ไม่น่าพิสมัยนี้...ด้วยเทอญ....... 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-27 13:11:08
ผู้เห็นคุณค่าของตัว.....จึงเห็นคุณค่าของผู้อื่น  
 
ว่ามีความรู้สึกเช่นเดียวกัน....ไม่เบียดเบียนทำลายกัน 
 
 
 
 
............................ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทต.ตเถร
ใครนะ..ที่บังอาจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-28 12:04:37
อยู่ๆ ก็มาสาดแสงไฟร้อนใส่ปิยมิตรของเรา 
นี่ถ้าแข็งแรง...เป็นซุปเปอร์แมน เราจะเหาะไปจัดการเดี๋ยวนี้! 
................................................................................ 
...ทำได้ตอนนี้ก็คือ ส่งกำลังใจที่เป็นสายธารไหลเย็นมาดับร้อนให้ที่ใจ...ขอให้"ใจเย็นๆ ใจดีๆ หาวิธีทานแสงจ้า" อย่าให้มันมาทำให้ใจรุ่มร้อนได้... ด้วยผลแห่งความดีที่ท่านได้ช่วยให้ธรรมะ มีจิตเมตตาเอื้ออารีส่งสนองให้ท่านได้สุขสงบร่มเย็นในใจ.....
มีแต่สิ่งดี ดี ให้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-28 12:32:43
***** 
ขวัญเอย.. 
ให้ขวัญดี มีสุข ในวันเสาร์ 
อย่าได้เอา สิ่งหม่นเคือง เรื่องสับสน 
หากร้อนรุ่ม กลุ้มใจ จงอดทน 
ค่อยผ่านพ้น สิ่งร้าย จะกลายดี 
***** 
....ให้กำลังใจตัวเอง คิดว่าได้ผล..แล้วก็มอบให้"ปิยมิตร" 
ด้วยความห่วงใย ครับผม
เราเป็นห่วงท่าน....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-28 15:08:24
กลัวว่าท่านจะเหาะลำบาก ยิ่งไม่สบายอยู่ด้วย 
 
เราก็เลยต้องรีบออกมายับยั้งท่านไว้ก่อน... 
 
อีกอย่าง กางเกงซุปเปอร์แมนเบอร์ XXL เราก็ยังเย็บไม่เสร็จ 
 
ถ้าจะเหาะก็ต้องรอสักแป๊บนึง....เราจะได้เหาะด้วย.... 
 
เหาะไปเที่ยวให้ทั่วท้องฟ้า....เป็นไงครับความคิดของเรา 
 
...................บรรเจิดดีมั๊ยละครับแบบนี้…………… 
“ช่างหัวมัน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-28 15:13:05
เราได้หาดูข้อความของ “มหาปิยมิตรของเรา” ที่ผ่านมา 
เผื่อจะพบข้อความที่ปลอบใจเรา.....ในยามไม่สบายใจ 
ใช่เลยครับ...เจอแล้ว....ท่านพูดเมื่อ 2010-12-08 15:07:26 
...............เราเอามาพูดหน้ากระจกดูแล้ว................. 
......รู้สึกว่าตัวเองเท่มากเลย....คำนี้แหละ.....”ช่างหัวมัน” !!! 
 
…………………………………………………. 
 
ข้อความของ “มหาปิยมิตรของเรา” เมื่อ 2010-12-08 15:07:26 
........“แต่ถึงจะอยู่ในสภาวะใด....เราก็ไม่กลัวหรอก 
.........จะทะนงองอาจในความดี ความสุจริต เป็นที่ตั้ง 
.........ยึดถือมั่นใจในที่พึ่งที่ระลึกอันเป็นมงคลชีวิตเท่านั้น 
.........สิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์ ก็จะบอกตัวเองง่ายๆว่า....”ช่างหัวมัน” 
 
.............................อมตะสุด ๆ ..........................  
เป็นหมูก็น่ารัก.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-28 15:25:35
 
ทำไมชอบให้เราเป็นเสือ... 
 
 
.....อาตมา...สับสน.... 
 
ก็ปิยมิตรพูดเอง..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-28 19:37:01
ที่มา.. เรื่องหมู กะ เสือ 
ก็เนื่องมาจากข้อความของท่านเมื่ิอ 2011-05-16 15.10.16 
ปิยมิตรว่า... 
...อะไรมาทำให้หมูอ้วนๆ กลายเป็นเสือไปได้... 
เราก็เลยเอามาพูดเสริมต่อไง ว่าท่านไปดุใครถึงจะเป็นเสือ 
ถ้าปิยมิตรสับสน เราก็เบลอแล้วล่ะคร้าบท่านครับ
โอ้ย ! จะเป็นลม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-28 20:16:05
เราเข้าใจผิดกันอีกแล้วนะครับท่านคร้าบ ! 
เราหมายถึงคนมาทำให้เราไม่สบายใจต่างหาก 
ที่ทำให้เรากลายเป็นเสือ....เราไม่ได้หมายถึงท่านเลยครับ.... 
....ดีจังเลยที่ท่านพูดมาแบบนี้....ไม่งั้นก็คงงอนกันไม่รู้จบ... 
 
......................ขวัญเอย....ขวัญมา.................
ฟังเพลงมาได้ชั่วโมงหนึ่งแล้ว....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-28 20:30:50
ก็เข้ามาดูว่าจะมีใครคิดถึงเราหรือเปล่าน๊า 
มีจริง ๆ ด้วย ...คนชอบเข้าใจเราผิดนี่เอง... 
 
วันนี้ญาติของเรามาทำธุระก็เลยแวะมาเยี่ยมเราที่บ้าน 
เราก็พาเขาไปไหว้พระที่วัดสองวัด... เขาก็เป็นคนธรรมะ 
มีเด็กมาด้วยสามคน เห็นเขาวิ่งไล่จับนกที่ลานวัดแล้วสบายใจ 
และเราก็หวังว่าท่านคงสบายใจด้วยเช่นกันในเวลานี้ 
 
..............ส่วนเราน่ะ....สบายใจหายห่วง......... 
ขออนุญาตครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-28 20:47:04
เพื่อที่เราจะได้ไม่ลืมหน้าที่และความตั้งใจในจุดมุ่งหมาย... 
และเป็นช่วงที่ท่านได้ทุ่มเทเพื่อเผยแผ่พระธรรมคำสอน 
และเราจะได้ส่งเสริมสนับสนุนท่านให้สำเร็จยิ่ง ๆ ขึ้น.... 
 
********************************* 
 
“เวลา...เป็นสิ่งเดียวในโลก....ที่ทุกคนได้รับเสมอกัน 
ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันเลยแม้แต่คนเดียว 
แต่ ใครจะใช้เวลาในแต่ละวินาที อย่างมีค่า และคุ้มค่ากว่ากัน นี่แหละ เป็นเรื่องน่าคิด” 
 
......................................................................................พระธรรมสิงหบุราจารย์ 
ถึงจะอยู่ในช่วงเคร่งครัด.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-28 21:05:10
แต่ก็น่าจะฟังเพลงได้อยู่นะครับท่านคร้าบ... 
วันนี้ “คนฟังเพลง” ขออนุญาตนำเสนอเพลง 
ให้ท่าน “ดีเจในดวงใจ” ได้รับฟังก่อนนอน 
เพื่อผ่อนคลายหายกังวล......นี่เลยคร้าบ.... 
 
...... “เพื่อนแท้” ของวง HOPE……… 
ปิยมิตร
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-29 09:31:26
งานตรวจทานเอกสารเราเสร็จสิ้นแล้วล่ะ 
เมื่อเช้านี้ สักแปดโมง  
สักเที่ยงวันเพื่อนเขาก็มาเอาเป็นธุระต่อ.. 
......................................................... 
ส่วนเราก็คจะได้ดูต้นไม้ไปเอาใจใส่เขาหน่อย 
เพราะไม่เดินร้องเพลงเล่นกับต้นไม้หลายวันแล้ว 
ไปติงต๊องกับต้นไม้ดอกไม้ก่อน ค่อยมาติงต๊องกับบางคน 
อ้อ! ต้นเดือนนี้ เราก็คงพบหมอตามนัดอาจไม่ได้คุยด้วยสักสองสามวัน ต้องขึ้นเขียงเอาเหล็กออก คงระบมแผล 
ระยะนึง ถึงไม่ได้เอาปากพูดคุยกันแต่ก็คงอารมณ์บ่อจอย 
เราชั่งน้ำหนักล่าสุดลงไปสามกิโลเลย เสื้อผ้าหลวมไปหลายชุด เดี๋ยวจะต้องกินทุเรียน บัวลอย กล้วยบวชชี แกงกะทิสายบัว บวชฟักทอง บวชมัน เยอะๆ ภายในหนึ่งเดือนให้น้ำหนักเพิ่มเท่าทุนให้ได้...ตอนนี้โหวงเหวงเบาตัวยังไงชอบกล ...ก็เดือนฝ่าๆ ที่ทานได้แต่อาหารอ่อนๆเหลวๆ โด๊บยังไงก็สู้ทานข้าวเป็นเม็ดทานกับเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้เนาะ ...เชื่อเลยว่าคนโมโหหิวน่ะเป็นยังไง 
...นี่ งานเสร็จแล้ว เราก็เลยบอกความอึดอัด ทนอดให้ฟัง 
...แล้วอารมณ์ก็ดีขึ้นมากเลย...ขอบคุณนะที่เป็น"เพื่อนแท้" กัน.... 
เราจะพักผ่อนสายตาก่อน แล้วจะมาคุยด้วยนะตอนค่ำๆ
เราเบลอยังไม่หายเลยนะนี่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-29 09:37:48
พูดไปด้าย ว่าต้นเดือนนี้.. เปลี่ยนเป็น ต้นเดือนหน้านะครับ 
ที่จะไปพบหมอน่ะ... ต้องท่องแล้ว สติ สติ สติ...
เราเบลอยังไม่หายเลยนะนี่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-29 09:40:52
พูดไปด้าย ว่าต้นเดือนนี้.. เปลี่ยนเป็น ต้นเดือนหน้านะครับ 
ที่จะไปพบหมอน่ะ... ต้องท่องแล้ว สติ สติ สติ...
เรากำลังอ่านสมุดบันทึกเก่า ๆ อยู่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-29 10:00:41
ท่านมาพูดรายการอาหารให้เราฟังแบบนี้....ทำให้เราหิวอีกแล้ว... 
 
เดี๋ยวจะออกไปหาซื้อมารับประทาน...อย่างน้อยได้ข้าวเหนียวทุเรียนก็ยังดี 
 
ราดหน้าด้วยบัวลอยหลากสี แล้วก็กล้วยบวชชี...โอ้ย ! สุดยอดฮ่ะ! 
“สัจธรรมแห่งชีวิต”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-29 10:04:47
ดวงตะวัน...ยังรู้หาย...เมื่อคลายร้อน 
ศศิธร...ยังรู้ดับ...ลับเหลี่ยมเขา 
อันความสุข...ใช่จีรัง...ยังเสื่อมเซา 
เมื่อแดดเผา...แล้วก็หาย...กลายเป็นเย็น 
 
อันทรัพย์สิน...มีไว้...ใช่จะมั่น 
อาจมีวัน...ย่อยยับ...ต้องดับเข็ญ 
ถึงบุญหนัก...ศักดิ์ใหญ่...อย่าใจเย็น 
อาจกลับเป็น...คนรับใช้...ได้เหมือนกัน... 
 
**************************** 
 
เป็นบทกลอนของเจ้านายระดับสูง ที่ห่วงใยปรารถนาดี 
ที่จะสร้างความเข้มแข็งในจิตใจและในทุกสิ่ง 
 
**************************** 
 
เราเคยพูดบทกลอนนี้ ก่อนทักทายผู้มีเกียรติ เราถือว่าชาวบ้านคือผู้มีเกียรติ 
เพราะท่านเหล่านั้น ได้เสียสละ ให้ความร่วมมือ ด้วยความจริงใจ 
แม้ว่าจะห่างหายมานานมาก...แต่เราก็ยังระลึกถึงอยู่เสมอ.... 
 
...........(สัจธรรม หมายถึง ความเป็นจริงตามธรรมชาติ)............... 
จากสมุดบันทึกเล่มเก่า.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-29 10:07:35
เขามีส่วน...เลวบ้าง...ช่างหัวเขา 
จงเลือกเอา...ส่วนดี...เขามีอยู่ 
เป็นประโยชน์...โลกบ้าง...ยังน่าดู 
ส่วนที่ชั่ว...อย่าไปรู้...ของเขาเลย 
 
จะหาคน...มีดี...โดยส่วนเดียว 
อย่ามั่วเที่ยว...ค้นหา...สหายเอ๋ย 
เหมือนเที่ยวหา...หนวดเต่า...ตายเปล่าเอย... 
ฝึกให้เคย...มองแต่ดี...มีคุณจริง 
 
********************* 
 
กราบขออภัย...ที่เราไม่ได้บันทึกไว้ว่าผู้ใดแต่ง...เราเห็นว่ามีประโยชน์มาก 
จึงขออนุญาตนำมาไว้ ณ ที่นี่.....เพื่อจะได้เตือนใจเราอยู่เสมอ..... 
 
.............................................................................เพราะเราไม่เลิศล้ำ 
ของเก่ามีคุณค่า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-29 20:52:35
สมุดเก่า หนังสือเก่า...ที่มีการบันทึกเรื่องราว สิ่งดีๆไว้ ก็จะมีคุณค่ามากแก่คนที่ชอบสังเกต มีความถี่ถ้วนมากเท่าไหร่ก็จะเก็บเกี่ยวเอาคติข้อคิด ได้ประโยชน์มากจากของเก่าเหล่านั้น 
...แม้แต่คนเก่าแก่.. ก็จะสะสมเรื่องราวประสบการณ์ไว้มากหากลูกหลานรู้คุณค่า เห็นความสำคัญก็จะได้รับประสบการณ์ แง่คิดจากท่านมากมาย... 
...เราดีใจที่ปิยมิตรของเราเป็นคนที่มองเห็นคุณค่าสิ่งดังกล่าว 
เราเองก็ชอบเก็บ สมุดหนังสือเก่าไว้เยอะ โดยเฉพาะสมุดบันทึกหรือไดอารี เราจะมีไว้ทุกปี ยิ่งสมัยยังไม่ได้ใช้คอมฯ ก็จะมีมาก ทุกวันนี้ก็ยังสะสมไดอารีสองสามปีย้อนหลังไว้ ที่บันทึกเรื่องสำคัญประจำวันไว้...เมื่อมีเวลากลับไปอ่านย้อนดู ก็จะได้ทบทวน ได้แก้ไขนิสัยของตัวเอง หรือระวังไม่ให้เกิดอารมณ์แบบนั้น เรื่องราวแบบนั้น ตามบันทึก...ก็ทำให้เราเอาประสบการณ์ในอดีตเป็นครู เป็นบทเรียนได้เหมือนกันนะ 
........ส่วน คำประพันธ์ข้างบน ที่ปิยมิตรจำนามผู้แต่งไม่ได้ เป็นธรรมของท่านพุทธทาสครับ ให้มองคนในแง่ดี จะได้ไม่อคติ ได้ทั้งข้อเมตตา และลดโลภ โกรธ หลง ...แล้วก็จะได้แต่สิ่งดีๆมอบให้กัน
เพื่อนที่มีค่า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-29 21:01:12
ปิยมิตร 
ท่านเป็นเพื่อนที่น่ารัก มีค่าต่อเรามากนัก 
แม้ว่าท่านจะบอกว่าตัวเองไม่เลิศล้ำ... 
แต่ ณ วันนี้.. ท่านมีค่า"ล้ำเลิศ ในความเป็นมิตรอย่างที่สุด"แล้วครับ ที่เอาใจใส่ เอื้ออาทรกัน เพียงเท่านี้ก็มากพอสำหรับความล้ำเลิศในความเป็นมิตรแล้วครับ 
............... ในยามหลับ ก็ขอให้เอมอิ่มหลับสบายใจ... 
............... ในยามตื่น ก็ขอให้ตื่นด้วยเบิกบาน ผ่องใสในความดีมีน้ำใจ...เริ่มตั้งแต่คืนนี้เลย นะครับผม
ขอขอบพระคุณ "มิตรแท้"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-29 22:28:52
 
เราเคยพูดว่าเราไม่คุ้นเคยกับคำชม 
 
ท่านมาชมให้เราเขินจนพูดไม่ออกแล้ว 
 
ข้าน้อยขออนุญาตนอนหลับสบายก่อนดีกว่า 
 
...............ราตรีสวัสดิ์ครับผม............ 
ถนนสายแสงตะวัน….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-31 18:46:45
บ่อยครั้งที่ฉันเคว้งคว้าง...เดินไป...ท่ามกลางผู้คน 
สั่งให้เท้าสองเท้านั้น...ก้าวไป...อย่างเหนื่อยล้า 
มีแต่ความคิดท้อแท้ในใจ...กับเกมชีวิต...และโชคชะตา 
กับปัญหา...ที่ฉันไม่คิด....จะสู้ต่อไป 
แต่ฉันบังเอิญ...มองไปไปเจอ...ภาพชายผู้หนึ่ง 
ที่วันนี้...สองขาของเขา...โดนตัดขาดหาย 
ชายหนุ่มคนนั้น...เขาใช้...ขาเทียม 
ผลักดันชีวิต...ของเขา...ให้ก้าวไป 
 
กลับทำให้ฉัน...ค้นพบว่าฉัน...ไม่ได้อ้างว้างเดียวดายต่อไป 
ยังมีผู้คนมากมาย...ที่เขาต้องดิ้นรน...ยิ่งกว่าฉัน 
และความหวัง...ที่พวกเขามี...มันเหมือนแสงของตะวัน 
ที่จะเป็นแรงใจ...ให้ฉัน...ยังคงก้าวไป 
ชายชราคนหนึ่ง...นั่งลง...ที่ตรงข้างทาง 
หยิบเอาของไร้ค่า....เสื้อผ้าเก่าๆ....มาขาย 
ภาพเด็กผู้หญิงน้อยๆ คนหนึ่ง...หยุดยืนข้างรถ....ร้องขายมาลัย 
ซ่อนความหวังน้อยๆ....นั้นไว้....ใต้เงาหมอกควัน 
 
กลับทำให้ฉันค้นพบ....ว่าฉันไม่ได้อ้างว้าง....เดียวดายต่อไป 
ยังมีผู้คนมากมาย....ที่เขาต้องดิ้นรน....ยิ่งกว่าฉัน 
และความหวัง...ที่พวกเขามี....มันเหมือนแสงของตะวัน 
ที่จะเป็นแรงใจ....ให้ฉัน....ยังคงก้าวไป 
ชายชราคนหนึ่ง....นั่งลง....ที่ตรงข้างทาง 
หยิบเอาของไร้ค่า....เสื้อผ้าเก่าๆ....มาขาย 
ภาพเด็กผู้หญิงน้อยๆ คนหนึ่ง....หยุดยืนข้างรถ.....ร้องขายมาลัย 
ซ่อนความหวังน้อยๆ.....นั้นไว้.....ใต้เงาหมอกควัน 
 
ทุกๆครั้ง....ที่เสียงหัวใจ....อ่อนลงทุกที 
ที่ถนนสายนี้....นัดฉันมา....บอกความหมาย 
ภาพจากถนนสายแสงตะวัน.....บอกเล่าให้ฉัน.....เห็นโลกที่เป็นไป 
ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิต....ฉันไว้....ไม่ให้หมดหวัง 
บอกให้ฉันได้รู้ว่า....ฉันยังคงมีหวัง.... 
และวันนี้...ฉันพร้อมจะลุกขึ้นสู้...อีกครั้ง 
 
…………………………………………………….เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ 
กว่าจะมีคนที่ดี ดี ซักคน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-31 19:54:49
ยอมอุทิศตน...เพื่อคน...ส่วนใหญ่  
กว่าจะเจอคนที่เราเห็น...ว่าเป็น...คนใช่  
ต้องรอนาน...เท่าใด...จึงได้มา 
 
แต่คนดี...ก็อยู่กับเรา...ไม่นาน  
โดนแรงเสียดทาน...โถมจน...พ่ายล้า  
ใครโง่ไม่เป็น...ใครเด่น...เกินไป  
ต้องโดนคนว่า...ทำถูกใจช้า...ยังด่าทอ  
 
ใช้คนดีเปลือง...ฝืดเคือง...คำชม  
โยนเรื่องทับถม...ถึงทน...ก็ท้อ  
เมื่อทำดียาก...ใครอยาก...จะทำดีต่อ  
ก่อนที่คนดีจะท้อ...จึงร้องขอ...แรงส่งมา  
 
โปรดช่วย...รักษา...คนดี  
เชิดชู...คนที่...เสียสละ  
ไม่ถูกใจบ้าง...บางเวลา  
อย่าด่วน...กล่าวหา...จนถอดใจ  
 
โปรดช่วย...ดูแล...คนดี  
ให้มี...ศักดิ์ศรี...และยิ่งใหญ่  
ปกป้อง...คนดี...ให้มีชัย  
เพื่อให้ใครใคร...อยากทำ...ความดี  
 
อยากให้มี...คนที่ทำดี...มากมาย  
ยืนหยัด...สู้ไหว...แรงใจมากมี  
กว่าจะเจอ...ก็ยาก...นักหนา  
ควรรักษาให้ดี...ใช้เพชรที่เรามี...อย่างรู้ค่า 
 
***************************************** 
 
....เพราะปิยมิตรมิใช่คนดี...เราจึงอยากปกป้อง “คนดี”... 
 
..................“มหาปิยมิตรของเรา” ไงล่ะ................. 
 
**************************************** 
วันละนิด...จิตแจ่มใส....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-31 20:12:24
 
การรู้จักกาละ-เทศะ คือ... 
 
การมีความคิดไตร่ตรอง หรือรู้จักเกรงใจผู้อื่น 
 
และการทำให้คนอื่นไม่เจ็บใจ ไม่ละอายใจ ไม่สบายใจ 
 
 
 
.............................................โรเบิร์ต เจ.ลัมสเดน 
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-31 20:37:21
ระหว่างนี้ท่านก็จงได้พักผ่อน.... 
เตรียมขึ้นเขียงให้คุณหมอทำมิดีมิร้าย (ทำดี) 
เอาเหล็กออกซะ...จะได้มาโม้กับเราให้เต็มที่... 
 
ระหว่างที่ท่านอารมณ์บ่อจอยนี้….. 
เราก็จะทำให้ท่านอ้วนขึ้น...อ้วนขึ้น...และอ้วนขึ้นมาก ๆ 
โดยการนำเสนอเพลงแสนหวาน...หว๊าน...หวาน...ให้ฟังทุกวัน 
 
แต่เราก็ไม่ได้อยากให้ท่านเป็นโรคเบาหวานหรอกนะครับ.... 
เพราะเราเป็นโรคหนักหวาน... 
เราก็เลยไม่ทราบว่าจะรักษาคนเป็นโรคเบาหวานอย่างไร...... 
 
เราง่วงแล้ว....ขออนุญาต “มิตรแท้” นอนก่อนนะครับ 
ราตรีสวัสดิ์...คิดถึงมากมายเหมือนเดิม...ราตรีสวัสดิ์. 
“คนเดียวที่คิดถึง”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-01 21:20:14
คนเดียวที่คิดถึง....ที่รักเธอเป็นดังดวงใจ  
เธอไม่มาด้วยเหตุใด....จะไปไหนก็ไม่บอก...ทิ้งฉันไว้คนเดียว  
 
คนเดียวที่คิดถึง....ป่านนี้ใจเธอคิดอะไร  
คิดถึงฉันหรือเปล่า....ว่านอนหนาวหัวใจ....เหงาเกินคำบรรยาย  
 
เลยเวลาเธอไม่มาหา.....รู้บ้างไหมว่าฉันคอย  
กำลังใจเริ่มจะถดถอย.....น้ำน้อย ๆ ไหลออกตา  
 
คิดถึงเธอแทบใจจะขาด.....อยากให้เธอกลับมาซะที  
คิดถึงเธอทุกวินาที.....อยากจะพบเธอคนเดียว  
 
คนเดียวที่คิดถึง.....ป่านนี้ใจเธอคิดอะไร  
คิดถึงฉันหรือเปล่า.....ว่านอนหนาวหัวใจ.....เหงาเกินคำบรรยาย  
 
เลยเวลาเธอไม่มาหา......รู้บ้างไหมว่าฉันคอย  
กำลังใจเริ่มจะถดถอย.....น้ำน้อย ๆ ไหลออกตา  
 
คิดถึงเธอแทบจะขาด.......อยากให้เธอกลับมาซะที  
คิดถึงเธอทุกวินาที.....อยากจะพบเธอคนเดียว  
 
คนเดียวที่คิดถึง.....ที่รักใจเธอคิดอะไร  
คิดถึงฉันหรือเปล่า.....ว่านอนหนาวหัวใจ.....อย่างทิ้งฉันไว้คนเดียว 
 
******************************************************* 
 
เพลงก่อนนอนวันนี้....หว๊าน...หวาน....ใช่มั๊ยละครับ...น้ำหนักขึ้นเท่าไหร่แล้วเอ่ย !. 
 
******************************************************* 
วันละหน่อย...ค่อยสบายใจ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-01 21:31:31
 
จะขัดอื่น....หมื่นแสน....นั้นขัดได้ 
ขัดคอ....ขัดใจ....ไม่เป็นผล 
จะก่อเรื่อง....เคืองข้อง....หมองกมล 
เกิดร้อนรน....ร้าวราน....รำคาญเอย 
 
.................................................... 
 
กลอนนี้ก็ได้จากสมุดเก่า ๆ เราก็นิสัยไม่ดีอีกแล้วที่ไม่ได้บันทึกว่าใครเป็นผู้แต่ง 
กราบขออภัยและขอขอบพระคุณท่านผู้แต่งมากครับผม....คงไม่เป็นไรนะครับ 
อีกหน่อย “มหาปิยมิตรของเรา” ก็จะมาบอกเองแหละว่าใครแต่ง.....ผู้รอบรู้อยู่แล้ว.. 
เติมหวานอีกหน่อย...ให้มดตอม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-01 21:43:37
 
ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร 
ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน 
แม้เกิดในใต้ฟ้าสุธาธาร 
ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา 
 
 
แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ 
พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา 
แม้เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา 
เชยผกาโกสุมประทุมทอง  
 
แม้เป็นถ้ำอำไพใคร่เป็นหงส์ 
จะร่อนลงสิงสู่เป็นคู่สอง 
ขอติดตามทรามสงวนนวลละออง 
เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป  
 
************************************************************ **** 
 
กลอนสุนทรภู่....บางตอนจาก...."พระอภัยมณี" 
(ตอน พระอภัยมณีเกี้ยวนางละเวง ได้ถูกนำไปดัดแปลงเล็กน้อยกลายเป็นเพลง "คำมั่นสัญญา") 
 
************************************************************ **** 
จะมีใครรู้บ้างหรือเปล่าน๊า ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-01 21:54:44
 
ว่าการพูดอยู่คนเดียวนี้.....รู้สึกอย่างไร... 
 
เราน่ะ....รู้สึกง่วงนอน....ขออนุญาตหลับฝันดีก่อนนะคร้าบ 
 
 
........................ราตรีสวัสดิ์ครับผม.............................. 
เมื่อวานนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-02 19:06:01
หวานมากไปหน่อย....วันนี้จึงต้องขมนิด ๆ........พอเป็นยา. 
นี่เลยครับท่าน........”คนจนผู้ยิ่งใหญ่”..................คาราบาว  
 
ถึงยากจนไม่มองคนเหยียดๆ.....ไม่รังแกรังเกียจ คิดเบียดเบียนใจใคร  
มีจนวัดใจคนไม่ได้......จนแต่รวยนํ้าใจผู้ยิ่งใหญ่แห่งความจน 
 
ทรัพย์สินไม่สะสม……อยู่ในสังคมด้วยความสุขขี  
ปริญญาฉันไม่เคยมี….ความรู้พอดีพออ่านออกเขียนได้  
 
ไปทํางานรับจ้างก็ทําจริง.....ฉันทําทุกสิ่งยกเว้นประจบเจ้านาย  
วัดคนเขาวัดกันที่นํ้าลาย…..ลาก่อนเจ้านายฉันไม่ใช่ควายจนตรอก  
 
ไม่เคยใฝ่ฝันเป็นโตเป็นใหญ่…..ไม่มีปัจจัยทั้งสี่ประการ  
แค่สัตว์เลื้อยคลานสองข้างถนน…..เนื้อตัวยากจนแต่นํ้าใจยิ่งใหญ่  
 
คนจน (จนแต่รวยนํ้าใจ)……ใครจะว่ายากจน (คนจนผู้ยิ่งใหญ่)  
(คนจน) จนแต่รวยนํ้าใจ…..(ใครจะว่ายากจน) คนจนผู้ยิ่งใหญ่  
 
มีชีวิตย่อมมีความลําบาก…..อดๆ อยากๆ ดังยาชูกําลัง  
คามหวังแม้ว่ายังริบหรี่……เพราะสังคมวันนี้มันหางานการยาก  
 
ยํ่าไปสมัครไปไม่เลือกหน้า…..ค่าจ้างราคาไม่สํามะคัญ  
ลุยควันลุยท่อไอเสีย…..มีแต่ความอ่อนเพลีย ยังดีกว่าเสียขากัน  
 
ปัจจัยคือเครื่องบาดใจ......ศาสดาสอนไว้ในพระไตรปิฏก  
ความจริงที่คู่ควรหยิบยก….ชําระความสกปรกในสังคมเมืองไทย  
 
จิตใจแห่งความเป็นพุทธ.......ใสบริสุทธิ์นั้นคือจุดหมาย  
รวยล้นกระทําตนเหลวไหล…..ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่เป็นแต่ผู้ยิ่งเลว.  
ฟังต่อโลด..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-02 19:07:48
”ข้อยเว้าแม่นบ่”......นันทิดา แก้วบัวสาย..... 
 
เมื่อยามกิน มันก็บ่ได้นอน….เมื่อยามนอน มันก็กินบ่ได้ 
เมื่อยามมา มันก็บ่ได้ไป…..เป็นยังไง ถึงได้เป็น หยั่งนี้ 
 
เมื่อยามรัก มันก็บ่ได้ชัง…..ยามผิดหวังน้ำตา ไหลปรี่ 
ยามยากจนมันก็ยัง บ่มี…..ถ้าหากดวงดี มันคงมีแมนบ่ 
เว้าแมนบ่ ข้อยเว้าแมนบ่…..เว้าแมนบ่ ข้อยเว้าแมนบ่ 
 
คนชื่อเฮง มากมีก็ยังซวย……คนชื่อสวย ยังบ่งามเลยนี่ 
คนชื่อรวย ฮ้วยเงินบ่มี…..คนชื่อดี ยังบ้าบ้า บ๊องบ๊อง 
 
บ้านนาดี ยังอดข้าวขาดแคลน…..คนชื่อแบน เห็นท้องยังป่อง 
บ้านโคกสูงเห็นน้ำยังท่วมโคกนอง.....บ้านปากคลอง ยังอดน้ำ แม่นบ่ 
เว้าแมนบ่ ข้อยเว้าแม่นบ่…..เว้าแม่นบ่ ข้อยเว้าแม่นบ่ 
 
คนเป็นเป็น มันก็ยังบ่ตาย……คนขี้อาย หน้ายังบ่ด้าน 
อยากมีเงิน มันก็ต้องทำงาน…...มัวขี้คร้าน เมื่อไรจะร่ำ จะรวย 
 
เกิดเป็นคน มันต้องช่วยตัวเอง…..บ่ช่วยตัวเอง แล้วใครซิช่วย 
อย่าหวังอะไร แม้แต่หมูในอวย……คนจนคนรวย ก็ต้องม้วยแม่นบ่ 
เว้าแมนบ่ ข้อยเว้าแม่นบ่…..เว้าแม่นบ่ ข้อยเว้าแม่นบ่. 
“เซน” ให้ข้อคิด..ชีวิตสดใส...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-02 19:09:47
 
1….คนเจ้าเล่ห์เพทุบาย.....ไม่มียารักษา 
 
2.....พูดโกหกคำหนึ่ง...ต้องสร้างคำโกหกสิบคำมาทำให้สมบูรณ์....ทำไมต้องทำตัวให้ยุ่งยาก 
 
3.....วาจา...ไม่ได้มีไว้ทำร้าย...ไม่ได้มีไว้ขู่เข็ญ...ไม่ได้มีไว้คุยโตโอ้อวด... 
......ไม่ได้มีไว้สร้างความหมั่นไส้....”ที่จริงแล้วมีเพื่อสร้างมิตรภาพ”.... 
 
4.....การแอบทำลายคนอื่นอย่างลับ ๆ คือ สิ่งน่ารังเกียจยิ่ง 
 
5.....การห่วงใยและปรารถนาดีต่อผู้อื่นอยู่เงียบ ๆ คือ การให้ทานที่มองไม่เห็น 
 
6.....ตราบเท่าที่ความจริงอยู่ตรงหน้า....”คุณจึงสามารถล้ำหน้าความจริง” 
 
7.....แม้ว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนโลกนี้ได้ทั้งหมด...แต่เราเปลี่ยนแปลงตนเองให้มีจิตใจที่เมตตา 
.......และใช้ปัญญากับทุก ๆ สิ่งได้. 
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-02 19:11:36
 
 
.......“ ไม่มีใครในโลกที่จะรักตัวเรา มากไปกว่าตัวเราเอง 
......... ใจเราอาจล่องลอยไปเรื่อย แต่จะไม่พบใครอื่นที่จะรักได้มากกว่าตัวเอง 
.......... ชั่วเวลาที่เราได้เห็นความสำคัญของการรักตัวเอง.... 
.......... เราก็จะหยุดสร้างความทุกข์ให้แก่ผู้อื่น ”………………………………. 
 
 
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-02 19:22:45
 
วันนี้....เราจะออกไปซิ่ง....เป็นเด็กแว้น..... 
 
เพื่อตามหาสัจธรรมของชีวิต.................ราตรีสวัสดิ์ครับผม. 
 
 
….......(สัจธรรม หมายถึง ความเป็นจริงตามธรรมชาติ)......... 
ปยมิตร ผู้แสนดี...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-03 08:25:55
เราต้องขอโทษด้วย... 
ที่ใจคอ ตื่นเต้น พะวง .. 
... แล้วเมื่อวาน ก็ได้ขึ้นเขียงเอาเหล็กออก ในช่องปาก ทั้งเหงือฟันระบมไปหมด เลือดงี้ ออกมาก (เราไม่เอาสลบ หมอใช้ยาชา ก็เลยตื่นเต้นหวาดเสียวมาก)................. 
ทีแรกกะว่าถอดเหล็กอะไรๆออกแล้ว จะกินทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ต้องเซ็งรอก่อน เพราะเหงือกบวม เจ็บปากอยู่ ก็เลนอารมณ์ไม่รื่นรมย์ ได้แต่อ่านและได้รับกำลังใจจาก"ปิยมิตรคนดี" ไม่อยากคุยอะไร  
...ต้องขอขอบคุณท่านจริงๆ ที่มิได้ท้อแท้คอยให้กำลังใจโดยสรรหาเกร็ดธรรมะมาให้ได้อ่าน ได้สัมผัสถึงความเอื้ออาทรกัน ขอบคุณจริงๆ 
.......... เรามาอยู่ที่เมืองหลวงได้เป็นวันที่4 แล้ว  
อยากไปดูกล้วยไม้สักหน่อย เขาจัดที่สยามพารากอน ไม่เคยไปก็อยากจะไป จิตใจจะได้เบิกบานขึ้น เพราะหลงใจคอห่อเหี่ยวเมื่อนึกถึงสุขภาพตัวเอง...นี่เริ่มอ่อนแอแล้วคนเราหากมานั่งคิดถึงความเจ้บ ความตาย ความไม่เที่ยงก็มีทั้งละเหี่ยใจ และปลงๆ เนาะ...(แต่คนส่วนมากไม่ปลง) .... กระแสชีวิตพาให้อยากได้ใคร่มี กระแสโลกพาให้ต่อสู้ดิ้นรน... เฮ้อ!  
...ดีแล้วล่ะ ที่เราได้มีโอกาสรู้จักกัน ได้เป็นมิตร มีสิ่งดีงามปรารถนาดีให้กัน..."คุณค่าชีวิตนี้" จะมีใครๆอีกหลายล้านคนอยู่นะ ที่เขาไม่มีโอกาสได้รับเหมือน "เรา" เราต้องภูมิใจ ดีใจ และรักษาเอาไว้ให้จีรัง นะปิยมิตรของเรานะ
YES….!!!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-03 21:09:27
 
ก่อนอื่น....ก็ต้องขอบอกว่า...ดีใจมาก....ที่ท่านพูดได้แล้ว 
 
วันนี้ทั้งวัน...เราไม่ได้เข้ามาดูเลย.....เพราะยุ่งยากอยู่ 
 
และก็คิดว่า...คงอีกซักสองสามวัน...ท่านถึงจะมาคุยกับเราได้ 
 
นี่ก็เพิ่งจะว่างนะครับ....พอเข้ามาเห็นข้อความ...ก็หายเหนื่อยแล้ว..... 
วันนี้เราสบายใจ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-03 21:13:33
 
อยากขอบคุณ....มากที่สุด. 
 
“ฝนทิพย์”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-03 21:15:35
 
ดุจฝนทิพย์....ระยิบพราว....ราวเพชรแก้ว 
 
ช่างวาวแวว....แพรวพร่าง....กระจ่างใส 
 
ขอขอบพระคุณ....น้ำใจไมตรี.....ที่จริงใจ 
 
ขอทุกท่านจงสดใส....ในชีวิต.....นิจนิรันดร์ 
 
“ประสานใจ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-03 21:18:40
 
สายทิพย์....สายธาร....ประสานจิต 
 
เพื่ออุทิศ....ประสานใจ...ให้คุณค่า 
 
สมกับที่....โชคดี....ได้เกิดมา 
 
ใต้ท้องฟ้า...บนผืนพสุธา....ลาวัณย์. 
 
ทุกชีวิตมีเวลาอันจำกัด….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-03 21:36:12
 
************************************* 
 
พึงรำลึกในพระคุณและน้ำใจของพระพุทธองค์ 
 
************************************* 
 
ทุกคนที่เคยประสบความขัดข้องในชีวิต.... 
ปรารถนาจะได้รับความช่วยเหลืออย่างที่สุด.... 
เมื่อมีผู้ใดมาให้ความช่วยเหลือแก้ไขความขัดข้องนั้นให้คลี่คลา ย... 
ช่วยให้ร้ายกลายเป็นดี.....แม้มีจิตใจที่กตัญญูรู้คุณ... 
ผู้ได้รับความช่วยเหลือด้วยเมตตา....ให้ผ่านพ้นความมืดมัวขัดข้อง..... 
ย่อมสำนึกในพระคุณและน้ำใจ....ย่อมไม่ละเลยที่จะตอบแทน...  
 
พระมหากรุณาของพระพุทธเจ้า.... 
ยิ่งใหญ่เหนือความกรุณาทั้งหลาย... 
ที่ทุกคนเคยได้รับมาในชีวิต.... 
 
แม้ไม่พิจารณาให้ประณีตก็ย่อมไม่เข้าใจ.... 
แต่แม้พิจารณาให้ประณีตด้วยดี.... 
ย่อมไม่อาจที่จะละเลยพระคุณได้.... 
ย่อมจับใจในพระคุณพ้นพรรณนา…. 
 
***************************** 
 
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  
ฝนกำลังตก...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-04 19:24:29
 
เราหยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาเปิด...เห็นภาพคนกางร่มท่ามกลางสายฝน 
ก็เลยต้องอ่านให้หายข้องใจ...อ้อ ! ที่แท้ก็เป็นปริศนาธรรมนี่เอง 
 
“Oh, umbrella, shading me from heat and cold. 
Have I ever shaded anyone at all ?” 
“โอ้ ! ร่มเอ๋ย เจ้าปกป้องข้าฯ จากความร้อนหนาว 
แต่ข้าฯ เอง เคยปกป้องใครบ้างไหม?” 
 
……………………………………………………………………………………………. 
 
การปกป้องผู้อื่นนั้น ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปของการคุ้มครองดูแลเสมอไป 
บางครั้งเป็นการให้ความอุ่นใจ ให้กำลังใจ เป็นเพื่อนใจ 
 
ความรู้จักที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ถึงผู้อื่นนั้น จะต้องเริ่มจากคำสอนหลัก คือ 
ความไม่เห็นแก่ตัว เมื่อความสนใจของเรามิได้มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ตัวเราคนเดียว 
เราจะรู้จักมองคนรอบข้าง ดูว่าเขาต้องการอะไร 
 
มีใจคิดเผื่อแผ่ไปถึงผู้อื่นด้วยความอบอุ่น ความชุมชื่นใจที่คุณให้เขานั่นแหละ 
จะเป็นอาหารใจของคนรอบข้าง ทำให้เขาสดชื่นและอายุยืนขึ้น 
 
.............” คุณรู้ไหมว่าคุณเป็นร่มในใจของทุกคนที่คุณสัมผัส “.................. 
 
 
จากหนังสือธรรมะกับชีวิต..........................................ของ MARWELL 
“ในชีวิตของเรา”....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-04 19:30:12
 
“ มิตรภาพเปรียบเสมือนโคมส่องสว่างดวงหนึ่ง 
 
ซึ่งสาดส่องจิตวิญญาณของเราให้สว่างไสว 
 
ทำให้ชีวิตของเรามีแสงสีอันงดงาม ” 
 
 
 
ปราชญ์............................................ปาจิน 
ปราชญ์….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-04 19:34:03
 
“ คนอื่นช่วยเรา...เราจะจำไว้ชั่วชีวิต 
 
เราช่วยคนอื่น........จงอย่าจำใส่ใจ “ 
 
 
............................................ฮั่วหลัวเกิง 
“มหาปิยมิตรของเรา” คร้าบ !
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-04 19:40:27
 
เราอยากคุยเรื่องสนุก ๆ บ้าง.... 
 
เราพูดอยู่คนเดียวไม่เห็นสนุกตรงไหนเลย 
 
อากาศกำลังดี....เรานอนดีกว่า...........ราตรีสวัสดิ์ครับผม... 
เดินทางไป-มา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-04 22:20:31
มาหาที่สว่างสุข ตรงนี้... 
ก็ไม่ผิดหวังเลย หายเหนื่อย หายเจ็บ 
"ปิยมิตรของเรา" ท่านไม่ได้พูดอยู่คนเดียวหรอก 
ท่านมีความงาม ความอบอุ่น ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รายล้อมอยู่กับตัวท่าน พาให้คนที่กำลังต้องการกำลังใจ ต้องการประกายส่องมาปลุกปลอบ ขับไล่ความสลัว มืดหม่นออกไป 
ใครได้มาอ่านมาสัมผัสก็จะต้องรับรู้ และสัมผัสได้ เราเองก็เหมือนได้ดื่มน้ำหวานให้สดชื่นหายอ่อนล้า...  
...เห็นไหม คุณค่าของ"มิตรแท้" แม้ยามใครอ่อนแอ หรืออ่อนล้าลง คนใดคนหนึ่งที่เป็นมิตรกัน ก็ย่อมเป็นผู้คอยให้พลัง ให้แสงสว่างแนวทางต่อกัน 
...... ผู้เฒ่าผู้แก่เคยบอกว่า คนเราจะมีช่วงขว้ญหาย คือเสียกำลังใจ...จากเหตุที่ร่างกายหรือจิตใจอ่อนแอลง จนขาดหรือหมดกำลังใจ จากเหตุที่ร่างกายได้รับความเจ็บป่วยทรมาน หรือจิตใจที่ประสบความผิดหวัง เสียใจ หรือความตกใจสุดขีด...ก็จะทำให้มีอาการเสียขวัญ หรือขวัญหายได้ 
................ เราเองก็บอกไม่ถูกหรอก สำหรับตัวเอง บทจะอ่อนแอเหนื่อยหน่าย มันสะสมสาเหตุมาบั่นทอนเอาง่ายๆ มาขจัดความทรนงองอาจ ความเข้มแข็งออกจากเราไปเป็นพักๆ...ยอมรับว่าส่วนหนึ่งก็มาจากสุขภาพ ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า(จากการมีเวลาว่างพักฟื้นหลายสัปดาห์) เหมือนดับเครื่องยนต์ แล้วก็ได้ตรวจสภาพ ตรงนั้นตรงนี้ ที่ไม่ค่อยได้สนใจดูแล ละเลยมานาน ก็ชักรวนเรซะแล้ว ขาดความเชื่อมั่นไปบ้าง แต่ไม่ถึงขนาดเสียศูนย์..... 
........ นี่เราจะต้องเยียวยาตัวเองด้วย"ธรรมะ" เป็นน้ำมันหล่อลื่น เป็นเครื่องมือซ่อมแซมจิตใจ ไม่ให้ห่อเหี่ยวเบื่อหน่าย...ความขี้เกียจของเรา มี"ปิยมิตรแสนดี" คอยกระตุ้น คอยส่องแสงให้เรามองสว่างขึ้น.... เออหนอ! เราเองก็เคยเป็นผู้สร้างสรรค์ คอยปลุกปลอบคนอืนมามากต่อมาก กลับจะมาอ่อนแอซะงั้น........... 
เราจะอ่าน ๆ ๆ ๆ ข้อคิดจากท่านที่มีมาให้เราทุกบรรทัด ทุกข้อความ ในยามนี้...ขอจงช่วยให้จิตวิญญาณเราสว่างไสว ชุ่มชื่นเบิกบานด้วยเทอญ... 
...... ขอขอบคุณปิยมิตรของเราอย่างที่สุด...ขอให้ท่านจงนอนหลับฝันดี ตื่นเช้าพรุ่งนี้ขอให้เบิกบาน อิ่มสุขในอานิสงน์ที่ได้กระทำด้วยจิตเอื้อเฟื้อเมตตา... ราตรีสวัสดิ์ครับผม
เมื่อคืนนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-05 09:11:28
 
เราส่งข้อความถึงท่านแล้วเราก็นอนทันทีเอาบรรยากาศ... 
หลังจากร้อนอบอ้าวมาหลายวัน... 
กว่าจะออกจากห้องนอนก็สายมากแล้ว...อ้อยอิ่งอยู่... 
เสียดายความสุขสบาย...รู้ว่าไม่ดี...แต่ก็ชอบครับ... 
 
............................................................................. 
 
เมื่อวานนี้เพื่อนที่รักกันมาก....รู้จักกันยามยากลำบาก... 
เขาทำงานอยู่กอทอมอเขาโทรศัพท์มาหาเรา… 
ในขณะที่เขากำลังขับรถท่ามกลางสายฝน...เราก็เป็นห่วงเขา 
เขาก็บอกไม่เป็นไร...ก็คุยกันนาน...คล้าย ๆ อยากปลดปล่อยอารมณ์ 
เรารู้ดีว่าเพื่อนรักของเราคนนี้ทำงานหนัก...ทำงานคนเดียวทำให้เครียด 
ถึงนั่งทำงานด้วยกัน...แต่ไม่สนใจกัน....แถมยังกีดกัน....กลั่นแกล้งกันอีก 
.......สาเหตุหลักก็คือ....ความอิจฉาริษยา....(ทำลายได้ทุกอย่าง)...... 
 
บางทีเราคิดว่าเรื่องไม่เป็นเรื่อง.....แต่กลับบั่นทอนกำลังใจอย่างมาก 
ร่างกายของเราพลอยอ่อนแอไปด้วย...การงานต่าง ๆ ก็ทำได้ไม่เต็มที่ 
 
เราก็ได้แต่รับฟัง....และคุยสนุกสนานไปตามประสาเพื่อนรักกัน... 
เราเชื่อว่าทุกคนจะแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง...ขอเพียงมีกำลังใจที่เข้มแข็ง 
และเมื่อเราเข้มแข็ง...เราสงบ...เราก็จะมีความคิด...มีปัญญาแก้ปัญหาได้ 
 
 
………………………………………………....อาตมาปิยมิตร...หิวอีกแล้วครับท่าน. 
........................(กินมาก....นอนมากแบบนี้....เหมาะจะเป็นอาตมารึเปล่านี่? 
“มหาปิยมิตรของเรา”…..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-05 09:37:21
 
เราเป็นห่วงท่านมาก...เพราะท่านคือมิตรแท้ที่ยิ่งใหญ่ 
อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย...เปรียบเสมือนปลาสวยงาม.. 
ที่ว่ายวนเวียนอยู่ในตู้กระจกให้คนอื่นมองเห็นได้ง่าย 
 
บ้างก็ชื่นชมด้วยความชื่นชอบ...ยินดีปรีดา... 
แต่ก็มีบางคนที่อยากจะช้อนเอาปลาสวยงามไปแกงกิน. 
 
ส่วนเรานั้นเปรียบเสมือนจิ้งจกที่แอบแฝงอยู่ในที่มืด 
ถึงจะมีผู้สาดแสงไฟร้อนแรงมาที่เรา...แต่ก็ยังถือว่าเล็กน้อย 
 
เราจึงยังพอมีความสงบ...เฝ้ามองดูท่านอยู่...ด้วยความห่วงใย. 
เรารู้สึกได้ว่าหลัง ๆ มานี้.....ท่านว้าวุ่นใจมาก... 
สาเหตุหนึ่งก็คงเป็นเพราะเรา....ที่ทำให้ท่านเป็นห่วง 
 
ณ วันนี้...ท่านโปรดอย่าได้เป็นห่วงกังวลในตัวของเราเลย..... 
ความยินดียินร้าย...ความรู้สึกทั้งหลาย....ผ่านพ้นไปแล้วครับ.... 
 
 
..............ส่งข้อความ.....เมื่อท่านสบายใจนะครับ………… 
.................................เป็นห่วงที่สุด................................ 
“ผู้ยิ่งใหญ่ แห่ง วัดเส้าหลิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-05 09:46:30
 
“ เมื่อละทิ้งความคิดเพ้อเจ้อ…..ใจย่อมสุขสงบเองตามธรรมชาติ ” 
 
“ ใจสงบก็คือ....ความรู้สึกเหมือนหินตกลงบนพื้นโลกอันกว้างใหญ่” 
 
 
 
..............................................โอวาท...ท่านปรมาจารย์...ตักม้อ. 
 
“จะอยู่เคียงข้างเธอ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-05 20:03:01
 
ก็ใจอยากจะถาม.....เหนื่อยไหมวันนี้เธอ 
กับทางแห่งฝันเธอ.....สวยงามแต่แสนไกล 
ที่ต้องเดินลำพังคนเดียวไม่มีใคร....เธอคงเหงาใช่ไหมคนดี 
เธออาจจะล้มลุก.....ท้อใจแค่กลางทาง....อาจเหนื่อยและสิ้นหวัง 
หมดแรงจะก้าวไป....ก็เลยมีคำนี้....ฝากมาให้เธอไป 
จากหัวใจด้วยรักและหวังดี. 
 
ตะวันไม่สิ้นแสง.....ขอเธออย่าสิ้นหวัง 
เอาใจเป็นพลัง....สร้างฝันกันต่อไป....หากวันใดอ่อนล้า  
เจ็บมาไม่มีใคร....อยากบอกให้รู้ไว้....ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ 
แค่เพียงเธอเอาฝัน....เขียนลงที่หัวใจ....และบอกตัวเองไว้ 
จะสู้มันสุดแรง....ต่อให้ภูเขาสูง....กั้นความหวังเป็นกำแพง 
แต่ใจไม่สิ้นแรง.....จะข้ามไปยังฝั่งฝัน. 
 
.........................................................................................กลุ่มศิลปินอาร์ สยาม 
คำร้อง / ทำนอง : วีระพงศ์ บุตรากาศ..............เรียบเรียง : ธนิต เชิญพิพัฒธนสกุล 
“หยาดเพชร”...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-06 12:26:05
เปรียบเธอ...เพชรงาม...น้ำหนึ่ง หวานปาน...น้ำผึ้ง...เดือนห้า  
หยาดเพชร...เกล็ดแก้ว...แววฟ้า ร่วงมา...จากฟ้า....หรือไร... 
หยาดมา....แล้วอย่า...ช้ำโศก ปล่อยคน...ทั้งโลก...ร้องไห้ 
หยาดเพชร...เกล็ดแก้ว....แววใส นั้นอยู่....ไกลเกิน....ผูกพัน 
 
แม้ยาม...เพชรหยาด...จากฟ้า ร่วงลงมา...ฟ้าคง...ไหวหวั่น 
ดวงดาว....ก็พลอยเศร้า....โศกศัลย์ มิอาจ....กลั้นน้ำตา....อาลัย 
เอื้อมมือ...คว้าหยาด...เพชรแก้ว เผลอรักแล้ว....จึงฝันใฝ่ 
หยาดเพชร...หยาดละออง...ผ่องใส แม้อยู่ใน...ความมืดมน. 
 
...............................................................................ชรินทร์ นันทนาคร 
“คือหัตถาครองพิภพ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-06 12:27:22
 
สองมือ...ที่ดูนิ่มนวล...อ่อนโยน  
สองมือ...ที่ดูช่างบอบบาง...อย่างนั้น  
สองมือ...ที่ดูไม่มี...ความสำคัญ  
คือสองมือ....ที่ทำให้...โลกหมุนไป 
 
แม้เพียง....ร่างกายนั้น...เกิดเป็นหญิง  
แท้จริง...หัวใจนั้นแกร่ง...ยิ่งกว่าชาย  
ขอเพียง....ให้เป็นได้....ดังที่ตั้งใจ  
จะทุกข์ทน....เดียวดาย....ไม่มีความสำคัญ 
 
บันดาล....โลกหมุนเวียนวน....ไปตามจิตใจ  
นำพา....ให้เป็นไป....ตามต้องการ  
ทุกสิ่ง....เปลี่ยนแปรไป....ด้วยมือเธอเสกสรร  
ดังถ้อยคำประพันธ์....เปรียบเปรย....พรรณนา 
 
ถึงชาย....ได้กวัดแกว่ง....แผลงจากอาสน์  
ซึ่งอำนาจ....กำแหง....แรงยิ่งกว่า  
อันมือ....ไกวเปลไซร้....แต่ไรมา  
คือหัตถา.....ครองพิภพ.....จบสากล. 
 
 
..........................................ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ 
“เพื่อวันที่ดีกว่า”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-06 12:45:27
วันนี้เรามีทุกสิ่งมี มีพร้อมแล้วทุก ๆ อย่าง  
สิ่งที่ฝันก็เป็นได้ดังใจ…บนถนนของการเริ่มใหม่มีแต่วันดี ๆ  
 
แต่เราก็ยังไม่เคยลืมทางที่เราได้สร้างมา...กับปัญหาทุกอย่างที่เคยมี  
เราเข้มแข็งได้ในวันนี้ก็เพราะมีความฝันอันยิ่งใหญ่  
เราไม่เคยท้อ ไม่เคยจะหมดหวัง....ยังมีแรงที่จะมุ่งไป  
 
เพื่อวันที่ดีกว่า...จะเดินไปข้างหน้าด้วยศรัทธาที่เต็มเปี่ยมในหัวใจ  
สู่วันที่ดีกว่าไม่ว่ามันจะไกลแสนไกล...ไม่หยุดเคลื่อนไหว ตราบใดที่ลมหายใจยังมี  
 
 
.................................ละคร เบญจา คีตา ความรัก 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-06 13:07:52
 
ช่วงพักเที่ยงวันนี้เราขออนุญาตเป็น...ดีเจ... 
 
ค่ำ ๆ จะมาขอเป็นอาตมา...สักเล็กน้อย 
 
พอให้เด็กแว้นอย่างเรา...สบายใจนิดหน่อย 
 
ท่านคงต้องทนรำคาญหน่อยนะครับ..ช่วงนี้. 
 
.....ทำไงได้..ก็คนกำลังแว้น !..อยู่ครับ..... 
 
.................คิดทึ้ง...คิดถึง................ 
“ โอวาทท่านเล่าจื๊อ ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-06 19:27:42
 
******************************************* 
 
“ ความเงียบ...เป็นบ่อเกิดอันยิ่งใหญ่แห่งความเข้มแข็ง ” 
 
******************************************* 
 
 
...เวลานี้ “มหาปิยมิตรของเรา” กำลังเข้มแข็ง...เพราะเงียบอยู่… 
 
“SAYINGS OF THE BUDDHA”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-06 20:05:19
 
*********************************************** 
 
ความกตัญญูไม่มีในคนใด การคบกับคนนั้นก็ไร้ประโยชน์ 
There is no use in friendship with an ungrateful person. 
 
 
โทษของคนอื่นเห็นง่าย โทษของตนเห็นยาก 
The mistakes of others are easy to see, 
But what of our own mistakes. 
 
 
ผู้สงบใจได้ย่อมอยู่เป็นสุข 
One who can maintain peace of mind is happy. 
 
 
*********************************************** 
 
ที่ลับสำหรับทำความชั่วไม่มีในโลก 
In the world, there is no place to hide, for the does of evil. 
 
*********************************************** 
 
 
…..………………“SAYINGS OF THE BUDDHA”…………………….… 
“ WE ARE THE WORLD ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-06 21:07:42
 
********************** 
 
…..MICHAEL JACKSON….. 
 
********************** 
 
 
.....................GOOD NIGHT. 
"ปิยมิตรคนดี"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-06 21:26:30
เมื่อคืนนี้...ฝนตก 
เรานอนหลับสบายท่ามกลางเสียงฝน 
เฝ้าภาวนา ขอให้ตกหนักๆ แล้วก็ให้หยุดพลันเลย 
ห้าตกปรอยๆตอนเช้า คนจะขี้เกียจ เพราะเคยตัวสบายมาหลายวัน(ครั้นเวลาอยู่สบายก็ขี้เบื่อ พอจะไปทำงานก็อ้อยอิ่ง นี่สัญญาณเตือนของคนที่กำลังจะทดท้อใช่ไหมนี่) 
...ปรากฏว่าตีห้ายังตกปรอยๆอยู่จนได้ แต่ต้องลุกเตรียมอาหารเพื่อเอาไปที่ทำงานด้วย ยังต้องมีอาหารพิเศษให้ตัวเองอยู่ เพราะเราต้องเพิ่มน้ำหนักจริงๆ ผอมลงจนรู้สึกเบาโหวง ........... 
บรรยากาศที่ทำงานก็ราบเรียบ เบื่อตอบคำถามก็เลี่ยงๆผู้ร่วมงานโดยไม่ไปสังสรรค์หรือร่วมกินข ้าวเที่ยง ถือโอกาสจัดห้องจัดการทำความสะอาด พอว่างก็ออกก่อนไปติดต่องานเอกสาร เสร็จกลับมาบ้านเลย ทำกับข้าวทำงานบ้านซะหน่อย เด็กๆยังไม่ถึงบ้านสักคน ก็มีโอกาสมาอ่านข้อความของท่าน
จานอนแล้วเหรอ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-06 21:45:35
วันนี้เน็ตเราช้าๆ...ขนาด 
เราเข้ามาอ่านข้อความพักใหญ่ๆแล้วตั้งแต่อาบน้ำ กินข้าว กินยา แปรงฟัน... สองสามวันมาเนี่ย นอนดึก คือไปถอดเหล็กออกแล้ว...ก็สรรหาเมนูอาหาร กินชดเชยที่เคยหิวๆ แต่ก็ยังเคี้ยวไม่ถนัดนัก จึงต้องกิยบ่อย เวลาเย็นนี่ล่ะ กินแล้วก็ต้องคอยแปรงฟันเลยเป็นภาระ นานหน่อย กว่าจะได้นอน 
...เราชื่นใจนะ ทุกครั้งที่ได้ชะล้างความหม่นหมองอ่อนไหวต่อสิ่งไม่สบายกายไม่ส บายใจ ด้วยการได้เห็นข้อความที่เปี่ยมด้วย"ความใส่ใจจากปิยมิตร" เรารู้สึกอุ่นใจ...วันนี้ชื่นใจที่สุดกับเพลง กับ"เพื่อวันที่ดีกว่าจะเป็นแรงใจให้ชีวิตรุ่งขึ้น เมื่อตื่นขึ้นมาจะพกพาเอาความห่วงใยอาทรของมิตรไปต่อสู้กับอริศ ัตรู ที่มีทั้งความขี้เกียจ เหนื่อยหน่าย ความไม่ศรัทธาไม่นับถือต่อคนที่เราต้องเกี่ยวข้อง ต้องใช้ขันติ ทั้งอุเบกขา...ว่า "ช่างมัน" หากทุกอย่างที่เราไม่มีอำนาจบารมีไปจัดการมันได้ ก็จะไม่เก็บมากังวลทุกข์ร้อนอีก... 
นึกถึงแต่สิ่งดีๆ ชุ่มชื่นหัวใจดีกว่า...เนาะ ด้วยว่าเรายังมีปิยมิตรอยู่ทั้งคนที่คอยห่วงใย
5 มิถุนายน วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-06 22:07:31
ปิยมิตรครับ 
เราเกือบลืมไป ทั้งๆที่ติดตามข่าวเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติและสำนึ กในบุญคุณของชาวนา และเราก็รู้สึกขอบคุณกรมการข้าวนะ ที่มองเห็นความสำคัญดำหนนนนดให้มีวันนี้ขึ้นมา... สมควรที่ทางราชการที่จะเผยอพร่ประชาสัมพันธ์ให้ลูกหลานเยาวชนเห ็นความสำคัญ และน่าจะได้รับการปลูกฝังให้ได้รับรู้สัมผัสกิจกรรมอย่างจริงจั ง เพื่อให้สมกับเป็นประเทศเกษตรกรรมทำนาปลูกข้าวเลี้ยงตัวเองในปร ะเทศได้ สามารถส่งออกเลี้ยงชาวโลกได้ หากเราปลูกฝังและจัดการให้การทำนาเป็นเรื่องที่สำคัญให้เยาวชนล ูกหลานได้เห็นคุณค่า ภูมิใจในเกียรติศักดิ์ศรีของชาวนา ผู้บริหารประเทศจัดการบริหารให้ชีวิตชาวนามีความเป็นอยู่ดีขึ้น ด้วยการดูแลแก้ปัญหาให้เขาสามารถผลิต จนกระทั่งขายได้อย่างมั่นคง ประเทศเราก้จะมั่นคงถาวร เพราะทรัพยากรอันล้าำค่าในผืนนา "ข้าว" ที่ทุกคนต้องกินให้ร่างกายดำรงอยู่ ทุกคน "ชาวนา" จะไม่สำคัญได้อย่างไร น่าจะถึงเวลาแล้วนะ ที่ทุกคนจะได้ช่วยรณรงค์ ให้หัวใจคนไทยมองเห็นเอกลักษณ์ของชาติสิ่งนี้... นี่เราก็หุงข้าวร้อนๆ หลานเจียวไข่มาให้ นี่ขนาดดื่มนมอุ่นแล้วนะ ก็ขอหม่ำรอบค่ำก่อนนอน...แล้วจะฝันตามนะ ต่อให้ท่านฝันหวานก่อน... 
...พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาจะสวัสดีข้าวสวยร้อนๆ...และกราบขอบคุณชาวนาตลอดไป... คิดถึงปิยมิตรหลายเด้..
YES….!!!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-06 22:18:57
เพิ่งอาบน้ำเสร็จ...จะมาปิดคอมฯ นอน... 
 
เปิดดูหน่อยดีกว่า...เราดีใจที่ท่านไปทำงานได้แล้ว 
 
วันนี้ไม่ร้อนมาก...เราก็คงนอนหลับสบาย... 
 
ท่านก็จงได้พักผ่อน...จะได้อ้วนแข่งกับเราไงครับ... 
 
 
.......................ราตรีสวัสดิ์ครับผม.....................
เราภูมิใจทุกครั้ง....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-07 07:11:25
 
เมื่อจะต้องตอบคำถามว่า....บิดามารดามีอาชีพอะไร ? 
หรือกรอกแบบสอบถาม...เราก็จะตอบด้วยความมั่นใจ 
และรู้สึกเท่มากว่า...เราลูกชาวนา...(ถึงยากจนก็มีอาชีพครับ) 
เราเห็นว่า “ทำนา” เป็นอาชีพที่ยั่งยืนยง และให้คุณค่ามากมายแก่แผ่นดิน.... 
 
เหนือสิ่งอื่นใดคือ...ให้คุณค่าแห่งจิตใจ....มิใช่ว่าเราดีใจ..ที่ได้มรดกเป็นที่นา 
แต่เราซาบซึ้ง...ในพระคุณของบรรพบุรุษ..ที่ได้บุกเบิกผืนแผ่นดินให้เป็นที่นา 
เราสำนึกขอบพระคุณ...คุณพ่อคุณแม่ของเรา..ที่เลี้ยงลูกให้เติบโตมา..ด้วยผืนนา 
 
ทั้งยังได้...แบ่งปันให้ลูกทุกคน...ได้ภาคภูมิใจอีก... 
โดยที่ท่านทั้งสอง...ไม่ได้เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว...แม้เล็กน้อย 
แม้แต่ทรัพย์สินอื่น...ท่านก็ไม่เก็บไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองเลย... 
 
.............................เราจะรักษาไว้ให้ยั่งยืน………………...หิวข้าว. 
ธรรมะรับอรุณวันนี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-07 07:29:45
 
 
1. “คนเจ้าเล่ห์เพทุบาย...ไม่มียารักษา..........................................(เซน) 
 
2. “คนชั่วทำชั่วได้ง่าย....และติดใจ...ไม่ยอมลดละแก้ไขให้ดี”...(หลวงปู่มั่น) 
 
 
........................................................................................................เจริญพร. 
หลวงปู่ทวด (เหยียบทะเลน้ำจืด)
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-07 10:31:04
 
ทุกวันนี้...เกิดความทุกข์...ความเดือดร้อน  
ก็เพราะ....มนุษย์ไปยึดโน่น...ยึดนี่  
ยึดพวกยึดพ้อง...ยึดหมู่ยึดคณะ...ยึดประเทศเป็นสรณะ  
 
โดยไม่คำนึงถึง...ธรรมสากลจักรวาลโลกมนุษย์นี้  
ทุกคนมีกรรม....จึงเกิดมาเป็นสัตว์โลก  
สัตว์โลกทุกคนต้องใช้กรรมตามวาระ...ตามกรรม  
ถ้าทุกคนยึด....ถือเป็นอารมณ์  
ก็จะเกิดการ...เข่นฆ่ากัน...เกิดการฆ่าฟันกัน  
เพราะอารมณ์...แห่งการยึดถืออายตนะ. 
 
ฉะนั้น…ต้องพิจารณา...ให้ถ่องแท้ว่า...สิ่งใดทำแล้ว  
สัตว์โลกมีความสุข....สิ่งนั้นควรทำ  
นี่คือ.......หลักความจริงของธรรมะ.  
 
...หลวงปู่ทวด (เหยียบทะเลน้ำจืด).... 
หลับฝันดีนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-07 22:18:50
วันนี้ เจองานยุ่งๆๆๆ 
ฝนตกทั้งวัน เหนื่อย 
ต้องเอางานมาสะสางต่อที่บ้าน 
เพิ่งหม่ำข้าว แถมทุเรียนสองยวงใหญ่ๆ 
กลัวร้อนในเลยได้แค่นี้ ตามด้วยนม น้ำผลไม้ 
ย่อยมาสักสามสิบนาที...หนังตาชักจะอยากหลับแล้ว 
...พักนี้ พระคุณเจ้าปิยมิตร ให้ธรรมะมากมาย..คงเพลียบ้าง 
ขอขอบคุณในน้ำใจไม่รู้ลืม น้อมมโน ส่งความดีกลับให้ท่านจงมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง...นะครับ 
.................. นอนหลับฝันดี..
อรุณสวัสดิ์.....โยมมิตรแท้.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-08 07:49:56
“มหาปิยมิตรของเรา” .... 
 
อาตมา...”พิจารณาแล้ว”...เห็นว่า.... 
อาตมา...จะเลิกพูดให้ “ธรรมะ” แล้วล่ะ 
อาตมา...ลืมไปว่าตัวเองนั้นยัง “มิได้แก่พรรษา”... 
ฟังแล้วไม่น่าเชื่อถือ...ทั้งยังทำให้คนฟังร้อนรุ่มยิ่งขึ้น 
ผิดไปจาก” เจตนาของเรา”...ที่อยากให้สงบเย็นใจ.... 
 
........“สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”......... 
 
อาตมาเหนื่อย...ขอพักก่อน......................เจริญพร. 
ใครว่า..ไม่น่าเชื่อถือ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-08 15:06:25
ถึงท่านจะยังไม่แก่พรรษา ก็ไม่เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือหรอก... 
ขึ้นอยู่กับความศรัทธาของผู้รับ สภาวะการณ์ด้วย 
แม้ว่าแท้จริงแล้วธรรมะต้องอยู่ที่ใจเราตลอดเวลา 
ถึงจะมีสติปัญญา ระงับความร้อนรุ่มให้เย็นได้ ระงับความเย็นชา หยาบกระด้างลง ด้วยเมตตา ขันติ 
เรามีพื้นฐานความนับถือกันเป็นสิ่งเชื่อมโยงให้ไว้วางใจกัน 
มีความสุจริตใจ เป็นที่ตั้ง 
มีความเมตตาห่วงใย เป็นสายสัมพันธ์ 
มีความปรารถนาดี ต่อสังคม เป็นเป้าหมาย 
"เมื่อมิตรคิด พูด แสดงให้เห็ฯธรรมะ จะมาอย่างไร เมื่อปิยมิตรมุ่งนำมาให้ มีหรือที่คนอย่างเราจะไม่เชื่อถือ แม้แต่ใครๆก้ตามหากมาฟังมาอ่าน ย่อมหยั่งรู้ได้ถึงความดีงามในจิตใจคนที่เสาะหา นำมาเผยแพร่... 
ไม่เช่นนั้น คงไม่มีคำกล่าวหรอกว่า " การให้ธรรม เป็นการให้ที่สูงสุด" ดังที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ให้ต่อพุทธศาสนิกชน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง ยังประโยชน์สุขแก่ผู้ปฏิบัติโดยแท้ เป็นที่ประจักษ์ซึ้ง ด้วยเหตุด้วยผล โดยการกระทำ หรือ"กรรม" 
........ ทำไมจึงคิดว่า เราจะไม่ได้รับความสงบ เย็นใจล่ะ? อย่าถือสายึดเอาเพียงคำพูดที่เราแสดงออกมา เพราะ เราก้มีจุดประสงค์ในเวลาพูด บางครั้งอยากสร้างบรรยากาศ อยากผ่อนคลาย...ไม่อยากมีแต่สาระหนักๆ เดี๋ยวปิยมิตรก็จะว่าเราเป็นครู.. เป็นคนชอบสอน หรือวิเศษวิโส  
......คนเราตราบใดที่ยังอยู่กับคนด้วยกันในผืนภิภพนี้! 
ย่อมมีเรื่องราว มีอะไรๆ ให้ทำ ให้เป็น สารพัดบทบาทหน้าที่ หากเราไม่ผันแปร ไม่ปรับตัว ก็ต้องอยู่อย่างยากลำบากใจกาย...อย่างที่มีปะปนทั้งคนดี และไม่ดี ทั้งคนที่เสียสละ และคนเห็นแก่ตัว มีผู้สร้างสรรค์ ทั้งผู้ทำลาย...เราก็มีสัญชาติญาณความเอาตัวรอด อยากได้ใคร่มีทุกคนแหละ ไม่แตกต่างกันมาก... แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ กติกาของคน ของการอยู่ร่วมกัน ให้สงบสุข 
เราก็มีศาสนา มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้แน่วแน่ ให้มั่นคงอย่างไร... สิ่งที่เรียกว่าดี-ชั่ว เราก็ยึดศาสนาและกฎหมาย 
เป็นบรรทัดฐาน... หากคนที่ถือตัวว่าเป็นฝ่ายดีต้องท้อแท้ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับอีกฝ่าย ก็จะปลีกตัวออกไปอยู่ลำพัง ไม่ได้สร้างสรรค์ประโยชน์ใดต่อสังคมต่อโลก เพียงแต่เขาจะได้ความสงบในใจเอง แต่เขาก็ได้ละเลย"ความรับผิดชอบ" บางสิ่งไป...ขณะเดียวกัน หากคนดี คนชั่งยังปะทะสังสรรค์กันอยู่ อ่อนข้อให้กัน รังสรรค์ประโยชน์บางอย่าง หรือหลายอย่างต่อกัน ต่อสังคม ต่อโลก ก็ยังถือว่าได้ทำหน้าที่ ได้สร้างประโยชน์สมกับที่เกิดมาร่วมโลกกัน 
........สิ่งนี้ เราก็มานึกได้ หลังจากว้าวุ่น อ่อนไหวไป...เราก็เลยมาคิด และอยากให้ปิยมิตรพิจารณา... อย่ายึดมั่นต่อสิ่งที่เราเป็น เคยเป็น อยากให้เป็น เพราะเราก็จะไม่ยึดมั่นต่อท่าน...ที่จะดีเลิศ เป็นดังภูผา ผู้เปี่ยมล้น... อย่าถึงขนาดนั้นเลย.............. จงวางเราไว้ให้ปะปนอยู่ในวัฏจักรสงสารของมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่ง... 
แต่มนุษย์คนนี้ จะพยายามประคองตัวให้ยืนหยัดอยู่ในทางสายกลางให้มั่นคงที่สุด จะอดทนต้านแรงเสียดทาน 
ไม่ให้กายและใจหลุดไปอยู่ในทางไม่ดี จะพยุงกาย เอนกายให้เท้ายืนอยู่ในทางสายดี แม้ว่าอยากกระโจนไปพบความสุขความสบาย ในทางอีกฝั่งตรงกันข้าม... เพราะคนดี ในทางสายดี ต้องทนเจ็บปวด ทนอดกลั้น อดทนทุกอย่าง ยากยิ่งกว่า ใช่ไหม?. 
........... เมื่อเราเป็นมิตรแท้ เราควรเข้าใจ พยายามเข้าใจ หรือช่วยพยุงกัน ฝ่าฟันแรงเสียดทานต่างๆ ให้เผชิญอยู่ในทางสายนี้ให้ได้.....เพราะต่างจิตต่างใจ ต้องมีความคิดเห็นต่าง ประสบการณ์ สิ่งแวดล้อม ทั้งความห่างไกลกันสุดตา... เรามาได้แค่นี้ ก็สวยงามแล้ว...ทำไมเราจะไม่ช่วยกันพยุงกันยามหกล้ม ยามซวนเซด้วยอารมณ์... ต้องแน่นหนักต่อกัน นะครับ
เหนื่อยก็พัก. เป็นเรื่องธรรมดา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-08 15:13:15
พักเถิด...ร่างกายจิตใจเรา 
ย่อมต้องการ การดูแล ให้ผ่อนคลาย 
เครียดแล้ว ต้อง มีวิธีกำจัด 
วุ่นวาย ต้องมีวิธีให้สงบ 
ว้าวุ่น ก็ใช้ธรรมะ ยึดเหนี่ยว 
เบื่อ-เซ็ง ก็ละจากสิ่งที่เป็นสาเหตุ ซะ 
ปกติ หรือเบิกบานแล้ว ค่อยมาโลดแล่นอย่างมั่นคง 
"ในทางสายดีงาม สายนี้"
“ท่านเจ้าอาวาส”.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-08 20:43:14
 
ข้าน้อย.....ขอคารวะ “ท่านเจ้าอาวาส”.... 
 
ข้าน้อย......เพิ่งจะย้ายข้าวของ “ไปอยู่กุฏิเณรน้อย” เพื่อให้สมแก่ฐานะ 
 
ข้าน้อย......กราบขออภัย....ที่ได้หลงทำตัวเป็นอาตมา....เป็นเวลานาน 
 
นี่ถ้ามิได้ “ท่านเจ้าอาวาส” ออกมาสั่งสอนข้าน้อยในวันนี้ 
 
ข้าน้อย......ก็คงไม่รู้จักสำนึกตัวว่า.....เป็นเณรน้อยก็ยังสูงส่งเกินไป 
 
 
.............................................วันนี้อากาศดี.....ข้าน้อยขอไปจำวัดก่อน 
GOOD NIGHT………………………………………….กุฏิ..โน้น ! 
 
เพราะเรามีพื้นฐาน.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-09 20:25:49
 
ความนับถือกัน....เป็นสิ่งเชื่อมโยง....ให้ไว้วางใจกัน.  
 
มีความสุจริตใจ.......เป็นที่ตั้ง.  
 
มีความเมตตา....ห่วงใย.....เป็นสายสัมพันธ์.  
 
มีความปรารถนาดี....ต่อสังคม....เป็นเป้าหมาย. 
 
 
 
...........เราจึงต้องหนักแน่นมั่นคง............... 
เพราะเป็นคนดี....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-09 21:03:34
 
ในทางสายดี.....ต้องทนเจ็บปวด....ทนอดกลั้น 
อดทนทุกอย่าง....ยากยิ่งกว่า...ใช่ไหม ? 
ใช่แล้วครับ.... “สำหรับมหาปิยมิตรคนดี” ของเรา 
 
 
เป็นคนไม่ดีอย่างเรานี้......ก็รู้สึกว่าดีไปอีกแบบ 
ไม่ต้องมีความอดทน...อดกลั้น...อยากทำอะไรก็ทำ 
งอแงง้องแง้งก็ปานนั้น...ทำให้ “มหาปิยมิตรของเรา” หนักใจอยู่เรื่อย 
 
 
เมื่อเรา เบื่อ - เซ็ง เราก็ยังละจากสิ่งที่เป็นสาเหตุได้ 
แต่สำหรับ “มหาปิยมิตรของเรา” ท่านคงละได้ยากใช่ไหม... 
ยิ่งเบื่อ – ยิ่งเซ็ง ก็ยิ่งต้องเผชิญหน้าอยู่ทุกวัน.. 
 
 
ยิ่งนานวัน....เราก็ยิ่งเป็นห่วงท่าน....เห็นใจท่านมากยิ่งขึ้น 
แต่ก็นั่นแหละ “เราก็คือเรา” มีแต่จะงอแงอยู่เรื่อย..................นิสัย !!! (ไม่ดี). 
นี่แหละ"ชีวิต"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-10 06:19:50
เมื่อวานเป็นวัรพระใหญ่  
และวันสำคัญวันหนึ่งของคนไทยนะ 
เราก็เลยยุ่งๆทำอะไรตามประสา คนไม่อยากอยู่นิ่ง 
เข้ามาดูอยู่ ว่าปิยมิตรจะเป็นอย่างไร 
แล้วก็เลยตั้งใจสวดมนต์ นั่งสมาธิ โดยใช้เวลาพอสมควร 
คิดว่าปิยมิตรของเราท่านก็คงจะสวดมนต์ไหว้พระอยู่เช่นกัน 
............................................................................ 
วันนี้เราก็ตื่นแต่เ้ช้า เพื่อให้วันศุกร์นี้หรรษา 
ขอให้ปิยมิตรเรา จงหรรษาน่ารักอย่างนี้ตลอดไป 
อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ เราก็เป็น...ไม่ว่ากันหรอก 
"เรามีเรา" ก็คอยเอ็นดู เข้าใจกัน อภัยกันเสมอนะ 
............... ขอให้ผ่องใส ให้ศุกร์นี้หรรษา นะครับ
เราหรรษา....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-10 08:11:28
วันนี้ปิยมิตรขอรับสารภาพครับ…. 
ด้วยว่าเรารู้สึกทึ่งมานานที่ท่านทำได้ และเราก็ละอายใจที่เราไม่ได้ทำ 
เช่น การตื่นแต่เช้าเตรียมของไปใส่บาตร และการสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนทุกคืน 
การนั่งสมาธิยามค่ำคืนได้เป็นเวลานาน....เหล่านี้...เราทำมิได้เลยครับท่านครับ. 
 
เราใส่บาตรเมื่อเราอยากใส่จริง ๆ เช่น เราฝันเห็นญาติที่ล่วงลับไปแล้ว 
หรือว่าเวลาเราผ่านไปแล้วเจอพระขณะนั้น...ถ้าเตรียมของได้เราก็ใส่บาตร 
เดี๋ยวนี้ปั่นจักรยานออกกำลัง...ก็แวะเข้าวัด...เอาเงินหยอดตู้ค่าน้ำค่าไฟวัด 
 
จากนั้นก็นั่งสวดมนต์บทสั้น ๆ ที่อยู่ในใจเราตลอด... 
คิดดูสิ...มีเรานั่งอยู่คนเดียวบนศาลาวัดเงียบสงบ... 
หน้าพระประธานองค์ใหญ่เหลืองอร่าม... 
แม้หลับตาก็ยังรู้สึกปิติกับสีทองเจิดจ้าขององค์พระใหญ่ 
 
ถ้าวันไหนเรามองเข้าไปในวัดแล้วเห็นมีคนเยอะ.... 
เราก็จะไม่เข้าไป...ไม่อยากรบกวนท่านเหล่านั้น 
 
เมื่อวานนี้เราก็ได้แวะเข้าวัดที่เราไปอยู่เป็นประจำ.....ด้วยว่ามองเข้าไปแล้วไม่เห็นมีใคร 
แต่พอขึ้นไปบนศาลาวัดก็เห็นแม่ชีสองคนกำลังช่วยกันจัดดอกบัวใส่ แจกันเพื่อบูชาพระอยู่ 
ระหว่างที่เราไหว้พระท่านทั้งสองก็คุยกันเบา ๆ เท่านั้น เพราะคุยกันอยู่ก่อนแล้วคงติดพัน 
พอเราไหว้พระเสร็จมากราบทักทายท่าน ท่านก็ยังขอโทษเราที่ได้รบกวนเราสวดมนต์.... 
 
..........................................ท่านช่างมีจิตเมตตายิ่งนัก.................................................. 
“ความสงบในความเงียบ”....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-10 08:15:04
 
หาใช่ความสงบที่แท้จริงไม่ 
 
เมื่อท่านสามารถทำใจให้สงบได้ ท่ามกลางกิจกรรมต่างๆ 
นั่นจึงเป็นสภาวะสงบที่แท้จริงของธรรมชาติ 
 
เฉกเช่นเดียวกับความสุขจากความสะดวกสบาย 
ย่อมไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง 
 
หากแต่เมื่อท่านสามารถมีความสุข ท่ามกลางความยากลำบาก 
นั่นแหละคือท่านได้เข้าถึงศักยภาพที่แท้จริงของจิตแล้ว 
 
 
 
...................................................................หวนชู เดาเร็น  
“ฝนทิพย์”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-10 21:06:09
 
ดุจฝนทิพย์....ระยิบพราว....ราวเพชรแก้ว  
 
ช่างวาวแวว....แพรวพร่าง....กระจ่างใส  
 
ขอขอบพระคุณ....น้ำใจไมตรี.....ที่จริงใจ  
 
ขอทุกท่านจงสดใส....ในชีวิต.....นิจนิรันดร์  
 
“มหาปิยมิตรคนดี”....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-11 15:30:17
 
ไม่รู้ว่าทำไม..... 
ระยะนี้เราถึงได้นึกถึง “ท่านสืบ นาคะเสถียร” 
 
เสียงปืนดังขึ้น “นัดหนึ่งในราวป่าลึก” ที่ห้วยขาแข้ง 
“สืบ นาคะเสถียร” ได้จบชีวิตของเขาลง 
 
และเป็นจุดเริ่มต้นของ "ตำนานนักอนุรักษ์ไทย” 
“สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกายและใจ" 
สืบทอดเจตนา.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-11 15:31:43
 
(สืบ นาคะเสถียร).................................คาราบาว 
 
แววตาของเจ้าลุกโชน....เสียงตะโกนของเจ้า....ก้องไพร  
บัดนี้เจ้านอนทอดกาย....จากป่าไป....ด้วยใจกังวล  
วาจาของเจ้าจริงจัง....มีพลัง....เหมือนดังมีมนต์  
นักสู้ของประชาชน....จะมีกี่คน....ทำได้ดังเจ้า  
 
สืบ นาคะเสถียร.... เป็นบทเรียน....ของกรมป่าไม้  
หัวหน้ารักษาพงไพร.... จังหวัดอุทัย ณ ห้วยขาแข้ง  
 
สองมือเจ้าเคยฟันฝ่า....อีกสองขา....เจ้าย่างย่ำไป  
ลัดเลาะสุมทุมพุ่มไม้.... ตระเวนไพร....ให้ความคุ้มครอง  
ดูแลสารทุกข์สารสัตว์....ในป่ารกชัฏ....ลำห้วย ลำคลอง  
ขาแข้งเหมือนดังขาน่อง....สองขาเจ้าย่ำ....นำความร่มเย็น  
 
สืบ นาคะเสถียร.... เป็นบทเรียน....ข้าราชการไทย  
ถือประโยชน์ของชาติเป็นใหญ่....ถึงตัวต้องตาย....ไม่เสียดายชีวา  
 
สืบ นาคะเสถียร…. เป็นบทเรียน....ของกรมป่าไม้ 
หัวหน้ารักษาพงไพร....จังหวัดอุทัย ณ ห้วยขาแข้ง 
 
เช้าวันที่ 1 กันยายน....ในราวป่า....เสียงปืนกึกก้อง  
ญาติมิตรล้วนน้ำตานอง....จากข่าวร้าย....กลางป่าอุทัย  
วิญญาณเจ้าจงรับรู้…. คนที่ยังอยู่....ยังยืนหยัดต่อไป  
สืบ...เอยหลับให้สบาย....เจ้าจากโลกไปนี้....ไม่สูญเปล่า  
 
...........สืบ...เอย...เจ้าจากไป...ไม่สูญเปล่า………..  
 
“มหาปิยมิตรคนดี”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-11 18:26:38
 
ท่านเคยให้ข้อคิดของ "ท่านสืบ นาคะเสถียร"  
แก่เรา....ตอนหนึ่งว่า.......... 
 
 
" ผมเห็นใจคน...ที่ไม่มีโอกาส...ในสังคม 
ถูกบีบคั้น....ถูกเอาเปรียบ....ทุกอย่าง  
 
ผมอยากเห็นคน....ที่มีโอกาส....สละโอกาส 
ให้กับคน....ที่ไม่มีโอกาสบ้าง 
 
อย่าได้เที่ยว....กอบโกย.....มากกว่านี้เลย 
เพราะมันจะ....ไม่ทำให้....อะไรดีขึ้น " 
 
 
..........เป็นคำกล่าวที่ล้ำค่าทุกเวลา.......... 
 
....เราขอสดุดี... "ท่านสืบ นาคะเสถียร”.....  
 
ขอบคุณครับ!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-11 21:40:23
ปิยมิตรคนดี 
กี่ปีมาแล้วนะ ที่ท่านสืบ นาคเสถียรได้จากป่าห้วยขาแข้งไป 
แต่ดวงจิตที่ห่วงใยของท่านคงคอยวนเวียนอยู่ไม่จากหน้าที่ไปไหน ให้รุ่นหลังได้จดจำ...ไม่สูญเปล่าที่ต้องแลกด้วยชีวิตทั้งชีวิต...........................................  
เรารู้สึกปิติปลื้มใจ ที่ยังมีคนคอยระลึกถึงสิ่งละอันพันละน้อยที่เป็นความดีความงามใ นโลก โดยเฉพาะคนคนนั้นคือ"มิตรที่แสนวิเศษ"ของเรา มิตรเราได้ทำหน้าที่ที่พิเศษในการสรรค์สร้างประโยชน์ต่อโลก...เราอยากให้คนอื่นๆสักยี่สิบสามสิบเปอเซ็นต์ในบ้านเมืองได้ ทำเช่นนี้...ช่วยกัน เอาใจใส่ ช่วยกันเผยแผ่ ถ่ายทอดเชิดูุเรื่องราวของคนดี สิ่งที่ดีๆ... ให้คนดีไม่โดดเดี่ยว ไม่ถูกละเลย.............. 
ขอบคุณ ที่ในส่วนความดีความงามนี้ มีเรา อยู่ในที่ระลึกของปิยมิตรด้วย... เราก็รู้สึกรำลึกถึงท่านสืบ นาคะเสถียร ตามปิยมิตรด้วย
เราคิดว่า “ท่านเจ้าอาวาส” คงจะเพลีย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-11 22:30:43
 
ที่หลายวันมานี้.....ท่านต้องสั่งสอนศิษย์ผู้ไม่อดทน. 
 
ก็เลยอาบน้ำ...จะนอนแล้ว...ก็ได้เห็นข้อความของท่าน. 
 
..............เราก็ดีใจ......ที่ท่านสบายดี.............. 
แต่วันนี้ปิยมิตรเพลียครับ….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-11 22:34:31
เพื่อนเรา...แนะนำให้เราดื่มชาดีท็อกซ์.....ก่อนนอน 
ให้ใส่ถ้วยกาแฟ.....กดน้ำร้อนใส่.....ห้านาทีดื่มได้ 
เราก็ใส่แก้วโต ๆ กดน้ำใส่เยอะ ๆ แล้วก็มานั่งฟังเพลง  
เผลอทิ้งไว้เป็นชั่วโมง...ก่อนจะมาดื่มหมดเกลี้ยง 
ได้ผลเกินคาด......ตั้งแต่เช้ามืด.....จนตลอดทั้งวัน 
เราก็เทียวเข้าห้องน้ำ....พอออกมาก็นอนกลิ้งไปกลิ้งมาทั้งวัน...หมดแรง. 
ตอนแรกว่าจะกลับไปเยี่ยมสองท่านผู้เฒ่า.....แต่รู้สึกว่าคงไปไม่ไหว. 
 
.....ว่าแต่ “ท่านเจ้าอาวาส” สนใจซักถ้วยมั๊ยล่ะครับ....ชาดีท็อกซ์ ”..... 
อรุณสวัสดิ์ครับ “มหาปิยมิตรคนดี”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 09:05:17
 
วันนี้ท่านทานข้าวได้เป็นปกติหรือยังครับ 
 
หลาน ๆ ทำไข่เจียวให้ท่านทานบ้างไหมครับวันนี้ 
 
เราหวังอย่างยิ่งให้ท่านได้สุขกายสุขใจไปตลอดทั้งวันนะครับ. 
 
“มหาปิยมิตรคนดี” ของเรา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 09:37:31
 
เราคงไม่สามารถที่จะเป็น "มิตรที่แสนวิเศษ" ได้ 
หากไม่มี “มหาปิยมิตรคนดี” ที่ยิ่งใหญ่ของเราอยู่เป็นเพื่อน 
 
เราเป็นเพียง “ผู้ปฏิบัติ” ที่อยากจะทำในสิ่งที่คิด 
แต่ท่านคือ “ผู้บังคับบัญชา” ที่ได้นำพาเราไปสู่เส้นทางที่ดี 
 
การที่เราจะทำความดีเพื่อให้ผู้อื่นได้รับผลดีนั้น 
เราจึงต้องอาศัย “ผู้มากด้วยบารมีเช่นท่าน” มาเกื้อหนุน 
 
บารมีของเราไม่มากพอที่จะทำให้ผู้ใดมาเชื่อถือศรัทธาได้ 
ไม่มีใครรู้จักเรา....และเราก็ไม่อยากจะให้ผู้ใดมารู้จักเราด้วยครับ....(นอกจาก "มิตรแท้") 
 
........ขอขอบพระคุณในความเป็น “มิตรแท้ที่ยิ่งใหญ่”............ 
เป็นห่วงอาการนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 12:28:52
คงอาการดีขึ้นแล้วสินะ 
ถึงได้มาปฏิบัติการถ่อมตัวได้อยู่ 
เราเป็นห่วงปิยมิตรมาก มาเปิดดูแต่เมื่อเช้าแล้วกำลังจะส่งข้อความหา หลานเลยเร่ง คือพวกเราไปตลาดสดกันน่ะครับ 
ได้อาหารมาตุนไว้ กว่าจะมากว่าจะทำกินกัน ในวันหยุด  
เรากำลังหัดเคี้นวอะไรๆ ให้ขากรรไกรเข้าที่ฮะ 
ด้วยเหตุว่าถูกตรึงแน่นไว้กว่าเดือนครึ่ง เหงือกและฟันต้องค่อยๆถูกจัดระเบียบการใช้งาน สักระยะ 
......... เราน่ะ ไม่มีอะไรให้น่าห่วงระยะนี้ 
มีแต่ห่วงท่าน ที่ดื่มชาน่ะ ต้องการลดน้ำหนักรึเปล่า? 
ก็ปั่นจักรยานอยู่นี่นา...ที่อยากให้ลดน้ำหนัก ก็ตามใจ ใจเย็นนะ เรื่องดีท็อกซ์นี่.. ก็ดีนะครับ ถ้าตั้งใจ 
แต่ท่านก็ไม่ตั้งใจดื่มชาอุ่นๆ ร้อนสักหน่อยจะยิ่งดีค่อยๆจิบ เหมือนคนจีน เขาจะดื่มร้อนๆได้ปกติ เขาไม่ดื่มพรวดเดียวอย่างเราดื่มน้ำหรอกจ้า โทษก็เป็นเช่นนี้แหละ 
........... เราน่ะ กินได้ไม่คล่อง แต่รู้สึกว่ากินจุขึ้น บ่อยขึ้น 
นี่เดี๋ยวจะไปกินข้าวกับยายที่ในเมืองสักครู่นี่ล่ะ หลานโทรมา จะเอาสายบัวกับมะม่วงไปให้ท่านด้วย 
ตอนค่ำเราจะมาถามข่าวใหม่นะ... คุณเณรน้อย อย่าดื้อนะเดี๋ยวหลวงพ่อให้ฉันแกงหวายป้าบๆ เป็นลำๆ เลยนะ 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 13:09:14
 
เมื่อมนุษย์เราเกิดเสวยชาติเป็นคน มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามวาระของกรรมที่อำนวย  
มนุษย์ก็มีกรรมชนิดหนึ่งที่พาให้มาเป็นเช่นนี้ ซึ่งล้วนผ่านกำเนิดต่าง ๆ มาจนนับไม่ถ้วน  
ให้ตระหนักในกรรมของสัตว์ว่ามีต่าง ๆ กัน ........  
 
เพราะฉะนั้น.....  
ไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามในชาติกำเนิดความเป็นอยู่ของกันและกัน  
และสอนให้รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมดี กรรมชั่วเป็นของ ๆ ตน”  
 
 
..........................................................................................................หลวงปู่มั่น 
 
หลวงปู่ทวด (เหยียบทะเลน้ำจืด)
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 13:10:09
 
ทุกวันนี้...เกิดความทุกข์...ความเดือดร้อน  
ก็เพราะ....มนุษย์ไปยึดโน่น...ยึดนี่  
ยึดพวกยึดพ้อง...ยึดหมู่ยึดคณะ...ยึดประเทศเป็นสรณะ  
 
โดยไม่คำนึงถึง...ธรรมสากลจักรวาลโลกมนุษย์นี้  
ทุกคนมีกรรม....จึงเกิดมาเป็นสัตว์โลก  
สัตว์โลกทุกคนต้องใช้กรรมตามวาระ...ตามกรรม  
ถ้าทุกคนยึด....ถือเป็นอารมณ์  
ก็จะเกิดการ...เข่นฆ่ากัน...เกิดการฆ่าฟันกัน  
เพราะอารมณ์...แห่งการยึดถืออายตนะ.  
 
ฉะนั้น…ต้องพิจารณา...ให้ถ่องแท้ว่า...สิ่งใดทำแล้ว  
สัตว์โลกมีความสุข....สิ่งนั้นควรทำ  
นี่คือ.......หลักความจริงของธรรมะ.  
 
...หลวงปู่ทวด (เหยียบทะเลน้ำจืด)....  
 
เห็นมั๊ย ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 13:11:07
 
ท่านมาเรียกเราว่าเณรน้อย.... 
 
ทำให้เราเผลอตัวไปพูดถึงเรื่องธรรมะอีกแล้ว 
 
เรื่องชา.......
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 13:32:59
 
คนขายเขาก็ไม่ได้บอกว่าใช้ลดน้ำหนักหรอกนะครับท่านครับ 
เขาบอกว่าในลำไส้ของเรามีสารพิษตกค้างมาก ต้องกำจัดออกไปบ้าง 
เราก็เคลิบเคลิ้มสิครับ...ซื้อมากล่องหนึ่งแบ่งกับน้องที่ทำงานคนละครึ่ง 
เพราะราคาก็แพงอยู่ เขาตัวใหญ่ดื่มไปก็ไม่ค่อยสะเทือนอยู่แล้ว เขาก็ว่าดี 
เราน่ะเพิ่งมาดื่ม....ตอนนี้เราก็กำลังคิดว่าเราจะดื่มต่อ หรือว่าเอาไปให้น้องเขาดี 
เราน่ะกลัวจริง ๆ เลยว่าไส้ของเราจะหลุดออกมาด้วย แค่ทานเผ็ดเราก็ท้องเสียแล้ว. 
 
ส่วนการปั่นจักรยานนั้นน่ะ ก็ไม่ได้ใช้พลังงานอะไรมาก แทบจะไม่ได้ออกแรงเลย 
แต่เราก็ไปปั่นให้สบายใจ เวลาเราปั่นเราก็มีความสุขนี่ ดูโน่นนี่ไป เจอคนรู้จักก็ได้ทักทาย 
แต่ก็มักจะเจอแม่ค้าขายกับข้าว เขาก็ใส่ตะกร้ามัดใส่มอเตอร์ไซค์มาขายเป็นถุง ๆ 
เราเห็นก็ซื้อมาทานที่บ้าน.....ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะไม่ทานตอนเย็น... 
ชีวิตของเราก็เป็นแบบนี้แหละครับท่านครับ...ไม่ค่อยได้จริงจัง...สบาย ๆ ไปวัน ๆ 
สองวันนี้เราได้อยู่บ้าน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 14:29:39
 
ก็รู้สึกดีที่ได้นอนตอนกลางวัน...ตื่นมาก็สดชื่น…. 
ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับพญานาค...เป็นการเล่าเรื่องประสบการณ์จริง 
ของพระอริยสงฆ์ ที่ได้พบเจอพญานาค อาทิ....หลวงปู่มั่น. 
(ในส่วนหลวงปู่มั่นนี้...ท่านอาจารย์หลวงตามหาบัว...เป็นผู้รจนาข้อความ 
ที่หลวงปู่มั่น...ได้พบเจอพญานาคในถ้ำเชียงดาว) 
หลวงปู่ชอบ , หลวงปู่หลุย , หลวงปู่สิม , หลวงปู่คำคะนิง , หลวงปู่พรหมา 
เราเป็นลูกแม่น้ำโขง....เราย่อมชอบเรื่องเกี่ยวกับพญานาคเป็นธรรมดา... 
 
วันหนึ่ง....ที่บ้านเราได้ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์องค์หนึ่ง...ท่านเดินทางมาจากภูเขา 
เป็นโอกาสพิเศษวันหนึ่ง.....เราจำไม่ได้ว่าเป็นวันอะไร......เพราะนานมากแล้ว 
 
เราจำได้ว่า เราถามพระสงฆ์องค์นั้นว่า........“พญานาค มีจริงหรือไม่” 
ท่านไม่ตอบเรา แต่ท่านได้ถามเราว่า........... “ลม มีจริงหรือไม่” 
เราก็ตอบว่า............................................. “ลม มีจริง” 
ท่านได้ให้ข้อคิดว่า................................... “ นั้นแหละ...เหมือนกัน” 
 
 
...ส่วนบั้งไฟพญานาค...เราไม่กล้าพูด...และเราก็อยากจะเห็นของจริงอยู่ครับ.... 
อ่านแล้วสนุก....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 15:06:37
 
พญานาคในถ้ำเชียงดาว...เป็นพญานาคมิจฉาทิฏฐิ 
จึงชอบยกโทษพระ...ไม่มีประมาณแห่งความพอดี 
 
ขณะท่านหลวงปู่มั่น...พักอยู่ในถ้ำนั้น 
ถูกพญานาคตนนั้นตำหนิติเตียนด้วยเรื่องต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ 
เวลาแผ่เมตตาส่วนกุศลให้ รู้สึกรับได้ยาก คงจะเคยมีกรรมกับพระมานานยังไม่จบสิ้นลงได้ 
ขณะที่ท่านพักอยู่ที่นั่น จึงยกโทษอยู่เป็นประจำแทบทุกอริยบถ แม้ขณะหลับ 
 
ท่านได้ให้ธรรมของพระพุทธเจ้า ที่เคยช่วยโลกให้พ้นจากทุกข์ภัยตลอดมา 
...................................................ฯลฯ............................................................. 
“ ท่านก็จะเป็นผู้มีธรรมคุ้มครองใจ ใจที่มีธรรมคุ้มครอง หลับและตื่นย่อมเป็นสุข 
ไม่กระวนกระวายส่ายแส่ มีตนเสมอภาคต่อสิ่งทั้งปวง ไม่ชมสิ่งนั้นว่าดี 
ไม่ตำหนิสิ่งนี้ว่าชั่ว จนตัวเองต้องเป็นทุกข์ไปตาม ซึ่งมิใช่ทางนักปราชญ์ท่านดำเนินกัน” 
 
 
ถึงแม้พญานาคจะคอยกวดขันตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ไม่ปล่อยตัวดังที่เคยเป็นมานัก 
แต่ก็รู้สึกว่าเป็นความลำบากไม่น้อย เมื่อท่านเห็นความลำบากในการรักษาจิต 
ของพญานาคที่คอยคิดไม่ดีอยู่เรื่อย ๆ ท่านเลยหาอุบายลาเธอไปเที่ยวที่อื่น 
.....................................ซึ่งเธอก็ยินดีให้ท่านไป..............................................  
 
หลังจากนั้น ท่านหลวงปู่มั่น  
เลยได้ถือเอาเรื่องพญานาค เป็นเหตุอธิบายธรรมเกี่ยวกับนิสัยของคน และสัตว์ต่อไปอีก. 
 
 
...........................................................เอวัง..........................................................เจริญพร. 
 
เณรน้อยเพลียแล้ว.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 15:14:45
 
ตอนค่ำเณรน้อยจะไม่เล่าอะไร......จะรออ่านอย่างเดียว. 
"ท่านเจ้าอาวาส" โปรดจงเล่าให้เยอะๆ ให้เราสนุกสนานเบิกบานใจ 
ไม่อย่างนั้น..เณรน้อยอย่างเราก็จะงอน งอน งอน และงอน ครับท่านครับ 
ยเวลาคิดอ่าน อาศัยช่วงเวลาที่สงบ จิตใจผ่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 19:58:08
เพราะว่า ...เณรมีปัญญาฉลาเเฉลียว ใฝ่รู้ แม่นยำ ความจำดี 
ส่วนอาตมาภาพนี้.. สังขารกำลังโรยรา สติปัญญาไม่ค่อยแล่นปร๊าด ความอืดอาดเชื่องช้าจะมาเยือนอยู่เรื่อยเวลาคิดอ่าน 
อาศัยช่วงเวลาที่สงบ จิตใจผ่องแผ้ว จึงจะสามารถบรรยายธรรมะได้ และต้องอาศัยความเพียรค้นคว้าให้ถูกต้อง ซึ่งก็ไม่เท่ากับคนหนุ่มสาวที่วัยกำลังสดใสแข็งแรง เขารับรู้ได้เร็ว แต่ขาดสติรอบคอบ  
.................. ปิยมิตรของเรา ยกยอซะ เกิ๊นไป...เราจะลำบากนะ อยากสนุกเรื่อยเปื่อย ก็จะเสียภาพพจน์... เอาเป็นว่า เราไม่กล้ารับหรอกนะในความเลิศล้ำที่ท่านให้เกียรติอยู่เสมอ จะสำนึกย้ำเตือนตัวเองตลอด...เวลาท้อแท้ เบื่อหน่าย..หรือจะแผ่ว ต่อการทำดี อดทนต่อสิ่งกระทบรบกวน เราจะบอกตัวเองว่า" อย่าให้ความนับถือยกย่องที่เราได้รับจากคนที่เห็นค่าของเรานั้น เสียเปล่า ต้องอดทน ต้องมั่นคง".... แม้ว่าคนเราจะต้องทั้งดีและขาดตกบกพร่องไปบ้าง ชีวิตจึงจะไม่ขมขื่นมาก...ถือเอาทางสายกลางในการดำเนินชีพ  
เราสัมผัสรสชาติความผิดหวัง ความไม่ยุติธรรมมานักต่อนัก คิดว่า เวลาที่เหลืออยู่ อยากทำดีไม่อยากเด่น ไม่อยากเลิศ...ขอเป็นคนพร่องๆดุจน้ำครึ่งแก้วดีกว่า ยังจะได้รับ ได้รอคอย คนมาเติมเต็ม ไม่อยากคิดว่าตัวเองจะเต็มปรี่ดอกนะ... "ปิยมิตรของเรานี่ไง" ที่จะเป็นน้ำใสมาคอยเติมเวลาน้ำเราพร่อง ก็คอยเติมให้กัน เมื่อสังเกตว่าแก้วของใครจะพร่องจะหมดไปน่ะนะ
อย่างงนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 20:13:51
ตอนเราวางข้อความจากการเซฟ ตัวอักษรเลื่อนเปื้อนไปหมด 
เรารีบร้อนปิดหน้าต่าง ลมมากับฝนน่ะ เราอยู่บ้านนอกเมืองน่ะไม่ค่อยมีอะไรกันลม มีแต่ต้นไม้ในบ้านแต่ยังไม่ทั่ง โดยรอบก็เป็นทุงนา และที่ว่าง ชื่เรื่องก็เล่นเอาเวียนศรีษะเลย 
เน็ตก็ช้า ช้า ไฟฟ้า กระพริบเตือนแล้วอาจมีไฟดับ นี่จะส่่งทันรึเปล่าไม่ทราบนะ 
......เราได้คำประพันธืถูกใจมาฝาก ไม่ระบุนามคนแต่ง 
คิดว่า เข้ากับความคิิดของตนเองในเวลานี้ ลองฟังดู 
"ชีวิตที่เวียนผ่าน 
ประดุขธารที่รินไหล 
วันวารที่ผ่านไป 
อายุวัยก็เปลี่ยนพลัน 
มวลไม้มลายโรย 
ลมโบกโบยหวิวไหวหวัน 
ค่าครวญคุณครามครัน 
ดุจสวรรค์ในตนเอง"
ขอโทษนะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 20:31:45
ลมแรงจริงๆ ไฟดับแล้ว เด็กๆหาเทียนกันวุ่น ไฟฉายก็ถามหากันใหญ่ เราต้องหาให้เขาก่อนใช้ดทรศัพย์ส่องกันใหญ่กล้วฟ้าผ่าด้วยล่ะ ขอให้ท่านพักผ่อนอย่างมีสุขนะ เราต้องขอขอบคุณมากที่เล่าเรื่องพญานาคให้ฟัง อยากคุยต่อแต่ไม่สะดวกแล้ว... แล้วคืนนี้จะน้อมนำธรรมะของ"มหาสงฆ์" ที่ปิยมิตร ดังหยั่งรู้จิตใจเรา ว่าเคารพศรัทธาหลวงปู่ทุกองค์ที่มิตรน้อมนำมา ........ 
“ ท่านเจ้าอาวาส ”.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-12 20:57:13
 
“เณรน้อย” กราบขออภัยที่อยากให้ท่านเล่าเยอะ ๆ 
“ข้าน้อย” ลืมไปว่าท่านชราภาพมากแล้ว สังขารก็โรยรา 
 
แต่ก็ใช่ว่า “เณรน้อย” จะจากจรหนีท่านไปหรอกนะ 
จะยังคอยดูแล ห่วงใย ให้กำลังใจ “ท่านเจ้าอาวาส” ตลอดไป 
 
...................คิดทึ้ง..... คิดถึง....................... 
 
กฤษณาสอนน้อง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-13 12:00:04
 
พฤษภกาสร...........อีกกุญชรอันปลดปลง 
โททนต์เสน่งคง.....สำคัญหมายในกายมี 
นรชาติวางวาย.......มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ 
สถิตทั่วแต่ชั่วดี......ประดับไว้ในโลกา 
 
ความดีก็ปรากฏ......กิติยศลือชา 
ความชั่วก็นินทา.....ทุรยศยินขจร 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-13 12:01:57
 
อันพฤษภกาสรกุญชรชาติ....ปลดชีวาตม์สำคัญหมายในกายขน 
ทั้งโททนต์เสน่งคงดำรงชนม์....เป็นที่ยลเยี่ยงชัดประหยัดการ 
นรชนวางวายทำลายขันธ์....ชั่วดีนั้นสืบเนื่องเรื่องขนาน 
ประดับไว้ในหล้าอยู่ช้านาน....ประกอบการกิติเฟื่องเลื่องขจร 
ความดีก็ปรากฏเป็นยศเกียรติ....ความชั่วเสียดสิ่งผรุสไม่หยุดหย่อน 
เป็นที่ฉินนินทาประชากร....เนื่องนครชั่วย่อมทั่วไป 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-13 12:03:16
 
แม้รักตนต้องรักษาศรัทธาทาน....ปรารภการโดยระบอบที่ชอบธรรม์ 
แม้รักสัตว์นานาอุตสาห์ถนอม....ประนีประนอมอย่าขี้เกียจคิดเดียดฉันท์ 
จะเลี้ยงดูอยู่เป็นนิตย์น้ำจิตพัน....ทุกคืนวันให้อิ่มหนำร่ำอาจิณ 
แม้รักชนเลี้ยงดูให้อยู่สุข....อุดมทุกสิ่งบำรุงด้วยนุ่งห่ม 
ภักษาหารบริบูรณ์พูนนิยม....สำราญรมณ์ฤห่อนลี้หนีในการ 
จะใช้สอยรับประสงค์โดยจงรัก....ไม่ห่างพักตร์ตราบชีวันสิ้นสังขาร 
ผูกงูด้วยมนตราวิชาชาญ....แม้นผูกสารเชือกบาศไม่คลาดคลาย 
จะผูกชนด้วยมีไมตรีจิต.....ความดำริปรีดีไม่มีหนีหน่าย 
รักจนตราบมรณาชีวาวาย.....กระสันหมายจิตรักไม่ชักแปร 
 
“มหาปิยมิตรคนดี”.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-13 12:18:31
 
เที่ยงแล้ว...โปรดทานข้าวนะครับ... 
 
“เณรน้อย”...เป็นห่วงท่านมากครับ. 
 
 
.......................ปิยมิตร...อิ่มโจ๊ก. 
ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทต.โต
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-13 22:04:17
 
พระอริยเจ้าผู้ทรงคุณอนันต์ต่อพระพุทธศาสนาแห่งสยามประเทศนี้ 
อุปมาดุจท่านเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพธรรมภาคอีสาน 
 
ที่นำหน้าเข้าต่อสู้กับหมู่มวลกิเลสร้ายอย่างไม่เสียดายชีวิต 
เป็นแบบฉบับให้ภิกษุสงฆ์ทั้งหลายแห่งกองทัพธรรมเจริญรอยตาม 
มานะฝ่าฟัน เพื่อจะหลุดห้วงแห่งโอฆะ อันเป็นวงวัฎ ผูกมัดรัดตรึงไปให้ได้ 
 
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-13 22:05:19
 
ประหนึ่งเป็นขุนพลแห่งกองทัพธรรมภาคอีสานอีกรูปหนึ่ง  
ซึ่งต่อสู้ห้ำหั่นกับกองกิเลสทั้งหลาย มาอย่างสาหัสสากรรจ์ 
นับตั้งแต่ท่านก้าวย่างเข้าสู่สมณเพศ บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบ้านนาแก  
บ้านนากลาง อำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี (ขณะนั้น) เมื่ออายุ 19 ปี  
 
และอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดสร่างโศก (ปัจจุบันมีชื่อว่าวัดศรีธรรมาราม) 
อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี (ก่อนจะเป็นจังหวัดยโสธร) 
 
ท่านมีวาสนาได้มากราบนมัสการ “ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตต.โต ณ เสนาสนะป่า 
บ้านสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เป็นครั้งแรก เมื่อบวชได้พรรษาที่ 4  
และนับแต่นั้น หลวงปู่ชอบ ก็ได้เป็นศิษย์สำคัญอีกองค์หนึ่งของท่านพระอาจารย์มั่น 
 
สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติใหม่ ๆ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-13 22:06:39
 
ครั้งหนึ่ง....หลวงปู่ชอบออกวิเวกในเขตอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 
หลวงปู่ชอบ ชวนอาจารย์เหรียญ วรลาโภ ขึ้นไปบำเพ็ญสมณธรรมด้วยกันบนภูเขา 
โดยมีโยมชาวบ้านขึ้นไปทำกระต๊อบเล็ก ๆ ให้ท่านใช้เป็นเสนาสนะภาวนาสองหลัง 
แต่สร้างห่างจากกันพอควร (ตอนแรกมีหลวงปู่ขาว อนาลโย ร่วมทางไปด้วย 
แต่เนื่องจากอากาศไม่เหมาะกับหลวงปู่ขาว ท่านจึงลงมา) 
 
วันหนึ่งขณะที่หลวงปู่ชอบ นั่งภาวนา จิตรวมสงบลง ท่านก็รู้เห็น (ในจิต) 
บังเกิดมีแสงสว่างพุ่งไปสู่ทางจงกรม แล้วปรากฏพญานาคตัวมหึมา 
มีหงอนสีแดงฉาน เกล็ดตลอดตัวสีดำเป็นมันวาววับ แผงบนสันหลังประหนึ่งแผงคอม้า 
และลำตัวใหญ่ยาวเหลือคณา ขณะที่ชูหัวอยู่ตรงทางเดินจงกรม 
ส่วนหางถึงกับพาดอยู่บนเขาอีกลูกหนึ่ง 
 
หลวงปู่ถามว่ามาจากไหน พญานาคก็กราบเรียนถวายท่านว่าอยู่ที่เขาลูกนี้ 
ทางเดินของเขาคือลำธารซึ่งลอดใต้ภูเขา ทะลุออกมาแล้วไหลลงไปยังเชิงเขา 
สู่ทุ่งนาของชาวบ้านเบื้องล่าง พญานาคยังบอกว่าหลวงปู่ได้เดินข้ามผ่านลำธารนี้หลายครั้งแล้ว 
ซึ่งท่านก็ยอมรับว่าถูกต้อง เพราะเวลาท่านลงจากเขาไปบิณฑบาต ท่านต้องเดินข้ามลำธารดังกล่าว 
 
หลวงปู่ชอบ ถามชื่อพญานาค เขาก็กราบเรียนว่า “ข้าพเจ้าชื่อเทพนาคา” 
และพญานาคได้กราบเรียนท่านอีกว่า เขามีความสุขใจอย่างประมาณมิได้ 
ที่ได้มีพระกัมมัฎฐานมาบำเพ็ญธรรมภาวนา เสียงที่ท่านสวดมนต์และเจริญเมตตาแก่สัตว์โลกทั้งหลายนั้น 
เป็นกระแสแห่งความชุ่มเย็น ทำให้บังเกิดความสุขสงบ เย็นอกเย็นใจ กระทั่งวันนี้เขาทนไม่ไหว 
จึงได้มานมัสการชมบารมีโดยตรง เพราะพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ารับสั่งไว้ว่า 
 
.........“การได้เห็นสมณะผู้ประเสริฐเป็นมงคลอันสูงสุด”…………………………. 
 
“มหาปิยมิตรคนดี”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-13 22:21:28
 
เมื่อคืนนี้ที่บ้านท่านเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ เราเป็นห่วงมากครับ 
น้ำท่วมบ้านหรือเปล่าน้อ ท่านคงจะยุ่งยากกับการจัดการบ้านอยู่ 
 
วันนี้ท่านไม่ต้องส่งข้อความก็ได้นะครับ พักผ่อนบ้าง เราก็จะนอนแล้ว 
เราเล่าซะยาว ด้วยว่าเรามีความชื่นชมพระอริยเจ้าผู้ทรงคุณอนันต์ต่อพระพุทธศา นา 
และยังประทับใจในพญานาคทั้งสอง จึงต้องนำมาเล่าให้ท่านได้อ่านผ่อนคลายบ้าง 
แม้ว่าเราจะเป็นห่วงสายตาท่านมากอยู่...แต่เราก็คือเราไงครับ.....ข้าน้อยกราบขออภัย.... 
 
 
.............คิดถึงมากมาย......ขอท่านจงหลับฝันดี.......ราตรีสวัสดิ์ครับผม……. 
"ปิยมิตรของเรา"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-14 10:23:40
เรารู้สึกดีมากเลย... 
ต่อเรื่องราวที่ท่านได้กล่าวถึงพระอริยเจ้าผูทรงคุณใหญ่หลวงต่อ พระพุทธศาสนา หลวงปู๋มั่น หลวงปู่ชอบ... พ่อเราเป็นบุคคลแรกที่ได้ปลูกฝังนำพาให้ได้รู้จักเคารพสักการะบ ูชาท่าน 
ท่านมหาสงฆ์นี้ ทั้งหลวงปู่เทศน์ หลวงปู่ขาว หลวงปู่แหวน 
ที่พ่อเรามีโอกาสได้กราบไหว้บูชาท่านเมื่อครั้งยังดำรงอยูในโลก นี้เป็นเนืองๆ... เราได้มีโอกาสไปวัดถ้ากลองเพลบ่อยเมื่อครั้งที่พี่ที่นับถือกัน ท่านบวช ประมาณป2524 ตอนนั้นท่านหลวงปู่ก็มีปัญหาสุขภาพแล้ว ตาและหูของท่านไม่สามารถรับสัมผัสได้เป็นปกติ แต่ความเมตตาและจิตใจที่อ่อนโยนของท่านนั้นลูกศิษย์ลูกหาและพุท ธศาสนิกชนก็ได้รับอยู่เสมอ เรียกภาษาชาวบ้านท่านก็เป็นคนแก่ที่สุขภาพจิตดี อารมณ์ดี ได้นมัสการได้เห็นได้ฟังท่านสนทนา ก็รู็สึกร่มเย็นปิติ เหมือนท่านแผ่รังสีธรรมมาให้แผ่ซ่านอยู่ในจิต....................  
จนเวลาผันผ่านมานานแล้ว เราก็ไม่เคยลืมสีหน้าอันผ่องใส รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาของท่าน...นึกถึงก็เป็นมงคลชีวิตจริงๆ 
...กระทั่งมาถึงหลวงตาบัว ที่มีความนับถือศรัทธาต่อองค์พ่อครูแม่ครูอาจารย์ของท่านอย่างย ิ่ง เราก็ได้กราบไหว้บูชาต่อมา... เวลาเกิดความทุกข์ ท้อแท้ ก็ยังมีหลวงตาเป็นตัวอย่างให้เห็นความกล้า ความอาจหาญไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเสียดทานทั้งหลาย...เมื่อสิ้นบุคคลที่ควรบูชา สิ้นพ่อของเราก่อนหน้านี้... เราก็เหมือนขาดที่พึ่งที่ระลึก สูญคนที่จะให้กราบไหว้บูชาที่สนิทใจแท้จริง... จิตใจบางครั้งก็อ่อนแอลง ความแกล้วกล้าก็แผ่วลงๆ 
.............................................................................เราจึง"รู้สึกดีมาก ชอบใจมาก" ที่ปิยมิตรได้ให้"หยาดทิพย์" โปรยปรายมาให้ดวงใจชุ่มเย็นผ่องแผ้ว เหมาะกับเวลา เหมาะกับความแผ่วในเวลานี้................... 
ชื่นใจ ครับ และขอบคุณมาก...
จากใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-14 10:29:37
*ใครจะผูกโลกแม้ รัดรึง 
เหล็กเท่าลำตาลตรึง ไป่หมั้น 
มนต์ยาผูกนานหึง หายเสื่อม 
ผูกเพื่อไมตรีนั้น แน่นเท้าวันตาย* 
.....................(สุภาษิตโบราณ)
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-14 19:56:41
 
วันนี้เราอ่านข้อความของท่านแล้ว 
 
ทำให้เรารู้สึกซึมเศร้าอย่างไรก็ไม่รู้ 
 
เราคิดไม่ออกว่า...เราควรจะพูดอะไรดี 
 
ถึงจะเป็น “หยาดทิพย์" ให้ท่านได้ชุ่มเย็นผ่องแผ้ว..... 
 
“หลวงปู่สิม พุท.ธาจาโร”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-15 06:53:47
 
เป็นที่น่าสังเกตว่า พระภิกษุผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ มุ่งมั่นแน่วแน่ต่อการบำเพ็ญเพียรสมณธรรม 
ตั้งแต่ย่างก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ตราบดับขันธ์ละสังขาร 
มักจะมีสัญญาณบ่งชี้ถึงแนวทางการดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคตมาตั้ง แต่เยาว์วัย 
“วันหนึ่ง ณ วัดป่าบ้านวังหิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-15 06:54:59
 
(บริเวณแห่งหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำมูล ท่านพระอาจารย์ใหญ่ (ท่านพระอาจารย์มั่น) 
เห็นเป็นสถานสัปปายะ เหมาะสมต่อการบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรม 
จึงสั่งให้หยุด ณ ที่นี้ แล้วให้สร้างเสนาสนะเป็นเครื่องมุงบังอย่างง่าย ๆ  
เป็นที่พักพิงของพระภิกษุ สามเณร และฆราวาส ที่ร่วมคณะติดตามมา 
แล้วสมมติให้สถานที่ดังกล่าวเป็นวัดป่า โดยตั้งชื่อว่า “วัดป่าวังหิน” 
กำหนดให้จำพรรษาซึ่งใกล้จะมาถึง ณ วัดป่าท่าวังหิน โดยพร้อมกัน 
 
ท่านพระอาจารย์มั่นได้แสดงธรรมเทศนาให้ศิษย์ทั้งหลายได้สดับเป็ นที่ไพเราะลึกซึ้ง 
จากนั้นพระภิกษุ สามเณร พากันเจริญสมาธิ โดยไม่รู้ว่าท่านพระอาจารย์ใหญ่ 
ได้พิจารณาวาระจิตของพระเณรทุกรูปเงียบ ๆ กระทั่งพระเณรต่างถอนคลายจากสมาธิ 
ท่านพระอาจารย์มั่นเพ่งมองไปที่ “สามเณรสิม” แล้วกล่าวต่อหน้าหมู่สงฆ์ว่า 
 
“ดีมาก เณรสิมเปรียบเสมือนดอกไม้ที่ยังตูมอยู่ เบ่งบานเมื่อใดจะหอมกว่าหมู่ หอมนาน หอมไกลทีเดียว” 
 
หลวงปู่สิมหรือเณรสิมขณะนั้นได้ยินท่านพระอาจารย์ใหญ่กล่าวชมเช ยอย่างเปิดเผย 
รู้สึกปิติซาบซึ้งเป็นที่สุด หากเก็บงำเอาไว้มิดชิด ไม่แสดงออกให้หมู่พวกล่วงรู้ 
ว่าตนมีความรู้สึกอย่างไร พร้อมกันนั้นก็เกิดกำลังใจที่จะมานะบากบั่นต่อไป 
ในเส้นทางธรรมนี้จนถึงที่สุด เพื่อสิ้นทุกข์ ประหารกิเลสให้หมดสิ้นในชาตินี้ 
 
หลวงปู่สิมมีชาติกำเนิด...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-15 06:56:19
 
ในท้องถิ่นแดนอีสาน แต่บังเกิดความพอใจในสถานสัปปายะของภาคเหนือ 
โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นพิเศษ หลวงปู่สิมพบท่านพระอาจารย์มั่น 
ณ สำนักป่าบ้านแม่ดอย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ แล้ว ก็พักอยู่กับท่านเป็นเวลานานพอสมควร 
 
จึงได้แยกออกไปหาสถานวิเวกโดยลำพัง ตามโพรงถ้ำและเงื้อมหินอันสงบสงัด 
และหลวงปู่สิม ก็ได้สัมผัสรับรู้ว่าไม่เคยมีสถานที่ใด ทำให้เกิดความสบายใจ 
และปลอดโปร่งเท่าเทียมกับมาอยู่ที่เชียงใหม่ได้เลย 
 
ความรู้สึกผูกพันกับสภาพธรรมชาติแวดล้อมในอาณาเขตจังหวัดเชียงใ หม่ 
เป็นความลึกซึ้งที่ยากจะบรรยาย กระทั่งหลวงปู่สิมเองก็แปลกใจ 
ตราบกระทั่งวันหนึ่ง ท่านจึงได้รับคำตอบว่าเหตุใด มีความพอใจอยู่ที่เชียงใหม่เป็นพิเศษ 
วันนั้น หลวงปู่สิมเข้าที่เจริญสมาธิ ขณะที่จิตรวมเป็นหนึ่ง ก็เกิดนิมิตเป็นภาพตัวท่านเอง 
แต่งตัวด้วยเครื่องทรงของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ จากนั้นภาพนิมิตได้เลือนหายไป  
เมื่อถอนจิตจากสมาธิแล้ว หลวงปู่สิมจึงตระหนักว่าอดีตชาติหนึ่งของท่าน 
เคยเป็นเจ้าผู้ครองนครแห่งนี้ และด้วยเหตุปัจจัยนี้เอง ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันลึก ๆ กับเชียงใหม่ตลอดมา 
 
การได้รู้เห็นอดีตชาติของตนเช่นนี้ 
ยิ่งทำให้หลวงปู่สิม สลดสังเวชในวัฎสงสารอย่างยิ่ง 
เพราะในแต่ละภพชาติที่เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด 
เวียนวนซ้ำซากไม่มีที่สิ้นสุดนั้น ใช่ว่าจะกำเนิดเกิดมาได้รับความสุขสบาย 
มีอำนาจราชศักดิ์ทุก ๆ ชาติก็หาไม่ ชาติใดกระทำความดี สะสมกุศลผลบุญเอาไว้มาก 
ก็มีโอกาสไปเกิดในชาติกำเนิดที่เป็นสุขมาก มีความทุกข์น้อย  
หากชาติใดพลั้งเผลอกระทำความชั่ว หลงอยู่ในมิจฉาทิฎฐิ 
ตายไปเมื่อใด ก็ย่อมไปเกิดอีกในชาติกำเนิดอันมีแต่ความทุกข์มาก มีความสุขน้อย 
หาความแน่นอนคงทนใด ๆ มิได้เลย 
 
พิจารณาเช่นนี้แล้ว ยิ่งทำให้หลวงปู่สิมเร่งกระทำความเพียร 
เพื่อหลุดพ้นจากห้วงแห่งโอฆะอย่างแน่วแน่. 
 
หลวงปู่สิม พบพญานาค
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-15 06:57:49
 
วันหนึ่งมีชายคนหนึ่งเป็นชาวเชียงใหม่ นัยว่าเป็นคนพื้นบ้านชาวแม่แตง 
ได้เดินทางมุ่งหน้ามาที่ถ้ำผาปล่อง เพื่อมากราบนมัสการหลวงปู่สิม 
 
ชายผู้นี้มาถึงถ้ำผาปล่อง แล้วได้เข้าไปกราบนมัสการหลวงปู่สิม 
ซึ่งนั่งอยู่ ณ ที่ของท่าน ชายคนดังกล่าวมีกิริยาท่าทางที่ขัดนัยน์ตากระไรอยู่ 
คล้ายกับมิใช่เป็นตัวของตัวเอง ตราบกระทั่งเขาได้กราบเรียนหลวงปู่ 
ด้วยเสียงอันดังพอสมควรว่า เขาคือพญานาค สถิตพำนักอยู่ที่บริเวณเขื่อนแม่งัด 
อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 
 
ชายผู้นั้นยังกล่าวต่อไปอีกว่า เขากับชายคนนี้มีกรรมผูกพันกันมา 
โดยเคยเป็นมิตรสหายอันสนิทแต่ชาติปางก่อน เมื่อรู้ว่าชายคนนี้ 
จะมากราบนมัสการหลวงปู่ เขาจึงเข้าสิงสู่ครอบงำอยู่ในร่าง เพื่อมากราบนมัสการด้วย 
จากนั้นได้สนทนากับหลวงปู่สิมอีกหลายประโยคหลายคำ 
โดยที่เป็นเรื่องทางธรรมแทบทั้งสิ้น และหลวงปู่สิมก็ยินดีวิสัชนาชี้แจงจนกระจ่างใจ. 
พระ ครูภาวนานุศาสก์….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-15 12:17:24
 
เงินไม่มี....รอหมอ....นั่งคอตก 
มือทาบอก....เซซวน....ทวนสังขาร 
ญาติไม่มา....ยาไม่พอ.... ทรมาน 
โรครุกราน....นอนดิ้น....จนสิ้นใจ 
 
********************** 
 
อันโบราณ....พาที....ไว้ดีมาก 
โคไม่อยาก....กินหญ้า....อย่าเคี่ยวเข็ญ 
ไปฝืนใจ....ของเขา....เราลำเค็ญ 
คราวจำเป็น....ก็ต้องปล่อย....ไปตามกาล. 
 
********************** 
ทานข้าวเผื่อด้วยนะครับ.....เที่ยงนี้ เณรน้อย อดอาหาร. 
มีแผนว่าจะไปหนักตอนเย็น..........................เพิ่มอ้วน. 
พระ ครูภาวนานุศาสก์….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-15 16:23:01
 
จงเตือนตน....ของตน....ให้พ้นผิด 
ตนเตือนจิต....ตนได้....ใครจะเหมือน 
ตนเตือนตน....ไม่ได้....ใครจะเตือน 
ทำแชเชือน....ใครจะช่วย....ให้ป่วยการ 
 
โทษของตัวเท่าภูผา....ปกปิดไว้....ไม่ให้ผู้ใดเห็น 
โทษของผู้อื่นเท่าเมล็ดงา....ยกขึ้นมาติฉินนินทา....ไม่วายเว้น 
 
 
มิถือสา.!!!............................................อาตมาเหนื่อยให้ธรรมะ. 
 
....................เราอยากฟังเพลงร๊อค....สะเดิด !!!...................... 
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-16 10:31:02
 
เราคงทำให้ท่านตกใจอีกแล้ว... 
ความจริงแล้ว...เราก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก 
 
เราเป็นห่วงท่านมากกว่า.... 
เป็นความรู้สึกประมาณว่า….”เพื่อนข้าใครอย่าแตะ” !!! 
 
นี่เราก็คิดจะตั้งแก๊งอันธพาลอยู่... 
เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์และความเป็นจริงแห่งเรา 
แต่ดู ๆ แล้ว หัวหน้าแก็งก็คือเรา...ลูกสมุนก็คือเราอีก 
สรุปแล้วแก็งนี้มีเราคนเดียวครับ... 
 
แต่พอเรานึกถึงท่านแล้ว...ก็ให้รู้สึกว่า.... 
ไม่ควรเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือให้ท่านต้องอ่อนใจ... 
แต่ว่า...บางครั้งชีวิตก็จืดชืดไปนะ...มีรสชาติบ้างก็น่าจะดี 
อาจจะต้องเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือบ้างเล็กน้อย..... 
 
.........นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นครับท่านครับ........... 
 
เริ่มกลัวแล้วใช่มั๊ยล่ะครับ......................ทำไงได้...”เราคือเรา.” 
“เพื่อนร่วมงาน “
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-16 10:33:27
 
เปิดเพลงฟังระหว่างทำงาน...เราก็ขอบคุณเขาอยู่ในใจ. 
เราฟังเพลงนี้แล้ว..............คิดถึง “เพื่อนแท้” มากครับ 
 
ฉันยังจำเสมอที่เธอเคยบอกกับฉัน คิดแล้วยังตื้นตันเกินอธิบาย 
นึกถึงคำ ๆ นั้นทุกวันที่ห่างกันไป เหมือนมันเป็นโยงใยที่ส่งถึงกัน 
ไม่ว่าเราจะโชคดี หรือบางทีที่ร้องไห้ ต่างคนสนใจจะฟัง 
เพราะว่าในชีวิตเรื่องจริงมันต่างจากฝัน ฝันไม่เคยมีวันที่เจ็บช้ำใจ 
มีผู้คนอยู่รอบกาย เหมือนไม่มีไม่เห็นใคร แต่ใจ ๆ ฉันยังมีเธอ 
คืนที่ไร้แสงไฟ วันที่ใจมัวหม่น ขอเพียงใครสักคนห่วงใยกัน 
วันที่เสียน้ำตา วันที่ฟ้าเปลี่ยนผัน เธอก็ยังมีฉันอยู่ทั้งคน 
ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว 
ยังนอนดึกอยู่ใช่ไหม เธอผอมไปหรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง 
ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว 
เธอลำบากอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง 
เพราะฝนที่ตกอยู่ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว 
เธอลำบากอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง 
เธอยังขาดอะไรไหม เธอสู้ไหวหรือเปล่า 
อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง เธอยังมีฉันอยู่ทั้งคน 
 
เล่าสู่กันฟัง...........................................................เบิร์ด ธงไชย 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-16 19:34:30
 
ไม่รู้ว่าเพื่อนรักของเราเป็นอะไร.... 
อยู่ ๆ เขาก็เกิดอาการงุนงงสงสัยเป็นอย่างมาก….ก่อนจะมาพูดกับเราว่า.... 
 
เรื่องมีโทรศัพท์มารบกวนนี่.....เขายังถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยครับ 
เข้าใจอยู่ว่า...คนน่ารักอย่างเขา...ย่อมต้องมีคนแกล้งหยอกเล่นเป็นธรรมดา 
 
แต่การที่มีคนเอาอีเมล์ของเขาไปเปิดเผยให้คนทั่วไปได้รู้นี่สิ...... 
เขาเกรงว่าหากคนที่ทำ...นำอีเมล์ของเขาไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น 
ในนามของเขาแล้วนี่....หากเกิดความเสียหายขึ้นมา.... 
 
คนที่ทำจะกล้าหาญชาญชัยยืดอกรับผิดชอบ... 
ให้สมกับความเก่งกล้า...สามารถ...พยายามอย่างไม่ลดละ... 
ในการที่จะมีความสุขอยู่บนความทุกข์ของคนอื่นหรือเปล่า.... 
 
.........เพื่อนรักของเราสงสัย.....เขาก็เลยฝากถามมาครับ............. 
 
..................................................................................................................... 
 
ปล......เพื่อนรักของเรา....เขาบอกว่าทึ่งในความสามารถของคนที่ทำเป็นอย่างมาก 
อีเมล์นั้นเขาส่งข้อความหาเพื่อนเพียงคนเดียวเฉพาะกิจบางเรื่อง เท่านั้น...นานแล้ว 
และไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องใช้อีเมล์นั้นอีก......................เพราะเข้าใจดีแล้ว. 
 
.................................เขาจึงฝากแจ้งให้ทราบครับ................................ 
 
..........เราเองก็เห็นใจเขามากครับ.......ก็เลยรับฝากแจ้งความมา........... 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-16 19:36:10
 
เราคิดว่า....เราควรจะปลีกวิเวกสักพัก…. 
ว่าจะไปปลีกวิเวก... แถว ๆ ห้วยขาแข้งนี่แหละ 
 
อยากไปดูว่าทำไม ? ท่านสืบ นาคะเสถียร.... 
ถึงได้รักที่แห่งนี้มากนัก....จนต้องยอมสละชีวิตตัวเองให้ได้. 
 
ท่านสนใจจะปลีกวิเวกบ้างใหมครับ ?.... 
เราหยุดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารบ้างสักพัก... 
น่าจะเป็นการดีต่อสุขภาพกายและใจนะครับ... 
 
สบายใจเถิด
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-16 19:56:24
ปิยมิตรของเรา 
ที่เราเงียบอยู่นี่ 
เรากำลังมีงานครับผม 
ขั้นเตรียมการ คอยติดต่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 
ตามโครงการของเรา เกี่ยวกับงานยาเสพติดที่หน่วยงานเราจัดเป็นโครงการต่อเนื่องมาท ุกปี 
เราก็เลยไม่ได้มีเวลาว่าง แต่ไม่ต้องยืดเยื้อเอามาทำทีบ้านหรอก มีคนรับผิดชอบกระจายงานกันได้ ไม่เหมือนงานเอกสารที่ต้องอาศัยการใช้ภาษาศิลปะ ที่ต้องทำคนเดียว... 
และเราก็คงถูกโฉลกกับการที่ได้หัวหมุนทำงาน ถ้าได้รับผิดชอบดูแลงานใด เราก็ไม่มีเวลาคับข้อง ว้าวุ่นใจ  
เหน็ดเหนื่อย ได้ตื่นเต้นนะว่า จะมีอุปสรรคปัญหาอย่างไร ให้แก้ไขปรับปรุงอย่างไร จะมีแรงกระตุ้นไง เมื่องานสำเร็จ ก็จะเป็นสุข ที่ได้พอใจภูมิใจ ได้ชื่นชม ได้อดทนต่ออุปสรรคนานา เท่ากับได้ฝุกฝนความเข้มแข็ง 
เมื่อมีงานที่ต้องดูแลรับผิดชอบ เราก็จะอดทน พยามให้ดีๆ นึกถึงคำพูด และกำลังใจจาก"ปิยมิตร" แล้วก็มีพลังใจครับ... 
เราจะอดทน ตั้งใจ มีความอึอัดคับข้องจะค่อยเล่าให้ฟังนะ ไม่กลุ้มสุมไว้ในใจ จะรับฟังไหวรึเปล่า เท่านั้น...
สนใจมาก...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-16 20:11:49
แต่ตอนนี้ปลีกตัวไม่ได้แน่ 
เอาไว้โอกาสเหมาะจะไปจริงๆนะ 
เวลานี้ เราติดนิสัยคอยแต่จะฟังธรรมะเพิ่มความสว่างในจิตใจ จากท่าน แลัวเราก็เกิดพลังใจที่จะทำงาน ทำประโยชน์ 
............................................................................... 
อยากร้องเพลงให้ท่านฟังตอบแทน แต่เพลียตาก็คอยจะหลับเรื่อย นี่แหละการทุ่มเทอะไรๆ ไม่ปล่อยให้ว่าง ร่างกายก็จะเรียกร้องเองว่า ต้องพักแล้วนะ ดีกว่าฟุ้งซ่านเป็นโรคนอนไม่หลับนะ 
เราไระลึกถึงปิยมิตรตลอดมา และจะตลอดไป 
................. ฟังเพลงท่าน "เล่าสู่กันฟัง" ก่อนนะ  
แล้วฝากเพลง "มีแต่คิดถึง" จากพี่เบิร์ด เช่นกัน จากเรา
ขอนึกถึงถ้อยคำ ความอาทร คนเรามิได้เก่งเ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-16 20:39:10
เมื่อ...เราได้นึกถึงปิยมิตร 
นึกถึวถ้อยคำ ความห่วงใย 
เราก็มีเรี่ยวแรง พลังใจลุกขึ้นมาจากความแผ่วผลอย 
...คราใดที่สุขภาพดีไม่มีปัญหา 
เราก็จะมุ่งเพียรพยายามทำหน้าที่ ทำประโยชน์ให้ได้มากๆ 
ได้ภาคภูมิใจ อิ่มสุข...นั่นล่ะตัวเราที่แท้จริง 
....ยามที่ทรุดโทรม ลำบากเรื่องสุขภาพ เราก็มักจะอ่อนไหว 
ขวัญเสียง่าย ซึมเศร้า(ชักจะบ่อยขึ้น) 
การเก็บตัว และมีโลกส่วนตัวสูง ก็ไม่ได้ระบาย ไม่ไว้วางใจใครนัก แม้แต่เพื่อนสนิท ญาติมิตร 
.... คนเรานี่ ก็เปลี่ยนแปลง ปรวนแปรได้ง่ายนะ 
ไม่ได้เข้มแข็ง เก่งกาจตลอดเวลา 
ไม่ได้อ่อนแอ ขลาดเขลาตลอด 
...การได้มี"มิตรแท้" จึงเป็นสิ่งมีค่า ที่จะคอยเติมต่อให้กัน แม้มิใช่เติมเต็ม ก็ยังเป็นพลังวิเศษ ให้กล้าเผชิญ 
ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง... 
ในทางสายดีนี้ พอจะอุ่นใจได้ว่า มีคนคอยอาทรห่วงใจ ให้กำลังใจ...แม้เราไม่ได้จับมือกันเดิน เราก็ส่งพลังใจพลังความหวังดีให้กันในการดำเนิน... "เมื่อดวงใจผ่องแผ้วพิสุทธื์ด้วยน้ำมิตร ด้วยน้ำจิต ก็ย่อมส่งให้พลังกายอยู่เหนือธรรมชาติ ให้ทานทน" ...สุขอยู่ในดวงจิต อุ่นอยู่ในดวงใจ ดีกว่าสุขสมทางกายเป็นไหนๆ มันไม่จีรัง
ชักจะเบลอไปใหญ่แล้ว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-16 21:03:34
การเซฟข้อความ เมื่อรีบร้อน เวลาเอามาวางก็พลาดง่ายๆ อย่างหัวข้อข้างบน มั่วได่ไงบ่รู้... 
โอ๊ย! ง่วงจัง 
วันพระด้วยล่ะ ไปล้างหน้าดีกว่า จะสวดมนต์ก่อน 
อธิษฐานให้ปิยมิตรของเรามีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย 
อย่าได้มีอุปสรรคในการสื่อสารเหมือนเพื่อนของท่านเลย 
...เราไม่อยากเกิดปัญหาความไม่เข้าใจ จะนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจ หากคนที่เขารอคอย ไม่เข้าใจ เขาจะทุกข์ทรมานกับปัญหาค้างคาใจ...ว่าเพราะอะไร ทำไม? แล้วเขาอาจจะหม่นหมองหวาดวิตก บั่นทอนจิตใจกันนะ..."ความรักความเข้าใจ" ต้องการการสื่อสาร ติดต่อ ไม่ได้ทางหนึ่งก็ทางหนึ่ง วิธีการมากมาย...เพื่อนของท่านมีแก่ใจที่อยากสื่อสารทำให้อีกฝ่ายเข้าใจไหมล่ะ หรือจะปล่อยเลยตามเลย...ความรักทั้งต่อพ่อแม่ลูก สามีภรรยา เพื่อนฝูงญาติมิตร รักฉันใด ก็ต้องสื่อสารกันให้เข้าใจ จึงจะถือว่า เอาใจใส่อาทรกัน... 
นี่ก็โม้ไปอย่าง งงๆ อยู่นะ ไม่รู้จะตรงปรัเด็นบ้างไหม 
ไม่ค่อยเข้าใจหรอก ปัญหาของเพื่อนท่านน่ะ 
ขอเพียงแต่ปิยมิตรของเราอย่าให้เกิดกับมิตรภาพของเรานะ
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-16 22:24:25
 
ท่านโปรดจงสบายใจเถอะนะครับ... 
เมื่อสักครู่เราก็ฟังเพลง “มีแต่คิดถึง” แล้วก็เพลง “เล่าสู่กันฟัง” 
จากนั้นก็ฟังเพลงของพี่เบิร์ดไปอีกหลายเพลง...อารมณ์ดีแล้ว 
เค้าพัฒนาแล้วคร้าบ....ไม่รู้ว่าทำไม...เราถึงมีความสุขได้ตลอด. 
 
เราเข้ามาดูอีกทีก็เห็นข้อความของท่านอีกครั้งหนึ่ง... 
ขอโทษด้วยครับ...ที่ได้เล่าเรื่องเพื่อนรักของเราให้ท่านทราบ 
ก็เรารักเพื่อนคนนี้จริง ๆ นี่นา...เราไม่อยากให้เขามีความทุกข์สักนิด 
 
เพื่อนรักของเราคนนี้......เขาไม่ใช่คนพิรี้พิไรหรอกนะคร้าบ 
ปกติเขาก็มักจะแก้ปัญหาโดยใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวอยู่แล้ว  
แต่หลัง ๆ มานี่....ชักจะหนักหนาขึ้นทุกวัน....เขาก็เลยจำเป็นต้องใช้วิชามารเล็กน้อย 
เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน... 
 
เวลานี้ดูเหมือนว่าเขาทั้งสอง.....ได้เข้าใจกันเป็นอย่างดี... 
เราคิดว่าเรื่องอื่นๆ ก็คงกลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย !!!....ไปซะแล้ว. 
 
................................................................................................. 
 
วันนี้วันพระ....เราขอให้ท่านจงสุขกายสบายใจแบบพระ พระ นะครับ 
เราขอให้ท่านสวดมนต์ได้เยอะ ๆ........ส่วนเราจะฟังเพลงเยอะ ๆ .... 
 
เราขอให้ท่านจงหลับฝันดี.............และฝันนี้ต้องมีเราด้วยนะครับ....หวานซ้า !!! 
คนอย่างเรามันน่าเตะจริง ๆ เลยใช่มั๊ยล่ะครับ ชอบเอาปัญหามาให้เพื่อนปวดหัวอยู่เรื่อย 
........เชิญเลยครับท่าน.....NOTEBOOK ! อยู่ตรงหน้านั่นน่ะ....เตะเลย !!!............ 
..........................................เราอยู่ในนั้นแหละ................................................... 
“ท่านเจ้าอาวาส”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-17 20:04:35
 
“เณรน้อย” กราบขออภัย ที่เมื่อคืนนี้ได้พูดจาไม่สมควรอย่างยิ่ง 
 
วันพระแท้ ๆ เรายังพูดให้ “ท่านเจ้าอาวาส” กลายเป็น “นักมวยไปได้” 
 
ช่างเป็นบาปกรรมยิ่งนัก...ขอท่านได้โปรดเมตตาอโหสิกรรมด้วยเถิด. 
 
ต่อไป “พญานาคน้อย” ตนนี้จะสงบเสงี่ยมเจียมตนให้มาก. 
 
“ชีวิตและจิตวิญญาณ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-17 20:06:17
 
ชีวิต ก็ลับลา........................ชีวา ก็ลับล่วง 
ชีวิน สิ้นทั้งปวง...................ก็ลับล่วง ก็ลับลา 
เป็นคน ก็มรณะ...................เป็นพระ ก็มรณา 
เป็นยาจก เป็นราชา..............เป็นธรรมดา ของชีวิต 
 
ชีวัง เมื่อยังอยู่.......................เร่งเรียนรู้ ตามดูจิต 
อ่านใจ อย่างใกล้ชิด..............เห็นถูกผิด ไม่ติดพัน 
กิเลส ในอารมณ์...................ที่จ่อมจม ทุกคืนวัน 
ปฏิบัติธรรม ให้เท่าทัน.........จิตพ้นทุกข์ สบสุขแท้ 
 
ความตาย แค่กายขันธ์..........ดวงจิตนั้น ไม่ตายแน่ 
เปิดใจ ไขกุลแจ....................พึ่งพ่วงแพ สู่นิพาน 
แดนทิพย์ อมตะธรรม..........สิ้นสิ่งส่ำ วัฏฏะสงสาร 
เรือนกาย แม้วายปราณ.........จิตวิญญาณ ย่อมยืนยง 
 
 
..............................สมณะเพาะพุทธ จันทเสฎโฐ (ท่านจันทร์) 
 
A Conversation with an Old Man
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-17 20:09:31
 
จงหันหลังให้กับการดิ้นรนทำงานตามโลกีย์วิถี 
และจงมุ่งมั่นอยู่กับการศึกษา 
การทำสมาธิและการเจริญภาวนา 
ในเรื่องที่เป็นแก่นธรรมคำสอน อันทรงคุณล้ำค่า 
ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 
และของท่านสองขะปะ....ผู้เป็นธรรมทายาทในทิเบต 
 
ด้วยการปฏิบัติตนในธรรมวิถีเช่นนี้ 
และด้วยการตั้งจิตดำรงมั่น 
ในมรรคาวิธีแห่งการสะสมบุญบารมี 
และการชำระจิตใจ ให้ปราศจากกิเลสอกุศล 
วิชชาและปัญญาญาณ 
ก็จะเบิกบานเกิดผล ดำรงอยู่กับผู้นั้น 
 
เจ้าหนุ่มน้อย ผู้เป็นธรรมบุตรแห่งข้าเอย 
ณ กาลบัดนี้ เจ้าจะได้บันเทิงเริงใจในอมฤตธรรม 
และสรรพประสงค์ของเจ้า...จะสัมฤทธิ์ผล. 
 
................................................................................ 
A Conversation with an Old Man 
(บทสนทนากับท่านผู้เฒ่า)...ธรรมนิพนธ์จากทิเบต. 
 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-17 20:18:52
 
เราขออนุญาตปลีกวิเวกสักสองสามวันนะครับ 
 
จะไปเติมพลังใจในสายธารแห่งความร่วมเย็นสักพัก 
 
แล้วเราก็จะกลับมา “แว้น”!!!... ให้สนั่นหวั่นไหวไปเลยครับท่านครับ. 
 
.....................ราตรีสวัสดิ์.......คิดทึ้ง...คิดถึง..................... 
 
ไป ๆ มา ๆ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-17 20:29:39
 
เราก็ไม่สงบเสงี่ยม...............นิสัย !!!..... จริง ๆ เลย.... 
 
ไม่รู้จะทำอย่างไร...........คงจะอยากรับประทานแกงหวาย. 
 
มีแต่ก้านมะยม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-17 22:36:25
เมื่อคืนนี้...เพลียไปหน่อย 
เลยไม่ได้ต่อกรกับคนวอนอยากกินแกงหวาย 
ก็เลยได้แต่ขำปิยมิตร... 
เรื่องอะไร(ฟะ) จะให้เราเตะโน้ตบุ็คตัวเอง 
ทำไมไม่บอกให้เตะเจ้าต้นตอปัญหา...ล่ะ 
...เราอารมณ์ดีนะ ดีใจที่มีมิตรหลายหลากแนวคิดในคนคนเดียว ทำให้ชีวิตมีรสชาติ.... 
ทำให้มีหลากหลายความรู้สึกต่อท่านปิยมิตร 
ทั้งความชื่นชมนับถือ ในน้ำใจ 
ทั้งความศร้ทธาเชื่อมั่น ในความจริงจัง 
ทั้งเมตตาเอ็นดู ในความอ่อนไหว 
ทั้งหมั่นไส้ ในความยียวนกวนประสาท 
และ...ความห่วงใย ในยามมิตรมีความผิดปกติไป 
และ...คงจะเสียใจหม่นหมอง ในยามห่างหายไปนาน 
อย่างไม่รู้เหตุผล 
......................................................................... 
......วันนี้ มองไปรอบๆบริเวณบ้าน ในยามนี้ นอกระเบียงห้องนอน ก็เห็นแต่กิ่งมะยม ที่มีใบหนกหนา ก้านอวบสมบูรณ์ อยากจะเด็ดมารูดใบออกให้เหลือแต่ก้านเรียวๆสวยๆ สักสี่ห้าก้าน ถวายให้เณรดื้อสักโหล เอาให้ก้นลายขาลายเล้ย...คงจะลืมแกงหวายไปได้
ตามอัธยาศัยนะครับ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-17 22:54:08
ปิยมิตรคนของเราเอ๋ย 
จงไปปลีกวิเวกเถืด...ตามสบาย 
ไม่ต้องห่วงเรื่องฝากข้อความ 
ท่านมอบเกร็ดธรรมมากมายให้ไว้ เราก็จะทบทวนบันทึกไว้ 
เราชอบเขียนด้วยลายมือใส่สมุดบันทึกไว้ ในสิ่งที่ประทับใจ 
หรือเกร็ดความรู้ เมื่อได้เขียนได้บันทึกรู้สึกมีความสุขเพลิดเพลินดี..เราจะอ่านเสมอนะหากพอมีเวลา... 
...แต่ว่าสามสี่วันมานี่ จนตลอดสัปดาห์หน้า... เราคงจะยุ่งเหยิงในงานของเรา ก็จะทำตัวให้สนุกกับงาน... ค่ำมาเหนื่อยก็คงพักผ่อนแต่หัวค่ำ...แต่คืนนี้ก็ส่งท้ายวันศุกร์ด้วยการนอนดึกซะเลย คนที่ว่าตัวเองไม่สงบเสงี่ยมคงนอนหลับปุ๋ยๆแล้วมั้ง? 
............... หลับฝันดีดีนะขอรับกระผม!
ขอพรพระรักษา ...ความดีคุ้มครอง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-18 00:04:07
*จงหลับฝัน อิ่มอุ่น ละมุนจิต 
อย่างใกล้ชิด ในธรรม นำรักษา 
สะอาด และสว่างงาม ทางชีวา 
ภพข้างหน้า ที่แสวง แห่งนิพพาน 
*ขอจงได้ สมหวัง ดังที่หมาย 
ได้ผ่อนคลาย ในวิเวก เฉกประสาน 
สงบเย็น ระงับอยู่ ยังเบิกบาน 
อย่าพบมาร พานแผ้ว ในแนวทาง 
 
ไปถึงห้วยขาแข้งบ้างไหมครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-19 14:47:43
"ปิยมิตร"ครับ 
วันนี้ เรารู้สึกอิ่มเอิบใจ ก็จะเล่าเรื่องสบายๆไว้ให้ฟัง 
เมื่อตอนเช้า เราก็ไปวัดตามฤกษ์สะดวก คืได้มีเวลาเตรียมการ 
เรากะไปทำบุญถวายภัตตาหารเช้า วัดที่ไม่ห่างจากบ้านนัก 
และวัดนี้ก็ไม่ได้ไปประจำ.... เลยไปปะเหมาะกับกองบวชพอดีก็ได้มีโอกาสร่วมทำบุญกับเจ้าภาพด้วย ได้รู้จักสนทนากับคุณตาคุณยายสูงวัย ที่ยังมีสุขภาพดี ท่านเล่าถึงข้อปฏิบัติอย่างอารมณ์ดี บางท่านหน้าตาท่าทางอ่อนกว่าวัยมาก...ก็เลยได้ข้อสังเกตว่า ผู้สูงวัยเหล่านี้ได้อยู่ท่ามกลางลูกหลาน มีฐานะปานกลางไม่เดือดร้อนในการดำเนินชีวิต มีโอกาสได้ทำบุญ ได้ไปไหนมาไหนเช่นเดินทางไปเยี่ยมลูกหลาน ได้เที่ยวชมสถานที่ต่างๆอย่างคล่องแคล่ว อาหารการกินก็มักจะทานอาหารพื้นบ้าน มีผักมีปลาเป็นหลัก...แล้วอาจจะได้เห็นชายผ้าเหลืองลูกหลานด้วย ก็เลยเสริมให้ท่านเหล่านั้นดูแจ่มใสเยาวัย... 
.... เราก็นึกตื่นตัวเอามากๆ ว่าน่าจะเอาตังอย่างได้... ขอให้แข็งแรงมีพลานามัยอยู่ถึงวัยอันสมควรอย่างคุณตาคุณยายที่ไ ด้เจอวันนี้เถิด 
....เราก็คิดถึงปิยมิตรเสมอแหละ อนาคตข้างหน้า...ไม่รู้ท่านจะวางเราไว้ในความทรงจำไปอีกนานแค่ไหน อยากจะมีเพื่อนคุยกันตามประสาคนแก่ เวลาไม่มีใครในบั้นปลายรึเปล่า(ถ้าอยู่ได้ถึงตอนโน้นน่ะ) หรือจะนึกเบื่อขึ้นมาแล้วก็ซาโยนาระเอาเมื่อใดก็ได้ 
...ตอนนี้ปลีกวิเวกไปไหน ทะเล ภูเขา ป่าไม้ ลำธาร ณแห่งหนใดก็ไม่รู้ แต่ก็ให้พบกับความสุขร่มเย็นทั้งกายทั้งใจ ได้ผ่อนคลายอย่างสุดๆ เมื่อกลับมาคงมีแต่สิ่งดีๆมาเล่าให้เราฟังบ้าง 
...และที่อยากจะไปดูห้วยขาแข้งได้ไปปะ...สำหรับเรา เพื่อนกำหนดทัวร์ให้แล้วว่า เดือนหน้าราวต้นเดือนจะไปสัมผัสทุ่งดอกกระเจียวที่ชัยภูมิ แต่ปลายเดือนนี้ ย้าก..อยาก ไปดูละครเวทีเรื่องทวิภพที่ เมืองไทยรัชดาของคุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ อยากดูโดมปกรณ์ ลัม กับนัทมีเรีย...เห็นตัวอย่างเขามาออกรายการทีวีวันนี้ น่ารักมาก มีเรื่องของความรักชาติ โดยท่านผู้ประพันธ์ ทมยันตีได้พูดผ่านวีอาร์ให้รายการ ถึงข้อคิดและการผูกโยงเรื่องประวัติศาสตร์ที่เราต้องยอมเสียดิน แดนบางส่วนอย่างเจ็บปวดรวดร้าวเพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้ ...เป็นการโยงใยให้เกิดความตระหนักในเหตุการณ์ปัจจุบัน ว่าถึงอย่างไร แม้จะต้องสูญเสีย เอาชีวิตเลือดเนื้อเข้าแลก เราชาวไทยก็ต้องยืนหยัดเพื่อปกป้องดินแดนของเราไว้... เราอินจังเลย...แล้วก็อยากเห็นตัวจริงโดมด้วย นอกจากหล่อแล้ว เราก็เริ่มประทับใจตอนที่เขาออกมาช่วยเหลือสังคมอยู่เสมอ ถูกที่ถูกกาลเวลาด้วย...เป็นคน สุภาพ กตัญญูดูดีตลอด มีพัฒนาการด้านการแสดงดีมาก แม่เค้าเลี้ยงอบรมดีจัง... อีกอย่างเราก็ไม่เคยดูละครเวทีระดับมาตรฐานมืออาชีพสักครั้ง คอนเสิร์ทก็ไม่ได้ชมนานมาก หากมีเวลาเราจะไปดูให้ได้ละครเรื่องนี้น่ะ
พอท่านกลับมาเราคงยุ่งๆ ๆ ๆ ด้วยงาน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-19 15:28:10
วันนี้ ขอพักตุนพลังงานไว้ 
อ้อ! เมื่อวานเราก็ได้ปั่นจักรยานตอนเย็น รอบสวนสาธารณะกับหลานๆ มีหลานน้อยให้หยอกเล่นด้วยล่ะลูกของน้องสาวกำลังน่ารักน่าชัง ก็ชุ่มชื่นดีกับความไร้เดียงสาใสซื่อของเด็ก 
.... เราปั่นได้สองรอบเอง เพราะร้างไปนานตอนที่พักฟื้นร่างกาย และบางวันฝนก็ตกไม่สะดวกที่จะออกบ้าน... ถ้าเป็นฤดูหนาวเราชอบมากกว่า ได้ออกกำลัง ได้ใส่เสื้อผ้าง่ายๆขอให้อบอุ่นพอ เราก็ได้คิดถึงปิยมิตรนะ ยินดีด้วยว่า 
ท่านคงได้อยู่ในมุมสงบ ได้ตั้งจิตทำสมาธิเจริญภาวนาในแก่นธรรมคำสอน ได้พิจารณาในมรรคาวิธีแห่งการสะสมบุญบารมี และชำระจิตใจให้ปราศจากกิเลสอกุศล 
...เป็นนาคน้อย ที่กำลังใฝ่หาวิชชาและปัญญาญาณ ขอจงได้เบิกบานเกิดผลให้บันเทิงเริงใจในอมฤตธรรมเทอญ สาธุ!
เรื่องของเพื่อนรัก...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-19 17:05:55
"ปิยมิตรของเรา" 
เราดีใจแทนเพื่อนรักของท่านนะ ที่มีเพื่อนช่วยร่วมรู้ในปัญหาอย่างเข้าอกเข้าใจ 
แต่เราสิ! ถึงจะมีเพื่อนรักที่คบหาสนิทสนมกันมานาน แต่เรากํยังต้องเก็บบางสิ่งไว้แน่นอยู่ในอกคนเดียว โดยไม่กล้าบอกและปรึกษาเพื่อน... ก็เป็นเรื่องที่เกิดจากการสื่อสารของเรานี่แหละ ที่สืบเนื่องมาจากความรู้สึกดีๆที่เรามีต่ออีกฝ่ายมาตลอด ก่อนที่เราจะได้รู้จักกับปิยมิตรของเรา เราก็มี"คนนั้น" ในความผูกพันอย่างสนิทใจ...เริ่ม จากความชื่นชมประทับใจ มาเป็นความศรัทธานับถือ ห่วงใยปราถถนาดีเสมอ นานเกือบสิบปี โดยไม่ได้เกี่ยวข้องหรือแม้แต่พบหน้าค่าตากันเลย หลังจากหมดภาระหน้าที่ที่มีโอกาสได้ทำงานเรื่องเดียวกัน........ ก็เราเป็นคนดื้อ เป็นคนเชื่อมั่นว่าถ้าชอบใจพอใจก็แสดงออก แบบว่าคนดีหายาก ทั้งต้องเอาความรู้สึกมาเป็นเหตุผลด้วยล่ะ "ช่างถูกชะตาเหลือเกิน" เรารวมทั้งเพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่ได้รู้จักเกี่ยวข้อง ต่างก็รู้สึกเหมือนเราที่มีต่อ"ท่านผู็นั้น" แสดงว่าเขาไม่ได้มีข้อพิเศษอะไรมาดึงดูดเรา แต่เขามีคุณสมบัติพิเศษเป็นปกติวิสัยแท้จริงในตัวนั่นแหละ ที่สง่าด้วยความดี ความมุ่งมั่น ความสุภาพนุ่มนวนที่มีต่อทุกคล่ะ... แต่เราน่ะบอกไม่ถูกนะที่มีความหวังดีห่วงใยมาก... แม้ได้แค่แสดงออกว่าเราห่วง เราคอยเป็นกำลังใจ เราก็ยิ่งเกิดพลังใจแก่ตัวเอง เกิดความสุขอิ่มเอมใจ ขอเพียงได้ส่งไปความปิติอบอุ่นใจก็เกิดแล้ว แม้จะเล็กๆน้อยๆไม่มีค่าไม่มีราคาความสำคัญ... เรานะ ก็คงจะเข้าข้างตัวเองมากไป คิดแต่ว่าดีงาม จนมองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป 
...ในชีวิตจริง มีปัญหา มีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่สวนทางกับความคิดความเชื่อของเรา ผิดอยู่ในถูก ถูกอยู่ในผิด... 
เมื่อมีอุปสรรคปัญหา เราก็ท้อแท้นะ แต่ไม่อยากสูญเสียความรู้สึกที่ติดตัวมาที่เป็นเรี่ยวแรงให้ชีว ิตมีแรงเดินก้าวไป(ก็ไม่รู้เอาไปผูกพันนักหนาอะไร แต่ก็ตัดไม่ได้) 
แต่สิ่งหนึ่ง ที่คนนั้นเขาอาจจะไม่รู้ คือ"ความใส่ใจของเราที่มีต่อเขา" ไม่อยากให้เขาทุกข์ ลำบากใจ ไม่อยากให้เขาเสียภาพพจน์แห่งความดีงาม...เราก็ยอมอดทนๆ ๆ ๆ 
ไม่เคยเรียกร้องหวังผลตอบแทน ทั้งๆที่เชื่อว่ามิตรภาพจากคนสองคน ต้องสื่อสาร ทำความเข้าใจ ให้กำลังใจอย่าได้ขาดหายอย่างชวนสงสัย.... 
การที่เราผิดหวัง เสียใจครั้งแรก เราก็ซวนเซแบกปัญหาไว้คนเดียว เพราะเราคิดว่าเราไม่อยู่ในฐานะที่จะถามจะคุยกับเขาได้ เขาก็ใช้วิธีอุเบกขาตลอดมา...แต่เราก็สัมผัสได้ในไมตรีของเขา ที่มีในขีดจำกัด และไม่สม่ำเสมอ... เราก็อ่อนไหว รู้ตัวเอง ว่าควรจะทำอย่างไร ไม่ยึดมั่นถือมั่น อยากย้ำเตือนตัวเองให้ทำได้ แต่ก็ลำบาก จิตใจหม่นหมองมากนะ... 
...จนมาพบกับปิยมิตร เราจึงค่อยๆมองเห็นว่า ความดีความงามที่คนเราพึงมีให้กันนั้น ยังเป็นสิ่งที่มีค่า และไม่ต้องกลัวว่าจะหมดสิ้นไปแล้วในชีวิตจริง และไม่ใช่จะเกิดขึ้นได้ครั้งเดียวกับคนบางคน แต่สามารถให้ได้ไม่จำกัด...หากแต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะรักษาได้ ต้านแรงเสียดทานได้ และข้อสำคัญที่สุดทั้งสองฝ่ายต้องถ้อยทีถ้อยส่งผ่านให้กันและกั น...มันง่ายจะตายใช่ไหม แค่การให้ไมตรีให้กำลังใจปรารถนาดีต่อกัน.............. 
............ เราจึงสงสัย ในปัญหาของเรา.. ในคนนั้นของเรา...เพราะว่าอยู่ๆเขาก็ทิ้งคำพูดดีๆให้เรารอ ให้เราเชื่ออยู่ว่าไมตรีจิตมิตรภาพจากเขายังไม่ได้หมดสิ้น... มีแต่ปัญหาค้างใจเรา ที่คอยถามตัวเองตลอดเวลา ว่าเพราะอะไร? ทำไม? วนเวียนอยู่ จนบางครั้งขาดสติ เหม่อลอย 
ถ้าได้คำตอบชัดเจนว่า"ปัญหาอยู่ที่ตัวเรา เราไม่เหมาะสมที่เขาจะรักษาไมตรีมิตรภาพด้วย เราก็คงจะตัดสินใจเด็ดขาดได้... 
...... เราเองก็ไม่ใช่คนช่างพิรี้พิไร แต่เป็นคนเอาใจใส่สูงจริงจังมั่นคงในความรู้สึกดีงาม และเราก็ไม่ค่อยชอบเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวให้ใครฟังนัก มีแต่ปิยมิตรคนเดียวในโลกที่ได้ฟังอย่างแจ่มแจ้ง...นี่แล้วจะได้รู้ว่าเพื่อนคนนี้ของท่านไม่ได้ดีวิเศษวิโสเลย...เรามารู้จักกันเพราะเราบาดเจ็บ หาวิธีเยียวยาให้ตัวเอง แล้วก็พบว่าวิธีการของเราได้ผลที่วิเศษ ทำให้ไม่สูญเสียความรู็สึกดีๆในโลกใบนี้ 
ไม่ต่ำต้อยด้อยค่า ที่เป็นฝ่ายให้ความอาทรจริงใจ แต่ได้รับความเย็นชาตอบกลับมา..................................... 
ต้องเรียกการแสดงออกของคนนั้นของเราว่า เย็นชา ตอบแทน เพราะเราไม่มีสิทธิ์แม้แต่ทราบเหตุผล...จะให้คิดเองคงเกินไป "เราก็แค่คนคนหนึ่ง มีความอ่อนแอแพ้พ่าย มีผิดมีพลั้ง มีความเจ็บช้ำเสียใจเป็นเหมือนกัน" 
...................... สิ่งที่อยากปิดไว้เป็นความลับ ก็ไม่ลับเสียแล้วเราตัดสินใจเล่า เพราะว่า... นับวันปิยมิตรก็ได้แสดงให้เราเห็นความอาทรห่วงใย นับถือเรา ชื่นชมเรา เราทนละอายแก่ใจไม่ได้...อีกทั้งท่านก็เล่าเรื่องเพื่อนของท่านให้ฟัง เราก็เลยว่าคล้ายคลึงปัญหาของเรา อยากถามว่าเราเป็นเช่นนี้ล่ะ! ท่านนึกสมเพชเราไหมล่ะ? ...ก็ควรจะเป็นอย่างนั้นนะ................. อีกประการหนึ่ง ท่านก็นึกอยากจะไปจากพื้นที่ตรงนี้หลายครั้งหลายคราแล้ว...แต่ยังเป้นห่วงเรา ทั้งทีเเพิ่งรู้จักกัน พอมาพบความจริงวันนี้! ที่เราเปิดเผย หากท่านรับไม่ได้ หรือไม่ต้องการจะคบกันต่อไป เราก็จะไม่เสียใจมากมาย เพราะความเสียใจมันชาชินแล้ว...เรายินดียอมรับการตัดสินใจของปิยมิตร จริงๆนะครับ ขอให้เป็นสิ่งที่ท่านทำแล้วสบายใจ เราก็จะได้ไม่มีกรรมเวร ที่เหนี่ยวรั้งมิตรไว้ อย่ามาสงสารเรา เพราะกับมิตร ระหว่างเรา จะอยู่เหนือใครอื่นใด ณ พื้นที่ตรงนี้ "เพื่อนแท้ มีค่าที่สุด"
"เพื่อนแท้ มีค่าที่สุด"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-20 19:09:09
 
เช่นนี้แล้ว...จะให้เราจากจร “เพื่อนแท้ มีค่าที่สุด” ไปได้อย่างไร 
 
“มิตรแท้”.....นี่ก็ยังไม่ครบกำหนดสามวันเลยนะครับ ที่เราหายไปจากพื้นที่นี้ 
ดังนั้น...จึงยังคงไม่โดนข้อหา “ความไม่มั่นคง (ทางใจ) ต่อกันแต่อย่างใด” ใช่ใหมครับ 
และเราก็ยังได้แจ้งให้ท่านได้ทราบล่วงหน้าแล้วด้วย. 
 
เราไปเยี่ยมสองท่านผู้เฒ่า....ผู้เป็นที่รักยิ่งของเรา 
เป็นธรรมดาเมื่อเรารู้สึกเหนื่อยล้า...กำลังใจถดถอย.. 
เราก็มักจะกลับไปหาท่านทั้งสอง....แม้ว่าอายุของท่านทั้งสองเกือบจะเก้าสิบปีแล้ว 
ท่านทั้งสองก็ยังมีงอนกันอยู่นะ....แต่พอเราจะกลับมาทีไร....ท่านก็มักจะกลมเกลียว 
สามัคคีกันให้ศีลให้พรแก่เรา...อย่างแข็งขัน... 
ทำให้เรายิ้มแก้มปริตลอดการเดินทางกลับมาทำงานในหน้าที่ทุกครั้ ง.... 
 
“ห้วยขาแข้ง”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-20 19:10:20
 
เราจะรอไปพร้อมกับ “มหาปิยมิตรของเรา” ครับ 
 
พูดแบบนี้เขาเรียกกันว่า “หวาน” ใช่มั๊ยละครับ  
 
ทำไงได้ก็เราเป็นคนชอบทุกสิ่งที่ “หวาน” นี่ครับ 
 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-20 19:13:09
 
ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ได้ไปห้วยขาแข้ง....แต่การเดินทางของเราในครั้งนี้.... 
ก็ได้ทำให้เรารู้ว่าทำไม “ท่านสืบ นาคะเสถียร”…ถึงได้สละชีวิตของตัวเองเพื่องานที่ท่านรัก 
ก็เพราะท่านรักผืนป่า สัตว์ป่าธรรมชาติ ในทุกพื้นที่ในประเทศไทยและคงจะในโลกนี้ด้วย 
เมื่อไม่สามารถจะทำอะไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่....ท่านจึงต้องสละชีวิตของตัวเองนี่แหละ 
อย่างน้อยหากมีผู้มีจิตเมตตา....ได้มองเห็นความเสียสละของเขา....ก็จะได้ก้มลงมาดู 
หรือหันไปมองดูบ้าง ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาจึงต้องทำเช่นนั้น. 
นิทานเรื่องหนึ่ง...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-20 19:20:21
 
กาลครั้งหนึ่ง...มีชายชราผู้ยากไร้...ผู้มักจะเข้าไปหาของป่าที่อยู่ในป่าลึก 
ผืนป่าเปรียบเสมือนซุปเปอร์มาเก็ตของคนยากจน มีสิ่งจำเป็นเพื่อยังชีพ 
โดยไม่ต้องซื้อหาไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรคหรืออาหาร 
 
เหนือสิ่งอื่นใดก็คือความสุขใจที่ได้มาอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนา ไพร 
ให้สดชื่นเย็นกายเย็นใจ และสุขใจทุกครั้งที่ได้มองดูต้นไม้ใหญ่ที่สูงค่า 
 
วันหนึ่ง...ชายชราได้พบกับชายหนุ่มผู้หนึ่ง...ลักษณะบ่งบอกให้รู้ว่ามาล่าสัตว์ 
 
“แม้ว่าข้าฯ จะอาศัยกระท่อมเสาไม้ไผ่ มุงด้วยหญ้าคา ข้าฯ ก็ไม่เคยคิด 
ที่จะอยากเอาไม้ใหญ่สูงค่าไปทำประโยชน์แต่อย่างใด...เพียงข้าได้เฝ้ามอง 
ข้าก็สุขใจแล้ว...และลูกหลานของข้าก็คงจะได้เห็นและนำความรู้สมัยใหม่ 
มาขยายพันธุ์ให้มาก ๆ เพราะคุณสมบัตินั้นล้ำเลิศมั่นคงแข็งแรงจริง ๆ 
 
มาบัดนี้ ไม่มีเจ้าอีกแล้วเจ้าพะยูงเอ๋ย...ข้าฯ เคยหลงคิดว่า...มีผู้รักษาเจ้าไว้อย่างแข็งขัน 
เพราะปีก่อนข้าฯ ยังถูกจับ ด้วยข้อหาถางป่าห่างเขาเพื่อปลูกฟักแฟงยังชีพ 
ทำให้ข้าฯ ชื่นชมและเชื่อมั่นว่า “ไม้ใหญ่ที่สูงค่า” ที่เหมือนจิตวิญญาณของข้าฯ นั้น 
จะต้องได้รับการรักษาเอาไว้ให้ยืนยงตราบจนสิ้นอายุขัย.... 
 
คำพูดสั่นเครือพร้อมน้ำตาคลอเบ้า...สายตาเหม่อมองไร้จุดหมาย... 
ชายหนุ่มมองดูชายชราด้วยความกังขา...เหตุใดไม้พะยูงจึงมีค่าต่อท่านผู้เฒ่านัก 
เขาเองก็ยังไม่เคยเห็น...และก็คิดถามตัวเองว่าจำเป็นที่เขาจะต้องรู้ต้องเห็นด้วยหรือ 
และเขาก็พูดเพื่อหวังปลอบใจท่านผู้เฒ่าว่า “เดี๋ยวนี้เขาก็รณรงค์ให้ปลูกต้นไม้มากมาย 
ก็คงเติบโตมาชดเชยได้” ชายชรายังอยู่ในอิริยาบถเดิมพูดแผ่วเบา..ประดุจคนหมดเรี่ยวแรงว่า.. 
.....“แม้จะปลูกไม้พันล้านกล้า...ก็ไม่สามารถเยียวยารักษาจิตใจข้าฯ ได้ดอก”... 
โอ้! ไม่รู้ว่าทำไม ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-20 19:38:09
 
เราเล่านิทานหวังให้ท่านสนุก...แต่เรากลับเศร้าเอง 
 
เรามาฟังเพลงของ “ท่านต้อย หมวกแดง” กันดีกว่านะ 
 
เพลงนี้ฟังทีไรทำให้เราสนุกสนานมาก ๆ ....”อย่าขอหมอลำ” 
 
 
........ขอเชิญมาฟังนำกันโลด...สิได้ม่วนหลาย ๆ ........ 
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-20 20:19:40
 
จงหลับฝัน....อิ่มอุ่น....ละมุนจิต  
อย่างใกล้ชิด....ในธรรม....นำรักษา  
สะอาด....และสว่างงาม....ทางชีวา  
ภพข้างหน้า....ที่แสวง....แห่งนิพพาน  
 
ขอจงได้....สมหวัง.... ดังที่หมาย  
ได้ผ่อนคลาย....ในวิเวก....เฉกประสาน  
สงบเย็น....ระงับอยู่....ยังเบิกบาน  
อย่าพบมาร....พานแผ้ว....ในแนวทาง 
 
...................................................... 
 
กลอนนี้ท่านแต่งให้เรา...ไพเราะมาก.....เราซาบซึ้งยิ่งนัก... 
เราเองก็คิดอยากจะแต่งกลอนทำนองนี้ให้ท่านเหมือนกันครับ... 
ตอนนี้เราคิดไม่ออก....ก็ขอยกกลอนนี้มาให้ท่าน....เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา 
เป็นอย่างไรบ้างครับความคิดของเรา.......น่าเอ็นดูใช่มั๊ยล่ะครับ.. 
 
คิดทึ้ง...คิดถึง................................................ราตรีสวัสดิ์. 
มีอะไรพาให้เพลียใจ รึเปล่า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-22 05:29:20
ปิยมิตร 
เรานะ ตอนนี้ กำลังมีงานหนักมาก 
ตลอดสัปดาห์นี้ 
เรารู้สึกเหนื่อยเพลีย ก็เลยต้องนอนแต่หัวค่ำ 
ก็มาตื่นตอนตีสี่...อากาศก็ดีนะ เงียบด้วย 
ทำงานเอกสารสักหน่อย ก็แวะมาคุยก่อน 
แล้วเราก็จะออกบ้านสักหกโมงเศษไปทำงาน 
เดี๋ยวนี้นะ ทางบ้านเราถนนในเมืองมีการรถติดแล้วช่วงเวลาเร่งด่วน...หากไม่มีธุระแวะเรามักใช้ถนนวงแหวนอ้อมเมือง ไปที่ทำงานห่างจากบ้านราว12 กิโล ถือว่าไกลสำหรับเราอยู่นะ แต่ถ้าอยู่บ้าน(พ่อแม่) ในเมือง ก็ใกล้เข้าไปหน่อย ลบออกอีกครึ่งนึง...แต่ก่อนยิ่งอยู่ต่างจังหวัด ย้ายมาภูมิลำเนา ได้แค่อยู่ต่างอำเภอ เมื่อสามปีที่แล้วก็ย้ายเข้ามาในอำเภอเมือง งานของเรา ต้องลำบากจู้จี้ไม่มีเวลาหยุดหรอก ถ้าไม่หยุดเอง โดยป่วยหรืออ่อนล้าจริงๆ...นับวันยิ่งมาก ยิ่งต้องเพิ่มความอดทนๆ ๆ ๆ เจ้านายเยอะ...ทำให้พานที่จะท้อเพราะต้องสู้กับแรงเสียดทาน ความไม่เสียสละ ไม่มีคุณธรรมของหลายคน...เราผ่านประสบการณ์ มาก รู้เห็นมาก ก็ยิ่งต้องใช้ความอดทน ใช้กำลังใจให้ตัวเองเยอะๆ ให้ไม่ทุกข์ ไม่เดือดร้อนใจเกินไปที่ต้องเผชิญกับคนเหล่านี้อยู่ภาระหน้าที่ ด้วย.... 
......... เหนื่อยใจซะเรื่อย...แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังพอได้รับความชุ่มชื่น จากคนที่เราได้ให้ความบริสุทธิ์ใจ ให้ความเมตตาเอาใจใส่เขา พวกเขาเหล่านั้นก็นำพาให้สดชื่นเบิกบาน ทดแทน... ชิวิตจึงมีหลายรสชาติ... 
...แต่ว่าเราก็โหยหาความสงบ การได้พักผ่อน พักใจได้เจริญฝึกฝนชำระจิต ได้พิจารณาปฏิบัติธรรม คิดอยากบวชโน่นแหละ ถ้าละภาระได้!... นี่ล่ะ ความสับสนในจิตใจทุกวันนี้น่ะ............ ความรู้สึกเช่นนี้ เริ่มจะเข้ามารบกวนถี่ขึ้นๆ.....เฮ้อ!......... 
แต่ก็ทำไม่ได้หรอกนะ...ชีวิตจริงต้องดำเนินไป ตามธรรมชาติกฎเกณฑ์ของสังคมของโลก...ใครละได้ก็ต้องมุ่งธรรม ละทางโลกได้อย่างไม่มีพันธะ ไม่มีภาระ หรือทิ้งหน้าที่ความรับผิดชอบไป 
( ได้เล่าให้ฟังแล้ว เราก็ค่อยคลายความหมองหม่นสับสนลงบ้าง จะตั้งใจทำงาน ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ครับ) 
........ แล้ว"ปิยมิตรคนดีของเรา" ตอนนี้ มีอะไรพาให้เพลียใจรึเปล่า?  
................คิด-ฮอด.. หลายๆๆ * อรุณสวัสดิ์จ้า*
ยิ่งกว่าเพลียครับผม....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-22 19:34:12
 
เสาร์ - อาทิตย์ เราก็เจอคุณพ่อคุณแม่เราดี ๆ อยู่นะ 
 
วันอังคาร (เมื่อวานนี้) เราไปสองจังหวัด.....ที่บ้านเป็นทางผ่าน 
พวกเราก็ได้แวะเข้าไปเยี่ยมท่านทั้งสอง....แล้วก็ไปทำงานต่อ 
ระหว่างเดินทางกลับบ้าน พี่สาวก็โทรศัพท์บอกว่า คุณแม่ป่วยหนัก 
ไปโรงพยาบาลแล้ว และคุณหมอที่นั่นกำลังนำส่งโรงพยาบาลที่จังหวัดเราอยู่ 
เราคิดว่ารถที่เรานั่งกับรถตู้ของคนหมอคงจะทำเวลาแข่งกันแน่นอน  
ไม่รู้ใครจะถึงโรงพยาบาลก่อนใคร...สรุปแล้วเราก็มาถึงก่อน....เราก็รอนาน.. 
มารู้ทีหลังว่าคุณหมอท่านลืมอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่สำคัญ ก็เลยต้องแวะยืมโรงพยาบาลอื่นอยู่ 
คุณหมอท่านคงเห็นอาการคนไข้หนักมาก ก็เลยเร่งรีบจนลืมอุปกรณ์การแพทย์ไป 
แต่เราก็ไม่ว่าคุณหมอหรอกนะครับ พอมาวันนี้เราไปซื้อน้ำมันสมุนไพรมานวดให้คุณแม่เรา 
เรารับเงินทอนใส่กระเป๋าแล้วเราก็เดินเหม่อลอยออกมาจากร้าน โดยไม่เอายามาด้วย. 
 
ทราบทีหลังว่าอาการในระหว่างเดินทางนั้น...คุณแม่ของเราไม่น่าจะรอด 
แต่พอมาถึงโรงพยาบาลในจังหวัดเราอยู่......กลับทำให้ท่านปลอดภัยได้ 
เราสุดแสนที่จะซาบซึ้งในน้ำใจ และความเก่งของคุณหมอเหลือเกิน 
ไม่เพียงช่วยชีวิตคนคนหนึ่งได้...แต่ยังให้ความสบายใจแก่อีกหลายชีวิต 
 
เจ้านายเราก็มีน้ำใจมาก...บอกทันทีที่รู้....ว่าไม่ต้องไปทำงานให้เราดูแลคุณแม่ 
ทั้ง ๆ ที่เราเองก็ยังไม่ได้ขออนุญาตท่านเลย ส่วนเพื่อนก็เห็นใจสนับสนุน... 
วันนี้เราไม่ได้เดินทาง.... ทั้ง ๆ ที่เพื่อนร่วมงานเดินทาง...... 
 
กลางวันวันนี้เราเฝ้าไข้ เราก็บีบนวดให้คุณแม่เรา 
เพราะเรายังจำสัมผัสเมื่อตอนเป็นเด็กได้.....ตอนนั้นเราอยู่กับคุณย่า 
เราป่วยหนัก....แล้วคุณย่ามานั่งข้าง ๆ เอามือมาบีบที่แขนเรา...เป็นความอบอุ่นที่จำได้ไม่รู้ลืม 
 
อีกครั้งหนึ่ง เราเป็นผู้ใหญ่แล้วและมีเหตุต้องโดนวางยา... 
ก็มีผู้ช่วยพยาบาลมาบีบแขนเราและเรียกชื่อเรา  
เราคิดว่าที่เรารู้สึกตัวได้ก็เพราะมือมาจับแขนเรานี่แหละ 
รู้สึกได้ตรงที่เขาจับเท่านั้น เรารับรู้ได้...แต่เราไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แม้แต่จะลืมตา  
ระหว่างนั้นเราก็รู้สึกซาบซึ้งในการกระทำของคนนั้นเป็นอย่างมาก  
นี่ถ้าไม่มีเขามาทำเช่นนั้น เราจะฟื้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ คล้าย ๆ ว่าจิตล่องลอยอยู่ 
เวลามีคนมาพูดให้ฟังว่าจะไปถูกวางยาผ่าตัด เราก็จะพูดเรื่องประสบการณ์ของเรา 
เราอยากให้มีผู้ใส่ใจใกล้ชิดในช่วงเวลานั้น...เราอยากให้ฟื้นขึ้นมา. 
 
คุณยายนอนอยู่เตียงข้าง ๆ คุณแม่เรา เห็นเรานวดให้คุณแม่เรา 
ท่านก็บอก (อ้อน) ลูกสาวว่า “บีบนวดให้แม่เหมือนเตียงนั้นหน่อยสิ” 
เราก็ขำนะ...นี่เราเป็นต้นเหตุให้งานเข้าคนอื่นเค้าซะแล้ว... 
 
กลางคืนก็เป็นหน้าที่พี่ชายเราเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาล (กลางวันเขาก็มานอนเต็มที่แล้ว) 
คืนนี้เราก็จะได้พักผ่อนกับคุณพ่อของเราอยู่ที่บ้าน...มีเวลามาโม้นี่ล่ะครับท่านครับ. 
 
เจ้านกเอย....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-22 20:34:11
เจ้าเคย....อยู่บนกอไผ่ 
กู่ขันบทเพลงจากใจ....ชมไพร....ชมพฤกษ์พนา 
ส่งสำเนียง....เสียงธรรมชาติ....สร้างมา 
ผสมเสียงเพลง....พฤกษา....ที่มาของเสียงดนตรี 
กู่เรื่องราว....บอกกล่าว....ถึงความรู้สึก 
เป็นเพียงสามัญสำนึก....และการห่วงหาอาทร 
ตอนนี้เรา....สิ้นเงาไม้....ไม่เหมือนก่อน 
ชุ่มชื่นกลับกลายเป็นร้อน....เป็นแล้ง....ระแหงระเหิด 
 
ความแห้งแล้ง....ความชุ่มชื้น....อย่างไหนที่เราชอบใจ 
ความร่ำรวย....ความยากจน....อย่างไหนที่คนชอบกัน 
มันอยู่ที่ความสมบูรณ์....ของหมู่แมกไม้....ต้นสายต้นน้ำลำธาร 
มาจากป่าสู่เมือง....จากเขาทะมึน....หล่อเลี้ยงผู้คนในแท่งคอนกรีต 
ยามนี้เราจึงมาร้องเพลง....ร่วมร้องบรรเลง....เสียงเพลงจากไพร 
เมืองนั้นมีความศิวิไลซ์....เมื่อมีป่าไม้ต้นน้ำลำธาร 
มีนกกาหากินบินว่อน....แม่ลูกอ่อนมีนมให้ลูกกิน 
คนหากินสัตว์หากิน....เราไม่เบียดเบียนกันและกัน 
ต้นไม้งามคนงดงาม....งามน้ำใจไหลเป็นสายธาร 
ชุบชีวิตทุกฝ่ายเบิกบาน.....มีคนมีต้นไม้มีสัตว์ป่า 
ความสมดุล....คือคุณตามธรรมชาติ 
ดินน้ำลมฟ้าอากาศ....เติมวาดชุบชีวิตชน 
หมู่ไม้พรรณ....อยู่กันมาหลายชั่วคน 
ให้ใบให้ดอกให้ผล....ให้คนได้ผลประโยชน์ 
ชุบชีวิตทุกฝ่ายเบิกบาน....มีคนมีต้นไม้มีสัตว์ป่า 
คนหากินสัตว์หากินเรา....ไม่เบียดเบียนกันและกัน 
ต้นไม้งามคนงดงาม....งามน้ำใจไหลเป็นสายธาร 
ชุบชีวิตทุกฝ่ายเบิกบาน......มีคนมีต้นไม้มีสัตว์ป่า 
 
........................................................................................................................................... 
ระหว่างเดินทางได้ฟังเพลงนี้....เราประทับใจมาก...จึงนำมาฝาก “มหาปิยมิตรของเรา” ครับ 
ชีวิตสัมพันธ์..............................................................................................................คาราบาว 
ราตรีสวัสดิ์..คิดทึ้ง..คิดถึง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-22 20:37:01
.
คิดถึง คือกัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-24 22:24:47
วันนี้ งานเราเสร็จสมบูรณ์ ให้โบแดงตัวเองเชียวแหละ 
โหย!...แสนเหนื่อย สวมบทบาทมากมาย จนเพลียเลย 
มาทักทายก่อน หายเหนื่อยแล้วจะคุยใหม่(คงบ่น โม้ด้วยผสมกัน)  
แต่มารู้เรื่องความเจ็บป่วยของคุณแม่ท่าน.. ก้เป็นห่วง ตกใจด้วย แล้วก็ค่อยโล่งใจ...ดีใจด้วยที่ปิยมิตรได้ดูแลท่าน ทั้งเจ้านายก็น่ารัก... ขอเอาใจช่วย ให้คุณแม่ท่านได้ปลอดภัยมีสุขภาพแข็งแรงอย่างปกติในเร็ววัน..ด้วยบุตรชายของท่านได้ปรนนิบัติอย่างลูกที่ดี เอาใจท่านเต็มที่ไปเลยนะ...จิตใจปิยมิตรของเราก็จะปิติอิ่มเอม ร่างกายก็จะหลั่งสารความสุขมาให้กระฉับกระเฉงเพื่อทำหน้าที่อัน งดงามต่อพระอรหันตืของเราไง!
อีกหนึ่ง..ก็อย่าลืม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-24 22:28:58
คุณพ่อท่านด้วย 
จงเอาใจใส่ท่านให้ดีเช่นกัน นะครับ
ตอนที่เรารู้ข่าว....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-25 06:45:33
 
เราก็ตกใจและคิดอย่างอย่างเดียวคือ “ขอให้ท่านอย่าได้ทรมาน” 
ส่วนจะเป็นอย่างไร เราไม่คิดถึงแล้ว เพราะท่านก็อายุมากแล้ว 
 
ตอนนี้ดูเหมือนว่าคุณแม่เราแข็งแรงกว่าเดิม....แต่ก็นั่นแหละ 
เราก็เข้าใจอยู่ว่า....เมื่อท่านผู้เฒ่าอยากกลับบ้าน...อะไรก็ทำได้ทั้งนั้น...เช่นว่า.. 
ข้อแรก......ทำตัวให้สดชื่น... 
ข้อสอง.....พอเราเผลอท่านก็ทำสายน้ำเกลือหลุดให้เลือดออกเยอะ 
.................คุณหมอท่านคงจะรู้ทันเลยหยุดให้น้ำเกลือไปเลย 
ข้อสาม.....ตื่นขึ้นมาอาบน้ำเวลาตีสี่ให้คุณพยาบาลได้เห็น 
ข้อสี่.........เดินโชว์ให้นักกายภาพบำบัดได้เห็นว่า...ไม่ต้องบำบัดแล้ว...”ข้าฯ เจ๋ง” 
ข้อห้า......เวลาคุณหมอมาตรวจ...ท่านก็จะลุกมานั่งปลายเตียง...จ้องคุณหมอ 
................“เมื่อไหร่จะมาถึงเตียงข้าฯ ซะที” (ประมาณนั้น) 
ข้อหก.....ชอบอ้อนทุกคนที่มาทำหน้าที่พยาบาลท่านตามเวลา...”ขอกลับบ้าน” 
...............อ้อนไม่พอนะยังไหว้...ยังสัมผัส...ทำให้ท่านเหล่านั้นต้องล้างมือบ่อย... 
..............เรานี้สุดแสนจะเกรงใจท่านเหล่านั้นเหลือเกิน 
 
………………………………………………………………………………….. 
 
ก็สมใจท่านแล้วครับ....คุณหมอยอมให้ออกจากโรงพยาบาล... 
ลูกทุกคนก็หวังให้ท่านพักผ่อนอยู่กับเราหลายวันหน่อย...คุณหมอนัดให้มาอีก 
 
แต่ก็นั่นแหละครับ...พอเรากลับมาจากตลาดก็เห็นนั่งร้องไห้กันคนละทางกับพี่สาว... 
พี่สาวร้องไห้เพราะอยากให้ท่านอยู่พักผ่อนกับเราไปก่อน แต่คุณแม่เราร้องไห้เพราะถูกขัดใจ 
“ก็ข้าฯ อยากกลับบ้านนี่นา” (ผู้เฒ่าดื้อนี่....หมดปัญญาจริง ๆ ครับ....ต้องตามใจท่าน) 
 
สุดท้ายพี่ชายอีกคนก็มารับกลับบ้านไปแล้วครับ.... 
เรานี้มึนตึ๊บไปเลย...เมื่อวานก็ปวดหัวข้างซ้ายก็เลยรีบนอน.... 
พอเช้ามาก็ปวดหัวข้างขวา....วันนี้คงต้องนอนให้มาก ๆ ไม่อยากไปโรงพยาบาล 
เกรงใจคุณหมอครับ....คนไข้ของท่านเยอะเหลือเกิน 
เราดีใจ.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-25 06:54:28
 
ที่งานของท่านสำเร็จเรียบร้อยแล้ว...และก็ยังโบแดงซะด้วย. 
แสดงว่าท่านก็สบายใจแล้วสินะครับ......งั้นโปรดจงโม้มาเยอะ ๆ 
ส่วนเราจะรออ่านอย่างเดียวเท่านั้น นะจ๊ะ !!! (อุ๊ย !...เป็นหนุ่มก็หวานเป็นฮ่ะ) 
 
“ฝนทิพย์”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-25 07:08:16
 
ดุจฝนทิพย์....ระยิบพราว....ราวเพชรแก้ว  
ช่างวาวแวว....แพรวพร่าง....กระจ่างใส  
ขอขอบพระคุณ....น้ำใจไมตรี.....ที่จริงใจ  
ขอทุกท่านจงสดใส....ในชีวิต.....นิจนิรันดร์  
 
................................................................................ 
 
ระยะนี้ฝนตกบ่อย....ทำให้เราเย็นกายสบายใจยิ่งนัก 
....จึงต้อง ”ขอขอบพระคุณสายฝน” มาก ๆ ครับ…. 
 
ฝนตกอีกแล้ว..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-25 17:27:54
ร้อนแล้งมาหลายวัน... 
เมื่อคืน ฝนก็ตกลงมา เย็นชื่นใจดี 
ตกไม่หนัก...แต่ตกทั้งคืน ทั้งวันกระทั่งเวลานี้ 
เราว่าจะพักผ่อนอยู่บ้าน แต่เพื่อนๆโทรมาเร่งรัดให้ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันในโอกาสฉลองคว ามสำเร็จย้อนหลัง และเขาได้ย้าย... ไม่อยากออกบ้านไปไหนเวลาฝนตก แต่ก็ต้องไป... 
เราก็ กิน ๆ ๆ ๆ และกิน...เพื่อนเขาก็แซวนะ ว่าอดอยากจนผอมโซ (ตอนกินอะไรลำบาก) ที่จริงเราขี้เกียจคุย ไม่ค่อยมีอารมณ์สนุก ก็เลยใช้วิธีกินขจัดความเบื่อ...ทั้งที่ก็ยินดีปรีดากับเพื่อนเขามาก เขาลำบากในการเทียวจากบ้านไปที่ทำงานเป็นร้อยกิโลต่อวัน ก็ต้องแสดงความสดชื่นรื่นรมย์ต่อเพื่อนๆ ด้วยความเต็มใจแกมเหนื่อย 
....... กว่าจะแยกย้ายกัน มาถึงบ้าน นี่ก็บ่ายคล้อย ท้องก็อิ่มหนังตาจะปิดอยู่นี่แล้ว อาบน้ำชำระกายรีบเข้ามาเปิดดู จะคุยให้ฟังนิดเดียวก่อน หากหลับก็จะคุยต่อตอนหายเพลีย 
....... ตลอดปักษ์ที่แล้วของเดือน เราวุ่น เหนื่อยมากเลย ในงานโครงการสืบเนื่องของเรา ที่ต้องทำมาทุกปีเป็นกิจกรรมของหน่วยงาน แต่ก้ต้องประสานร่วมมือกับหน่วยงานอื่น...เราต้องกำกับดูแลคณะทำงานทุกรายละเอียด 
เพราะเราเป็นคุณละเอียดพิถ๊พิถัน แม้จะแบ่งหน้าที่ มอบหมายให้จัดการงบประมาณเองแต่ละฝ่าย แต่ก็ต้องแก้ปัญหาตลอด น่าเบื่อกับคนจำพวกไม่สัตย์ซื่อสุจริต เราปกติจะนิสัยอ่อนน้อม ใจดีจะตาย แต่เจอพวกเขี้ยวรากดินมีพฤติกรรมนี้อยู่บ่อยๆ คราวนี้เราก็ค่อนข้างเกรี้ยวกราดด่าว่าตงไปตรงมาเลย ไม่ไว้หน้านายหน้าลูกน้อง(เป็นไงเป็นกัน เพราะเรานะเสียสละอดทนที่สุดตลอดมา) พวกเขาซะอีกที่เคยได้แต่อานิสงน์จากเรา แล้วชอบเอาเปรียบด้วย...(เราถึงคิดว่า การเป็นคนดีนั้น ต้องยอมอดทนต่อสิ่งกระทบ แถมยังเสียเปรียบ เสียความรู้สึก)... ก็ไม่รู้ตัวหรอกเวลาอารมณ์ร้ายเกิดขึ้น ขอให้ได้แสดงให้พวกนั้นรู้ว่าเขาทำไม่ถูก เราไม่ชอบ ไม่ยอม...สะใจดี! ที่ได้ปลดปล่อยบุคลิกนุ่มนวลอ่อนหวานกับคนประเภทเอาแต่ได้ 
...ก็ไม่มีใครกล้ายอกย้อนนะ แต่เราได้สร้างศัตรูอย่างเปิดเผยแล้วล่ะ รู้ตัวดี แต่จะถือว่าอะไรจะเกิด ก็"ช่างมัน" 
เราทำดี ทำถูกต้อง ถ้ายอมกับยอม ก็เหมือนเราแหย ไม่มีน้ำยา ขอเพียงผลงานเราออกมาสำเร็จบริบูรณ์ ให้ผลต่อเป้าหมาย ต่อทางราชการ ต่อเยาวชน แค่นั้น เราก็ไม่วิตกอย่างอื่น เพราะเป็นคนไม่หวังผลตอบแทนอยู่แล้ว มีแต่ความภาคภูมิใจ หรือหากจะมีมาให้ชื่นใจก็คือความเคารพศรัทธาที่คนตาถึง เขามีให้เรา แล้วก็ยั่งยืนจนผูกพันต่อกันมา ก็มีบ้างล่ะ............  
มีคนปรารถนาดี บอกเราอยู่ว่าเราเปลี่ยนไปเยอะ ปีนี้ดุจัง 
เราก็คิดนะว่าใช่... เพราะต้องการปลดปล่อยความทุกข์ความขัดข้องหมองหม่นใจ ให้คลายได้แล้วก็จะได้ปลอดโปร่งคิดสรรอะไรออก... 
เราไม่ได้นั่งสมาธิอย่างเป็นกิจวัตร ไม่ได้ใส่บาตรบ่อย ไปวัดก็แต่วันหยุดบางวัน อย่างวันนี้ก็ไม่ได้ไป วันอาทิตย์ที่แล้วได้ไป ช่วงนี้ทำบุญก็ช่วยเหลือสงเคราะห์เด็ก เยาวชนที่ขาดแคลน ช่วยบริจาคทำบุญที่วัด ให้ทานตามโอกาส อุทิศตนช่วยเหลือกิจกรรมโน่นนี่เสมอแหละ...  
ก็คิดว่าเป็นเครื่องหนุนนำให้เข้มแข็งไม่ระย่อใจเกินไปยามเจอสิ ่งมาเสียดทาน...ถ้าร่างกายแข็งแรงก็ยังสบายๆ ๆ ครับ...แต่ถ้าร่างกายสึกหรอ ก็จะเป็นอีกแบบ ก็ยังต้องระวัง มีอะไรให้วิตกอยู่บ้าง...แต่ไม่เป็นไร เพราะเรามี"ปิยมิตรคนดี" คอยห่วงใยอยู่อย่างนี้ เราไม่หวั่นนักหรอก จะผ่าจะเฉือน จะดามอะไร ก็ไม่ปอดอีกแล้ว... 
โอ๊ย!...ไม่ไหวแล้ว ของีบก่อนนนะครับบ
ชะตาฟ้าลิขิต......
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-25 21:53:52
 
ชักนำให้ลูกศิษย์มาพบท่านอาจารย์ 
 
เห็นทีว่าอนาคตข้างหน้าทั้งอาจารย์และศิษย์ 
 
คงได้พเนจรไปอยู่ “เขาซมซาน” เป็นแน่แท้. 
“ขอโทษครับผม”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-25 21:55:25
 
“มหาปิยมิตรของเรา” ครับ….  
เรารู้สึกได้ว่าเราเป็นคนทำให้ท่านซีเรียส....ขอโทษด้วยครับผม. 
 
.............................................................. 
 
โลกมนุษย์...ไม่มี....ที่แน่นอน 
ประเดี๋ยวเย็น...ประเดี๋ยวร้อน...ช่างแปรผัน 
โลกหมุนเวียน...เปลี่ยนไปได้...ทุกทุกวัน 
สารพัน...หาอะไร...ไม่ยั่งยืน 
 
ชีวิตเหมือน....เรือน้อย...ล่องลอยอยู่ 
ต้องต่อสู้....ฝ่าลม...ประสมคลื่น 
ต้องทนทาน...หวานสู้อม...ขมสู้กลืน 
ต้องจำฝืน....สู้ภัยไป...ทุกทุกวัน 
 
เป็นการง่าย....ยิ้มได้....ไม่ต้องฝืน 
เมื่อชีพชื่น....เหมือนบรรเลง....เพลงสวรรค์ 
แต่คนที่....ควรชม....นิยมกัน 
ต้องใจมั่น....ยิ้มได้....เมื่อภัยมา. 
 
 
....................................คุณหลวงวิจิตรวาทการ. 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-25 22:00:29
ถึงบิดา...มารดา...คณาญาติ 
 
ครูอำมาตย์....มิตรบุตร....สุดสงสาร 
 
คอยเตือนเรา...เช้าค่ำ....ประจำกาล 
 
ฤาจะปาน...ตัวเรา...เฝ้าเตือนตน. 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-25 22:08:08
อันบ้านเรือน....ใหญ่โต....รโหฐาน 
 
มีเสาธาร....หลายต้น....จึงทนไหว 
 
เกิดเป็นคน...อยู่คนเดียว....ก็เปลี่ยวใจ 
 
ต้องอาศัย....พวกพ้อง....พี่น้องนา. 
 
 
......................................เจ้าคุณศาสนโสภน 
“มหาปิยมิตรของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-25 22:10:35
 
เราเป็นห่วงท่านมาก…..ราตรีสวัสดิ์ครับผม. 
 
 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-25 22:19:00
ระลึกถึง....ความตาย...สบายนัก 
 
มักหักรัก....หักหลง....ในสงสาร 
 
บรรเทามืด...โมหันธ์...อันธการ 
 
ทำให้หาญ....หายสะดุ้ง....ไม่ยุ่งใจ. 
 
 
......................................เจ้าคุณศาสนโสภน 
อรุณสวัสดิ์ จ้า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 06:02:07
เราแจ่มใส ตื่นขึ้นมาพร้อมสายฝนที่ยังตกปรอยๆไม่ยอมหยุด 
ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว สุขใจชาวนาล่ะ 
............................................................................. 
ขอบคุณในบทกลอนคติะรรมมากครับผม 
วันนี้... 26 มิถุนายน  
"วันที่ระลึกถึง ท่านสุนทรภู่กวีเอกของไทยและของโลก และ 
วันต่อต้านยาเสพติด"... บทกลอนจากท่านจึงมีค่าคู่ควรจริงๆ 
ปิยมิตรคอยถ่อมตัวอยู่เรื่อยว่าแต่งไม่เป็น แต่ท่านก็ช่างสรรมาล้วนไพเราะจับใจทุกครั้งเลย...เดี๋ยวก็คงแต่งเก่งล่ะครับ อยู่ที่ใจ เราเกิดความชอบ ประทับใจในสิ่งสิ่งนั้นแล้วก็จะมีแรงบันดาลให้คิดออก หาคำมาโยงใยให้เข้ากับสาระที่เราต้องการสื่อออกมา...มันยากตรงที่ว่า ทำไงให้ได้ทั้งไพเราะ ทั้งสัมผัสถูกต้อง และให้ได้ความหมายดังที่คิด.... แล้วความละเมียดละมัยจะเกิดตามมาจากอารมณ์สุนทรีย์ที่เรารักเรา อิน กับสิ่งนั้นๆ จ้า
จะไปทำบุญ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 06:05:53
ฝนตกยาวอย่างนี้ 
เป็นห่วงว่าพระท่านจะมีอาหารฉันน้อย 
เราจะไปวัดนะ ทำบุญก่อน วันนี้คงจะได้มาคุยอะไรๆให้ฟังเยอะ
อรุณสวัสดิ์ครับ “มหาปิยมิตรคนดี”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 07:47:41
วันนี้เราอยากอ่านบทกลอนเพราะ ๆ จากท่านเท่านั้น นะจ๊ะ! 
อุ๊ย ! หวานอีกแล้ว.....พอดีว่าเรากำลังอิ่มบัวลอยอยู่ครับ
เอาบุญมาเผื่อก่อน..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 09:59:07
กลับมาจากวัดแล้ว 
ได้กินข้าววัด เก็บกวาดศาลาฉันช่วยกัน 
คุณตาชาวบ้านท่านได้เก็บลูกจันทน์ให้ด้วย... หอม นานมาแล้วไม่ได้พบเจอ เป็นไม้หายากไปแล้ว 
............................................................................... 
ตกลง จิตใจชื่นบานแย้ว จะหากลอนไพเราะบ้าง!.. ไม่บ้าง!มาให้อ่านนะ เตรียมตาแฉะไว้โลด
...ช่วยมีส่วนร่วม ตั้งชื่อ ด้วยนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 10:08:45
............................. 
*สายฝนหลั่ง จากฟ้า ยังนาข้าว 
ท้องฟ้าขาว สวยสกาว พราวสดสี 
น้ำเจิ่งนอง ท้องทุ่งนา น่ายินดี 
ในปีนี้ ฝนไม่แล้ง แห่งบ้านเรา 
*คงได้ข้าว เต็มนา พาสดชื่น 
ไม่ต้องฝืน ยิ้มรับ กับความเหงา 
ด้วยฝนมา ซับน้ำตา พาบรรเทา 
เลิกซึมเซา กับคนไกล ไร้ไมตรี
"ฝากดีไว้กับโลก"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 10:16:13
*พรรณหมู่ไม้ โตได้ วันละนิด 
อันความงาม พาจิต คนสดใส 
ก่อนเหี่ยวแห้ง หมู่แมลง ยังชื่นใจ 
ดูดเกสร ร่อนไป เลี้ยงรวงรัง 
*อันคนเรา เกิดมาอยู่ คู่กับโลก 
มีทุกข์โศก โรคภัย ตายลงฝัง 
ก่อนจะดับ ลับโลกไป เพราะกายพัง 
ควรปลูกฝัง ดีไว้ ให้โลกชม
จำของเก่ามา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 10:21:57
อันความงาม นัยนา ดักตาติด 
แต่ดักจิต ไม่ได้ ดังใจหวัง  
คุณความดี ดอกไซร้ ไกรกำลัง 
เป็นจังงัง ดักจิต ติดจำนง
ในวันที่รำลึกท่านสุนทรภู่ ขอนำบทกลอนท่าน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 10:40:07
.... สวัสดิรักษา.... 
........................ 
อย่าลืมหลง จงอุตส่าห์ รักษาสิริ  
ตามคติ โบราณ ท่านขานไข 
ว่าเช้าตรู่ สุริโย อโณทัย 
ตื่นนอนให้ ห้ามโมโห อย่าโกรธา 
ผินพักตร์สู่ บูรพ์ทิศ แลทักษิณ 
เสกวาริน ด้วยพระธรรม-คาถา 
ที่นับถือ คือพระไดร สรณา 
ถ้วนสามครา จึงชำระ สระพระพักตร์ 
แล้วเอื้อนอรรถ ตรัสความ ที่ดีก่อน 
จะถาวร พูนเกิด ประเสริฐศักดิ์ 
ด้วยราศรี ที่ชะลอ นรลักษณ์ 
อยู่พระพักตร์ แต่ทิวา เวลากาล
...............
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 10:46:19
เขาย่อมเปรียบ เทียบความ ว่ายามรัก 
น้ำต้มผัก ต้มขม ชมว่าหวาน 
ครั้นจืดจาง ห่างเหิน ไปเนิ่นนาน 
แต่น้ำตาล ก็ว่าเปรี้ยว ไม่เหลียวแล
ยอดเยี่ยมที่สุด
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 10:50:52
เราไม่กล้าตั้งชื่อให้หรอกครับ 
กลัวว่าจะไม่เหมาะสม 
กลอนท่านไพเราะ....หากเราตั้งชื่อให้ไม่เข้าท่า 
จะทำให้กลอนของท่านด้อยค่าไปได้ 
 
ถึงไม่มีชื่อก็ไม่เป็นไร...เราเห็นในคุณค่าอยู่แล้ว 
.............
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 10:53:38
อันที่จริง หญิงชาย ย่อมหมายรัก  
มิใช่จัก ตัดทาง ที่สร้างสม 
แม้นจักรัก รักไว้ ในอารมณ์ 
อย่ารักชม นอกหน้า เป็นราคี 
ดังพฤกษา ต้องวายุ พัดโบก 
เขยื้อนโยก ก็แต่กิ่ง ไม่ทิ้งที่ 
จงยับยั้ง ชั่งใจ เสียให้ดี 
เหมือนจามรี รู้จัก รักษากาย
แล้วตอนนี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 10:55:32
"มหาปิยมิตรของเรา".... 
ท่านรับประทานน้ำตาลแล้ว....รู้สึกขมหรือเปรี้ยวครับ
แสดงว่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 10:59:21
"มหาปิยมิตรของเรา"....  
ชอบแอบรักคนอื่น หรือว่าชอบให้คนอื่นแอบรักครับนี่
ศิษย์สุนทรภู่แต่งจ้ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 11:05:09
*** 
"ปิยมิตรคนดี มีความสุข 
เราก็สุข เอออวย อำนวยส่ง 
พร้อมยินดี มอบกลอน พรบรรจง 
แม้ประสงค์ สิ่งใด จงได้มา 
ยามทุกข้ร้อน อ่อนระอา ชีวาเศร้า 
ยังมี"เรา" สองคน คอยห่วงหา 
เป็นเพื่อนคอบปลอบขวัญ ทุกเวลา 
ให้วาจา จริงใจ ในไมตรี"
กลอนหวาน ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาป.ตรี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 11:13:55
************* 
อยากจะบอก ว่ารัก สักเท่าฟ้า  
หมดภาษา พิสูจน์ พูดรักได้  
เต็มอยู่ใน ความว่าง กว้างและไกล 
คือหัวใจ สองดวง ห่วงหากัน 
...............*****............... 
************* 
ระยะทาง ห่างไกล ใช่ขวางกั้น  
สิ่งสำคัญ คือหัวใจ ที่ใฝ่หา 
รักมั่นรัก ซาบซึ้ง ตรึงอุรา 
คงจะพา ระยะไกล มาใกล้กัน 
.......................................... 
( ท่านอาจารย์ สุชิน ประพันธ์พจน์)
วันนี้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 11:14:21
เราจะออกไปหาแกงขี้เหล็กมารับประทาน 
ถ้าหากเรารู้สึกหวาน...ก็แสดงว่าเรากำลังมีความรัก 
แล้วแบบนี้เราจะบอกให้ใครทราบดีล่ะครับท่านครับ 
 
"พอใจให้สุข"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 11:31:24
ปิยมิตร ครับ 
ผลงานนี้ เราชอบมาก 
................ "พอใจให้สุข".............. 
*** แม้มิได้ เป็นดอก กุหลาบหอม 
ก็จงยอม เป็นเพียง ลดาขาว 
แม้มิได้ เป็นจันทร์ อันสกาว 
จงเป็นดาว ดวงแจ่ม แอร่มตา 
*แม้มิได้ เป็หงส์ ทะนงศักดิ์ 
ก็จงรัก เป็นโนรี ที่หรรษา 
แม้มิได้ เป็นน้ำ แม่คงคา  
จงเป็นธา-ราใส ที่ไหลเย็น 
*แม้มิได้ เป็นมหา หิมาลัย 
จงพอใจ จอมปลวก ที่แลเห็น 
แม้มิได้ เป็นวัน พระจันทร์เพ็ญ 
ก็จงเป็น วันแรม ที่แจ่มจาง 
*แม้มิได้ เป็นต้น สนระหง 
จงเป็นพง อ้อสะบัด ไม่ขัดขวาง 
แม้มิได้ เป็นนุช สุดสะอาง 
ขอเป็นนาง ที่มิใช่ ไร้ความดี 
*อันจะเป็น สิ่งใด ไม่ประหลาด 
กำเนิดชาติ ดีทราม ตามวิถี 
ถือสันโดษ บำเพ็ญ ให้เด่นดี 
ในสิ่งที่ เราเป็น เช่นนั้นเทอญ 
( ฐะปะนีย์ นาครทรรพ)
กวีเอกของเรา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 11:44:28
คงจะเพลียแล้ว... 
ตอนค่ำ ๆ ก็อย่าลืมแวะมาร้องเพลงให้ฟังด้วยนะครับ 
เราเตรียมพวงมาลัยดอกคูนไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ !!!
เบื่ออ่านยังล่ะ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 11:48:40
พูดเรื่อง หวานๆ ขมๆ ชักหิวขึ้นมาแล้วสิ 
ฝนเพิ่งสร่าง เดี๋ยวจะเอาผ้าไปให้เขาซักในเมือง 
แวะเยี่ยม กินข้าวเ็ย็นกับยาย(แม่เลี้ยงของเรา) และเล่นกับหลานลูกน้องสาวที่กำลังน่าเกลียดน่าชัง 
...แล้วภาคค่ำ จะเข้ามาพบอีกที 
...ตอนนี้ ปิยมิตรหิวข้าวรึยัง ทางนี้ ฝนตกไหมครับวันนี้น่ะ 
น้ำหนักประมาณ?... เราชั่งล่าสุดยังไม่ถึงสี่สิบกิโลเลย ขนาดกินไอติมกระทิ ช็อกโกแลตแทบทุกวันแล้วนี่ แต่เนื้อน่ะกินไม่ได้แล้ว ไม่ค่อยกิน เคี้ยวก็ยาก กินปลาไม่ค่อยอ้วนนะ 
แต่เราก็รู้สึกแข็งแรงคล่องแคล่วดี 
.............................................................................อ้อ! ค่ำคืนนี้ เราอาจมีอะไรหนักๆ เล่าให้ฟัง เพราะรู้สึกว่า เป็นปัญหารบกวนเรา จะต้องให้"เพื่อนแท้" ช่วยรับฟังซะแล้วล่ะ ขออนุญาตไปหาข้าวปลากินนะ แล้วก็จะได้เข้าไปในเมือง หากท่านไม่มีธุระใดก็เชิญพักผ่อนอย่างเต็มที่นะครับ อยากกินไร กินเยอะๆได้เลย แต่ก่อนจะนอนน่ะ อย่ากินเยอะ ไขมันสะสม เป็นห่วงนะ
เราก็ชอบ "พอใจให้สุข" ที่สุด
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 11:59:17
อันตัวเรานี้ เป็นเรา อย่างที่สุด 
เราก็เลยไม่รู้ว่าจะเปรียบตัวเองเป็นอะไรดี 
 
คิดออกแล้ว...เราจะเป็นธารใสที่ไหลเย็นดีกว่านะจ๊ะ 
เพราะเราอยากให้ "มิตรแท้" ของเราเย็นกายเย็นใจเป็นที่สุด 
 
เป็นอย่างไรบ้างครับความคิดของเรา...น่าเอ็นดูนิดหน่อยใช่มั๊ยล่ะครับ 
ข้อความชนกันตลอดเลย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 12:00:17
สนุกจริง ๆ
ทางนี้ฝนไม่ตก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 12:06:08
แต่ก็ดูเหมือนว่าคล้าย ๆ ฝนจะตกครับผม 
มิรู้นามผู้ใดแต่งจ้า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 19:48:22
 
วันพรุ่งนี้...อยู่ไกล...ยังไม่เกิด 
ช่างมันเถิด...อย่าร้อน...ไปก่อนไข้ 
วันวานนี้....ตายแล้ว....ให้ตายไป 
อย่าเอาใจ...ไปข้อง....ทั้งสองวัน 
 
ถ้าวันนี้....สดชื่น....ระรื่นจิต 
อย่าไปคิด....หน้าหลัง....มาคลั่งฝัน 
สิ่งที่แล้ว....แล้วไป....ให้แล้วกัน 
สิ่งที่ฝัน...ไม่มา...อย่าอาวรณ์ 
 
………………………………………………………………………………. 
เราเป็นห่วง “มหาปิยมิตรของเรา” อย่างที่สุด 
เราไม่อยากให้ท่านต้องมีเรื่องหนัก ๆ ในสมอง นะจ๊ะ นะจ๊ะ !!! 
“คำแผ่เมตตาแก่ตนเอง”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 20:00:09
 
อะหัง อะเวโร โหมิ 
 
อะหัง อะพยาปัชโฌ โหมิ 
 
อะหัง อะนีโฆ โหมิ 
 
อะหัง สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ 
 
“บทแผ่เมตตา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 20:01:04
 
สัพเพ สัตตา อะเวลา โหนตุ 
 
อัพยา ปัชฌา โหนตุ 
 
อะนีฆา โหนตุ 
 
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ 
 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 20:02:20
 
ข้าพเจ้า...ตั้งจิต..อุทิศผล 
บุญกุศล...นี้ไป...ให้ไพศาล 
ถึงมารดา...บิดา...และอาจารย์ 
ทั้งลูกหลาน...ญาติมิตร...สนิทกัน 
 
คนเคยร่วม...ทำงาน...การทั้งหลาย 
มีส่วนได้...ในกุศล...ผลของฉัน 
ทั้งเจ้ากรรม...นายเวร...และเทวัญ 
ขอให้ท่าน...ได้กุศล...ผลบุญนี้...เทอญ. 
 
เปลี่ยนใจแล้วล่ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 21:49:30
ว่าจะเล่าเรื่องหนักน่ะ ไม่เอาแล้ว เพราะ.. 
เป็นวันอาทิตย์ที่ "ชื่นสุข" อีกวันหนึ่ง 
อาทิตย์ที่แล้ว เราได้ทำบุญในงานบวช 
วันนี้ ได้ทำบุญ กับการกำเนิดชีวิตใหม่ 
....... เมื่อตอนเย็นขณะที่พวกเรากำลังซุมแซวกินข้าวเย็น ราวห้าโมงเศษ ก็มีป้าคนหนึ่งมานั่งคุกเข่ายกมือไหว้บอกว่ามาขออาบน้ำ เพราะแกมาเฝ้าลูกสาวที่มาคลอดในโรงพยาบาลที่ห่างจากบ้านยาย ราวสองกิโลเมตร ถามข่าวคราวแกเป็นภรรยาคนงานเก่าของพ่อ( เราเคยเห็นแต่ลุงสามีแกที่เคยเฝ้าไร่ให้พ่อเรา ลูกเมียแกทำนาอยู่บ้านเกิดที่กาฬสินธุ์ เราไม่ค่อยเห็นเวลาแกมาเยี่ยมพ่อแม่เรา)...นึกสงสารทันทีที่แกมีท่าทางอ่อนน้อมเกรงใจ บอกให้กินข้าวก็ไม่ยอม พออาบน้ำเสร็จก็ลา...สังเกตสภาพแล้วเราเป็นห่วง แกใส่เสื้อผ้าชุดเดียว รองเท้าแตะเก่าจนบิ่น ถามว่ามาอย่างไร จากโรงพยาบาลมาที่บ้านของเรา แกเดินมาและจะเดินกลับ ก็เลยซักถามและพอดีมีเสื้อผ้าเด็กของหลานอยู่เยอะ ทั้งที่น้องสาวเขาซักเก็บไว้ และยังไม่ได้ใช้ มากพอที่จะให้ทารกใช้สอยได้ตลอดถึงขวบอายุโน่นเลย น้องสาวเราก็หาเสื้อผ้าให้แกด้วย เราก็ไปส่งแกที่โรงพยาบาล ทารกน้อยยังเข้าตู้อบอยู่ เราเห็นว่าแกมีสภาพคนเฝ้าไข้อนาถา ก็เลยไปซื้อมุ้งครอบ ผ้าห่ม ผ้าถุงให้แก และยัดเยียดเงินใส่มือไว้ให้พอที่จะซื้ออาหารตลอดสัปดาห์ เผื่อค่ารถกลับบ้านโน่น.. คือแกมารับลูกสาวจะไปคลอดที่บ้าน ลูกสาวมาทำงานขายกับข้าวอยู่กับญาติที่ศูนย์การค้าในจังหวัดเรา นี่ล่ะ คงจะลำบากเลี้ยงดูหลานต่อไป แต่ลูกสาวแกก็ดูมีมานะทำงานหนักกระทั่งคลอด คงจะต้องเลี้ยงแม่ เลี้ยงลูกต่อไป... 
เราก็เลยสุขใจมากที่ได้ช่วยเหลือเขาพอบรรเทาความเดือดร้อน...นึกถึงนัยน์ตาฝ้าฟางแกมีน้ำตาคลอเบ้า ท่านั่งยองๆยกมือไหว้แล้วไหว้อีก...นึกถึงสีหน้ากระตือรือร้นของน้องสาวน้องเขย ลูกหลานของเราที่ช่วยกันขนของขึ้นรถให้แก ทุกคนดูอิ่มสุขทั่วหน้า...นี่แหละนะ อานิสงน์แห่งทาน ปิยมิตรว่าไม้?...  
...เราถึงว่า โชคดีแล้ว ที่บุญวิ่งมาหา ให้ได้บำเพ็ญบุญ  
ตั้งแต่เช้ามาแล้ว ตอนไปซือกับข้าว ก็เจอพระท่านกำลังบิณฑบาต เราก็ได้ใส่บาตรท่ามกลางสายฝนปรอยๆ ก่อนจะไปวัด ที่วันนี้คนน้อย อาหารน้อย เราก็โทรศัพท์หาเพื่อนให้ร่วมทำบุญบอกว่าฝนตกมาถวายภัตตาหารช่ว ยกัน เพื่อนก็นำอาหารมาทันถวาย ทั้งคาวหวานผลไม้รวมกัน..ยังมีพอให้อุบาสกอุบาสิกาได้รับประทานด้วย เราก็พลอยอิ่มข้าววัดเลย... เป็นวันอาทิตย์ที่ดีจริงๆ อีกวัน
เพลงอะไรก็คงฟังไพเราะ สำหรับคืนนี้
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 22:01:06
วันนี้ เราอิ่มบุญ อิ่มท้อง...อิ่มใจ 
เพลงทุกเพลงก็คงเพราะ 
แต่ว่า อยากฟังเพลงเก่าๆ ที่เราเคยฟังด้วยกันน่ะ 
อยู่ดึกไม่ได้หรอก ตาจะเหล่แล้ว 
เดี๋ยวต้องขอตัวไปอ่านอะไรๆ สักหน่อยก่อนนอน 
วันนี้คุยเยอะแล้ว ทำดีจนอิ่มแปร้แล้ว.. 
ขอทำดีก่อนนอน ช่วยสังคมทางการสื่อสารต่อสักหน่อย 
แล้วก้จะนอนนะครับ เอาแรงไปเจอหน้าที่ร่วมกับคนน่าเบือ ในวันพรุ่งนี้.................................................. 
..จงหลับฝันดี เพื่อวันพรุ่งนี้ ที่ดีๆ ๆ ๆ จ้ะ!
อรุณสวัสดิ์ “มหาปิยมิตรคนดี” ของเรา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-27 06:31:59
 
ขอโทษด้วยครับ....ที่เมื่อคืนนี้เราเผลอหลับไปก่อน 
ระยะนี้รู้สึกอ่อนเพลียครับ......คงเป็นเพราะนอนหลับไม่เพียงพอ 
 
นึกถึงภาพที่ท่านและครอบครัวได้ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากแล้วก ็ให้ปลื้มใจยิ่งนัก 
ความรู้สึกซาบซึ้งประทับใจที่เขามีต่อท่านและครอบครัว..จะอยู่ในใจของเขาตลอดไป... 
 
.......................................................... 
 
ดูตะวัน...นั้นไม่ผิด...ชีวิตคน 
เปลี่ยนเวียนวน...ขึ้นลง...ตรงเบื้องหน้า 
ชีวิตหนอ...ชีวิต...อนิจจา 
มีนานช้า...ร่างคงล้ม...ทับถมดิน 
เลิกละโมบ...โลภหลง...ปลงเสียเถิด 
สิ่งประเสริฐ...ใช่อยู่ที่...มีทรัพย์สิน 
ความเมตตา...กรุณา....เป็นอาจินต์ 
นำชีวิน...ผาสุก...ทุกวันคืน 
 
 
.............................................กวีเพชร 
เราจะเล่าเรื่องที่เราชอบดีกว่า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-27 20:28:23
นะจ๊ะ !!!
“หลวงปู่พรหมา ปภากโร”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-27 20:30:06
 
“สมเด็จลุน”...เป็นที่เลื่องลือตลอดสองฟากฝั่งแม่น้ำโขง 
ทั้งแผ่นดินไทยและแผ่นดินลาว ท่านนับเป็นพระเถระ 
ผู้มีชื่อเสียงที่สุดของลาวเพียงองค์เดียวก็ว่าได้ 
และเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างไกลว่าสมเด็จลุน มีจิตตานุภาพเป็นอัศจรรย์ 
บรรลุฤทธิ์อภิญญาและฌานสมาบัติขั้นสูงสุด. 
 
……………………………… 
 
“หลวงปู่พรหมา ปภากโร”... 
“เป็นหลานโดยตรงของสมเด็จลุน” โยมบิดาของท่านซึ่งเป็นน้องชายของสมเด็จลุน 
ได้ส่งไปอยู่กับสมเด็จลุน ที่นครจำปาศักดิ์ ประเทศลาวได้ตั้งแต่อายุ 13 ขวบ 
และสมเด็จลุน บรรพชาให้เป็นสามเณร ได้ศึกษาเล่าเรียนตัวหนังสือลาว 
หนังสือขอม จนรอบรู้แตกฉาน ขณะเดียวกันสมเด็จลุน ก็สอนให้ปฏิบัติสมถะ 
วิปัสสนากรรมฐานอย่างเข้มงวด อีกทั้งยังถ่ายทอดวิชาไสยเวทพุทธาคม 
ให้เป็นอเนกประการ ควบคู่กับการปฏิบัติจิตบำเพ็ญสมณธรรม 
เพื่อหาทางหลุดพ้นจากห้วงแห่งความทุกข์. 
 
………………………………………….. 
 
เมื่อหลวงปู่พรหมา อายุใกล้จะครบบวช จึงได้ขออนุญาตสมเด็จลุน 
เดินทางกลับมาอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่แผ่นดินมาตุภูมิ  
และเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่ “วัดจักรวรรดิราชาวาส” กรุงเทพฯ 
โดยพระยาพหลพลพยุหเสนา , หลวงพิบูลสงคราม และ หลวงพรหมโยธี 
ปวารณาขอเป็นเจ้าภาพการอุปสมบท. 
 
หลวงปู่พรหมา ปภากโร ได้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดประดู่ 
(ที่ได้มรณภาพกะทันหัน) เนื่องจากมีความรู้แตกฉานทั้งทางปริยัติและปฏิบัติ 
 
เมื่อมีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดประดู่ อย่างเป็นทางการแล้ว 
หลวงปู่พรหมา จึงได้ย้ายมาพำนักที่วัดคลองบางกอกน้อย 
และออกจาริกธุดงค์เมื่อออกพรรษาได้ไม่นานนัก ....ตามความตั้งใจของท่านแต่แรก. 
“หลวงปู่พรหมาฯ” พบพญานาค
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-27 20:32:05
 
คืนหนึ่ง....ขณะหลวงปู่พรหมา เจริญภาวนาอยู่ในกลด  
เมื่อจิตรวมละเอียดสู่สมาธิ ได้ปรากฏนิมิตผุดขึ้นมา 
ภาพในนิมิตบอกว่าเป็นถ้ำพญานาค อยู่ไม่ไกลจากที่ท่านปักกลดเท่าไหร่นัก 
ลักษณะภายในถ้ำพญานาคใหญ่โตมโหฬาร มีลำธารน้ำไหลพาดผ่านกลางถ้ำ 
และยังมีต้นไม้ชนิดหนึ่งมีลักษณะเหมือนต้นตาลเรียงรายอยู่ 3 ต้น 
 
เมื่อนิมิตหายไป และหลวงปู่พรหมา ถอนจิตจากสมาธิแล้ว 
ท่านยังจำภาพถ้ำพญานาคได้แม่นยำ พร้อมกันนั้นก็เกิดความฉงนสงสัยว่า 
เหตุใดจึงได้ปรากฏนิมิตถ้ำพญานาคขึ้นเช่นนั้น ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านี้ 
ไม่เคยผ่านเข้ามาในความคิดเลยก็ว่าได้ 
 
นอกจากความสงสัยดังกล่าวแล้ว หลวงปู่พรหมายังเพิ่มความสงสัยอย่างอื่นอีก 
เช่น ถ้ำพญานาคมีจริง ๆ ละหรือ ? หากมีจริง ถ้ำแห่งนี้อยู่ที่ใด ? 
 
กระทั่งวันหนึ่ง หลวงปู่พรหมา ได้พบกับอาจารย์โทน 
ซึ่งเป็นฆราวาส แต่ถือศีลเคร่งครัดและปฏิบัติธรรมมาอย่างเคี่ยวกรำ 
ถึงขั้นได้ฌานสมาบัติ หลวงปู่พรหมาจึงเล่าเรื่องนิมิตเรื่องถ้ำพญานาคให้ฟัง 
พร้อมกันปรารภว่าถ้ำพญานาคจะมีจริง ๆ หรือไม่มีจริงไม่รู้ได้ 
อาจารย์โทนรับฟังแล้วก็กราบเรียนยืนยันว่าถ้ำพญานาคมีจริง 
และถามหลวงปู่ต่อไปว่าหลวงปู่อยากเห็นไหม 
 
หลวงปู่พรหมา ตอบว่าอยากเห็นสิ ไม่รู้ว่าจะตรงกับนิมิตหรือเปล่า 
อาจารย์โทนจึงรับอาสาจะพาไปดูให้รู้แจ้งด้วยตัวเอง 
 
...................................................ฯลฯ............................................. 
 
อาจารย์โทนก็พามาทะลุคูหาถ้ำอีกแห่งหนึ่ง เมื่อหลวงปู่พรหมามองเห็นคูหาถ้ำนี้ 
ท่านก็นึกถึงภาพนิมิตทันที เพราะสภาพที่เห็นเบื้องหน้าถูกต้องตรงกับภาพในนิมิตทุกอย่าง 
 
คูหาถ้ำใต้ภูเขา ซึ่งท่านกำลังยืนอยู่นั้น กว้างใหญ่จนประมาณมิได้ 
และสว่างไสวดุจมิใช่คูหาถ้ำใต้ภูเขา ทั้ง ๆ ที่มิรู้ว่าแสงสว่างส่องลอดมาจากจุดใด 
เลยจากปากโพรงที่ยืนอยู่คือหาดทรายยาวเหยียด เป็นทรายละเอียด สีทองอร่าม 
ประหนึ่งเป็นทองคำจริง ๆ และบนหาดทรายนั้นมีต้นไม้ลักษณะคล้ายต้นตาลเรียงกัน 3 ต้น 
 
กลางคูหาเป็นลำธารน้ำใสกว้างใหญ่ และในลำธารนั้นมีลำตัวงูขนาดมหึมา 
โผล่พ้นผิวน้ำเป็นวงโค้ง เกล็ดเป็นสีเขียวเข้มและเป็นประกายวาววับ 
สำหรับส่วนหัว ส่วนหาง มองไม่เห็น เพราะจมน้ำอยู่. 
 
หลวงปู่คิดในใจ อยากจะเข้าไปจับต้องลำตัวงูที่เห็นสักครั้งว่าเป็นอย่างไร 
แต่อาจารย์โทนดุจหยั่งรู้วาระจิตของหลวงปู่พรหมาว่ากำลังคิดอะไ ร 
รีบเอ่ยปากห้ามว่า “อย่าจับต้องพญานาคเป็นอันขาด จะเป็นอันตรายถึงชีวิต” 
หลวงปู่จึงต้องหยุดความคิดดังกล่าวทันที. 
 
..................จากหนังสืออัตประวัติของหลวงปู่พรหมา.................... 
วันหลังเล่าอีกนะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-27 22:11:05
เราชอบมาก ได้อ่านเกร็ดความรู้อย่างนี้ 
เราเชื่ออย่างแน่แท้ ในเรื่องของจิตตานุภาพของพระเถระที่ท่านได้ถือศีลอย่างเคร่งครั ด ปฏิบัติธรรมอย่างเคี่ยวกรำ 
เมื่อท่านได้บรรลุฤทธิ์อภิญญาและฌานสมาบัติ ก็จะมีเรื่องราวมหัศจรรย์ให้ปรากฏ... 
เรื่องของพลังเมตตาบารมี.. ได้สดับเมื่อใด ก็พาให้จิตใจอิ่มอุ่นนะ เราชอบฟัง ชอบอ่านมากครับ...ขอบคุณจริงๆ
หลับยัง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-27 22:19:55
ฝันดี ๆ ๆ ๆ...หลับปุ๋ยๆเลยนะ 
ราตรีสวัสดิ์
อ่านหนังสืออยู่ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-27 22:22:51
วันนี้ยังไม่หลับ...ตั้งใจจะหลับห้าทุ่ม....ราตรีสวัสดิ์
สวัสดีตอนเช้าคร้าบ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-28 07:51:57
ปิยมิตรฮะ 
เรามาถึงที่ทำงาน ตั้่งแต่เจ็ดโมง 
มีเวลาเหลือเฟือ มาเตรียมการประชุมสรุปงาน 
ต้องเข้ามาอ่านข้อความที่ท่านได้มอบถ้อยธรรมดีดีไว้ให้ 
เราจะได้มีสติ ใจเย็น ไม่เกรี้ยวกราดตอนเผชิญพวกนักพูดมากทั้งหลายที่มีฝีปากดี ฝีมือด้อย... 
จะไม่โมโหหรอกจ้า 
...อย่าลืมทานอาหารเช้าให้อิ่มนะจ๊ะ นะจ๊ะ
ขอโทษครับผม...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-28 15:28:02
 
เราเพิ่งจะได้เห็นข้อความของท่าน 
อาหารเช้าสำหรับเราแล้ว.....”มิตรแท้” สบายใจได้เลยครับ 
ตื่นขึ้นมาเราก็รับประทานทันที...เพราะเราหิวแต่กลางคืนแล้วจ๊ะ 
 
“มหาปิยมิตรคนดี “ ของเราครับ 
ต่อไปเราสองคนไม่ต้องไปพูดถึงคนอื่นดีกว่านะ  
เรามาคุยภาษาดอกไม้กันสองคนดีกว่า นะจ๊ะ นะจ๊ะ !!!  
 
YOU KNOW.?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-28 16:15:57
 
I feel sad…when you’re sad  
 
I feel glad…when you’re glad  
 
I can’t smile…without you 
“ชีวิตนี้น้อยนัก”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-28 20:34:17
 
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-28 20:35:59
เทวดามาเกิดเป็นมนุษย์ได้ และมนุษย์ก็เกิดเป็นเทวดาได้… 
ดังที่สมเด็จพระบรมศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันได้ทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธกว่า 
เมื่อทรงเสวยชาติเป็นพระโพธิสัตว์หัวหน้าพ่อค้าเกวียน ได้ทรงซื้อสินค้าในนครพาราณสีบรรทุกเกวียน 
นำพ่อค้าจำนวนมากเดินทางไปในทางกันดาร เมื่อพบบ่อน้ำก็พากันขุด เพื่อให้มีน้ำดื่ม 
ได้พบรัตนะมากมายในบ่อนั้น พระโพธิสัตว์ทรงเตือนว่า “ความโลภเป็นเหตุแห่งความพินาศ” 
แต่ไม่มีผู้ใดเชื่อฟัง พวกพ่อค้ายังขุดบ่อต่อไปไม่หยุด หวังจะได้รัตนะมากขึ้น 
บ่อน้ำเป็นบ่อที่อยู่ของพญานาค เมื่อถูกทำลาย พญานาคก็โกรธ ใช้ลมจมูกเป่าพิษ 
ถูกพ่อค้าเสียชีวิตหมดทุกคน เหลือแต่พระโพธิสัตว์ที่มิได้ร่วมการขุดบ่อด้วย 
จึงได้รัตนะมากมายถึงเจ็ดเล่มเกวียน ท่านนำออกเป็นทาน และได้สมาทานศีล 
รักษาอุโบสถจนสิ้นชีวิต ได้ไปเกิดในสวรรค์.....”เป็นมนุษย์ผู้หนึ่งที่เกิดเป็นเทวดาได้” 
 
........................................................................... 
 
มนุษย์มีบุญกุศลและความดีพร้อมทั้งกายวาจาใจมากเพียงไร 
ก็จะเกิดเป็นเทวดาชั้นสูงได้เพียงนั้น 
คือสามารถขึ้นไปอยู่สวรรค์ชั้นสูงได้ เมื่อละโลกนี้แล้ว 
 
............................................................................. 
 
มนุษย์เกิดเป็นเทวดาได้ และเกิดเป็นสัตว์ก็ได้  
ในสมัยพุทธกาล ชายผู้หนึ่งโกรธแค้นรำคาญสุนัขตัวหนึ่ง ที่ติดตามอยู่ตลอดเวลา 
พระพุทธเจ้าทรงทราบ ก็ได้ตรัสแสดงให้รู้ว่า บิดาที่สิ้นไปแล้วนั้นมาเกิดเป็นสุนัขนั่น 
และได้ทรงให้พิสูจน์ โดยบอกให้สุนัขนำไปหาที่ซ่อนทรัพย์ ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้ 
นอกจากบิดาของชายผู้นั้น และสุนัขก็พาไปขุดพบสมบัติฝังไว้ก่อนสิ้นชีวิตได้ 
 
............................................................................. 
 
สัตว์ไปเกิดเป็นเทวดาได้ คงจะมีเป็นอันมาก  
มีเรื่องต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนาที่เล่ากันสืบมา คือในสมัยพุทธกาล 
มีสัตว์ ได้ยินเสียงพระสวดมนต์ก็ตั้งใจฟังโดยเคารพ  
ตายไปก็ได้ไปบังเกิดเป็นเทพในสวรรค์ 
ด้วยอนุภาพของการให้ความเคารพ….ในพระธรรมของพระพุทธเจ้า 
 
………………………………………………. 
 
สมัยพุทธกาล…. 
มีเรื่องของพระภิกษุรูปหนึ่ง มีจิตหวงห่วงผ้าสบงจีวร ที่เพิ่งได้มาใหม่ 
ซักตากไว้บนราว มรณภาพไปขณะผ้านั้นยังไม่แห้ง  
จิตที่ผูกพันในผ้าสบงจีวรนั้น นำให้ไปเกิดเป็นตัวเล็นเล็ก ๆ เกาะติดอยู่กับผ้า 
 
พระภิกษุอีกรูปหนึ่งเห็นผ้าสบงจีวรนั้นไม่มีเจ้าของแล้ว ก็จะนำไปใช้ 
พระพุทธองค์ทรงทราบ ได้ทรงมีพุทธดำรัสห้าม ตรัสให้รอ 
เพราะพระภิกษุรูปนั้นจะสิ้นภพชาติของการเป็นเล็นในเวลาเพียงไม่ กี่วัน 
 
ถ้านำสบงจีวรนั้นไปในขณะยังเป็นเล็นอยู่ ก็จะโกรธแค้น 
จะไม่ได้ไปเสวยผลแห่งกุศลกรรม ที่ได้ประกอบกระทำไว้เป็นอันมาก 
นี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ทรงรับรองว่า...”อำนาจจิตจะทำให้มนุษย์ไปเป็นสัตว์ได้” 
กรรมอันเป็นเหตุนำให้เกิด
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-28 20:37:00
 
คือชนกกรรม เป็นกรรมสุดท้าย ก่อนชีวิตจะขาดจากภพภูมินี้ 
กรรมสุดท้ายหรือเรื่องสุดท้ายที่จิตผูกพันคิดถึงอยู่ “คือชนกกรรมอันนำไปเกิด” 
นึกถึงความดีที่เป็นบุญเป็นกุศลในขณะก่อนจะดับจิต จิตก็จะไปสู่สุคติ นำกายไปสุคติด้วย 
นึกถึงความไม่ดีที่เป็นบาป เป็นอกุศลในขณะก่อนจะดับจิต จิตก็จะไปสู่ทุคติ นำกายไปทุคติด้วย 
 
จิตที่ใกล้จะแตกดับนั้น
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-28 20:37:56
 
ปกติเป็นจิตที่อ่อนมาก ไม่มีกำลังที่จะต้านทานใด ๆ ทั้งสิ้น 
คุ้นเคยกับความรู้สึกใดเกี่ยวกับเรื่องใด ความรู้สึกนั้นเกี่ยวกับเรื่องนั้น 
ก็จะเข้าครอบงำจิต มีอำนาจเหนือจิต 
ทำให้จิตเมื่อใกล้ดับ ผูกพันอยู่กับความรู้สึกนั้น เกี่ยวกับเรื่องนั้นเมื่อจิตดับ 
คือจากร่าง ก็จากไปพร้อมกับความรู้สึกนั้นเกี่ยวกับเรื่องนั้น 
นำไปก่อเกิดกายที่ควรแก่สภาพจิตทุกประการ 
 
ด้วยผู้ใหญ่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-28 20:38:56
 
ผู้มีสัมมาทิฐิสัมมาปัญญาแต่ไหนแต่ไร ท่านเชื่อในเรื่องอำนาจความยึดมั่นของจิต 
ท่านจึงสอนลูกหลานไว้ว่า ก่อนจะหลับให้ภาวนาพุทโธ นึกถึงพระพุทธเจ้า 
และให้ตั้งใจปรารถนาว่า เมื่อจากโลกนี้ไปเมื่อใดก็ตาม ขอให้เกิดมาเป็นมนุษย์ทันที 
ให้ได้พบพระพุทธศาสนา ท่านสอนกันให้ตั้งใจเช่นนี้ก่อนจะหลับไป  
และท่านสอนว่า ถ้าการหลับครั้งนั้นจะไม่ได้กลับตื่นขึ้นมาอีก ก็จะได้ไปดี 
เป็นดังแรงปรารถนา การได้เกิดเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนานั้น 
เป็นมงคลสูงสุดของชีวิต ผู้มีสัมมาทิฐิ จึงตั้งจิตปรารถนาอย่างจริงจัง 
 
ผู้อธิษฐานจิต
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-28 20:39:51
 
ปรารถนากลับมาเกิดเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนานั้น 
คือผู้รับรองความสำคัญของชีวิตนี้ ที่แม้จะน้อยนักว่าชีวิตนี้เท่านั้น 
ที่จะนำไปสู่ความสวัสดีมีสุขได้อย่างแท้จริง  
เพราะชีวิตนี้เท่านั้น ที่พร้อมสำหรับการบำเพ็ญบุญกุศลทุกประการ 
จะทำดีเพียงไร ก็ทำได้ในชีวิตนี้ ทำดีสูงสุดจนเกิดผลสูงสุด คือ 
การปฏิบัติได้สำเร็จมรรคผลนิพพาน พ้นทุกข์สิ้นเชิงไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป 
ก็ทำได้ในชีวิตนี้ หรือทำดีเพียงเพื่อได้ถึงสวรรค์ พ้นนรก ก็ทำได้ในชีวิตนี้ 
การตั้งจิตอธิษฐาน ไม่ให้หลงไปภพภูมิอื่น หลังละโลกนี้ไปแล้ว 
แต่ให้กลับมาสู่ภพภูมิมนุษย์โดยเร็ว ได้พบพระพุทธศาสนา...... 
........................”จึงเป็นความถูกต้อง พึงทำอย่างยิ่ง”............................... 
ทั้งหมดนี้คือ “ชีวิตนี้น้อยนัก”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-28 20:42:05
 
โดย....สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  
“มหาปิยมิตรคนดี” ของเรา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-28 20:58:01
 
คืนนี้เรามาฟังเพลง “เพื่อวันที่ดีของเรา” กันดีกว่า นะจ๊ะ !!! 
 
....................ราตรีสวัสดิ์.....คิดทึ้ง....คิดถึง.................. 
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-29 10:37:24
ขอให้สดชื่นตลอดวัน นะจ๊ะ !!!
"อรุณสวัสดิ์"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-30 05:40:28
************ 
อรุณสวัสดิ์ จัดมาเติม ความสดใส 
ขอดวงใจ แจ่มชื่น รื่นหรรษา 
กอปรภาระ ได้สำเร็จ เสร็จสุขพา 
ล้วนคุณค่า มากำนัล วันนี้เอย 
............................................... 
ตื่นยังขอรับ...
เป็นห่วงมากมาย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-30 22:22:26
ปิยมิตรคนดี 
เป็นไรรึเปล่าครับ? 
ถ้าเหนื่อยไม่อยากพูดมาก ก็ไม่เป็นไรนะ 
เราน่ะ วิตกเป็นห่วง... 
...อยากให้ท่านไปเป็นเด็กแว้น.มากกว่า... 
ไม่อยากให้มีเรื่องทุกข์ใจมาทำให้เงียบไปเลย 
...ขอคุณพระคุ้มครอง มีอะไร ก็ขอให้เข้มแข็ง ๆ ๆ นะจ๊ะ
“มหาปิยมิตรคนดี”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-30 23:03:18
 
กลางวันเรามีปัญหาด้านการสื่อสาร 
พอกลางคืนก็มีปัญหาคิดกลอนไม่ออก 
เราไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี.... 
อยากส่งกลอนเพราะ ๆ มาเอาใจเพื่อน 
 
วันนี้ไม่มีทั้งเรื่องหนัก เรื่องเบา....มีแต่คิดทึ้ง คิดถึง ... 
เรากลัวมากว่า...เพื่อนจะนอนไม่หลับ....เราจึงต้องมาส่งท่านเข้านอน 
ม่ะ!..เราจะห่มผ้าให้....หลับฝันดีนะจ๊ะ.....ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ 
 
................อุ๊ย ! หว้าน....หวาน.....ใช่มั๊ยล่ะ...............  
“อยากให้เป็นเด็กแว้น” งั้นเหรอ ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-30 23:33:10
 
ในเมื่อ “ท่านเจ้าอาวาส” สนับสนุนเช่นนี้ 
ข้าน้อยยินดีตอบสนองครับท่าน 
“เณรน้อย” อย่างเราจะซิ่งป่วนเมือง…..ให้จีวรบินไปเลย !!! 
 
 
................ถูกใจใช่มั๊ยล่ะ.............ยิ้มเชียว !............. 
 
เป็นเด็กแว้น..ก็ดีนะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-01 06:03:26
... 
"ปิยมิตร" 
บางทีความเงียบ หรือ "ความสงบ สยบปัญหา" 
กลับกลายเป็นสิ่งที่น่าอึดอัด..ทรมานมาก... 
เฉกเช่นที่เราพบ เวลาสื่อสารน่ะ 
การที่เรารอ เราก็วิตกต่างๆนานา 
กลัวว่าตัวเอง เป็นเหตุ ให้อีกฝ่ายขัดใจ ไม่สบายใจ 
เกรงว่า อีกฝ่าย จะมีปัญหาอุปสรรค ในการบอกกล่าว 
และ...คิดแม้กระทั่งว่า"จะมีสิ่งใดมาเสียดทาน กระทบจิตใจ จนเหนื่อยหน่าย แล้วก็ใช้วิธีสงบสยบปัญหา" 
...... สำหรับปิยมิตรของเรา ถ้าหายไป เราก็อดไม่ได้ที่จะห่วงอีกเรื่องหนึ่ง คือเกรงว่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพของบุคคลที่ท่านรักเคารพทั้งสอ ง.. ดังที่ปิยมิตรเคยเล่าให้ฟัง 
.....และแล้ว. เมื่อวานนี้ เราก็โล่งใจ ด้วยเป็นวันพระที่เป็นมงคล เราก็ได้รับสิ่งมงคล โดยการส่งข่าวทำให้สบายใจหายห่วงจากบุคคลที่เรารักเราห่วงใย... 
... เราก็ไม่อยากเป็นคนพิรี้พิไรดอกนะ...แต่จะต่างจากผู้ชายคือความู้สึกที่ละเอียดลึกซึ้ง สับสนวกวน กับคำว่า ทำไม?...เพราะอะไร? อยู่ตลอดเวลาถ้าเจอกับการไม่ได้เหตุผลในสิ่งที่พะวงสงสัย... บางครั้ง (เราเจอบ่อยครั้ง) ที่ต้องใจเย็น รอคอย ด้วยว่าไม่อยากจู้จี้พิรี้พีไร...ไม่อยากทำให้อีกฝ่ายเขาอึดอัดไม่สบายใจที่จะต้องรบกวนจิตใจ...หากเขาไม่ใส่ใจ เขาอุเบกขามา...เราก็จะสงบเสงี่ยมเจียมตัว หาวิธีเบนความสนใจไปทำอย่างอื่นให้ความชุ่มชื่นเบิกบานแ่ตัวเอง ...ทั้งๆที่พะวงห่วงหาอู่ตลอดเวลาน่ะนะ 
...ปิยมิตร ส่งเสียงมา "คนนั้น" ก็ส่งข่าวมา เราก็โล่งใจแระ...รับรู้ว่าไม่มีปัญหาให้ห่วง เราก็จะได้ลดความห่วง...เฮ้อ! สบายใจจริง ในวันสุดสัปดาห์เนี่ย! 
...ก็เลยครื้มๆใจ อยากเห็นท่านเป็นเด็กแว้น...ที่ร่าเริง แก่นเซี้ยว เปลี่ยนบรรยากาศ จะได้วิ่งออกกำลังกายไล่จับเด็กแว้น... 5 5 5 5 5+
"หยาดฝน"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-01 06:18:09
*********** 
=ฝนโปรยปรอย ลอยไอดิน กลิ่นหอมกรุ่น 
เลิกว้าวุ่น อุ่นใจ ในความหมอง 
สายฝนนำ ความฉ่ำชื่น รื่นสมปอง 
เป็นทำนอง จากฟ้า มากำนัล 
=หยาดเป็นสาย พรายพริ้ว ปลิวน้ำทิพย์ 
เหมือนโลกขลิบ ความสมบูรณ์ พูนสุขสันต์ 
สายทิพย์ปราย สายใจสาน สายสัมพันธ์ 
ให้คงมั่น ตลอดกาล นิรันดร 
......... ( หวานซ้า!...แต่เช้า ในวันอันแสนดี)
อรุณสวัสดิ์ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-01 07:03:00
 
ท่านสบายใจเช่นนี้......เราก็แสนสุขใจ 
 
อย่างน้อยเราก็ทำให้คนคนหนึ่งมีความสุขได้ 
 
“ยิ่งเป็นคนพิเศษ” ด้วยแล้ว ก็ยิ่งวิเศษสุด !!! 
MY FRIEND.....I'M ALIVE.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-01 20:23:19
 
คืนนี้ท่านพอจะมีแรงแต่งกลอนให้เราได้อ่านบ้างไหมครับ 
วันนี้เราสุขใจมาก....เราก็เลยได้แต่ยิ้ม....พูดไม่ได้มากนัก 
ถึงมีความสุขมากแล้ว...แต่เราก็จะอยากมีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้น 
ก็คือการได้อ่านกลอนของ "มิตรแท้" นี่แหละ 
 
บางครั้งเราก็ชอบมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น…. 
(..........แก้ยากใช่มั๊ยล่ะครับ...นิสัยแบบนี้ !.........) 
 
 
ว่าแต่ ”มหาปิยมิตรคนดีของเรา” ท่านรู้สึกเบื่อเราบ้างมั๊ยครับ. 
สงสัยว่าท่านคงจะเพลีย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-01 22:15:36
 
วิ่งไล่จับเด็กแว้นทั้งวัน....เหนื่อยมากมั๊ยล่ะ 
ขอเชิญรับประทานของหวานได้เลยครับท่าน 
 
 
.........คิดถึงเธอแทบใจจะขาด 
.........อยากให้เธอกลับมาซะที 
.........คิดถึงเธอทุกวินาที 
.........อยากจะพบเธอคนเดียว... 
 
 
เป็นไงครับ...หวานเป็นลมไปเลยใช่มั๊ยล่ะ...จะได้หลับสบายตลอดคืน.... 
..................ราตรีสวัสดิ์ นะจ๊ะ !!!.........คิดทึ้ง คิดถึง................. 
ส่งข่าว..พร้อมความระลึกถึงฮะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-02 20:52:54
ปิยมิตรคนดี 
แน่ะ! ถ้าสบายดีไม่เจ็บไข้ ชักเล่นตังแฮะ 
ขัดเอา่ท่า ให้เรามาพูดก่อนใช่ไม้ล่ะ 
เราน่ะยุ่ง ๆ ๆ ทั้งประชุม ทั้งเตรียมการ จะได้ไปศึกษาดูงาน 
อีกละ ทางภาคตะวันอกแน่ะ ไปกันเป็นคณะ แต่เบื่อไม่อยากไปเท่าไหร่ สงสัยต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวให้ออกใบรับรองแพทย์ให้  
........... และไหนต้องเทียวไปมาเข้าออกโรงพยาบาล แม่(เลี้ยง) ท่านป่วยช็อค โรคเบาหวาน อายุก็เจ็ดสิบหกรูปร่างอ้วนท้วนเคลื่อนไหวลำบาก คอยเรียกหาแต่เราจะกลับบ้านทีก็อ้อนเอานั่นนี่ อยากให้นอนเฝ้าว่างั้นเถอะ 
เราถึงว่า"อะไรกัน"เจอเหตุการณ์คล้ายปิยมิตร คือผู้ใหญ่อยากให้เอาใจยามเจ็บป่วย ตอนพ่อเราป่วยเราปรนนิบัติดูแลท่านเต็มที่ ภรรยาของท่านก็คงจะรู้สึกอุ่นใจเห็นเราปฏิบัติดีกับพ่อแล้วคงอย ากให้เราเอาใจบ้าง คงไม่รู้หรอกว่าเราเหนื่อยเพลียแค่ไหนที่ต้องเทียวไปๆมาๆ อยู่ทุกวัน 
...วันนี้ก็ออกไปดูนา ญาติๆเขาทำให้ ไปให้กำลังใจเขาหน่อย แล้วต้องรีบกลับไปโรงพยาบาล คนค่ำมืดกล่อมให้คนป่วยหลับ เราก็ออกมาบ้นเรา กว่าจะกินข้าว อาบน้ำ แทบจะคลานขึ้นเตียง อยากนอน นอน ให้หายเพลีย 
...ต้องขอโทษที่ยังไม่ได้ให้กลอน ไม่มีเพลงมาขับกล่อม 
เราขอตัวพักผ่อนนะครับ 
ขอให้ปิยมิตรของเราจงสุข-สำ-บายดี ทุกประการ..นะจ๊ะ
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 07:51:55
 
ปิยมิตร มิได้เล่นตัวนะฮะ….เมื่อคืนนี้ก็นอนแต่หัวค่ำ 
ช่วงนี้ถึงถึงเป็นวันหยุดก็ต้องทำงานที่บ้าน 
เฝ้าระวังการเรียกหา หากเราเผลอก็จะทำให้ทุกคนเสียหาย 
ทำให้เครียดเหมือนกัน กังวลอยู่ว่าเราจะเผลอไป แล้วจะทำให้ไม่รู้เรื่อง 
 
ความจริงเราเองก็ยังไม่หายเพลียเลยนะ 
ตั้งแต่คุณแม่เราป่วย จนถึงบัดนี้ เราก็พยายามสงบกาย สงบใจ 
อยู่นิ่ง ๆ ให้กายได้พัก ให้ใจได้สงบ พยายามนอนให้หลับ 
 
ท่านเองก็คงเหนื่อยมาก แต่ความวิตกกังวลคงจะมากกว่า 
เมื่อมีญาติป่วย เราก็ต้องเป็นห่วงกังวลอยู่แล้ว 
ท่านก็จงได้ดูแลตัวเองด้วย....ท่านป่วยไปอีกคน....จะทำให้เราป่วยตามได้ นะจ๊ะ !!! 
...โลกสดใส...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 08:01:43
 
....ความคลางแคลงหายไป  
....โลกสดใสคืนมาอีกครา  
.....ฟ้า หลังฝนงามตา  
.....ความมืดโรยรา มลายหายพลัน  
.....มีแต่ความเข้าใจ..................  
 
 
.....ผ่านมานั้น...ลืมมัน...ลบไป....นะจ๊ะ !!! 
 
พระธรรมโกศาจารย์(พุทธทาสภิกขุ)
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 08:06:41
 
...................ฯลฯ............................ 
 
อุปสรรคทั้งหลายทำให้เรามีปัญญา 
เข้าใจโลกถูกต้องตามที่เป็นจริง 
ชนิดที่จะทำให้เรามีชีวิตอยู่ในโลกต่อไปด้วยความผาสุกยิ่งขึ้น 
ความเจ็บไข้และความยากลำบากทุกประการ 
ทำให้เราเกิดวิปัสสนาญาณ ปลงตก 
จนมองเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้จริง ๆ 
 
.......................ฯลฯ.......................... 
 
.....................................................พระธรรมโกศาจารย์(พุทธทาสภิกขุ) 
ทิวาสวัสดิ์...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 09:23:07
"ปิยมิตรคนดี" 
เราไปวัดมาแล้ว...ก็เลยแวะเอาบุญมาฝากนะ 
พักสักหน่อย แล้วจะออกไปเลือกตั้ง 
หมู่นี้ เป็นนิสัยชอบตื่นแต่เช้า ตั้งกะตีสี่ เรื่อยๆเลย 
พอถึงเวลา ต้องอยากเข้าห้องน้ำ แล้วก็ต้องตื่นเลย 
ครั้ยพอกินข้าวเช้าแล้ว ก็ง่วง ๆ ๆ 
ถ้าอยู่ที่ทำงานก็ไม่เท่าไหร่ ไฟร์บังคันไม่สามารถนอนได้ 
ก็ไม่เป็นไร...แต่อยู่บ้านนอกเมือง ต้องได้งีบซะก่อน หลับในสักนิดอยู่หน้าคอมก็จะมีแรง ตั้งแต่เข้าออกโรงบาล ชักจะเพลียบ่อยๆ เราก็ไม่ละเลยบำรุงร่างกายนะ 
อยากอวบอั๋นเหมือนเพื่อนๆเขาจัง แต่ลงแต่พุง แขนขาไม่เคยพองขึ้นเลย ... บางทีเห็นคนอ้วนก็อิจฉาเขานะ ตุ๊ต๊ะน่ารักดี แต่อย่าอ้วนมาก... แต่ถ้าเป็นประเภทบุคคลในเครื่องแบบหรืออาชีพบางอาชีพก็ไม่น่าอ้ วน เช่นพยาบาล 
ทหาร ตำรวจ แพทย์ รปภ. เป็นต้น...ไม่ควรอ้วนเด็ดขาดนะเราว่า...ต้องดูสง่าน่าเชื่อถือทุกเวลา หากอ้วนจะดูอุ้ยอ้าย ไม่คล่องแคล่ว (คิดเห็นได้ เพราะตัวเองไม่มีปัญญอ้วน อิ อิ! ) 
......... อย่าเครียด นะครับ หากไปกระทบความรู้สึก แต่เราหวังดี อยากเห็นคนไทยทุกคน มีสุขภาพดี ประกอบหุ่นดีด้วยก็ยิ่งดีใหญ่ โดยเฉพาะคนที่เรารัก เราห่วง ก็อยากเอาใจใส่มากๆ ไม่รู้จะว่าจู้จี้ ชอบยุ่งรึเปล่า?...ถึงว่าก็ยอมรับล่ะจ้า! 
..........................................................................อ๊ะ! ก่อนออกไปทำธุระ จะร้องเพลงให้ฟังนะ 
อาลัยรัก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 09:32:41
*ฉันรักเธอ รักเธอ ด้วยความไหวหวั่น 
ว่าสักวัน ฉันคง ถูกทอดทิ้ง 
มินานเท่าไหร่ แล้วเธอก็ไป จากฉันจริงๆ 
เธอทอดทิ้ง ให้อาลัย อยู่กับความรัก 
*แม้นมีปีก โผบิน ได้เหมือนนก 
อกจะต้อง ธนู เจ็บปวดนัก 
ฉันจะบิน มาตาย ตรงหน้าตัก 
ให้ยอดรัก เช็ดเลือด และน้ำตา 
....................................................
"หนึ่งในร้อย"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 09:44:49
..*.. พราวแพรว อันดวงแก้วแวววาม 
สดสีงาม หลายหลาก มากนามนิยม 
นิลกาฬ มุกดา บุษราคัมคม 
น่าชม ว่างาม เหมาะสมดี 
เพชรน้ำหนึ่ง งามซึ้ง พึงเป็นยอดมณี 
ผ่องแผ้วสดสีี เพชรดี มีหนึ่งในร้อยดวง 
..*.. ความดี คนเรานี่ดีใด 
ดีน้ำใจ ที่ให้ แก่คนทั้งปวง 
อภัย รู้แต่ ให้ไปไม่หวง 
เจ็บทรวง หน่วงใจ ให้รู้ทน 
รู้ กลืนกล้ำ เลิศล้ำ ความเป็นยอดคน 
ชื่นชอบ ตอบผล  
ร้อยคน มีหนึ่ง เท่านั้นเอย 
.................................... 
เพลงโปรดของเราเชียวล่ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 10:04:55
................. นัดพบ................ 
* ถ้าเราจะนัดพบกัน 
เมื่อตะวันลับไม้ 
ฉันไม่หลอกจะบอกให้ 
อย่าเอ็ดไปซิจงฟัง 
ฟังซิฟังสักนิด 
แล้วอย่าคิดว่าฉันสอนว่าฉันสั่ง 
ฟังซิฟังกันเล่นเพลินๆ 
แต่มันสุขเหลือเกิน 
ไม่เชื่อเชิญลองจำ 
* ถ้าเราจะนัดพบกัน 
เมื่อตะวันพลบค่ำ 
ธรรมชาติชื่นฉ่ำ 
ฉ่ำชื้นชื่นใจ 
ใต้ร่มไม้ใบบางๆ 
แสงสว่างรำไรรำไร 
ไม่ต้องระวังไม่ต้องระไว 
จะอายทำไมกับพรพจันทร์ 
* ถ้าเราจะนัดพบกัน 
จึงชวนให้จันทร์เห็นใจ 
ลมอ่อนๆพัดผ่าน 
ชูกิ่งก้านช่อใบ 
บ้างก็แกว่งบ้างก็ไกว 
บ้างเขยื้อนสะเทือนไหว 
สะบัดใบไปตามลม 
* ผสมน้ำค้างพร่างพรม 
เรไรจิ้งหรีดหวีดผสม 
ต่างเคล้าต่างคลอล้ออารมณ์ 
เราให้ชมให้ชื่นใจ 
***นี่แหละถิ่นนัดพบ 
แต่เรามิพบกับใคร 
เพียงแต่พบกับธรรมชาติ 
แล้วเราก็อาจจะสุขใจ 
ไม่ต้องไปพบกับใคร..ที่ไหน 
เพลินใจเพลินตา 
(คำร้อง-ทำนอง เพชรรัตน์ ขับร้องโดย วงสุนทราภรณ์)
=ขอให้สุขสันต์วันอาทิตย์=
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 10:11:39
สามเพลงรวดเลย 
เราเตรียมตัวออกบ้านก่อนนะ 
ค่ำนี้ จะมาแวะเยี่ยมอีก 
อ้อ!...ดูแลตัวเองดีดีล่ะ 
...คิดฮฮด...
เราเพิ่งกลับมาจากเลือกตั้งจ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 10:44:36
 
นึกว่าจะไม่ค่อยมีคน...เพราะที่ผ่านมาเราไปถึงก็เลือกได้สบาย 
แต่วันนี้คนเยอะ...ต้องยืนเข้าคิวอันดับสามสิบกว่า 
กลับมา...ก็ได้ชื่นใจกับน้ำคำ น้ำใจ และเสียงพลงสุดซึ้ง 
 
เรื่องความอ้วนนี่...ใครพูดอะไรมาเราก็ไม่รู้สึกหรอกจ๊ะ 
เพราะเรารู้สึกมานานและมากแล้ว...ตอนเป็นเด็กเราอ้วนมาก 
พี่ชายเราไม่อยากไปโรงเรียน เพราะอายที่มีน้องสาวอ้วน 
บอกว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่น้องสาวตัวเอง 
 
แล้วชื่อเล่นของเราอีกชื่อหนึ่งสำหรับญาติสนิท ก็คือ “อ้-น....” นั่นแหละ ตามสภาพ 
ตอนเด็กเราไม่ชอบนะเวลาใครเรียกชื่อนี้ แต่พอโตขึ้นเรากลับชอบมาก... 
รู้สึกอบอุ่นเวลาได้ยินชื่อนี้....นาน ๆ จะได้ยินสักครั้ง...จากคนในครอบครัว 
และจากผู้ใหญ่ที่รักเอ็นดูเรามาแต่อดีตเท่านั้น... 
 
แต่ถ้าท่านจะเรียกชื่อเราแบบนี้อีกสักคนเราก็ยินดีมาก 
เพราะเราก็รักเคารพท่านเหมือนญาติผู้ใหญ่มาตั้งแต่แรกแล้ว 
 
เรียกได้เลย นะจ๊ะ !!!................................ “อ้วน” !!!  
 
ช่วงนี้เรารู้สึกเบลอ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 11:20:00
สับสนว่าจริง ๆ แล้วตัวเองเป็นอะไรกันแน่ 
รู้สึกว่าจะเป็นมากมายหลายอย่าง 
แต่ที่แน่ ๆ เราเป็นผู้ชายนะครับ....เข้าใจนะฮะ....ผู้ชายฮ่ะ ! 
 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 11:48:57
อ่านกลอนแก้เบลอดีกว่า.... 
 
สายทิพย์โปรย....โรยกรุ่น....ละมุนมอบ  
สายธารตอบ....ชอบชื่น....รื่นสดใส  
สายธารรวม....เป็นสายทิพย์....สนิทใจ  
จะรวมไหล....เป็นสายใย....สามัคคี  
 
สองสายใย....มุ่งมั่น....จะฟันฝ่า  
ไม่เหว่ว้า....ช่วยรักษา....ค่าศักดิ์ศรี  
มอบสายใจ....สายสัมพันธ์....มั่นชีวี  
ตามทางดี....พลีฝากไว้....ให้แผ่นดิน 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 11:52:09
คูนอร่าม สดใส ในวันนี้  
ดวงฤดี ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์  
มีมิตรดี ให้คิดถึง อยู่ทุกวัน  
ผูกสัมพันธ์ มั่นหมาย กำลังใจ  
 
 
แดดจะร้อน หรือจะหนาว ราวถั่งโถม  
ยังประโลม น้ำทิพย์ อันสดใส  
ให้เย็นชื่น หรืออบอุ่น ละมุนละมัย  
ด้วยเยื่อใย มิตรภาพ ตราบนิรันดร์ 
อย่าเบลอ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 20:39:21
เมื่อเย็นนี้ ชักจะปวดหัวตุ๊บๆ 
ติดตามข่าวมากไปหน่อย (อยากดูหนังเกาหลีทงอีจอมนางคู่บัลลังก์ มากกว่า กำลังตื่นเต้นน่าติดตาม)............. 
แต่ก็ต้องดูให้ทันสถาณการณ์ แม้จะเครียดก็ต้องดูซะหน่อย 
เราก็เลยนึกกลอนไม่ออก...อ่านจากที่ปิยมิตรยกมาให้อ่านก็ภูมิใจครับ ที่ทำให้ท่านไม่ลืม...ก็เพราะออกมาจากน้ำใสใจจริงของเรา................................................................ 
(แล้วก็อย่ามาถือสา สรรพนามขานรับของเรา ที่มีทั้งครับ ทั้งฮะ ทั้งจ้ะ ทั้งจ้า นะจ๊ะ...นะครับผม) ก็เพราะว่าเรากลัวนี่นา เอาเป็นอันว่ารู้กันนะ เขาไม่ใช่ปู้ชาย บ่อแม่นกะเทย 
มิใช่เกย์ ไม่ใช่กะตุ๊ด ไม่ใช่ผู้ชายนะยะ! 
... "เรา ก็คือเรา"... อย่าเบลอ อย่าวอรี่ (คิดมากปวดหัวนะ) 
...ว่าแต่ว่า ช่วงนี้ ทำไมปิยมิตรชอบกลอนจัง ยังไม่เบื่อเหรอ ที่เราเอามาให้อ่านมากไปหน่อย...แต่เราก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรหรอกนะ เพียงแต่เกรงว่าถ้ามากไปจะเบื่อเร็วน่ะ 
แต่ธรรมะ เกร็ดความรู้ที่ปิยมิตรถ่ายทอดมาให้ฟังให้ทราบนั้น"มีค่ามาก" เพราะถ้าไม่มีเวลาไปอ่านไปค้น "ที่นี่แหละเป็นที่พาให้สุข สว่างใจ" และอบอุ่นไปด้วยไมตรีจิตที่สุด ปิยมิตรว่าไม้?
โดนใจ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 20:49:47
"แม้ว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนโลกนี้ได้ทั้งหมด 
แต่เราเปลี่ยนแปลงตนเองให้มีจิตใจที่เมตตา 
และใช้ปัญญากับทุกๆสิ่งใด" 
..........(เซน ในข้อความของปิยมิตรฮะ)..........
เป็นธรรมดาของคนมีความสุขใจ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 21:22:20
 
ก็ย่อมอยากอ่านกลอนเพราะ ๆ  
และฟังเพลงซึ้ง ๆ จากคนรู้ใจ  
 
วันนี้ได้ฟังเพลงหวานซึ้งไปสามเพลงรวด 
นอนฟังไปฟังมาไม่ได้ออกกำลังกาย 
ทำให้น้ำหนักเพิ่มซะสามกิโลกรัม 
ตอนนี้รู้สึกตัวหนาขึ้น อุ้ยอ้าย และนี่ก็ง่วงแล้วล่ะ 
เรื่องธรรมะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-03 21:39:53
 
เราเองก็ไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งมากมาย 
พอได้นำมารักษาจิตใจของตัวเองเท่านั้น 
 
ความจริงเราก็ไม่สบายใจเหมือนกัน 
ที่ยกเอามาบางช่วงบางตอนที่โดนใจเราในขณะนั้น 
 
มีความรู้สึกว่าเราได้ทำในสิ่งที่สมควรหรือเปล่านะ 
กับคำสอนที่ทรงคุณค่าและสูงส่งเช่นนี้... 
 
มิตรแท้หายปวดหัวหรือยังครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-04 13:43:12
เราเพิ่งรับประทานยาแก้ปวดไปสองเม็ด 
คงเป็นเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงมากกว่าอื่น 
.....แต่ความสบายใจยังคงเดิมครับผม....
ตุ๊บ ๆ...เป็นระยะ ๆ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-04 20:28:37
เพราะว่า เราไม่ยอมกินยาน่ะ 
เราเอายาหม่องคลึงๆขมับ นวดคิ้ว หน้าผาก ศรีษะมั่วๆเอา 
เป็นเพราะงานกำลังมะรุมมะตุ้มช่วงนี้ด้วย 
...เราไม่มีเวลามากหลังเลิกงาน จึงไม่ได้ไปนวดบำบัด.. 
หากมีเวลาก็อยากไปนวดฝ่าเท้า ที่สวนสาธารณะ ที่ทางเทศบาลจัดพื้นที่ไว้ให้ชุมชนได้มีอาชีพ เราจะมีหมอนวดที่เราชอบใจ ก็จะนวดคราวละสองถึงสามชั่วโมง แล้วเราก็ชอบเคลิ้มหลับคามือหมอนวด... สบายๆ คลายเครียดดีมาก...เวลาปวดณีษะ แต่นานแล้วที่ไม่เคยบปวด...วันนี้เลิกงานแล้วก้รีบกลับบ้าน 
...... อยากพักผ่อน ให้เต็มที่ เดี๋ยวจะเข้านอนแล้วนะครับ 
ปิยมิตร จงดูแลตัวเองด้วย...อากาศคงจะคล้ายๆกัน ประเดี๋ยวก็ร้อน เดี๋วก็ฝนตก ไม่ค่อยปลอดโปร่ง กินยานั้นต้องดื่มน้ำมากๆ อย่าลืมทานผักผลไม้นะ 
...พรุ่งนี้เช้า ถ้าเราสดชื่นขึ้นจะมาอรุณสวัสดิ์ก่อนไปทำงาน นะครับ มิตรแท้ 
ปิยมิตรก็จะนอนเหมือนกันครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-04 20:46:22
 
ดูเหมือนว่าเรายังอ้วนไม่พอ....จึงต้องนอนเยอะ ๆ 
 
พรุ่งนี้เช้าเราคงได้สดชื่นด้วย “อรุณสวัสดิ์” จากท่านนะครับ 
 
...........ราตรีสวัสดิ์.....คิดทึ้ง...คิดถึง....นะจ๊ะ !!!..... 
 
"กำลังใจ"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-05 05:24:40
*********......................... 
อรุณสวัสดิ์ ต่อกัน มั่นสุขศรี 
ให้วันนี้ สำราญ งานสดใส 
แม้เหน็ดเหนื่อย เมื่อเสร็จงาน สบายใจ 
คงยิ้มได้ ระรื่น ชื่นฤทัย 
..........................*********
สดชื่น..สดชื่น
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-05 05:35:08
เราจะไปทำงานแล้วนะ 
ออกบ้านแต่เช้าหน่อยจะได้ทันใส่บาตรระหว่างทาง 
ปิยมิตรอิ่มบุญเยอะๆด้วยนะ
YES. !!!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-05 07:00:31
 
ปิยมิตรอิ่มบุญละมุนจิต 
ปิยมิตรมีชีวิตที่สดใส 
ปิยมิตรสดชื่นรื่นเริงใจ 
ปิยมิตรจะไม่หวั่นไหวในทุกสถานการณ์ 
 
.....เป็นกลอนที่อ่านแล้ว...รู้สึกว่าเกินจริงไปหน่อย 
.....แต่คนแต่งอ่านแล้ว....รู้สึกว่าตัวเองเท่มากครับ... 
 
ถึงที่ทำงานหรือยังครับนี่...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-05 07:04:55
 
เราเป็นห่วงว่าจะมีใครมาอุ้มท่านไประหว่างทางครับ...ยิ่งผอม ๆ อยู่. 
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ “มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-05 07:23:31
 
บัวในตม มืดมิด ยังดำคล้ำ 
บัวใต้น้ำ ยังระส่ำ กับตัณหา 
บัวพ้นน้ำ ชูช่อ พ้นมายา 
บัวบานอ้า อาบแสง ด้วยแรงธรรม 
 
 
ปริศนาบัว..................ธรรมะกับชีวิต MARWELL 
คืนนี้....คงเป็นทีให้เราง้อ.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-05 21:00:43
 
ได้เลยครับท่าน....งั้นก็เอาธรรมะไปแทนคำหวาน นะจ๊ะ !!! 
 
บทสนทนากับท่านผู้เฒ่า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-05 21:02:54
 
ด้วยว่าสรรพสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมา 
ย่อมต้องดับสิ้นสลายไป 
แลหาใช่มีทุกชีวิต ที่จักสถิตอยู่ได้ถึงวัยชรา 
ในการดำรงชีพมีชีวา โดยไม่ม้วยมรณานั้น 
ต้องอาศัยอมฤตธรรมอันเป็นทิพย์วิเศษ 
และนั่นเป็นสิ่งพิเศษเอกอุ ที่จะบรรลุได้ยากยิ่ง 
 
 
ผู้ยิ่งใหญ่ทุกท่าน ในอดีตที่ผ่านมา ได้ม้วยมรณาลงสิ้นแล้ว 
ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ 
พระอรหันต์ และพระราชา ผู้ที่ทรงคุณธรรม 
เช่นเดียวกับผู้ที่ทำบาปกรรมอกุศล 
ถ้วนทั่วทุกผู้คน ต้องผจญกับความตายในวันหนึ่ง 
แล้วตัวเจ้า จะพึงแตกต่างไปจากนี้หรือไฉน ? 
 
 
ผิว์กระนั้น หากผู้ใดหมั่นเจริญภาวนา 
ในมรคาวิธีแห่งจิตวิญญาณ 
จิตใจเบิกบานแนบแน่นอยู่กับปิติสุข 
ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะอายุมากน้อยเพียงใดก็ตาม 
เมื่อยามความตายได้มาถึง ก็เปรียบประดุจดังเด็กน้อย 
ที่คล้อยเดินกลับบ้าน อย่างสุขสำราญเริงใจ 
 
 
นี่คืออนุศาสนี ที่มีแก่เจ้า 
ที่กลั่นกรองมาจากจิตเบื้องลึกที่สุดของข้า 
มันออกมาจากใจของข้า หาใช่เพียงจากปากของข้าเท่านั้น 
 
 
ชะตากรรมของเจ้า อยู่ในกำมือของเจ้าเอง 
และเจ้าควรจะเชื่อถือไว้วางใจ ในมโนธรรมสำนึกลึกลงไปในตัวเจ้า. 
 
 
 
…………………………………..A Conversation with an Old Man 
.........................................................................ธรรมนิพนธ์จากทิเบต 
 
ชื่นใจมั๊ยล่ะครับ ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-05 21:09:06
 
ธรรมะที่เราช้อบ...ชอบ. !!! 
 
ชื่นใจที่สุดครับผม!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-06 05:11:19
เมื่อคืนนี้ เราเข้ามาอ่านๆๆๆ ย้อนหลังด้วย 
แต่ไม่มีเรี่ยวแรงโม้มาหา นอนหลับเร็ว แล้วก็มาตื่นเช้าตรู่ 
นี่อาบน้ำอาบท่าแล้วเด้อเค้าน่ะ ไม่รู้บางคนน่ะตื่นรึยัง? 
รีบๆตื่นออกลดพุงหน่อย เราไม่มีเพื่อนน่ะ 
.......................................................................... 
ขอบคุณมากครับ ในธรรมนิพนธ์จากธิเบต อ่านแล้วชื่นใจจัง!ระลึกถึงคนให้มา ที่หลั่งล้นความอาทรมาให้
ใครว่าปิยมิตรของเราแต่งกลอนไม่เก่ง..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-06 05:27:17
"ปิยมิตรของเรา" น่ะ แต่งกลอนได้ดีแล้ว 
ได้ทั้งความหมาย ทั้งสัมผ้ส ความไพเราะ 
ก็อยู่ในตัวของคำประพันธืนั่นแหละ สำคัญที่ใจเรามีแรงบันดาล มีอารมณ์อยากจะถ่ายทอดออกมา...ทำได้ดังคิด 
คนแต่งต้องการสื่ออะไร คนอ่านรับรู้ได้ นั่นล่ะคือความสำเร็จผล... ท่านก็ทำได้สำเ็ร็จแล้วด้วย ซึ่งก็ยากนะไม่ใช่ใครๆก็ทำได้ ต้องมีพื้นฐานจากจิตใจที่ละเอียดอ่อนโยน ใจร้อนก็จะไม่ได้ความประณีตไพเราะ..... 
... เห็นทีว่าเราจะต้องลดบทบาทมาเป็นคนอ่านเยอะๆต่อผลงานของปิยมิตร ซะแล้ว หากนึกออก อารมณ์กวีเกิดขึ้นท่านก็เขียนๆไว้เลย มันก็เพลินดีนะ ไม่เหงาไม่เครียดด้วยล่ะ
มาช่วยกันแต่งนะจ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-06 05:46:14
***** 
"อรุณสวัสดิ์ คนดี มีความสุข 
ระงับทุกข์ ด้วยเมตตา มาขับขาน 
.......................................... 
.........................................." 
 
...สุขสันต์ในวันพุธ นะครับ...
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-06 07:49:06
อ่ะ.!!! ปิยมิตรจัดให้ครับ... 
............................................................ 
 
ปิยมิตร มีความสุข มากกว่าเมื่อวาน 
แต่น่าสงสาร ปิยมิตร ต้องเดินทางไกล 
 
.......................................................... 
เข้าก๊าน...เข้ากัน....ใช่มั๊ยละครับ. 
เด็กแว้นอยากได้กำลังใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-06 10:44:01
 
ไม่คิดจะส่งกำลังใจมาให้เด็กแว้นบ้างหรือครับ 
เรายังพอมีเวลาได้อ่านข้อความของท่านอยู่นะ 
คืนนี้เราก็จะไม่ได้ส่งข้อความ พรุ่งนี้ก็ไม่ได้ส่งนะจ๊ะ 
วันต่อไปก็ไม่แน่เหมือนกันจ๊ะ ว่าจะได้ส่งหรือไม่ได้ส่ง 
เวลานี้เราก็เลย คิดทึ้ง คิดถึง “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” จังเลย. 
 
...............(อุ๊ย..! หวานอีกแล้ว..)............ 
พรุ่งนี้เราก็เดินทาง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-06 20:09:34
วันพรุ่งนี้ ตอนเย็น...ไปศึกษาดูงานกับคณะสามวัน 
ก็คงไม่ได้ส่งข้อความเช่นกันครับ 
แต่การนี้ เราเบื่อๆไม่เต็มใจไปเลย  
อาการก็ไม่ค่อยเต็มร้อยด้านสุขภาพน่ะ...แต่คงต้องไปตามหน้าที่... คิดอยู่ว่าเจ้านายเขาจะไม่พอใจเอาีอีกถ้าไม่ไป หลังจากเก่งใส่เขาไปแล้ว ก็เลยไม่อยากมีช่องโหว่ให้เขาแว้งเอาได้...เอาเป็นว่าไปก่อน ค่อยหาวิธีปลีกตัวไปหาหมอก็ยังได้ จะได้กลับก่อนคณะ 
....เราก็คงจะไม่ได้ส่งข้อความเช่นกัน 
เราจากกันเพื่อจะได้ เว้นว่าง ข้อความสักหน่อยนะ 
เพราะระยะนี้"เรา" พูดกันมาก ห่างสักระยะจะได้รู้ว่าเป็นยังไงถ้าไม่ได้ส่งข้อความถึงกันน่ะ 
 
เก่งจริงๆ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-06 20:28:06
ปิยมิตร แต่งกลอนได้สัมผัสถูกต้องและความหมายก็ได้ด้วย 
แต่งกลอนสดได้ก็นับว่าเก่งแล้ว........... เราช่างบังเอิญต้องเดินทางไกลช่วงเดียวกัน เราไปถึงต่างภาคเชียวแหละ...นี่ถ้าไปสามจังหวัดชายแดนใต้ เราคงตื่นเต้นเต็มใจไปกว่านี้...อยากไปแต่ไม่มีโอกาสเหมาะ ไม่เคยคิดหวาดกลัวนะ คนอื่นเขาก็อยู่กันได้ ปฏิบัติหน้าที่กันได้ หากไม่ถึงที่ตายก็คงไม่ตาย หากถึงคราวตาย อยู่ที่ใดก็คงไม่รอดพ้น... ตอนมีชีวิตก็อยากทำให้ชีวิตได้ทำดีอย่างเต็มที่ อย่างสุดหัวใจไปเลย ...เอ! ขออาสาไปได้ไหมนี่? 
คิดก่อนนะ...จะมีวิธีใด 
........... เราก็คิดถึงปิยมิตรไม่น้อยกว่ากันนะจ๊ะ..........
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-10 15:01:13
 
เด็กแว้นกลับมาแล้วครับ 
ความจริงเรากลับมานานแล้ว  
แต่เรายังเกรงใจท่านอยู่ก็เลยไม่ส่งข้อความ 
เราอยากให้ท่านได้พักผ่อนเยอะ ๆ 
 
แต่ตอนนี้เด็กแว้นอยากรบกวนแล้วครับ 
มิรู้จะทำอย่างไร..........นิสัยส่วนตัวล้วน ๆ 
 
ตอนนี้เด็กแว้นง่วง.....ขออนุญาตนอนเอาแรงก่อน 
ค่ำ ๆ จะมาแว้น !! หากไม่เห็นมาแสดงว่ายังไม่ตื่นนะครับ 
 
.........................คิดทึ้ง...คิดถึง........................... 
เด็กแว้นตื่นนอนแล้วครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-10 19:34:00
 
ตอนนี้กำลังรออ่านเรื่องราวการท่องเที่ยวของท่าน 
ไม่ทราบว่าท่านหายเหนื่อยหรือยังครับ 
หรือว่าป่วยไปแล้ว...ยิ่งสุขภาพไม่ค่อยดี...เป็นห่วงจริง ๆ เลย 
 
 
การเดินทางของเรา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-10 20:40:05
 
ตื่นเต้นตั้งแต่ออกเดินทางไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ขึ้นเขา 
มีปัญหาหม้อน้ำเดือด นั่งในรถก็ยังได้ยินเสียงครับ 
ไปต่อไม่ได้ เจ้านายจึงต้องขับรถอีกคันไปเปลี่ยนให้ 
เดินทางต่อไปยามค่ำคืน พักนอนโรงแรมระหว่างทาง 
 
เช้ามาก็เดินทางต่อได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ยังไม่ถึงที่หมาย ยางก็ระเบิด 
(ระเบิดจริง ๆ นะ เราเองก็ยังไม่เคยเห็นยางรถระเบิดอะไรจะยับยุ่ยขนาดนี้) 
เปลี่ยนยางอะไหล่ เดินทางต่อไปไม่นาน ก็เจอรถพ่วงพลิกคว่ำขวางถนนอยู่ 
 
ถึงที่หมาย เสร็จภารกิจ ความจริงต้องนอนค้างคืนหนึ่งก่อน  
เช้ามาค่อยให้เดินทางกลับบ้านได้ แต่เราก็เลือกที่จะกลับวันนั้น 
ระหว่างทางก็เจอรถยนต์เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำขวางถนนลักษณะเดีย วกันอีกสองครั้ง 
 
และขนาดว่าเราหลับตาบ้างลืมตาบ้าง ก็ยังรู้สึกว่าวันนั้นเห็นสัตว์ถูกรถทับตายมากผิดปกติ 
(เพราะปกติแล้วเวลาเราไปตามถนนหนทาง ถ้าเจอสัตว์ตาย เราก็จะแผ่เมตตาให้ 
ขอให้เขาไปเกิดในภพภูมิที่ดีขึ้น เพื่อจะได้สร้างสมความดี บุญบารมีสืบไปในพระพุทธศาสนา 
ที่เราทำแบบนี้ เพราะเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว เราได้ไปทำงานไกลบ้าน ยังไม่ได้ย้ายมา 
วันหนึ่งนั่งรถทัวร์กลับบ้านกลางคืน ก็นอนหลับบนรถ แล้วก็ฝันว่าเราอยู่บนรถนั่นแหละ 
แล้วก็มีคนมากมายหน้าตาดีแต่งตัวสวยงาม พยายามจะมาฉุดเอาเราไป เราก็กลัวมาก 
ก็ดิ้นรนขัดขืนในความฝันนั้น เช้ามาเพื่อนก็ถามเราว่า “เมื่อคืนเป็นอะไรไป ทำไมดิ้นขลุกขลัก ๆ “ 
 
เราก็เลยรู้สึกว่าตามถนนหนทางนั้น น่าจะมีวิญญาณอยู่มากมาย ที่ยังไม่ได้ไปเกิด 
เพราะอาจจะไม่ได้ทำพิธีให้ถูกต้องตามหลักศาสนา เพราะบางทีก็ไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน 
ญาติพี่น้องก็อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ แต่สำหรับคนธรรมดาทั่วไปก็จะใส่ใจเรื่องนี้กันมากกว่า 
เราจึงมักจะแผ่เมตตาอยู่บ่อย ๆ ในเวลาเดินทาง...) 
 
การเดินทางครั้งนี้สิ้นสุดลง...ไม่ว่าคนพูด หรือ คนฟังก็เห็นเป็นเรื่องขำขันครับ 
เป็นบทเรียนว่าต่อไปถ้าไม่มีพลขับตัวจริง ก็ไม่ควรเดินทางครับ 
 
 
......................เพราะมันเป็นตาย่าน............................ 
อมตะวาจา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-11 07:33:10
 
ทุกวันนี้...เกิดความทุกข์...ความเดือดร้อน  
ก็เพราะ....มนุษย์ไปยึดโน่น...ยึดนี่  
ยึดพวกยึดพ้อง...ยึดหมู่ยึดคณะ...ยึดประเทศเป็นสรณะ  
 
โดยไม่คำนึงถึง...ธรรมสากลจักรวาลโลกมนุษย์นี้  
ทุกคนมีกรรม....จึงเกิดมาเป็นสัตว์โลก  
สัตว์โลกทุกคนต้องใช้กรรมตามวาระ...ตามกรรม  
ถ้าทุกคนยึด....ถือเป็นอารมณ์  
ก็จะเกิดการ...เข่นฆ่ากัน...เกิดการฆ่าฟันกัน  
เพราะอารมณ์...แห่งการยึดถืออายตนะ.  
 
ฉะนั้น…ต้องพิจารณา...ให้ถ่องแท้ว่า...สิ่งใดทำแล้ว  
สัตว์โลกมีความสุข....สิ่งนั้นควรทำ  
นี่คือ.......หลักความจริงของธรรมะ.  
 
 
...............................หลวงปู่ทวด (เหยียบทะเลน้ำจืด) 
ควรค่าเชิดชู
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-11 07:34:55
 
"ผมเห็นใจคนที่ไม่มีโอกาสในสังคม ถูกบีบคั้นถูกเอาเปรียบทุกอย่าง  
 
ผมอยากเห็นคนที่มีโอกาสสละโอกาส ให้กับคนที่ไม่มีโอกาสบ้าง  
 
อย่าได้เที่ยวกอบโกยมากกว่านี้เลย เพราะมันจะไม่ทำให้อะไรดีขึ้น "  
 
 
................................................................................สืบ นาคะเสถียร 
"ขอบคุณ" ขอรับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-11 21:27:30
ปิยมิตรคนดีของเราจ๋า.. 
...เราได้ทำหน้าที่กับหมู่คณะเรียบร้อย กลับถึงถิ่นเมื่อคืนนี้เอง 
นอกจากได้ประสบการณ์แล้ว ก็ได้ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียมาด้วย... 
ก่อนจะเดินทางกลับ เพื่อนต้องไปรับ (ขอแยกจากคณะไปพบแพทย์ที่ใกล้ที่สุด) 
เพราะเรามีอาการปวด บวมตรงที่กระดูกแตกบริเวณที่ทัดดอกไม้ และโหนกแก้ม จนอ้าปากไม่ได้ เคี้ยวอาหารไม่ไหวมาสองวันแล้วก่อนหน้านั้น หมอก็ รักษาอาการเฉพาะหน้าทุเลาแล้ว ช่วงนี้เรากำลังเร่งเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อนจะไปตรวจรักษาโด ยหมอเจ้าของไข้อีกในวันที่16.... ได้แต่ภาวนาขออย่าได้มีการผ่าตัดอีกเลย กลัวว่าจะได้ซดแต่อาหารเหลวอีก จะไม่มีโอกาสเพิ่มน้ำหนักซักกะที... 
...... ไม่อยากให้มิตรพลอยวิตกห่วงใยเรานัก แต่ก็ขอชี้แจงมาอย่างยาว สาเหตุจริงๆนั้นก็คือได้รับอุบัติเหตูซ้าซ้อน ล่าสุด ตอนผ่าตัดวันนั้นนะ21 เมษา... จากสองทุ่มกระทั่งตีสองเลย เพราะกระดูกแตกมาก เสียเลือดมากด้วย...หมอคงฉุกละหุกเพราะคนไข้ก็เยอะ... แต่เราก็พยายามพูดให้ฟังดูไม่น่ากลัว ให้ตัวเองสบายใจด้วยแหละ...คราวนี้คงดูแลตัวเองไม่เคร่งครัดตามคำสั่งหมอ จึงมาเจ็บอีก น่าโมโหตัวเองอยู่หรอก 
เราก็เลยไม่มีแก่ใจจะพูดสนุกอีกแล้ว... อยากแต่สวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร อยากทำบุญมากๆ....... 
... มิ่งมิตรของเรา ก็ช่างประเสริฐนัก คอยให้กำลังใจด้วยรสพระะธรรม ที่เหมาะสมกับสภาพจิตใจเหลือเกิน ขอบคุณที่สุดนะ และก็ต้องขอโทษ ถ้าทำให้เป้นห่วง โดยอันที่จริงก็ไม่อยากให้ทุกคนที่รักนับถือกันมาเป็นกังวลกับเ รา ไม่อยากให้ตัวเองใจห่อเหี่ยวอ่อนแอ อยากแข็งแรงเข้มแข็ง คอยให้กำลังใจคนอื่นมากกว่า
เมื่อสักครู่เราก็ส่งข้อความ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-11 21:34:39
 
เครื่องบอกว่ารหัสผิด ก็พอดีเห็นข้อความของท่านขึ้นมา 
อยากอ่านมั๊ยละ จะส่งให้อ่าน 
สงสัยเด็กแว้นทำให้ท่านเครียดหนัก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-11 21:37:39
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา” ก็เลยปลีกวิเวก 
 
เราอ่านหนังสือ พบข้อความทำให้สุขใจ 
เราอยากให้ “มิตรแท้” สบายใจด้วย จะเล่าให้ฟังนะจ๊ะ 
 
…………………………………………. 
 
เมื่อปี พ.ศ.3503 
 
คราวหนึ่ง หลวงปู่สิม พุทธาจาโร 
ได้ขึ้นไปปฏิบัติภาวนาที่ถ้ำผาปล่อง 
ขณะจิตกำลังสงบประณีตละเอียดลึกถึงองค์ฌาน 
ได้เกิดนิมิตเห็นภิกษุนีสี่รูป แสดงอาการเดินจงกรมบ้าง 
นั่งสมาธิภาวนาบ้าง ต่อมาได้เดินเข้ามาพูดกับหลวงปู่ว่า 
 
“ ถ้ำผาปล่องนี้เป็นสถานที่มงคลยิ่ง 
เคยมีภิกษุนี ซึ่งเป็นพุทธสาวก 
ขึ้นมาปฏิบัติสมณธรรมที่ถ้ำนี้ 
จนสำเร็จภูมิธรรมขั้นสูงสุด 
บางรูปได้ดับขันธ์เข้าสู่นิพพานภายในถ้ำ 
นอกจากนี้ยังมีพระอริยสงฆ์หลายรูป 
มากระทำความเพียรบำเพ็ญบารมีธรรมที่ถ้ำผาปล่อง 
จึงขออาราธนาให้มาปฏิบัติธรรม ณ ที่นี้เถิด “ 
 
โปรดดูแลรักษาสุขภาพให้ดี ดี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-11 22:07:08
จงอย่าเจ็บ อย่าป่วย 
จงเข้มแข็ง จงแข็งแรง แข็งแรง 
อย่ากังวลกับเรามาก 
เพราะ"ปิยมิตร" คือสายธารทิพย์" แล้ว 
เพื่อความชุ่มชื่น สงบ ใสเย็น ที่เราได้รับจากความรู้สึกสัมผัส 
....................................................... 
บางครั้ง อยากสั่งลา 
บ่อยครั้ง อยากอยู่เงียบๆ 
ถี่ขึ้น ถี่ขึ้น.. คือรู้สึกเกรงใจ ไม่อยากสร้างภาระให้มิตร 
....................................................... 
เรารู้สึกโล่งใจที่สุด ได้วางความหนักที่ต้องแบกภาระอันระรื่นฝืนสังขาร ว่าดูดี ทั้งที่ตัวเองไม่สมควรจะแนะนำใครๆเรื่องสุขภาพด้วยซ้ำ ให้มีแต่ความจริง จริง ต่อมิตร 
และคำ"ขอโทษ" ถ้าทำความไม่สบายใจให้ 
เราขอพักผ่อนล่ะนะ ราตรีสวัสดิ์จ้า
ทำไมช่วงนี้ไม่ค่อยดี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-11 22:25:42
 
เราเองก็รู้สึกแย่ ร่างกายอ่อนเพลีย 
พยายามพักผ่อนให้มาก อดคิดไม่ได้ว่า 
เราจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวกับ “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” หรือเปล่านะ 
 
ยิ่งได้มาทราบว่าท่านเจ็บป่วยหนักขนาดนี้ เราก็ยิ่งกลัว 
เป็นห่วงมากว่าท่านจะทรมานแค่ไหนกับการบาดเจ็บเรื้อรังแบบนี้ 
เราน่ะอยากจะเป็นคุณหมอจริง ๆ เลย จะได้เข้มงวดท่านให้หนัก 
เราจะไม่ยอมให้ท่านกระดิกตัวไปไหนได้หรอก จนกว่าแผลหายดีนั่นแหละ 
ว่าแต่ว่าท่านอยากให้เราเป็นคุณหมอหรือเปล่าล่ะครับ (เราเด็กรอปอศอครับ) 
แต่เราว่า เรามือหนัก เรากลัวว่า เราจะทำให้ท่านได้รับอุบัติเหตุซ้ำซ้อน 
 
เราคงเหมาะที่จะเป็นเด็กซิ่งติงต๊อง แว้น ป่วน “มิตรแท้” มากกว่า 
ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวเราจะแว้นไปแว้นมาอยู่นี่แหละ ไม่ให้ท่านเหงาหรอก 
 
 
..................ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ....คิดทึ้ง...คิดถึง................ 
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-12 07:36:57
 
เด็กแว้นเป็นห่วง และคิดถึงมากด้วย ก็เลยมาป่วนนิดหน่อยครับ 
เด็กแว้นเป็นห่วงมากครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-12 20:52:47
 
ไม่ทราบว่าอาการคนไข้เป็นอย่างไรบ้าง 
นี่ตั้งใจว่าจะพาคนไข้ไปหาคุณหมอเองเลยนะ 
แต่ก็ลืมไปว่า...เราไม่ทราบว่าคนไข้อยู่ที่ไหน ? 
เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่แน่ใจ....โอ้ย ! อาตมา งง !! 
“มิตรแท้” อะไรกัน ชอบทำให้เด็กแว้นอย่างเรา “สับสน” ตลอด 
เดี๋ยวเราจะงอน งอน งอน แล้วก็ปลีกวิเวกไปนานเลยนะ 
 
.................ข้าน้อยขอบอกครับท่านครับ................... 
 
คิดถึงมากมาย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-12 21:12:22
กำลังใจ เกินร้อย ครับผม 
... เราจะสร้างความหวัง ให้จิตใจชุ่มชื่น มีพลังที่อยากจะมีชีวิตอยู่อย่างแจ่มใส...เพื่อจะได้ทำในสิ่งที่หวัง...สิ่งที่รอคอย...สิ่งที่สงสัย... ในวันข้างหน้าแม้ว่าจะไม่รู้ว่า"เมื่อใด" ก็ตาม เราก็จะไม่สิ้นหวัง 
............................................................................. 
อ่อนเพลีย เพราะสมองหรือร่างกายทำงานมาก...เหน็ด เหนื่อย.. ได้พักแล้วก็หาย ขอเพียงอย่าให้จิตใจห่อเหี่ยวนะ เมื่อคนหนึ่งแผ่ว อ่อนล้า...อีกคน ควรต้องเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งที่ระลึกให้กัน สมกับความเป็นมิตรแท้...ใช่ไม้?
ความเสื่อม - ความรุ่งเรือง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-12 21:32:21
 
ทุกสรรพสิ่ง หมุนเวียน เปลี่ยนขึ้นลง 
ใช่มั่นคง บ้างสูญเสื่อม สิ้นราศี 
ครั้นแสงธรรม กระจ่างไสว ทั่วธรณี 
ทุกชีวี จึงรู้ตื่น ฟื้นนคร 
 
หมั่นใคร่ครวญ พระดำรัส ไม่ผัดผ่อน 
ประภัสสร คำตรัส พระชินสีห์ 
ผลกรรมส่ง สืบสนอง ผองพาลี 
มวลคนดี อย่าประมาท อย่าขลาดภัย. 
 
 
ธรรมะกับชีวิต..............MARWELL 
ํYES !!!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-12 21:40:44
ส่งข้อความพร้อมกันอีกแล้วนะครับ
หมูน้อยง่วงแล้ว....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-12 22:01:29
 
ขอนุญาตหลับก่อนนะครับ 
 
ราตรีสวัสดิ์ คิดทึ้ง คิดถึง 
 
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-13 10:21:08
อาการปวดแผลพอทุเลาหรือยังครับ หมูอ้วนเป็นห่วงมากครับ 
ถ้าดวงจิตใด...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-13 21:28:51
 
ปฏิบัติต่ออาการของจิต เหมือนคนเห็นแดด 
ออกไปรับแสงแดด จิตดวงนั้นก็ร้อน 
 
ถ้าดวงจิตใด ปฏิบัติต่ออาการของจิต เหมือนคนเห็นแดด 
ไม่เดินออกไปรับแสงแดด จิตดวงนั้นก็เย็น 
 
ความร้อนของผู้เห็นแดด มิได้เกิดจากการเห็น 
แต่เกิดจากการเดินออกไปรับฉันใด 
 
ความร้อนของจิต ก็มิได้เกิดจากเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ 
แต่เกิดจากการที่จิตรับไว้ฉันนั้น 
 
 
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 
 
พูดธรรมะ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-13 21:42:47
 
แม้ว่าบุคลิกไม่ให้ แต่ว่าใจเต็มร้อยนะคร้าบ 
 
วันนี้เด็กแว้นตั้งใจจะงอนเล็กน้อย 
 
ก็เราอยากให้ใครบางคนมาพูดเอาใจบ้าง 
 
ลืมไปว่าอารมณ์บ่อจอย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-13 21:48:41
 
ข้าน้อยกราบขออภัย พรุ่งนี้เราจะมาแว้นใหม่นะจ๊ะ 
 
...........ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ คิดทึ้ง คิดถึง………… 
 
ถ้าสับสน หรือ ไม่แน่ใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-14 05:40:18
ปิยมิตร 
เราขอโทษด้วย เรื่องการใช้สรรพนาม และคำขานรับ 
(โปรดทบทวนดู ในข้อความ"อย่าเบลอ" ทีี่2011-07-03 20.39.21) 
หากทำให้งงสับสน เราก็จะไม่ใช้คำขานรับ อาจจะพูดไม่มีหางเสียง อย่าว่ากันนะ 
เราจะต้องตรวจเช็คกับหมอที่ร.พ.ในจังหวัดวันนี้แหละ ก่อนไปหาหมอที่กรุงเทพฯ เพราะปวดมากจนเกินทน ยอมรับว่าหงุดหงิดแสนเซ็ง รำคาญที่ตัวเองไม่สมบูรณ์ ไหนจะต้องรักษาอยู่บ่อยๆ เฮ้อ! กรรมอะไรนักหนา... 
...ขอบคุณมากนะที่เป็นห่วง คิดถึงเรา แต่ก็จงโปรดเข้าใจ อย่างอแงง้องแง้ง... คนไข้เหนื่อยอ่อน
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-14 07:21:24
 
ปิยมิตร รับทราบครับ 
แต่ก็ไม่ยืนยันว่าจะไม่งอน งอแง ง้องแง้ง....เพราะเป็นนิสัยประจำตัว 
 
ถ้าสับสนหรือไม่แน่ใจ ให้กลับไปอ่านข้อแรกงั้นซิ 
เราไม่เคยเรียนลูกเสือ แต่เราเรียน รด.ครับ 
เราก็ไม่ได้ติดใจอะไรนัก พูดให้สนุก ๆ เท่านั้นเอง 
ท่านไม่ได้ทำให้เราสับสนหรอก เราสับสนไปเอง  
บางครั้งเหม่อมองไปมาก ไม่ดูหนทางที่กำลังก้าวเดิน...ก็เลยสับสน 
 
นี่ถ้าเจ็บป่วยแทนได้ เรายินดีเจ็บป่วยแทนนะครับ 
เพราะท่านเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ได้มากกว่าเรา.... 
 
แต่ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวปิยมิตรจะไปรอท่านที่โรงพยาบาล 
จะแอบดูอยู่ห่าง ๆ ไม่ให้เห็นตัวหรอกนะจ๊ะ.... 
เพราะเรากลัวว่าท่านจะอาการหนักกว่าเดิมจ๊ะ....คิดทึ้ง คิดถึง. 
 
 
กลับจากโรงพยาบาลหรือยังนะ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-14 12:33:53
เด็กแว้นเป็นห่วง ไม่อยากทานอะไรเลย  
เราจะอดอาหาร เพื่อให้ "มิตรแท้" หายเจ็บ 
(เป็นความคิดแบบเด็ก ๆ แต่หัวใจเรายิ่งใหญ่นะจ๊ะ)
แสนซาบซึ้ง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-14 19:58:17
วันนี้...เช้าๆรีบจัดการธุระในหน้าที่...สองโมงรีบไปรอคิวหมอ...ตรวจแล้วก็ฉีดยาเรียบร้อย...พักนิดหนึ่ง........... เที่ยงวันเราก็แวะห้าง ซื้อเทียนพรรษา เครื่องปัจจัยจำพวกยาสามัญประจำบ้าน แล้วเราก็ขับรถ(ต้องไหวเพราะไม่มีใครว่างขับให้) ไปสมทบกับหน่วยงานที่นำขบวนไปถวายเทียนพรรษาที่พวกเราทำทุกปีสล ับวัดในชุมชนใกล้เคียง เราก็ได้ทำบุญ ถวายปัจจัย อุุทิศแด่คนที่เราเคารพรัก เจ้ากรรมนายเวรเป็นพิเศษอย่างตั้งจิตมั่นเชียวล่ะ จะได้สบายใจเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ 
........... คุณหมอแนะนำว่า ยังไงก็ต้องไปพบแพทย์ที่รักษาอาการแต่แรก หากไม่ใช่ข้อบกพร่องทางการรักษาก็ให้นำหนังสือส่งต่อมาจากร.พ. กรุงเทพฯ มารักษาที่นี่ได้ นอกจากว่าจะเป็นแผนกศัลยกรรมตกแต่งหมอไม่ชำนาญ...โอย! เราไม่ห่วงความสวยงามแล้วล่ะ ขออย่างเดียวให้หายขาด อย่ามาบวมตรงนั้นปวดตรงนี้ ต่อนี่ต่อนั่นอีก ทรมานแย่เลย ยิ่งเบื่อที่สุดกับการนอนเป็นคนป่วย 
...เราก็พอมีกำลังใจก็ด้วยได้ทำบุญโน่นนี่อยู่ตลอด เช้าๆก็ได้ใส่บาตรตามทางอยู่เสมอช่วงนี้ ได้สงเคราะห์สัตยืที่กำลังบาดเจ็บ เดือดร้อนด้วย ช่วยเด็กขาดแคลนด้วย แล้วยังได้มีโอกาสรับน้ำใจอันเปี่ยมล้นของ"ปิยมิตรคนดี" ด้วยข้อคิดจากธรรมะ หากเรา"ไม่มีกำลังใจ" ก็ไม่ใช่คนปกติแล้ว... เราก็ยังมีข้อให้ปลื้มใจลดความหงุดหงิดหมองใจได้เยอะ มีมิตรดี มีโอกาสได้ทำสิ่งดีๆ มีกำลังทำบุญทำทานได้ตามศักยภาพ ก็นับว่าโชคดีมีวาสนาแล้วน้อ!... เหลือแต่ การประคองจิตใจ ให้ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวนานจนทุกข์ อึดอัดว้าวุ่น เท่านั้นเอง 
......... คนเรา ก็ยากอยู่ที่การควบคุมจิต ควบคุมตัวเองนี่ล่ะ บางครั้งก็ปล่อยวางมิได้ ต้องแบกความหนักหน่วงอยู่ กว่าจะปลดปล่อยวางได้ก็ต้องผ่านความทุกข์ก่อนสินะ
ขอโทษครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-14 21:39:05
 
มาช้าไปหน่อย เราเพิ่งกลับเข้าบ้านครับผม 
 
พรุ่งนี้ไปแล้ว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-14 21:44:37
ปิยมิตร 
เราค่อยยังชั่วจากอาการปวด แต่เป็นชาๆ คันๆตรงที่อักเสบ 
พรุ่งนี้ต้องไปเครื่องตอนเย็นแล้วล่ะ 
...ถ้าได่ผ่าตัดอีก เราคงต้องอนุญาตให้"กำลังใจของเราทุกคน" มารอเราที่หน้าห้องผ่าตัดทั้งก่อนและหลัง ให้ได้พบหน้าจริง จริ๊ง!...(เฮอะ! เฮอะ! ฝันเฟื่องไว้) 
...ก่อนเดินทางเราจะส่งข่าวใหม่นะ 
หลับพักผ่อน ให้สบาย ราตรีสวัสดิ์
การประคองจิตใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-14 22:15:24
 
เราเชื่อว่าทุกคนย่อมมีวิธีการรักษาจิตใจของตัวเอง 
เราดีใจที่ท่านไม่หวั่นไหวจนทุกข์นาน  
ก็เพราะ “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” ผ่านการฝึกใจมาอย่างดีแล้ว 
 
คนที่ไม่เคยทุกข์ใจมาก่อน เมื่อมาเจอกับความทุกข์ใจ 
ก็จะควบคุมจิต ควบคุมตัวเองได้ยาก ปล่อยวางก็ยากยิ่งกว่า 
ต้องแบกความหนักหน่วงอยู่ตลอดเวลา 
 
เราเองผ่านความทุกข์ใจมาก่อน ร่างกายจิตใจย่ำแย่ 
ไม่รู้ว่าทุกข์นานขนาดไหน รู้แต่ว่าเหนื่อยมาก 
พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรดี จึงจะปลดความหนักหน่วงในจิตใจได้ 
เราก็ได้พบวิธี ธรรมะนี่แหละ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย 
เราต้องตั้งใจแน่วแน่ ใช้เวลานานกว่าสิบปี ถึงปลดความทุกข์ใจได้ 
 
ทุกวันนี้ไม่มีอะไรให้ทุกข์นาน ถึงมีอะไรมากระทบก็รู้สึกบ้าง 
แต่ก็ขจัดออกไปได้โดยเร็ว ไม่ไปคิดถึงอดีตให้เศร้าหมอง 
หรือไปคิดถึงอนาคตจนต้องกลัวสิ่งนั้นสิ่งนี้ หรือกลัวผู้ใด 
เพราะเราไม่คิด ไม่ทำร้ายใคร ก็ไม่มีสิ่งใดที่ต้องกังวล..... 
 
จะบินไปเหรอจ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-14 22:44:16
 
เด็กแว้นผิดหวังจริง ๆ เลย 
เราตั้งใจว่าจะขับรถซิ่งพาท่านไปกอทอมอ 
 
เราไม่กล้าขึ้นเครื่องไปกับท่านหรอกนะครับ 
แต่ถ้านั่งฮอแล้วหย่อนขาลงมา มือก็จับเชือกข้างหลังไว้ 
เวลาเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็สนุก มองทิวทัศน์ข้างล่างก็ยิ่งแจ่ม 
ขึ้นเครื่องบินเราคงเมา เหมือนเมารถตู้ รถแอร์นั่นแหละ 
แต่ถ้าได้มอเตอร์ไซค์หรือจักรยานล่ะก็สบายสดชื่นที่สุด 
 
เด็กแว้นอยากไปเป็นกำลังใจจริง ๆ นะครับ 
ก็คงเป็นได้แค่อยากเท่านั้นเน๊าะ 
ไม่เป็นไร ให้ท่านหายดีแล้วเราค่อยไปเที่ยวกันนะ......เฮอะ! ฝัน !!! 
 
.................ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ...คิดทึ้ง...คิดถึง................ 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-15 13:21:22
 
ท่านเตรียมตัวพร้อมเดินทางหรือยังครับ 
 
ตอนนี้เรากำลังรอส่งท่านขึ้นเครื่องอยู่นะจ๊ะ 
อยู่ตรงไหนล่ะ โบกธงรุ้งเจ็ดสีนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-15 16:43:47
กำลังเตรียมตัว... 
เมื่อเช้านี้้ เราตื่นก่อนตีสี่นิดนึง หุงข้าว อุ่นกับข้าวที่เตรียมไว้แต่เมื่อวาน ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปทำบุญที่พระอารามหลวงในเมือง...แต่ฝนไม่ยอมซาเลย...ก็ไปวัดในหมู่บ้านนั่นแหละ 
เพราะเราไม่จำกัดวัดใดวัดหนึ่งอยู่แล้ว...ก็ชื่นฉ่ำใจในสายฝนและสายแห่งบุญ ระลึกถึง"ปิยมิตร และคนที่เราเคารพรัก"อย่างแน่นอน... 
นี่ก็เตรียมกระเป๋าแล้ว จะเข้าไปอาบน้ำและเอารถไปจอดในเมืองบ้านยาย ให้หลานไปส่งต่อ คงไม่ได้เวียนเทียน ถ้าปิยมิตรของเรามีโอกาสก็เวียนเทียนด้วยนะ 
...แล้วจะส่งข่าว...ขอบคุณมากในความห่วงใย ท่านก็รักษาสุขภาพด้วยล่ะ
เราเตรียมรุ้งเจ็ดสีไม่ทัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-15 16:59:15
 
เราขอส่งใจที่มีแต่ความห่วงใยไปแทน 
 
ขอให้การรักษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 
 
จิตใจแจ่มใส เป็นขวัญใจของปิยมิตรตลอดไป...นะจ๊ะ ! 
 
พุทธบูชา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-15 21:43:40
 
ความทุกข์นั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่ 
มนุษย์จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องและได้ประสบแน่นอน 
ไม่ว่ามนุษย์จะต้องการหรือไม่ต้องการ 
จะยอมรับว่ามันมีอยู่หรือไม่ยอมรับ 
หรือแม้จะเบือนหน้าหนีอย่างไรก็ตาม 
 
เมื่อเป็นเช่นนี้ หากมนุษย์ต้องการมีชีวิตอยู่อย่างดีที่สุด 
มนุษย์จะต้องยอมรับความจริงอันนี้ 
 
จะต้องรับรู้สู้หน้า 
และพร้อมที่จะจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุด 
 
 
............................................................พระธรรมปิฎก 
มหาปิยมิตรคนดีของเรา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-15 22:06:17
 
เวลานี้ท่านคงจะถึงกรุงเทพฯ แล้วนะครับ 
และก็คงกำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้านท่ามกลางญาติพี่น้อง 
 
เวลานี้เด็กแว้นเริ่มเหงาแล้วครับ  
เราขออนุญาตนอนหลับดับความเหงาก่อนดีกว่านะครับ 
 
 
............ราตรีสวัสดิ์...คิดทึ้ง...คิดถึง.......... 
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-17 06:36:41
 
เมื่อคืนนี้เราก็เตรียมข้อความจะส่งถึงท่าน  
แต่ก็ส่งไม่ได้ เราขอส่งให้ท่านอ่านวันนี้นะครับ 
 
............................................................ 
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา” 
 
เมื่อวานนี้ เราไม่ได้ไปเวียนเทียน เพราะก่อนค่ำฝนก็ตก 
แต่วันนี้เราได้ไปทำบุญกับเจ้านายพร้อมครอบครัวของท่าน 
เป็นวัดที่พวกเราศรัทธา “หลวงปู่” ผู้สมถะมาก ๆ 
พวกเรามักจะไปทุกครั้งที่มีโอกาส เป็นวัดอยู่ในป่าห่างหมู่บ้าน 
รู้สึกสงบดี “หลวงปู่” ให้พระแก่ทุกคน (อะไรที่ไม่คาดหวัง ก็มักจะได้)  
ระหว่างเดินทางไปทุกครั้งก็คุยกันว่า “หลวงปู่” คงรู้แล้วว่าพวกเรากำลังมา 
พอไปถึงก็เจอท่าน ความรู้สึกเหมือนว่าท่านกำลังรอพวกเราอยู่ 
ทุกคนก็จะรู้สึกปลื้มปิติมาก ๆ ไม่พูดอะไรกันมาก นอกจากรอยยิ้มสุขใจ 
 
เราขอให้ท่านหายเจ็บป่วยด้วยนะ.... 
ไม่ทราบว่าอาการของท่านตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง.....เราเป็นห่วงจริง ๆ เลย 
เป็นห่วงจริง ๆ เลย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-17 08:57:12
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”  
รับประทานอาหารได้บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ 
ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเราจะออกไปหาซื้ออาหารมา 
แล้วก็ทานเผื่อท่านเยอะ ๆ อยากทานอะไรดีครับ 
ข้าวเหนียวทุเรียน บัวลอย หรือว่ากล้วยบวชชี 
เราว่าเราชอบหมดเลยแหละ ผลไม้ก็ลำไยครับ...มีแต่แนว ๆ ทั้งนั้น 
 
แต่คนไข้คงรู้สึกอยากจะอาเจียนแล้วใช่มั๊ยล่ะ.......เด็กแว้นรู้เองครับ !  
เล่านิทานให้คนไข้ฟังดีกว่า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-17 09:19:18
 
“ลี่ผี” หมายถึง ที่ดักปลาของภูตผี 
บริเวณแก่งลี่ผี มีลักษณะเป็นแก่งน้ำนับร้อย ๆ แก่ง 
กระแสน้ำเชี่ยวกราก ไม่มีเรือแพลำใดล่องผ่านแก่งนี้ได้ 
ขนาดท่อนซุงหลายคนโอบลอยมาถึงแก่งลี่ผี 
จะถูกกระแสน้ำพัดกระแทกแก่งหินแตกละเอียดในพริบตา 
แก่ลี่ผีไม่มีผู้ใดอยู่อาศัย และไม่มีใครกล้าเข้าไปกล้ำกราย 
บริเวณแก่งลี่ผีจึงเป็นสถานอันสงบวิเวก 
ผู้เป็นฤาษีชีไพร จะมาบำเพ็ญเพียรที่นี่ตั้งแต่โบราณกาล 
รวมทั้งพระธุดงค์กัมมัฎฐาน ผู้ซึ่งตั้งมั่นกระทำความเพียร 
เพื่อหวังบรรลุโมกขธรรม มักจะมาเจริญธรรมที่นี่เช่นกัน 
 
หลวงปู่คำคะนิง ถามฤาษีดาบสว่า “มาทำไมที่นี่” 
ฤาษีดาบส ตอบว่า “พวกบังบดนิมนต์ท่านมาเทศนาธรรม” 
พร้อมกันนั้นก็ได้อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “พวกบังบดก็คือพวกลับแล 
ซึ่งมีสภาวะเป็นทิพย์ พวกพญานาคก็เป็นพวกบังบดเหมือนกัน 
เพราะมีสภาวะเป็นทิพย์ สามารถจำแลงแปลงกายได้ และมีฤทธิ์” 
......................................ฯลฯ........................................................ 
 
 
ด้วยความห่วงใย ปรารถนาดี และคิดทึ้ง คิดถึง.........จากเด็กแว้น !!! 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-17 20:44:27
เล่านิทานต่อดีกว่า 
 
หลวงปู่ธุดงค์มาถึงเมืองบูรพา ก็ได้ยินชาวบ้านโจษขานกันว่า 
ที่แม่น้ำสายหนึ่งซึ่งเป็นแม่น้ำกว้างใหญ่และลึกมาก 
ตรงบริเวณน้ำลึกที่สุดนั้น มีพระพุทธรูปทองคำองค์มหึมา 
จมอยู่ก้นแม่น้ำ วันดีคืนดีจะมีแสงสว่างพวยพุ่งจากพื้นน้ำ 
แสงนั้นเจิดจรัสเป็นฉัพพรรณรังสีสว่างไสวไปทั่วอาณาบริเวณโดยรอ บ 
หลวงปู่คำคะนิงรับฟังเช่นนั้นก็เกิดความสงสัยว่าเป็นเรื่องจริง หรือไม่ 
จึงตกลงใจจะไปพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง 
 
.................................ฯลฯ................................... 
 
พรรษาที่ 4 หลวงปู่คำคะนิงทำพิธีตั้งจิตอธิษฐาน 
ขอบารมีคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย 
คุ้มครองเช่นทุกครั้ง แล้วท่านก็ดำดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำด้วยพลังจิตกล้าหาญ 
คราวนี้อาการปวดหูไม่ปรากฏ ท่านจึงดำลงไปเรื่อย ๆ ยังไม่ถึงก้นแม่น้ำ 
เท้าก็เหยียบลงบนสิ่งหนึ่ง เพื่อพิจารณาดูแล้วปรากฏว่าท่านกำลังยืนอยู่ 
บนพระอังสะของพระพุทธรูปองค์หนึ่งโดยไม่รู้ตัว 
 
พระพุทธรูปองค์นี้เป็นทองคำเหลืองอร่าม 
ใหญ่โตมหึมาอย่างไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน 
ขณะที่ท่านยืนเหยียบอยู่บนพระอังสะ เอื้อมมือขึ้นไปจนสุดเหยียดแล้ว 
แตะมือได้ที่ปลายพระกรรณของพระพุทธรูปเท่านั้น 
หลวงปู่คำคะนิงประมาณว่า พระพุทธรูปทองคำองค์นี้ต้องมีความสูง 
ไม่ต่ำกว่า 20-30 เมตรแน่ ส่วนความใหญ่โตของพระพุทธรูปองค์นั้น 
มหึมายากจะประมาณได้ 
 
หลวงปู่อยู่ใต้น้ำก็จริง แต่มองเห็นรอบด้านได้ชัดเจนพอสมควร 
ทั้งนี้เป็นเพราะบริเวณรายรอบองค์พระพุทธรูปทองคำ 
มีแสงทองส่องสว่างเป็นปริมณฑล เวลาผืนน้ำกระเพื่อมไหว 
และมีรัศมีสีทองส่องกระทบ มองคล้ายฟ้าแลบแปลบปลาบตลอดเวลา 
 
............................ฯลฯ................................. 
ปล.....เป้าหมายอ่านแล้วให้สบายใจเท่านั้นนะครับ 
เพลงก่อนนอน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-17 20:49:43
 
คิดถึงเธอแทบใจจะขาด 
อยากให้เธอกลับมาซะที  
คิดถึงเธอทุกวินาที 
อยากจะพบเธอคนเดียว  
 
 
....................................จากเด็กแว้น ! 
ราตรีสวัสดิ์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-17 20:52:07
นะจ๊ะ ! "มหาปิยมิตรคนดีของเรา"
อรุณสวัสดิ์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 07:08:07
"ปิยมิตรคนดีของเรา" 
เรากลับมาถึงเมื่อวานแล้ว 
สวัสดีคุณหมอ...นั่งแท็กซี่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงถึงดอนเมือง 
แล้วก็เล่นๆอยู่แถวนั้นหนึ่งชั่วโมง ...ใช้เวลา48 นาที ก็ถึงหนามบินที่บ้าน... 
เราลองใช้บริการสายการบินใหม่(ราคาถูกกว่า อยู่ในช่วงโปรโมชัน) และก็ไม่ได้สัมผัสดอนเมืองหลายปีแล้ว ตั้งเขาย้ายสายการบินภายในประเทศไปยังสุวรรณภูมิซะส่วนใหญ่...แต่ก็ไม่ใช่ว่าไฮโซใช้เครื่องบินนักหรอก เว้นว่าจะถนอมสุขภาพตามความจำเป็น เดินทางไกลเราชอบใช้รถส่วนตัวมากกว่า เพราะมั่นใจว่าชีวิตอยู่ในมือตัวเองดีกว่า อดีตเราชอบขับรถเอง เพราะขับนิ่ม ตัดสินใจดีรวดเร็ว เพื่อนเราน่ะชอบนอนหลับหนีจากเราเสมอ เขาวางใจในฝีมือน่ะ(ไม่ได้โม้!..) เดี๋ยวนี้ก็ไหวนนะ แต่ต้องให้พักบ่อยๆเพราะง่วงเก่ง จะหลงงีบคาพวงมาลัยอยู่เรื่อย..สังขาร สังขาร 
...อยู่ในมือหมอ...ถูกจับเอ็กซเรย์ละเอียดรอบศีรษะ และทุกส่วนของใบหน้า เล่นเอาใจตุ้มต้อมกลัวถูกยัดเข้าอุโมงนอนนิ่งในเครื่องสแกนที่ท ันสมัย เหมือนตอนที่เราได้รับอุบัติเหตุ น่ากลัวๆ จนไม่อยากจดจำชื่อเลยเรียกเครื่องแบบนั้นไม่ถูก...แล้วก็โดนฉีดยาด้วย... ต้องกินยาแก้อักเสบแก้ปวดต่อไปอีกให้หมดรวมราวหกแผงแผงละสิบเม็ ดสามเวลาหลังอาหาร..ก็ไม่มากหรอกนะ ความจริงฉีดยาก็เอาอยู่แล้ว แต่เราอยู่ฉีดทุกวันไม่ได้ จึงไม่ครบสามเข็มมั้ง...หมอนัดอีกทีช่วงวันแม่ สงสัยจะคิดถึงคนไข้มากจึงนัดอยู่ตลอด เฮ้อ! 
...เมื่อวานก็เลยพักผ่อน เล่นกับหลานน้อยในเมือง จนสามทุ่มจึงออกมาบ้านชานเมือง เราเข้ามาอ่านข้อความแล้วก็นอนหลับปุ๋ยๆ อย่างอ่อนเพลีย ม่ายได้ทักทายจ้า
เราเพิ่งแต่งกลอนจบ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 07:12:18
กำลังจะส่ง พอดีข้อความท่านขึ้นมา 
เราจะส่งให้ท่านอ่านนะครับ
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 07:13:32
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา” 
ปล่อยให้ปิยมิตรเหงาได้อย่างไร 
หมูอ้วนอยากรู้ท่านอยู่ที่ไหน 
เราจะแว้นไปให้ถึงที่เลย 
 
สบายดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ 
ทำอะไรอยู่ก็ไม่เฉลย 
จิตใจปิยมิตรไม่เสบย 
ก็เราเคยคุยกันทุกวันนี่นา 
 
 
กลอนแบบหมู หมู ...ไม่รู้ว่าอ่านแล้วเข้าใจหรือเปล่า 
เด็กแว้นตั้งใจแต่งกลอนนี้อย่างสุดหัวใจเลยนะครับ 
ไม่ไพเราะใช่มั๊ยล่ะ ทำไงได้ก็เราแว้น !! อยู่นี่ครับ 
เด็กแว้นสบายใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 07:22:54
 
เรานึกถึงท่านว่าคงต้องโดนคุณหมอ 
เอาผ้าพันหัวกลมเป็นลูกบอลคงทรมานแย่เลย 
ท่านกลับมาถึงบ้านในสภาพสบาย ๆ แบบนี้ 
เด็กแว้นก็สบายใจหายห่วง แต่ก็ยัง... 
 
................คิดทึ้ง...คิดถึง............ 
เมื่อวาน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 08:33:05
เราได้รับความตื่นเต้นที่บ้านยายน่ะ... ขณะหม่ำข้าวเย็นกับยาย(น้องสาวน้องเขยกับหลานไปออกกำลังกายที่ส วนสาธารณะ) หมาพันธุ์พุดเดิ้ลของหลานเราน่ะ เขาคลอดลูกต่อหน้าต่อตา ทีแรกก็ตัวเดียว เราทั้งตื่นเต้น ชักจะยุ่งแล้วก็รีบโทรหาน้องให้รีบกลับ...เจ้าตัวแม่ สักพักถึงเข้ามาใหม่ร้องเป็นพัก เราว่าน่าจะยังเหลือลูกเขาอีก ก็คลอดมาครบสามตัว น้องเขยเขาเก่งเคยช่วยหมาเขาที่บ้านก็เลยเรียบร้อย แต่ต้องใช้วิธีช่วยเหลือแกมบังคับให้แม่เขานอนกับลูกน้อยสามตัว ให้ลูกได้อยู่ใกล้ๆ คอยจับพลิกให้ลูกสามตัวไม่ถูกทับ...ตัวแม่ยังเลี้ยงลูกไม่เป็น 
บ้านเราเคยมีแต่หมาไทย ปัจจุบันก็มีสองตัว ตังนึงเลี้ยงมาแต่เล็กๆ อีกตัวหลานชายเอามาจากสนามกีฬา ทั้งโทรมทั้งสกปรก เขาว่ามันไปยืนตาละห้อยดูพวกนักกีฬาฝึกซ้อมอยู่หลายวันเวลาหลาน ขี่รถกลับ(มอไซค์) ก็วิ่งตาม เขาสงสารให้เพื่อนซ้อนท้ายอุ้มมาบ้าน...เอามาขัดสีฉวีวรรณ เราก็ไปซ้อยาแก้เห็บ แก้พยาธิมาให้ จนเจ้าตัวแรกเจ้าของบ้านหมั่นไส้ นี่ผ่านมากว่าเดือนแล้ว เผลอๆ มันยังฮึ่มฮ่ำ ขู่อยู่ตลอด แต่เจ้าตัวไหม่ก็ชอบเดินตามเขาต้อยๆ เหมือนฝากเนื้อฝากตัว เขาเป็นตัวผู้ทั้งคู่.. 
เราเคยเลี้ยงหมาตัวเมียนะ น้องชายเก็บมาจากวัดเป็นหมาไทยสีครีมๆ เขาตั้งชื่อว่าสีนวล ตัวเล็กๆ นิสัยดีมากพ่อเราก็รัก เขาเคยมีลูกตอนนั้นพ่อเอาไปอยู่นาด้วยลูกเขาคลอดออกมาไม่ถึงวัน ก็ตายหมด...พ่อก็เลยเอาสีนวลมาไว้บ้านเรา ตอนนั้นก็เลยต้องเลี้ยงหมา ไปไหนก็ห่วงเป็นถาระผูกพันธ์ แต่พ่อเราก็มาอยู่เฝ้าบ้านให้เวลาไปทำงาน ไปอบรมโน่นนี่...พ่ออยู่ก็มีลูกหลานมาหาท่านเสมอ เราสงสารสีนวลต่อมาก็เลยไปหาหมาเล็กที่เขาขายมาเลี้ยง สีนวลก็กกเฝ้าดูแล คอยเลียคอยปัดแมลงให้ เรียกว่าสัญชาตญาณความเป็นแม่มีเปี่ยมเชียวแหละ จนเจ้าทาโร่โตก้ยังคอยเลียด้วยความเอ็นดู ข้าวน้ำก็ให้เจ้าตัวนั้นกินก่อน แม้จะแบ่งตัวละชาม ก็สละให้ เจ้าทาโร่ตัวใหญ่กว่ามาก แต่เวลามันเกเรสีนวลก็จัดการเสียอยู่หมัด ทาโร่มันคงมีพันธุ์ฝรั่งปะปนจึงตัวใหญ่สง่าด้วย แต่มันก็หงอๆติ๋มๆเวลาสีนวลขู่ เวลาปกติมันก็นอนเป็นลูกแหง่ให้สีนวลคอยขบเห็บเลียขนให้ คือมันโตไม่ค่อยให้อาบน้ำให้แต่เขาก็รักสะอาดวิ่งลงคลองชลประทา นเวลาอากาศร้อน อาบเองอยู่ตลอด แล้วเราก็สังเกต หมาไทยตัวอื่นๆของญาติมิตร หรือหมาที่พ่อเราเลี้ยงที่บ้านเก่า เวลาเขาคลอดลูกก็ไม่เคยเห็น จนกว่าหมาน้อยๆจะส่งเสียงออกมาเวลาร้อง นี่คือวีรกรรมของหมาไทย ที่ฉลาดช่วยตัวเองได้ คลอดลูกบางทีเป็นโขยง แต่เขาก็ไม่เคยให้ใครเดือดร้อนทำคลอดให้ หาที่หาทางเอง เฝ้าฟูมฟักดูแลลูกไม่ลุกหนีไปไหนเจ้าของ หรือคนจะรู้ว่าเขาคลอดก็ต่อเมื่อหมาน้อยเรียกหาแม่ที่คอยกกดูแล ลูกน้อยจนเหนื่อยหิวมาก ผละมาหาข้าวหาน้ำกิน คิดๆดูก็รู้สึกรักเอ็นดูหมาไทยที่ทำหน้าที่แม่อย่างอดทนเสียสละ บางตัวไม่มีเจ้าของต้องอดอยาก ก็ยังอุตส่าห์เลี้ยงลูกให้นมลูกกผอมโซ..........ยิ่งนึกก็ยิ่งรักเมตตาหมาไทยอย่างเต็มตื้น 
........................................................................ 
แล้วก็คิดถึงสีนวล คิดถึงพ่อขึ้นมาอยากร้องไห้ จากเราไปหมดแล้ว... จึงขอเล่าเรื่องหมาๆ ให้ฟังเยอะไปหน่อยนะ 
วันนี้ก็จะอุทิศตัวพูดคุยเล่นกับหมาที่บ้านสักหน่อย สายๆจะเข้าไปในเมืองไปดูเจ้าหมาพุดเดิ้ลบ้านยาย ว่าเขาเลี้ยงลูกคล่องขึ้นรึยัง? 
...วันนี้ก็ตื่นหกโมงแน่ะ ล้างหน้าแปรงฟันแล้ว ยังไม่หาอะไรทานเลย มาโม้เรื่องของหมาให้ฟังก่อน จะไปอาบน้ำหาอะไรหม่ำก่อน ค่อยเปลี่ยนเรื่องอื่นนะ 
...ว่าแต่ปิยมิตรของเราน่ะ ตอนนี้ทำไรอยู่นะ อย่าลืมดูแลสุขภาพดีดีนะ ทานอาหารที่เป็นประโยชน์อย่าเน้นความแซบอร่อยนัก ทานผักๆเยอะๆหน่อยนะจ๊ะ...เฮ้อ! ทางนี้ฝนกำลังดี ไม่สะดวกปั่นจักรยานเลยระยะนี้
คิดถึงคุณพ่อมากหรือครับ ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 11:48:37
 
อยู่ทางโน้นพ่อจะรู้หรือเปล่า ผมยังเฝ้ามองดาวคิดถึงพ่อจับใจ 
อยู่ทางโน้นพ่อจะเหงาบ้างไหม คืนนี้พ่อทำอะไรเข้านอนหรือยัง 
 
อยู่ทางนี้สบายกันดีทุกคน จะยากดีมีจนก็ไม่เคยสิ้นหวัง 
ไม่เคยลืมคำสอนพ่อเลยสักครั้ง ถ้าเราไม่ท้อสักอย่างต้องมีสักวัน 
 
ฟ้าคืนนี้ที่บ้านของเรา มีดาวสดใสกว่าวันนั้น 
พ่อจะรู้หรือเปล่า เพราะพ่อคนเดียวเท่านั้น ที่ทำให้มีวันนี้ 
 
พ่อครับคิดถึงผมหรือเปล่า ผมยังเป็นคนเก่า 
ผมจะเป็นคนดี จะอยู่ที่ไหน ก็จะย้ำคำนี้ 
ว่าผมเป็นคนโชคดี ที่เกิดเป็นลูกของพ่อ 
 
ฟ้าคืนนี้ ที่บ้านของเรา มีดาวสดใสกว่าวันนั้น 
พ่อจะรู้หรือเปล่า เพราะพ่อคนเดียวเท่านั้น ที่ทำให้มีวันนี้ 
พ่อครับ คิดถึงผมหรือเปล่า ผมยังเป็นคนเก่า ผมจะเป็นคนดี 
 
แต่มีเรื่องหนึ่ง ที่คิดอยู่จนวันนี้ ไม่เคยบอกพ่อสักที 
อยากบอกว่าผม...รักพ่อ... 
 
 
ผมรักพ่อ.............................................พลพล 
คิดถึงคุณแม่ด้วยจ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 11:57:16
 
ป่านนี้ จะเป็นอย่างไร จากมาไกล แสนนาน 
คิดถึง คิดถึงบ้าน จากมาตั้งนาน เมื่อไรจะได้กลับ 
แม่จ๋า แม่รู้บ้างไหม ว่าดวงใจ ดวงนี้เป็นห่วง 
จากลูกน้อย ที่แม่ห่วงหวง อยู่เมืองหลวง ศิวิไลซ์ ไกลบ้านเรา 
 
คิดถึงแม่ขึ้นมา น้ำตามันก็ไหล อยากกลับไป ซบลงที่ตรงตักแม่ 
ในอ้อมกอด รักจริง ที่เที่ยงแท้ ในอกแม่ สุขเกินใคร 
อีกไม่นาน ลูกจะกลับไป หอบดวงใจ เจ็บช้ำเกินทน 
เก็บเรื่องราว วุ่นวายสับสน ใจที่วกวน ของคนในเมืองกรุง 
 
อีกไม่นาน ลูกจะกลับไป หอบดวงใจ เจ็บช้ำเกินทน 
เก็บเรื่องราว วุ่นวายสับสน กับบางคน ที่ใจไม่แน่นอน 
 
ลืมเรื่องบางคน.....................ไปซบลงที่ตรงตักแม่ 
 
 
แม่..................................................เสก โลโซ 
ไปหาอะไรแซ่บ ๆ มารับประทานดีกว่า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 12:06:59
 
อยากทานด้วยละซิ............"คอหมูย่าง" !!! 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 20:22:41
 
ท่านคงกำลังเล่นสนุกอยู่กับหมาน้อยแน่ ๆ เลย 
โปรดทราบด้วยครับตอนนี้หมูน้อยเริ่มจะงอนแล้วล่ะ  
 
เราจำได้ว่าตอนเราเป็นเด็ก ที่บ้านก็เลี้ยงหมาไทยสีน้ำตาลตัวเมียตัวหนึ่ง 
เขาก็มีชีวิตอยู่นานจนสิ้นอายุขัย เราเห็นตอนเขาแก่กินอะไรไม่ค่อยได้ 
มีเพียงข้าวเหนียวแข็ง ๆ ปั้นหนึ่ง แล้วก็เอากระบวยตักน้ำกินในตุ่มราดข้าวก้อนนั้น 
หวังให้เขากินได้ สมัยก่อนฤดูหนาวก็หนาวจริง ๆ ลมแรงมากด้วย 
กว่าเขาจะตายก็ทรมานเป็นเวลานานมาก ตายใต้ถุนบ้าน 
 
สมัยนั้นไม่มีใครดูแลสัตว์เลี้ยงดีเหมือนทุกวันนี้ ปล่อยไปตามธรรมชาติ 
เราสงสารหมา ภาพของเขาฝังใจเรา และเราก็ไม่อยากจะเลี้ยงสัตว์ 
เพราะเรารู้สึกว่าเราเลี้ยงดูเขา ให้เขาอยู่ดีมีความสุขไม่ได้ 
 
เราชอบหมาน้อย มาใหญ่เรากลัวนะ แต่ถ้าเราเลี้ยงเขามาแต่ยังเล็ก 
เราก็คงไม่กลัว คงรักและผูกพัน....เช่นที่เราคิดถึงหมาที่ตายไปแล้ว..เศร้าอยู่นะนี่. 
 
สุขแท้จริง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 20:33:16
 
สุขแท้จริง จิตไม่วิ่ง ไปตามโลก 
อยู่เหนือความ ทุกข์โศก ทุกกระแส 
มือเท้าเหนียว เหนี่ยวขึ้นไป คล้ายตุ๊กแก 
ไม่อยู่แค่ พื้นโบสถ์ โปรดคิดดู 
 
 
โดย.................................ท่านพุทธทาส 
เทียน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 20:37:29
 
เปลวเทียนละลายแท่ง…เพื่อเปล่งแสงอันอำไพ 
 
ชีวิตมลายไป…………….เหลืออะไรทิ้งไว้แทน 
ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ...คิดทึ้ง...คิดถึง.
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 20:40:40
ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ...คิดทึ้ง...คิดถึง.
เรื่องดีดี...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 21:00:47
นี่มีเรื่องจะโม้ให้ฟังจ้า... 
ตอนสายเราขับรถเข้าเมือง ออกบ้านได้สักสี่กม. รถมีเสียงแค้กๆๆ ไฟขึ้น เราก้รีบชิดข้างทางจอด รีบโทรตามช่างเจ้าประจำมา ไม่ถึงยี่สิบนาทีช่างขับรถมาถึง เปิดหน้ารถ สายพานหลุดเพราะอะไรนะที่เกี่ยวข้องกับสายพานน่ะหมดสภาพ แต่เขาขับไปอู่ได้อยู่ ไปอีกเจ็ดแปดกม. เราก็นั่งไปกับรถช่างอยากรู้อยากเห็น และให้เขาเช็คให้ละเอียด...กว่าสองชั่วโมง เงินก็เกือบละเอียดจากกระเป๋า เกือบเป็นหนี้ช่างไม่อยากกดซ้ำซ้อนเมื่อวานนี้ก็กดแล้วไง 
โชคดีที่พอ... เกือบห้าโมงแน่ะจึงเสร็จ รถคันนี้พี่ชายเราให้ อายุก็ตั้งแต่เราทำงานได้ไม่ถึงปี...แต่เก๋าเจ๋งมากในรุ่นนั้นว่างั้นเถอะ จอดไว้โจรขโมยไม่มองหรอก เราก็ใช้ประจำจึงต้องดูแลเขาให้ดี...แล้วอากาศก็ดีด้วยตอนเย็นๆเราก็เลยมาเช่าจักรยานปั่นๆๆๆ อ้าวสังเกตเห็นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบยืนอยู่ประปราย กระทั่งปั่นไปถึงประตูทางเข้าไปในเกาะสวนสาธารณะก็เลยเห็นท่านป ลัดจังหวัดแต่งกายเครื่องแบบเต็มยศที่เราเคารพนับถือท่านและเคย ร่วมงานกับท่าน... เราใช้วิชาตั้งใจทันทีเข้าไปสวัสดีทักทายท่านบอกว่าขอร่วมขบวนต ามเสด้จด้วยคน เพราะพระเจ้าหลานเธอพระองค์ภาท่านทรงปั่นจักรยาน (ท่านทรงงานเป็นรองอัยการจังหวัดใกล้เคียงและประทับในกองบินจัง หวัดเราอยู่ ทรงออกกำลังกายเสมอหากว่างเว้นพระกรณียกิจในช่วงเย็น)  
ด้วยน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นไม่ทรงถือพระองค์(และเราก็เคยเฝ้ารับ เสด็จหลายโอกาส และเคยร่วมเป็นเจ้าหน้าที่ถวายความปลอดภัย เมื่อครั้งที่ทรงงานอยู่จังหวัดเรา พระองค์เสด็จเป็นองค์ประธานในวันวิสาขบูชาณ พระอารามหลวงในจังหวัด เราก็อาสาพระเดชพระคุณหลวงพ่อช่วยดูแลเจ้าหน้าที่ที่จัดตกแต่งไ ม้ประดับบริเวณพลับพลารับเสด็จก่อนถึงวัน...และมีพี่ที่สำนักวัฒนธรรมจังหวัดได้ช่วยงานกันบ่อย ก็เลยมีบุญได้ทำหน้าที่ถวายความปลอดภัย เฝ้าแหงนอยู่หลังเก้าอี้พระที่นั่งในช่วงบ่ายทรงประกอบพิธีถวาย พระพุทธรูปบรรจุในพระบรมะาตุเจดีย์ ช่วงเย็นเราก็ได้ตามเสด็จเวียนเทียน ตามหลังคุณนาย...เพราะเรามีความตั้งใจ มีความจงรักภักดี มีความกล้า ซึ่งก็เกิดมาจากความทรนงองอาจที่เรากล้าอาสา กล้าเสียสละอุทิศตนในงานเพื่อส่วนรวมโดยไม่คิดว่าจะได้อะไรตอบแ ทน...แต่เราก็เห็นผลนะ จากอานิสงน์ ก็จะออกมาในรูปของการที่ได้ประสบโอกาส ได้รับความเมตตาเอ็นดูในยามขอความร่วมมือ... ความสุขอิ่มเอิบกลับมาอย่างยิ่งในวันนี้) เราเกิดพลังอย่างพิเศษนะ ปั่นตามขบวนได้อย่างคล่องแคล่ว พระองค์ทรงนำหน้า มีผู้ติดตามเสด็จไม่กี่คน ไม่เป็นที่ผิดสังเกต นอกจากจะสังเกตชุดเจ้าหน้าทีพิธีการที่แต่งกากีปั่นตามเท่านั้น ทรงแต่งกายลำลองง่ายๆ เสื้อยืดสีฟ้ากางเกงยีน ทรงงามน่ารักเสมอ พระฉวีผุดผ่องสะดุดตาอยู่ดีด้วยพระบุญญาบารมีที่ฉายงามกว่าคนทั ่วไป เราเป็นหนึ่งในไม่ถึงสิบคน ได้ปั่นตามเสด็จจะไม่ให้ปลาบปลื้มใจได้อย่างไร อิ่มใจจนต้องเข้ามาบอกปิยมิตร หลังจากส่งเสด็จเราก็ได้สนทนาแลกเบอร์ใหม่กันกับท่านปลัด ลาท่านแล้วส่งจักรยาน เข้ามาร้านเกมส์ใกล้ๆ ส่งข้อความก่อน อีกสักพักหลานจึงจะมารับ...ปิยมิตรคงดีใจกับเรานะ เห็นไหม! เรื่องที่ไม่คาดคิดดีดีเกิดขึ้นได้เสมอ เราก็แสนสุขใจล่ะ เจอเรื่องขุ่นข้องหมองใจมาหนัก เรื่องมงคลเข้ามาถึงได้รื้อฟื้นความจำความระลึกถึง"สิ่งมีค่า ความภาคภูมิใจที่เคยกระทำมา" ยิ่งคิดได้ความทรนงองอาจก็จะกลับมา...จิตใจก็ฮึกเหิม อยากทำดีทำดี อุทิศกายใจสร้างประดยชน์เยอะๆ (ถ้าไม่ถูกลมพัด แรงเสียดทาน ก็คงฉลุยนะ แต่ต้องโดนอยู่แล้ว) 
...อาการเรา วันนี้แทบไม่รู้สึกอะไร มีแต่ตึงๆกล้ามเนื้อแก้ม ที่ทัดดอกไม้ ยังไม่ปกติเท่านั้นเอง อาการเหนื่อยไม่มีซักกะนิด.....นี่ล่ะ"ความจงรักภักดี" ที่มีในใจเรา และคนไทยทุกคนความปลาบปลื้มปิติ จะดลใจให้มีพลังไง! ...นอกจากสถาบันจะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจแล้ว ถ้าใครรู้สึกรัก เคารพเทิดทูน หวงแหน ก็ยังสร้างพลังบวกให้จิตใจด้วย เราจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากาษัตริย์ เราก็จะเห็นคุณค่า และรู้สำนึกกตัญญู คราใดที่ได้เห็นทุกๆพระองค์ก้จะต้องปลาบปลื้มอบอุ่นดวงใจ...สิ่งนี้เราว่าคนไทยถ้าคิดได้ดั่งนี้รู้สึกได้ดั่งนี้...ความรักผูกพัน สามัคคีกันก็จะแน่นแฟ้นถาวร ฉะนั้นเราต้องรักษาหวงแหน จงรักภักดีจึงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการหลอมรวมจิตใจคนไทยเรา 
........ เอ้อ..ปิยมิตรจ๊ะ หลานเรามาตามแล้ว จะกลับบ้านก่อน อ้อๆ ยังมีเรื่องไม่คาดคิดอีก เมื่อตอนเที่ยงอาจารย์ของเราท่านก็โทรมาแจ้งว่า ถ้าไหวให้ไปร่วมอบรม เขตจัดการเรื่องให้แล้วสามวันแต่วันนี้ผ่านไปแล้ว รู้ว่าเราไม่ค่อยปกติก้ให้ไปพรุ่งนี้กะเมื่อรืนนี้ ถึงบ้านก่อนอาจจะคุยต่อนะจ๊ะ ว่าแต่ปิยมิตรปั่นจักรยานอยู่ไม้ล่ะ คงไม่เหนื่อยหลับไปก่อนนะ
จะหลับตาลงไปได้อย่างไร....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 22:22:24
 
หัวใจแสนปลื้มปิติกับท่านขนาดนี้ 
ยินดีด้วยนะจ๊ะ สำหรับโอกาสดีที่สุด 
เรารู้ดีว่าเมื่อเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ 
ย่อมให้รู้สึกองอาจกล้าหาญเป็นเรื่องธรรมดา 
 
ผู้ที่ได้ชื่นชมบารมีใกล้ชิดจะรู้สึกได้ด้วยตัวเอง. 
ดึกแล้วนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-18 23:46:09
ดูสิ มาถึงบ้านก้มีเพื่อนมารอ 
หอบงานอาจารย์มาให้ช่วยจัดเตรียมเรื่องให้ผู้เข้าอบรมพรุ่งนี้ 
ให้บุคลากรด้านการศึกษา กว่าเพื่อนจะกลับ อาบน้ำเสร็จ... 
ก็ได้แต่มากล่าวว่า ราตรีสวัสดิ์นะ 
................. ส่งเข้านอนแล้ว หลับปุ๋ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเล้ย
อรุณสวัสดิ์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-19 11:42:50
 
อรุณสวัสดิ์ สดชื่น วันอังคาร 
สุดเบิกบาน ดวงจิต พิสมัย 
สิ่งดีดี มีขึ้น ด้วยดวงใจ 
จากนี้ไป มีแต่สุข สุขใจเอย. 
ท่านคงจะมีงานยุ่งอยู่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-19 21:03:18
 
เป็นอย่างไรบ้างครับ เหนื่อยมากไหม ? 
 
วันสองวันนี้ไม่ต้องส่งข้อความก็ได้นะครับ 
 
ว่างเว้นไปบ้าง จะได้คิดถึงกันเยอะ ๆ ไงล่ะ....อุ๊ย! หมูหวาน. 
 
โอวาท....ท่านเล่าจื๊อ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-19 21:21:46
 
“ การเปิดเผยและใส่ใจนี้ 
มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าการเป็นผู้คอยพิพากษา 
 
เพราะว่าผู้คนโดยธรรมชาติแล้ว โน้มเอียงที่จะเป็นคนดีและสัตย์จริง 
เมื่อเขาได้รับการปฏิบัติด้วยลักษณาการที่สัตย์จริง และดี “ 
โอวาท....ท่านเล่าจื๊อ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-19 21:31:00
 
“ ขอให้เรียนรู้ที่จะไว้วางใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น 
 
ถ้ามีความเงียบ ก็ขอให้มันเติบโตขึ้น เพราะจะมีบางสิ่งบางอย่างอุบัติขึ้น 
 
ถ้ามีพายุ ก็ขอให้มันบ้าคลั่งไป เพราะมันกลายเป็นความสงบเอง “ 
 
 
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-20 09:19:51
 
กระผม “หมูน้อย” ขออนุญาตถอนคำพูดครับ 
ที่ว่า “วันสองวันนี้ไม่ต้องส่งข้อความก็ได้นะครับ” 
 
เพราะว่า” หมูน้อย” คิดถึง “ท่านประธาน” มากครับ 
ขอความกรุณา “ท่านประธาน” ส่งคำทักทายมาสักเล็กน้อย 
พอให้กระผม “หมูน้อย” สบายใจหายคิดถึงนิดหน่อยครับ 
 
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดครับ ท่านประธานครับ. 
 
นี่มิใช่ง้อนะคร้าบ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-20 20:50:57
 
เป็นเพียง “หมูน้อย” รู้สึกผิดนิดหน่อย 
ที่ “หมูน้อย” สนุกซุกซนล้ำเส้นมากเกินไป 
แต่ก็คงทำให้ “ใครบางคน” งอนไปแล้วล่ะ 
 
ช่างเถอะ ไม่ว่าหรอก เพราะเราก็งอนเหมือนกัน. 
“แก่นพุทธธรรม”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-20 20:52:51
 
อยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อม แต่รู้เท่าทันและสามารถกำหนดรู้ 
ที่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 
การรู้เท่าทัน และสามารถกำหนดวิธีการได้เช่นนี้ จึงว่า “อยู่ใน” 
 
แต่ “อยู่เหนือ” เหมือนหยดน้ำบนใบบัว 
อยู่บนใบบัว แต่ไม่เกาะติดอยู่ในใบบัวนั้น 
นี่คือใจความสำคัญของสภาวะ “การรู้แจ้งธรรมอันสูงสุด” 
และเป็น “แก่นแท้ของพุทธธรรม” 
คิดถึงเธอแทบใจจะขาด
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-20 21:23:18
 
อยากให้เธอกลับมาซะที  
คิดถึงเธอทุกวินาที  
อยากจะพบเธอคนเดียว 
 
 
คิดทึ้ง...คิดถึง...ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ...ฝันดีนะจ๊ะ. 
ขอบคุณ...คิดถึงยู้...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-21 08:30:44
กะลังเตรียมบรรยาย 
วันนี้วันสุดท้ายแย้ว... 
หมูอ้วนอย่าเรเกนะ
หมูอ้วนก็หมูอ้วน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-21 17:07:50
 
วันนี้หมูอ้วนสงบเสงี่ยม 
 
“โอวาทครั้งสุดท้าย”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-21 21:04:14
 
“ ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว 
แผ่นดินนับวันแคบ มนุษย์แม้จะถึงตายก็นับวันมากขึ้น 
นโยบายในทางโลกีย์ใด ๆ ก็นับวันประชันขันแข่งกันขึ้น 
พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม 
เป็นไร่เป็นนา จะไม่วิเวกวังเวง 
 
ศาสนาทางมิจฉาทิฐิ ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์ 
คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไปอย่างโคและกระบือ ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย 
 
ฉะนั้น พวกเราทั้งหลายจงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม 
เหมือนไฟกำลังไหม้เรือน จงรีบดับเร็วพลันเถิด  
 
ให้จิตเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร ทั้งโลกภายในคือหนังหุ้มอยู่โดยรอบ 
ทั้งโลกภายนอกที่รวมลงเป็นสังขารโลก ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้ 
คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พิจารณาติดต่อยู่ ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด 
 
ความเบื่อหน่ายคลายเมาไม่ต้องประสงค์ 
ก็จะต้องได้รับแบบเย็น ๆ และแยบคาย 
ด้วยจะเป็นสัมมาวิมุตติ และสัมมาญาณะอันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก 
 
พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน มีอยู่ ทรงอยู่ ในปัจจุบันจิต 
ในปัจจุบันธรรม ที่เธอทั้งหลายตั้งไว้อยู่ที่หน้าสติ หน้าปัญญา 
อยู่ด้วยกัน กลมกลืนในขณะเดียวนั่นแหละ” 
 
 
“นี่คือโอวาทครั้งสุดท้ายของท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่นก่อนที่ท่าน จะทิ้งขันธ์” 
 
โดย.........................................................................หลวงปู่หล้า เขมปต.โต 
วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) ตำบลหนองสูง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร 
ส่งเข้านอน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-21 21:05:35
 
ด้วยธรรมะเย็น ๆ นะจ๊ะ นะจ๊ะ ! 
 
บุญรักษา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-21 22:12:25
ปิยมิตรคนดี 
วันนี้เราเหนื่อยมาก 
ฝนก็ตกหนักตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ กระทั่งเวลานี้ แม้จะปรอยๆแต่ก็ยืดเยื้อไม่หยุดสักที...น่านอนชะมัด 
พอถึงบ้านแทบจะคลานเข้าที่นอน แต่ต้องอาบน้ำกินข้าวกินยา................................... 
...เราก็ส่งปิยมิตรเข้านอนด้วยนะฮ้า!... 
นอนให้อิ่มๆ ฝันดีฝันเด่น หลับปุ๋ยๆ เพื่อตอนเช้าจะได้สดชื่น 
....................... ราตรีสวัสดิ์ ครับผม!
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-22 06:44:23
 
“ปิยมิตร” สดชื่น เมื่อตื่นนอน 
ไม่อาวรณ์ สิ่งใด ให้เศร้าหมอง 
เพียงแต่คิดถึง “มหาปิยมิตร” ตามครรลอง 
หวังหมายปอง ก้าวเดิน เพลินด้วยกัน....นะจ๊ะ ! 
 
 
หายเหนื่อยหรือยังครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-22 20:47:07
 
ต่อไปหมูอ้วนจะพยายามไม่พูดมากแล้วล่ะ 
เราเป็นห่วงสายตาท่าน สายตาเราก็ไม่ดีนักหรอก 
หากเห็นข้อความเยอะ ๆ เราก็ใช้วิธี COPY มาใส่ Word 
ขยายตัวหนังสือให้ใหญ่ก่อนอ่าน ท่านก็จงทำด้วยนะ 
จะได้อ่านสบาย ไม่ต้องใช้สายตาเพ่งมาก....คิดฮอดจ๊ะ ! 
 
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 08:32:18
 
สบายดีหรือเปล่าครับ.....จากหมูอ้วน 
 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 08:39:47
อรุณสวัสดิ์ ยามเช้า เราคิดถึง 
"ใครคนหนึ่ง" ทำให้ ใจกังวล 
ให้ห่วงหา ไม่รู้ อยู่แห่งหน ? 
ไม่รู้เป็นคน แบบไหน กันนะนี่.....หมูอ้วน งง ! (จริง ๆ ครับ) 
 
 
สบายดีจ้ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 09:30:03
วันนี้... 
เค้าก็ไปทำบุญมา 
มีแรงแล้ว สายๆก็จะไปเชียร์กีฬาทีมลูกๆ เขาสั่งต้องไปให้ได้ 
รอบตัดเชือก (ม่ายบอกหรอกว่ากีฬาปอะไร ที่ไหน อย่างไร) 
ให้รู้เพียงว่า... 
"คิดถึงปิยมิตรเสมอ" นะ
"ปิยมิตรคนดี"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 09:46:28
ข่าวร้าย หลายวันมานี่ 
เราเศร้าใจ ก็เลยไปทำบุญมา 
เราน้ำตาซึม สะเทือนใจกับครอบครัวของบรรดาทหาร เจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต อยากร้องไห้ ให้มันส่วง ๆ (ให้สร่างโศก) 
...... ก็ขอ ระบายกับเพื่อนแท้ นะจีะ......... 
นึกถึงท่อนเพลง ที่พ่อเรา พี่ชายเราชอบมากเวลาเราร้อง... 
...เชิญมาร่วมอินกับเรานะ 
*** ดวงดาวสกาวหม่น 
อัสสุชลสิหลั่งไหล 
อาบร่างนักรบไทย 
ในพนาแสนอาดูร 
เจ็บช้ำระกำจิต 
มิเคยคิดจะสิ้นสูญ 
ประวัติศาสตร์จะเทิดทูน 
วีรกรรมอันอำไพ 
....................... 
* ขอเชิญทหารกล้า 
จงนิทรายังที่เนา 
หลับเถิดอย่าหมองเศร้า 
จะปกป้องผองไผท 
......... ***** ......... 
...ถึงแม้จะมิใช่การสู้รบ แต่ก็เป็นการพลีชีพเพื่อรักษาปกป้อง ด้วยความเสียสละอย่างสมเกียรติ กองทัพและชาติสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เราเสียใจจริงๆ ปิยมิตรของเราก็คงสะเทือนใจใช่ไหม?
ปิยมิตรจะช่วยลุ้นอยู่ที่บ้าน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 09:51:06
 
ค่ำ ๆ ก็มาเฉลยหน่อยนะครับว่า 
 
ดอกไม้หุบ หรือ ดอกไม้บาน (ชนะเลิศ !) 
 
ตื้นตันใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 09:54:10
ยังคิดอะไรไม่โลด(แล่น) 
มีแต่สิ่งประทับใจต่อปิยมิตร 
.................................. 
" ปิยวาจา ของปิยมิตร 
เป็นพลัง ให้ดวงจิต เราสดใส 
จะน้อมนำ ความดี สู่ดวงใจ 
จะอาทร ห่วงใย ให้นิรัดร์ " 
( ใครนะ เป็นคนแต่ง เราชอบมาก )
"ซาบซึ้ง"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 10:02:38
*** 
"รอนแรมมาเนิ่นนาน เพียงหนึ่งใจ 
กับทางที่โรยเอาไว้ ด้วยขวากหนาม 
ถูกแหลมคมทิ่มแทง จนมันแทบจะทนไม่ไหว 
ชีวิตทำไม ยากเย็นขนาดนั้น 
สองมือ จะมีเรี่ยวแรงขนาดไหน 
แต่หัวใจของคน 
ยังยั่งยืน 
จะไม่ถอดใจ" 
.................***
พุทธบูชา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 10:09:46
 
ความทุกข์นั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่  
มนุษย์จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องและได้ประสบแน่นอน  
ไม่ว่ามนุษย์จะต้องการหรือไม่ต้องการ  
จะยอมรับว่ามันมีอยู่หรือไม่ยอมรับ  
หรือแม้จะเบือนหน้าหนีอย่างไรก็ตาม  
 
เมื่อเป็นเช่นนี้ หากมนุษย์ต้องการมีชีวิตอยู่อย่างดีที่สุด  
มนุษย์จะต้องยอมรับความจริงอันนี้  
 
จะต้องรับรู้สู้หน้า  
และพร้อมที่จะจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุด  
 
 
............................................................พระธรรมปิฎก 
 
เมื่อ เรามี "มิตรแท้ "
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 10:12:12
"อุปสรรค แค่ไหน ก็ไม่หวั่น 
คืนและวัน จะโหดร้าย สักเพียงไหน 
ร้อยและพัน ปัญหา จะฝ่าไป 
เพียงมีเธอ ยิ้มให้ ที่ปลายทาง" 
..................................... 
ถ้าอยู่บ้าน อย่าตามใจปาก จะยากแก่การลดน้ำหนักนะ 
( เอ!... เรายุ่ง มากไปสินะ ว่าไม้? ) 
....... เย็นนี้ ถ้าอากาศเป็นใจ แข่งจักรยานกันเนาะ  
ว่าจะได้กี่โล...โอมะ? (ตกลง)
เราเตรียมออกไปแว้น ก่อนนะ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 10:21:25
ทานข้าวเช้า และกลางวันให้เต็มที่นะ 
มื้อเย็น ทานแต่น้อย 
ให้เป็นผักผลไม้เยอะๆ 
(ไม่เชื่อฟังคราวนี้ จะไม่เจ้ากี้เจ้าการยุ่งอะไรสักอย่าง ปล่อยให้เป็นโอ่ง โรคตุ๊บป่องรุมเร้า เดินก็อุ้ยอ้าย เข่าข้อก็ไม่ดี เดินเหินวิ่งก็ลำบาก เหนื่อยง่าย เบาหวานจะถามหา...โอ๊ย! ย่าน) 
.................. ด้วยหวังดี และห่วงใย เป็นที่สุด! ................. 
ไปล่ะ........ บาย...........
ถูกใจเด็กโจ๋อย่างแฮง !
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 10:32:23
 
โอ ! อยู่แล้วฮ่ะ  
ว่าจะออกไปแว้นหาอาหารมารับประทาน 
เย็น ๆ ค่อยไปปั่นจักรยานลดน้ำหนัก 
วันนี้ท้องฟ้าเป็นใจ แจ่มใสจริง ๆ เล้ย 
 
(เราจะทำยางแบน ๆ เพื่อจะได้ออกกำลังปั่นเยอะ ๆ) 
 
ความจริงมีคนยุ่ง(ยาก)กับเราก็ดีนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 10:38:36
 
สนุกดี...สนุกมาก ๆ ...สนุกที่สุด !!!.... 
 
ช้อบ ชอบ......................ขอบคุณที่สุดจ๊ะ 
 
 
 
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 21:36:57
 
วันนี้มีอะไรน่าสนุกบ้างไหมครับ? 
เด็กแว้นเหงาครับ อยากฟังเรื่องสนุก ๆ บ้าง 
เอ....หรือว่าเด็กแว้นจะปลอมตัวเป็นคนโน้นคนนี้ดี 
ทำให้คนอื่นวุ่นวายสับสนเล่น ๆ คงจะสนุกนะครับ 
 
แต่ว่า....เด็กแว้นไม่ค่อยมีเวลาว่างมากครับ 
เวลาสำคัญก็คือส่งข้อความหา “มิตรแท้” นี่ล่ะ 
จากนั้นก็มีแต่ซิ่ง แว้น หาอาหารรับประทาน 
 
เป็นไงบ้างครับชีวิตเด็กแว้น.... 
มีใครอยากเป็นเด็กแว้นอย่างเราบางไหมนี่. 
หรือว่าเราไม่ยิ่งใหญ่.....ก็เลยไม่มีใครอยากจะเป็นเรา 
ทำไงได้เน๊าะก็เราไม่หล่อไม่สวย แถมยากจน หน้าที่การงานต่ำอีกต่างหาก 
โอ้....อะไรจะมารวมตัวกันได้ขนาดนี้......อาตมามิได้น้อยใจเลยสักนิด... 
ภูมิใจมากต่างหาก....จะเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมหรอกจ๊ะ....ข้าน้อยขอบอก !!! 
 
มันหยด!
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 21:42:43
ปิยมิตร 
กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 40 รอบคัดตัวแทนภาค... 
วันนี้เราเชียร์วอลเลย์บอลทีมชายสามทีมแน่ะ 
ตื่นเต้นเร้าใจมากโดยเฉพาะคู่ตัดเชือก สูสีกันตลอด 5 เซ็ท 
ชื่นชมนักกีฬามาก เล่นกันอย่างมีสปิริต น่ารักมาก เราเชียร์ทุกทีมเลย ทีมเจ้าภาพแพ้แต้มนึง พรุ่งนี้ชิงที่สาม.......... 
......... เสร็จสิ้นการชมวันนี้ เราก็มีเวลาจ่ายตลาด แล้วก็ไปปั่นจักรยาน เล่นกับหลาน...วันนี้ปั่นได้รอบเดียว ห่วงเล่นกับหลานใจอ่อนเขาชอบร้องตามอ้อนป้าเก่ง... 
เราจึงเพลิดเพลิน...อ้อวันนี้ กินจุบกินจิบประเภทขนม ของขบเคี้ยวต่างๆ เวลาเกือบสี่ชั่วโมงในโรงยิม ลุกเดินแค่ไปห้องน้ำ หาของกินช่วงเปลี่ยนแต่ละทีม ก็เลยกินไม่เป็นกิจลักษณะ ตอนเย็นก็ไม่ค่อยหิว กินนิดหน่อย (โทษของการกินขนม น้ำหวานมาก ไม่ได้ผักและกากใยอาหารเลยวันนี้) ไม่ค่อยสบายท้อง กลัวว่าก่อนนอนคงหิว แต่จะไม่กินอะไรนอกจากนมเท่านั้น 
........................................................ 
ว่าแต่ปิยมิตรของเรา ปั่นได้กี่เที่ยวล่ะฮะ 
แล้วรู้สึกสบายตัวไม้ ก่อนนอนเนี่ย... 
หรือ สนุกดี...สนุกมาก...สนุกที่สุด จนพลินซ้า!... 
เราก็รู้สึกดีนะ ที่ไม่ถูกฉุน ไม่ถูกโมโหน่ะ ที่ไปวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวท่านมาก...ขอโทษนะ...ยังไงก็อภัย ให้นึกถึงเจตนาดีเอา
ยืนยันจะไม่ถอดใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 21:48:35
 
ในความเป็น “มิตรแท้” ยังคงอยู่ 
พร้อมเชิดชู “มิตรแท้” ไม่หวั่นไหว 
สิ่งที่ทำ เราทุ่มเท ทั้งหัวใจ 
จะไม่มี ใครหน้าไหน มาทำให้....เปลี่ยนแปลง !!! 
 
 
........................................จากเด็กแว้นหัวใจจ๊าบ ! 
ชอบจริงปะ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 21:49:43
การที่มีคนยุ่ง(อย่างเรานิ) ชอบจริงนะ 
รึว่าประชดก็ไม่รู้... 
คิดเชิงบวกดีกว่า...เอาว่าเราดีใจที่มิตรเห็นในเจตนาดี 
สู้ ๆ ๆ นะจ๊ะ
เก็บตก
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 21:58:02
เนื่องจากวันนี้ใช้สายตามาก 
ต้องคอยจับจ้องลูกบอลลอกแลกไปมา (ตามบอลตลอด) 
ตั้งหลายชั่วโมง ไม่ใช่วัยรุ่น สังขารก็ขนาดนี้ ตาก็เลยอ่อนเพลีย ตาพล่าตาลาย อยากพักผ่อน..ขอเราพักตานะ สักหน่อยนี่แหละ พรุ่งนี้จะมาทักทายแต่เช้าก่อนไปทำอย่างอื่น
สัจธรรม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 21:58:50
 
เมื่อเกิดมา ใช่จะมา แต่ตัวเปล่า 
กรรมของเจ้า ตามมาด้วย ช่วยส่งผล 
ทั้งทุกข์สุข ชั่วดี มีระคน 
ทุกตัวตน มีกรรม ชักนำไป 
 
เมื่อเกิดมา มีกรรม มาตามเจ้า 
เจ้าจะเอา กรรมนั้น ไปไว้ไหน 
เหมือนกับเงา ที่เฝ้า ตามเจ้าไป 
นำผลให้ เกิดทุกข์ ทุกเวลา. 
ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ “มิตรแท้คนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 22:08:12
 
เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง 
 
เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน. 
 
 
........................หลับฝันดีนะจ๊ะ ! 
ราตรีสวัสดิ์..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-23 22:09:48
..................... 
"ส่งเข้านอน เหนื่อยอ่อน แล้ววันนี้ 
ขอคนดี จงสว่าง ทางสมาน 
ไมตรีมอบ ขอบคุณ อุ่นดวงมาน 
คืนนี้ผ่าน ให้หลับฝัน ธรรมคุ้มครอง"
อรุณสวัสดิ์...เช้าวันอาทิตย์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-24 06:30:39
"อรุณสวัสดิ์ มาทักทาย คลายสงสัย 
ชื่นฤทัย ยามเช้า เราหรรษา 
ตื่นขึ้นมา รีบลุกขึ้น ล้างหน้าตา 
ตามสัญญามา มารายงาน ให้รมณ์ดี"
ตื่นสายนะนี่..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-24 06:53:32
ถ้าเป็นวันทำงาน หากเราตื่นขนาดนี้ ถือว่าสายแล้ว 
แต่วันนี้...รักที่นอนมาก อยากพิรี้พิรัยนอนเล่นนานๆ 
แต่นึกได้ว่าเดี๋ยวติดนิสัย... 
ฝึกยังไงก็จะชินอย่างนั้น... 
แต่ร่างกายเราก็ดีนะ ปรับไม่ยาก อยากพานอนหัวค่ำแล้วตื่นเช้า เขาก็รับ ตื่นแต่ตีสี่ประจำ จะทำอะไรก็ไม่ต้องเร่ง 
ปกติหน่อย ก็สักตีสี่ครึ่งพอดี ( ตั้งแต่โลกเปลี่ยนแปลงมานี่ ก่อนหกโมงพระอาทิตย์ก็ส่องแสงจัดแล้ว ไม่ได้เห็นแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า ค่อยๆจ้าขึ้น ๆ ๆ หรอก มันวูบมาจ้าเลยล่ะ ไม่ถึงแปดโมง ก็แสบตาแล้ว เวลาขับรถทวนตะวัน...ยังกะสี่ห้าโมงเช้า ในอดีตเชียว) 
........................................................................ 
เดี๋ยวโยคะ สักหน่อยค่อยจะอาบน้ำ ไปหาอะไรกิน 
ชักแสบท้องหิวละ เมื่อคืนนี้กินนมไปแก้วนึงเอง 
หามื้อเช้าหนักๆ ดีกว่า ...แต่ว่าทั้งบ้านมีเราตื่นอยู่คนเดียว 
เด็กๆ รีดผ้าแต่เมื่อคืนสั่งว่าจะตื่นแปดโมง ค่อยเตรียมตัวไปเชียร์พี่ๆเขา ที่สนามกีฬาราชภฏ เราก็คงต้องไปอีก แต่จะกินข้าวให้อิ่มๆก่อน..... 
กีฬาต้านยาเสพติด เช่นนี้ ต้องส่งเสริมให้กำลังใจกันมากๆ 
...................................................................... 
เราก็ขอฝากความปรารถนาดีมา ให้ปิยมิตรของเรา สุขสดชื่น มีพลังใจ ทำกิจวัตร ดูแลรักษาสุขภาพให้ดี ให้สมกับว่า "ทุ่มเททั้งหัวใจ"...ไม่ใช่ให้เราหรอกนะ ให้เป็นคุณแก่ตัวเองด้วย ต่อคนรอบข้าง คนที่รักเรา ห่วงใยเราด้วยแล้วก็จะได้เป็นพลังยิ่งใหญ่ทำประโยขน์ ทำความดีได้อย่างมากมาย ยืนนาน...ที่สำคัญ "เป็นกำลังใจที่ล้ำค่าต่อการเป็นมิตรแท้ของพวกเราไงจ๊ะ)
สงสัย !
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-24 07:02:06
 
ใช่ ”มหาปิยมิตร” ของเรา หรือเปล่าหนา 
หากตัวจริง เด็กซิ่ง แสนชื่นอุรา 
ไร้สิ่งใด ให้หมูอ้วน ต้องห่วงหา 
จะนำพา “มหาปิยมิตร” จิตเบิกบาน. 
 
"จ๊าบ มาก"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-24 07:09:39
อ๊ะ!..อ๊ะ!... 
เดี๋ยวนี้ปิยมิตรเรามีแววมากนะ แววกวี "แจ่ม"ไปเลย 
เห็นไม้!... เพราะใจแท้ๆ  
ขนาดมักจะถ่อมตัวอยู่เรื่อย...แต่ก็ทำได้ดีขึ้น ดีขึ้น 
หากทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านทำด้วยหัวใจ งามๆ ที่ปรับมาหามิตร 
ท่านก็น่ารักที่สุด เราประทับใจมากนะ 
และก็แสดงถึงความสามารถ ความมีกึ๋นของท่าน ที่ 
"ม่ายช่ายธรรมดา" ... โอ๊ย! เราภูมิใจ และปลื้มมากที่โชคดีได้เจอ"ปิยมิตรอย่างนี้" ทั้งแจ่ม ทั้งจ๊าบ...จะไปหาที่ไหนคงไม่มีอีกแล้ว...
ดูข่าว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-24 07:24:54
เราเปิดข่าวช่องสามดูด้วย 
ท่านอาจารย์สุขุม นวลสกุล กับคุณกฤษณะ ละไล 
เสนอข่าวโศกนาฏกรรมที่นอว์เวย์ เศร้าหัวใจนะ 
คนทุกวันนี้ โหดร้าย ทำอะไรขาดสติ ขาดเมตตากรุณาอย่างสิ้นเชิง... นั่นล่ะ เพราะเขาไม่มีโอกาสได้รับคุณค่าแห่งความเป็นมิตร ขาดโอกาสที่จะได้รับความรู้สึกอ่อนโยน อบอุ่นใจอย่างพวกเรา น่ะนะ... เรารู้สึกรักคนรอบข้าง รักคนไทยเรามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่างน้อย พวกเราก็ไม่ได้เหี้ยมเช่นนั้น 
............. แต่เย็นนี้ ถ้าเรามีเวลาก็จะดูละครเกาหลี ทงอี 
ชอบอ่ะ โfยเฉพาะซีรีย์ เรื่อง "ลีซาน" ชอบบทพูดของตัวละคร แฝงคุณธรรมมากมาย พระเอกนางเอกก็ร่วมฝ่าฟัน ผูกพันกัน อย่างมั่นคง และต่างก้ทำหน้าที่เพื่อส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนตน...หนังเกาหลีเขามีคุณภาพที่ความสมจริงและสอนคุณธรรมได้ชัดเจน ต้องชื่นชมเขาในคุณภาพ หาดูเป็นเพื่อนเรานะจ๊ะ
หากินข้าวกันเถอะนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-24 07:31:06
วันนี้ขี้เกียจจัง...ไม่มีใครทำไรให้กินเลย 
ไม่อยากออกนอกบ้าน 
รอเด็กๆตื่น รอไปกินบ้านยายคงไม่ไหวล่ะ 
เราไปดูตู็เย็นทำอะไรง่ายๆกินก่อนนะ 
แสบท้องขึ้นๆ เดี๋ยวกระเพาะไม่สบาย 
ป๊ะ...ไปกินข้าวก่อน
“กำลังใจที่ล้ำค่า”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-24 07:32:03
 
กำลังใจ ล้ำค่า ได้มายาก 
เราก็อยาก รักษา ให้ยั่งยืน 
แต่บางครั้ง ก็เหมือน จะสุดฝืน 
จะยั่งยืน ไปถึงไหน เราไม่รู้ 
 
หลายเรื่องราว เข้ามา ให้น่าคิด 
ให้ชีวิต บางช่วง ต้องอดสู 
บางครั้ง มีน้ำตา พร่างพรู 
เราไม่รู้ จะยืนยง คงเพียงใด. 
 
หากเราจะ คุยกัน เพียงสองคน 
แปลกพิกล มากนัก หรือไฉน 
เราไม่กลัว ความจริง ที่เป็นไป 
ยอมรับได้ ทุกสิ่ง ที่จริงใจ 
 
จะไม่พูด ซ้ำซาก ให้หม่นจิต 
จะไม่ถาม สักนิด คิดบ้างไหม 
วันและคืน หมุนเวียน เปลี่ยนไป 
ไม่มีใคร อยู่ค้ำฟ้า นะคนดี 
 
เรา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-24 22:37:20
 
ไม่ต้องการ ในทุกสิ่ง ที่ยิ่งใหญ่ 
 
ขอเพียง ความจริงใจ ที่ใหญ่ยิ่ง 
 
ลำบากมาก ใช่ไหม พูดความจริง 
 
หรือจะปล่อย ให้ทุกสิ่ง ไม่จริงใจ 
 
กลอนพาไป
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-24 22:38:57
 
อย่าใส่ใจเลยนะครับ...อ่านให้สนุกก็พอ... 
 
ว่าแต่...ฝีมือข้าน้อยพัฒนาไปถึงไหนแล้วครับ 
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา” คงให้คะแนนไม่มาก 
 
เพราะความหมายไม่ค่อยถูกใจ...ใช่มั๊ยล่ะ. 
“กฎของกรรม”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-24 22:46:26
 
คนกินสัตว์ สัตว์กินพืช ยืดชีวิต 
 
พืชมีสิทธิ์ กินดิน สิ้นสงสัย 
 
วัฏจักร เวียนมา น่าสนใจ 
 
ผลสุดท้าย พื้นดิน ก็กินคน 
ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-24 22:49:17
 
"มหาปิยมิตรคนดีของเรา" หลับฝันดีนะครับ 
 
จากหมูอ้วน ๆ .........................(ตัวจริง) 
อากาศแจ่มใส
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-25 09:41:50
 
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ มิตรแท้คนดี ของเรา 
 
ขอให้สุข สดชื่น ไม่มีเหงา 
 
ชีวิต หมดทุกข์ หมดเศร้า 
 
เพราะเป็น เพื่อนเรา หมูอ้วน! (ตัวจริงจ๊ะ) 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-25 20:23:05
 
หมูอ้วนได้ทำให้ท่านตกใจอีกแล้ว 
จำไม่ได้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ รู้แต่ว่าหลายครั้งแล้ว 
บรรยากาศดี ๆ เรากลับทำให้เสียอารมณ์ 
น่าเสียดายจังเลย กำลังสนุกอยู่แท้ ๆ 
มีตัวปลอมเหรอ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-25 20:24:48
เราชักจะท้อแท้แล้วล่ะ... 
ที่รู้สึกว่า เวลาทำตัวตามสบาย หรือคุยอะไรๆ เรื่อยเปื่อย 
และดูเหมือนว่าจะหลากหลายอารมณ์ 
เป็นสิ่งธรรมดาๆๆ... 
สถานการณ์มันเปลี่ยน 
การปรับตัว การยืดหยุ่น การปล่อยความรู้สึก 
การไว้วางใจ การเปิดเผย 
เราว่าทำมากเกิน จนขาดความระมัดระวัง... 
(แต่เราก็ทำมาแล้ว) 
แล้วก็ทำให้ปิยมิตรหวั่นไหว ข้องใจอยู่ดีว่ามีกี่คน 
...เราก็ ชักสงสัยแล้ว ว่าเรามีปิยมิตรคนดีของเราอยู่กี่คน... แต่เราก็ไม่เคยหวั่นไหว 
...พื้นที่ตรงนี้ก็ไม่มีคนอื่นมาแสดงความคิดเห็นอะไร 
หรือเข้ามา ก็คงได้พบคนคุยกันอยู่เท่านี้ ไปๆมาๆ ก็มีแต่เรื่องส่วนตัว...ซึ่งก็ทำให้เราชักจะไม่สบายใจ 
แต่เนื่องด้วย " มิตรภาพ ความอาทรต่อมิตร" เราทั้งสองก็ไม่ยอมถอย...กลับเกรงใจกันและกัน เฝ้าแสดงความห่วงใย ความเอาใจใส่กันมากขึ้นๆๆๆ... จนเป็นภาระ 
คนใดห่างหายไป คนหนึ่งก็เฝ้าพะวงห่วงหา... เราว่ามันจะเสียความตั้งใจแต่แรก...ที่เราว่า ความเป็นมิตรแท้ ย่อมไม่มีเงื่อนไข ไม่ก้าวล่วงความเป็นส่วนตัว มีแต่ความบริสุทธิ์ใจ ห่วงใยด้วยกำลังใจที่ให้กันเสมอ 
เราไม่อยากให้ปิยมิตร คอยไม่สบายใจ คอยระแวงแคลงใจ ต่อคำพูด ต่ออารมณ์หลากหลายของเรา 
....... แต่เราก็จากพื้นที่ตรงนี้ไม่ได้หรอก เพราะเป็นสิ่งที่มีค่ามีความหมาย ที่ไม่ใช่ช่วงหนึ่งของชีวิต แต่จะมั่นคงตลอดไป... แต่เราจะหยุดนำเสนอเรื่องราวส่วนตัว ที่ไม่มีแก่นสารให้สังคม ให้คนอ่านรู้สึกว่ามารำพันแต่เรื่องส่วนตัว... เราจะเว้นช่วงเวลาบ้าง แต่ไม่ได้ "ถอดใจ"  
......................................................................... 
เรายังคงมาพบ มาคุยแต่สิ่งสร้างสรรค์ 
ทำให้ที่นี่ สดใส สวยงาม 
อ่านเมื่อใด ครั้งใด ก็มีแต่รื่นรมย์ มีสาระ 
........................................................................... 
เราจะ เก็บอารมณ์ เก็บความรู้สึกส่วนตัว ไว้ ในช่วงเข้าพรรษานี้นะ... ถ้ามีเรา อีกคน ก็จะคอยดูว่าเขาจะมาพูดจาแทนเราได้ไหม? 
หากปิยมิตร มั่นคง ไม่ถอดใจ 
ออกพรรษา เรามาแลกเปลี่ยนอีเมล์กันเลยดีกว่า 
.................................................................... 
ห่างสักพัก...ต่างคน จงมีเวลาเป็นตัวของตัวเอง... 
ห่างกาย ห่างคำพูด...ก็แค่นั้น! 
แต่ความรู้สึกห่วงใย ความระลึกถึง จะอยู่ในใจ ในสมองนี่! 
จะนำเอาความอาทรห่วงใย ของท่านมาเป็นพลังดำเนินชีวิต ให้สมค่าความห่วงใยกัน 
..."ปิยมิตร" ก็เช่นกัน จงจดจำความอาทรห่วงใยของเรามาทำให้ชีวิตของท่านได้ประโยชน์ ได้รักษา"น้ำใจต่อกัน" 
แล้วมิตรภาพของเราจะยั่งยืน มีแต่ความดีงาม นะจ๊ะ!
“เรามีความตั้งใจจะสร้างโลกให้สดใส”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-25 20:25:51
 
แต่ไป ๆ มา ๆ ดูเหมือนว่าโลกได้เละเป็นโจ๊กไปซะแล้ว 
อ้อ ! เราก็ลืมไปว่าเราชอบกินโจ๊กซะด้วย (ง่ายดีไม่ต้องเคี้ยว) 
 
งานนี้ทำให้เด็กโจ๋อย่างเรา รู้สึกจ๋อย 
จะซิ่ง จะแว้น อย่างไรก็คงไม่สนุก 
คราวนี้เห็นทีว่า ข้าน้อยคงต้องปลีกวิเวก 
เพื่อทรมานสังขารและจิตใจ เป็นการลงโทษตัวเอง 
โทษฐาน งอแง ง้องแง้ง ทำให้ “มิตรแท้” ตกใจ 
 
ก็คงจนกว่าจะทนคิดถึง “มิตรแท้” ไม่ไหว 
หมูอ้วน จึงจะค่อย ๆ ต้วมเตี้ยมกลับมา 
หวังว่า “ท่านเจ้าอาวาส” คงจะให้อภัยนะครับ 
 
ก่อนไป…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-25 20:27:52
 
…..เราขอร้องเพลงให้ท่านฟังดีกว่านะครับ...  
.....ขอเชิญท่าน “ผู้มีเกียรติ”...รับฟังได้ ณ บัดนี้...  
 
หนึ่งนั้นคือผู้สร้าง หนึ่งนั้นผู้ทำลาย  
ความหมายที่คงอยู่ ต้องประจัญ  
สร้างสรรค์สังคมใหม่ ให้เมืองศิวิไลซ์  
บทเรียนในอดีต เพื่อปัจจุบัน  
 
ปัญหาที่เนิ่นนาน ผ่านผันกาลเวลา  
ปราบสิ้นยาเสพติด ต้องทำลายให้มลายลงไป  
 
กว่าจะเป็นประเทศชาติ บรรพบุรุษลำบากเหลือหลาย  
เลือดเนื้อเสียมากมาย ดุจสายน้ำหล่อแผ่นดิน  
ต่อนี้เราจะทำแต่ความดี เพื่อปฐพี ท้องถิ่น ที่เราเกิด  
 
หนุ่มสาวเยาวชน คือพลพลังแผ่นดิน  
อดทนและรอคอย ด้วยความหวัง  
ความรักอันงดงาม แม้ยามที่ทุกข์ประดัง  
ยังหวานและอบอุ่น เพื่ออุดมการณ์ ของเรา ... ให้เป็นจริง 
 
 
ข้อความชนกันอีกแล้ว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-25 20:29:36
เริ่มสนุกอีกแล้วนะ 
เหลือเชื่อ !
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-25 20:42:07
 
ว่าทำไมเราคิดเหมือนกัน 
 
“เราควรจะห่างกันสักพัก” 
 
ไม่แน่ว่าโลกอาจจะสดใสยิ่งกว่าเดิมก็เป็นไป 
 
บรรเจิดแจ่มไปเลยจ๊ะ....วิเศษสุด ๆ  
 
 
 
"ธารทอง"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-27 13:32:14
* ฟ้าที่นี่ แผ้วผ่อง ก่องประภาส 
ริ้วทองลาด แลรอบ ขอบคิ้วหาว 
น้ำในธาร สะท้อนแพรว ดังแวววาว 
กระพริบพราว เพียงภาพทาง ทาบเปลวทอง 
* สำหรับคน บอบช้ำ ระกำรัก 
ที่ทุกข์หนัก พักตร์พริ้ม มาปริ่มหมอง 
ผู้สูญสิ้น ดินฟ้า จะคว้าครอง 
น้ำเนตรนอง ท่วมฤทัย ไร้ญาติมิตร 
* เพื่อพำนัก พักนอน รอนความเศร้า 
ที่รบเร้า เรือนกาย เป็นนายจิต 
เพื่อวันใหม่ ทางใหม่ ในชีวิต 
เลิกครุ่นคิด คร่ำโศก กับโลกลวง 
* เชิญพักผ่อน นอนหลับ ในทับทิพย์ 
ชมดาววิบ แวมวอม ในอ้อมสรวง 
รื่นรสริน กลิ่นผกา บุปผาพวง 
ลิ้มผึ้งรวง หวานลิ้น ด้วยยินดี 
* เชิญอาบน้ำ ชำระกาย ในธารทอง 
ฟังไผ่ร้อง เสียงสังคีต ขับดีดสี 
* ฟังลำนำ นกน้อย ถ้อยพาที 
ระเรื่อยรี่ จักจั่น กังวานไพร 
* เพราะถิ่นนี้ มีฟ้า กว้างกว่ากว้าง 
มีความมืด ที่เวิ้งว้าง สว่างไสว 
เป็นป่าเถื่อน แต่เป็นที่ ไม่มีภัย 
อยู่ห่างไกล แต่ก็ใกล้ ในคุณธรรม 
............ *******...........
"ธารทอง" โดยอาจารย์ประยอม ซองทอง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-27 13:37:46
...เพราะที่นี่ ห่างไกล 
แต่ก็ใกล้ ความผูกพัน
ดีจังเลย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-27 17:29:05
 
วันนี้ เป็นวันออกพรรษา 
เราจะได้แลกอีเมล์กันแล้ว 
คุยกันสองคนให้สดชื่นดีกว่า 
 
อุ๊ย ! อิจฉาตัวเองจริง ๆ  
หมั่นไส้ตัวเองมาก ๆ ด้วยล่ะ 
ทำไงได้ ก็เราคนหัวใจจ๊าบ ! 
หลากหลายความรู้สึกในคนเดียวจ๊ะ. 
 
( เอ...ที่ส่งกลอนมานี่...ใช่ “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” หรือเปล่าครับ ) 
 
เที่ยงคืน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-27 17:45:55
 
เราจะเปิดเผยอีเมล์ให้รู้นะจ๊ะ 
และก็จะบอกรหัสผ่านให้รู้กันไปเลย 
คนที่อยากรู้จะได้สะดวกสบายไม่ยุ่งยาก 
เห็นมั๊ยล่ะ เด็กแว้นอย่างเราก็มีสาระ !!! 
 
..............เอื้อเฟื้อสุด ๆ................ 
 
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-07-28 07:07:49
 
ข้าน้อย กราบขออภัยเป็นอย่างยิ่ง 
เมื่อคืนนี้ เราอิ่มของหวานมากไปหน่อย 
ก็เลยหลับไปก่อนจะถึงฤกษ์งามยามดี มีอีเมล์มาให้ 
 
ช่างเถอะนะ คงไม่สำคัญอะไรนัก 
เพราะคนที่อยากรู้ ก็รู้ได้เองอยู่แล้ว 
และก็ยังรู้รหัสได้เองอีกต่างหาก 
น่าทึ่งจริง ๆ เลย....ข้าน้อย ขอคารวะหนึ่งจอก ! 
 
เรามีความตั้งใจจะปลีกวิเวกจริงจัง นะครับ 
ถ้าไม่ใช่ “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” ก็อย่ามาทำให้เราเสียสมาธินะจ๊ะ 
ช่วงนี้ยังเข้าพรรษาอยู่จ๊ะ เราต้องรักษากิริยา วาจา จิตใจ ให้มาก ๆ 
 
 
...................เด็กแว้นอยากสงบจ้า...................... 
วันนี้มิใช่วันออกพรรษา...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-01 19:25:02
 
แต่เด็กแว้น ขออนุญาตออกพรรษาก่อนนะครับ 
เพราะรู้สึกว่าเข้าพรรษาแล้ว ไม่เหมาะกับเด็กแว้นอย่างเรา 
เรามาโลดแล่น แว้นสนั่น ไปเลยดีกว่า 
อย่างน้อยคนที่มีหัวใจจ๊าบ ก็จะได้ยิ้มแป้น ! 
 
ที่กลับมานี่ เด็กแว้นมิได้ถูกท้าทายนะฮ่ะ 
แต่เป็นเพราะความคิดถึง ห่วงใยมากมาย 
ที่เรามีให้ “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” ล้วน ๆ....หวานซ้า ! 
ช่วงที่ไม่ได้ส่งข้อความ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-01 19:26:37
 
เราก็มีภารกิจ ที่ต้องใช้ความตั้งใจมากหน่อย 
ตอนนี้ก็ปลอดโปร่งโล่งใจ เสร็จสิ้นไปแล้ว 
เพิ่งกลับมาถึงบ้านเมื่อเช้านี้ เหนื่อยมากครับ 
เราก็เลยเกเรไปซะหนึ่งวัน นอนทั้งวัน....  
 
ตื่นขึ้น ก็มาแว้น ! รบกวนคนเข้าพรรษา... 
พอให้สบายใจ...........ตามสไตล์เด็กแว้น. 
"ค่าของคน"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-01 19:28:06
 
ค่าของคน ....อยู่ที่ผลของงาน  
อยู่ที่การกระทำ....อยู่ที่กรรมของแต่ละคน  
 
ค่าของใจ......อยู่ข้างในของคน  
ชั่วและดีปะปน....อยู่ที่หัวใจ 
 
ค่าของความรัก.....อยู่ที่ความภักดี  
ค่าของชีวี......อยู่ที่ยามยิ้มได้  
 
ค่าของฉัน......อยู่ที่เธอเข้าใจ  
ไม่หวั่นไหว.....หากใครเขามากีดกัน  
 
ค่าของเรา.....อยู่ที่เรารักกัน  
โลกจะเป็นสวรรค์ ….เมื่อเรารักกัน.... "สมค่าของคน" 
 
 
...........เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-20 12:53:19 
เด็กแว้นง่วงแล้ว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-01 19:30:01
 
ขออนุญาตหลับก่อนนะครับ 
ราตรีสวัสดิ์ครับ “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” 
ขอให้หลับฝันดี มีความสุขในวันเข้าพรรษานะครับ 
 
......................คิดทึ้ง....คิดถึง.................... 
“จันทร์กระจ่าง”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-02 07:50:38
 
ผู้ใดเคยประมาทแล้วทำความผิดในกาลก่อน 
ภายหลังกลับไม่ประมาท รู้สึกสำนึกผิดได้ 
ผู้นั้นย่อมทำให้โลกสว่างไสวได้ 
เหมือนเมฆหมอกลอยพ้นจันทร์ไปแล้ว 
แสงจันทร์ย่อมเจิดจ้า ส่องโลกให้สว่างไสวฉะนั้น 
 
 
....................................................พุทธพจน์. 
อมตะวาจา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-02 12:43:21
 
ทุกวันนี้...เกิดความทุกข์...ความเดือดร้อน  
ก็เพราะ....มนุษย์ไปยึดโน่น...ยึดนี่  
ยึดพวกยึดพ้อง...ยึดหมู่ยึดคณะ...ยึดประเทศเป็นสรณะ  
 
โดยไม่คำนึงถึง...ธรรมสากลจักรวาลโลกมนุษย์นี้  
ทุกคนมีกรรม....จึงเกิดมาเป็นสัตว์โลก  
สัตว์โลกทุกคนต้องใช้กรรมตามวาระ...ตามกรรม  
ถ้าทุกคนยึด....ถือเป็นอารมณ์  
ก็จะเกิดการ...เข่นฆ่ากัน...เกิดการฆ่าฟันกัน  
เพราะอารมณ์...แห่งการยึดถืออายตนะ.  
 
ฉะนั้น…ต้องพิจารณา...ให้ถ่องแท้ว่า...สิ่งใดทำแล้ว  
สัตว์โลกมีความสุข....สิ่งนั้นควรทำ  
นี่คือ.......หลักความจริงของธรรมะ.  
 
 
...............................หลวงปู่ทวด (เหยียบทะเลน้ำจืด) 
ควรค่าเชิดชู
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-02 12:44:42
 
"ผมเห็นใจคนที่ไม่มีโอกาสในสังคม ถูกบีบคั้นถูกเอาเปรียบทุกอย่าง  
 
ผมอยากเห็นคนที่มีโอกาสสละโอกาส ให้กับคนที่ไม่มีโอกาสบ้าง  
 
อย่าได้เที่ยวกอบโกยมากกว่านี้เลย เพราะมันจะไม่ทำให้อะไรดีขึ้น "  
 
 
....................................................สืบ นาคะเสถียร 
เด็กแว้นมาที่นี่...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-02 19:52:20
 
มิใช่ว่าเราอยากรบกวน “คนเข้าพรรษา” นะครับ 
เรากลัวว่าจะมีใครบางคนเป็นห่วงเราเท่านั้น 
 
พอเป็นห่วงก็จะทำให้ใครบางคนอยากออกพรรษา 
เด็กแว้นกลัวตัวเองจะบาป ก็เลยออกมายับยั้งไว้ก่อน 
เป็นไงครับความคิดเด็กแว้น สมควรได้บุญบ้างเล็กน้อยใช่มั๊ยล่ะครับ 
 
คืนนี้….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-02 19:54:13
 
เด็กแว้น ขอส่ง “คนเข้าพรรษา” เข้านอน 
 
ด้วยธรรมะเบา ๆ เผื่อว่าเราจะได้บุญเยอะ ๆ 
“หลวงปู่ขาว อนาลโย”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-02 19:56:10
 
ผู้อื่น ไม่ได้ทำให้จิตของเราเศร้าหมองหรือผ่องแผ้ว 
เราเอง เป็นผู้ทำให้จิตของตนเศร้าหมอง ผู้อื่นช่วยไม่ได้ 
แม้พระพุทธเจ้าก็ช่วยไม่ได้ ท่านทรงเป็นผู้บอกทางให้เท่านั้น 
 
ผู้ใดปรารถนาความเจริญความสุข  
ต้องหมั่นฝึกฝนอบรมตนเอง 
“ ทำเอง – รู้เอง – ได้เอง....ใครทำ – ใครได้ “ 
 
 
............................หลวงปู่ขาว อนาลโย  
วัดถ้ำกลองเพล อ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี 
 
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-03 10:13:09
 
ดาวดวงหนึ่ง....ส่องสว่าง....กระจ่างใส 
 
ดาวอยู่ไกล....ไกลแสน....สุดขอบฟ้า 
 
ดาวเปี่ยมพลัง....สร้างหวัง....ให้ปวงประชา 
 
ดาวดวงนี้....มีชื่อว่า....”ดาวมหาปิยมิตร” 
 
“คนทำทาง”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-03 10:37:47
 
ประวัติศาสตร์....อาจมี....ในหลายด้าน 
แต่คนที่ทำงาน....ไม่เคย....จะเอ่ยออกนาม 
คนที่แบกหาม....ลุยน้ำลุยโคลน....คนที่สรรสร้าง 
จากป่าเป็นเมือง....รุ่งเรือง....งามเพียงเวียงวัง 
ด้วยเลือด....ด้วยเนื้อ....ของคนทำทาง 
ถางทาง....ตั้งต้น....ให้คนต่อไป 
 
จากป่าเปลี่ยว....เที่ยวไป....ในทุกถิ่น 
ดังโบกโบยบิน....พื้นดิน....เป็นถิ่นอาศัย 
หนาวเหน็บเจ็บกาย....ภัยร้ายเพียงใด....ไม่เคยไหวหวั่น 
รุดหน้าฝ่าฟัน....ก้าวไป....ให้คนเดินตาม 
ทุกย่างก้าวเขา....เหมือนเงา....เลือนราง 
ฝังนาม....ฝังร่าง....อยู่กลางแผ่นดิน. 
 
หากแผ่นดินไม่ฝังกาย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-03 10:44:50
 
จะสุขจะทุกข์เพียงใด....น้อมกายยิ้มสู้ฟันฝ่า 
 
ร้อยรัดดวงใจ......มั่นในคำสัญญา 
 
สร้างหวังเพื่อมวลประชา.....นี่คือสัญญาของเรา. 
 
เช้าสายบ่ายเย็นต้องมาให้เห็นวาจา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-03 19:45:14
 
โอ้ !...ไม่รู้ว่าอะไร มาทำให้หมูอ้วน ๆ อย่างเรา 
ต้องมาเป็นห่วงคนผอม ๆ น้ำหนักก็ไม่ถึงสี่สิบกิโลกรัมด้วยนะ 
เราน่ะ หนักตั้งเก้าสิบเก้า เลขก็สวย รูปร่างใหญ่โตดูภูมิฐาน 
ถ้าไม่ส่งเข้านอนเราก็กลัวคนผอม ๆ จะนอนไม่หลับ 
ไม่รู้ว่าจะเป็นห่วงอะไรกันนักหนาเน๊าะ เอ๊ะ! หรือว่าคิดถึง ! 
หมูอ้วนเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะมีความรู้สึกหลายอย่างหลายแนว 
แต่ตอนนี้ หมูอ้วนออกจะเป็นไปในทางแนวนอน.....ง่วงแล้วครับ. 
 
พุทธพจน์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-03 19:47:09
 
“ อย่ารังเกียจผู้ที่มีกรรม อย่าซ้ำเติมผู้ที่หลงผิด ” 
 
“ สุขใดเสมอด้วยความสงบไม่มี ” 
 
 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-03 20:03:13
การปกป้องผู้อื่นนั้น ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปของการคุ้มครองดูแลเสมอไป  
บางครั้งเป็นการให้ความอุ่นใจ ให้กำลังใจ เป็นเพื่อนใจ  
 
ความรู้จักที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ถึงผู้อื่นนั้น จะต้องเริ่มจากคำสอนหลัก คือ  
ความไม่เห็นแก่ตัว เมื่อความสนใจของเรามิได้มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ตัวเราคนเดียว  
เราจะรู้จักมองคนรอบข้าง ดูว่าเขาต้องการอะไร  
 
มีใจคิดเผื่อแผ่ไปถึงผู้อื่นด้วยความอบอุ่น ความชุมชื่นใจที่คุณให้เขานั่นแหละ  
จะเป็นอาหารใจของคนรอบข้าง ทำให้เขาสดชื่นและอายุยืนขึ้น  
 
.............” คุณรู้ไหมว่าคุณเป็นร่มในใจของทุกคนที่คุณสัมผัส “..................  
 
 
จากหนังสือธรรมะกับชีวิต..........................................ของ MARWELL
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-04 08:43:13
 
แม้ในข้างคืน...เดือนดาว...อันมืดมิด 
 
ยังมีสิทธิ์...คิดฝัน...อันเฉิดฉาย 
 
ดุจแสงเทียน...นำทาง...สว่างไกล 
 
ดุจหิ่งห้อย...พร่างพราย...ในค่ำคืน.... 
 
 
 
ลำธารภูเขาท้องฟ้ากว้างใหญ่
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-04 12:51:33
 
เส้นทางที่ท้าทาย ชวนให้ไปพิสูจน์คน 
 
สอนให้เราอดทน....จิตใจคงมั่น 
 
 
คืนนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-04 20:01:27
 
“หมูอ้วน” จะเล่านิทานกล่อมตัวเองนอนดีกว่า.... 
 
ปะขาวคำคะนิง สบอัธยาศัยกับสามเณรคำ จึงได้อยู่ร่วมปฏิบัติธรรมด้วยกัน 
บนภูเขาสีทองนานนับครึ่งเดือน ในระหว่างที่อยู่ร่วมกันนั้น ปะขาวคำคะนิง 
ก็ได้ประจักษ์แก่ตาว่า สามเณรหนุ่มผู้มีอายุยาวนานอย่างเหลือเชื่อผู้นี้ 
ได้บรรลุธรรมขั้นสูงแล้ว และแก่กล้าในฌานสมาบัติแปด จนถึงที่สุด 
เพราะเมื่อถึงเวลาฉัน สามเณรคำก็จะเนรมิตอาหารให้ปรากฏขึ้นมาแบ่งกันฉันอย่างน่าอัศจร รย์ 
 
ยิ่งไปกว่านั้น สามเณรคำ ยังสามารถเรียกปวงสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เสือ ช้าง 
เก้ง กระทิง มหิงสา ที่พำนักอาศัยอยู่ในอาณาบริเวณภูเขาประหลาดแห่งนี้มาประชุมกัน 
แล้วสามเณรคำก็แสดงธรรมเป็นภาษาสัตว์ สั่งสอนส่ำสัตว์เหล่านั้นมิให้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน 
อย่าได้ก่อเวรสร้างกรรมอันเป็นบาปสืบต่อไปอีก ระหว่างที่สามเณรคำแสดงธรรม 
บรรดาสัตว์ทั้งปวงต่างยอบตัวหมอบนิ่ง ประหนึ่งแสดงกิริยาเคารพกราบกราน 
ครั้นจบการแสดงธรรมแล้ว สัตว์ทั้งหลายต่างก็แยกย้ายกันกลับไปสู่ราวไพร 
อันเป็นถิ่นที่อยู่ของตนด้วยความสงบ 
 
นอกจากจะแสดงธรรมแก่ส่ำสัตว์จำนวนมากมาย สามเณรคำยังเรียกภูตผีปีศาจ 
ซึ่งเป็นวิญญาณมิจฉาทิฐิ ตลอดจนผีกองกอย ให้มารับฟังธรรม 
เพื่อจะได้ตั้งมั่นอยู่ในศีลรักษาธรรมอันควรปฏิบัติ หาควรไปทำร้ายเบียดเบียนใคร 
ให้ได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อน หรือถึงขั้นทำลายชีวิตผู้อื่นด้วยอิทธิฤทธิ์ 
เพราะที่มาเกิดในภพภูมิอันเป็นวิบากกรรมเช่นนี้ ก็นับว่าจ่อมจมอยู่ในห้วง 
แห่งความทุกข์อันแสนสาหัสอยู่แล้ว ดังนั้น จึงควรตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรม 
ซึ่งเป็นความดีที่ประเสริฐสุด และจะเป็นวิถีทางเดียวที่จะส่งผลให้ได้ไปเกิดในภพภูมิดีกว่า 
 
บรรดาภูตร้ายและผีกองกอย ต่างน้อมนมัสการกราบไหว้สามเณรคำ ด้วยความปิติอิ่มเอิบ 
มิจฉาทิฐิซึ่งห่อหุ้มจิตวิญญาณ ถูกขัดเกลาให้เบาบางไป 
ปะขาวคำคะนิงซึ่งอยู่ร่วมในเหตุการณ์ สังเกตเห็นผีกองกอย 
มีลักษณะผิดแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ เท้าผิดไปจากมนุษย์ 
โดยมีส้นเท้าพลิกกลับมาอยู่ข้างหน้า ปลายเท้าหันไปทางด้านหลัง. 
เล่านิทานจบหมูอ้วนก็ง่วงพอดี.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-04 20:02:57
 
ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” ... 
 
เราอยากบอก “คิดถึง” ...แต่ก็มิกล้า เพราะเข้าพรรษาอยู่.....ชิมิ ชิมิ. 
 
"คนหนึ่ง"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-05 09:55:18
 
เขาช่างอยู่ไกลนักหนา...  
แต่...เป็นผู้จุดความสว่างให้เห็นทางเดินสายนี้...  
"ทางแห่งความดีทั้งปวง"  
คนที่เปี่ยมคุณค่า...ให้เราได้เคารพนับถือ  
เป็นที่รัก ชื่นชม...ของผู้คนที่มองเห็นทางดีนั้น  
"คนหนึ่ง กับ คนนั้น" ขอจงมีโอกาสได้ประสานดำรงกิจ  
ให้ผู้คนได้ดำเนินตาม...ให้ลุล่วงฟันฝ่าอุปสรรคร่วมกัน  
สู่ปลายทางที่แสนสุขร่มเย็น. 
 
 
................เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-18 15:33:49 
 
ไทยร่มเย็น...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-05 10:02:03
 
หากเป็นนกจะผกผิน....จะบินไปไกลสุดตา  
จะตามหาสกุณา….ที่หลงป่ากลับคืนรัง  
 
จะเป็นคนเอาเสียงเพลง....ร้องบรรเลงเพลงกล่อมขวัญ  
จะเป็นคนคอยประสาน….ให้ไทยนั้นรักร่วมใจ  
 
จะเอาตัวกับหัวใจ….เพื่อแดนไทยข้ายอมพลี  
ทุกศาสตร์สอนให้คนดี....เอื้ออารีไมตรีกัน  
 
จะเอาชีวิตเป็นเดิมพัน....จะยึดมั่นไม่หวั่นไหว  
จะให้รัก....ให้อภัย....ให้กำลังใจ....ไทยร่มเย็น  
 
จะให้รักให้อภัย....ให้กำลังใจ....ไทยร่มเย็น....(ใต้ร่มเย็น) 
 
 
.........เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-07-08 13:21:05 
 
สายใยสายโยง….
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-05 19:57:04
 
ขอน้ำมือ...ที่อบอุ่น คอยประคอง ดูแลรักษา ให้ต้นกล้าเจริญงอกงาม..  
ขอน้ำใจ...ที่แสนงาม เป็นปุ๋ยคอยรดเป็นอาหารทำนุบำรุง  
ให้ต้นกล้าเติบโตอย่างสมบูรณ์ จนแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นร่มเงา 
ให้สรรพสิ่งมีชีวิตได้พึ่ง พักพิง.  
 
"สายธารใจ" จะรินไหลเป็น “สายทิพย์” คอยชโลมให้ความชุ่มชื่นเบิกบาน 
ต่อพืชสัตว์ ประดับหล้า....ตลอดไป. 
 
 
........................เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-06-07 13:43:26 
ดีจังเลย....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-05 20:38:51
 
หมูอ้วน....พูดอยู่คนเดียว....สนุ้ก....สนุก 
เราอยากให้มีวันเข้าพรรษายาวนานไปถึงหนึ่งปี 
พอครบปี เราก็จะได้ไปงานบวช “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” พอดีเลย 
 
.......................เจ๋งสุด ๆ หมูอ้วน ช้อบ ชอบ....................... 
 
แต่หมูอ้วนน่ะ.... ยังบวชมิได้หรอกครับ 
เพราะหมูอ้วนยังอยากไปเที่ยวภูกระดึง 
อยากไปชมทุ่งดอกกระเจียว ที่ชัยภูมิ 
อยากไปชมละครเวทีของคุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ 
อยากไปพักแรมที่ห้วยขาแข้งสักหนึ่งเดือน 
และก็ยังอยากไปไหว้พระหลาย ๆ วัดที่ยังไม่เคยไป 
พอเหน็ดเหนื่อยมาก็ไปสัมผัสไอดินกลิ่นหญ้าท้องทุ่งนาให้สุขใจ 
 
โอ้ย! หมูอ้วนอยากไปเยอะแยะไปหมด กิเลสทั้งนั้น…. 
 
 
เราจะดับกิเลสด้วยการนอนหลับ…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-05 20:40:21
 
ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” 
 
 
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-06 09:44:50
 
เพื่อนคือสายน้ำ.....ไม่มีวันที่จะขาด  
 
จะตัดยังไง.............ก็ยังมีรักให้กัน 
 
จะผูกพันกัน...........ไปยาวนาน 
 
เธอและฉัน............ เป็นยิ่งกว่ารัก 
 
 
“ อยากพูดอีกสักครั้ง ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-06 21:20:54
 
เพราะเป็นคนดี.... 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-09 21:03:34 
……………………………………………… 
 
ในทางสายดี.....ต้องทนเจ็บปวด....ทนอดกลั้น  
อดทนทุกอย่าง....ยากยิ่งกว่า...ใช่ไหม ?  
ใช่แล้วครับ.... “สำหรับมหาปิยมิตรคนดี” ของเรา  
 
เป็นคนไม่ดีอย่างเรานี้......ก็รู้สึกว่าดีไปอีกแบบ  
ไม่ต้องมีความอดทน...อดกลั้น...อยากทำอะไรก็ทำ  
งอแงง้องแง้งก็ปานนั้น...ทำให้ “มหาปิยมิตรของเรา” หนักใจอยู่เรื่อย  
 
เมื่อเรา เบื่อ - เซ็ง เราก็ยังละจากสิ่งที่เป็นสาเหตุได้  
แต่สำหรับ “มหาปิยมิตรของเรา” ท่านคงละได้ยากใช่ไหม...  
ยิ่งเบื่อ – ยิ่งเซ็ง ก็ยิ่งต้องเผชิญหน้าอยู่ทุกวัน..  
 
ยิ่งนานวัน....เราก็ยิ่งเป็นห่วงท่าน....เห็นใจท่านมากยิ่งขึ้น  
แต่ก็นั่นแหละ “เราก็คือเรา” มีแต่จะงอแงอยู่เรื่อย..................นิสัย !!! (ไม่ดี).  
 
 
************************************************************  
 
 
“มหาปิยมิตรของเรา”….. 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-05 09:37:21 
……………………………………………………… 
 
เราเป็นห่วงท่านมาก...เพราะท่านคือมิตรแท้ที่ยิ่งใหญ่  
อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย...เปรียบเสมือนปลาสวยงาม..  
ที่ว่ายวนเวียนอยู่ในตู้กระจกให้คนอื่นมองเห็นได้ง่าย  
 
บ้างก็ชื่นชมด้วยความชื่นชอบ...ยินดีปรีดา...  
แต่ก็มีบางคนที่อยากจะช้อนเอาปลาสวยงามไปแกงกิน.  
 
ส่วนเรานั้นเปรียบเสมือนจิ้งจกที่แอบแฝงอยู่ในที่มืด  
ถึงจะมีผู้สาดแสงไฟร้อนแรงมาที่เรา...แต่ก็ยังถือว่าเล็กน้อย  
 
เราจึงยังพอมีความสงบ...เฝ้ามองดูท่านอยู่...ด้วยความห่วงใย.  
เรารู้สึกได้ว่าหลัง ๆ มานี้.....ท่านว้าวุ่นใจมาก...  
สาเหตุหนึ่งก็คงเป็นเพราะเรา....ที่ทำให้ท่านเป็นห่วง  
 
ณ วันนี้...ท่านโปรดอย่าได้เป็นห่วงกังวลในตัวของเราเลย.....  
ความยินดียินร้าย...ความรู้สึกทั้งหลาย....ผ่านพ้นไปแล้วครับ....  
 
..............ส่งข้อความ.....เมื่อท่านสบายใจนะครับ…………  
.................................เป็นห่วงที่สุด................................  
 
“ ความเมตตาใช้ได้กับคนทั่วไป ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-06 21:39:22
 
แต่กับคนบางคนนั้นเมตตาไปก็ไม่เห็นผล 
วิธีอื่นก็ไม่ควรนำมาใช้ให้เสียเวลา....เพราะไร้ประโยชน์ 
 
 
************************************************************ * 
“ คนเจ้าเล่ห์เพทุบาย ไม่มียารักษา ”............................................เซน 
“ คนชั่วทำชั่วได้ง่าย และติดใจไม่ยอมลดละแก้ไขให้ดี ”..............หลวงปู่มั่น. 
************************************************************ * 
 
I’LL STAND BY YOU !…MY FRIEND
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-06 21:49:17
I’LL STAND BY YOU !…MY FRIEND
วันนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-07 20:29:00
 
เราไปเยี่ยมสองท่านผู้เฒ่าผู้ยิ่งยงของเรา 
เพราะรู้สึกว่านานแล้วที่ไม่ได้ไปเยี่ยมท่าน 
อีกอย่างเราก็กังวลว่าเราจะต้องเดินทางไปไหนไกลอีกหรือเปล่า 
 
เมื่อมีเวลา มีโอกาส เราก็ต้องไป ต้องทำ 
เช่น การส่งข้อความถึง “มิตรแท้” นี่ไงล่ะ 
 
ไปเยี่ยมท่านทั้งสองแล้วทำให้เรารู้สึกดีมาก 
เราอยากจะมีอายุยืนยาวเหมือนท่านจังเลย. 
 
 
หลวงปู่สิม พุท.ธาจาโร
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-07 20:31:32
 
เมื่อคราวที่นางสิงห์คำ โยมมารดาตั้งครรภ์ท่าน 
ครั้นครรภ์แก่ใกล้เวลาจะคลอด คืนหนึ่งเวลาประมาณทุ่มเศษ 
โยมมารดาได้เกิดความฝันอันเป็นมงคลยิ่ง กล่าวคือ ในฝันนั้น 
ท่านเห็นพระภิกษุรูปหนึ่งมีรัศมีเรืองรองส่องสว่างออกมารอบกาย 
ปรากฏขึ้นกลางนภากาศ แล้วเคลื่อนคล้อยลอยลงมายังกระท่อมที่อยู่อาศัยกลางทุ่งนา 
และมาหยุดยืนตรงเบื้องหน้าของท่านโดยมิได้พูดจาอะไร 
 
โยมมารดามีความรู้สึกอิ่มเอิบปิติอย่างบอกไม่ถูก 
มองดูรัศมีที่เปล่งประกายออกมางดงามเหลือจะพรรณนา 
อีกทั้งยังรู้สึกชุ่มเย็นจับตาจับใจ จากนั้นพระภิกษุรูปดังกล่าวก็หายวูบไป 
 
เมื่อนางสิงห์คำโยมมารดาสะดุ้งตื่น จึงได้เล่าเรื่องความฝัน 
อันเป็นมงคลนี้แก่ นายสาน โยมบิดาฟัง 
ทั้งสองต่างบังเกิดความโสมมนัสยินดีอย่างยิ่ง 
เนื่องจากมีความเชื่อมั่นว่า บุตรที่จะถือกำเนิดมานี้ 
ต้องเป็นผู้มีบุญมาเกิดอย่างแน่นอน 
 
เมื่อหลวงปู่สิมคลอดออกมาแล้ว โยมบิดาจึงได้ตั้งชื่อว่า “สิม” 
เป็นคำย่อมาจากคำว่า “สีมา” ที่เป็นขอบขันธสีมาที่ตั้งของพระอุโบสถ 
 
โยมบิดามารดาของหลวงปู่สิมนั้น เป็นผู้มีจิตใจฝักใฝ่ในพระพุทธศาสนาพอ ๆ กัน 
เหตุนี้จึงมักจะไปทำบุญถวายทานที่วัดเป็นประจำ เมื่อถึงวันธรรมสวนะ 
ทั้งสองก็จะพากันไปฟังเทศน์ฟังธรรม และรักษาอุโบสถศีลมิได้ขาด 
ไปวัดคราใด โยมจะพาหลวงปู่ซึ่งเป็นเด็กน้อย ๆ ตัวนิด ๆ ไปด้วยทุกครั้ง 
และเด็กชายสิมก็มีความยินดีปรีดาที่มีโอกาสเข้าไปอยู่ในวัด 
ได้ใกล้ชิดกับพระสงฆ์ผู้สงบสำรวม ไปวัดคราใด  
เด็กชายสิมก็แทบไม่อยากกลับบ้านกลับช่องเอาเสียเลย 
 
การที่หลวงปู่สิมในวัยเด็กแสดงความพึงพอใจในการไปวัดก็ดี 
มีความยินดีที่ได้ฟังเทศน์ฟังธรรมด้วยความสนใจก็ดี 
คงเป็นไปอันเนื่องมาจาก “สัญญา” ความจำที่ติดมาจากภพชาติในอดีต 
กล่าวคือในอดีตชาติที่ผ่านมา มิรู้กี่ภพกี่ชาติ ท่านคงครองเพศสมณะ 
ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรมาโดยตลอด ดังนั้น เมื่อมาเกิดในชาติปัจจุบัน 
“สัญญา” ความจำส่วนนี้จึงผุดขึ้นมาเมื่อถึงเวลา. 
 
 
เผื่อบางที.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-07 20:32:38
 
อาจจะมีใครบางคนตัดสินใจบวชก็เป็นได้ 
 
หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ให้น่าปลื้มปิติยิ่งนัก. 
 
เพราะว่าเราไม่ได้คุยกัน
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-08 19:18:31
 
เราจึงไม่อาจรู้ได้ว่าท่านพอใจหรือไม่พอใจอย่างไร 
โดยปกติเราก็พูดไปเพราะอารมณ์ขณะนั้น 
แต่พอเวลาผ่านไปเราก็ไม่สบายใจกับข้อความสื่อออกไป 
 
คงเป็นเพราะเราไม่มีภาพพจน์  
เราก็เลยไม่รู้สึกว่าอยากจะรักษาภาพพจน์ 
แต่ก็ลืมนึกไปว่าเรามี ”มิตรแท้” ที่มีภาพพจน์ที่ดี และต้องการรักษาภาพพจน์ 
เรามักจะนึกถึงแต่เรื่องสนุก ซึ่งบางครั้งก็อาจจะมากเกินไป 
และบางครั้งเราก็แสดงความเป็นห่วงมากเกินไปโดยไม่สมควร 
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราต่างหากที่สมควรน่าเป็นห่วงมากกว่า. 
 
............ขอโทษครับผม...............ราตรีสวัสดิ์.............. 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา” ครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-09 15:10:14
 
เราสบายดี อาทิตย์หน้าเราก็ต้องเดินทาง  
และก็ต้องไป - มาอีกสองสามครั้ง 
ก่อนที่เราจะไปไกลและนานพอสมควร  
 
เราก็คงต้องห่างหายไปอีกสักพักหนึ่งอีกแล้ว  
แต่จะมีข้อความมาหาบ้างอย่างมากก็อาทิตย์ละครั้ง 
หรืออย่างมากก็คงเป็นเดือนละครั้ง เพราะไปไกลกว่าเดิม 
การเดินทางกลับบ้านก็ไม่สะดวกนัก เพราะเวลาจำกัด 
 
ที่สำคัญก็คือไม่มีเพื่อนรู้จักใกล้ชิดที่ต้องร่วมเดินทางด้วยเ หมือนคราวที่แล้ว 
แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะเป็นเรื่องดี ชีวิตต้องเปลี่ยนแปลง 
แต่ความมั่นคงใน “มิตรแท้” อย่างไรก็ไม่เปลี่ยนแปลงครับผม. 
 
....เหลือเวลาอีกตั้งเดือน ที่เราจะได้ส่งข้อความถึง “มิตรแท้” ทุกวัน.... 
ภาระแห่งจิตใจ.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-09 21:33:24
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-11 20:06:48 
............................................................... 
 
ฟังดูให้ความรู้สึก....หนักหนา....อย่างไรก็ไม่รู้  
แต่ก็แฝงไว้ด้วย....ความยิ่งใหญ่....แห่งจิตใจเช่นกัน  
 
เมื่อเราได้สร้าง....มิตรภาพยิ่งใหญ่....นี้ขึ้นมา  
เราก็ต้องรับผิดชอบ....ดูแลรักษา....มิตรภาพอันยิ่งใหญ่นี้  
 
ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร....เราจะทำ.....ให้ดีที่สุด  
ให้สำเร็จตามประสงค์....นั่นก็คือ....เป็นกำลังใจที่ดีให้ท่านตลอดไป  
ฟังเพลงก่อนนอนดีกว่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-09 21:34:54
อารม์ดี จาร้องเพลงให้ฟังคร้าบ.. 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2010-12-13 20:52:14 
............................................................... 
 
เกิดมาก็เป็นคนหนึ่ง เมื่อก่อนก็เคยเป็นหนึ่ง  
ซึ่งไม่เคยสนใจ ใครอยากจะว่าไร ไม่รู้ ไม่ดู ไม่แคร์  
อย่างเธอก็เป็นคนหนึ่ง ซึ่งมีหัวใจแน่วแน่  
ตั้งแต่เราคบกันก็เปลี่ยนผันแปร  
มันคล้ายมีความอ่อนแอในใจ  
*อ่อนแอ เพราะรักเธอมากกว่า  
กว่าใครจะเข้าใจ  
หวาดกลัวซักครั้งที่เธอขัดใจ จะมาหนีไป  
**ก็เลยต้องยอมทุกอย่าง  
ก็คงเห็นใจกันบ้าง  
ก็ไม่อยากให้เรา ต้องจืดต้องจาง  
จะพร้อมทำตามด้วยความยินยอม  
.....เพลงไรเอ่ย...พี่ป้อมเค้าเด๊.. 
 
เพลงไรเอ่ย บอกหน่อยเด้
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-09 22:11:48
เด็กแว้น งอง.......ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ 
เราอยากเลิกเป็นเด็กแว้น....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-09 22:24:34
 
จะได้ดูเงียบขรึม น่าเกรงขาม  
แต่ว่า ใจเราไม่ค่อยจะยอม คิดแต่จะแว้นอยู่เรื่อย 
มิรู้ทำไง หัวใจของเราเบิกบานตลอด 
ณ เวลานี้สะกดคำว่าเศร้ามิเป็นเลยขอรับ.... จริง...จริ้ง !!! 
 
...โอ้ย.! หมูอ้วน รับมิค่อยได้ หมั่นไส้ตัวเองสุด ๆ ... 
 
 
วันนี้ปิยมิตรเงียบขรึม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-10 22:02:19
 
เราจะน้อม....ยึดถือ....ปฏิบัติ  
 
ให้มั่นชัด....ต่อกัน....หมั่นเกื้อหนุน 
 
ความจริงใจ....มั่นคง....จงค้ำจุน 
 
เป็นไออุ่น....บุญล้น....นะคนดี. 
 
 
เราเชื่อในโอวาท “ท่านเล่าจื๊อ” จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-10 22:09:56
 
“ ขอให้พยายามสงบนิ่ง เพื่อจะได้ค้นพบความมั่นคงภายในของเธอ 
 
ถ้าเธอมีความมั่นคงภายในแล้ว เธอจะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการ 
 
เช่นเดียวกัน เธอจะถูกล้างผลาญน้อยลง และจะอยู่ได้ยาวนานขึ้น ” 
แต่หมูอ้วนก็อยากร้องเพลงครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-10 22:17:16
................................ 
คิดถึงเธอแทบใจจะขาด 
อยากให้เธอกลับมาซะที 
คิดถึงเธอทุกวินาที 
อยากจะพบเธอคนเดียว 
............................... 
 
นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเองครับ...พอให้หลับสบาย 
..................ราตรีสวัสดิ์ครับผม......................
หลวงปู่เทสก์ท่านเล่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-11 22:32:02
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ท่านไม่ทราบสถานที่ใด 
………………………………………………………………… 
 
ท่านพระอาจารย์มั่นเล่าว่า  
“ตรงนั้นภาวนาดีเหลือเกิน จะนั่งจะพิจารณาอะไร ก็ดูสว่างไสวไปหมด” 
แล้วท่านก็พิจารณา “สถานที่นี้เกี่ยวข้องอะไรกับเรา” ก็ปรากฏขึ้นมาในจิต 
ท่านเล่าให้หลวงปู่เทสก์ฟังว่า 
“แต่ก่อนเราเคยเป็นหมูป่า เป็นหมูป่าถูกนายพรานยิงและก็มาตายตรงนี้” 
 
…………………………………………………………………… 
หลวงปู่เทสก์ก็ช่างจำ ได้กราบเรียนถามท่านพระอาจารย์มั่นหลายเรื่อง 
ท่านก็จะเล่าให้หลวงปู่เทสก์ฟังเสมอ… 
หลวงปู่เทสก์ท่านเล่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-11 22:33:08
 
มีโยมนำแตงโมมาถวายท่านพระอาจารย์มั่น 
ท่านบอกว่า “ท่านไม่รับ” โยมก็คะยั้นคะยอ “ทำไมถึงไม่รับ” 
ท่านพระอาจารย์มั่นบอกว่า “ของไม่บริสุทธิ์” โยมเขาก็ชักสงสัย 
ที่ท่านพูดอย่างนั้นว่าของไม่บริสุทธิ์ ก็เราเก็บมาจากไร่ของเราเอง 
ผลที่สุดจึงได้ไปดูที่ไร่ของตน ปรากฏว่าเถาแตงโมมันเลื้อยมาจากไร่ของคนอื่น 
เมื่อสองปีก่อน....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-11 22:39:36
 
เราได้หนังสือเกี่ยวกับ “พระอาจารย์มั่น” มาเล่มหนึ่ง 
เป็นหนังสือเล่มใหญ่ หนาแปดร้อยกว่าหน้า 
ตอนแรกเราก็ไม่อยากรับ เพราะคงจะไม่ค่อยได้อ่าน 
จะทำให้เสียประโยชน์เปล่า ๆ แต่ก็เห็นในความตั้งใจของเพื่อน 
ที่เขาบอกว่า เขาเอาหนังสือเล่มนี้ไปถ่ายเอกสาร แล้วเขาก็เก็บเล่มถ่ายเอกสารไว้ 
เอาตัวจริงมาให้เรา เรารับมาแล้ว ก็ยกไว้เหนือหัวนอน เปิดอ่านบ้างเล็กน้อย 
 
พอวันหนึ่งเรารู้สึกแย่ เราก็ยกหนังสือมากราบอธิษฐานว่า 
หากท่านหลวงปู่มั่นประสงค์จะให้ธรรมะบทใดแก่เรา 
เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนั้น ขอท่านได้โปรดเมตตาเราด้วย 
แล้วเราก็เปิดหนังสือ และได้พบพระธรรมคำสอนของท่านที่ประทับใจเรามาก 
แม้ว่าเราจะพยายามเปิดดูหน้าอื่น ๆ เราก็ยังต้องกลับมาอ่านหน้าเดิม 
ใช่แล้ว ! นอกจากทำให้เราเย็นใจแล้ว “มิตรแท้” ของเราก็ได้อ่านด้วยอย่างไรล่ะ 
 
เมื่อเป็นหนังสือทรงคุณค่าหายาก....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-11 22:43:14
 
เราได้มาโดยไม่ได้ซื้อหา  
เมื่อได้มาแล้วหากไม่เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง 
หรือเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นบ้าง ก็น่าละอายใจยิ่งนัก 
เราทำบุญทีละไม่มาก ต้องทำบุญนานเท่าใด ถึงจะสมคุณค่าหนังสือเล่มนี้ 
 
หากเราจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “ท่านพระอาจารย์มั่น” ในหนังสือเล่มนี้ 
ให้ “มิตรแท้” ของเราได้อ่านแล้วสบายใจบ้าง ก็คงไม่เป็นไรนะครับ. 
อยากฟังมาก ครับผม
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-12 09:01:43
กรุณาทะยอยเล่านะ
ฝากให้ในวันแม่นะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-12 09:24:24
..ใจดวงน้อยเจ้าอยู่ไหน 
ป่านนี้จะเป็นเช่นไร 
ยามเจ้าพรากจากอกแม่ไป 
ใจแทบขาดสิ้นลง 
..น้ำตาที่รินไหล ด้วยหมายดับไฟที่ร้อนแรง 
เมื่อวันที่เจ้าแข็งแกร่ง แม่จะรอคอยวันนั้น 
*ตอบแทนผืนดินที่ยิ่งใหญ่ 
มอบใจและกายยอมพลี 
แม้จะอยู่หนใดจงจำไว้คนดี 
แม่นี้รักเจ้าสุดหัวใจ 
..ฟ้าครานี้หม่นหมอง จะต้องกลับคืนเหมือนเก่า 
แผ่นดินจะเป็นของเรา แม่จะรอคอยวันนั้น.. 
ดีจังเลยครับ...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-12 19:41:11
 
คราก่อนที่ท่านหายไป ท่านก็กลับมาในวันพ่อ  
ครานี้ท่านก็กลับมาในวันแม่ 
ท่านคงต้องหายไปบ่อย ๆ ใช่มั๊ยครับ? จะได้กลับมาให้ครบทุกวันสำคัญ 
ก็ดีนะ ทำให้เรารู้สึกดีจริง ๆ การไม่คุยกันก็ทำให้ดีอย่างนี้นี่เอง 
 
แต่ว่า....การคุยกัน ก็ต้องดีกว่าอยู่แล้วเน๊าะ....อย่าหายไปอีกเลย...นะครับ. 
 
..........................................เด็กแว้นขอร้องฮ่ะ............................................. 
เป็นบทกลอนที่ทำให้เราซาบซึ้งใจมาก....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-12 19:43:29
 
ใช่แล้วครับ.... 
ความรู้สึกของคุณแม่ของเรา  
และความรู้สึกของคุณแม่ของท่าน (หากท่านยังอยู่) 
 
คุณแม่ของเราทั้งสอง........ท่านคงมีความรู้สึกเหมือนกัน........เมื่อท่านคิดถึง เรา - ท่าน 
นี่เป็นบทกลอนที่ทำให้เรากลั้นน้ำตาได้ยากที่สุด...............ขอขอบพระคุณมากครับผม. 
 
ความประทับใจแรก....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-12 19:49:23
 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน” 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-05-16 14:30:46 
..................................................................................................... 
“ควรมีเมตตาสงสารในสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งมีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย  
เช่นเดียวกับเรา ไม่มีอะไรยิ่งหย่อนกว่ากัน  
 
ความยิ่งหย่อนแห่งวาสนาบารมีนั้น มีได้ทั้งคนและสัตว์  
สัตว์บางตัวมีวาสนาบารมีดีกว่ามนุษย์บางคน แต่เขาตกอยู่ในภาวะความเป็นสัตว์  
ก็ต้องทนรับเสวยไป สัตว์เดรัจฉานก็ยังมีและเสวยกรรมไปตามวิบากของมัน  
 
มิให้ประมาทเขาว่าเป็นสัตว์ที่เกิดในกำเนิดต่ำทราม  
ความจริงเขาเพียงเสวยกรรมตามวาระที่เวียนมาถึงเท่านั้น  
 
เช่นเดียวกับมนุษย์ ขณะที่ตกอยู่ในความทุกข์จนข้นแค้น ก็จำต้องทนเอาจนกว่าจะสิ้นกรรม  
เมื่อมนุษย์เราเกิดเสวยชาติเป็นคน มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามวาระของกรรมที่อำนวย  
มนุษย์ก็มีกรรมชนิดหนึ่งที่พาให้มาเป็นเช่นนี้ ซึ่งล้วนผ่านกำเนิดต่าง ๆ มาจนนับไม่ถ้วน  
ให้ตระหนักในกรรมของสัตว์ว่ามีต่าง ๆ กัน ........  
 
เพราะฉะนั้น.....  
ไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามในชาติกำเนิดความเป็นอยู่ของกันและกัน  
และสอนให้รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมดี กรรมชั่วเป็นของ ๆ ตน”  
................................................................................................................ 
ขอนอบน้อมอภิวาทถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา  
และอาจริยบูชา แด่...............................ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทต.ตเถร  
.............................................................พระบูรพาจารย์ผู้ให้เมตตาธรรมโดยแท้  
.............................................................ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน 
 
"ผู้เฒ่าผู้แก่"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-12 20:09:01
ที่หมู่บ้านหนองผือ นาใน เล่าว่า.... 
 
กระดาน ท่านก็ไม่ให้ไสกบ ท่านสอนเอาไว้ 
เพราะถ้าทำดีนัก ท่านพระอาจารย์มั่นก็จะไม่ยอมอยู่ ต้องมีสภาพดิบ ๆ เหมือนป่า  
 
เพราะพ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านพระอาจารย์มั่นนั้น 
รักความวิเวกแห่งป่าอย่างยิ่ง ท่านเคยสอนลูกศิษย์เสมอว่า 
“สมเด็จพระพุทธเจ้านั้น ท่านประสูติในป่า ตรัสรู้ในป่า 
ประทานปฐมเทศนาก็ในป่า ปรินิพพานก็ในป่า ป่าเป็นคุณแก่พระกัมมัฏฐาน 
เป็นที่เคารพบูชาของพระกัมมัฏฐาน ธรรมทั้งหลายที่พระธุดงค์จะได้มานั้น 
ทั้งหมดนั้นจะมาจากความสงัดวิเวกทั้งนั้น 
 
ในป่านั้น อุดมไปด้วยเทพที่จะมาอนุโมทนาสาธุการ 
เมื่อพระได้ปฏิบัติบำเพ็ญความเพียรอย่างดี ทั้งชื่นใจ ทั้งอนุโมทนายินดีปรีดาด้วย 
 
เมื่อได้บำเพ็ญความเพียรและแผ่นเมตตาให้ไปโดยรอบไม่มีประมาณ 
ไม่แต่มนุษย์ เทพ เทวดา อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ แม้แต่สัตว์น้อยใหญ่ 
ทวิบาทจตุบาทโดยรอบ ก็ได้รับกระแสแห่งความเยือกเย็นของการแผ่เมตตาบารมี 
ของพระตลอดกาล การจัดสร้างสิ่งใดที่หรูหรามากมาย ถือว่าเป็นของรกรุงรัง 
ไม่ควรจะเป็น” 
 
สิ่งเหล่านี้ “หลวงปู่หลุย” ได้แอบอบรมชาวบ้านให้เข้าใจอยู่ตลอดเวลา 
ด้วยเหตุดังนี้ “ท่านพระอาจารย์มั่น” จึงพักภาวนาอยู่ที่บ้านหนองผือนานกว่าที่อื่น 
ด้วยถือเป็นที่สัปปายะทั้งทางเสนาสนะ อากาศ อาหาร และบุคคล. 
 
เราจำได้ว่า.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-12 20:46:56
 
ท่านบอกว่าจะไปหาหมอช่วงวันแม่ 
ไม่ทราบว่าท่านได้ไปหรือยังครับ 
 
เด็กแว้นเป็นห่วง กลัวว่าท่านจะลืมครับผม 
.................ราตรีสวัสดิ์........................ 
หลวงปู่เทสก์ท่านเล่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-13 10:17:16
 
ท่านพระอาจารย์มั่น มาพักปฏิบัติธรรมแถวเชียงใหม่ 
มีชาวเขาเผ่าอะไรไม่ทราบ ขณะที่ท่านเดินจงกรมไปมาอยู่นั้น 
 
ชาวเขามาเห็นท่านพระอาจารย์มั่นแล้วถามท่านว่า 
“ ตุ๊เจ้าหาอะไร ” ท่านตอบเขาว่าหา “ พุทโธ ”  
เขาบอกว่า “ จะช่วยท่านหาพุทโธ ” ท่านก็แนะนำให้ทำอย่างนี้ ๆ 
ชาวเขาผู้นั้นเป็นผู้ใหญ่บ้านของเผ่านั้น พอมาหาพุทโธ 
ปรากฏว่าผู้ใหญ่คนนั้นเกิดความสงบ มีความสว่างไปทั่วป่า 
 
เขาเห็นพุทโธ ได้พุทโธแล้วก็ดีอกดีใจ ชวนลูกบ้านในเผ่ามาหาพุทโธ 
ซึ่งไม่รู้ภาษากันนะ แต่ท่านพระอาจารย์มั่นก็สามารถให้ชาวเขาเผ่านั้นรู้จักธรรมได้ 
 
ต่อไปนี้....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-14 10:52:44
 
เราจะพยายามเลิกเป็นหมูอ้วน เป็นเด็กแว้น ฯลฯ 
เราจะเป็น “ปิยมิตร” อย่างเดียว 
จะไม่งอแงง้องแง้งให้ “มิตรแท้” ต้องกังวลใจ 
จะให้แต่ความเย็นใจใน “ธรรมะ” ตลอดเข้าพรรษานี้...(เท่านั้น..นะจ๊ะ!!) 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-14 10:54:50
 
คนเราใหญ่แต่กาย ใหญ่แต่ชาติ ใหญ่แต่ชื่อ ใหญ่แต่ยศ ใหญ่แต่สำคัญตน 
แต่ความรู้ความฉลาดที่จะทำตนให้ร่มเย็นเป็นสุขทั้งทางกายและทาง ใจโดยถูกทาง ตลอดผู้อื่นก็ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขด้วยนั้น ไม่ค่อยเจริญเติบโตด้วย 
และไม่สนใจบำรุงให้เติบโตอีกด้วย จึงเกิดความเดือดร้อนกันอยู่ทุกหนทุกแห่ง 
โดยไม่เลือกเพศวัยและชาติชั้นวรรณะอะไรเลย. 
 
 
......................................................”หลวงปู่มั่น”. 
 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-14 11:02:48
 
การตำหนิติเตียนผู้อื่น ถึงเขาจะผิดจริง 
ก็เป็นการก่อกวนจิตใจตนเองให้ขุ่นมัว 
ด้วยความเดือดร้อน วุ่นวาย  
ใจที่คิดแต่ตำหนิผู้อื่นจนอยู่ไม่เป็นสุขนั้น  
นักปราชญ์ถือเป็นความผิดและบาปกรรม ไม่ดีเลย 
จะเป็นโทษให้ท่านได้สิ่งไม่พึงปรารถนามาทรมานอย่างไม่คาดฝัน 
 
 
.....................................................”หลวงปู่มั่น”. 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-14 11:10:43
 
การกล่าวโทษผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง 
 
เป็นการสั่งสมโทษและบาปใส่ตนให้ได้รับความทุกข์ 
 
จึงควรสลดสังเวชต่อความผิดของตน 
 
งดความเห็นที่เป็นบาปภัยต่อตนเสีย 
 
ความทุกข์เป็นของน่าเกลียดน่ากลัว 
 
แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ทำไมพอใจสร้างขึ้นเอง 
 
 
.................................................”หลวงปู่มั่น”. 
“ พระแก้วมรกต ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-14 21:33:37
 
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) โบราณวัตถุชิ้นนี้สำคัญอย่างไร  
 
เมื่อครั้งท่านพระอาจารย์มั่น อยู่ที่วัดป่าบ้านหนองผือนั้น 
พระอาจารย์อุ่น อุต.ตโม (พระอุปัชฌาย์อุ่น) ได้ไปกราบนมัสการฟังเทศน์ 
และได้นำรูปพระแก้วมรกตขนาดยี่สิบนิ้ว ภาพพิมพ์ใส่กรอบ ไปถวายท่าน 
แต่ดูท่านอุปัชฌาย์อุ่น จะลืมทำความสะอาด เพราะมีฝุ่นจับอยู่ 
 
ท่านพระอาจารย์มั่น น้อมรับด้วยความเคารพ  
หลังจากพระอาจารย์อุ่นลาลงกุฏิไปแล้ว ท่านพระอาจารย์มั่นได้ทำความสะอาด 
โดยนำเอาผ้าสรงน้ำของท่านมาเช็ดถู ผู้เล่าจับเอาผ้าเช็ดพื้นเข้าไปทำความสะอาดด้วย 
(เพราะเห็นว่าผ้าสะอาดอยู่) ท่านมองมาเห็น พูดว่า “อะไรกัน นั้นรูปพระพุทธเจ้าแท้ ๆ 
ยังเอาผ้าเช็ดพื้นมาถูได้” ผู้เล่าสะดุ้งไปทั้งตัวเพราะความโง่เขลา 
 
ท่านพระอาจารย์มั่น ก็ทำความสะอาดเอง ปัจจุบันก็ยังอยู่ที่ห้องพระ 
เสร็จแล้วก็มีเพื่อนภิกษุทยอยกันขึ้นไป รวมทั้งพระอาจารย์วิริยังค์ด้วย 
ท่านพระอาจารย์มั่น เลยเทศน์ปรารภถึงความมหัศจรรย์ของพระแก้วมรกต 
ท่านว่า “พระแก้วมรกต ประดิษฐานอยู่ในประเทศใด 
ประเทศนั้น จะไม่ว่างจากพระอริยบุคคล  
พระอริยบุคคลมีในประเทศใด ประเทศนั้นจะไม่ฉิบหายด้วยภัยแห่งสงคราม” 
 
 
(จากการเขียนบันทึกของ หลวงตาทองคำ จารุวณ.โณ (ญาโณภาโส) 
อดีตพระอุปัฏฐากท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทต.ตเถร) 
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-14 21:38:32
 
ปิยมิตร ขออนุญาตปลีกวิเวกสักสองสามวันนะครับ 
ตามที่ได้เรียนให้ท่านทราบไปแล้วก่อนหน้านี้ 
 
ที่ผ่านมา หากวาจาของปิยมิตร ไม่เป็นที่ถูกใจ 
ปิยมิตร กราบขออภัยอย่างยิ่งครับผม  
เพราะแม้แต่เราเอง ก็ยังไม่ค่อยพอใจในคำพูดของตัวเองอยู่บ่อยครั้ง 
ความดื้อรั้น ไม่ค่อยจะยอม ทำให้เราอ่อนใจกับตัวเองเหมือนกันครับ. 
 
คิดถึงเธอแทบใจจะขาด…
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-18 18:39:59
................................ 
อยากให้เธอกลับมาซะที 
คิดถึงเธอทุกวินาที 
อยากจะพบเธอคนเดียว 
............................... 
 
สมมุตินะครับ...สมมุติ.... สมมติว่า.... 
มีคนร้องเพลงให้นี้ให้เราฟัง…..พอเราฟังแล้วเราก็ปลื้มมาก ๆ 
แต่ความจริงก็คือ.....ไม่มีใครมาร้องเพลงนี้ให้เราฟังหรอกจ๊ะ 
เราก็เลย....ร้องเอง....ฟังเอง....ปลื้มเอง โอ้ย ! ครบสูตรฮ่ะ ! 
 
อุ๊ย ! ปิยมิตร เผลอไป...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-18 18:52:59
 
เราจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับ ท่านพระอาจารย์มั่น น่าจะเป็นการดีกว่านะจ๊ะ..... 
 
 
หลวงพ่อคำพอง ติส.โส ท่านเล่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-18 19:05:48
 
ท่านพระอาจารย์มั่น จะเรียกเฉพาะบางองค์เข้าไปแล้วบอกว่า... 
 
“วันพรุ่งนี้ ค่ำ ๆ เวลาเท่านั้น.........พวกท่านอย่าให้พระมารบกวนเราเด้อ 
เพราะ “พวกอื่น” เขาจะมา พวกท่านทั้งหลายไปตักเตือนกันด้วยนโยบายที่เป็นธรรม 
สร้างความสงบขึ้นให้มาก เพราะมนุษย์เรานี้จิตใจรวนเร 
เทวดาเขาไม่ค่อยอยากจะเข้ามาฟังธรรม มนุษย์จิตใจสกปรก แล้วมีกลิ่นเหม็น 
เทวดาเขาชอบให้พระเณรทั้งหลายตั้งใจรักษาอารมณ์ให้บริสุทธิ์ 
ทำสมาธิให้มั่นคงในระหว่างนั้น เพื่อเขามาแล้วจะได้ฟังธรรมของเรา” 
 
ท่านพระอาจารย์มั่น ท่านพูดถึงเรื่องจิตที่บริสุทธิ์ ท่านก็จะเตือนพระเณร 
 
“พระทั้งหมดให้ระวัง รักษาใจให้มั่นคง อย่าไปคิดเรื่องต่าง ๆ คิดไม่ได้ 
ครั้นถ้าคิดแล้ว ศีลมันไม่หอม ศีลไม่บริสุทธิ์ แล้วเทวดาทั้งหลายเขาก็ไม่อยากจะมา 
เพราะกลิ่นของศีลไม่มี”  
 
 
หลวงพ่อคำพอง ติส.โส ท่านเล่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-18 19:33:03
 
ท่านพระอาจารย์มั่น บอกว่า.... 
 
“ให้ดูพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าน่ะ  
ต้องตรัสรู้และละกิเลสเจ้าของหมดเสียก่อนจึงจะไปสอนคนอื่นได้” 
...................................................................................... 
 
อันนั้นเป็นบารมีของพระพุทธเจ้า ความเห็นของครูบาอาจารย์ 
อยากให้ลูกศิษย์ลูกหานั้นตั้งอยู่ในธรรม ไม่อยากให้ลูกศิษย์ลูกหาหลงกล 
มารยาของญาติโยม หลงอดิเรกลาภ หลงคำยกย่องสรรเสริญของญาติโยม 
ท่านเตือนไว้เฉย ๆ....... 
.................................................................................................... 
“แต่ว่าถ้าเราทำเพื่อประโยชน์ เพื่อความเมตตาปรานี เพื่อความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ 
เพราะพระศาสนาจะยังอยู่ก็เพราะความทรงจำ เพราะความศรัทธา 
ความประพฤติปฏิบัติ แต่ถ้าเราไม่มีคนสืบต่อ พระศาสนาก็อยู่ไม่ได้แน่ในโลก 
ศาสนาพุทธก็หมด ถ้ามาคิดถึงตรงนี้ เรามีเล็กมีน้อย เราก็แสดงความยินดีต่อผู้ฟัง 
แสดงความยินดีต่อผู้เทศน์อบรม จะไปหวังประโยชน์ผลลาภสรรเสริญอะไร 
หวังแต่ให้พระศาสนายังอยู่ก็คงจะเป็นประโยชน์” หลวงพ่อคิดแค่นั้น. 
ใจจิต..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-19 09:33:28
* โลกมนุษย์ ไม่มี ที่แน่นอน 
ประเดี๋ยวเย็น ประเดี๋ยวร้อน ช่างแปรผัน 
โลกหมุนเวียน เปลี่ยนไป ได้ทุกวัน 
สารพัน หาอะไร ไม่ยั่งยืน 
* ชีวิตเหมือน เรือน้อย ล่องลอยอยู่ 
ต้องต่อสู้ ฝ่าลม ประสมคลื่น 
ต้องทนทาน หวานสู้อม ขมสู้กลืน 
ต้อจำฝืน สู้ภัยไป ทุกทุกวัน 
* เป็นการง่าย ยิ้มได้ ไม่ต้องฝืน 
เมื่อชีพยืน เหมือนบรรเลง เพลงสวรรค์ 
แต่คนที่ ควรชม นิยมกัน 
ต้องใจมั่น ยิ้มได้ เมื่อภัยมา 
......................................
"เพื่อน คือ สายน้ำ"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-19 09:43:06
..คงจะมีบางที เราคุยกัน อาจไม่เข้าใจ 
แต่เราไม่ห่างเหิน 
วันที่ใครเดียวดาย เราจะไป 
จะทำให้หายร้อนรน 
..ให้ใจได้คลายเหงา  
เพียงเธอจำไว้ว่า ยังมีกัน 
เธอยังมีฉันที่ห่วงใย 
*** เพื่อน คือ สายน้ำ ไม่มีวันที่จะขาด 
จะตัดยังไง ก็ยังมีรักให้กัน 
จะผูกพันกันไปยาวนาน 
..เธอและฉัน เป็นยิ่งกว่ารัก 
เราจะดูแลกัน เป็นแรงใจ 
ที่เย็นและชื่นหัวจ 
พากันสู่จุดหมาย 
( ก็เพราะเราคือ เพื่อนกัน)
ดีจังเลย....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-19 21:15:33
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา” กลับมาแล้ว 
ได้ดีใจแบบไม่คาดคิดแบบนี้ ทำให้เราคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี 
เราจะรออ่านข้อความของท่านให้หายคิดถึงดีกว่านะครับผม. 
ช่วงที่ผ่านมา
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-20 08:17:24
เช้านี้ เป็นอย่างไร ทางนี้ฝนตกไม้? 
ทางบ้านเรา ตก ตก ตก มาตั้งแต่เมื่อคืน ปรอยๆ 
เราก็ไม่มีรถใช้ เอาเข้าอู่ซ่อมเมื่อวาน... 
ก็ต้องอยู่บ้านล่ะ(ถ้าไม่มีเพื่อนมารับ) 
ก็ดูรายการทุ่งแสงตะวัน ก๊วนข่าว... 
ทำโน่นนี่ สลับกับอยู่หน้าคอมฯ ที่เน็ต ช้าอืดอาดมากมาก 
............................................................... 
ที่ผ่านมา เราก้มีงาน เครียดมากเหมือนกัน เกี่ยวกับการประเมิน เราเป็นคนขี้เกียจสร้างเอกสาร ชอบลุยๆทำๆให้ได้ผลประจักษ์ไปเลย แต่มันก็จำเป็นต้องว่าไปตามเกมเขา ก็เลยเครียด เพราะไม่ค่อยชอบ 
............................................................... 
แต่ก็ได้ทำบุญกุศลมาก สุขใจตามประสาน่ะ ได้อ่านหนังสือธรรมประเทืองปัญญา ได้อิ่มเอมธรรมรสที่ปิยมิตรเอื้อเฟื้อมาให้ เราก็น้อมใส่จิตใจให้คลายจากความหม่นหมองขุ่นเคืองต่างๆในจิตใจ  
และเราก็ชอบอ่าน ชอบฟังเรื่องราว เกร็ดต่างๆของพระอริยสงฆ์ ที่ปิยมิตรนำมาให้ได้อ่าน เราก็ปิติยินดีที่สุด เคารพเลื่อมใสท่านทุกรูป ได้อ่านได้ซึมซับเรื่องราวของท่านก็เหมือนกับได้รับความเมตตาแผ ่ซ่านมาให้ ทำให้เกิดควาอบอุ่น ไม่อ้างว้างน่ากลัวนะ เวลาเราไม่คิดยึดเหนี่ยวเรื่องธรรมะ ก็จะรู้สึกเหงาๆ หมองเศร้าในอารมณ์ 
เพราะเราเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่สุงสิงข้องแวะผูกติดกับใครจนเป็นนิสัย ไม่ขาดเพื่อนแต่ก็ไม่ติดจนขาดไม่ได้ 
เราก็ไม่ชอบให้ใครมาเป็นเจ้าชีวิตเราด้วย อยากสบายๆตามธรรมชาตินั่นแหละ 
... ในห้วงเข้าพรรษา เราก็อยากจะสำรวมกาย วาจา ใจ 
แต่บางทีสัญชาตญาณความเป็นลิงก็ยังอยากยุกยิกๆ อยู่ดี ก็เลยสงบเสงี่ยมไม่เต็มร้อยหรอก เรายังอยากเล่นหัว อยากติงต๊องกับเพื่อนที่เข้าใจ "เพื่อนที่เราไว้วางใจ" ก็อย่าง"ปิยมิตรคนดีของเราคนนี้" ล่ะ 
........... แต่ว่าตอนนี้เราไปหาอะไรรองท้องก่อนนะ อาหารเช้าจะหม่ำเต้มที่ เที่ยงด้วยทานบ่ายๆ ตอนเย็นจะเลี่ยงๆ หรือทานน้อยๆ ไป เราไปทานข้าวกันสายแล้ว
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-20 08:19:27
 
ช่วงนี้ ปิยมิตร มิเห็นแสงเดือนแสงตะวัน 
“มิตรแท้คนดี” ก็แว๊บมา แล้วก็แว๊บไป พอให้หายคิดถึงนิดหน่อย 
เห็นทีเราคงต้องก้มหน้าก้มตาเล่าในสิ่งที่ชอบต่อไป จนกว่าจะออกพรรษา 
เห็นใจตัวเองจริง จริ้ง !! เหงานะนี่ (งอแงง้องแง้ง นิดหน่อย ๆ) 
 
ดีจังเลย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-20 08:22:32
ข้อความชนกัน แสดงว่าคิดถึงเหมือนกันใช่มั๊ยล่ะ 
เราจะเล่าเรื่องที่เราชอบ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-20 08:30:26
เพื่อต้อนรับ "มิตรแท้คนดีของเรา" ดีกว่านะ 
หลวงตาทองคำ จารุวณ.โณ ท่านเล่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-20 08:32:07
 
เหตุการณ์เมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง 
คราวนั้น ท่านพระอาจารย์มั่นเล่าว่า ท่านพักอยู่ดอยอะไรจำชื่อไม่ได้ 
แต่เป็นชาวลีซอ ท่านมิได้สนใจเรื่องภายนอก มีแต่พิจารณาธรรมภายใน 
ตอนเช้าไปบิณฑบาต ชาวบ้าน ทั้งคนใส่บาตร ทั้งคนจับกลุ่มสนทนา 
ท่าทางตื่นเต้น ฟังไม่ค่อยรู้ภาษา จำได้แต่ว่า ยาปาน ยาปาน 
 
พอกลับถึงวัด ท่านเลยถามเป็นภาษาคำเมืองว่า “คนเขาพูดอะไรกัน” 
ได้ความว่า “ทหารยาปาน(ญี่ปุ่น) บุกขึ้นประเทศไทยที่เมืองสงขลา” 
การรบเป็นไปอย่างหนักหน่วง มีผู้หญิงแม่ค้าขายของตอนเช้า 
ที่ไปขายของประจำเข้าร่วมรบด้วย มีหัวหน้าชื่อนางสอบ กอบกุล 
พร้อมนักรบแม่ค้าลูกอ่อน ลูกหนึ่งลูกสอง ท่านได้ยินแล้วก็ยิ้มกับชาวบ้าน 
ด้วยว่า “นักรบแม่ลูกอ่อนก็มีด้วยหรือ” 
 
ท่านก็มิได้ถือเอาเป็นอารมณ์ คิดว่าเป็นกรรมของสัตว์ เจริญสมณธรรมตามปกติ 
วันนั้น พอจวนจะสว่าง ท่านปริวิตกขึ้นว่า “ชะตาประเทศไทยจะเป็นอย่างไรหนอ?” 
ปรากฏว่า “ประเทศไทยคล้ายภูเขาสูง บนยอดมีธงไทยสามสี ปลิวสะบัดอยู่ 
และมีพระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่เหนือธงไทย ภูดินเขาลูกนั้นมีธงชาติต่างปัก 
ล้อมรอบเป็นแถว” ท่านพิจารณาได้ความว่า “ประเทศไทย ไม่เป็นอะไรมาก 
นอกจากผู้มีกรรมเท่านั้น และต่อไปนานาประเทศจะยอมรับนับถือ 
เพราะประเทศไทย พระพุทธเจ้าสอนไม่ให้เบียดเบียน รังแก ข่มเหงเพื่อนมนุษย์ 
และสัตว์ และประเทศไทยก็ไม่เคยข่มเหงประเทศใด 
นอกจากป้องกันตัวเท่านั้น ชาติต่าง ๆ จึงยอมรับนับถือเป็นกัลยาณมิตรได้” 
 
คราวหนึ่ง...ท่านพักที่ดอยมูเซอ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-20 08:44:53
 
วันหนึ่ง “พระสยามเทวาธิราชพร้อมคณะเทพบริวาร” 
ไปกราบนมัสการท่านพระอาจารย์มั่น ซึ่งกำลังเดินจงกรมอยู่ 
พอรายงานตัวเสร็จ ท่านพระอาจารย์มั่นถามวัตถุประสงค์ 
 
.....พระสยามเทวาธิราชบอกว่า “เวลานี้ฝ่ายสัมพันธมิตรได้มาทิ้งระเบิดกรุงเทพฯ 
อย่างหนักหน่วง พวกข้าพเจ้าป้องกันเต็มที่”  
....ท่านถามว่า “มีคนบาดเจ็บล้มตายไหม” 
....“มี” 
....“ทำไมไม่ช่วย” 
....“ช่วยไม่ได้เพราะเขามีกรรมเวรกับฝ่ายข้าศึก จะช่วยได้แต่ผู้ไม่มีกรรม  
สถานที่สำคัญ และพระพุทธศาสนาเท่านั้น"  
.....”พวกท่านมานี้ประสงค์อะไร”  
.....เขาได้กราบเรียนว่า “ขอให้ท่านบอกคาถาปัดเป่าลูกระเบิดไม่ให้ตกถูกที่สำคัญ”  
.....ท่านกำหนดพิจารณาหน่อยหนึ่งได้ความว่า “นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา”  
 
เท่านั้น เทพพวกนั้นก็สาธุการแล้วลากลับไป ไม่เห็นกลับมาอีกเลย 
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา” เอ๋ย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-20 20:56:25
 
คืนนี้ “ปิยมิตร” จะไม่พูดอะไรมากนะจ๊ะ 
นอกจากคำว่า “คิดถึงมากมาย” และ “ราตรีสวัสดิ์” จ๊ะ 
................................................................................................................... 
“ เพราะปิยมิตร เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่สุงสิงข้องแวะผูกติดกับใครจนเป็นนิสัย 
ไม่ขาดเพื่อน แต่ก็ไม่ติดจนขาดไม่ได้ เราก็ไม่ชอบให้ใครมาเป็นเจ้าชีวิตเราด้วย 
อยากสบายๆ ตามธรรมชาตินั่นแหละ “ 
.................................................................................................................. 
.........โอ้ ! ทำไมเราสองคนถึงได้มีนิสัยเหมือนกัน....ดีหรือไม่ดีครับนี่ ?...... 
................................................................................................................. 
สงสัยคงจะไม่ดีล่ะสินี่.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-21 20:27:27
 
“มิตรแท้คนดี” ถึงได้หายไปอีกแล้ว 
บอกอยากเล่นหัว อยากติงต๊อง ไม่เห็นจะเป็นเลย 
ชอบทำให้ปิยมิตรสับสนอยู่เรื่อย ต่อไปเราจะไม่รอแล้วล่ะ...งอน ! 
 
ณ บ้านหนองผือ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-21 21:20:44
 
ท่านพระอาจารย์มั่น ท่านบอกว่า…. 
 
สงครามเขาจะสงบแล้ว ไม่ต้องเอาก็ได้ พวกตะกรุดยันต์ ผ้ายันต์เหล่านั้น 
นั่นมันเป็นของภายนอก สู้เอาคาถาบทนี้ไปบริกรรมแนบกับใจไม่ได้ 
ให้บริกรรมทุกเช้าค่ำจนขึ้นใจ แล้วจะปลอดภัย อันตรายต่าง ๆ  
จะไม่มากร่ำกรายตัวเราได้เลย คาถาบทนั้นว่าดังนี้ 
 
..................................................... 
“นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา” 
..................................................... 
 
ตั้งแต่นั้นมา ชาวบ้านหนองผือเลยไม่กล้ามาขอท่านอีก 
และเป็นความจริงตามที่ท่านพระอาจารย์มั่นพูด ยังไม่ถึงเจ็ดวัน 
ก็ได้ทราบข่าวว่าเครื่องบินทหารอเมริกันไปทิ้งระเบิดปรมาณู 
ใส่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่นย่อยยับ 
 
จนในที่สุดประเทศญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม และสงครามในครั้งนั้นก็จบสิ้นลง 
ดังที่พวกเราท่านทั้งหลายได้รู้กันแล้วในหน้าประวัติศาสตร์นั้น แล. 
“ท่านพระอาจารย์มั่น”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-21 21:44:30
 
ได้เทศน์อบรมฉลองพวกญาติโยมที่มาร่วมในงานนั้น  
อันเกี่ยวกับเรื่องของความตายและคนกลัวตายว่า 
 
“ เป็นเพราะไม่มีที่พึ่งทางจิตใจ หรือไม่รู้ที่พึ่งอันเกษมอันอุดม 
จึงกลัวการตาย แต่ไม่กลัวการเกิด เมื่อเป็นเช่นนี้จึงคว้าโน่นคว้านี่เป็นที่พึ่ง 
บางคนกลัวตาย แล้วไปไขว่คว้าเอาสิ่งอื่นมาเป็นที่พึ่งที่เคารพนับถือด้วยความ งมงาย 
มีการอ้อนวอน วิงวอนขอ โดยวิธีบนบานศาลกล่าวจากเถื่อนถ้ำและภูผา ต้นไม้ใหญ่ 
ศาลพระภูมิเจ้าที่เจ้าทางต่าง ๆ ที่ตนเองเข้าใจว่าเป็นที่สถิตอยู่ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย 
อันอาจดลบันดาลให้ชีวิตตนรอดพ้นจากอันตราย ความตายและความทุกข์ได้ 
จึงหลงพากันเซ่นสรวงเครื่องสังเวยต่าง ๆ ตามที่ตนเข้าใจว่าเจ้าของสถานที่เหล่านั้นจะพอใจหรือชอบใจ 
นอกจากนั้นยังมีการทรงเจ้าเข้าผี สะเดาะเคราะห์ สะเดาะนาม สืบชะตาราศี 
ตัดกรรมตัดเวรโดยวิธีต่าง ๆ เหล่านี้” 
 
ท่านพระอาจารย์มั่นเทศน์ต่อไปอีกว่า..... 
 
“ที่พึ่งอันอุดมมั่นคงนั้น คือให้ภาวนาน้อมรำลึกนึกเอาพระคุณอันวิเศษของพระพุทธเจ้า 
พร้อมพระธรรมและพระอริยสงฆ์มาเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ  
จึงเป็นการถูกต้องสมกับที่พวกเราเป็นผู้รับนับถือเอาพระรัตนตรั ยมาเป็นที่พึ่งประจำกายใจของตน 
และอีกอย่างให้ประพฤติปฏิบัติตามหลักของอุบาสก อุบาสิกา มีการให้ทาน 
รักษาศีล และเจริญเมตตาภาวนา” 
 
สุดท้ายท่านได้ย้ำลงไปว่า.... 
 
“ต่อไปนี้ให้ญาติโยมทุกคน ทั้งหญิงทั้งชาย เฒ่าแก่ เด็กเล็กเด็กน้อยก็ตาม 
พากันสวดมนต์ทำวัตรทั้งเช้าทั้งเย็น ก่อนนอนตื่นนอนทุกวัน  
ให้ผู้ใหญ่ในครอบครัว พ่อแม่เป็นผู้พาทำ ทำที่บ้านใครบ้านมัน ทุกครัวเรือน 
ถ้าทำได้อย่างนี้ก็จะเป็นบุญเป็นกุศลแก่พวกเรา  
ความเดือดร้อนต่าง ๆ เหล่านั้นมันก็จะหายไปเอง” 
 
 
ท่านให้โอวาทอบรมชาวบ้านหนองผือในครั้งนั้นเป็นเวลานานพอสมควร 
จึงได้จบการให้โอวาทลง จากนั้นท่านพูดคุยกับญาติโยมนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วสักครู่ท่านจึงกลับวัด. 
และแล้ว...ปิยมิตรก็ง่วงนอนพอดี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-21 21:47:52
 
จึงขออนุญาตหลับอย่างเป็นสุขตลอดคืนก่อนนะจ๊ะ....คิดทึ้ง...คิดถึง. 
 
นิสัย ที่เหมือนกัน..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-21 21:57:28
ก็จะได้เข้าใจดีขึ้นไงล่ะ 
เมื่อเราคิดเช่นนั้น...เราก็จะได้รู้ว่าเพื่อนคิดอย่างไร 
ก็จะได้ผันผ่อนยืดหยุ่นความคิดเห็น ความต้องการแต่ฝ่ายเดียวลงมา 
.......... คืออย่างน้อย เราก็ต้องแคร์อีกคน เอาใจใส่กัน 
ก็ในเมื่อบอกกันแล้วว่าจะเป็นกำลังใจกัน จะช่วยกันสร้างคุณค่าให้จิตใจมีแรงจรรโลงโลกให้สวยงาม (คือคิดดี ทำสิ่งดีดี) ดังนั้นโลกส่วนตัวก็คือ นิสัยที่เปลี่ยนไม่ได้ แต่ก็ต้องไม่ให้ขัดแย้งกับ"ความมีน้ำมิตรของความอามรต่อมิตร" 
............. เราอาจจะทำให้จิตใจของปิยมิตรไหวหวั่นและไม่ได้ดั่งหวังนัก ยิ่งเฉพาะในห้วงนี้... เพราะเรามีเหตุผล 
อยากสำรวมวาจา ใจ เคยเพริดเตลิดไปมาก พูดโดยไม่ระวัง พูดมาก ลืมกาลเทศะ...นั่นก็คือขาดสติ ขาดความยับยั้ง... เพราะหลงคิดว่าเราเข้าใจ ปิยมิตรเข้าใจ 
นั่นคือ "ความเชื่อถือไว้วางใจกันในมิตรภาพ" ที่เรามีให้ปิยมิตร และปิยมิตรมีต่อเรา เราจึงคุยกันได้ทุกเรื่อง แสดงอารมณ์ต้องการบอกกัน มีงอน มีง้องแง้ง!...นั่นก็เป็นธรรมดาของมนุษย์อย่างเรา ที่ผูกพันกัน...ไม่อยากให้เป็นเงื่อนไข แต่ทางปฏิบัติก็เป็นอยู่ดี...เช่น ต้องคอยเป็นห่วง ต้องคอยกังวล ต้องคอยมาเปิดอ่าน รอข้อความของอีกคน... ในพื้นที่สาธารณะ (คล้ายว่าพื้นที่นี้มีเราสองคนเปิดใช้) รู้สึกว่าพวกเราอาจหาญเกินไปหน่อย มองโลกสวยงาม เลยไม่คิดถึงอีกด้านหนึ่ง...ถ้ามีใครมาอ่าน เช่นคนที่ชื่นชอบเมืองเลย คนที่รู้จัก เคารพนับถือท่านที่เป็นที่มาของพื้นที่นี้ หรือตัวบุคคลท่านนั้นได้บังเอิญมาอ่าน คนทั่วไปอ่าน...พวกท่านเหล่านั้นคงจะผิดหวัง ที่ไม่ได้ข้อมูลเรื่องสถานที่ที่เขาต้องการทราบ ต้องการรับข้อมูล...มีแต่เห็นข้อความใครไม่รู้พูดกันอยู่สองคน............................. 
คราที่ยังไม่สะดุดใจคิดให้รอบคอบ เราเองแหละ ที่นำร่องก่อน แสดงออกว่าห่วงใย อาทรต่อปิยมิตรมาก ปิยมิตรก็ตอบแทนด้วยกำลังใจที่ดี พวกเราจึงได้ค่าของน้ำใจ 
ต่างคนต่างจิตใจดีงามทั้งคู่ สุจริตใจต่อกันจริงๆ ก็เลยพูดจาตามประสามิตรแท้...จนลืมบุคคลที่สาม... 
........... ไม่ใช่เราห่วงภาพพจน์ของตัวเองคเดียวหรอก หากเราห่วงตัวเองเราก็ต้องห่วงปิยมิตรของเราด้วย 
... แต่ที่เราได้สติ ได้ยับยั้ง ก็เพราะ"น้ำใจที่ยิ่งใหญ่ของท่าน" และด้วยธรรม ที่ได้มาจากก้นบึ้งของคุณลักษณะประจำตัวของ"ปิยมิตรคนดี" ทำให้เรา ตรึกตรอง ลองทบทวนตัวเอง ทบทวนการแสดงออก... เราก็เห็นว่ามันมากไปจริงๆ... การที่คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น เรื่องส่วนตัว กับคนที่ไว้ใจกัน มันก้ต้องพูดกันสองคน ใช่ไหมครับ 
นี่เราพูดออกอากาศ เป็นตัวอักษร อ่ะ อ่ะอ่ะ...มั่นใจกันซะจริง! แม้ใครไม่รู้จักเรา แต่เราก็รู้จักตัวเองเนาะ 
........ ยิ่งเราเห็นความเอื้ออาทรของปิยมิตร เรายิ่งต้องอยากระวังรักษาค่าแห่งน้ำใจให้อยู่ไปนานเท่านาน ทั้งยังได้รสพระะธรรมนำใจ อย่างที่เราร้องขอ ท่านก็เอาใจใส่เป็นที่ประทับใจเรามาก นับวันก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณๆๆๆๆๆๆๆๆ 
ที่ชีวิตนี้ มีคนที่มาคอยห่วงใย ถ้าเราเป็นผู้ชาย ณเวลานี้เราต้องไปกระทบไหล่สาบานเป็นเพื่อนตายกันแล้วอย่างแน่แ ท้...  
เมื่อไม่ใช่! ก็เลยยิ่งจะระมัดระวังขึ้น ตามกติกาสังคม วัฒนธรรมนะ... เราก็เลยประดักประเดิดตัวเองเหมือนกัน บางครั้งใช้คำพูด ไม่คงเส้นคงวา ใช้สรรพนามไม่สนิทใจ มีสารพัดเพศทั้งสามเพศ ต้องขอโทษมากๆ 
........ ดังนั้น ถ้าหากมั่นคง มั่นใจในมิตรภาพ ก็คงจะเข้าใจ"ยินยอม"ในความเป็นไป ในความเปลี่ยนแปลง... 
ไม่ใช่เราเปลี่ยนใจ ถอดใจ แต่เราอยากระมัดระวัง อยากรอบคอบ อยากเจริญสติ ให้สมกับที่ปิยมิตรคาดหวังเรา ชอบเรา ที่เราเคยเป็นเรา ที่ดูเหมือนจะเป็นบุคคลสำคัญ และมีค่าในความเห็นของท่าน.... และไม่ว่าจะเป็นได้เท่าไหน แต่เราก้ต้องเคยทำบุญต่อกัน (หรือเพิ่งเริ่มชาตินี้) เรามีจิตใจใฝ่ธรรมมะ ใฝ่จะทำหน้าที่ให้ครบถ้วน ให้เป็นประโยชน์ในความเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐ 
.... นี่คือหตุผลหลักที่เราห่างหาย...  
ไม่ได้จากไปไหน แต่ก้าวห่างออกมาให้"เรา" ได้สำรวมใจกาย ใช้ความเข้าใจ ความปรารถนาดีให้ถูกที่ถูกทางเพื่อความยั่งยืนแข็งแรงแห่งกัลยา ณมิตร ที่หายากยิ่งในปัจจุบัน 
...เรามีความตั้งใจว่า ออกพรรษาเราจะให้เมล์ท่าน หรืออาจจะทำอะไรเป็นแผนรองรับในการสื่อสารกัน....แต่ไม่อยากรู้จัก ไม่อยากเห็นหน้าค่าตากันหรอก...จะได้ไม่เหมือนธรรมดาในโลกไง! เราต้องเตรียมใจพบกับสัจธรรม 
ชีวิตนี้มา เราก็มาคนเดียว ตายเราคงไปเดียวดาย ก็ต้องปลงๆเอาไว้ ไม่อย่างนั้นเราจะเศร้าหมอง 
...และเราก็สารภาพว่า ณ เวลานี้ จิตใจเราว้าวุ่นในบางครั้ง ต่อบุคคลสองคน ท่านหนึ่งเป็นคนที่เราเคารพรักทั้งนับถืออยู่ในใจตลอดมา กว่าเก้าปีนะที่เราผูกพัน(แค่ความรู้สึก)... เป็นความรู้สึกแบบภักดีห่วงใย...เกิดปิติอบอุ่นที่ได้คิดถึง ได้พูดคุย ได้ให้กำลังใจล็กๆน้อย...และก็ไม่เคยพบหน้าตาหรือใกล้ชิดนะ...และไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนด้วย บางทีนะก็แปลกใจตัวเองว่าทำไมตัวเองเป็นอย่างนี้ 
ถามตัวเองอยู่เสมอว่าเพราะอะไร...มันก็แปลกดี เข้าใจเรื่องการทำใจ การไม่ยึดติด ไม่ตามกิเลส...จะมีเหตุผลบอกตัวเองว่า เราไม่ได้ทำผิดอะไร หากความรู้สึกดีดีของเราที่มีให้นั้น มันไม่ได้แปรเป็นการกระทำที่ขาดสติยั้งคิด 
ไม่ได้เป็นการเห็นแก่ตัว ไม่ได้คาดหวังผลประโยชน์ใด เราก็เข้าข้างตัวเองไงว่าเป็นสิ่งดีแล้ว ให้ใจได้อิ่มเอิบ สุขทางใจ...ขณะเดียวกัน เราก็เคยเพริดสุขสมในอารมณ์เมื่อได้รับความห่วงใยอาทรตอบมา...แต่เราก็ไม่ลืม"ขอบเขต" 
ซึ่งมันย่อมมีอุปสรรคกำแพงบางอย่าง... แล้วก็เป็นสิ่งคานให้เรายับยั้งชั่งใจ มีสติ...เหนือสิ่งอื่นใด "ความรักความจริงใจ"ที่เราว่ายิ่งใหญ่ที่สุด นำพาให้เราห่วงใยคนที่เรารัก นำพาให้เราแคร์ความรู้สึกเขา...ไม่อยากให้มิตรภาพที่งดงาม มีความเห็นแก่ตัว มีกิเลสที่อยากได้รับผลมาทำลายความรู้สึกงดงามนั้น...เราต้องไม่ก้าวไปใกล้นัก ไม่เรียกร้อง ไม่รบกวนทุกกรณี...เว้นแต่ว่าอยากอุ่นใจ 
"ว่ายังมีกันอยู่ในโลกอยู่นะให้คิดถึง ได้เป็นกำลังใจก็พอ" 
...อีกบุคคลหนึ่ง ก็คือ"ปิยมิตรคนดีของเราคนนี้" คนที่เราไม่นึกฝัน ไม่เคยรู้จักเลย แล้วมาผูกพันด้วยความประทับใจ ด้วยวาจาที่แสดงออกเท่านั้น เพียงแต่การติดต่อแบบคนต้องการสื่อสารต่อสังคม ต่อคู่สนทนาที่รู้เรื่องกัน แล้วก้มาถูกคอ ถูกใจในความคิดความเห็น (บางทีก็ไม่ถูกใจ) 
แต่เราสองคนก็ยังรักษาเสถียรภาพของความเป็นมิตรมาได้ ช่วงระยะสั้นๆ แต่ก็เหมือนเคยคุ้นกัน อย่างที่พวกเรา"เป็นมา"... เรา"ห่วงใยท่านจริงๆ รู้สึกซาบซึ้งประทับใจในน้ำใจจริงๆ" มีความอบอุ่น และได้พูดได้แสดงออกทางวาจาเขียนอย่างเต็มที่ มากกว่าใครๆ ที่มิใช่เพื่อนสนิทมิตรสหาย ญาติพี่น้อง... มีความสบายใจที่ท่านได้ปลอบโยนให้กำลังใจ มีความวิตกอาทรที่รู้สึกว่าท่านมีทุกข์ มีปัญหา...ที่น่าแปลกมากคือ ทำไมคนที่รู้จักกันเพียงผิวเผินถึงได้มาสนิทใจกันเพียงนี...นั่นสินะ น่าแปลก! 
....................................................................... 
นี่. เราพูดความจริงทั้งหมดให้ฟัง ก็สุดแต่ปิยมิตรจะพิจารณานะ คงไม่น้อยใจเรา และคงจะให้เกร็ดธรรมเราต่อไปอีก เราก็ยังอยู่ตลอดไป เพียงแต่ของด คำพูดส่วนตัวๆออกไป ... ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้บรรยายความรู้สึกที่ยืด ยาว.... 
และมีสิ่งหนึ่งที่อยากได้คือ...ขอให้รู้ว่าเรามีใจนักเลงอยู่เต็มตัว หากใครปฏิเสธ เราก็ไม่ขัดใจ เราเคยเสียใจในการสูญเสียน้ำใจ แต่เราก็เข้าใจโลกดี ไม่พิรี้พิไร หากครั้งนี้ ปิยมิตร รับมิได้ เราก็ยินยอมพร้อมทำใจ... 
หากเข้าใจในเจตนา ยังรูสึกว่ากำลังใจเราสามารถหล่อเลี้ยงความงามความชุ่มชื่นให้ก ันและกันได้...ปิยมิตรก็จงมั่นใจในตัวเรา ขณะเดียวกัน ก็อยากให้ท่านเข้มแข็งหนักแน่นในความเปลี่ยนแปลง ไม่อยากเห็นท่านวุ่นวายใจไปกับเรา เราอยากมีเพื่อนที่คอยรั้งคอยฉุดเวลาเราลืมตัว อยากเห็นคนเป็นเพื่อนตำหนิติติงเรา เห็นเราเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่ทำอะไรผิดพลั้ง ไม่เอาไหน แล้วชี้แนะผิดถูกให้ ในบางเวลาน่ะ...เพราะชีวิตจริงมันก็หนักแล้วล่ะ ในบทบาทของผู้ใหญ่ ในบทบาทของการเป็นผู้ให้ ในบทบาทของหน้าที่...มันเหนื่อยพอแล้ว คิดว่าท่านก็คงจะเข้าใจดี 
................. ถ้าเรามีบุญได้เอื้อเฟื้อกันมาอย่างมิตร และในชาตินี้ เราก็โชคดีที่สุดแล้ว...เป็นกุศลผลบุญที่นำพาให้มาพบกันในพื้นที่เทคโนโลยี ที่เป็นทางระบายความคิด ส่วนมากเป็นคนที่ขี้เหงา หรือที่แสดงออกสนองความอยากของคน ที่อยากได้รับการยอมรับ อยากวิสาสะกันทั่วๆไปตามธรรมดา...แต่"เรา" ไม่ได้อย่างธรรมดา จริงไม้? เราได้สิ่งที่ยิ่งใหญ่...ที่ยิ่งกว่าสิ่งใด  
เพราะเป็นดอกผลที่ผลิบานในหัวใจ คือดอกมิตรภาพไง 
จะรร่วมมือกับเราที่จะรักษาเอาไว้รึเปล่าล่ะ?
"ปิยมิตรคนดี"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-21 22:09:03
ฝนตกดีมาก... 
รถก็ยังซ่อมไม่เสร็จ 
...และเราก็ได้อ่านหนังสือเกือบทั้งวัน ไม่ได้ไปไหน 
กะว่าจะนอนแต่หัวค่ำ หลังจากพูดกับมิตรแล้ว 
เราคิดแล้วก็พิมพ็ส่งอย่างไม่ได้ตรวจทานเลยนะ 
กลัวอดจะแก้ไขตัดต่อ...ไม่ได้ตามที่คิดหรืออยากพูดครงๆ 
ท่านอาจจะนอนไปแล้ว เพราะเน็ตเราช้ามาก เหมือนกับไม่เป็นใจเอาซะเลย ที่เราอยากพูดให้เข้าใจ 
แหม!...ขณะที่รอการส่งไม่สเร็จ ก็ได้รับข้อความมา ทำให้รู้ว่าปิยมิตรของเรายังหนักแน่นอดทน กว่าที่เราคาดคิดไว้ 
ท่านมั่นคงขึ้นมาก...ทำให้เราประทับใจขึ้นอีกมาก... 
นี่ก็ยิ่งอยากถนอมรักษาน้ำใจไว้นานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ถ้าเราห่างหาย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-21 22:22:10
มีคำอวยพรที่เราปลาบปลื้ม น้อมรับ 
คือ ขอให้เรามีความสุขในห้วงเข้าพรรษา 
เราก็อยาก แจ้งว่า อยากให้พรนี้แก่ปิยมิตรของเราด้วย 
อย่าวิตก อย่าหวั่นไหว 
ที่เราจะไม่คุยด้วยมาก และบ่อยครั้ง 
เราจะอ่านหนังสือ จะหมั่นเจริญสติ 
ห่างจากการใช้เครื่องมือสื่อสาร (ย้ำ เพียแค่ห่าง) 
แต่เราจะอ่าน จะซึมซาบความอาทรของท่านอยู่ในธรรมที่ให้มา แทนความคืดถึงห่วงใย เราจะถือมาเป็นพลังทำหน้าที่ ทำแต่สิ่งงดงาม 
....................................................................... 
แทนความอาทร
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-21 22:31:42
แม้เราไม่ได้มาพบ 
ก็ขอฝากเอาไว้ 
ให้ย้ำเตือนในใจเพื่อนเสมอ 
*** เพียงข้อความ สั้นสั้น ในวันนี้ 
บอกตอบ เธอคนดี ที่ถามหา 
ว่าห่วงใย ว่าผูกพัน เหมือนเป็นมา 
ทุกทุกวัน จะมีค่า และงดงาม ***
วันนี้เรารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-22 12:34:17
 
ในข้อความของท่านมาก จนไม่รู้สึกอยากทานข้าวเที่ยงเลยล่ะ 
 
ปลื้มมาก ๆ ครับผม ขอขอบพระคุณท่านอย่างที่สุด. 
 
 
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-24 09:15:32
 
“มิตรแท้คนดีของเรา” เมื่อวานนี้เราไปเยี่ยมสองท่านผู้เฒ่าผู้ยิ่งยงของเรา 
เราก็เลยเก็บความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ ก็เลยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับมิตรแท้ดี 
“มิตรแท้คนดีของเรา” ท่านทำให้เราได้เข้าใจท่านทุกสิ่งทุกอย่างดีแล้ว  
คล้าย ๆ ว่า ต่อไปไม่จำเป็นต้องพูดอะไร เกี่ยวกับความรู้สึก เราก็เข้าใจกันแล้ว 
 
ใช่แล้วครับ “พวกเราคือมิตรที่แสนวิเศษ” ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน อย่างไร 
เราสองคนจะร่วมกันรักษา “มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่นี้” และสิ่งดี ๆ สำหรับเราตลอดไป 
 
 
อ้อ ! ลืมไป
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-24 09:28:12
 
ก็ “ปิยมิตร” เป็นผู้ชายนี่นา.... 
“ปิยมิตร” ถึงได้หนักแน่น มั่นคง อดทน 
 
ยิ่งได้ “มหาปิยมิตรคนดี” เป็นอาจารย์ให้เราอีก  
ท่านจะให้เราแข็งแกร่งขนาดไหนก็ย่อมได้ทั้งนั้น..... 
 
..............“ปิยมิตร” ยินดีจัดให้ครับ……………… 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-24 20:24:10
.................................................................................... 
การบำรุงรักษาสิ่งใด ๆ ในโลก การบำรุงรักษาตนคือ “ใจ”  
เป็นจุดที่ยอดเยี่ยมของโลกคือ “ใจ” การบำรุงรักษาด้วยดี 
 
“ได้ใจแล้วคือได้ธรรม เห็นใจตนแล้วคือเห็นธรรม รู้ใจแล้วคือรู้ธรรมทั้งมวล 
ถึงใจตนแล้วถือถึงนิพพาน” 
 
ใจนี่แลคือสมบัติอันล้นค่า จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมองข้ามไป 
คนพลาดใจ คือ ไม่สนใจปฏิบัติต่อใจดวงวิเศษในร่างนี้  
แม้จะเกิดร้อยชาติพันชาติ ก็คือผู้พลาดนั่นเอง 
.............................................................................. 
 
 
......................................................”หลวงปู่มั่น”.  
 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-25 20:00:26
 
บรรดาสานุศิษย์ที่อยู่ร่วมสำนักและได้รับคติธรรมคำสอน 
ขององค์ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทต.ตเถร ต่างยกย่องเชิดชูองค์ท่านเหนือเกล้า 
ว่าเป็น “พระบูรพาจารย์” ผู้ขจัดความมืดมน เป็นดุจผู้ยังประทีปให้สว่างไสวในที่มืด 
ได้ยึดหลักปฏิปทาและหลักธรรมที่องค์ท่านให้ไว้เป็นเนติแบบอย่าง ดำเนินรอยตาม 
และยอมรับโดยดุษฎีด้วยหลักเหตุผลอันงดงามที่ต่างเคยสัมผัสองค์ท ่าน 
พระบูรพาจารย์ว่า.... 
 
..............“ศีล พึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน” 
..............”ความสะอาด พึงรู้ได้ด้วยการงาน” 
..............”ปัญญา พึงรู้ได้ด้วยการสนทนา” 
 
ปัญญาธรรมขององค์ท่านพระอาจารย์มั่น ถือเป็นอมตานุสสรณียธรรม 
มูลมรดกชิ้นเอกที่หาผู้แสดงได้ยากในปรัตยุบัน 
 
กุลบุตรกุลธิดาผู้มาสุดท้ายภายหลัง พึงน้อมรับสารธรรมนี้มาประพฤติปฏิบัติ 
ให้สมกับได้อัตภาพฐานะความเป็นมนุษย์ 
 
ท่านพระอาจารย์มั่นเป็นพระบูรพาจารย์ผู้ให้เมตตาธรรมโดยแท้  
สมกับนามมงคลฉายาขององค์ท่านว่า 
 
...............“ภูริทต.ต : ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”............... 
“ฐานะอันเลิศมีอยู่ในมนุษย์”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-25 20:30:23
 
ฐานะอันเลิศนั้น เป็นทางดำเนินไปเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ 
อธิบายว่า เราได้รับมรดกมาแล้วจากนโม คือ บิดา มารดา 
 
กล่าวคือ ตัวของเรานี้แล อันได้กำเนิดเกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นชาติสูงสุด 
เป็นผู้เลิศตั้งอยู่ในฐานะอันเลิศด้วยดี คือ มีกายสมบัติ วจีสมบัติ  
และมโนสมบัติ บริบูรณ์ จะสร้างสมเอาสมบัติภายนอกคือทรัพย์สินเงินทอง 
อย่างไรก็ได้ จะสร้างสมเอาสมบัติภายใน คือ มรรค ผล นิพพานธรรมวิเศษก็ได้ 
 
พระพุทธองค์ทรงบัญญัติพระธรรมวินัย ก็ทรงบัญญัติแก่มนุษย์เรานี้เอง 
มิได้ทรงบัญญัติแก่ ช้าง ม้า โค ควาย ฯลฯ ที่ไหนเลย  
มนุษย์นี้เอง จะเป็นผู้ปฏิบัติถึงซึ่งความบริสุทธิ์ได้ 
 
ฉะนั้น จึงไม่ควรน้อยเนื้อต่ำใจว่าตนมีบุญวาสนาน้อย  
เพราะมนุษย์ทำได้ เมื่อไม่มีทำให้มีได้ เมื่อมีแล้วทำให้ยิ่งได้ 
สมด้วยเทศนานัยอันมาในเวสสันดรชาดกว่า 
 
“เมื่อได้ทำกองกุศล คือ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ตามคำสอน 
ของพระบรมศาสดาจารย์เจ้าแล้ว บางพวกทำน้อยก็ไปสู่สวรรค์ 
บางพวกทำมากแลขยันทำจริง พร้อมทั้งวาสนาบารมีแต่หนหลังประกอบกัน 
ก็สามารถเข้าสู่พระนิพพานโดยไม่ต้องสงสัยเลย”  
 
พวกสัตว์ดิรัจฉาน ท่านมิได้กล่าวว่าเลิศ เพราะจะมาทำเหมือนพวกมนุษย์ไม่ได้ 
จึงสมกับคำว่า มนุษย์นี้ตั้งอยู่ในฐานะอันเลิศด้วยดี สามารถนำตนเข้าสู่มรรคผล 
เข้าสู่นิพพานอันบริสุทธิ์ได้แล 
 
 
………………………………“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน” 
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-25 20:33:51
 
เราอ่านข้อความมากมายของท่านแล้ว 
 
ทำให้เรารู้สึกได้ว่าท่านอยากจะ “นิพพาน” 
 
 
“ถ้ำเชียงดาว”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-25 20:51:46
 
ในสมัยก่อน ถ้ำเชียงดาวเป็นถ้ำที่เคยมีพระปัจเจกพุทธเจ้ามาพัก 
และมีพระอรหันต์มานิพพาน  
 
ครั้นท่านพระอาจารย์มั่นมาพักบำเพ็ญสมณธรรมอยู่นั้น 
ท่านได้กล่าวว่า “ครั้งแรก ๆ เราก็พักอยู่ตีนเขาและบำเพ็ญความเพียร 
ต่อไปก็ขยับมาอยู่ปากถ้ำ”  
 
ตรงปากถ้ำนั้นมีก้อนหินใหญ่ ท่านใช้ก้อนหินนั้นเป็นที่นั่งสมาธิ 
มีความรู้สึกว่าอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่งมิใช่โลกนี้ ไม่ว่าจะเดินหรือนั่ง 
 
“ถ้ำปากเปียง”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-25 20:53:21
 
เมื่อท่านพระอาจารย์มั่น ได้พักบำเพ็ญธรรมที่ถ้ำเชียงดาวพอควรแล้ว 
ท่านได้จาริกผ่านมาบริเวณวัดถ้ำปากเปียง ต่อมาท่านได้ปรารภกับ“หลวงปู่แหวน”  
ว่า “ถ้ำปากเปียงเป็นถ้ำที่เป็นมงคล มีพระอรหันต์มาดับขันธ์ที่นี่” 
 
และแล้ว...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-25 20:56:15
 
ปิยมิตรก็มีกิเลสเพิ่มขึ้นมาอีก คือ อยากไปเที่ยวถ้ำเชียงดาว และถ้ำปากเปียง 
มิทราบว่า “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” มีความเห็นอย่างไร ในกรณีนี้ 
 
(ถึงจะฟังดูเป็นคำถาม แต่ปิยมิตรก็มิได้ต้องการคำตอบหรอกนะจ๊ะ  
ปิยมิตร เกรงใจ้ เกรงใจ ................มิอยากรบกวนคนเข้าพรรษา) 
วันนี้ ยังเป็นฆราวาส
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-25 23:31:52
เพิ่งชื่นชมยินดีปรีดากับทีมวอลเลย์บอลหญิงของไทยที่เอาชนะจีนไ ด้อย่างขาดลอย 3 ต่อ 1 เซ็ท ภูมิใจให้ชาติจังเลย...เพราะหม่นหมองห่อเหี่ยวกับสถานหารณ์ใต้ขณะนี้... เรามีญาติ มีลูกศิษย์ คนที่รักนับถือไปปฏิบัติหน้าที่่อยู่พอสมควร ก็เป็นห่วงมาก ไม่ค่อยสบายใจ (จิตไม่ค่อยสงบนักหรอก)....  
พอมีเรื่องให้ผ่อนคลาย ก็ชื่นมื่นขึ้น เราคิดว่าคนไทยเราทุกคนก็คงเป็นแบบเรานี้นะ ปิยมิตรได้ดูไม้? 
........................................................................ 
หลายวันมานี้ เราก็จดจ่ออยู่กับพุทธภาษิต หมั่นฝึกอยู่ 
One who can maintain peace of mind is happy. 
... เอาใจช่วยเรานะ... จนกว่าจะออกพรรษา
คงจะมาให้ดีใจนิดหน่อยใช่มั๊ยล่ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-26 12:13:25
 
ปิยมิตร มิได้ดูทีวีเลยจ๊ะ 
 
ปิยมิตร ขอขอบพระคุณ “มหาปิยมิตร” ที่รายงานข่าวน่ายินดีให้ทราบ 
โดยปกติปิยมิตรก็ไม่เปิดทีวีดูอยู่แล้วจ๊ะ เพราะรู้สึกว่ามีงานให้ทำอยู่ตลอด 
พอเราพัก เราก็อยากอยู่เงียบ ๆ พร้อมกับทำใจให้สงบไปด้วย 
 
เอ๊ะ ! หรือว่านี่คือสัญญาณบ่งบอกว่า ปิยมิตร อยากนิพพาน !!! 
แต่เราคิดว่าเรายังไม่พร้อมนะ เพราะเรายังอยากยียวนกวนประสาทใครบางคนอยู่จ๊ะ. 
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-26 17:03:33
 
ปิยมิตร ขออนุญาตปลีกวิเวกสักสองสามวันนะครับ 
เช่นเดิมฮ่ะ ไปเหนื่อย ไปเมารถ แล้วก็อาเจียน.....ครบสูตรจ๊ะ 
 
ฝากเผื่อเอาไว้ คิดถึง คิดถึง คิดถึง......สามวันนะจ๊ะ นะจ๊ะ นะจ๊ะ 
 
เราสบายดีครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-30 11:09:39
ปิยมิตร คงมีกิจวุ่นวาย 
เรากีมีงานมากมาย 
ก็ พยายามทำใจให้สนุกกับงาน 
ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็ไม่มีปัญหา 
.............................................. 
สติอารมณ์ ก็เป็นปกติ 
ออกจะชุ่มชื่นเบิกบานกับเด็กๆวัยรุ่น 
มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้พลอยกระฉับกระเฉงตื่นเต้นไปด้วย 
...สนุก ในวันทำงาน วันหยุดก็ยังคงไปทำบุญบ้าง เที่ยวบ้าง ไม่จำเจ 
...เบื่อมาก วุ่นวายมาก ก็ยังผ่านพ้นไปได้... 
แต่สักระยะ ก็คงมีอีก...สลับเปลี่ยนไปเรื่อยล่ะนะ 
แต่เราก็ตั้งรับไว้ให้แม่นๆ คอยสังเกตระมัดระวังเอา เรียกว่าไม่ประมาท และไม่ต้องซีเรียสนักกับชีวิต จริงจังมากไปก็ทุกข์ วางๆ ปลงๆ มั่ง ก็สบายใจดีนะ
ธรรมในใจ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-30 18:52:27
เมื่อวุ่นวายหนอ หมองมัวหนอ 
ก็ได้อาศัยกำลังใจมากๆ จากที่พึ่งที่ระลึก 
สงบเย็นใจได้ด้วยธรรมะ สดับมาแล้วก็เอาจิตตั้งไม่ให้ไหวเอนไปตามสิ่งยั่วยุบั่นทอน...สติ และความสงบก็จะเข้ามาหาบ่อยๆไม่ห่างหาย 
........ เราก็อยากให้ปิยมิตรของเรา ได้รับแต่ความเบิกบานสดใสด้วยธรรมส่องใจ ที่ท่านได้เผยแผ่มาให้เรา ก็เท่ากับท่านฉายออกมาจากจิตใจที่ถึงพร้อมแล้ว...เมื่อเราได้รับความชุ่มเย็น ท่านก็ย่อมได้มากไม่ต่างกัน และยิ่งมากกว่า... 
...ท่านจงส่องธรรม ตลอดไป เผยแพร่พุทธานุภาพด้วยความเลื่อมใสศรัทธาต่อเรื่องราวและวัฏปฏิ บัติของพระอริยสงฆ์เจ้า คราละเล็กละน้อยก็ได้ ไม่ต้องมาก แต่ก็ขอให้ตลอดไปเรื่อยๆ นะครับ
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-30 21:17:03
 
เราขอขอบพระคุณท่านมากครับ...สำหรับกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ 
เราตั้งใจแต่แรกแล้วว่าเราจะส่งข้อความถึงท่านในวันนี้ 
 
พอเปิดมาเห็นข้อความของท่านแล้ว....เราก็สบายใจ 
และดีใจมากที่รู้ว่าท่านสบายดี...ด้วยการรักษาจิตใจได้อย่างดี 
แม้จะต้องวุ่นวาย และอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมยั่วยุทั้งหลาย 
หากใจมั่นคง...ปัญหาก็เหมือนก้อนหินตกลงบนพื้นโลกนั่นแหละ...ไม่สะเทือน !!! 
 
เรา...”เล็ก ๆ ไม่ยิ่งใหญ่” ....ปัญหาก็แทบจะไม่มีอะไรมาทำให้ไม่สบายใจเลย 
ที่ทำให้เราไม่สบายใจก็เพราะ...เรามาส่งข้อความหา “มหาปิยมิตรคนดี” นี่แหละ 
แต่พอมาถึงวันนี้..... 
 
“ทำให้เรารู้สึกว่าคุ้มมาก คุ้มค่ากับการที่เราได้ฝึกจิตใจของเราให้หนักแน่น มั่นคง  
ทำให้เรามีความสุขที่ได้แบ่งปันสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าดี และได้พบมิตรแท้ที่ยิ่งใหญ่” 
 
ความดีทั้งหลายเหล่านี้ เกิดขึ้นได้ก็เพราะ “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” คนนี้ 
ได้นำพาเรามาพบหนทางที่ใช่ !...ใช่แล้วครับ !! “ท่านทำให้เราได้ทำในสิ่งที่เราคิด”!!! 
 
 
...........................ขอขอบพระคุณท่านมากครับผม............................. 
 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-30 21:28:27
 
สรณะทั้งสาม คือ “พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์”  
มิได้เสื่อมสูญอันตรธานหายไปไหน ยังปรากฏอยู่แก่ผู้ปฏิบัติเข้าถึงอยู่เสมอ 
ผู้ใดมายึดถือเป็นที่พึ่งของตนแล้ว ผู้นั้นจะอยู่ในกลางป่า หรือเรือนว่างก็ตาม 
สรณะทั้งสามก็จะปรากฏแก่เขาอยู่ทุกเมื่อ จึงว่าเป็นที่พึ่งแก่บุคคลจริง 
เมื่อปฏิบัติตามสรณะทั้งสามจริง ๆ แล้ว จะคลาดแคล้วจากภัยทั้งหลาย 
อันก่อให้เกิดความร้อนอกร้อนใจได้แน่นอนทีเดียว. 
 
....................................................................................หลวงปู่มั่น. 
 
“ผู้ให้ปัญญาประดุจดั่งแผ่นดิน”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-30 21:53:01
 
“สติปัญญา.......เป็นอาวุธ” 
 
ผู้สนใจศึกษาปฏิบัติธรรม คือผู้สนใจหาความรู้ความฉลาด 
เพื่อคุณงามความดีทั้งหลาย ที่โลกเขาปรารถนากัน 
 
เพราะคนเราจะอยู่และไปโดยไม่มีเครื่องป้องกันตัว 
ย่อมไม่ปลอดภัยต่ออันตรายทั้งภายนอก ภายใน 
 
เครื่องป้องกันตัวคือหลักธรรม มีสติปัญญาเป็นอาวุธสำคัญ 
จะเป็นเครื่องมั่นคง ไม่สะทกสะท้าน มีสติปัญญาแฝงอยู่กับตัวทุกอิริยาบถ 
จะคิด พูด ทำอะไร ๆ ไม่มีการยกเว้น มีสติปัญญาสอดแทรกอยู่ทั้งภายในและภายนอก 
มีความเข้มแข็ง อดทน มีความเพียรที่จะประกอบคุณงามความดี 
 
 
คนอ่อนแอโง่เง่าเต่าตุ่นวุ่นวายอยู่กับอารมณ์เครื่องผูกพัน ด้วยความนอนใจ 
และเกียจคร้านในกิจการที่จะยกตัวให้พ้นภัย. 
 
 
....................................................................................หลวงปู่มั่น. 
ปิยมิตร พิจารณาแล้วเห็นว่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-30 22:00:28
 
ปิยมิตร ควรจะนอนได้แล้ว...ราตรีสวัสดิ์ครับผม. 
 
หิวหนอ....หิวหนอ....หิวหนอ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-31 12:17:47
 
หากเรารับประทานอาหารที่เราชอบ 
ก็จะทำให้เรามีความสุขจริง ๆ หนอ 
 
คิดถึงหนอ....คิดถึงหนอ.....คิดถึงหนอ 
 
ลองมาฝึกสมาธิคลายความเฉื่อย...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-31 18:56:20
อาจารย์เราบอกว่าอย่างนี้.. 
ปิยมิตรลองดูนะ เราว่าได้หลายอย่าง สังเกตดู... 
อ่านให้คล่อง ให้เร็วขึ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 
ได้บริหารอวัยวะการออกเสียงด้วยจ๊ะ 
.................................................................. 
"สละสลดระทดระทวยระหวยระหาย 
จะย่างจะกรายจะยืนจะหยุดก็สุดจะหมาง 
จะแลจะเหลียวก็เปลี่ยวก็มืดก็จืดก็จาง 
จะแวะจะวางก็หวาดก็หวั่นให้พรั่นให้พรึง 
เห็นเสือเห็นสิงห์กะทิงกะแทะอิแกะอิเก้ง 
ก็โป่งก็เป่งระเห็ดระหันก็ขันก็ขึง 
พยัคฆ์พยานก็รานก็ร้องก็ก้องก็อึง 
ตะลานตะลึงก็รุ่งก็ริ่งก็เจิ่งก็จร"
เราไม่ได้หมายความว่าพวกเราเฉื่อยนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-31 21:18:38
มีผู้ว่าอย่างนั้น 
เราก็ลองอ่านสนุกๆ ก็มันดี เวลาว่าง  
................................................ 
ผ่อนคลายบ้างเนาะ 
คิดถึงเช่นกันครับ 
ขอขอบพระคุณครับท่านอาจารย์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-31 21:38:22
 
ข้าน้อยได้ฝึกสมาธิตามวิธีของท่านอาจารย์แล้วครับผม... 
แต่ข้าน้อยเกรงใจคนข้างบ้าน .....ก็เลยมิกล้าออกเสียงดังมากครับ 
 
ก็เป็นวิธีการทำสมาธิที่ดี......ทำให้นึกถึงเมื่อตอนเราเป็นเด็ก  
ที่คุณครูให้เราท่องจำ ท่านก็คงอยากให้เรามีสมาธิ และบริหารอวัยวะการออกเสียงไปด้วย... 
 
ดีจัง ! วัน ๆ เราก็ไม่ค่อยได้พูดกับใครมากอยู่แล้ว.......พูดอยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกันเน๊าะ. 
 
ปิยมิตร ก็มีวิธีฝึกสมาธิเหมือนกันครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-31 21:41:26
 
ว่าดังนี้จ๊ะ.......คิดถึงหนอ...คิดถึงหนอ...คิดถึงหนอ…. 
 
ลองหลับตาแล้วพูดดูสิครับ...รับรองว่าได้สมาธิล้วน ๆ (หากไม่คิดอะไร) 
 
(เล่นมากไปรึเปล่านี่.......นิดหน่อยครับ...พอให้หลับสบาย) 
 
“หลวงปู่บัว เตมิโย” ท่านเล่า....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-31 22:19:40
 
“ท่านพระอาจารย์มั่น” ท่านอายุในราวหกสิบปี ส่วนอาตมาก็ในราวสามสิบปี ยังเป็นพระหนุ่มอยู่ 
ได้ไปกราบอย่างใกล้ชิด และได้ฟังธรรมจากท่านด้วย จนเข้าใจในสิ่งที่ไม่เข้าใจ  
ท่านสอนวิธีนั่งสมาธิภาวนาว่า….. 
 
“พึงนั่งสมาธิ คือ นั่งขัดสมาธิตามแบบพระพุทธรูปองค์แทนพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ ้า 
คือให้เอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย วางมือทั้งสองไว้บนตัก ตั้งกายให้ตรง ดำรงสติให้มั่น 
อย่าให้ก้มนักเงยนัก อย่าให้เอียงซ้ายเอียงขวาจนผิดธรรมดา ไม่ให้กดหรือเกร็งอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง 
อันเป็นการบังคับกายให้ลำบาก ต้องปล่อยวางอวัยวะทุกส่วนไว้ตามปกติธรรมดา 
 
แต่เวลาทำหน้าที่ภาวนาต่อไปแล้ว ท่านให้ตั้งใจกับหน้าที่ที่ทำนั้นอย่างเดียว ไม่พึงกลับมาทำความกังวล 
กับการรักษาท่านั่งสมาธิที่กำหนดไว้เดิม โดยเกรงท่านั่งนั้นจะเคลื่อนจากอาการเดิม 
เป็นการก้มเกินไป หรือเงยเกินไป “ท่านพระอาจารย์มั่น” ท่านไม่ให้กังวลในสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น 
เช่น การนั่งสมาธิ พอนั่งนาน ๆ ไป อาจจะนั่งเอียงไปทางซ้ายบ้าง ทางขวาบ้าง ซึ่งเป็นการกังวล 
กับอาการทางกายมากกว่าทางจิต เพราะท่านกลัวสมาธิภาวนาจะดำเนินไปไม่สะดวก 
 
ดังนั้น พอเริ่มต้นทางจิตตภาวนาแล้ว จึงไม่ควรกังวลกับทางกาย ควรตั้งหน้าทำงานทางจิตต่อไป 
จนถึงวาระสุดท้าย คือ การออกจากที่สมาธิภาวนา 
 
 
“การเริ่มต้นทางจิตตภาวนา”..... พึงตั้งความรู้สึก คือ “จิตลงเฉพาะหน้า” ที่เรียกว่า “ปัจจุบัน” 
อันเป็นทางรู้ความเคลื่อนไหวของจิต ของความระลึกรู้ที่อยู่กับใจ อันเป็นการเตือนตนให้รู้ว่า 
จะเริ่มทำงานในขณะนั้น ท่านให้ระวังไม่ให้จิตส่งออกไปสู่อารมณ์ต่าง ๆ ทั้งอดีต อนาคต 
ทั้งดีและชั่ว ที่นอกจากงานบริกรรมภาวนาซึ่งกำลังทำอยู่ในเวลานั้น” 
 
 
คืนนี้ปิยมิตรจะนอนทำสมาธินะจ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-08-31 22:33:07
ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ..........คิดทึ้ง คิดถึง...ได้หรือเปล่าหนอ 
วันนี้..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-01 20:12:29
*** 
เสียงปืนที่ดังลั่น 
ตัวแม่นั้นต้องสิ้นใจ 
ลูกน้อยที่กอดไว้ 
กระดอนไปเพราะแรงปืน 
ฝืนใจเข้ากอดแม่ 
หวังแก้ให้แม่ฟื้น 
แม่จ๋าเพราะเสียงปืน 
จึงไม่คืนชีวิตมา 
โทษใดให้ประหาร 
ศาลไหนพิพากษา 
หากลูกท่านเป็นสัตว์ป่า 
ใครเข่นฆ่าท่านยอมไหม 
ชีวิตใครก็รัก 
ท่านประจักษ์บ้างหรือไม่ 
โปรดเถิดจงเห็นใจ 
สัตว์ป่าไซร้ก็เหมือนกัน 
.....(สืบ นาคะเสถียร)..... 
 
ปิยมิตรครับ 
เมื่อวานนี้ สักหกโมงเช้า เพื่อนสนิทเราโทรมาบอกว่าให้เตรียมใส่บาตร เพราะมีหลวงพ่อที่วัดใกล้บ้าน(ราวเกือบสามกิโลเมตร) ท่านมาโปรดบิณฑบาตถึงหน้าบ้าน เราก็ได้ใส่บาตรก่อนไปทำงาน และท่านจะผ่านมาทุกวัน...... วันนี้จึงนับเป็นวันที่สองที่มีบุญมาส่งถึงบ้านและเราก็ได้น้อม จิตอุทิศแผ่ให้ท่านสืบ นาคะเสถียรด้วย เพราะบังเอิญได้ดูรายการสารคดีเมื่อคืน เช้าวันนี้เป็นวันครบ21ปี ที่ท่านสิ้นชีวิต...... เราตั้งใจว่าจะบอกข่าวดีแก่ปิยมิตรว่าช่างดีเหลือเกินที่เรื่อง ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเรื่องพระคุณเจ้าท่านอุตส่าห์เพิ่มระยะทางมาโ ปรดถึงหน้าบ้าน...และก็นึกได้ว่าปิยมิตรของเราชื่นชมท่านสืบเหมือนกัน เราก็เลยเอาบทกลอนสะท้อนถึงความสะเทือนใจต่อการทำร้ายชีวิต มาให้ฟัง........ เราจะได้น้อมรำลึกถึงคนดี ที่อุทิศชีวิตเพื่อปณิธานอันล้ำค่า เป็นแรงบันดาลใจพวกเราต่อไป....ให้นึกถึงสรรพสัตว์ สรรพชีพอื่นๆ เราจะได้ไม่ห่วงแต่ตัวเอง ไม่หมองหม่นเศร้าใจเมื่อไม่ได้อยู่กับสิ่งที่รัก ก็ต้องมุ่งทำหน้าที่ มุ่งทำประโยชน์ให้มากมายให้คลายความกังวลห่วงใย ให้ลืมหัวใจของตัวเองบ้าง
“ท่านสืบ นาคะเสถียร”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-01 21:12:06
 
ท่านมีความเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ ท่านจบชีวิตของตัวเอง 
หวังจุดประกาย “แสงเทียนความหวัง” ให้สว่างไสวขึ้นมา 
(เพื่อรักษาธรรมชาติ เพราะธรรมชาติ คือ ชีวิต) 
 
อาจจะช้าไปสักหน่อย กว่าจะเจิดจ้าขึ้นมาในจิตใจของผู้คน 
แต่จะคงทนตลอดไป...ไม่มีวันดับ...มีแต่จะสว่างไสวตลอดกาล 
 
แม้ว่าท่านจะสิ้นใจ........แต่ไม่มีวันสิ้น....”สืบ นาคะเสถียร” แน่นอน !!! 
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-01 21:22:23
 
ท่านลืมหัวใจของตัวเองได้บ้าง......แต่ท่านอย่าลืมหายใจนะครับ 
 
เพราะปิยมิตรน่ะ “กังวลห่วงใยท่านเป็นที่สุด” ครับผม 
 
ช่วงนี้ปิยมิตรเบิกบานใจตลอด...จริง จริ้
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-01 21:32:25
 
 
วันนี้เราจะเล่าเรื่องอัฐิ.....กลายเป็นพระธาตุ 
 
(เพื่อให้คนเล่าหลับสบายตลอดคืน...และคนอ่านก็ต้องรีบหลับเพราะปวดหัวตาลายกับข้อความเยอะ...แฮ่ !) 
“ปัญหาเรื่องอัฐิ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-01 21:34:06
 
ปัญหาเรื่องอัฐิท่านพระอาจารย์มั่น ท่านพระอาจารย์เสาร์ กลายเป็นพระธาตุ 
ปรากฏว่ากระจายไปในที่ต่าง ๆ จนทำให้เกิดความสงสัยกันก็มี  
 
ในระยะอัฐิท่านกลายเป็นพระธาตุใหม่ ๆ บางท่านถามว่า 
อัฐิของพระอรหันต์ก็ดี ของสามัญชนก็ดี ต่างก็เป็นธาตุดินชนิดเดียวกัน 
ส่วนอัฐิของสามัญชนทำไมถึงกลายเป็นพระธาตุไม่ได้ 
เฉพาะอัฐิของพระอรหันต์ทำไมจึงกลายเป็นพระธาตุได้ ทั้งสองนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร 
 
ก็ได้อธิบายให้ฟังเท่าที่สามารถแต่เพียงโดยย่อว่า เรื่องอัฐินั้น 
ปัญหาส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับใจเป็นสำคัญ คำว่า จิต แม้เป็นจิตเช่นเดียวกัน 
แต่มีอำนาจและคุณสมบัติต่างกันอยู่มาก  
 
คือจิตของพระอรหันต์ท่านเป็นอริยจิต เป็นจิตที่บริสุทธิ์ 
ส่วนจิตของสามัญชนเป็นเพียงสามัญจิต เป็นจิตที่มีกิเลสโสมมต่าง ๆ 
เมื่อจิตผู้เป็นเจ้าของเข้าครองอยู่ในร่างใด และจิตเป็นจิตประเภทใด 
ร่างนั้นอาจกลายไปตามสภาพของจิตผู้เป็นใหญ่พาให้เป็นไป 
.............................................................................................................................. 
เช่น จิตพระอรหันต์เป็นจิตที่บริสุทธิ์ อาจมีอำนาจซักฟอกธาตุขันธ์ให้เป็นธาตุที่บริสุทธิ์ 
ไปตามส่วนของตน อัฐิท่านจึงกลายเป็นพระธาตุได้ 
.............................................................................................................................. 
แต่อัฐิของสามัญชนทั่ว ๆ ไป แม้จะเป็นธาตุดินเช่นเดียวกัน แต่จิตผู้เป็นเจ้าของเต็มไปด้วยกิเลส 
และไม่มีอำนาจซักฟอกธาตุขันธ์ให้เป็นของบริสุทธิ์ได้ อัฐิจึงกลายเป็นธาตุขันธ์ที่บริสุทธิ์ไปไม่ได้ 
จำต้องเป็นสามัญธาตุไปตามจิตของคนมีกิเลสอยู่โดยดี  
 
หรือจะเรียกไปตามภูมิของจิตภูมิของธาตุว่า อริยจิต อริยธาตุ 
และสามัญจิต สามัญธาตุ ก็คงไม่ผิด เพราะคุณสมบัติของจิต ของธาตุ 
ระหว่างพระอรหันต์กับสามัญชนต่างกัน อัฐิจำต้องต่างกันอยู่โดยดี 
 
ผู้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ขึ้นมานั้น
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-01 21:37:24
 
ทุกองค์เวลานิพพานแล้ว อัฐิต้องกลายเป็นพระธาตุด้วยกันทั้งสิ้น 
 
สืบทอดเจตนา.....
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-01 21:47:38
(สืบ นาคะเสถียร).................................คาราบาว  
 
แววตาของเจ้าลุกโชน....เสียงตะโกนของเจ้า....ก้องไพร  
บัดนี้เจ้านอนทอดกาย....จากป่าไป....ด้วยใจกังวล  
วาจาของเจ้าจริงจัง....มีพลัง....เหมือนดังมีมนต์  
นักสู้ของประชาชน....จะมีกี่คน....ทำได้ดังเจ้า  
 
สืบ นาคะเสถียร.... เป็นบทเรียน....ของกรมป่าไม้  
หัวหน้ารักษาพงไพร.... จังหวัดอุทัย ณ ห้วยขาแข้ง  
 
สองมือเจ้าเคยฟันฝ่า....อีกสองขา....เจ้าย่างย่ำไป  
ลัดเลาะสุมทุมพุ่มไม้.... ตระเวนไพร....ให้ความคุ้มครอง  
ดูแลสารทุกข์สารสัตว์....ในป่ารกชัฏ....ลำห้วย ลำคลอง  
ขาแข้งเหมือนดังขาน่อง....สองขาเจ้าย่ำ....นำความร่มเย็น  
 
สืบ นาคะเสถียร.... เป็นบทเรียน....ข้าราชการไทย  
ถือประโยชน์ของชาติเป็นใหญ่....ถึงตัวต้องตาย....ไม่เสียดายชีวา  
 
สืบ นาคะเสถียร…. เป็นบทเรียน....ของกรมป่าไม้  
หัวหน้ารักษาพงไพร....จังหวัดอุทัย ณ ห้วยขาแข้ง  
 
เช้าวันที่ 1 กันยายน....ในราวป่า....เสียงปืนกึกก้อง  
ญาติมิตรล้วนน้ำตานอง....จากข่าวร้าย....กลางป่าอุทัย  
วิญญาณเจ้าจงรับรู้…. คนที่ยังอยู่....ยังยืนหยัดต่อไป  
สืบ...เอยหลับให้สบาย....เจ้าจากโลกไปนี้....ไม่สูญเปล่า  
 
...........สืบ...เอย...เจ้าจากไป...ไม่สูญเปล่า………..  
ควรค่าเชิดชู
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-01 21:54:00
 
"ผมเห็นใจคนที่ไม่มีโอกาสในสังคม ถูกบีบคั้นถูกเอาเปรียบทุกอย่าง  
 
ผมอยากเห็นคนที่มีโอกาสสละโอกาส ให้กับคนที่ไม่มีโอกาสบ้าง  
 
อย่าได้เที่ยวกอบโกยมากกว่านี้เลย เพราะมันจะไม่ทำให้อะไรดีขึ้น "  
 
 
................................................................................สืบ นาคะเสถียร  
ชีวิตสัมพันธ์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-02 20:35:50
 
เจ้านกเอย เจ้าเคยอยู่บนกอไผ่ 
ถู่ขันบทเพลงจากใจ ชมไพรชมพฤกษ์พนา 
ส่งสำเนียง เสียงธรรมชาติสร้างมา 
ผสมเสียงเพลง พฤกษา ที่มาของเสียงดนตรี 
 
* กู่เรื่องราวบอกกล่าวถึงความรู้สึก 
เป็นเพียงสามัญสำนึกและการห่วงหาอาทร 
ตอนนี้เราสิ้นเงาไม้ไม่เหมือนก่อน 
ชุ่มชื่นกลับกลายเป็นร้อนเป็นแล้งระแหงระเหิด 
 
 
** ความแห้งแล้งความชุ่มชื้นอย่างไหนที่เราชอบใจ 
ความร่ำรวยความยากจนอย่างไหนที่คนชอบกัน 
มันอยู่ที่ความสมบูรณ์ของหมู่แมกไม้ต้นสายต้นน้ำลำธาร 
มาจากป่าสู่เมืองจากเขาทะมึนหล่อเลี้ยงผู้คนในแท่งคอนกรีต 
 
*** ยามนี้เราจึงมาร้องเพลงร่วมร้องบรรเลงเสียงเพลงจากไพร 
เมืองนั้นมีความศิวิไลซ์เมื่อมีป่าไม้ต้นน้ำลำธาร 
มีนกกาหากินบินว่อนเนื้อแม่ลูกอ่อนมีนมให้ลูกกิน 
คนหากินสัตว์หากินเราไม่เบียดเบียนกันและกัน 
ต้นไม้งามคนงดงามงามน้ำใจไหลเป็นสายธาร 
ชุบชีวิตทุกฝ่ายเบิกบานมีคนมีต้นไม้มีสัตว์ป่า 
 
ความสมดุลย์คือคุณตามธรรมชาติ 
ดินน้ำลมฟ้าอากาศเติมวาดชุบชีวิตชน 
หมู่ไม้พรรณอยู่กันมาหลายชั่วคน 
ให้ใบให้ดอกให้ผลให้คนได้ผลประโยชน์ 
 
(ซ้ำ *, **, ***, ***, **) 
 
ชุบชีวิตทุกฝ่ายเบิกบานมีคนมีต้นไม้มีสัตว์ป่า 
คนหากินสัตว์หากินเราไม่เบียดเบียนกันและกัน 
ต้นไม้งามคนงดงามงามน้ำใจไหลเป็นสายธาร 
ชุบชีวิตทุกฝ่ายเบิกบานมีคนมีต้นไม้มีสัตว์ป่า 
 
.........................................................คาราบาว 
 
วันนี้...ยังมิมีผู้มาเปิดประเด็น...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-02 20:48:47
 
ปิยมิตร ก็เลยร้องเพลงไปก่อน.... 
 
นี่ก็รู้สึกมีอาการงอนเล็ก ๆ .....เราจะนอนแล้วล่ะ. 
 
ดูทีวีไทย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-02 22:33:52
เพิ่งว่าง กำลังดูThai Pos สนทนาเรื่องสืบ ใกล้จบแล้วครับ 
เราก็เพิ่งเปิดเจอ
คงดูไมทัน...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-03 08:11:18
สวัสดีตอนเช้าจ้า ปิยมิตรคนดี 
เมื่อคืนเรานอนดึกไปหน่อย ท่านก็คงไม่ทันรายการรำลึกถึงท่านสืบ.... เราก็เลยนั่งเล่นคอมไปเรื่อย 
แต่ก็ตื่นทันใส่บาตรนะ 
วันนี้หลวงพ่อบอกว่าพรุ่งนี้ท่านไม่ได้มาโปรดเพราะจะเดินทางไปธ ุระกรุงเทพฯ 
เราก็คงจะเว้นสักวัน แต่ก็เตรียมใส่บาตรรายทางตอนไปทำงาน...เรียกว่าช่วงเข้าพรรษาต้องไม่ให้ห่างหาย จะได้สบายใจมากๆ 
...ท่านร้องเพลงให้ฟัง เราก้ชื่นมื่นแล้วล่ะ ขอบคุณๆๆๆ...ทุกวันๆๆๆ เรื่อยไป
เราก็ฝากธรรมนำใจจากหลวงพ่อพุทธทาส นะครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-03 08:21:18
*** 
*หมู่นกจ้อง มองเท่าไร ไม่เห็นฟ้า 
ถึงฝูงปลา ก็ไม่เห็น น้ำเย็นใส 
ไส้เดือนมอง ไม่เห็นดิน ที่กินไป 
หนอนก็ไม่ มองเห็นคูต ที่ดูดกิน 
*คนทั่วไป ก็ไม่ มองเห็นโลก 
ต้องทุกข์โศก หงุหหงิด อยู่นิจสิน 
ส่วนชาวพุทธ ประยุกต์ธรรม ตามระบิล 
เห็นหมดสิ้น ทุกสิ่ง ตามจริงเอย 
..............................................
รู้สึกดีจัง
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-03 17:40:42
 
มีรายการรำลึกถึงท่านสืบ นาคะเสถียร ด้วย  
ช่างน่าชื่นชมจริง ๆ เราขอขอบพระคุณท่านมากที่บอกข่าว....... 
 
......................................................................................................... 
 
เราไม่ค่อยได้ใส่บาตรเป็นประจำหรอกครับ เราก็ทำบุญตามแบบฉบับของเรา  
เราจะปฏิบัติตามความสะดวก และจะเน้นการรักษาจิตใจของตัวเองมากกว่า 
 
เราใส่บาตรครั้งสุดท้าย เมื่อตอนเราบอกว่าไปปลีกวิเวกครั้งล่าสุด 
ไปกอทอมอ เรามีหลานทำงานอยู่ที่โน่น เขาก็บริการรับส่งพาไปทำธุระ 
พอดีเป็นทางผ่าน วันนั้นเขาก็พาแวะเข้าวัด บอกว่าจะพาไปใส่บาตร  
เพราะเป็นวันพระ เขาบอกว่านี่คือวัดพระศรีฯ วันนั้นเราเห็นคนไปทำบุญเยอะมาก 
ทางเข้าวัดก็มีของขายสำหรับใส่บาตร เขาจัดเป็นชุดให้ เราก็เลยถือโอกาสที่ดีนี้ใส่บาตรไปเก้าองค์ 
ถือว่าเป็นวันพิเศษที่สุด ไม่คาดฝันว่าจะได้ทำบุญใส่บาตรในวันนั้น และอยู่ในกอทอมอด้วย 
 
หลวงปู่ทองรัตน์ กน.ตสีโล
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-03 20:55:48
 
พระอาจารย์อวน ปคุโณ (แห่งวัดจันทิยาวาส จังหวัดนครพนม) ศิษย์ผู้ใกล้ชิดองค์หนึ่งของหลวงปู่ทองรัตน์ 
ได้กล่าวถึงการไปศึกษาธรรมของหลวงปู่ทองรัตน์ (วัดป่าบ้านคุ้ม ตำบลโคกสว่าง อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี) 
กับท่านพระอาจารย์มั่นไว้ว่า ขั้นแรกของการศึกษา หลวงปู่ทองรัตน์ไม่รู้สึกอะไร ภาวนาตามธรรมดา 
 
...พระอาจารย์มั่นได้แนะนำว่า “รู้ไม่รู้ไม่สำคัญ ขอให้ทำจิตใจให้รู้จักว่าสงบหรือไม่สงบ” 
...หลวงปู่ทองรัตน์ได้ออกวิเวกเที่ยวธุดงค์ไป แล้วกลับมาเรียนถามท่านพระอาจารย์มั่นอีกว่า “จิตสงบเป็นอย่างไร” 
...ท่านพระอาจารย์มั่นว่า “เท่าที่ทองรัตน์ปฏิบัติทุกวันนี้รู้สึกว่าเป็นแบบใด” 
...หลวงปู่ทองรัตน์กราบเรียนว่า “มีเหตุหนักกาย หนักใจ ใจฝืดเคืองนัก” 
 
...ท่านพระอาจารย์มั่นแนะว่า “เรื่องที่หนักกาย หนักใจนั่น ไม่ใช่เพราะการบำเพ็ญภาวนา 
แสดงว่ามีความเชื่อศรัทธาอยู่ในการปฏิบัติ อยากทำแต่ไม่รู้จักวิธี การปฏิบัติ ให้รักษาจิต 
รักษาระเบียบวินัย กิจวัตร ข้อวัตรวินัยต้องเข้มงวด ปฏิบัติถึงแล้วก็จะเกิดเมตตา 
มีเมตตาแล้วแสดงว่ามีศีลบริสุทธิ์ มีศีลบริสุทธิ์แล้วจิตก็สงบ จิตสงบแล้วจะเกิดสมาธิ” 
 
หลวงปู่ทองรัตน์ ได้อุบายธรรมปฏิบัติแล้ว จึงกราบนมัสการลาออกหาวิเวกธุดงค์ จนกระทั่งรู้จักสมาธิ 
แล้วกลับมาหาท่านพระอาจารย์มั่น และได้เล่าถวายให้ท่านฟังว่า “ผมรู้จักสมาธิแล้ว” 
พระอาจารย์มั่นจึงถามว่า “ที่ว่ารู้จักนั้น รู้จักแบบใด” 
หลวงปู่ทองรัตน์เรียนว่า “รู้จักเมื่อเป็นสมาธิแล้วก็เบากาย เบาจิต” 
 
ท่านพระอาจารย์มั่นได้แนะนำต่อว่า “จิตสงบแล้วก็ให้พิจารณาขันธ์ห้า ให้รู้จักอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” 
หลวงปู่ทองรัตน์ จึงได้ออกวิเวกธุดงค์ไปตามหุบห้วย ภูผา ป่าช้าต่าง ๆ  
 
....ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระผู้เป็นบูรพาจารย์ เช่น ห้ามเทศน์เด็ดขาด ให้ระวังสำรวม ให้อยู่ตามต้นไม้ อยู่ป่า” 
สหธรรมิกที่มีอุปนิสัยต้องกันในระหว่างจำพรรษาอยู่กับท่านพระอา จารย์มั่น คือ พระอาจารย์บุญมี บ้านสูงเนิน 
กุดจิก จังหวัดนครราชสีมา 
 
หลวงปู่กินรี จน.ทิโย ท่านเล่า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-03 21:11:39
 
มีคราวหนึ่ง ในท่ามกลางพระภิกษุสงฆ์สานุศิษย์ของท่านพระอาจารย์มั่น ซึ่งมีหลวงปู่ทองรัตน์อยู่ในที่นั้นด้วย 
....ท่านพระอาจารย์มั่น เหลียวดูท่านแล้ว เรียกขึ้นว่า “ทองรัตน์” 
....หลวงปู่ทองรัตน์ประนมมือแล้วขานรับว่า “โดย” 
....ท่านพระอาจารย์มั่นจึงพูดต่อไปว่า “เดี๋ยวนี้พระเราไม่เหมือนกับเมื่อก่อนนะ เครื่องใช้ไม้สอย สบู่ ผงซักฟอก 
อะไร ๆ มันหอมฟุ้งไปหมดแล้วนะ” 
....หลวงปู่ทองรัตน์ประนมมือแล้วขานรับอย่างนอบน้อม แล้วเรียนตอบว่า “โดย” 
 
ต่อมา ขณะที่หลวงปู่ทองรัตน์ประนมมือแล้วขานรับอย่างนอบน้อม มีกลุ่มพระภิกษุสองสามรูปเดินผ่านท่านไป 
หลวงปู่ทองรัตน์ จึงร้องตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า “โอ๊ย...หอมผู้บ่าว โว้ย” 
 
.......................................................................... 
 
....คำว่า “โดย” เป็นภาษาอีสาน แปลว่า “ขอรับกระผม” เป็นคำสุภาพอ่อนน้อมที่สุดสำหรับคฤหัสถ์และพระผู้น้อย  
นิยมใช้พูดกับพระภิกษุหรือพระเถระผู้ใหญ่ ซึ่งมักจะใช้กิริยาประนมมือไหว้ระหว่างอกควบคู่ไปด้วย 
....คำว่า “ผู้บ่าว” แปลว่า ชายหนุ่ม บ่าวเป็นคำไทยแท้ ภาษาอีสาน นิยมเรียกว่า “ผู้บ่าว” 
“หลวงปู่ทองรัตน์” นั้น
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-03 21:27:29
 
ดูจะเป็นนายทัพนายกองธรรมใหญ่ระดับแนวหน้าของท่านพระอาจารย์มั่ น 
ที่สังกัดมหานิกายที่มีอาจริยวัตรงดงาม ไม่ติดที่ ไม่ติดวัด สมถะ สันโดษที่สุด 
ท่านพระอาจารย์มั่นให้โอกาสเป็นพิเศษแก่ท่าน ไม่ต้องให้เข้าญัตติ  
 
กล่าวกันว่า ท่านพระอาจารย์มั่นประสงค์ที่จะให้หลวงปู่ทองรัตน์ รักษาแนวปฏิบัติไว้ในฝ่ายมหานิกาย 
มีคำอุปมาว่า “ท่านเป็นนกต่อของท่านพระอาจารย์มั่น” สำหรับชักนำเอาพระภิกษุฝ่ายมหานิกาย 
ให้ได้หันมาหาข้อวัตรปฏิบัติพระกัมมัฏฐาน เป็นอุบายอย่างหนึ่งในการชักจูงคนและเผยแผ่ธรรมในการปฏิบัติ 
 
ท่านพระอาจารย์มั่น จึงไม่อนุญาตให้ญัตติ เป็นธรรมยุตดังลูกศิษย์รูปอื่น ๆ  
หลวงปู่ทองรัตน์ จึงเป็นพระภิกษุผู้ประสานติดต่อภิกษุสงฆ์มหานิกายให้เป็นพระป่า  
ยึดธรรมปฏิบัติตามบูรพาจารย์ ท่านพระอาจารย์เสาร์ ท่านพระอาจารย์มั่น 
 
......................................................................................................................................... 
ญัตติ เป็นคำย่อมาจากคำว่า ญัตติจตุตถกรรม ซึ่งหมายถึง กรรมของสงฆ์ที่ต้องสวดประกาศ 
ในท่ามกลางหมู่คณะ ด้วยญัตติคือข้อประกาศครั้งหนึ่ง และคำเผดียงอีกสามครั้ง รวมเป็นสี่ 
ในที่นี้หมายถึงการทำอุปสมบทกรรมของสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย เพื่อรับเอาภิกษุฝ่ายมหานิกายเข้าหมู่ 
เรียกก็ได้ว่า บวชใหม่ 
“ช่วงเข้าพรรษา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-03 21:47:02
 
เราขอให้ “มหาปิยมิตรคนดีของเรา” จงชุ่มชื่นเย็นใจไปด้วยธรรมะ….ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ 
อรุณสวัสดิ์...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-04 06:45:30
อิ่มใจด้วยรสพระธรรม ครับผม 
ตื่นขึ้นก็สดชื่นาก 
เมื่อคืนก็ไม่นอนดึกมาก  
...................................... 
แม้จะไม่ได้ไปสนทนธรรมโดยตรง 
ไม่ได้ไปวัด 
แต่ถ้าใจเรายังยึดในธรรมนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน โดยการทำจิตให้สงบมีสตติต่อการปะทะ รับมือกับเรื่องราวเหตุการณ์ที่เข้ามาแต่ละวันๆ ได้อย่างดี... ไม่ขุ่นข้อง ไม่โกรธอาฆาตมาดร้าย ไม่ท้อแท้ ไม่หลงระเริง ไม่ประมาท...ขณะเดียวกันก็มีสุขได้ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ มีอารมณ์ขันหน่อยๆ มีใจอ่อนโยนเมตตากรุณา ได้เอื้อเฟื้อแบ่งปัน ได้ทำประโยชน์ไม่มากก็น้อยทุกวันๆ...เราว่าหากทุกคนทำได้ ความสุข ความสงบคงไม่ห่างไกลไปไหน 
แต่สำคัญอยู่ที่ว่าใครจะฝึกได้ ใครจะเลือกเอา และ"ใครจะมองเห็นหลักธรรม"ง่ายๆนี้ เอามาดำเนินชีวิต... เพราะความต้องการในทางวัตถุ ความทะเยอทะยานอยากไม่มีสิ้นสุด...คนเรามักจะมองข้าม"ธรรมชาติ ที่มีธรรมบริสุทธิ์" เป็นความงามเป็นน้ำทิพย์ที่คอยจะหยาดยดมาสร้างความชุ่มชื่นให้จ ิตมนุษย์เสมอนะ...แต่มัวเอากิเลสเอาความวุ่นวายขุ่นมัว มืดบอด มาบดบังตัวเองไว้... 
เหมือนบางครั้งที่พวกเราทุกข์...ที่จิตใจหลงยึดติดในความไม่สมดังคิด ดังหวัง...หมองหม่นต่อความรัก และไม่รัก ชอบและไม่ชอบ.....จิตโบยบินห่างออกไปจากสติระลึกชอบ...ข้อนี้แหละที่เราต้องระมัดระวัง 
.......................................................................... 
ทั้งๆที่รู้นะ แต่มักจะวอกแวกเสมอ 
ก็เพราะเป็นคน คน คน...ที่ธรรมชาติก็มักจะต้องเป็นไปตามสภาวะแวดล้อม สภาวะของโลก ต้องต่อสู้แข่งขัน 
อยู่ครึ่งๆกลางระหว่างธรรม กับวิถีโลก 
เราก็ขอใช้ชีวิต ให้อยู่ทางสายกลางนะ 
จากใจ..
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-04 06:52:23
"เมื่อแสงทอส่องฟ้าเวลาเช้า 
ความเงียบเหงาจงสิ้นไปในอุษา 
รับอรุณให้สดชื่นรื่นอุรา 
ส่งคำว่าห่วงใยมาเยี่ยมเยือน" 
.......................................
เช้านี้ก็สดชื่นอีกแล้วครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-04 10:48:52
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา“.... 
 
ท่านเหมาะจะเป็น “เจ้าอาวาส” จริง ๆ นะครับ 
เพราะท่านพูดสั่งสอนคนอื่นได้ด้วยตนเอง 
แต่เรายังต้องนำคำสั่งสอนของผู้อื่นมาถ่ายทอดต่อจึงจะได้ 
 
ท่านเหมาะกับการเป็น “สายน้ำทิพย์” สำหรับชาวโลก 
ส่วนเราก็เป็นได้เพียง “สายธารเล็ก ๆ “ ที่ให้ความชุ่มเย็นได้บ้างเล็กน้อยเท่านั้น 
 
อย่าชมมาก...เขินน่ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-04 20:03:28
สิ่งที่เราพูด...ก็สิ่งที่คิดเห็นและเชื่อถือ 
ก็เอาไว้เตือนใจตัวเองเป็นหลัก 
ไม่ใช่ว่าจะสั่งสอนใครดอกจ้า 
เรายังไม่อยากเป็นเจ้าอาวาสด๊อกกกกกก 
อยากเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสมากกว่า 
เผื่อว่าจะได้ช่วยเสนอแนะเมื่อเจ้าอาวาสเขว... 
และจะได้ให้เจ้าอาวาสชี้แนะเมื่อเราเพี้ยน.. 
ถ้อยที ถ้อยอาศัยกันไงเล่า 
........ "ปิยมิตรของเรา"นี่แหละเหมาะสม นะเราว่า 
ท่านรู้ธรรมได้กว้างกว่าเรา ได้ลึกซึ้งกว่าเรา... 
เราเพียงแต่ถ่ายทอดได้บาง ด้วยใจใสศรัทธาเท่านั้น 
เพราะความจริง เราเพียง"พยายาม" และตั้งใจ ไม่ได้ศึกษาละเอียดลึกซึ้งหรอก อยากปฏิบัติเพื่อให้สงบร่มเย็นในใจ ไม่คาดหวังถึงโลกหน้า...ให้มีธรรมนำชีวิตพอให้มีสติปัญญารักษาตนน่ะครับ
แบบนี้ก็ต้องให้ธรรมะไปให้ตาแฉะเลย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-04 20:48:28
 
คิดว่าน่าจะเข้ากั๊น...เข้ากัน....กับบรรยากาศในวันนี้นะครับผม. 
 
“ลิขิตธรรม”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-04 20:49:45
 
ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสม,ปน.โน  
ได้เขียนเล่าไว้ในหนังสือประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทต.ตเถร 
 
.............................................................................................. 
 
“ท่านพระอาจารย์มั่น” …. 
 
เป็นอาจารย์เอกทางด้านพัฒนาจิตใจคน อาจพูดได้ว่าเกือบทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ถูกจุดสำคัญของโลกด้วย 
เพราะ “ใจ” ที่ได้รับการพัฒนาด้วยอรรถด้วยธรรมด้วยดี ความเสียหายไม่ค่อยมี หรืออาจพูดได้อย่างเต็มปากว่า 
จิตที่ได้รับการพัฒนาเต็มที่แล้ว แน่ใจว่าความเสียหายไม่มี ทั้งงานและผลของงานก็เป็นที่แน่ใจ 
โลกที่ได้รับการพัฒนาจิตใจไปพร้อม ๆ กันด้วยดี ย่อมเป็นโลกที่เจริญจริง ประชาชนมีความสุข 
มิใช่เจริญแต่ด้านวัตถุอย่างเดียว แต่ใจร้อนเหมือนไฟ มีแต่การเบียดเบียนทำลายกัน เอารัดเอาเปรียบกัน ฉ้อโกงกัน 
 
ฉะนั้น ท่านผู้มีความฉลาดแหลมคมจึงนิยมการพัฒนาจิตใจก่อนพัฒนาสิ่งอื่น ใด ซึ่งเป็นเพียงบริวารของใจเท่านั้น 
เมื่อพัฒนาใจดีแล้ว การระบายออกทางกายวาจา ความประพฤติ การกระทำตลอดทุกด้าน  
ย่อมกลายเป็นของสะอาดไปตามส่วนใหญ่คือ “ใจ” โลกย่อมมีความสงบสุขสมกับคนฉลาด... 
“ด้วยจิตพัฒนาปกครองโลก ปกครองตน โดยทางเหตุผลอรรถธรรม” 
 
...................................................................................................................................................... 
 
ความฉลาดของมนุษย์ที่ปราศจากธรรม จะฉลาดเพียงไรยังไม่ควรเป็นที่ไว้ใจและเชยชมโดยถ่ายเดียวได้ 
แม้จะฉลาดแสดงความสามารถขึ้นชมดวงดาว พระอาทิตย์ พระจันทร์บนฟ้าได้ ก็ยังไม่ถือเป็นจุดสำคัญ 
 
ความฉลาด ถ้ายังขืนระบาย “สิ่งที่เป็นพิษเป็นภัย” ออกเพื่อความเดือดร้อนแก่ตัวเองและผู้อื่นอยู่ 
อย่างไม่สำนึกตัวว่าเป็นความผิด ความรู้ความฉลาดนั้นยังไม่อาจเลยภูมิของสัตว์เดรัจฉานที่เคยเป็ นอยู่ 
ด้วยการเบียดเบียนและกัดฉีกกันกินโดยถือว่าเป็นความฉลาดและเป็น ความสุขของเขาซึ่งอยู่ในภูมินั้น ๆ 
 
ความฉลาดที่รับรองกันตามหลักเหตุผลที่ยังตนและโลกให้เจริญนั้น 
ไม่จำต้องออกใบประกาศนียบัตรให้โชว์ก็ได้ แต่การระบายออกทางใจและความประพฤติ 
สิ่งกระทำอันเป็นไปเพื่อตนและโลกได้รับความสุขความเย็นใจด้วยนั ้น 
ถือเป็นผลงานที่ออกจากความฉลาดอย่างแท้จริง และเป็นประกาศนียบัตรอยู่ในตัวพร้อม 
 
ไม่จำต้องหาใบประกาศมาบังหน้าและอวดโลก เพื่ออำนาจในทางผิดอย่างลึกลับ 
ซึ่งผลก็คือ ความเดือดร้อนของผู้ได้รับ มิได้เป็นของลับ ๆ ไปด้วย แต่เป็นความทุกข์ร้อนอยู่อย่างเปิดเผย 
ดังที่เห็น ๆ กันอยู่อย่างเต็มตา รู้อยู่อย่างเต็มใจ นอกจากไม่พูดกันเท่านั้น. 
 
ขอเพื่อชีวิตหน่อยนะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-04 20:55:34
................................................ 
ขอร้องเพลงคาราบาว ให้หายเหนื่อยก่อนนะ 

..โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ 
มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย คล้ายๆกัน 
แต่สิ่งที่ไม่เหมือนคือความฝัน 
อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ 
........................................* 
ขอให้ปิยมิตรจงพักผ่อนด้วยจิตใจผ่องใสและหลับสบาย .............................ราตรีสวัสดิ์
ท่านต้องเป็น “เจ้าอาวาส”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-04 21:11:39
 
ส่วนเราจะเป็น “เณรน้อย” ก็พอ 
 
เพราะเรายังอยากสนุกสนาน สบาย ๆ....... แบบไม่ต้องเก๊กจ๊ะ !!! 
 
 
“มหาปิยมิตรคนดีของเรา”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-04 21:29:32
 
ท่านรีบนอนขนาดนี้ ท่านคงต้องเหนื่อยมากนะครับ... 
เราเห็นใจท่านจริง ๆ เวลานี้เราอยากจะชงน้ำขิงร้อน ๆ ให้ท่านดื่มจังเลย 
 
ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ....เราขอให้ท่านจงหลับฝันดี.... 
จะได้ตามล่าสิ่งที่ดี...ตามที่ฝันไงครับ... 
 
.............คิดทึ้ง คิดถึง จริง ๆ หนอ........ 
 
ตื่นจ้า...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-05 06:39:14
เณร..เณร........ 
ตื่นยัง วันนี้วันพระนะ 
ไปใส่บาตรนะ 
ขอให้ประสบแต่สิ่งกุศล ผ่องใสในวันนี้หนา
ปิยมิตร...ผ่องใสจ๊ะ !
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-05 17:31:44
 
มีคนมาชมว่าเราผ่องใสด้วยแหละ 
คงเป็นผลมาจากคำอวยพรของ “ท่านเจ้าอาวาส” นี่เอง 
พอเป็น “ท่านเจ้าอาวาส” แล้ว ก็ต้องตื่นแต่เช้า แล้วก็บอกว่าวันนี้เป็นวันอะไร พร้อมให้ศีลให้พร 
และทำบุญใส่บาตร เผื่อแผ่บุญกุศลไปให้คนอื่นด้วยก็จะเป็นการดี อาทิเช่น เณรน้อยคนนี้...นะจ๊ะ ! 
 
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-05 21:02:21
 
ทั้ง ๆ ที่คนอย่างเรา ก็แสนจะดื้อรั้นเกินทนทาน 
แล้วทำไม เราต้องมาทำตามคำพูดของใครบางคน 
เป็นใคร เราก็ไม่แน่ใจนักหรอก อยากรู้จริง ๆ เหมือนกัน 
(เมื่อไหร่จะออกพรรษาก็ไม่รู้.......จะได้รู้จริง ๆ ซะที) 
 
....บอกให้เรากินกล้วยบ้างล่ะ  
....บอกให้เรากินน้ำเยอะ ๆ บ้างล่ะ 
....แล้วก็ยังชอบมาบอกว่าวันนี้วันพระนะ วันพระ 
 
ทำให้เราต้องทำโน่นทำนี่ตามคำสั่ง วันนี้นะฝนตก 
ถึงฝนจะหยุดตกก็ชื้นแฉะ เย็นแล้วเราก็ต้องไปวัดทำบุญ 
บูชาน้ำมนต์ เอามาบูชาพระที่บ้าน ซื้อดอกไม้มาไหว้พระที่บ้าน 
ก็ดีอยู่ ทำแล้วก็รู้สึกดีมาก ขอขอบพระคุณท่านมากเช่นกันครับ 
เราตั้งใจแบ่งบุญให้ท่านครึ่งหนึ่ง คงจะเป็นที่น่าพอใจนะครับผม  
วันนี้เราไหว้พระเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็กำลังสร้างความสุขทางโลกอยู่จ๊ะ 
 
ท่านพระอาจารย์เสาร์ กน.ตสีลเถร
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-05 21:40:38
 
“ลิขิตธรรม” 
โดย...หลวงปู่หลุย จน.ทสาโร…….จากเรื่อง “จันทสาโรบูชา” 
 
............................................................................... 
 
สำหรับเรื่องนิสัยของท่านพระอาจารย์เสาร์ กน.ตสีลเถร นั้น 
หลวงปู่หลุย จน.ทสาโร บันทึกไว้ว่า... 
 
“นิสัยท่านพระอาจารย์เสาร์ นิสัยชอบก่อสร้าง ชอบปลูกพริก หมากไม้ 
ลักษณะจิตเยือกเย็น มีพรหมวิหาร ทำจิตดุจแผ่นดิน มีเมตตาเป็นสาธารณะ 
เป็นคนพูดน้อย ยกจิตขึ้นสู่องค์เมตตา สุกใสรุ่งเรือง เป็นคนเอื้อเฟื้อในพระวินัย 
ทำความเพียรเป็นกลางไม่ยิ่งหย่อน พิจารณาถึงขั้นภูมิธรรมละเอียดมาก 
 
ท่านบอกให้เราภาวนาเปลี่ยนอารมณ์แก้อาพาธได้ 
อยู่ข้างนอกวุ่นวาย เข้าไปหาท่านจิตสงบดี  
 
เป็นอัศจรรย์ปาฏิหาริย์หลายอย่าง จิตของท่านชอบสันโดษ 
ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง หมากไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ท่านแดดังเป็นอุปัชฌายะฯ 
เดินจงกรมภาวนาเสมอไม่ละกาล น้ำใจดี ไม่เคยโกรธขึ้งให้พระเณร 
อุบาสกอุบาสิกา มักจะวางสังฆทานอุทิศในสงฆ์นิบาต  
แก้วิปัสสนูแก่สานุศิษย์ได้ อำนาจวางจริตเฉย ๆ เรื่อย ๆ  
 
ชอบดูตำราเรื่องพระพุทธเจ้า รูปร่างใหญ่ สันทัด ยินดีทั้งปริยัติปฏิบัติ 
ลักษณะเป็นคนโบราณพร้อม ทั้งกาย วาจา ใจ เป็นโบราณทั้งสิ้น 
ไม่เห่อตามลาภยศสรรเสริญ อาหารชอบเห็ด ผลไม้ต่าง ๆ ชอบน้ำผึ้ง” 
ลัทธิท่านพระอาจารย์เสาร์
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-05 21:41:47
 
ลัทธิท่านพระอาจารย์เสาร์ พระครูวิเวกพุทธกิจ 
 
“มีเมตตาแก่สัตว์เป็นมหากรุณาอย่างยิ่ง วางเป็นกลาง เยือกเย็นที่สุด 
เมตตาของท่านสดใส เห็นปาฏิหาริย์ของท่าน สมัยขุนบำรุงบริจาคที่ดิน 
และไม้ทำสำนักแม่ขาวสาลิกา วัดสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร  
แก้สัญญาวิปลาสท่านพระอาจารย์มั่น กับ ท่านเจ้าคุณหนูวัดสระปทุม 
ในสมัยนั้นจนสำเร็จเป็นอัศจรรย์ เรียกว่าเป็น “พ่อพระกัมมัฏฐานภาคอีสาน” 
 
ท่านพระอาจารย์เสาร์ เล่าให้ฟังสมัยที่เราอยู่กับท่าน เดินธุดงค์ไปด้วย 
ท่านปรารถนาเป็นพระปัจเจก กับปรารถนาเป็นสาวกสำเร็จอรหันต์ในศาสนา 
สมณโคดมพุทธเจ้าของเรา 
 
แก้บ้าท่านอาจารย์หนูไม่สำเร็จ เพราะเธอเชื้อบ้าติดแต่กำเนิด 
ท่านพระอาจารย์มั่น เคารพท่านพระอาจารย์เสาร์มากที่สุด 
เพราะเป็นเณรของท่านมา” 
 
……………………………………………………………………………………………………………………….. 
“ลิขิตธรรม” โดย...หลวงปู่หลุย จน.ทสาโร…….จากเรื่อง “จันทสาโรบูชา” 
 
"พอใจให้สุข"
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-05 21:56:11
 
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-06-26 11:31:24 
………………………………………………. 
ปิยมิตร ครับ  
ผลงานนี้ เราชอบมาก  
 
................ "พอใจให้สุข"..............  
 
แม้มิได้ เป็นดอก กุหลาบหอม  
ก็จงยอม เป็นเพียง ลดาขาว  
แม้มิได้ เป็นจันทร์ อันสกาว  
จงเป็นดาว ดวงแจ่ม แอร่มตา  
 
แม้มิได้ เป็นหงส์ ทะนงศักดิ์  
ก็จงรัก เป็นโนรี ที่หรรษา  
แม้มิได้ เป็นน้ำ แม่คงคา  
จงเป็นธา - ราใส ที่ไหลเย็น  
 
แม้มิได้ เป็นมหา หิมาลัย  
จงพอใจ จอมปลวก ที่แลเห็น  
แม้มิได้ เป็นวัน พระจันทร์เพ็ญ  
ก็จงเป็น วันแรม ที่แจ่มจาง  
 
แม้มิได้ เป็นต้น สนระหง  
จงเป็นพง อ้อสะบัด ไม่ขัดขวาง  
แม้มิได้ เป็นนุช สุดสะอาง  
ขอเป็นนาง ที่มิใช่ ไร้ความดี  
 
อันจะเป็น สิ่งใด ไม่ประหลาด  
กำเนิดชาติ ดีทราม ตามวิถี  
ถือสันโดษ บำเพ็ญ ให้เด่นดี  
ในสิ่งที่ เราเป็น เช่นนั้นเทอญ  
 
....( ฐะปะนีย์ นาครทรรพ).... 
 
 
........ปิยมิตร ช้อบ ชอบ....ขอขอบพระคุณ "มหาปิยมิตรคนดีของเรา" มากครับผม....... 
 
 
ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-05 22:01:26
คิดทึ้ง คิดถึง จริง ๆ หนอ... 
“เดินหาพุทโธ”
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2011-09-06 20:25:30
 
พระอาจารย์อว้าน เขมโก .....ท่านเล่า 
 
 
การเดินธุดงค์ของท่านพระอาจารย์มั่น เดินทุกข์จริง ๆ นะ พักในป่า 
ไปบิณฑบาตได้แต่ข้าวเปล่า ๆ มาถึงที่พักแล้วก็ให้เณรหาฟืนมาก่อขึ้น ก่อไฟให้เป็นถ่าน 
แล้วก็เอาข้าวเหนียวปั้น ไม้เสียบไปขาง (ย่างไฟ) เอาเทียนไข (แต่ก่อนเป็นเทียนผึ้งแท้) 
ของเณรนี่แหละทา ท่านฉันข้าวจี่ทาเทียนไขน่ะ ข้าวจี่ทาเทียนไขท่านก็ฉัน 
 
ท่านเดินธุดงค์เดินทุกข์ เดินทุกข์จริง ๆ ที่ท่านเดินธุดงค์ไปโปรดชาวเขา 
“หลวงปู่อ่อน” ท่านเล่า...ชาวเขา เขาไม่เคยเห็นพระ ท่านไปอยู่กับเขา เขาก็เลื่อมใสมาก 
ปฏิบัติท่าน หากท่านต้องการทางจงกรมเขาก็ทำให้ ต้องการร้านพักที่พักเขาก็ทำให้ 
พอทำแล้วท่านก็เดินจงกรม กลางวันชาวเขา เขามาพบเห็นเข้า 
เขาก็มายืนดู ตุ๊เจ้าเดินหาอะไร เดินกลับไปกลับมา ก้มดูแต่ในดิน เขาแปลกใจ 
......เขาเข้าไปถามท่าน “ตุ๊เจ้าเดินหาอะไร” 
......ท่านก็ตอบเขาว่า “เดินหาพุทโธ” 
.....พุทโธเขาไม่รู้ เป็นยังไงเขาไม่รู้ ถามท่าน “พุทโธ เป็นยังไง” 
......ท่านก็มีศรัทธาช่วยตอบเขาว่า “พุทโธ ใสเหมือนดวงแก้ว” 
ว่าดวงแก้ว เขารู้ เขาก็มีศรัทธาอยากช่วยท่านหา 
......ท่านก็ “เออ ดีละ ถ้าสูช่วยหาด้วย”  
......ท่านก็แนะนำให้เขาหา “ให้สำรวม จะเดินไปไหนก็ดีให้สำรวม มิให้เหลียวซ้ายแลขวา 
มิให้ก้มนัก เงยนัก ให้ทอดสายตาห่างจากตัวเราเพียงแค่สี่ศอก เดินไปไหนก็ให้พุทโธ ๆ ๆ ไปตลอด” 
 
ชาวเขาก็นำไปปฏิบัตินะ เขาไปไร่ไปสวนก็สำรวม พุทโธ ๆ ไป พุทโธไปหลายมื้อหลายวันเข้า 
จิตเขาก็รวมเป็นสมาธิ ใจเขามันใส ของที่อยู่ใกล้อยู่ไกลเขารู้เห็นได้ เมื่อเขารู้เห็น เขาไปดู 
ก็เป็นจริงตามที่เขาเห็น ในเมื่อเขารู้เห็นอย่างนั้น เขาก็แปลกใจ 
......“ตุ๊เจ้าว่า พุทโธใสเหมือนดวงแก้ว มิใช่ใจของเรานี่เหรอเปรียบเหมือนดวงแก้ว” มาถามท่านพระอาจารย์มั่น 
.......ท่านก็รับรอง “เออ ใจนั่นแหละเปรียบเหมือนดวงแก้ว แก้วดวงนี้แก้วสารพัดนึก นึกยังไงก็ได้” 
 
โปรดชาวเขา ท่านก็โปรดง่าย ๆ นะ เพราะชาวเขาคนซื่อ ว่ายังไงเขาก็เชื่อ นำไปปฏิบัติได้.